Thai Audio/Video Club

คุยกันฉันท์เพื่อน => A/V System ของเพื่อนๆสมาชิกบอร์ด => Topic started by: bhisma on 22 December 2011, 05:21:40 am

Title: My little (collective) system
Post by: bhisma on 22 December 2011, 05:21:40 am
>D.I.Y (designed by Khun Art with appreciation to K. Karin and other friends for their input and support iduring design of schematic, and collective built mono-blocks SE valve power amplifiers) pieced with KR 300 BXLS, runs with 18 watts power output per channel.


>Source:
mac-mini (connected sometimes directly into 300 BXLS mono power amplifiers). No DAC in between!

>Loudspeakers:
I do not have permanent loudspeakers connected with my system as I always build new.

>Loudspeaker cable:
Wire form laboratory somewhere in Denmark

>Interconnecting Cables:
a) from PC to Amplifier I use (mini Jack/RCA) Lab 47 cables and Yarbo connectors. b) RCA cables from Amokabel, it is smaller cable within big 400 Hz cable with Yarbo RCA connectors

>AC Cable:
a) Lap Kabel ÖLFLEX STUTTGART with German rounded 2-pins plugs.
b) Like the loudspeaker cable, with diy deep cryogenic connectors and plugs (dip into -140 degree C hydrogen tank)


(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/300%20BXLS%20Monoblocks/krbluetrafo.jpg)


Last update on 17th December 2012
Title: Re: My little (collective) system
Post by: blackmore on 22 December 2011, 08:00:20 am
OBA= Orange Blue Amp :thumbup:

I love the case.


Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 22 December 2011, 09:02:14 am
กลัวไฟดูดครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: trens on 22 December 2011, 04:16:17 pm
สวย เท่ห์ มีเสน่ห์ ราศีดี
Title: Re: My little (collective) system
Post by: prisna on 22 December 2011, 04:32:46 pm
เลือก M1DAC เข้าประจำการเหรอครับ
ตอนนี้เสียงเป็นอย่างไรบ้างครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pakorn on 22 December 2011, 05:11:54 pm
คิดเหมือนพี่ pee เลย 555
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Witti on 22 December 2011, 05:28:59 pm
ดิบๆ โมเดิร์น สวย ชอบครับ  :thumbup:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: jtr on 22 December 2011, 10:26:39 pm
ผมรักน้องส้ม  :wub:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 23 December 2011, 02:28:05 am
ไฟไม่ดูดครับหากไม่เอาลิ้นมาแตะหรือเนื้อมาย่าง มันแค่ clan hot

ผมได้รับโอกาสให้เข้าไปทำแอมป์หลังจากได้ lay-out เพื่อทำแท่นเพียง 5-6  ไม่เช่นนั้น ผมต้องรอ Master Art จนถึงหลังปีใหม่ครับ เลยน้อมรับโอกาส เวลากระชั้นชิดมากๆครับ

ผมชอบ midnight blue ครับ ปัญหาอยู่ที่พวกตัวถัง C-paper in oil ที่ขาดสีสรรและใหญ่เทอะทะ ทำสีเรียบๆ เข้มๆก็ไม่ได้ มันหลอก มันยังเด่นอยู่ดีด้วยขนาดของมัน แต่เด่นในเชิงลบมากกว่า ไหนๆขนาดมันก็ไม่สามารถกลมกลืนกับชิ้นส่วนที่เหลือแล้ว เลยให้มันเป็น focus ไปซะให้รู้แล้วรู้แรดไป

Musical Fidelity Mi DAC ตัวนี้ผมจัดให้เป็น best buy ครับ ไม่หนีกับ mac mini น้ำเสียงมันก็อิ่มและสด (มีประกาย) ชอบครับ รอตัว Musical Fidelity M-Link แปลง SPDIF อยู่ เขาบอกว่าจะมาถึงเดือน October แต่ไม่รู้ปีไหน ไม่งั้นคงต้องยอมใช้ M2Tec ไม่รู้คุณภาพเป็นไง สำหรับราคา 5.5K
Title: Re: My little (collective) system
Post by: jtr on 24 December 2011, 03:47:51 am
M2Tec ตัวนี้โอเคเลยครับ
(http://joshinweb.jp/contents/av/Hiend/YOUNG1.jpg)

ค่าตัวระดับ 4เค ผมว่าต่อรองได้นะครับ
น้ำเสียงหนักแน่น โทนบาลานซ์ ดีครับ
ชุดเพื่อนที่ใช้แอมป์ดิจิตัล ยังไม่กัดหูเลย ถือว่าเยี่ยม
แต่.. อาจจะไม่เหมาะ กับการฟังแบบ เนียร์ฟิลด์ นะครับ ต้องลองๆๆ

แอมป์ นู-ฟอร์ซ โมโน บล็อก /ปรี Theta Digital /ลำโพง อัชเชอร์ 6311

Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 06 February 2012, 02:55:20 am
วันนี้ผมไปฟัง TAD และ Wilson Audio MAXX กลับบ้านมานั่งฟัง 3.5 centi แล้วนั่งยิ้มเป๋นคนบ้าไปเลย ทั้ง system ของเรามีมูลค่ามหาศาลเลย

เครื่องเสียงแต่ละค่ายยังคงเน้นเสียงที่มีความคม ชัด แต่ดีกว่าปีที่แล้ว ผมว่าความจัดจ้านของเสียงมันน้อยลง แต่ถึงอย่างไรก็ยังคงมีความกระด้างของน้ำเสียงให้ได้ยินครับ คงเป็นกระแส เป็น trend
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pakorn on 06 February 2012, 05:46:30 pm
ถ้างั้นเดี๋ยวผมต้องแวะไปเยี่ยมบ้างแล้วครับ อยากยิ้มอย่างนั้นด้วยคน ^^
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 06 February 2012, 06:10:43 pm
Quote from: bhisma on 06  February  2012, 02:55:20 am
วันนี้ผมไปฟัง TAD และ Wilson Audio MAXX กลับบ้านมานั่งฟัง 3.5 centi แล้วนั่งยิ้มเป๋นคนบ้าไปเลย ทั้ง system ของเรามีมูลค่ามหาศาลเลย

เครื่องเสียงแต่ละค่ายยังคงเน้นเสียงที่มีความคม ชัด แต่ดีกว่าปีที่แล้ว ผมว่าความจัดจ้านของเสียงมันน้อยลง แต่ถึงอย่างไรก็ยังคงมีความกระด้างของน้ำเสียงให้ได้ยินครับ คงเป็นกระแส เป็น trend


MAXX เป็นสิ่งน่าอับอายที่สุดในงาน
ส่วน TAD เข้าใจว่าเขาอาจจะไม่ได้ต่อสัญญานให้วูฟเฟอร์.....ฮา

อยากให้คุณมงคลเปลี่ยนดีไซน์ให้ห่างจาก MAXX ไกลๆ เลย
ดูแล้วไม่สบายใจเลย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 07 February 2012, 11:19:28 am
Quote from: pee on 06  February  2012, 06:10:43 pm
Quote from: bhisma on 06  February  2012, 02:55:20 am
วันนี้ผมไปฟัง TAD และ Wilson Audio MAXX กลับบ้านมานั่งฟัง 3.5 centi แล้วนั่งยิ้มเป๋นคนบ้าไปเลย ทั้ง system ของเรามีมูลค่ามหาศาลเลย

เครื่องเสียงแต่ละค่ายยังคงเน้นเสียงที่มีความคม ชัด แต่ดีกว่าปีที่แล้ว ผมว่าความจัดจ้านของเสียงมันน้อยลง แต่ถึงอย่างไรก็ยังคงมีความกระด้างของน้ำเสียงให้ได้ยินครับ คงเป็นกระแส เป็น trend


MAXX เป็นสิ่งน่าอับอายที่สุดในงาน
ส่วน TAD เข้าใจว่าเขาอาจจะไม่ได้ต่อสัญญานให้วูฟเฟอร์.....ฮา

อยากให้คุณมงคลเปลี่ยนดีไซน์ให้ห่างจาก MAXX ไกลๆ เลย
ดูแล้วไม่สบายใจเลย


กำลังออกแบบครับ ตัวล่างคงเหมือนเดิม มันคือ back loaded horn ที่มีความยาว 3.5 metres  ใช้กับ woofer ขนาด 8 นิ้ว ตอบสนองได้ดีกว่า woofers  ที่อยู่ใน maxx ทั้งที่มันใช้ถึงสองตัวคือ 8" และ 10" (หรือว่าเป็น 10" และ 12" ก็ไม่แน่ใจ)
ส่วนท่อนบนคือเสียงกลางและเสียงแหลมควรจะวาง conception ใหม่ น่าจะเป็นแบบ OB ครับ โดยใช้ tweeter เป็นตัว magneto-static ครับ mid-range อาจลดขนาด drive units แต่เพิ่มจำนวนเพื่อการตอบสนองที่มีความฉับพลันสูงขึ้น
ปัญหายังมีอยู่ว่าตัว back loaded horn มันมีความสูงและผนังด้านหน้ามันมีตั้งฉาก 90 degree ทำให้ออกแบบท่อนบนยากมากๆ

alternative
ออกแบบใหม่หมด ในระดับ high end แท้ๆ ผมอยากทำ line arrays มากๆครับ ไม่อิงกับผู้ผลิตอื่นๆใน design

ส่วนตัว back loaded horn อาจนำมาใช้แบบ single driver Full-range


แต่ก่อนอื่นผมต้องหาทางระบาย 3.5 centi ให้ได้ เพราะมันทำให้ห้องเต็มแน่นมากครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 07 February 2012, 11:23:00 am
Quote from: pakorn on 06  February  2012, 05:46:30 pm
ถ้างั้นเดี๋ยวผมต้องแวะไปเยี่ยมบ้างแล้วครับ อยากยิ้มอย่างนั้นด้วยคน ^^


ว่างเชิญได้ครับ คุณ Pakorn และพี่ๆ เพื่อนๆทุกท่าน
แถวบ้าน steak (Jeffer) เนื้ออร่อยใช้ได้ เขาย่างได้ดี มีรสชาดแบบ international แต่เนื้อเป็นจองไทย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Witti on 07 February 2012, 03:55:57 pm
Quote from: bhisma on 07  February  2012, 11:19:28 am
แต่ก่อนอื่นผมต้องหาทางระบาย 3.5 centi ให้ได้ เพราะมันทำให้ห้องเต็มแน่นมากครับ


อยากได้จริงๆนะ....   แต่ไม่มีงบง่ะ 2A3 น่าจะขับออกของผม 90 dB ยังโอเคเลย ฮือๆเสียดายๆ  :'(
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 07 February 2012, 05:17:19 pm
Quote from: Witti on 07  February  2012, 03:55:57 pm
Quote from: bhisma on 07  February  2012, 11:19:28 am
แต่ก่อนอื่นผมต้องหาทางระบาย 3.5 centi ให้ได้ เพราะมันทำให้ห้องเต็มแน่นมากครับ


อยากได้จริงๆนะ....   แต่ไม่มีงบง่ะ 2A3 น่าจะขับออกของผม 90 dB ยังโอเคเลย ฮือๆเสียดายๆ  :'(


ผ่อน 6 เดือน...........อย่าช้า
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Krairerk on 07 February 2012, 05:53:11 pm
Quote from: bhisma on 07  February  2012, 11:23:00 am
Quote from: pakorn on 06  February  2012, 05:46:30 pm
ถ้างั้นเดี๋ยวผมต้องแวะไปเยี่ยมบ้างแล้วครับ อยากยิ้มอย่างนั้นด้วยคน ^^


ว่างเชิญได้ครับ คุณ Pakorn และพี่ๆ เพื่อนๆทุกท่าน
แถวบ้าน steak (Jeffer) เนื้ออร่อยใช้ได้ เขาย่างได้ดี มีรสชาดแบบ international แต่เนื้อเป็นจองไทย


เมื่อไหร่รวมพลได้ ขอไปฟังด้วยคนครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 07 February 2012, 06:15:31 pm
Quote from: bhisma on 07  February  2012, 11:19:28 am

กำลังออกแบบครับ ตัวล่างคงเหมือนเดิม มันคือ back loaded horn ที่มีความยาว 3.5 metres  ใช้กับ woofer ขนาด 8 นิ้ว ตอบสนองได้ดีกว่า woofers  ที่อยู่ใน maxx ทั้งที่มันใช้ถึงสองตัวคือ 8" และ 10" (หรือว่าเป็น 10" และ 12" ก็ไม่แน่ใจ)


ดูอย่างพินิจก็จะเห็นว่าต่างกันไกล แต่ดูเผินๆ คนจะบอกว่าลอกเขามา
ฟังแล้วเซ็งแทน

เห็นลดราคา ผมละอยากได้จริงๆ
แต่ไม่ใช่ตัวนี้นะ

(http://www.stereophile.com/images/archivesart/WilsonMaxx3_450.jpg)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 07 February 2012, 06:22:26 pm
มันให้เสียงที่เหลือทนจริงๆ

ไวโอลินเป็นเส้นลวด
เปียนโนเป็นกระป๋อง

ตอนแรกคิดว่าเป็นที่วีดีโอนี้เสียงไม่ดี
ฟังจริงๆ แล้ว ก็ประมาณนี้เหมือนกัน.....
ทนฟังไปถึงนาที 1.55 มีเสียงคนพูด
จึงรู้ว่าไมค์โครโฟนไม่ใชปัญหา
ไอ้ชุดบ้าเลือดตรงหน้านั่นแหละ ปัญหา

http://www.youtube.com/watch?v=0t41of1byeY&feature=related
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 07 February 2012, 06:25:44 pm
MAXX พา NAGARA ลงนรก








http://www.youtube.com/watch?v=LxkPXdogGQw&feature=related
Title: Re: My little (collective) system
Post by: K. PJ on 07 February 2012, 06:51:15 pm
มันเป็นความชอบส่วนตัว เมื่อก่อนผมก็ยังชอบเสียงแบบนี้มากๆ เลย ผมบาง แข็งเกล็ง รายละเอียดเป็นฝอย เสียงแบบที่พี่ชอบฟังตอนนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมก็รับไม่ได้เหมือนกัน แต่เมื่อได้มีการเรียนรู้แล้วจึงเปลี่ยนไปอีกนิดนึงแค่นั้น ก็ยังติดรายละเอียดเยอะอยู่ แต่ต้องเสียงอวบใหญ่ ไม่ใช่ผอมเก็งเหมือนก่อน คอนที่ชอบแบบนี้เค้าก็มาทนฟังเสียงที่คลุมเครื่อ ที่ออกจะคลุมเคลือแบบซาวด์วอลล์ด้วยตู้หลากหลายยี่ห้อมารวมกันไม่ได้เหมือนกัน แต่พวกแบ็คโลดฮอร์น ด้วยความชอบส่วนตัวจริงๆ ผมก็ยังรับไม่ค่อยได้เหมือนกันแหละครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 07 February 2012, 08:51:19 pm
Quote from: K. PJ on 07  February  2012, 06:51:15 pm
มันเป็นความชอบส่วนตัว เมื่อก่อนผมก็ยังชอบเสียงแบบนี้มากๆ เลย ผมบาง แข็งเกล็ง รายละเอียดเป็นฝอย เสียงแบบที่พี่ชอบฟังตอนนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมก็รับไม่ได้เหมือนกัน แต่เมื่อได้มีการเรียนรู้แล้วจึงเปลี่ยนไปอีกนิดนึงแค่นั้น ก็ยังติดรายละเอียดเยอะอยู่ แต่ต้องเสียงอวบใหญ่ ไม่ใช่ผอมเก็งเหมือนก่อน คอนที่ชอบแบบนี้เค้าก็มาทนฟังเสียงที่คลุมเครื่อ ที่ออกจะคลุมเคลือแบบซาวด์วอลล์ด้วยตู้หลากหลายยี่ห้อมารวมกันไม่ได้เหมือนกัน แต่พวกแบ็คโลดฮอร์น ด้วยความชอบส่วนตัวจริงๆ ผมก็ยังรับไม่ค่อยได้เหมือนกันแหละครับ

ทำไมเสียง back loaded horn เหมือนกันทุกตัวหรือครับ ผมยังจำได้ว่าคุณไม่ชอบ la scala แต่ชอบ vot โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณ kpj เอ่ยถึง slot ใน motor boards ที่เร่ง speed ตรงนี้คุณก็เดาได้ถูกทาง. แต่คุณอาจไม่รู้ว่า motor board ของ La Scala มันมี slot เหมือน khorn, vot etc. และผมได้ปรับปรุงจนได้speed ที่ดี แถมมีขนาดที่แม่นยำกว่า vot ในห้องฟังธรรดาที่ไม่ใช่ โรงภาพยนต์ และผมละดีใจมากๆๆๆที่คนเรามีความชอบต่างกัน เป็น อัตตะวิสัย
end of quoting

เมื่อคุณ art และพี่ trens มาฟัง 3.5 centi ยังขับเบสของ symphonies ไม่ได้ดีเท่าที่ควร ไม่สะอาด ใช้ฟังได้เพียง jazz rock pop etc. 
เสียงเบสมันมากเกินทำให้รู้สึกราวกับว่าห้องมันเล็กไป กาลผ่านไป ลำโพงและแอมป์หลอดก็เผาจนได้ที่ เสียงเบสมันสะอาดขึ้นมาก ดีที่ผมไม่ได้ทำการแก้ไขตามการคาดเดาที่ผิดที่หลงเชื่อว่า ห้องเล็กเกินกว่าจะรับลำโพงคู่นี้ได้

เพื่อนๆ พี่ๆ ว่าง เชิญครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: trens on 07 February 2012, 10:20:57 pm
อ้าว ... ฟังดีแล้วหรือครับ
โชคดีน่ะที่ไม่มีใครยุให้ปรับแต่ง ไม่งั้นเสียของแย่เลย

ปล.ร้านสเต็กน่ะ มีดีที่สาวๆสวย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 27 February 2012, 11:29:03 pm
http://s1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/unicorn/

Universal Horn ตัวนี้เหมือนกับ bass horn ใน 3.5 centi ครับ แต่นำ single driver มาใช้ ความสามารถในการตอบสนองเสียงสูงและกลางเป็นไปตามที่ได้คาดหมายไว้ แต่เสียงต่ำมันกลายเป็นดีเกินคาดครับ ไม่คิดว่าจะได้รับเสียงทุ้มที่มีน้ำหนักและแรงประทะจากดอกลำโพงขนาด 8 นิ้วทั้งที่กรวยมันมีการขยับตัว (Excursion) น้อยมาก
ทีแรกคิดว่า ฮอร์น 3.5 เมตร จะเกินความจำเป็นและต้องพึ่ง filtre network แต่กับ wigo มันฟังได้ดีครับ แน่นอนที่ผมไม่ได้ฉีดความถี่จาก (G)oszila-rator เขาไปวัดการตอบสนองแล้วทำ กรา๊ฟแบบน้ำตกมาให้ชมกัน จะลองนวดไปอีกสักระยะ เพราะ wigo ขนาด 8" ตัวนี้เป็น NOS burn อีกเป็นร้อย ช.ม. ครับ แต่ที่แน่ๆ มันเล่น 40Hz ได้สบาย และเมื่อเทียบกับฮอร์นคุณภาพสูงๆ เช่น schmack horn แล้ว 3.5 centi unicorn มีขนาดเล็กกว่า schmack horn  ตอบสนองความถี่ได้ต่ำกว่าด้วยครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 29 February 2012, 12:42:29 pm
burn มาสองวันติดกันแล้วครับ จนถึงขณะนี้ uni-corn ยังคงสรรสร้างมิติ เวทีเสียงได้ดี น้ำหนักและความมีตัวตนเข้าขั้นดีมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเสียงแหลมๆที่ผมไม่คิดว่าจะได้ยินชัดเจนขนาดนี้จากดอก single driver 8" เพราะดดยทั่วไปแล้วเสียงแหลมจากดอก sigle driver ขนาดที่ใหญ่กว่า 4" ขึ้นไปมักจะกุดๆ ทู่ๆ ตรงนี้ยอมรับว่า WIGO ทำได้ดีมากๆ

มีคนเคยกล่าวไว้ว่า เขาชอบลำโพงแบบ single driver full-range มาก แต่มันมีข้อเสียที่ว่า "มันไม่สามารถจำลองเวทีและมิติได้ เพราะเสียงมันติดขอบกรวยมากไป" จนถึงทุกวันนี้ผมยังฟังไม่ออกว่า เขาหมายความว่าอย่างไร ทั้งที่ผมเคยฟัง back loaded horn กับ single driver หลายขนาด คือตั้งแต่ 3", 4" 6" 8" และ 12" มาแล้วเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่เคยสามารถรับรู้อาการเสียงที่ "ไม่หลุดจากขอบกรวย" ได้เลย

แน่นอนที่ filtre network สามารถทำให้การตอบสนองความถี่ราบเรียบขึ้นได้อีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความถี่ช่วงเสียงกลาง ไม่ว่าสาเหตุของความไม่ราบเรียบนั้นจะเกิดจากตัวตู้หรือตัวดอกลำโพงก็ตาม แต่สิ่งที่เราต้องแลกกับความราบเรียบที่จะได้มาคือความสด และ ประกายที่จะด้อยลงไปมาก เรื่องนี้ผมยังคิดไม่ตกว่า จะเก็บความสดนี้ไว้ หรือจะเอาใจ ออไฟล์ เพราะว่าเมื่อการตอบสนองราบเรียบขึ้น น้ำเสียงก็จะเนียนขึ้น ความสาก ขรุขระหายไป (= ความสดและประกายหายไปด้วย)
โดยส่วนตัวผมชอบความสดเมื่อฟังเสียงเครื่องสีและเครื่องเป่า แต่ก็อีก มันไม่เหมาะกับ symphony orchestra วงใหญ่ๆ เพราะเร่งเสียงดังมากๆ ไม่ได้ ความถนัดมันอยู่ที่ดนตรีน้อยชิ้น จึงจะสามารถเร่งเสียงขึ้นได้



มีเพื่อนๆ พี่ๆ คนไหนรู้ครับว่าแผ่น  CD สากก๊ก ของ หวัง หนิง ที่พี่พีนำมา post ไว้ในคลิป วิลสัน หาซื้อได้ที่ไหนครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 29 February 2012, 06:14:23 pm
Quote from: bhisma on 29  February  2012, 12:42:29 pm

มีเพื่อนๆ พี่ๆ คนไหนรู้ครับว่าแผ่น  CD สากก๊ก ของ หวัง หนิง ที่พี่พีนำมา post ไว้ในคลิป วิลสัน หาซื้อได้ที่ไหนครับ


เพลงใหนหว่า
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 29 February 2012, 10:56:31 pm
Quote from: pee on 07  February  2012, 06:25:44 pm
MAXX พา NAGARA ลงนรก








http://www.youtube.com/watch?v=LxkPXdogGQw&feature=related


นี่ครับ หวัง หนิง กับสามก๊ก วงจีนเล่น

ผมได้แผ่นนี้ burn จาก ดร. สมนึก ซึ่งไม่มีคำบรรยายใดๆ จึงสนใขแผ่นแท้
ดร. สมนึกเล่าเพียงว่า track No. 4 เกี่ยวกับสามสหายสาบานว่าจะเป็นพี่น้องกันไปจนตาย สาบานกันในสวนท้อ แปลว่าเล่าปี่ กวนอูและเตียวหุยกำลังปราบโจรโพกผ้าเหลือง

ครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 01 March 2012, 12:32:53 am
ขอย้อนกลับมาที่ 3.5 centi คือลำโพงสี่ทางครับ

หลังจากที่ได้รับความเห็นจากพี่ๆ และเพื่อนๆ เรื่องลำโพง 3.5 centi แล้ว ว่าห้องฟังเล็กเกินไป ส่งผลให้ปริมาณของเสียงทุ้มล้นห้อง ทำให้ขาดความชัดเจนในความถี่ต่ำๆ ผมได้แก้ปัญหาด้วยวิธีทาง mechanic คือปรับวัสดุซับเสียง มันส่งผลให้การรับฟังมีความชัดเจนขึ้นในทุกย่านความถี่ ซึ่งสามารถเข้าใจได้ว่า เมื่อความถี่ต่ำมีความชัดเจน (= แม่นยำขึ้น) อาการขุ่นมัวจึงจากลงทำให้ได้ยินเสียงอื่นๆได้ชัดขึ้นครับ
ขอขอบคุณในความเห็นพี่ๆ เพื่อนๆ ที่มาช่วยฟังและติ (เพื่อก่อ กำลังใจ)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 01 March 2012, 12:59:30 am
Main Compositions of  WANG Ning
http://www.wangning.net/comp-en.htm


จนปัญญาหาต่อครับ





ปล
ใช่ชุดนี้ป่าว

(http://content.answcdn.com/main/content/img/amg/classical_albums/cov200/cm500/m587/m58736hb0zs.jpg)

http://www.answers.com/topic/three-kingdoms-special-boxed-edition

Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 01 March 2012, 02:14:43 am
ขอบคุณพี่พีมากๆครับ ผมไม่เคยเห็นปก CD เลยครับและใน link ก็ไม่ได้เอ่ยถึงสามก๊กของหวัง แต่ผลงานอื่นๆก็น่าสนใจ ผมสนใจ soprano & vibraphone ขึ้นมาทันทีที่อ่านพบในลิงค์
ขอบคุณมากๆครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: trens on 01 March 2012, 04:27:49 pm
มีโอกาศไปฟัง ลำโพง 3.5 centi อีกครั้งหลังจากที่ คุณbhisma ปรับปรุงใหม่ เสียงชัดเจนขึ้น อาการเบสบวมหายไป
ช่วงแรกฟังแล้วเหมือน ลำโพงยังไม่พ้นเบิร์น เป็นเพราะต่อตรง แต่พอต่อผ่านปรีแอมป์ เสียงดีขึ้นอีก เบสสะอาด กลางแหลมมีรายละเอียดดี
พอลองเล่นไฟล์หนัง(ตัวอย่าง) เสียงกระหึ่มดี บรรยากาศเหมือนอยู่ในโรงหนัง

ลำโพง 3.5 centi จะโชว์ความสามารถได้ดีกว่านี้ ถ้าอยู่ในห้องฟังใหญ่ขึ้น (ห้องคุณ bhisma เล็กไปครับ)
เสียดายไม่ได้ฟัง Oberon เลยไม่รู้ว่าดีกว่า Nebular ยังไง เพราะเจ้า Nebular ยังประทับใจผมอยู่

Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 01 March 2012, 06:12:33 pm
ขอบคุณมากครับสำหรับคำติชม สงสัยผมต้องทำ Oberon อีกสักหนึ่งคู่ให้พี่ trens ไว้มาฟังเล่นที่บ้านครับ จุดเด่นของมันอยู่ที่ความสามารถในการตอบสนองสัญญาณที่ฉับไวได้ดี และมีความเพื้ยนต่ำเนื่องจากมี mid-range ที่ช่วยกันทำงานถึงสามตัวต่อข้าง ผมอยากจะขยับมาใช้ mid-range สัก 4 หรือ 6 ตัวต่อข้าง และ tweeter แบบ magneto-static สัก 2 ตัวต่อข้าง และ woofer 4 ตัวต่อข้าง แบบ super-hyper-oberon. ฟังดีไหมครับ?

ส่วน Nebula ฟังในห้องเล็กก็ได้ เพราะการออกแบบให้ตอบสนองความถี่ต่ำไม่ extreme เหมือน 3.5 centi แค่ Nebula จะสามารถแสดงสักยภาพได้ดีมากในห้องใหญ่ มันจำลองเวทีเสียง (จากแผ่น classic)  ในห้องทีปรับแต่งเล็กน้อย 6x9 metres ได้กว้างมากๆ ซ้ายขวาทะลุผนังรวมกันได้กว้างกว่า 20 เมตร clan elusive  เสียงกลางมันต่อกรกับ Oberon ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเสียงกลางแหลมมันไม่ดี แต่ Oberon ทำได้ดีกว่ามากๆครับ เพราะมันเป็น Open Baffle + 3x mid-range

ความคิดในการออกแบบ 3.5 centi คือเน้นไปในทางกระแสนิยม แบบ ออไฟล์ เบสหนักๆ แต่ไม่อืดอาด ไม่หย่อนยาน มีความกระแทกกระทั้นสูง ไม่เช่นนั้นผมคงไมทำคอให้มันยาวกว่าสามเมตรครับ โดยทั่วๆไป เมตรครึ่งก็เพียงพอแล้วครับ พอออกแบบเสียงต่ำแล้วก็มาดูว่ากลางแหลมจะทันฮอร์นไหม ก็ต้องใช้ mid-range อย่างน้อยสองตัว และ super tweeter เพื่อให้ตามเบสให้ทัน มันสวนกระแสในการออกแบบเล็กน้อย โดยมากนักออกแบบจะพยายามหา woofer ที่สามารถตาม เสียงกลางและแหลมให้ทัน แต่ 3.5 centi ต้องทำให้กลางแหลมตามเบสให้ทัน จาก concept นี้เห็นชัดว่า ห้องใต้ดินมัน dominant เป็นจุดศูนย์กลางของหลักการ ครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 02 April 2012, 04:23:18 pm
ผมมานั่งฟัง นั่งคิด เรื่องปรับแต่งเสียง 3.5 centi เพราะรู้ว่า ปรับได้ แต่ยังหาข้อคัดค้านและสนับสนุนไม่ได้ มีการลังเล ว่า จะไปทางไหนดี

หลังจากที่ผมได้เถียงกับผมตัวนอก และ ผมตัวใน เรื่องลำโพง 3.5 centi แล้ว จึงได้ผลสรุปว่า เสียงถูก กับเสียงดี มันต่างกัน ผมตัดสินใจทำเสียงดี เพราะมัน กำมาจล กว่า และอย่างน้อยมันก๊ยังให้บรรยากาศที่ใกล้ความถูกต้อง และมีคนชอบมากกว่า อีกเหตุผลหลัก และ หนักแน่นที่สนับสนุนการปรับเสียงแบบกำมาจลคือ ดอกลำโพงชุดนี้มีไว้ทำ ออไฟล์ ครับ ไม่เหมาะกับเสียงที่ ใกล้เคียงความถูกต้อง

สีกวันหนึ่ง หากผมมีพื้นที่เหลือเฟือ ผมจะทำแบบ ใกล้เคียงเสียงถูกต้อง และสามารถรองรับพวกดนตรี Freude, schöner Götterfunken หรือพวก Symphony of Thousand ได้ดี (ไม่อยากนึกขนาดหรือน้ำหนักตู้เลย) ไม่ขาดตกบกพร่องครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 02 April 2012, 04:36:15 pm
Quote from: trens on 01  March  2012, 04:27:49 pm
มีโอกาศไปฟัง ลำโพง 3.5 centi อีกครั้งหลังจากที่ คุณbhisma ปรับปรุงใหม่ เสียงชัดเจนขึ้น อาการเบสบวมหายไป
ช่วงแรกฟังแล้วเหมือน ลำโพงยังไม่พ้นเบิร์น เป็นเพราะต่อตรง แต่พอต่อผ่านปรีแอมป์ เสียงดีขึ้นอีก เบสสะอาด กลางแหลมมีรายละเอียดดี
พอลองเล่นไฟล์หนัง(ตัวอย่าง) เสียงกระหึ่มดี บรรยากาศเหมือนอยู่ในโรงหนัง

ลำโพง 3.5 centi จะโชว์ความสามารถได้ดีกว่านี้ ถ้าอยู่ในห้องฟังใหญ่ขึ้น (ห้องคุณ bhisma เล็กไปครับ)
เสียดายไม่ได้ฟัง Oberon เลยไม่รู้ว่าดีกว่า Nebular ยังไง เพราะเจ้า Nebular ยังประทับใจผมอยู่



Nebula เป็นลำโพงที่มี transmission line ถึง สามตัวต่อข้าง ซ้ายและขวาสำหรับ woofer ท่อนกลางเป็นเสียงกลางแหลมที่มีการซับเสียงหนาแน่นกว่าช่องด้านข้างทั้งสอง
ดังนั้น Nebula มันจะให้ความถี่ต่ำที่หนักแน่น ชัดเจน มันสามารถแสดงศักยภาพในห้องฟังของพี่ V ได้ดีกว่าครับ เป็นห้องที่คุญ ประเสรฺิฐ ปรับแต่งไว้ดี มีขนาดใหญ่ สัดส่วนความกว้างและยาวดีมากๆ และ Nebula สามารถจำลองเวทีเสียงได้ใหญ่มากๆ มันแผ่ทะลุผนังด้านข้างทะ้งสองด้านออกไปราวๆ สิบเมตร (A. Dvorchak, sym no. 9)

เมื่อพูดถึง oberon แล้ว มันให้น้ำหนักและปริมาณเบสส์ที่ถูกต้องกว่า แม่นยำกว่า จังหวะและไทมิ่งดี เสียงกลางมีความชัดเจนกว่า สะอาดกว่า มีความเพี้ยนน้อยกว่า Nebula ครับ อานิสวค์จาก driver เสียงกลกาง สาม ตัว และ เป็นแบบ ไร้ตู้ (open baffle) เหมาะสำหรับห้องขนาดเล็ก ขนาดกลาง
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 30 April 2012, 04:10:27 pm
ขอ up date ลำโพงครับ

หลังจากที่ผมได้นั่งฟังกับแขกและเพื่อนๆ ผมได้ตัดสินใจปรับเสียงลำโพงคู่ใหญ่ 3.5 centi อีกครั้งจนเป็นที่น่าพอใจ คือ สามารถฟังในห้องเล็กได้ จากการพิตารณาว่า เราใช้ฟังในห้องเล็กเป็นส่วนมาก หากวันหนึ่งจะต้องเปลี่ยนเป็นการใช้ฟังในห้องใหญ่ขึ้นมากๆ ก็จะปรับ กลับไปใช้ cross over network ค่าเดิม

หลังจากหรับแต้งเสียง 3.5 centi แล้วฟังพนตรีได้เพลินกว่า ผ่อนคลายกว่ามาก เพราะไม่มีเสียงต่ำที่ขาดความชัดเจนและล้นห้อง ในการปรับครั้งนี้ผมยังได้ทำให้เสียงกลาง (ขนาด 6 นิ้ว 2 ตัวต่อข้าง) มีความคมชัดขึ้นและไม่ให้ทำงานในย่านความถี่ต่ำเต็มพิกัด

ในตู้ universal horn  เป็นตู้ฮอร์นชนิดเดียวกับตู้ฮอร์นของ 3.5 centi แต่ผมใช้เป็นแบบ single driver ผมได้ถอดดอกลำโพง wigo (Vintage made in Germany) ขนาด 9 นิ้วออกแล้วใส่ fostex fe206en (ขนาด 8") แทนที่ wigo
fostex fe 206 en มีเสียงกลางและเสียงแหลมสด (จัดจ้าน) กว่า wigo มีน้ำหนักเสียงต่ำมากกว่า แต่ scale เล็กกว่า wigo  โดยรวมแล้ว wigo ให้เสียงที่น่าฟังกว่ามาก มีความไวสูงกว่า เสียงกลางและแหลมมีความนุ่มนวลและเนียน สะอาดกว่า สามารถตอบสนองเสียงต่ำได้ลึกกว่า fostex

(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/unicorn/unicorn.jpg)

(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/unicorn/tilt1.jpg)

ตัว Universal Horn นี้มี motor board ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ครับ หากวันหน้าอยากได้ bass horn หรือ bass bin เพื่อใช้งานสิงทาง สามทาง หรือมากกว่าก็จะทำได้ง่ายครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: dht_tubes on 30 April 2012, 05:39:31 pm
รอดูและรอฟังครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 11 May 2012, 04:24:15 am
ผมได้ทำ universal horns  ที่มีความยาวถึง 3.5 metres เสร็จถึง 3 คู่ คือ
1) เป็นแบบ single driver (Fostex fe206)
2) แบบ  3-way มี bass hornม เสียงกลางและ tweeter เป็น open baffle ตั้งอยู่บน bass horns
3) คือตัวที่เห็นในกระทู้นี้ตั้งแต่ต้นครับ มันเป็นลำโพงแบบ 4 ทาง มี bass horn ส่วน mid-range  สองตัว + tweeter หนึ่งตัวอยู่บนbass horn แบบตู้ปิด
ผลลัพท์เป็นไปตามความคาดหมาย เสียงต่างกันมากครับ เพราะแต่ละคู่เป็น conception ที่ต่างกันมาก ถึงแม่ทั้งสามตู้จะใช้ bass horn (universal horn) รุ่นเดียวกันท้งสิ้น

เวลานี้ขอบแบบที่สองมากที่สุดครับคือ bass horn + mid-range/tweeter แบบ OB
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 03 July 2012, 06:48:09 am
Nebula ตัวใหญ่ไม่อยู่ ไปนานแล้วครับ มี nebula S (s=small) ต่างจากตัวใหญ่ในน้ำเสียง แต่ tonal balance ใกล้เคียงกัน ทำง่ายกว่าด้วย เนื่องจากตู้ nebula เป็นตัว TDL Reference Standard Nebula S ถูก re-designed ให้มีขนาดเล็กลง แต่คณภาพไม่ได้เล็กลงไปมาก

http://youtu.be/31D-R8u2dQg

ทำเสร็จเมื่อบ่าย 13:00 น. ของวันนี้ครับ ยังไม่ได้เผา แต่ก็เป็นที่พอใจ ดั่งที่คาดการณ์ไว้ครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: trens on 03 July 2012, 02:30:45 pm
เสียงมีอนาคต ออร์แกนชัดทุกโน๊ต แต่ยังไม่มีเสียงไปบ์ต่ำออกมาสำแดง
ช่วยหาเพลงที่โชว์เสียงเบส มาลงหน่อยครับ จะรอฟัง
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 03 July 2012, 04:44:52 pm
ด้วยความยินดีครับ ผมโหลดหนังที่เข้าแสดงแบบนอกการแข่งขัน cannes เมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาเรื่อง Koyaniquatsi แต่น่าสนใจมากครับ lucas ใช้เทคนิคการตัดต่อที่ตนถนัด แล้ว Philip Glass (เคยอยู่ Wilhelm Hills) และ Brain Eno ทำดนตรีประกอบ*
ลองฟังดูครับ Clip นี้มีความถี่ต่ำราวๆ 40 Hz หรือต่ำกว่าเล็กน้อย แต่ลำโพงมันน่าจะลงได้ < 30 Hz ครับ แต่จะหาเพลงได้ยากขึ้น ที่นึกออกก็มร Also sprach Zarathustra ของ R. Strauss แต่หากลงต่ำกว่า 30 Hz ละก็ สภาพห้องและสิ่งแวดล้อมที่จะรับมือกับ 20Hzได้ ความทื่อของผนังหรือกำแพงกั้นควรมีมวลหนาแน่น 

http://youtu.be/sOKn1tek-94

* เรื่องที่สอง poqwaquatsi ก็น่าสนใจมากๆครับ ส่วนเรื่องที่สาม Koyaniquatsi 2012 นี้ยังไม่ได้ดูเต็มเรื่อง คงไม่มีใครซื้อมาฉายในบ้านเรากระมัง
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 03 July 2012, 05:46:54 pm
ลองฟังเสียงร้องครับ

http://youtu.be/YhvRNoyjMLU

ผมว่าจะหาอุปกรณ์มาอัดเสียงให้มันดีกว่านี้ ดูงบก่อนว่าคุ้มไหม
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 06 July 2012, 03:25:45 am
ข้อแตกต่างระหว่าง Nebula กับ Nebula S(-mall) มีมากคือ
ในเรื่องจำนวนของ transmission line Nebula S มีเพียง 1 Line ต่อตู้
มี mid-range และ tweeter อย่างละตัวเดียว ในตู้ปิด

Nebula (ตัวใหญ่มาก) มี mid-range ขนาด 5 นิ้วถึงสองตัวต่อลำโพง 1 ตู้ และใช้ tweeter แบบ magneto-static (ribbon) 1 ตัว มี 3 transmission lines ที่แยกออกจากกันอย่างอิสระออกจากกัน 3 ช่องต่อตู้ ช่องซ้ายและขวาเป็นเสียงต่ำ woofer ขนาด 8" ช่องกลางเป็น mid และ tweeter เรียงแบบ d'apolito



(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/nebulanoom.jpg)

Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 06 July 2012, 04:04:02 am
Quote from: bhisma on 03  July  2012, 05:46:54 pm

ผมว่าจะหาอุปกรณ์มาอัดเสียงให้มันดีกว่านี้ ดูงบก่อนว่าคุ้มไหม


เสียดาย ตาแจ๊คคงสอยไมค์ของเฮียเม้งไปแล้ว ราคาถูกมากๆ

ตัวนั้นอัดเสียงพอได้
และถ้าเทคนิคดี ก็จะอัดได้ดียิ่งขึ้น
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 06 July 2012, 05:58:47 pm
เช่นนะนก็ดีเลยครับ เชิญคุณแจ๊ค ให้มาพร้อมเครื่องอัดภาพ/เสียง และพี่ๆเพื่อนๆ มาด้วย
น่ะคุณ แจ๊ค น่ะ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: jtr on 06 July 2012, 10:16:17 pm
ยังครับพี่โค้ก
ติดต่อเฮียเม้งได้เลย...

ตอนนั้นผมยังเข้าห้องซื้อ-ขาย เว็บน้าเขียงไม่ได้ เลยลืมเลือนไปเลย
:bowdown:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 06 July 2012, 10:55:16 pm
Quote from: jtr on 06  July  2012, 10:16:17 pm
ยังครับพี่โค้ก
ติดต่อเฮียเม้งได้เลย...

ตอนนั้นผมยังเข้าห้องซื้อ-ขาย เว็บน้าเขียงไม่ได้ เลยลืมเลือนไปเลย
:bowdown:


อ้าว สวยเลยถ้าไม่โดนสอยไปก่อน

รีบโทรเลยครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 11 July 2012, 03:35:10 pm
สายมากครับของคุณเม้ง

หากเพื่อนๆ พี่ๆ คิดว่าคุ้มค่า น่าลงทุน ก็ไม่สายครับ ความคุ้มค่าในที่นี้ พิจารณาจากค่านิยมของ user ครับ เพราะuser ส่วนมากทีความเชื่อมั่นใน brand ชอบในรูปแบบ .........ผมจึง
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 06 August 2012, 04:35:09 am
ขออณุญาติใช้กระทู้นี้ ฝากเพลงจากเสียงลำโพงฮอร์นให้คุณ JTR ไว้ฟังเล่นก่อน

ผมอัดเสียงด้วยกล้องถ่ายรูป ในห้องนอนครับ จึงไม่ได้เจาะรูแขวนรูป
ดอกกลำโพงที่เห็นนี้เล็กกว่า fostex 103 ครับ ลำโพงวางกับพื้น ชิดผนัง ใช้ philips blueray disc palyer และขับด้วยแอมป์ gain card

http://youtu.be/ma4iQX-8W0w

ผมยังสงสัยว่าทำไมไฟล์มันจุเกิน 300 MB เล็กน้อย แต่ต้องเวลา up-load นานหลายชั้วโมงบน youtube หรือไฟล์ผมใหญ่เกินไป
Title: Re: My little (collective) system
Post by: jtr on 06 August 2012, 09:03:15 pm
ขอบคุณครับ
รูปเสนาะ เสียงสมาน  :heart:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 06 August 2012, 09:47:11 pm
Quote from: jtr on 06  August  2012, 09:03:15 pm
ขอบคุณครับ
รูปเสนาะ เสียงสมาน  :heart:


ผมฟังแล้วเห็นว่าจุดเด่นของฮอร์นคู่นี้อยู่ที่ scale ครับ เสียงไม่เล็กไปตาม driver
และจุดเด่นของ single driver คือมันไม่มีรอยต่อ แต่ผมชินกับลำโพง multi-ways ที่ไร้รอยต่ออยู่แล้วครับ อย่างไรก็ตาม single driver ก็ยังฟังลื่นไหลกว่าลำโพงแบบ multi-way อื่นๆอีกมากครับ ความถี่ต่อนี้ยังพอที่จะปรับแต่งได้ เวลานี้ผมเน้นเสียงกลางต่ำ ไม่ได้เน้นเสียงต่อเสียทีเดียว
การปรับแต่งจะใช้เวลาไม่เกิน 10-15 นาที ครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 07 August 2012, 03:46:13 pm
เขาทำได้ยังงัยครับ
ทั้งหมดนี่ ในราคา 4 พันเหรียญ


(http://www.nearfieldacoustics.com/images/930_kit_3.png)
http://www.nearfieldacoustics.com/Products.php#930_Kit
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 07 August 2012, 04:29:38 pm
ลำโพงคู่นี้ยังพอมีจุดเด่นอยู่อีก นอกจากไร้รอยต่อแล้ว เสียงมันยังหลุดตู้อีกด้วยครับ คือผู้ฟังจะหาแหล่งกำเนิดเสียงไม่ได้ หากปิดตา เวทีเสียงมันจะออกแนวกระทะฝรั่ง แบนๆ ไม่ใช่กระทะจีนก้มกลม
ลำโพงฮอร์นคู่นี้ต้องการแอมป์กำลังขับดีๆครับ เพราะขับยากพอควร หากหลอดเล็กๆเช่น 6L6  หรือ EL34  ควรจะออกแบบ PP หาก Single Ended แอมป์หลอดก็ควรจะเป็นพวก triode >7 วัตต์ ขึ้นไป 2A3 ไม่เหมาะ
ผมใช้ Gain Clone  #LM 3875 non inverted Voltage 18-0-18 ขับได้สบายๆครับ


Quote from: pee on 07  August  2012, 03:46:13 pm
เขาทำได้ยังงัยครับ
ทั้งหมดนี่ ในราคา 4 พันเหรียญ


(http://www.nearfieldacoustics.com/images/930_kit_3.png)
http://www.nearfieldacoustics.com/Products.php#930_Kit


เท่าที่เห็น ตัว woofer เขาเป็นเหล็กแบนๆ ปั๊มครับ ไม่ใช่โครงหล่อ อะลูมินั่ม และเสียงแหลมคล้ายๆของรถยนต์ ทั้ง woofer และ tweeter แบบนี้ บ้านหม้อมีขายมากมายครับ ราคาไม่แพง สำหรับ KIT ก็ถือว่า okay สำหรับฝรั่ง เพราะว่าค่าแรงของพวกเขาสูงมาก

แต่เขาเข้าใจ concept ดีมาก เพราะหากเขาใช้ tweeter ที่มีจานใหญ่ๆ รอบ dome ระยะการเรียง tweeter ก็จะห่างกันมากขึ้นทำให้เกิดการรบกวนได้ง่าย เป็นการรบกวนแบบ combing filtre ครับ แต่ก็สามารถแก้ได้โดยการจัดวางให้ diaphragm อยู่ชิดกันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือใช้ baffle ทรง Concave
การทำลำโพงแบบ Line Array นิยมใช้ตัว X-over ที่ 1st order หรือไม่ก็ 12 dB/OCtave ครับ ไม่จำเป็นต้องใช้ active x-over เพราะการปรับแต่งกระทำได้ยากมากๆ

Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 07 August 2012, 04:54:08 pm
ผมอยากฟังลำโพงกรวยแบบนี้มาก

เสียงอยู่นาทีที่ 9.20 ตอนต้นเห็นการผลิตด้วย
ดูแล้ว ไม่ได้ใช้อะไรพิเศษเหมือนยี่ห้อหลุดโลกอื่นๆ
แถมครอสที่ทำขายก็ราคา สามพันกว่าเหรียญ
แต่เสียงถูกหูมากครับ....ชุดละเก้าหมื่นถึงแสนเหรียญ


http://www.youtube.com/watch?v=CDuJvLOQyDI
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 07 August 2012, 05:03:48 pm
ลำโพงแบบ Line Array มีข้อดีมากมาย เช่น ความฉับไว แบบ dynamic contrast และ sweet area กว้างดี และ distortion ต่ำมากๆ น่าประหลาดใจเมื่อเราเดินเข้าใกล้ลำโพง Line Array ถึงกับเอาหูเข้าไปชิดดอกลำโพงจนแทบได้ยินเสียงจากดอกเดียว เราจะได้ยินเสียงเบามากลำโพงแต่ละดอกไม่ต้องทำงานหนัก ดังนั้นความเพื้ยนก็จะต่ำลงเป็นเงาตามตัว หากถอยออกห่างเสียงจะดังขั้นมาก เพราะเราจะได้ยินทุกๆดอกทำงานร่วมกัน

ไม่ใช่ว่าลำโพงชนิดอื่นๆจะขาด Dynamic แต่หากกล่าวถึง dynamic contrast แล้ว นี่แหละที่มันทำได้ดีมากๆ ทำให้การฟังดนตรีจากเครื่องเสียงที่สามารถผ่อนหนัก ผ่อนเบา ได้ มีรสชาดที่ดีขึ้นมาก น่าฟังกว่ามาก
ผมอยากจะทำขึ้นมาอีกสักคู่ แต่ source ดอกลำโพงของผมก็จะหมดไปมาก และผมยังไม่มีเจตนาจะสั่งล๊อตใหม่ในอนาคตอันใกล้ อยากเก็บไว้ใช้ เลยลังเลอยู่

หากจะทำขึ้นมาสักคู่หนึ่ง ส่วนมากเขาจะใช้ tweeter จำพวก ribbon tweeter มาใช้ทำลำโพง Line Array เพราะขจัด combing filtre ได้ดีกว่า dome tweeter หากมีจานล้อมรอบ dome แต่ไม่เกี่ยวกับ dynamic ส่วน woofer ไม่นิยมใช้ขนาดใหญ่ แต่ใช้ขนาดกลางๆ 4-6 นิ้ว ก็พอแล้วครับ หลายๆดอกรวมกันก็ผลักดันอากาศได้มากไม่แพ้ woofer ขนาดใหญ่
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 07 August 2012, 05:33:35 pm
(http://www.positive-feedback.com/Issue23/cesdc/205.jpg)

ตัวจริงราคา 16K คงไม่รวมถังกลมที่เป็นซับสองลูกด้วย
ลำโพงรถยนตร์จะใช้ได้ใหมครับ ราคาถูกดี
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 07 August 2012, 09:59:48 pm
ได้ครับ จะมีกี่ Ohm หรือจะใช้ดอกลำโพงกี่ ohm ก็ได้ครับ เพราะเราต้องนำหลายๆดอกมาต่อแบบอนุกรม ผสมกับ แบบขนาด ไปๆ มาๆ จนกว่าจะได้ impedance ที่เราต้องการ และของเขานี้ woofer คล้ายๆ "Full-range" ขนาด 4 นิ้วติดรถ และ tweeter ก็คล้ายกับของรถยนต์ที่แถวๆ เสา A ครับ

เพียงแค่คิดจะทำก็สนุกแล้วครับ เริ่มจะตัวร้อน มีไข้นิดส์ๆ เดี๋ยวหากพี่พีโต้ตอบกลับมาอีกสักสองบรรทัด หัวผมร้อนขึ้นอีก และอาจต้องกินยาจำพวกแม่เหล็กผสม composite และ MDF จึงจะหายครับ

แต่จะว่าไปแล้วำโพง centre ของเขาวางไม่ถูกหลัก ที่จริงมันควรจะวางในแนวตั้งเพื่อลด inteferrence หากไม่เช่นนั้น ใช้ phantom centre น่าจะดีกว่าครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: blackmore on 07 August 2012, 10:35:45 pm
อยากเห็นอยากฟังครับ    :supergrin: :supergrin: :supergrin:

ลุยเลยครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: dht_tubes on 07 August 2012, 10:40:25 pm
Quote from: blackmore on 07  August  2012, 10:35:45 pm
อยากเห็นอยากฟังครับ    :supergrin: :supergrin: :supergrin:

ลุยเลยครับ


ช่างยุจริงนะท่าน
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 07 August 2012, 10:47:45 pm
ผมเสนอ 1 แท่ง มี 3 แนว
เพื่อให้ได้ทุ้มที่ไม่ต้องพึ่งซับ
คือวูฟเฟอร์ 4 นิ้วสองเแถว ตรงกลางเป็นทวีทเตอร์
วูฟเฟอร์สัก 9 ดอก รวม 18 ดอก
ทวิทเตอร์ 18 ดอก






โอย อยากได้ยินจังเลย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: blackmore on 07 August 2012, 10:55:33 pm
(http://www.transtec.nl/images/McIntosh/xrt2k.jpg)

(http://www.thestereoshop.com/assets/equipmentPhotos/mcintoshPhotos/macSpeakersAll_1.jpg)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: dht_tubes on 07 August 2012, 10:56:34 pm
เอารูปมาลง จะให้ใครซื้อ

อ๋อ ท่านจะซื้อนั่นเอง มาเมื่อไหร่ไปฟังหน่อยนะ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: blackmore on 07 August 2012, 10:59:06 pm
Quote from: dht_tubes on 07  August  2012, 10:56:34 pm
เอารูปมาลง จะให้ใครซื้อ

อ๋อ ท่านจะซื้อนั่นเอง มาเมื่อไหร่ไปฟังหน่อยนะ


ผมขายฮอนได้ละ  กำลังเล็งตัวใหม่   รอบนี้เอาสูงๆ อวบๆ พองๆ ไม้เอาละ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: dht_tubes on 07 August 2012, 11:03:56 pm
สูงๆ อวบๆ พูดถึงไรอ่ะ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: jtr on 08 August 2012, 12:25:03 am
เราชอบดอกเดียวก็เสียวแย่
พรรคพวกเลยไปหลายดอกแระ....  :'(
Title: Re: My little (collective) system
Post by: dht_tubes on 08 August 2012, 01:03:15 am
เค้าเรียกว่าชอบแบบ

multi - single driver ครับพี่ jtr
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 08 August 2012, 02:42:04 am
ปัญหาหลักของผมในเวลานี้ หากทำ line array แล้ว นอกจากจำนวนดอกลำโพงที่ต้องมาจมอยู่ในลำโพงเพียง ๑ คู่แล้ว ยังไม่มีที่จะตั้งวางอีก ที่บ้านผมแน่นจนไม่มีที่ว่างเลยครับ

ผมตั้งใจอยากจะทำมานานแล้วครับ ตัวแรกที่ทำก็หลายปีแล้ว เป็น OB
(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/dipolseriesgarten.jpg)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: trens on 08 August 2012, 03:35:33 am
ผมชอบลำโพงผอมสูง ที่ให้เสียงอวบอิ่ม ... โดยปราศจากการรบกวน ของราคาที่อวบอ้วน
Title: Re: My little (collective) system
Post by: trens on 08 August 2012, 03:41:12 am
สำหรับลำโพงอ้วนใหญ่ เสียงหนักแน่น ... ราคาผอมบาง (ณ จุดขาย) ต้องอันนี้ครับ
http://www.ebay.com/itm/120958938426?ssPageName=STRK:MEWAX:IT&_trksid=p3984.m1423.l2649
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 08 August 2012, 04:35:13 am
Quote from: trens on 08  August  2012, 03:41:12 am
สำหรับลำโพงอ้วนใหญ่ เสียงหนักแน่น ... ราคาผอมบาง (ณ จุดขาย) ต้องอันนี้ครับ
http://www.ebay.com/itm/120958938426?ssPageName=STRK:MEWAX:IT&_trksid=p3984.m1423.l2649


ถูกกว่าแผ่นเสียงบางแผ่นอีกนะเนี่ย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: dht_tubes on 05 September 2012, 06:41:10 pm
คุณ bhisma มีทดลอทำลำโพงแนวสำหรับใช้กับชุดโฮมฯ มั่งมั๊ยครับ

ผอมๆ หน้าแคบๆ และ เซอร์ราวน์ติดผนัง 7.1 ทำนองนี้ครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: klao on 05 September 2012, 06:58:11 pm
Bryston ที่ผลิตแอมป์กับอุปกรณ์อื่น ๆ เพิ่งเริ่มเข้ามาทำลำโพงขายกะเขาเหมือนกันครับ

ผมเอาลิ้งค์แมาแปะให้อ่านกัน ว่าแนวคิดกับขั้นตอนในการพัฒนาลำโพงเขาเป็นยังไง อาจจะน่าสนใจสำหรับพี่ ๆ เพื่อน ๆ

http://www.audiocircle.com/index.php?topic=97007.80
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 05 September 2012, 07:28:09 pm
Quote from: klao on 05  September  2012, 06:58:11 pm
Bryston ที่ผลิตแอมป์กับอุปกรณ์อื่น ๆ เพิ่งเริ่มเข้ามาทำลำโพงขายกะเขาเหมือนกันครับ

ผมเอาลิ้งค์แมาแปะให้อ่านกัน ว่าแนวคิดกับขั้นตอนในการพัฒนาลำโพงเขาเป็นยังไง อาจจะน่าสนใจสำหรับพี่ ๆ เพื่อน ๆ

http://www.audiocircle.com/index.php?topic=97007.80


เง้อ....
ต้องเป็นมาชิกง่ะ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: klao on 05 September 2012, 08:48:41 pm
เอ้า..ลืมไป ขออภัยครับ

เดี๋ยวจะ PM ให้พี่ pee และท่านที่สนใจอ่าน ใช้ username กับ password ผมได้ครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 05 September 2012, 10:33:26 pm
Quote from: klao on 05  September  2012, 08:48:41 pm
เอ้า..ลืมไป ขออภัยครับ

เดี๋ยวจะ PM ให้พี่ pee และท่านที่สนใจอ่าน ใช้ username กับ password ผมได้ครับ


ขอบคุณน้องเกล้าครับ

เข้าไปอ่านแล้ว....
ถอยกีดีฝ่า ความรู้เราไม่พอ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 27 September 2012, 08:14:38 am
พี่ trens ได้แวะมาเยี่ยมที่บ้านเทื้อเสาร์ที่ผ่านมาผมเลยชวนพี่เขาฟังลำโพงคู่ที่ดีที่สุดในขณะนั้น ซึ่งก็คือ Nebula S พี่เชาก็ชอบมากกว่าก่อนปรับเสียง ผมจะปรับเสียงเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลัง burn in เรียบร้อยแล้วเท่านั้น เพราะเสียงมันจะนิ่งกว่า พี่ trens บอกว่าเสียงมันไม่แพ้ Nebula หลังจากนั้นเราก็ได้ฟัง 3.5 centi มันก็ยังคงไม่เหมาะสำหรับห้องเล็ก ถึงแม้เบสมันฟังดีขึ้นมากในห้องเล็กหลังปรับเสียงเบสแล้ว แต่ก็ยังต้องปรับเสียงกลางและเสียงแหลมอีก
วันนี้ผมมานั้งฟังคนเดียวแล้วคิดว่า ลำโพงที่ดีที่สุดก็ยังไม่น่าฟัง เลยปรับเสียง 3.5 centi เสร็จเมื่อเย็น นั่งฟังแล้วจนถึงเวลานี้ผมยังไม่อยากลุกเลย ฟังมาหกชั่วโมงต่อเนื่องแล้ว ฟังอะไรก็ดีไปหมด ส่วนมากเป็น organ and trumpet จะว่าปรับเสียงก๋ไม่เชิง เพราะผมเปลี่ยน concept ใหม่ทั้งหมด x-over ก็ต้องเปลี่ยนหลังจากเปลี่ยนเสียงกลางแหลม ตัว bi-radial horn นี้น่าฟังมาก มันไวราวๆ 97 dB และเล่นตั้งแต่ 500-20,000 Hz
(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/3%20midi%20centi/P1012784.jpg)
กลายเป็นลำโพงสองทางแบบฮอร์น 100% แล้วครับ และเล่นได้หมด ทั้ง classical music, pop, jazz, blues, r&b etc.
Title: Re: My little (collective) system
Post by: dht_tubes on 27 September 2012, 08:45:07 am
อยากฟังจริงๆเลย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 27 September 2012, 02:51:11 pm
ท่าน dht_tubes เชิญครับ ผมอยากได้รวามเห็นจากทุกท่านครับ

ฮอร์นตัวนี้ทำได้มากกว่าที่เห็นอีกมากครับ มันมีความสะอาดและฉับไวมากๆ หากลงตัวเสียงมันดีมาก มันมีความแม่นยำ มี harmonic ของชิ้นดนตรีที่หลากหลายครับ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดีด สี ตี หรือเป่า ก็ตามแต่

ดอกลำโพงที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ห่างไกลมันมาก กล่าวคือ ดอกลำโพงอื่นๆอาจจะให้ harmonic ของเส้นสายได้ดี แต่พอฟังเครื่องเป่าแล้วจะมีความใกล้เคียงน้อยกว่าเส้นสาย คือพอจะมีอยู่บ้างและยังฟังออกว่าเป็นเครื่องดนตรีชนิดเป่าแบบไหน แต่ ไม่ชัดเจน หรือกลับกันคือ ใกล้เคียงเครื่องเป่า แต่แยกเส้นสายได้ยาก กว่าจะฟังออกว่าเป็น violin หรือ viola นี่ต้องใช้เวลาพอควร
หากปรับเสียงไม่ถูก เครื่องเส้นสายจะกลายเป็น synthesizer ไปเลย ฯ เช้นนี้มาฟังก็ยังหลงไหลของเสียงที่ดี มันมาแบบสบายๆ ลอยมาพร้อมน้ำหนักที่พอดีๆ ทำงานเข้ากับตู้ bass bin 3.5 metre back loaded horn ได้อย่างกลมกลืน เป็นเสียงที่ effortlessness ทุกย่านครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: jtr on 27 September 2012, 03:35:32 pm
มิน่า พี่นรินทร์ถึงบอกให้ ผมเก็บเบสในห้องผมให้เรียบร้อยหน่อย มันห่างจากของพี่โค้กนี่เอง แง :'(
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 27 September 2012, 03:51:45 pm
Quote from: jtr on 27  September  2012, 03:35:32 pm
มิน่า พี่นรินทร์ถึงบอกให้ ผมเก็บเบสในห้องผมให้เรียบร้อยหน่อย มันห่างจากของพี่โค้กนี่เอง แง :'(


มันอาจจะมาจาก room mode ก็ได้ครับ มุมเฉียงสองมุมจะมีเบสมากเกินไป แะอีกสองมุมเฉียงพร้อมกลางห้องเรามักจะไม่มีเบสในห้องขนาดกลาง เราไม่จำเป็นต้องปรับแตง acoustic treatment ก้ได้ หากเรา "จัดวาง" ตำแหน่งลำโพงได้ดี ผมใช้วิธีที่บรรยายใน dpols ช่วยครับ
พี่นรินทร์ติเพื่อฝ่อกระมัง ๕๕๕ ท่าน เจได ลองมาฟังตัว 3.5 นี่ดูครับ

Dipole / Ri-pole Project for everyone
ผมเคยทำ bass bin แบบ ri-pole แล้ว ผมว่าน่าฟังไม่แพ้กัน ทำง่ายกว่า แต่ต้องใช้ 15 หรือ 18" สองดอกต่อข้าง  แบบ stereo ก็ 4 ดอกทั้งหมด และ 12"  ข้างละตัว on top of that.... จะใช้ Bi radial Horn หรือ round tractrix 320 Hz อีก 1 คู่ .......
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Witti on 27 September 2012, 05:31:09 pm
ทิ้งไซแอนไกลไหมครับ  :thumbup:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 27 September 2012, 08:48:55 pm
CYAN เป็นลำโพงที่ดี ฟังได้สนุกสนาน โดยเฉพาะ lower-mid ลงมา แต่  ถึงแม้จะ up-gradeCYAN ให้ไปได้จนถึงชีดจำกัดเช่น
๑) เปลี่ยน tweeter
๒) ปรับ Crosss-over network แต่จะต้องใช้ปแอมป์ที่มีกำลังสำรองมากๆครับ

โดยรวมแล้วคุณภาพเสียงจะดีขึ้น ดร. ชุมพล เคยเขียนใน review ว่าหาก CYAN ได้ tweeter ดีๆ คุณภาพเสียงจะอยู่ในระดับ High End แต่ก็ไม่สามารถต่อกรกับ 3.5 centi + bi- radial horn นี้ได้ครับ ไม่ได้ในทุกๆย่านความถี่, dynamic contrast, impact, airy, liveliness,  SPL etc.    และน้ำเสียง ผมไม่สามารถฟังเบาๆได้เลยครับ อยากเร่งเสียงฟังดังๆตลอดเวลาเพราะสนุกสนานมากครับ แบบว่าฟังไปก็ส่ายตัวไป หรือขยับเท้าตากจังหวะ
สิ่งที่ทัดเทียมกันคือ ดุลน้ำเสียง ความไร้ตัวตน image, focus, ความต่อเนื่อง ลื่นไหล ไร้รอยต่อแบบเป็นเนื้อเดียวกัน

อย่างที่เขียนไว้ครับว่าลำโพงดอกที่ผมนำเข้าขนาด 5", 6" และ 8" ไม่สามารถเทียบกับมันได้ มัน out of league ครับ
สิ่งที่ผมชอบในขณะนี้คือตัว passive x-over network มันอยู่นอกตู้ เล่นกลได้ไม่สิ้นสุด ทดลองได้แบบไม่ยุ่งยาก http://youtu.be/uT3G7hwgp7Q
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pakorn on 28 September 2012, 01:10:38 am
เห็นแล้ว 'น้ำลายไหล' ครับพี่ ...

หวังว่าวันนึงคงมีวาสนา ..
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 29 September 2012, 12:52:02 am
ตั้งต่ที่ได้นำดอกลำโพงเสียงกลางและแหลมที่อยู่ในตู้บนออก แล้วใช้ bi radial horn แทนที่ รู้สึกว่ามันคุ้มค่ามากๆครับ ถึงแม้ฮอร์นคู่จะมีราคาสูงกว่าดอกลำโพงเสียงกลางและแหลม 6 ตัวรวมกันก็ตามแต่ เสียงมันออกมาได้อย่างอิสระมากครับ รวมทั้งตัว Woofer ที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากกว่า x-over  ชุดเดิม กลายเป็น bass ที่ทรงพลังและห้องฟังก็ไม่ได้เล็กเกินไปอีกแล้วครับ
ส่วน tonal balance ดีขึ้นมาก กลายเป็นฮอร์นชุดไปเลยครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: trens on 29 September 2012, 02:21:40 am
ต้องชักชวนกันไปฟัง เจ้า3.5 centi เมื่อได้การแปลงร่างด้วย bi- radial horn ... คนทำถึงกับเคลิ้ม ทีนี้ถึงรอบคนฟังล่ะ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 29 September 2012, 06:25:45 am
ผมกำลัง renovate ห้องครับ  รอให้เสร็จก่อนดีไหมครับ ส่วน B&O มารับเมื่อไรก็ได้ครับพี่ นรินทร์
Title: Re: My little (collective) system
Post by: sw on 29 September 2012, 08:37:03 pm
ยังไม่ได้นัดไปรับดอกลำโพงคุณภีษมะเลยครับ  <_<

จะแวบไปเร็วๆนี้แหละครับ อยากลองฟังฮอร์นด้วย ถ้าเกิดติดใจฮอร์นขึ้นมา แล้วจะทำ line array ยังไงดีให้สู้กับฮอร์นได้ล่ะครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 30 September 2012, 12:21:48 am
ที่จริงแล้ว Line Array มันก็มีดี แต่ต่างกับออร์นมากๆ tractrix horn ทำให้ดล่น Classical ได้นั้นยากแสนสาหัส แต่เมื่อแต่งได้แล้วก็นับว่าเป็นลำโพงที่ดีมากๆ
ห่กจะทำ line array ดีๆ ต้องลงทุนกับ ribbon tweeter ราวๅ 20-24 ตัว.....ฯลฯ ตัวตู้ก็นับว่าแพงกกว่าตู้ธรรมดาหลายเท่าเพราะต้องเจาะและแต่งรูฝังดอกลำโพง 50-60 ตัว เพราะต้องทำเป็นลำโพงสองทางเป็นอย่างน้อย ฉุกเฉินอย่างไรก็ต้องใช้ sub มาช่วยอีกแรงหนึ่ง ผมไม่ร฿ู้ว่าห้องฟังคุณ  SW ใหญ่มากไหมครับ

ตั้งงบไว้ได้เลย 250K เป็นอย่างต่ำ หากได้ ribbon จีนก็ถูกลง แต่ผมว่าไม่คุ้มเพราะเคยฟังเทียบกับ ribbon ที่จีนผลิตให้ฝาหร่างแล้ว ต่างกันมากครับ

งบต่ำลงมาแต่เสียงดีก็พวก 15-18 นิ้ว ความไวราวๆ 97-100 dB + horn งบเพียง ราวๆ ครึ่งของ Line array ครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: sw on 30 September 2012, 01:24:42 am
Quote from: bhisma on 30  September  2012, 12:21:48 am
ที่จริงแล้ว Line Array มันก็มีดี แต่ต่างกับออร์นมากๆ tractrix horn ทำให้ดล่น Classical ได้นั้นยากแสนสาหัส แต่เมื่อแต่งได้แล้วก็นับว่าเป็นลำโพงที่ดีมากๆ
ห่กจะทำ line array ดีๆ ต้องลงทุนกับ ribbon tweeter ราวๅ 20-24 ตัว.....ฯลฯ ตัวตู้ก็นับว่าแพงกกว่าตู้ธรรมดาหลายเท่าเพราะต้องเจาะและแต่งรูฝังดอกลำโพง 50-60 ตัว เพราะต้องทำเป็นลำโพงสองทางเป็นอย่างน้อย ฉุกเฉินอย่างไรก็ต้องใช้ sub มาช่วยอีกแรงหนึ่ง ผมไม่ร฿ู้ว่าห้องฟังคุณ  SW ใหญ่มากไหมครับ

ตั้งงบไว้ได้เลย 250K เป็นอย่างต่ำ หากได้ ribbon จีนก็ถูกลง แต่ผมว่าไม่คุ้มเพราะเคยฟังเทียบกับ ribbon ที่จีนผลิตให้ฝาหร่างแล้ว ต่างกันมากครับ

งบต่ำลงมาแต่เสียงดีก็พวก 15-18 นิ้ว ความไวราวๆ 97-100 dB + horn งบเพียง ราวๆ ครึ่งของ Line array ครับ


:oops: งบชักจะบานปลาย เดี๋ยวจะไปกันใหญ่ ต้องถามพี่พีก่อน ว่ายังอยากได้ line array ตามแบบที่คุยกันรึป่าว เพราะผมยังคิดว่าแค่ทำมาลองฟังเป็นประสบการณ์เท่านั้น แล้วจะส่งไปแลกกับไฟล์บางแวก คือว่าผมยังคิดว่าผมน่าจะชอบ 3a ที่ฟังอยู่มากกว่า เพราะเล่นได้ทุกแนว เบสก็ดีมากๆ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 30 September 2012, 02:13:16 am
Quote from: sw on 30  September  2012, 01:24:42 am
Quote from: bhisma on 30  September  2012, 12:21:48 am
ที่จริงแล้ว Line Array มันก็มีดี แต่ต่างกับออร์นมากๆ tractrix horn ทำให้ดล่น Classical ได้นั้นยากแสนสาหัส แต่เมื่อแต่งได้แล้วก็นับว่าเป็นลำโพงที่ดีมากๆ
หากจะทำ line array ดีๆ ต้องลงทุนกับ ribbon tweeter ราวๅ 20-24 ตัว.....ฯลฯ ตัวตู้ก็นับว่าแพงกกว่าตู้ธรรมดาหลายเท่าเพราะต้องเจาะและแต่งรูฝังดอกลำโพง 50-60 ตัว เพราะต้องทำเป็นลำโพงสองทางเป็นอย่างน้อย ฉุกเฉินอย่างไรก็ต้องใช้ sub มาช่วยอีกแรงหนึ่ง ผมไม่ร฿ู้ว่าห้องฟังคุณ  SW ใหญ่มากไหมครับ

ตั้งงบไว้ได้เลย 250K เป็นอย่างต่ำ หากได้ ribbon จีนก็ถูกลง แต่ผมว่าไม่คุ้มเพราะเคยฟังเทียบกับ ribbon ที่จีนผลิตให้ฝาหร่างแล้ว ต่างกันมากครับ

งบต่ำลงมาแต่เสียงดีก็พวก 15-18 นิ้ว ความไวราวๆ 97-100 dB + horn งบเพียง ราวๆ ครึ่งของ Line array ครับ


:oops: งบชักจะบานปลาย เดี๋ยวจะไปกันใหญ่ ต้องถามพี่พีก่อน ว่ายังอยากได้ line array ตามแบบที่คุยกันรึป่าว เพราะผมยังคิดว่าแค่ทำมาลองฟังเป็นประสบการณ์เท่านั้น แล้วจะส่งไปแลกกับไฟล์บางแวก คือว่าผมยังคิดว่าผมน่าจะชอบ 3a ที่ฟังอยู่มากกว่า เพราะเล่นได้ทุกแนว เบสก็ดีมากๆ


เจอตัวเลข 250k มึน.... :dizzy:
เพราะว่าที่เพิ่งคุยกันไปจนนัดจะไปรับกรวยลำโพงนี่มันดอกละไม่กี่สิบบาทไม่ใช่หรือครับ
ขออนุญาตโคทข้อความเดิมมาลงนะครับ


Quote from: bhisma on 19  September  2012, 05:48:26 pm
(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/Sammelsurium/P1012759_zpse9c194d5.jpg)

Sorry for late reply as I had to think it through and again and etc. I have come up with 20X2 mini full-rangers. Each one costs 50.00 Bht x 40 = 2K. I have those 40 loudspeakers intended to build during winter hibernation lol! These loudspeaker units are really amazing to listen to. And they can stand such SPL and still sing beautifully. If 20 of them working together I think they can move lots of air and create bass adequately. Naturally, you cannot expect a cellar deep bass.
A 16mm thickness of a MDF sheet coast ca. 500 Bht. And the closed enclosure should have 12 x 12x120 cm.
For a 2.5K D.I.Y line source loudspeaker I think they unbeaten.

If I were you I would couple it direct. A step forward, I would connected them both ways, in series and parallel in order to keep your impedance properly.
Otherwise, you can have your filtre= C+R+L parallel parallel with eachother.
C = 6.5 mF
R ~ 4.5- 8 Ohm
L~0.68 mH
and couple them to + pole in series.


Quote from: bhisma on 19  September  2012, 11:33:48 pm
ผมมีเพียง 40 ตัวครับ
เนื่องจากคุณ sw มีความสนใจ ผมขอให้รายละเอียดเพิ่มเติมเล็กน้อยว่า ขอบ surround เป็นยาง ดูดี มี phase plug เทียม แปลว่ามันขยับตัวตาม diaphragm แต่อย่าไปสนใจทางด้านนี้เลยครับ เสียงมันใช้ได้ ดีเกินราคาค่าตัว และใน line array มันจะทำงานเบามากๆ 20 ตัวที่ช่วยกันทำงานเราแทบจะไม่เห็นการขยับตัว
ตู้ควรจะมี V ราวๆ >18 <= 25 litres ครับ
Volume 12x12x120 วัดจากด้านในถือว่าเล็กสุดแล้วครับ ไม่ควรทำให้เล็กไปกว่านี้ ผมจะขอแนะนำให้ได้ราวๆ 22 litres

หากพี่พีและพี่ trens ไม้ขัดข้อง ผมขอ exclusive right ให้คุณ sw ก่อนได้ไหมครับ


ดูเหมือนตอนนี้จะคุยกันคนละประเด็นแล้วหรือเปล่าครับ
ถ้างบ 250Kขึ้นไป ผมสลบครับ ไม่มีกำลังทรัพย์ขนาดนั้น
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 30 September 2012, 03:16:55 am
ใช่ครับ ผมว่ามัน go so big
ผมตอบ-ถามเรื่อง Line Array ที่ไม่แพ้ Bi-radial Horn คือ line array ที่ใช้ woofer สัก 2 โหลและ ribbon tweeter สัก 20 ตัว แบบสองทาง

ที่ถามตอบกันในกระทู้คุณ SW มันเป็น mini line array ใช้ดอก 3" x 40 pcs. ที่ผมหยิบยื่นให้เพื่อนสมาชิกในบอร์ดครับ  ต่างเรื่องกันครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 30 September 2012, 03:29:58 am
Quote from: bhisma on 30  September  2012, 03:16:55 am
ใช่ครับ ผมว่ามัน go so big
ผมตอบ-ถามเรื่อง Line Array ที่ไม่แพ้ Bi-radial Horn คือ line array ที่ใช้ woofer สัก 2 โหลและ ribbon tweeter สัก 20 ตัว แบบสองทาง

ที่ถามตอบกันในกระทู้คุณ SW มันเป็น mini line array ใช้ดอก 3" x 40 pcs. ที่ผมหยิบยื่นให้เพื่อนสมาชิกในบอร์ดครับ  ต่างเรื่องกันครับ


แปลว่า ที่คุยในกระทู้นี้ คือต้องใช้งบ 250K ขึ้นไป
จึงจะสร้าง line array ที่เอาชนะลำโพงตัวใหม่ Bi-radial Horn นี้ได้ ใช่ใหมครับ


อ้อ...โล่งใจ
ผมว่า 3 นิ้ว 20 ตัวก็เท่ากับ 60 นิ้ว เท่ากับ เมตรครึ่ง
ถ้ายืดระยะระหว่างดอกออกไปได้ บวกฐานแล้วก็น่าจะ 1.6 เมตร
น่าจะส่งเสียงเต็มห้องได้โดยมีคุณภาพเสียงที่น่าทึ่ง


แบบนี้จะเป็นมินิ หรือไมโครผมก็ไม่รังเกียจครับ
เฮียหวังรีบไปรับไดรเวอร์เลย เดี๋ยวบานอีก


55555
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 30 September 2012, 04:14:19 pm
นับหนึ่งถึงสาม หากยังไม่มา....

พี่พีจะได้ exclusive right

หนึ่ง....
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 30 September 2012, 04:34:31 pm
Quote from: bhisma on 30  September  2012, 04:14:19 pm
นับหนึ่งถึงสาม หากยังไม่มา....

พี่พีจะได้ exclusive right

หนึ่ง....


ผมช่วยนับ

ส อ ง





ส....

:ahha:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 30 September 2012, 05:51:19 pm
คุณ SW เร็วๆเข้า พี่พีเอาจริงน่ะ แต่ผมว่าทำออกมาแล้ว คุณคิดว่าฟัง AR ดีกว่า แต่จะทำเพื่อแลกแผ่นกับพี่พี ผมขอ permission พี่พีให้มอบบางแวกให้คุณ SW แล้วผมใทำลำโพงให้พี่พีแทน  ผมเสียดายลำโพงมากๆ เห็นว่าดอกละ 50 แล้วมันไม่ดี บางครั้งราคามันไม่ได้บอกอะไรเรามาก

พวกเราเคยฟังแล้ว ใช้ดอกเดียวในการรับฟัง โดยนำสายลำโพงจากแอมปมาแตะไว้ เสียงที่ได้รับแบบลอยๆนั้นฟังดีกว่าลำโพงที่ผลิตมาเพื่อนัก diy บางยี่ห้อ

ergo 2.333339845839992084
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 30 September 2012, 06:36:53 pm
Quote from: bhisma on 30  September  2012, 05:51:19 pm
คุณ SW เร็วๆเข้า พี่พีเอาจริงน่ะ แต่ผมว่าทำออกมาแล้ว คุณคิดว่าฟัง AR ดีกว่า แต่จะทำเพื่อแลกแผ่นกับพี่พี ผมขอ permission พี่พีให้มอบบางแวกให้คุณ SW แล้วผมใทำลำโพงให้พี่พีแทน  ผมเสียดายลำโพงมากๆ เห็นว่าดอกละ 50 แล้วมันไม่ดี บางครั้งราคามันไม่ได้บอกอะไรเรามาก

พวกเราเคยฟังแล้ว ใช้ดอกเดียวในการรับฟัง โดยนำสายลำโพงจากแอมปมาแตะไว้ เสียงที่ได้รับแบบลอยๆนั้นฟังดีกว่าลำโพงที่ผลิตมาเพื่อนัก diy บางยี่ห้อ

ergo 2.333339845839992084


หึหึ


แกพูดปลอบใจตัวเองมากกว่าน่ะครับ

ทำนองว่า ท่านผู้เฒ่าที่บ้านก็มีดีอยู่...เวลาส่งต่อให้ผม จะได้ไม่เสียดายมาก



ฮา

ที่จริงโปรดเจคนี้ อาจจะใช้เป็นโชวเคสที่ดีทีเดียว
คือมันจะช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า ลำโพงมาจาก "คน" ไม่ใช่มาจาก "วัตถุ"
มันมีเสียงเพราะคนทำให้มันส่งเสียง

และเสียงของมันดีเลวไปตามหูของคนทำ


จบข่าว
Title: Re: My little (collective) system
Post by: sw on 30 September 2012, 09:17:11 pm
Quote from: pee on 30  September  2012, 04:34:31 pm
Quote from: bhisma on 30  September  2012, 04:14:19 pm
นับหนึ่งถึงสาม หากยังไม่มา....

พี่พีจะได้ exclusive right

หนึ่ง....


ผมช่วยนับ

ส อ ง





ส....

:ahha:


ยังไม่นับสามนะครับ..... ขอสงวนสิทธิ Q1 ผมขอทำตู้ตามเดิมครับ   :hb:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 30 September 2012, 09:48:00 pm
มีนับถึง.....3

โปรเจกลำโพงไลน์แอร์เรย หรือศึกมวยปล้ำอ่ะครับ... :rof:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 01 October 2012, 12:55:35 am
ระฆังช่วยไว้ครับ :dizzy:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: trens on 01 October 2012, 03:48:15 am
วันนี้ไปรับลำโพง B&O ที่คุณภีษมะช่วยซ่อมให้ นอกจากเลี้ยงกาแฟแล้ว ยังมีโอกาสได้ฟัง 3.5 centi ที่แปลงร่างด้วย bi- radial hornด้วย
เบสที่ฟุ้งบวมหายไปหมด คราวนี้มีความคมชัดทุกย่านเสียงโดยมีเสียงกลางที่เข้มข้นเป็นฐาน

ฟังยูทู๊ปวงขนาดกลางแม้มีดับเบิ้ลเบสดัวเดียว แต่เด่นชัดไม่ถูกวงกลบหาย
ฟังแจ๊สนำโดยคาริเน๊ต ได้ยินเสียงลมผ่านตัวคาริเน๊ตมาออกที่ปลายด้วย (งวดหน้าต้องเอาEiji ที่อัดที่บ้านคุณหมอติดไปฟังด้วย)
ความชัดทำให้เลือกฟังดนตรีแต่ล่ะชิ้นที่เล่นได้สบาย ... แต่ด้วยความไบอัสของผม ผมยังชอบเนบบิวล่ามากกว่า ทั้งที่คมชัดสู้ 3.5 centi ไม่ได้

แนะนำให้หาโอกาสไปฟังครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 05 October 2012, 04:01:12 am
This here shows place where I got inspiration for speaker building, where art  and technology combines and blended into one and only.

http://youtu.be/9dripKduKX4
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pakorn on 05 October 2012, 07:30:55 am
Quote from: trens on 29  September  2012, 02:21:40 am
ต้องชักชวนกันไปฟัง เจ้า3.5 centi เมื่อได้การแปลงร่างด้วย bi- radial horn ... คนทำถึงกับเคลิ้ม ทีนี้ถึงรอบคนฟังล่ะ


วันนี้ได้มีวาสนาไปฟังมา แถมโดนเลี้ยงข้าวเย็นด้วย .. (แกงขี้เหล็ก .. อร่อย)
เคลิ้มไปแล้วครับ ..... เฮ้อ อยากเอามันกลับบ้านจังเลยคู่นี้
ฟังเป็นชั่วโมงๆ แล้วยังไม่เบื่อไม่ล้าที่จะฟังเลย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Krairerk on 05 October 2012, 07:52:40 am
Quote from: pakorn on 05  October  2012, 07:30:55 am
Quote from: trens on 29  September  2012, 02:21:40 am
ต้องชักชวนกันไปฟัง เจ้า3.5 centi เมื่อได้การแปลงร่างด้วย bi- radial horn ... คนทำถึงกับเคลิ้ม ทีนี้ถึงรอบคนฟังล่ะ


วันนี้ได้มีวาสนาไปฟังมา แถมโดนเลี้ยงข้าวเย็นด้วย .. (แกงขี้เหล็ก .. อร่อย)
เคลิ้มไปแล้วครับ ..... เฮ้อ อยากเอามันกลับบ้านจังเลยคู่นี้
ฟังเป็นชั่วโมงๆ แล้วยังไม่เบื่อไม่ล้าที่จะฟังเลย


แหม ไปฟังไม่ชวนกันเลย พี่ pakorn

ปล. คราวหน้างานไหน นัดน้องไอซ์ อย่าลืมบอกนะครับ ไม่พลาดแน่ๆ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 05 October 2012, 08:03:07 am
มาลุ้นกันว่า ระหว่าง หมอ K กับเจ้าไดเร็ขฮีท
ใครจะได้ฟัง voex ก่อนกัน
Title: Re: My little (collective) system
Post by: dht_tubes on 05 October 2012, 03:47:00 pm
แฮะๆๆ ขอบคุณที่คิดถึงครับพี่
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pakorn on 05 October 2012, 03:49:28 pm
Quote from: Krairerk on 05  October  2012, 07:52:40 am
แหม ไปฟังไม่ชวนกันเลย พี่ pakorn

ปล. คราวหน้างานไหน นัดน้องไอซ์ อย่าลืมบอกนะครับ ไม่พลาดแน่ๆ


ตกลงอยากฟัง VOX หรืออยากฟังน้องไอซ์กันแน่ครับ?  :P ฮิ ฮิ

เมื่อวานไม่ได้วางแผนว่าจะไปเลยครับ .. พอดีจะโทรไปบอกพี่ Bhisma ว่าเปลี่ยนเบอร์แล้ว พอดีผมก็อยู่แถวๆ ลาดพร้าวพอดี เลยแวะไปขอฟังหน่อยครับ เพราะอ่านๆ ในกระทู้นี้แล้วอยากฟังจริงๆ เลย


ปล. ผมให้ลายแทงไว้แล้วนะครับ 17-18 พฤศจิกายนนี้ .. อาจมีใครบางคนไปทำบุญที่ลำพูนกับผมด้วย
สนใจ(ทำบุญ) ไหมครับ? ฮ่าๆๆๆ

ปล2. ไม่รู้ท่านประธานบอร์ดอยากไปหรือเปล่านะ เพราะน้องเค้านั่งคุยกับผมเค้าบอกว่า หมอดูทำนายว่าจะเจอเนื้อคู่ปลายปีนี้พอดี 5555

ปล3. ตัวจริงน้องเค้าน่ารักมากครับ ออกจะเรียบร้อย-เด็กๆ ไม่เหมือนในทีวี สวยกว่าในรูปเยอะเลย (ผิวดีจัดด้วย)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Krairerk on 05 October 2012, 05:49:21 pm
เด๋วคนอื่นจะงง ว่าไอซ์ไหน

(http://i245.photobucket.com/albums/gg69/krairerk/dhamma/ScreenHunter_02Oct051041.jpg)

ดูพี่ปกรณ์อิ่มบุญดีจังเลยเนอะ    ไม่เคยอิจฉาคนทำบุญอย่างนี้มาก่อนเร้ย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pakorn on 05 October 2012, 05:55:32 pm
จ๊ากกก ให้ผมออกสื่ออีกแล้ว ... นะคุณหมอนะ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 05 October 2012, 06:13:34 pm
ไม่รู้จักอ่ะ

หาข้าวให้กินบ้างจิ ผอมจัง

ตอนนี้รู้จักแต่คนนี้อ่ะ











(http://image.jijaa.com/images/88903kapook_world-89926.jpg)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 05 October 2012, 06:29:04 pm
เอารูปไปถามแม่บ้าน....แกรู้จักทั้งสองเลยแแหละ :scholar:

ป๋มเนี่ย กบกะลากิงๆ...รู้จักแต่จตุคามคอมโป้  :wallbash:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: trens on 05 October 2012, 06:35:14 pm
แอมป์รุ่นFHMนี่ปุ่มเปิดอยู่ไหนอ่ะ ... ถ้ารุ้ปุ่มเปิดแล้วผมคงหาที่เสียบสายเจอ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 05 October 2012, 06:44:08 pm
เดี๋ยวแจ้งท่านประธานซะเลย เพราะรูปถ่าย และความคิด เป็นภัยต่อเยาวชน

ว่าแต่ยี่ห้อ FHM น่าจะมีระบบ auto navigation สำหรับเสียบ CONNECTORS นา
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 05 October 2012, 06:47:35 pm
เอ


ผมเสนอสาระทางธรรม
ตามรอยพี่หมอที่เคารพนา......


ไม่ได้เสนอเรื่องปุ่มเรื่องเสียบอะไรซักหน่อย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 05 October 2012, 06:48:52 pm
Quote from: trens on 05  October  2012, 06:35:14 pm
แอมป์รุ่นFHMนี่ปุ่มเปิดอยู่ไหนอ่ะ ... ถ้ารุ้ปุ่มเปิดแล้วผมคงหาที่เสียบสายเจอ



เท่าที่ดูเนี่ย ยังไม่เห็นที่เสียบสายนะครับ
ผมเคยไปชมเครื่องคอมโป แบงก์โอลูฟเฟ่น บางรุ่นเนี่ยยื่นมือไปในรัศมีเครื่อง มันก็เปิดเองเลย
แอมป์รุ่นนี้คงจะออกแบบคล้ายๆกันมั้งครับ อิอิ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: sw on 05 October 2012, 07:41:17 pm
รุ่นท้อปๆนี่ ปุ่มกด ช่องเสียบสาย เค้าปิดไว้มิดชิดหมด คนทำบุญถึงจึงจะได้ใช้น่ะครับ  :supergrin:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: jtr on 05 October 2012, 09:48:57 pm
CloseShot - เฮ้อ... (ถอนใจยาวๆ)
ZoomOut  - ภาพ silhouette  (กลุ่ม) เดินออกไปจาก Scene...
The End
Title: Re: My little (collective) system
Post by: dht_tubes on 05 October 2012, 11:07:36 pm
เฮ้อ กาทู้แบบนี้ ไม่ต้องนัด มากันครบแทบทั้งเว๊ป

รุ่นนี้เค้าเรียกกันว่า Plug In HI------Bridiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiii

เกาะกระแสหน่อย น้องปู อูอู.........................................................................

แต่ผมว่าคนนี้ไม่ใช่สเป๊คท่านประธานหรอก
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 06 October 2012, 04:17:33 pm
เด็กเชียร์แขกมาทำงานแระ อิอิ  :thrilled:


ผมว่าพวกนักเล่นหูทองฝังตะกรุดเนี่ยลืมไปได้เลย ไม่ต้องไปสน

น่าจะพุ่งความสนใจกับผู้ที่ชอบไปฟังคอนเสิร์ตสดๆ ผมว่าชาวต่างชาติคงจะเยอะ
พี่ลองเช่าพื้นที่ เอาลำโพงไปต้ังโชว์บริเวณหน้าคอนเสิร์ตฮอลล์
ทำโบชัวร์สวยๆ พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ ที่สำคัญต้องสร้าง story ของผู้ผลิตด้วย
บอกเล่าประสบการณ์ที่พี่ได้สัมผัสดนตรีคลาสสิคในเยอรมัน
มีรูปประกอบในสมัยนั้นด้วยยิ่งดี กับบอกทางเข้าลิ้งค์ยูทู้ปในนั้นด้วย
แล้วก็เชิญชวนนักฟังเพลงคลาสสิคให้ไปฟังที่ร้าน

ถ้าทำ website ควรทำเป็นภาษาอังกฤษ/เยอรมัน
ยูทู้ป ก็ควรมีทั้ง 2 ภาษา
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 06 October 2012, 05:08:24 pm
ขอบคุณ คุณ HEXAPHONIC สำหรับคำแนะนำครับ ใน facebook ผมได้เิร่มแล้วครับ เป็นภาษาอังกฤษ ก่อนครับ

วันนี้คุณ SW ขู่ว่าจะแวะเข้่ามาเยี่ยมผม คุณ hexaphonic (รวมทั้งเพื่อนสมาขิกท่านอื่น)ว่างขอเชิญแวะมาด้วยครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 06 October 2012, 05:21:19 pm
เสียดายมาก

ผมต้องเฝ้าบ้าน ไปใหนไม่ได้
Title: Re: My little (collective) system
Post by: sw on 06 October 2012, 05:26:07 pm
Quote from: bhisma on 06  October  2012, 05:08:24 pm
ขอบคุณ คุณ HEXAPHONIC สำหรับคำแนะนำครับ ใน facebook ผมได้เิร่มแล้วครับ เป็นภาษาอังกฤษ ก่อนครับ

วันนี้คุณ SW ขู่ว่าจะแวะเข้่ามาเยี่ยมผม คุณ hexaphonic (รวมทั้งเพื่อนสมาขิกท่านอื่น)ว่างขอเชิญแวะมาด้วยครับ


ไปเป็นเพื่อนกันหน่อยนะครับ ผมไปคนเดียว กลัวจะอุ้ม Bi-Radial Horn กลับบ้านไม่ไหว  :)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 06 October 2012, 05:33:07 pm
เดี๋ยวหมดฝนแล้ว จะหาโอกาสเข้าไปฟังนะคับ  :ahha:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 06 October 2012, 07:46:31 pm
bi radial horn with 2" compression chamber drive unit ตัวนี้คือคู่ฮอร์นได้อุดมคติของผมครับ ใกล้เคียงความจริงของผมเลย
http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=6619.200

ใน #218 หน้า 11 ผมก็ได้เขียนไว้แล้วครับ แต่ว่าขณะนั้นผมลืมไปครับว่าผมยังมีของดีอยู่และดีใจที่ผมสามารถผลักความผิดหวังแล้วนำมาจับคู่กับ ท่อนบนของ 3.5 centi

พี่นรินทร์บอกว่ายังไม่แน่ หากเข้ามาก็น่าจะเป็นช่วงบ่าย-เย็น ส่วนพี่พีผมไม่ได้ชวนเพราะพี่ท่านอยู่ไกลแฃ้วกระชั้นชิดเกินไปที่จะเชิญ เกรงว่าจะไม่สะดวก ส่วนสมาชิกท่านอื่นว่างผมขอเชิญครับ แวะมาคุยกัน ฟังเพลงกันครับ ไม่ชอบเสียงก็ยังได้มีโอกาศรู้จักกัย ได้คุยกันครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pakorn on 07 October 2012, 03:03:01 am
Quote from: Hexaphonic on 06  October  2012, 04:17:33 pm
ทำโบชัวร์สวยๆ พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ ที่สำคัญต้องสร้าง story ของผู้ผลิตด้วย
บอกเล่าประสบการณ์ที่พี่ได้สัมผัสดนตรีคลาสสิคในเยอรมัน
มีรูปประกอบในสมัยนั้นด้วยยิ่งดี กับบอกทางเข้าลิ้งค์ยูทู้ปในนั้นด้วย
แล้วก็เชิญชวนนักฟังเพลงคลาสสิคให้ไปฟังที่ร้าน

ถ้าทำ website ควรทำเป็นภาษาอังกฤษ/เยอรมัน
ยูทู้ป ก็ควรมีทั้ง 2 ภาษา




เป็นคำแนะนำที่ดีนะครับ
ควรใส่ 1. แนวความคิด 2. คลิปยูทิวป์
ลงใน Facebook page ของ Vox Lautsprecher ของพี่น่ะครับ พี่Bhisma
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 07 October 2012, 04:01:36 am
คำแนะนำตาเฮ็ก อ่านแล้วนึกถึงเดฟ วิลสัน
ทำลำโพงขายมาสามสิบปี เพิ่งรู้ว่าอะคูสติคที่เวียนนา เจ๋ง
เลยเอามาเป็นจุดขาย

แ ม่ ง เฝขจนไม่รู้จะไปเทียบกับอะไรละ

แต่คุณพี่มงคลของเรา ฟังมาห์เลอร์กับภาษาเยอรมันตรงๆ ไม่ต้องแปล
ฟังมา 20 กว่าปี ไม่เห็นจะเอามาอวด
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 07 October 2012, 05:33:14 am
ใช่แล้วครับ ฮ่าๆๆๆๆ
ผมนึกถึงการสร้าง story ขึ้นมา จากการพรีเซ้นท์ของลุงเดฟนั่นล่ะครับ


อันที่จริงต้องพูดว่า..."เราเอาประสบการณ์จริงๆที่ได้สัมผัสมาอย่างยาวนาน มาบอกเล่าสู่กลุ่มเป้าหมายที่เราสนใจ"...ถึงจะถูก  :scholar:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 07 October 2012, 06:35:13 pm
ผมขอส่ง "การบ้าน" ครับ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ผมได้แปลงแรงงานและคำแนะนำของพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกท่านมาเป็นแรงบันดาลใจ ผลักดันให้เดินหน้าต่อไป

http://www.facebook.com/pages/VOX-Lautsprecher/288320817939204?sk=info
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 07 October 2012, 08:16:08 pm
ผมเป็นนักสัมภาษณ์

อาทิตย์หน้าขอไปเจอ พร้อมเครื่องบันทึกเสียง
(อิอิ พิวพิ่วนะ บ่อใช่โปรฯ แบบของน้องวิตติ)

ผมจะถามเจาะลึก แล้วเรียบเรียงเป็นบทสัมภาษณ์ให้เป็นเรื่องเป็นราว
ถ้าใช้ได้ ก็จะมอบให้ใช้งาน

ดีใหมครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pakorn on 07 October 2012, 10:03:20 pm
เยี่ยมมากเลยครับพี่ pee

อ้อ ลืมขออภัยที่ทำกระทู้ของพี่Bhisma ออกทะเลนะครับ

Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 07 October 2012, 11:00:16 pm
ขอบคุณมากครับพี่พี ผมดีใจที่จะได้พบกันคุณพี่อีกครับ แล้วคราวนี้จะทำอาหารรอ
คุณ Pakorn ไม่ได้พาออกทะเลเลยครับ อย่างน้อยผมขอยกความชอบให้ที่แนะนำ page ใน FB ครับ

ท่านประธานเคยกล่าวไว้ว่า หากไม่ออกทะเลก็ไม่ใ่ Thai AV Club ละก้า
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 07 October 2012, 11:26:52 pm
ภายในเดือนนี้ ผมว่าจะไปลองกิน :dribble:...เอ๊ย!....ไปลองฟังนะคับ :headphone:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: jtr on 08 October 2012, 12:35:51 am
ขอบพระคุณพี่โค้กที่โทรมาชวน
ไอ้ผมก็เลว ลืมโทรกลับครับ :bowdown:
งานเข้าทุกอาทิตย์เร้ยอ้ะ  :P ยันถึงสิ้นเดือนกันไปเลย
แต่จำบ้านได้
ต้องมีซักแมทช์ละน อิๆ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 08 October 2012, 01:03:51 am
Quote from: jtr on 08  October  2012, 12:35:51 am
ขอบพระคุณพี่โค้กที่โทรมาชวน
ไอ้ผมก็เลว ลืมโทรกลับครับ :bowdown:
งานเข้าทุกอาทิตย์เร้ยอ้ะ  :P ยันถึงสิ้นเดือนกันไปเลย
แต่จำบ้านได้
ต้องมีซักแมทช์ละน อิๆ


รู้ตัวแล้วก็ดี จะได้ให้แก้ตัว ฮ่าๆๆ อย่าคิดมากครับเพียงเพราะจามแค่สองสามครั้ง
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 08 October 2012, 02:24:42 am
วิธีหลอกสาวกจตุคาม

เอาเชลโล่ตัวเดียวมาเล่น เพื่อจะบอกว่าของตัวเองเจ๋ง
โถ...โจทย์อย่างนี้ ลำโพงบ้านหม้อก็สอบผ่านสบาย

เครื่องดนตรีชิ้นเดียว
ทำไมไม่เชิญนักร้องโซปราโนมาซักคนล่ะ
หรืออย่างอุจาระสุกร สุนัข ก็ต้องเป็นเปียนโน

:clown:








(http://www.stereophile.com/images/032512Belanger-600.jpg?1332795674)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: sw on 08 October 2012, 02:46:01 am
ซื้อ mbl ทั้งชุดมาฟังเดี่ยวเชลโล่  เอาเงินไปจ้างโยโย่หม่ามาเล่นที่บ้านจะถูกกว่ามั๊ยเนี่ย  :rolleyes:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 08 October 2012, 03:07:41 am
รอปํอกเล่นฟรีครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 08 October 2012, 05:59:00 pm
มีเพื่อนเล่น cello ได้ดีมาก แต่ผมเคยได้ยินเขา Warm Up ฟังแล้ว  :dizzy:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 08 October 2012, 10:40:50 pm
ขอถามเป็นความรู้ครับ

ลำโพงคู่นี้ ออกแบบผิดหรืออย่างไร
เหมือนร้องอยู่ในหีบ
และเสียงที่ฟังว่าใหญ่ก็เป็นเพราะการก้อง ไม่ใช่จากสัญญานจริงๆ

http://www.youtube.com/watch?v=SwSK8dmeqgU&feature=related
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 09 October 2012, 11:57:54 am
ตอบแบบไม่อิงองค์ประกอบที่เห็นเพราะมันอาจทำให้ผมเขวได้

นอกจากลำโพงคู่นี้ลงได้ไม่ลึกในความถี่ต่ำแล้ว ผมก็ว่ามันดี เสียงมันเป็นแบบลำโพงตามความนิยม แนว harbeth, atc โปร่งๆ แบนๆ แต่น้ำเสียงใช้ได้

ผมว่ามันเป็นที่ดนตรีของเจามากกว่าครับ ดนตรีที่เล่นกันเสียงร้องไม่มีความสอดคล้องกันครับ พี่ พี
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 09 October 2012, 04:38:12 pm
ที่ถามก็เพราะผมคิดว่า ไดรเวอร์ของเขาให้น้ำเสียงที่น่าสนใจมาก
มีเสน่ห์เฉพาะตัว คือมีความอบอุ่น และมีรายละเอียดในน้ำเสียงที่ดี
แต่ทำไมจึงมีเสียงตู้ชัดขนาดนี้
ดูจากการออกแบบ ก็ส่อว่าตั้งใจคิดมาอย่างดี

เลยเกิดความเสียดายครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: sw on 09 October 2012, 04:50:00 pm
ลำโพงวางห่างกันมาก ผนังข้างก็ห่างมาก รู้สึกว่าเสียงสะท้อนของห้องมากกว่าเสียงที่มาจากลำโพงนะครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 14 October 2012, 11:39:46 pm
ท่รายงานว่า กลับมาบ้านก็เสียบ HD 500g ของผม ทดสอบทันที
ปรากฏว่าฟังได้ สะบายมาก

จึงคืดว่า พอร์ต USB ของ mac mini อาจจะมีปัญหาครับ


ปล
จัดไดรเวอร์ใหม่แล้ว ฟังดีขึ้นมากๆ
แต่ผมคิดว่า น่าจะได้เพียง 80% ของสมรรถนะสูงสุด

แปลว่า ยังไปได้อีกระยะทางใหญ่ๆ ทีเดียว
ชอบมากครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 16 October 2012, 11:52:53 pm
เข้ามาอ่านตั้งแต่วันเสาร์แล้วครับ แต่ไม่มีเวลาเขียนเลยครับ จนถึงวันนี้

เมื่อสีกครู่ผมทำ bass absorber เสร็จเลยลองฟัง ฟังจนเบสส์คลิปครับ เสียงเบสส์แตกพร่าเลย ไม่เคยฟังดังเช่นนี้มาก่อน distortion สุดเหวี่ยงเลยครับ

พี่พีพูดได้ถูกใจผมครับ แท้ที่จริงแล้วผมไม่ควรจับ bi radial ไปคู่กับลำโพงขนาดเล็กๆที่มี excursion สูงๆ เพราะมันไม่สามารถตาม bi radial ได้เลยแม้แต่น้อย ไม่ได้ทั้ง dynamic ทั้ง น้ำหนักและ SPL

Bi radial เหมาะกับพวก 15" หรือ 18" มากกว่าครับ ดอกใหญ่ๆ ขอบกระดาษ เวลาอัดเข้าไปเสียงมันจะได้ไม่แตกพร่า ไม่น่ารังเกียจ คงต้องลงทุนไปจับ 15" มาสีก 6 ตัวครับ แล้วใช้ 3 ดอกต่อข้าง 1 บน open baffle แล้ว2 ตัวใน dipole แต่ก่อนอื่นต้องจัดสรรพื้นที่ให้ได้ครับ ไม่มีที่วางแล้วครับ


ตัวล่างที่เห็นนี้ยังเป็น 15" เพียง 2 ดอก ด้านล่างจะเห็น slot เป็น venting ของ dipole ที่ทำหน้าที่ขับเสียงต่ำครับ แต่ดอกเดียวใน dipole ไม่พอครับ ต้อง 2 เท่านนั้นครับ
หรือหากใช้ทั้งสิ้นเพียง 15" x 4 ก็ต้องทำตู้ปิด จึงจะสามารถใช้ 15" เพียง 2 ดอกต่อหนึ่งตู้ได้

(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/DSCF0704.jpg) แต่เป็น ob + dipole มันเหมาะกับ bi-radial มากก่วาครับ คุณเม้งเคยอัดเสียงไว้ อยากให้ช่วยลงในนี้ให้ผม.....
Title: Re: My little (collective) system
Post by: jtr on 17 October 2012, 12:34:15 am
สนใจเจ้า  bass absorber ครับผม
ขอความกรุณาด้วย :worshippy:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 17 October 2012, 01:23:53 am
ผมอ่านใน http://www.gearslutz.com/board/studio-building-acoustics/
ครับ plate resonator จะยากไปครับ ผมว่าที่ทำมาก็ยังดีกว่า bare wall มากครับ ดีกว่าไม่มีเลย ครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 19 October 2012, 02:07:57 am
Khun Hexaphonic has confirm on Sunday 23rd OCT'12 at 10:00 krap. Hope that you do not expect too much. On other hand, it sounds better with absorbers and diffusor installed.
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 19 October 2012, 03:48:46 am
อยากฟังมานานแล้ว ฮิฮิ



พี่มีเทคนิคอะไรในการติดอุปกรณ์พวกนั้นครับ

คือผมยังไม่เข้าใจว่า เราจะเอาชิ้นไหน รูปทรงอะไร ไปติดที่ตรงไหน  ติดแล้วมันช่วยแก้ปัญหาย่านความถี่ใด?




Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 19 October 2012, 02:52:06 pm
ผมใช้วิธี trial & Errors ครับ โดยเริ่มจากการติด diffusors เพราะในห้องมีเสียงก้องมาก แต่ปัญหาเบสน้อยมาก เมื่อฟังและติด diffusors แล้วจึงเพิ่ม bass absorber ที่มุมห้อง และทำช่องว่างเล็กๆ เหนือประคูเพื่อสร้าง bass leak ครับ

การหาต่ำแหน่งวาง diffusors ก็เหมือนๆกันครับคือหาจุด early reflexions และ second reflexions โดยใช้เทคนิค billiard และเพิ่ม diffusor หลังที่นั่งฟัง

อีกสักพักผมจะเพิ่ม absorbers และ ceiling diffusors วันนี้ผมมไม่ค่อยสบายเลยหยุดพักครับ อาทิตย์หน้าต้องเข้าที่ทำงาน คงเป็นช่วงสิ้นเดือนครับ แล้วจะเล่าให้ฟังอีกครั้งครับว่าผลเป็นอย่างไร

ขณะนี้ผมสามารถฟังได้ดังกว่าเดิม เพราะเสียงร้องและเสียงอื่นๆ ที่เคยกระแทกผนังหลังลำโพงแล้วสะท้อนกลับมาลดลงมาก แต่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ เพราะเสียงร้องอาหมวยยังคงสะท้อนอีกเล็กน้อย เสียงเบสมีความชัดเจนขึ้น มิติด้านลึกเรียงตัวกันเป็นชั้นไม่ผสมปนเปเหมือนเดิม
ที่ผมทำมันไม่ใช่วิชาการแบบคำนวนหาความถี่ resonance ห้องแล้วทำ swing plate ตามสูครครับ มันเป็นห้องเล็กๆที่จัดสรรยาก หากเราไม่ใช้วิธีฟังก็สามารถใช้ spl meter ช่วยได้ครับ เป็นวิธีที่มีความยุ่งยากน้อยที่สุดและสามารถพูดปลอบใจตัวเองได้ว่า it beats bare walls ครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: jtr on 19 October 2012, 08:43:43 pm
ขอบคุณครับ
เด๋วต้องลอง
น้อยๆ เราทำ
มากๆ เราไม่

Quoteon Sunday 23rd OCT'12 at 10:00 krap.

เอ๋อ.. ปฏิทินชาวมายันมั้งครับพี่
วันอาทิตย์ ต้อง 21 หรือ 28
ส่วนวันปิยะฯ คือวันอังคารจ้า... :yahoo:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 19 October 2012, 11:38:16 pm
Quote from: bhisma on 19  October  2012, 02:07:57 am
Khun Hexaphonic has confirm on Sunday 23rd OCT'12 at 10:00 krap. Hope that you do not expect too much. On other hand, it sounds better with absorbers and diffusor installed.


วันอาทิตย์ ขอเข้าไปส่ง HDD ให้คุณเฮกซ่าหน่อยนะครับ
ถ้าไม่ลำบาก อยากให้หิ้วอีเกรทมาด้วย อยากรู้ว่าเจอลำโพง vox แล้วจะเป็นยังงัย
เอาสายไฟไวร์มาด้วยครับ พอร์ต USB ของแมคมินิอาจจะไม่สบาย

ผมก็จะหิวของผมไปด้วย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 20 October 2012, 01:02:21 am
ขอบคุณพี่พีสำหรับ เส้นขอบฟ้ากว้่างๆครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 20 October 2012, 04:12:29 am
ครับ  เดี๋ยวผมจะเอาอีเกรทไปด้วย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 22 October 2012, 03:19:54 am
เห็นพูดถึงลำโพงยี่ห้อนี้
เลยเอามาแปะให้ฟังเทียบ ผมว่ายังห่างไกลกันมากมายนะ
อีกคลิบก็เป็นลำโพงที่โหมโคตรนากัน....เสียงก็ เอ่อ โทษไมค์ละกัน

http://www.youtube.com/watch?v=-CLGajtv-CA&feature=related

http://www.youtube.com/watch?v=wQgnF0hgkJQ&feature=related
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Witti on 22 October 2012, 04:16:15 am
ขออนุญาตเทียบคลิปล่างครับ

http://www.youtube.com/watch?v=WtumQxBSkTo



ส่วนคลิปบนตอนนี้มีแต่คลิปเสียงไดเร็คฟอร์มโฟโนตอนที่ยังลงแท่นไม่เรียบร้อย บันทึกวิดีโอและเสียง (ต่อสายจากโฟโนเข้าช่องไมค์) ด้วยคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ้คครับ  :bye:

http://www.youtube.com/watch?v=T4wptG4eCTs
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 22 October 2012, 05:04:44 am
ตอนนี้ผมยังอยู่ กทม. เดี๋ยวสักพักคงออกเดินทาง

วันนี้ได้ลองฟัง vox แล้วครับ  :thumbup:

มีนักเล่นนักฟังอีกท่านเข้ามาฟังด้วย อิอิ

ถ้าพี่ภีษมะบันทึกเสียงให้ได้ใกล้เคียงกับการฟังจริงหน้าลำโพง คงจะดีไม่น้อยเลย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 22 October 2012, 05:10:41 am
ตาวิตติ

เรามาทำกิจการโปรโมทเครื่องเสียงผ่านยูทุปกันดีกว่า
Witti Sound Presentation


เริ่มที่ vox ก่อน....อ้อ แอมป์เธอด้วยแหละ ขายพ่วงกันไปซะ ประหยัดเวลา
จากนั้น พ่อค้าอื่นๆ ต้องใช้บริการเราแน่ๆ
เสียงดีออกอย่างนั้น เราทำ 32 บิทเลยนะ สุดๆ ไปเลย

นอกจากอัพลงทุปแล้ว เราทำเป็น DVD อีกด้วย เอาไว้แจกงานแสดงเครื่องเสียง
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Witti on 22 October 2012, 06:39:30 am
อยากเหมือนกันครับพี่  :bowdown:

ถ้า 32 บิทนี่คงต้องหาเครื่องอัดใหม่ครับ  ^_^
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 22 October 2012, 07:23:33 am
Quote from: Witti on 22  October  2012, 06:39:30 am
อยากเหมือนกันครับพี่  :bowdown:

ถ้า 32 บิทนี่คงต้องหาเครื่องอัดใหม่ครับ  ^_^


24 บิทไปก่อน มีลูกค้าเราค่อยหา 32 บิท

ถ้างั้น มาวางแผนอัดเสียง Vox กัน
คุณมงคลสนใจใหมครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 22 October 2012, 06:58:12 pm
ขอบคุณมากครับ สนใจเป็นอย่างยิ่งครับ
ผมอยู่ในสำนักงานเลยตอบช้าเพราะเข้ามาชมตอนพักเที่ยงเท่านั้นครับ เดี๋ยวกลับถึงบ้านจะขอตามเรื่อง follow-up ครับ
ผมเชื่อว่าหลังจากที่ทำห้องเสร็จคงสามารถุบันทึกเสียงได้ในคุณภาพที่ดีกว่าเดิมแน่นอนครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 22 October 2012, 07:50:34 pm
Quote from: bhisma on 22  October  2012, 06:58:12 pm
ขอบคุณมากครับ สนใจเป็นอย่างยิ่งครับ
ผมอยู่ในสำนักงานเลยตอบช้าเพราะเข้ามาชมตอนพักเที่ยงเท่านั้นครับ เดี๋ยวกลับถึงบ้านจะขอตามเรื่อง follow-up ครับ
ผมเชื่อว่าหลังจากที่ทำห้องเสร็จคงสามารถุบันทึกเสียงได้ในคุณภาพที่ดีกว่าเดิมแน่นอนครับ


อ้าว อย่างนี้ก็ขาย 3 อย่างเลย

1 Witti Amp

2 Acoustic Treatment

3 Vox


อิอิ
เพิ่งนึกออก เปิดเทียบระหว่างแผ่นกับไฟล์
ก็ขายไฟล์บางแวกได้ด้วย  :yahoo:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 22 October 2012, 08:12:04 pm
เป็นสินค้าอย่างน้อยก็ 4 อย่างแล้วครับ ผมว่าพวกสายต่างๆก็ดี น่าทำครับ เพราะคุณภาพของเราสูงด้วย สายไปเมตรละไม่กีบาท ฟังดีกว่าสาย อีสาน รุ่น เส้นเรียบเป็นหลายเท่าตัว ราคาหลักสิบกับหลักหมื่น ใครไม่เฃื่อ ให้ย้อนกลับไปอ่าน จตุคำ ออดีโอ

เดี๋ยวผมขาย SHARE ครับ พี่พีซื้อเท่าไรครับ  :supergrin:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 22 October 2012, 08:33:10 pm
ตาป๊อก ตาเชษฐ์
สนป่าว
เรียกหุ้นกันแล้ว....5555






แหม
ถ้าผมยังอยู่สีลมก็เจ๋งเลย มีหน้าร้านเพดานสูง 4.5 เมตร ให้เล่น
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 22 October 2012, 08:56:00 pm
เปิดร้านก็ไม่คุ้มครับพี่ ไม่ได้รับการตอบรับ ผมเคยไปเปิดในห้าง SIAM DISCOVERY ชั้น 3 ไม่ค่อยมีลูกค้าเลยครับ ลูกค้าเข้าร้านเดือนละไม่ถึง สาม คน เปิดมาหลายเดือน ขายลำโพงได้ 1 คู่
ใครๆก็บอกว่าเสียงดี ราคาถูก แต่ไม่ซื้อครับ ใช้ที่อยู่ปัจจุบันดีสุดครับ ไม่ละลายน้ำพริกครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 22 October 2012, 09:05:41 pm
ผมเคยได้ offer ราคาติดดินที่สีลมนะครับ

สินค้า vox ต้องเปิดตัวในงานเครื่องเสียง
เซทอัพให้ฆ่าทุกห้อง ในราคา หนึ่งในสาม หรือต่ำกว่า
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 22 October 2012, 10:22:59 pm
ฝากหัวใจไว้กับ BR Horn  อิอิ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 22 October 2012, 10:51:29 pm
Quote from: Hexaphonic on 22  October  2012, 10:22:59 pm
ฝากหัวใจไว้กับ BR Horn  อิอิ


ตัว compression chamber ที่ผมใช้อยู่ก็ยังพอหาได้ แต่ตัวปากฮอร์นนี่หายากครับ อาจจะต้องใช้แบบ tractrix แทนครับ หรือไม่ก็ต้องเอาตัวของผมไปเลย แต่มันจะเหมาะกับพวกดอกขนาด 15นิ้วความไวสูงๆ มากกว่าครับ

Title: Re: My little (collective) system
Post by: dht_tubes on 22 October 2012, 11:27:05 pm
ผมขอแชร์ความเห็นผมเกี่ยวกับเรื่องนี้หน่อยละกันครับ อาจจะอ่านดูอะไรไปหน่อย ไม่ว่ากันนะครับ เพราะผมก็เป็นคนนึงที่คิดจะทำเครื่องขายมาในช่วงหนึ่งของชีวิต ลงทุนบางอย่างไปมากแล้ว นี่คือสิ่งที่ผมพบเจอมาครับ

นักเล่นบ้านเรา มีน้อยมากที่จะให้ความสำคัญกับเครื่องเสียงแบรนด์ไทย คือมันเหยียดในทีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตัวอย่างมีให้เห็นมาเป็นสิบปี มีคนอยู่กลุ่มเล็ก ที่ให้ความสนใจ

คำถามคือ เพราะอะไร

ในความคิดผม มันคล้ายกับรถยนต์ครับ คือ ต้องมีราคามือสอง ที่จับต้องได้ จึงจะไปได้
เหมือนมีรถออกใหม่ ยี่ห้อนั้นดีอย่างนั้น ยี่ห้อนี้ดีกว่าเจ้าตลาด คุ้มอย่างนั้น อย่างนี้

แต่พอเวลาจะซื้อ 8 ใน 10 ก็ซื้อเจ้าตลาดอยู่ดี เพราะอะไหล่หาง่าย ที่สำคัญ ราคาขายต่อดี นี่แหละภาพที่แท้จริงของวงการเครื่องเสียงในบ้านเรา

เพราะเครื่องเสียงเหล่านี้ คนที่มีงบเล่นถึงๆ หลักหลายแสน หลักล้าน ไม่มีเวลามาฟังหรอกครับ ที่เห็นๆ กันอยู่ ผมเชื่อลึกๆว่าไม่เกิน 10% ที่มีเงิน + มีเวลา  แล้ว 10% ที่ว่าเนี่ย ไม่มาคุยตามบอร์ดเครื่องเสียงด้วยครับ เค้าเล่นของเค้ากันเองอยู่แล้ว (ที่ว่ามาผมยกเว้นเฮียเม้งเราคนเดียว ตั้งแต่เล่นเครื่องเสียงมา แบบเฮีย ผมเคยเจอไม่เกิน 3 คน)

การจัดโชว์ในงานเครื่องเสียง ความสำคัญมันคือทำอย่างไรก็ได้ให้คนมาฟังชุดเรา เพื่อโชว์ศักยภาพ
ต้นทุนไม่ใช่น้อยนะครับ อย่างที่ทราบๆักัน

อีกเรื่อง คือพวกรับจ้างทำ ซึ่งไม่เล็ก ที่อยู่ได้เพราะอะไร
คนไทยไม่จ่ายค่าแบรนด์ ให้ยี่ห้อคนไทยด้วยกันเองครับ เพราะลึกๆ เชื่อว่าไม่ดีจริง จะซื้อราคาสูงๆ ซื้อของนอกดีกว่า ไม่เจ็บตัว หรือ เจ็บน้อย

ไว้มาต่อครับ

Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 23 October 2012, 12:17:03 am
ผมรู้สึกกับตัวเองว่า ถ้าตัวผมเป็นพวกบ้าแบรนด์ขึ้นสมองมากๆ

ราคาที่ผมต้องจ่ายให้กับชุดฟัง มันจะกินลึกไปถึงแอสเซสซอรี่ต่างๆ

อย่างพวกเส้นสาย อุปกรณ์ไฟน์จูนสารพัด
นั่นคือหากชุดของผมมี ลำโพง แอมป์ เทิร์น ซีดี เป็นระดับคลาสเอ คลาสบี ห้าดาวทอง
แต่ผมจะไม่อยากใช้อุปกรณ์ต่อพ่วงแบบธรรมดา เพราะกลัวจะเสียงจะดรอป

(ถึงแม้ว่าอุปกรณ์ต่อพ่วงในโลกไฮไฟที่เป็นของธรรมดา จะดูเหมือนว่ามันยังมีราคาแพงมากอยู่ดี
เมื่ิอเทียบกับอุปกรณ์ที่ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ)

แล้วที่นี้มันจะทำให้ชุดฟังของผมมีราคาพุ่งไปอีกหลายเท่า แล้วมันก็จะวนอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ

ผมว่าถ้าเหตุการณ์เป็นดังนี้ ต่อให้เล่นของแบรนด์เนมดังๆ เอาแบบว่าเบื่อแล้วปล่อยออกง่ายๆ (ซึ่งในความเป็นจริงคงมีไม่กี่ชิ้นหรอก ที่ปล่อยแล้วไม่เจ็บตัว)
ผมคิดว่ามันก็ดูดเงินในกระเป๋ามากมายอยู่ดี แต่ถ้าผมฐานะดีมากๆก็คงไม่เดือดร้อน




จนกว่าจะเกิดเหตุการณ์ผมให้ฉุกคิดขึ้นมา อย่างเช่นไปเจอชุดโนเนมราคา 2 แสน ที่ผมฟังแล้วพอใจ
(ราคาโนเนมชุดนี้มือหนึ่งอาจจะเท่ากับส่วนต่างราคาที่หายไป จากการเทรดชุดแบรด์เนมมือสองมือสาม แต่ถ้าเราซื้อมือแรกอาจจะเสี่ยงเจ็บตัวมากหน่อย เพราะเราอาจจะยังไม่รู้ว่าตัวนี้ต่อไปจะเป็นดาวค้างฟ้ารึเปล่า?)
สมมติผมเล่นชุดไฮเอนด์มือสอง 1 ล้าน พอผมเบื่อ เทรดออกไป มันอาจจะหายไป 2 แสน
แล้วถามว่าผมเปลี่ยนไปกี่รอบ ผมถึงจะหยุดได้?
แค่คำถามว่า..."เมื่อไหร่จะหยุดได้?" นี่ก็ผิดแล้ว มันก็เหมือนกับการหยิบเงาพระจันทร์บนผิวน้ำนั่นล่ะครับ คือมันเป็นไปไม่ได้อ่ะครับ

ผมอยากได้ชุดโนเนมราคา 2 แสนที่ขายไม่ออก-รักเจ้าของ แต่ทำให้ผมหลุดจากวงจรอันน่าเบื่อนี้






Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 23 October 2012, 12:56:22 am
ผมว่าเฮียเชษฐ์เริ่มต้นผิดด้านน่ะ

อย่างแรก ตัวอย่างที่ยกเอารถมือสองมานี่ ไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ คือมันมีส่วนแต่ไม่ใช่ทั้งหมด
ผมคิดว่าองค์ประกอบในการทำสินค้าให้รุ่ง มีอยู่ 3 ส่วน

1 ของดีจริง

2 สวย กระตุ้นความเซี่ยน

3 ราคา


เรื่องยี่ห้อเรื่องเป็นของไทยทำก็มีส่วน แต่ 3 อย่างนี้ ต้องเต็ม 100 ก่อน
Title: Re: My little (collective) system
Post by: jtr on 23 October 2012, 01:32:10 am
มุมมองผู้บริโภคครับ

ถ้าเป็นเรื่องเครื่อง
ผมเห็นด้วยกับ เฮียทู้บ 100% ครับ
ที่แกทัก เพื่อเอาบทเรียน อันแสนแพง(มาก) ขอแกมาบอกกล่าว  :bowdown:

ส่วนเรื่องลำโพง
มันต่างจากเครื่องเสียงครับ
อันนี้ มันมีที่มาจาก ดาควิช กับ วัตต์ ปั๊บปี้ นั่นแหละครับ

อยู่ที่ว่า นักเล่นคนนั้น เปิดใจรึยัง
รึว่า ยังหลงในจาตุคาม
อันนี้ เราต้องแยกออกมาให้ข้อมูลเฉพาะเรื่อง จาตุคามลำโพง โดยตรง
อาจจะช่วยย่นเวลา ของคุณมงคล ไปได้มากทีเดียวเลย  :worshippy:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 23 October 2012, 02:53:53 am
ลำโพง ไม่เหมือนแอมป์

มีนักเล่นกี่คน ที่แยกแยะเสียงจากแอมป์ได้ แยกขาดขนาดไม่ใช่ยี่ห้อนี้ ไม่สนใจ
มีการฟังบอดมานักต่อนักแล้วว่า แอมป์ให้เสียงที่แยกยาก

แต่ลำโพงนี่ ขอให้มาฟังเหอะ 10 นาทีกับเพลงที่ชอบ ก็ตอบได้แล้วว่าคือเสียงอย่างที่ชอบใหม
ยิ่งเอาลำโพงมียี่ห้อมาเทียบ AB ไปเลย ให้ราคราขี่กัน 3 เท่าด้วย
ถ้าลำโพงราคา 5 หมื่น เสียงดีกว่าลำโพงราคาแสนห้า ผิดกันถึงแสนนึง
ผมว่า มีเขว

ส่วนเรื่องราคาตก ก็ต้องตั้งกองทุนรับซื้อคิน

90 วัน เสียแค่ค่าขนย้าย กี่พันก็ว่าไป
180 วัน รับซื้อในราคาลด 20%
300 รับซื้อในราคาลดเท่าไหร่ก็ว่าไป.........
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Witti on 23 October 2012, 04:57:59 am
Quote from: Hexaphonic on 23  October  2012, 12:17:03 am
ผมอยากได้ชุดโนเนมราคา 2 แสนที่ขายไม่ออก-รักเจ้าของ แต่ทำให้ผมหลุดจากวงจรอันน่าเบื่อนี้


5555 อย่างนี้ต้อง D I Y คร๊าบพี่  :P
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 23 October 2012, 02:15:17 pm
ผมพบลูกค้าหลากหลายครับ
๑) ฟันธงก่อนว่าห่วย แล้วโทรฯมาเพื่อยื่ยันว่าห่วยจริง พวกนี้ดีหน่อย ไม่เคยแวะมาให้เสียเวลา (มากไปกว่านี้)

๒) ไม่มั่นใจ ถามมากมาย เป็นพวกบอบช้ำขากคนขาจ้าวอื่นผทหมายถึงบอบข้ำ โดนทุบหัวแบะ พอได้ยินคนพูดความจริงก็คิดว่าเรากะล่อนเหนือ 18 มงกุฏ  เพราะดดนทั้วไปไม่มีใครพูดความจริง ผมไม่ได้หมายความว่าตนขอยตั้งใจหลอกลวง แต่ผมว่ามันเนื่องมาจากคนขายเองใช้ข้อมูลที่สะดวกในการขาย ว่าตามกันไป ตามน้ำ ส่วนพวกรู้จริงหรือพอจะมาถูกทางก็พูดความจริงเพียงส่วนเดียว นี่แหละอันตรายกว่าโกหกอย่างมหันต์

๓) จำอวด ได้ข้อมูลที่มีแต่มูล รู้มาก เพราะอ่านมามาก แล้วคิดว่ากำก้อนทอง ถามดะ ตอบอย่างไรก็ไม่เข้าหู
๔) ลองทำมามาก โทรฯมาถาม (ไปอย่างนั้น) แล้วลงความเห็นว่า เราใช้ลำโพงมียี่ห้อ (Scan Spark, Vi Fart, Syss ยังทำไม่ได้ แล้ว ลำโพงวอกจะทำได้ถึงไหนกัน เสร็จก็คำนวนประเมินราคา ตัดสินใจว่า ไม่คุ้มแน่

๔) ลูกค้าที่เป็นนักฟัง ฟังออก ซื้อแบบไม่หือ ไม่อือ มีจริงๆนา จ้างให้ burn in ด้วย ทื้งท้ายด้วยอาการยิ้มๆว่า ได้ครบทั้งชุด เพร้อมเส้นสาย front end etc. ราคายังไม่ถึงตรึ่งที่ตั้งไว้เลย

ผมก็ตอบ ขยันตอบ อดทนตอบความจริงกลับไปทุกครั้ง ไม่ว่าผลลัพท์จะออกมาเช่นไรครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: dht_tubes on 23 October 2012, 04:13:11 pm
Quote from: bhisma on 23  October  2012, 02:15:17 pm
ผมพบลูกค้าหลากหลายครับ
๑) ฟันธงก่อนว่าห่วย แล้วโทรฯมาเพื่อยื่ยันว่าห่วยจริง พวกนี้ดีหน่อย ไม่เคยแวะมาให้เสียเวลา (มากไปกว่านี้)

๒) ไม่มั่นใจ ถามมากมาย เป็นพวกบอบช้ำขากคนขาจ้าวอื่น

๓) จำอวด ได้ข้อมูลที่มีแต่มูล รู้มาก เพราะอ่านมามาก แล้วคิดว่ากำก้อนทอง ถามดะ ตอบอย่างไรก็ไม่เข้าหู
๔) ลองทำมามาก โทรฯมาถาม (ไปอย่างนั้น) แล้วลงความเห็นว่า เราใช้ลำโพงมียี่ห้อ (Scan Spark, Vi Fart, Syss ยังทำไม่ได้ แล้ว ลำโพงวอกจะทำได้ถึงไหนกัน เสร็จก็คำนวนประเมินราคา ตัดสินใจว่า ไม่คุ้มแน่

ผมก็ตอบ ขยันตอบ อดทนตอบความจริงกลับไปทุกครั้ง ไม่ว่าผลลัพท์จะออกมาเช่นไรครับ

เยี่ยมมากครับ  :cheer: :cheer: :cheer:

วงการนี้ ลูกค้าแบบนี้เกิน 90% ครับ ต้องปรับตัวและอยู่กับมันให้ได้
Title: Re: My little (collective) system
Post by: ROTL on 26 October 2012, 11:58:28 pm
Quote from: bhisma on 16  October  2012, 11:52:53 pm
เข้ามาอ่านตั้งแต่วันเสาร์แล้วครับ แต่ไม่มีเวลาเขียนเลยครับ จนถึงวันนี้

เมื่อสีกครู่ผมทำ bass absorber เสร็จเลยลองฟัง ฟังจนเบสส์คลิปครับ เสียงเบสส์แตกพร่าเลย ไม่เคยฟังดังเช่นนี้มาก่อน distortion สุดเหวี่ยงเลยครับ

พี่พีพูดได้ถูกใจผมครับ แท้ที่จริงแล้วผมไม่ควรจับ bi radial ไปคู่กับลำโพงขนาดเล็กๆที่มี excursion สูงๆ เพราะมันไม่สามารถตาม bi radial ได้เลยแม้แต่น้อย ไม่ได้ทั้ง dynamic ทั้ง น้ำหนักและ SPL

Bi radial เหมาะกับพวก 15" หรือ 18" มากกว่าครับ ดอกใหญ่ๆ ขอบกระดาษ เวลาอัดเข้าไปเสียงมันจะได้ไม่แตกพร่า ไม่น่ารังเกียจ คงต้องลงทุนไปจับ 15" มาสีก 6 ตัวครับ แล้วใช้ 3 ดอกต่อข้าง 1 บน open baffle แล้ว2 ตัวใน dipole แต่ก่อนอื่นต้องจัดสรรพื้นที่ให้ได้ครับ ไม่มีที่วางแล้วครับ


ตัวล่างที่เห็นนี้ยังเป็น 15" เพียง 2 ดอก ด้านล่างจะเห็น slot เป็น venting ของ dipole ที่ทำหน้าที่ขับเสียงต่ำครับ แต่ดอกเดียวใน dipole ไม่พอครับ ต้อง 2 เท่านนั้นครับ
หรือหากใช้ทั้งสิ้นเพียง 15" x 4 ก็ต้องทำตู้ปิด จึงจะสามารถใช้ 15" เพียง 2 ดอกต่อหนึ่งตู้ได้

(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/DSCF0704.jpg) แต่เป็น ob + dipole มันเหมาะกับ bi-radial มากก่วาครับ คุณเม้งเคยอัดเสียงไว้ อยากให้ช่วยลงในนี้ให้ผม.....


คลิปนี้หรือเปล่าครับ

http://www.youtube.com/watch?v=lwkCofMROp8
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 28 October 2012, 05:12:56 am
ใช่ครับคุณ ROTL ตัวนี้เป็นตัว mock up คลิปนี้คุณเม้งได้ช่วยอัดไว้ครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 28 October 2012, 05:55:37 am
http://www.youtube.com/watch?v=lwkCofMROp8

http://www.youtube.com/watch?v=dfwA7kVt7oE&feature=player_embedded#!

ผมเพิ่งเห็นว่ามีคนออกความเห็นเกี่ยวกับคลิบชุดนี้ โดยเทียบกับอีกชุดหนึ่ง
เสียงจากชุดนั้น ซึ่งน่าจะมีราคาเกินล้านบาทไปไกลทีเดียว

คุณภาพเสียงค่อนข้างน่าตกใจ
เสียดายที่อัดจากกล้อง สมัยที่เฮียเม้งเรายังไม่เป็นทาสแคม....ฮา

ฟังเทียบกันเอาเองระหว่างชุดที่ราคาห่างกันน่าจะเกิน 10 เท่า
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Karin Preeda on 28 October 2012, 12:42:54 pm
ผมพยามหา website ของ Vox แต่หาไม่เจอครับ อยากทราบว่ามี model อะไรบ้าง
ช่วงนี้เริ่มคิดเรื่องใช้ลำโพงเล้กๆบวก sub เพราะอยากประหยัดเนื้อที่ครับ อยากให้บ้านมันไม่รกตา แต่ลำโพงเล้กๆความไวสูงหายากกกก
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pakorn on 28 October 2012, 04:26:27 pm
มี Vox Lautsprecher ใน facebook น่ะครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Karin Preeda on 28 October 2012, 04:53:45 pm
เจอแล้ว ขอบคุณครับ ยังมีไม่มากนักแต่จะคอยเช็คเรื่อยๆครับ

อีกใจนึงที่ผมคิดไว้คือทำลำโพง Line Array ที่หน้าแคบๆกับ Sub ผมเองมีแบบ Sub แล้ว เหลือแต่ลำโพงหลัก กำลังรอดูที่คุณภีษมะออกแบบ Line Array อยู่ครับ  :supergrin:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 28 October 2012, 04:55:05 pm
ใครที่ไม่เคยได้ยิน mark audio จะไม่รู้ถึงความคุ้มค่าของมัน แอมป์ตัวนี้ 300B ราคา 24K ที่พวกเราเคยใช้ฟังแผ่น mp3 ของพี่พี กับลำโพง terra-x
ส่วน digital source ของผมเป็น bdp ยี่ห้อ philips จัวละ 3.9K

ในบางเว๊ปเขาว่ากันว่า อยากได้คุณภาพเสียงที่ ดีขึ้น  ต้องเปลี่ยน fuse สายต่างๆ 5555 แล้วสมาชิกทุกคนก็ลงความเห็นว่า ถูกต้อง
philips ตัวนี้ผมเปลี่ยนเต้ารับให้มีสายดิน แล้วเปลี่ยน fuse จริงๆด้วยครับ เพราะ fuse ตัวเดิมเป็นแบบตัวเล็กๆ (หางหนู) บักกรีติดกับ บอร์ด ผมจึงนำกระบอก fuse ขนาด 20 มม. มาโมใส่ แล้วใส่ fuse ยี่ห้อ bussmann  เสียงก็ดีขึ้นจริงครับ แต่ไม่ถึงกับสะท้านโลก เมื่อลองใช้ fuse ตัวละ 3K ฟังเทียบ คุณภาพเสียงด้อยลงกว่า bussmann ราคา  bussman ตั้งสิบบาท!


ในชุดของเขา มีหน้าตาที่สวยมากๆครับ ดูดีทุกอย่าง แขกใึรไปมาไม่ต้องอาย สวยมากๆ เริ่มตั้งแต่สายสัญญาณ ยี่ห้อ อีสาน รุ่น ไร้ชีพจร (Flatline) พวกเราฟังแบบปนัหยัดสตางต์ เแิดไฟสลัวๆ จะได้ไม่เห็นอะไร ใช้ฟังเสียงได้เท่านั้นครับ

คุณ ฆฤณ ลองพิจารณา sub+satellite แล้วอาจต้องยุ่งยากเรื่องการจัดวางให้ได้เสียงที่ต่อเนื่อง การฟังแบบจริงจังจะด้อยปนะสิทธิภาพลง
หากตัดสินใจแล้วผมขอแนะนำให้ใช้ tapped horn จัดวางในแนวนอน แล้วเล่นกับลำโพงคู่หน้า อาจจะพรางได้ดีกว่า active subwoofer ที่ต้องมีสายไฟและสายสัญญาณ tapped horn ใช้สายลำโพงเท่านั้นครับ

http://www.volvotreter.de/th.htm

ผมเคยออกแบบเล่นๆโดยห้อย satellite แบบ open baffle ทำจากแผ่น acrylic ลงมาจากเพดานแล้ววาง tapped horn ในแนวนอน พรางสีให้เข้ากับพื้น จะทำให้ห้องฟังนั้นโล่งไปอีกมากครับ

หากคุณ ฆฤณ ไม่ชอบtapped horn ผมจะออกแบบ flat liner transmission line ให้ ที่สามารถวางใต้โซฟา เตียง หรือแปะชิดผนังได้ครับ แล้วห้อย horn ลงมาจากเพดาน หรือเสียงตั้งไว้ก็ได้ครับ หากไม่ชอบวิธีแขวน
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 28 October 2012, 05:00:07 pm
คุณฆฤณเขียนตอบ simultaneous  กับผมพอดี ผมจึงไม่รู้ว่ามีแบบ sub แล้ว แต่ลองอ่านดูใน link ครับ เพื่อมีอะไรใหม่ๆ

line array ที่ผมออกแบบนั้น ต้องรอคุณ sw ทำให้เสร็จครับ มัน out of my influence แล้วครับ
แต่การจัดวาง sub-satellite อาจจะเปลืองเนื้อที่มากกว่าจัดแบบ ๑ คู่หน้า หรือไม่ครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Karin Preeda on 28 October 2012, 05:21:34 pm
ทุกวันนี้ผมใช้ Basszilla Platinum ที่ออกแบบโดย Dick Olsher ตามนี้ครับ
http://www.blackdahlia.com/html/tip_43.html

ผมติด Fostex กับ Aurum Cantus บนแผ่น acrylic ซึ่งทำให้โล่งตาขึ้น แต่ตู้ bass 15 นิ้วมันก็กินเนื้อที่เยอะเหมือนกัน

เรื่อง Sub ที่ส่ง link ให้มา คล้ายๆกับแบบที่ผมจำทำอยู่แล้วครับ จริงๆผมก็ใช้ Definimax 15" อยู่แล้ว ได้เบสที่ดีแม้ว่าจะเปิดไม่ดังมาก ที่บอกว่ามีแบบแล้วคือสองตัวนี้ครับ
http://www.billfitzmaurice.com/TT.html
http://www.billfitzmaurice.com/THT.html

การจัดวางก็เป็นอีกเรื่องนึงที่คงต้องศึกษาต่อครับ ค่อยๆอ่านไปเรื่อยๆ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 29 October 2012, 05:13:28 pm
Quote from: pakorn on 28  October  2012, 04:26:27 pm
มี Vox Lautsprecher ใน facebook น่ะครับ


Dear Khun Pakorn,
your inbox is full krap. I thank you very much for your reminder of VOX Lautsprecher on FB.
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 29 October 2012, 07:41:31 pm
เปิดเข้าไป เจอคุณคนนี้ถามเรื่องลำโพง
ผมชอบรูปเขามากเลย

:clown:











(http://sphotos-b.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc7/320390_468379043196416_1208736931_n.jpg)
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=468379043196416&set=p.468379043196416&type=1
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pakorn on 29 October 2012, 09:47:24 pm
ขออภัยครับพี่ ลบข้อความไปบ้างแล้วครับ น่าจะส่งได้แล้วครับ
ถ้าติดขัด ทางนี้ ทาง facebook ก็ได้นะครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: sw on 29 October 2012, 10:56:06 pm
Quote from: bhisma on 28  October  2012, 05:00:07 pm
คุณฆฤณเขียนตอบ simultaneous  กับผมพอดี ผมจึงไม่รู้ว่ามีแบบ sub แล้ว แต่ลองอ่านดูใน link ครับ เพื่อมีอะไรใหม่ๆ

line array ที่ผมออกแบบนั้น ต้องรอคุณ sw ทำให้เสร็จครับ มัน out of my influence แล้วครับ
แต่การจัดวาง sub-satellite อาจจะเปลืองเนื้อที่มากกว่าจัดแบบ ๑ คู่หน้า หรือไม่ครับ


มารายงานตัวเฉยๆ ผมไม่ได้หนีหายไปไหนนะครับ ขอเวลาดันงานร้อนๆออกไปก่อน จะได้มาทำของเล่นให้เย็นๆใจ  :)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 29 October 2012, 11:01:28 pm
Quote from: sw on 29  October  2012, 10:56:06 pm
Quote from: bhisma on 28  October  2012, 05:00:07 pm
คุณฆฤณเขียนตอบ simultaneous  กับผมพอดี ผมจึงไม่รู้ว่ามีแบบ sub แล้ว แต่ลองอ่านดูใน link ครับ เพื่อมีอะไรใหม่ๆ

line array ที่ผมออกแบบนั้น ต้องรอคุณ sw ทำให้เสร็จครับ มัน out of my influence แล้วครับ
แต่การจัดวาง sub-satellite อาจจะเปลืองเนื้อที่มากกว่าจัดแบบ ๑ คู่หน้า หรือไม่ครับ


มารายงานตัวเฉยๆ ผมไม่ได้หนีหายไปไหนนะครับ ขอเวลาดันงานร้อนๆออกไปก่อน จะได้มาทำของเล่นให้เย็นๆใจ  :)


นั่นแน่ เป็นตุ๊กแก หรือเปล่า พวกเราไม่รีบกันครับ แต่ทำเสร็จไวๆก็ดีครับ พวกเราต่างเฝ้ารอครับ หากมีสิ่งใดที่ผมช่วยได้ ขอให้บอกครับ แล้วผมเองก็ไม่แน่ใจด้วยครับว่าคุณ ฆฤณ จะหมายถึง line array ที่คุณ SW หมายว่าจะทำไว้หรือเปล่า ผมแค่เดาเพราะมันใกล้ตัว แฮ่ๆๆ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 02 November 2012, 02:38:59 am
วันนี้หลอด rectifier สำหรับ KR300BXLS monoblocks ที่ผมสั่งไว้ 1 คู่ ก็มาถึง ผมไม่รีรอที่จะดึงหลอดเดิมยี่ห้อ Hitachi ออก แล้วสวม 5T4 RCA (NOS) เข้าแทนที่ทันที ปรากฏว่าฟิวส์อันเป็นที่หวงแหนของตัว monoblock ด้านซ้ายขาดทันทีที่ timer ทำงาน ผมจึงดึงตัว 5T4 ออกแล้วเขย่าดู  มันมีเสียงป๊องๆ แปลว่าหลอดเดี้ยง!

หลังจากเปลี่ยน fuse เสร๊จผมก็ใส่ hitachi เข้าที่เดิมแล้วฟัง monoblock ที่มีหลอด rectifier ต่างเบอร์กัน ทำไมหลอดญี่ปุ่นถึงได้ฟังสู้หลอด 5T4 ไม่ได้เลย มันไม่ได้ห่างกันเล็กน้อย แต่แตกต่างกันอย่างมาก ผมฟังแบบ stereo ก็ยังได้ยินความแตกต่างพอควรเช่น RCA มีความเป็น transparency มากกว่า hitachi มีไดนามิค มี impacts ที่ดีกว่าทั้งที่ยังไม่ได้ burn in

ปล.
ผมขอชมคนขายที่ยินดีรับเคลมแบบไม่มีเงื่อนไขเลยครับ เสียดายที่ทั้งร้านมีหลอด 5T4 คู่นี้เป็นคู่สุดท้ายที่ผลิตในปีเดียวกัน ตัวหลอดชดเชยที่เขาจะส่งมาให้นั้นผลิตในปีอื่น คนขายบอกว่าเขาดูกันที่ ตัวอักษรที่สกรีนลงบนหลอด
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 02 November 2012, 03:22:00 am
ดูแล้ว ก็น่าจะดีกว่าแหละ

http://www.youtube.com/watch?v=jNVZ8Pg3poo
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 04 November 2012, 01:16:25 am
หลอด 5T4 NOS ตัวใหม่มาถึงแล้วครับ มันผันเปลี่ยนจากเดิมไปมากครับ
dynamic contrast & timing เปลี่ยนไปทันที เดิมระดับความดังเสียงจะราบเรียบ แต่หลอดใหม่ทำให้ดนตรีมีการผ่อนหนักที่เพิ่มบรรยากาศและอารมณ์ รายลพเอียดเช่นการดีดสาย lute ที่เคยเกาะติดกันเป็นก้อนก็คลายออกจากกัน แบ่งเป็นเส้น แต่ละเส้นมี accent ชัดเจนครับ สงสัยต้องซื้อเก็บอีกสักคู่

เห็นเขายังมีของ 5T4 Raytheon NOS ไม่รู่ว่าจะสู้ RCA ได้ไหมครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 04 November 2012, 03:12:09 am
Quote from: bhisma on 04  November  2012, 01:16:25 am
หลอด 5T4 NOS ตัวใหม่มาถึงแล้วครับ มันผันเปลี่ยนจากเดิมไปมากครับ
dynamic contrast & timing เปลี่ยนไปทันที เดิมระดับความดังเสียงจะราบเรียบ แต่หลอดใหม่ทำให้ดนตรีมีการผ่อนหนักที่เพิ่มบรรยากาศและอารมณ์ รายลพเอียดเช่นการดีดสาย lute ที่เคยเกาะติดกันเป็นก้อนก็คลายออกจากกัน แบ่งเป็นเส้น แต่ละเส้นมี accent ชัดเจนครับ สงสัยต้องซื้อเก็บอีกสักคู่

เห็นเขายังมีของ 5T4 Raytheon NOS ไม่รู่ว่าจะสู้ RCA ได้ไหมครับ


ยืนยัน

พรุ่งนี้ไปพิสูจน์แน่นอนครับ

:headphone:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 04 November 2012, 06:46:43 am
พี่บินเดี่ยว หรือมีท่านอื่นไปแจมด้วยครับ?

อยากฟัง single ended monoblock อีกจัง :rolleyes:

หวานเนียน...แต่เปี่ยมด้วยพลังอัดฉีด  :thumbup:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 04 November 2012, 07:26:21 am
Quote from: Hexaphonic on 04  November  2012, 06:46:43 am
พี่บินเดี่ยว หรือมีท่านอื่นไปแจมด้วยครับ?

อยากฟัง single ended monoblock อีกจัง :rolleyes:

หวานเนียน...แต่เปี่ยมด้วยพลังอัดฉีด  :thumbup:

r

พาแก๊งค์ cameraeyes ไปเปิดหูเปิดตาหน่อยครับ
แล้วไปส่งท้ายยักษ์ใหญ่ที่เราฟังด้วยกันfh;p
มีคนมาสู่ขอแล้ว


เฮ้อ อิจฉาคนนั้นจัง
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 04 November 2012, 02:54:13 pm
bi radial ตัวนี้ไม่ผลิตอีกแล้วครับ ทั้งhorn และทั้ง compression drive unit ต้องมองหาตัวที่ค้างสต๊อก

แต่เห็นมีรุ่นน้องออกมาปาก Horn จะเป็นแบบสมัยใหม่ เหลี่ยมๆ ตามแบบ modern klipsch horn ดูแปลกตา แต่ผมว่าเสียงคงจะดีเพราะดูจากอัตตราการขยายในลักษณะ exponential ที่ลงตัวดีมากครับสำหรับเสียงกลาง แต่ crossing point
เวลานี้ผิดหวังกับฮอร์นเพราะหาไม่ได้ แต่ไม่เสียดายเลยครับ เพราะเจ้าของคนใหม่ชอบ พังพอใจกับมันมาก 

x-over ตัวใหม่ก็ทำเสร็จเมื่อวานนี้ ผมว่ามันฟังดรกว่าตัว mock-up อยู่แล้วครับ เพราะได้ชิ้นส่วนที่มีคุณสมบัติสูง R แบบ ceramic ชิ้นละ 10 บาทก็ถูกเปลี่ยนด้วย non magnetic high power resistor etc.
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 05 November 2012, 01:35:55 am
Quote from: bhisma on 04  November  2012, 02:54:13 pm
bi radial ตัวนี้ไม่ผลิตอีกแล้วครับ ทั้งhorn และทั้ง compression drive unit ต้องมองหาตัวที่ค้างสต๊อก

แต่เห็นมีรุ่นน้องออกมาปาก Horn จะเป็นแบบสมัยใหม่ เหลี่ยมๆ ตามแบบ modern klipsch horn ดูแปลกตา แต่ผมว่าเสียงคงจะดีเพราะดูจากอัตตราการขยายในลักษณะ exponential ที่ลงตัวดีมากครับสำหรับเสียงกลาง แต่ crossing point
เวลานี้ผิดหวังกับฮอร์นเพราะหาไม่ได้ แต่ไม่เสียดายเลยครับ เพราะเจ้าของคนใหม่ชอบ พังพอใจกับมันมาก 

x-over ตัวใหม่ก็ทำเสร็จเมื่อวานนี้ ผมว่ามันฟังดรกว่าตัว mock-up อยู่แล้วครับ เพราะได้ชิ้นส่วนที่มีคุณสมบัติสูง R แบบ ceramic ชิ้นละ 10 บาทก็ถูกเปลี่ยนด้วย non magnetic high power resistor etc.


มารับรองว่า การปรับแต่งครั้งนี้ ลงตัวอย่างยิ่ง
สามารถฟังได้ไกล้ขนาดเอามือแตะลำโพง โดยอรรถรสไม่เสียหาย
ความเครียดเค้น ไม่มี (เว้นแต่ต้นทางมาอย่างนั้น)
ความเสมอสมานทางเสียง จัดว่าดีมาก ลำโพงล่องหนตามปกติ
แต่ค่อนข้างฟ้องแอมป์ .....ซึ่งผมเห็นว่า ลำโพงที่ดี ควรจะทำหน้าที่นี้

วันนี้พาแก๊งค์ถ่ายรูปไปเปิดหูเปิดตา
เสียดาย ดอกเตอร์แนชของเรา ไม่ทราบมาก่อน เลยอดฟังของแปลกอย่างน่าเจ็บใจ


ฮา
(http://goto.canon.co.th/eosclub/cms/data/tips/thumbnail/l/5-2.jpg)
(http://api.ning.com/files/gUsgKCpj7z8A-3bYE6Mrb4x-2IyUrvf0jUZWW99nImIjMrRtCZ6C*0fE7G95AxJlolIxaYKN8AwrKY2cWwKzImFjL-VTs2jp/jitty03.jpg)
กับคุณใหญ่ มือบันทึกเสียงงานสัมนาออดิโอฟาย
http://www.youtube.com/user/yaiphotomann/videos?view=0
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Krairerk on 05 November 2012, 04:45:23 am
ผมมันคนมีกรรม ไม่มีเวลาได้ไปฟัง biradial horn เล้ย  ทั้งๆที่ตัวเองเล่นฮอร์นอยู่
วันนี้กว่าจะเสร็จเคส ก็หกโมงเย็น ต้องไปงานแต่งงานต่ออีก

มีลูกหลาน อย่าให้เรียนหมอเลยเด้อ ลำบากแท้
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 05 November 2012, 05:59:11 am
เฮียหมอไม่ต้องเสียดายแล้วละ เพราะไม่มีให้ฟังแล้ว

วันนี้คุ้มที่สุดสำหรับผม เพราะผมยืนยันมามานานแล้วว่า อับบาโด้ไม่ใช่คอนดัคเตอร์ที่เก่งเริ่ด
การก็สมดังผมปรามาสไว้ อิอิ ผมว่าแกชืดเหมือนแกงจืดแช่ตู้เย็นเลยแหละ
อันนี้เป็นเพราะการถ่ายทอดออกมาของลำโพงที่เราจะไม่ได้ฟังกันอีกแล้ว

แฟนๆ อับบาโด้ คงสะบายเจย
แค่สู้เทนสเตทไม่ได้เอง

http://www.youtube.com/watch?v=UqXladzHLeQ

http://www.youtube.com/watch?v=B2gxnBYAD4I
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 05 November 2012, 04:22:51 pm
มายืนยันว่า เมื่อวานฟังไม่ผิด
prom ไม่เหมาะกับมาหเลอร์

และดูดาเมลก็ไม่เหมาะกับมาหเลอร์ และพรอม




http://www.youtube.com/watch?v=hZzFruQCofM&feature=related








เสียดายอับบาโด
เคยเก่งโคตรๆ สมัยหนุ่ม

http://www.youtube.com/watch?v=VzrBFqIL9vk&feature=watch-vrec
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 05 November 2012, 09:37:46 pm
หลักฐานการไปเยือน Vox Studio


(http://image.free.in.th/z/ir/voxstudio.jpg)

Title: Re: My little (collective) system
Post by: dht_tubes on 05 November 2012, 10:08:24 pm
พี่พี ทำไมทำหน้าเหมือนปวดหัวเลยพี่
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 05 November 2012, 10:18:01 pm
Quote from: dht_tubes on 05  November  2012, 10:08:24 pm
พี่พี ทำไมทำหน้าเหมือนปวดหัวเลยพี่


นี่หน้าตรงปกติว้อย

แดดแยงตาอ่ะ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 05 November 2012, 11:05:11 pm
ผมว่าลำโพงมีปัญหาแน่ๆ ครับ มันฟ้องถึงขั้นฝีมือการเล่นของนักดนตรี และการบักทึกเสียงแบบจะๆ ชัดๆ ตรงไปตรงมา

สงสารเจ้าของคนใหม่ที่จะได้คัดสรรแผ่นโละแผ่นออกอีกมากกมาย แต่ มองในแง่ดีคือ เจ้าของสามารถคัดเหลืือไว้ แต่แผ่น creme de la creme  :headphone:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 05 November 2012, 11:59:59 pm
 พี่ bhisma ช่วยเหลาให้ฟังหน่อยขอรับ ฟังภาษาฟรองเช่ม่ายยู้เยี่อง :stupid:

http://vimeo.com/netvox (http://vimeo.com/netvox)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 06 November 2012, 12:43:38 am
"OU OU OU OU A A A A"

ผมว่าหา reviews ภาษาอังกฤษ จาง่าาายกว่าไหมครับ
http://www.digitaltrends.com/speaker-and-subwoofer-reviews/klipsch-rf-62-ii-review/
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 06 November 2012, 12:56:02 am
เสียงกลวงโบ๋เลยนะ
ไม่มีเนื้อเลย เหมือนลอยมาจากบ้านอื่นที่เขาจัดปาร์ตี้

http://www.youtube.com/watch?v=IZcTOoBFX64&feature=related
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 06 November 2012, 02:02:34 am
ชั้นวางของเขาไม่ดี เสียงเลยไม่ดีตาม เปลี่ยนชั้นวาง เปลี่ยน fuse เป็น C9 รับรองดีขึ้นอีกมาก เขาว่ากันเช่นนั้นในบางเว๊ป
----------------

ผมให้ credit horn ของ klipsch มากไปหรือเปล่าครับ หน้าตาและสันส่วนของอัตตราการขยายของมันใช้ได้ แต่ผมว่าขนาดของมันแปลกๆ miniature

horn ตัวใหม่ที่ผมเห็นเป็นทรงแบบนี้แต่มีขนาดใหญ่กว่ามากครับ compression driver ก็มีตั้งแต่ 1 -1.5 นิ้ว
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 06 November 2012, 02:37:27 am
ผมว่าเปรียบเทียบอย่างนี้ดีกว่า

นักร้องโอเปร่าสามารถร้องให้เสียงเต็มคอนเสิร์ตฮอลได้ โดยคุณภาพเสียง ไม่ว่านั่งตรงใหนก็รับรู้ได้ว่าเป็นเสียงอันวิเศษ

นักขายของเอาโทรโข่งมาประกาศในฮอลนั้น ต่อให้เติมเครื่องขยายเสียงเข้าไป ก็จะพบว่าเสียงมันแย่มากๆ แม้ว่าจะดังเท่ากัน

วงร๊อคเล่นในโบสถ์ เสียงเร่งดังแค่ใหนก็ไม่มีเนื้อเสียงที่หนาแน่นเหมือนออแกนประจำโบสถ์นั้น

ทั้งหมดนี้คือปัญหาของคุณภาพเสียง
ลำโพงข้างบนมันออกแนวพีเอบ้านหม้อ เสียงดังแค่ใหนก็ไม่ติดหู ไม่สร้างความดื่มด่ำ ไม่ทำให้โสตประสาทถูกยกระดับขึ้นไป

เปิดให้ตายก็ได้แต่ความหนวกหูน่ะครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pakorn on 06 November 2012, 03:50:25 pm
เสียดายครับ .. เราไม่ใช่คู่ของ The Bi-radial

แต่ ..... เนื้อคู่กันแล้วก็คงไม่แคล้วกันไปได้ .. ถ้าเคยทำบุญร่วมไว้ถึงจะยังไงก็ต้องเจอกันนน
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 06 November 2012, 09:17:08 pm
ผมว่่าใช้ front loaded tractrix หรือ bi radial เป็นเสียงกลาง แล้วก็ใช้ super tweeter มาใช้ก็จะได้คุณภาพเสียงทีดีได้ครับ แต่ผมก็ยังตระหนักดีกว่าการทำลำโพงhorn เสียงกลางและเสียงสูงให้ฟัง classic ได้นั้นต้องอาศัยความพยายามอย่างมากครับเพราะ dynamic ของลำโพงพวกนี้มันเป็นแบบ เอ่อ เอ๋อ จะว่าอย่างไรดี คือมัน บีบ มันอัด แล้วมันก็คลาย เอาเป็นว่าสำหรับผมมันยุ่งยากพอควร เพราะหากทพเพื่อฟังดนตรีชนิดอื่นๆ มันเหมาะมาก ทำได้ไม่ยุ่งยาก โดยเฉพาะเสียงกีตาร์ไฟฟ้า เสียง brass wind นี่มันเข้าทาง tractrix horn เลยหละ

super tweeter ที่กล่าวมาเบื้องต้น หมายถึงพวก tweeter ที่เป็นแบบ bullet อะไรทำนองนั้น ไม่ได้หมายถึง super tweeter สมัยใหม่ๆ ที่ไปได้เกิน 50 KHz หรือ เกิน 99 KHz อะไรบ้าๆๆแบบนั้นครับ

สรุปคือต้องทำลำโพง horn แบบ 3 ทาง จึงพอจะเทียบกับ bi radial ตัวนี้ได้ครับ


คุณปกรณ์เริ่มลอยกระทงหาเนื้อคู่ได้แล้วนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ ไม่ต้องสูงไปถึงทำบุญอะไรเช่นนั้นครับ  :supergrin:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 07 November 2012, 01:55:04 am
Quote from: Karin Preeda on 28  October  2012, 05:21:34 pm
ทุกวันนี้ผมใช้ Basszilla Platinum ที่ออกแบบโดย Dick Olsher ตามนี้ครับ
http://www.blackdahlia.com/html/tip_43.html

ผมติด Fostex กับ Aurum Cantus บนแผ่น acrylic ซึ่งทำให้โล่งตาขึ้น แต่ตู้ bass 15 นิ้วมันก็กินเนื้อที่เยอะเหมือนกัน

เรื่อง Sub ที่ส่ง link ให้มา คล้ายๆกับแบบที่ผมจำทำอยู่แล้วครับ จริงๆผมก็ใช้ Definimax 15" อยู่แล้ว ได้เบสที่ดีแม้ว่าจะเปิดไม่ดังมาก ที่บอกว่ามีแบบแล้วคือสองตัวนี้ครับ
http://www.billfitzmaurice.com/TT.html
http://www.billfitzmaurice.com/THT.html

การจัดวางก็เป็นอีกเรื่องนึงที่คงต้องศึกษาต่อครับ ค่อยๆอ่านไปเรื่อยๆ



tapped horn ต่างจาก tuba มากๆครับ แค่เมื่อมี 15นั้วประตำการอยู่แล้วก็อาจข้าม tapped horn ไปได้เลยครับ


Quote from: Krairerk on 05  November  2012, 04:45:23 am
ผมมันคนมีกรรม ไม่มีเวลาได้ไปฟัง biradial horn เล้ย  ทั้งๆที่ตัวเองเล่นฮอร์นอยู่
วันนี้กว่าจะเสร็จเคส ก็หกโมงเย็น ต้องไปงานแต่งงานต่ออีก

มีลูกหลาน อย่าให้เรียนหมอเลยเด้อ ลำบากแท้


ผมอยากขอนัดเข้าไปฟังชุดคุณหมอมากเลยครับ เพื่อเป็นประสพการณ์ อยากรู้ว่า ลำโพง horn ของคุณหมอ react กับดนตรีแบบ classical อย่างไรครับ

วันนี้ตั้งใจว่าจะโมตู้ที่อยู้บน 3.5 centi เพื่อใช้เป็นตู้ปิดสามทาง เพราะไม่ได้ใช้กับ 3.5 centi + bi radial constant directive horn  ทำเสร็จก็นั่งฟัง เสียงแหลมจู๋แมวนี้แสบ prostates จริงๆครับ ฟังกับดนจรี classical ไม่ได่ แต่กับpop jazz etc ได้ดีครับ ลองฟังเล่นๆครับ เสียงแบบลำโพงตู้ปิด คงจะนำมาต่อนอดกับ cyan ไม่ได้ เพราะดอกลำโพงขนาด 6 นิ้วใหญ่เกินไปครับอย่างน้อยก็รู้แล้วครับว่า cyan ต้องจับคู่กับดอกลำโพงขนาด 5 นิ้ว

http://youtu.be/z9b7xv-Fk6E
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 10 November 2012, 04:47:49 pm
ผมฟังตู้เสียงกลางแหลมของ 3.5 centi มาหลายวันแล้ว เสียงมันดีขึ้น มีบุคคลิกคล้ายๆพวก ATC เสียงมันมีน้ำหนักแต่ก็ฟัง โปร่งๆ เปะๆ แปะๆ มีความสดและชัดเจนมากๆ และจอมฟ้องต้นทางตามเคยครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 10 November 2012, 05:36:37 pm
มันฟ้อง room mode ด้วยอะสิ

:wallbash:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 10 November 2012, 06:20:25 pm
Quote from: pee on 10  November  2012, 05:36:37 pm
มันฟ้อง room mode ด้วยอะสิ

:wallbash:


ตรงนี้ผมไม่แน่ใจครับว่ามันฟ้อง room mode หรือไม่ครับ เพราะยังไม่เสร็จดี ขาด diffusors ทั้งที่เพดานและด้านข้างช่วงบนครับ
น้ำหนักเบสส์ของมันพอดี มีให้ฟังแบบสนุกสนานตามแบบฉบับตู้ปิดครับ แต่ deep bass ขนาด 6 นิ้วตู้ปิดไม่สามารถเทียบกับพวกลำโพงที่มีมากกว่าสองทางขึ้นไปแบบวางพื้นครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 22 November 2012, 01:54:48 am
วันนี้ผมได้ซื้อแอมป์ integrated มือสอง เพราะมันมี phono MM ด้วยครับ และสามารถbridge แยก Pre- power ได้ด้วย
Phono quite good. Unfortunately, there is some disturbance noise.


(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/P1012923-1.jpg)

(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/P1012942.jpg)

ผมมี turn สองตัว เป็น Micro Seiki BD กับ technics DD แน่นอนของเจ้านี้ ครับ ใช้ pick up MM ของ Grado Black พี่ๆ เพื่อนๆ แนะนำหัวเข็มรุ่นไหนดีครับ เสียงมันไม่ค่อยเจ๋งเท่าไรเลยครับ ไม่สมราคาเท่าไร

(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/plattenspieler/P1012919-1.jpg)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 27 November 2012, 03:24:21 pm
แอมป์ตัวใหม่นี้ ถึงจะเป็น transistor แต่ก็ฟังดีมากๆ และให้เวทีเสียงกว้างกว่า 300BXLS ทั่งที่ระยะห่างระหว่าง bi radial / 3.5centi ถูกบีบให้แคบลงมากถึง >30 cm เสียงสงัดใช้ได้เลย dynamic อาจสู้ 300BXLS ไม่ได้ แต่มวลน้ำเสียงหนัก มีตัวตนไม่ด้อยกว่า 300BXLS เสียงอาจจะเกาำกลุ่มกันเล็กน้อย เมื่อเทียบกับ 300BXLS แต่สะอาดกว่าแอมป์ตัวอื่นๆมาก วงสัยผมต้องส่งไปปรับเปลี่ยนอุปกรณ์พวก C's

ทีแรกก็ว่าจะให้เพื่อนๆพี่ๆ ทายกันสนุกๆว่า เป็นแอมป์ยี่ห้ออะไร แต่ก็หมดสนุกแล้ว จึงขอเฉลยว่าเป็น Aurex SB 420 ครับ แยก pre out ได้ มี phono MM ถึง 2 ช่องมี high pass 6 Khz และ Low Pass 20 Hz มัี defeat 400 Hz, 200 Hz และ defeat 2.5 KHz, 5 KHz. มี loudness, volume muting -10 dB และ -20 dB,headphone and microphone (mic with max level control)source for 2 tape decks, tuner and aux. balance, treble and bass control and speaker a, b and a+b.
กำลังขับ 45x2 watts

http://audio-heritage.jp/AUREX/amp/sb-420.html
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 27 November 2012, 05:23:15 pm
ยินดีต้อนรับเข้าชมรมของเก่า...55555



ลองใช้แต่ภาคปรีดูหรือยังครับ
อาจจะชอบมากกว่า
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Karin Preeda on 27 November 2012, 06:51:35 pm
หัว MM ผมชอบ Ortfon 2M black ครับ ถ้าไม่ชอบ Grado ก็มี Shure ที่ผมว่าชัวร์สุด  :lol: ถูกๆก็ M91 สูงขึ้นมาหน่อยก็ V15 III, V15 IV, V15 V และก็ V15xMR
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 27 November 2012, 08:14:37 pm


Quote from: pee on 27  November  2012, 05:23:15 pm
ยินดีต้อนรับเข้าชมรมของเก่า...55555



ลองใช้แต่ภาคปรีดูหรือยังครับ
อาจจะชอบมากกว่า


ผมยังไม่ได้ลองครับเพราะเก็บ 300BXLS ไว้ในที่ปลอดภัย กำลังจะ renovate ห้องฟังต่อครับ แต่คงได้ลองแน่ๆครับ

ผมเห็นพวก Current Amplifier Class AA ของ technics หรือ SONY TAE 86 และ TAN 86 ก็น่าใช้มากๆครับ แต่ราคาเว่อร์มาก ไม่มีใครกล้าซื้อกระมัง ของเก่าราคาแรง มีอัตราเสี่ยงสูงครับ ที่ผมซื้อมาก็มีความเสี่ยงสูงมากครับ แล้วก็ปรากฏว่าจริง ช่องสัญญาณ Phono ทั้งสองมีเสียงฮัมดังสนั่นกัมปนาท ใช้ไม่ได้ เปิดแรำๆก็ไม่เป็นไร หลัง 5 นาทีฮัทแคกกระจายครับ ช่อง Tuner, Aux หรือ Tape Decks ไม่เป็นไร ใช้ได้ปรกติดี ขนาดผมให้คนขายลองช่อง phono ก่อนแล้ว เขาบอกว่าใช้ได้ ผมเลยจองไว้ครับ จองแล้วก็ต้องเอา อยากได้ แต่ยังหาที่ซ่อมไม่ได้ครับ

พอพูดถึงของเก่าผมยังมี ITT ขนาด 10" หนึ่งคู่ แม่เหล็กขนาดยักษ์ ผมว่าไม่แพ้ KEF B139 ที่ผมก็ยังเก็บไว้อีก 1 คู่ vintage พวกนี้เก็บไว้ฟังเองได้ แต่ขายไม่ได้ เพราะ
๑) ไม่ได้ราคา คนเล่นไม่เป็น
๒) ในเมื่อเป็นอย่างที่กล่าวมาในข้อ ๑ จึงเสียดายหากขายให้คนที่ไม่รู้ค่าของมัน  แฮ่ๆๆ เลยดองต่อ ของพวกนี้ต้องset ให้อยู่ตัว เสียงถึงจะดี 5555 (เขื่อก็บ้าแล้ว มันส์ปากงะ โทษครับ)
Quote from: Karin Preeda on 27  November  2012, 06:51:35 pm
หัว MM ผมชอบ Ortfon 2M black ครับ ถ้าไม่ชอบ Grado ก็มี Shure ที่ผมว่าชัวร์สุด  :lol: ถูกๆก็ M91 สูงขึ้นมาหน่อยก็ V15 III, V15 IV, V15 V และก็ V15xMR


Sure นี่ sure อยู่แล้วครับ โดยเฉพาะ V15 XXX ก็น่าสนครับ แต่ผมเล็ง Ortofon Concord ไว้ครับ ทน ใช้งานง่าย เพมาะกับแผ่นเก่าๆ ร่องชำรุด ฯ ครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Karin Preeda on 27 November 2012, 09:16:53 pm
ถ้าเล่นแผ่นเก่าแบบไม่ถนอมมากนัก Shure SC35C ก็น่าสนนะครับ VTF 4 gram รับรองลงลึกถึงเนื้อใน vinyl ราคาก็พอๆกับ Concord ด้วย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 27 November 2012, 10:26:34 pm
Quote from: Karin Preeda on 27  November  2012, 09:16:53 pm
ถ้าเล่นแผ่นเก่าแบบไม่ถนอมมากนัก Shure SC35C ก็น่าสนนะครับ VTF 4 gram รับรองลงลึกถึงเนื้อใน vinyl ราคาก็พอๆกับ Concord ด้วย


ราคาพอๆ กับ Grado ที่ใช้อยู่ครับ เวลานี้ไม่สามารถตัดสินใจได้ครับ เพราะ phono มันเสีย ใจจริงซื้อ  aurex ตัวนี้เพราะจะใช้เป็น pre amplifier ที่มี phono ไปเชื่อคนขายว่าใช้ได้
ผมหาที่ซ่อมยังไม่ได้ครับ มันอาจจะไม่เป็นแะไรมากเพราะ วันแรกมันทำงานดีใน 5 นาทีแรก เวลานี้ผมลอง select ไปที่ phono  มันฮีมตลอด แงะ


ฮ่า มันกำลังใช้งานได้ ไม่ฮัมระเบิด เงียบสงัดมากๆ ฟังแผ่น Japan Pressing (Tchaikovski Piano Concerto No. 1, Vienna Phil. Or. กำกับโดย G. โส่ยตี๋)  เสียงบางจริงๆ พวก Japan Pressing นี่

ตั้งแต่ post จนถึงเดี๋ยวนี้ phono ยังทำงานตามปรกติ ด้วยความดีใขผมเลยวิ่งขึ้นไปค้นหาแผ่น ลืมไปเลยครับว่ามีแผ่นนี้ด้วย
เล่นดีมากๆ คุณ Walter ตีความได้ tension ตึง หย่อน ดีมากๆ นักดนตรีก็บรรเลงได้เนียนมากๆ การบันทึกเสียงยังไร้ที่ติครับ


(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/Sammelsurium/P1012965.jpg)


(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/Sammelsurium/newworld.jpg)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: jtr on 28 November 2012, 04:40:57 am
เย้..
ชมรมนิยมของเก่าเราสลึงถึงบาทสบาย  :heart:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 28 November 2012, 05:20:37 am
วงโคลัมเบียนี่ เกิดจากระบบสเตรีโออย่างแท้จริง

ตอนนั้นวอลเธอร์อายุ 80 กว่าแล้ว เกษียณอย่างสมบูรณ์จนผู้บริหารของโคลัมเบียไปพบ แล้วบอกว่า บัดนี้การบันทึกเสียงระบบใหม่สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แล้ว อยากจะใช้มันเก็บรักษาการตีความของวอลเธอร์เอาไว้เป็นประวัติศาสตร์

นั่นทำให้เกิดโครงการสำคัญขึ้น วอลเธอเลือกนักดนตรีฝีมือดีที่สุดขึ้นมา ราวๆ 70 คนจากทุกวงที่เขาเคยคุมในสหรัฐ รวมทั้งบางคนที่ไม่ได้เป็นลูกวงของใคร แต่ยอมมาร่วมงานเพื่อวอลเธอร์

งานที่ทำสำเร็จคือ
Strauss II Waltz
the late Mozart symphonies
Mahler's symphonies Nos. 1, 9
four Johannes Brahms symphonies
Dvorak's Symphonies Nos. 8, 9
Schubert 9
Wagner orchestral music
complete L.v. Beethoven symphonies

เด๋วจะลองค้นดู แต่ใน 100 บาตองมีแยะครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 28 November 2012, 11:06:47 pm
ของเก่ามีมากมายครับ แค่เก่าแล้วดีนี่หายากครับ ของพวกนี้เก่าราวไ 25-30 ปี เวลาซื้อมันเสี่ยงมากครับ

Quote from: pee on 28  November  2012, 05:20:37 am
วงโคลัมเบียนี่ เกิดจากระบบสเตรีโออย่างแท้จริง

ตอนนั้นวอลเธอร์อายุ 80 กว่าแล้ว เกษียณอย่างสมบูรณ์จนผู้บริหารของโคลัมเบียไปพบ แล้วบอกว่า บัดนี้การบันทึกเสียงระบบใหม่สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แล้ว อยากจะใช้มันเก็บรักษาการตีความของวอลเธอร์เอาไว้เป็นประวัติศาสตร์

นั่นทำให้เกิดโครงการสำคัญขึ้น วอลเธอเลือกนักดนตรีฝีมือดีที่สุดขึ้นมา ราวๆ 70 คนจากทุกวงที่เขาเคยคุมในสหรัฐ รวมทั้งบางคนที่ไม่ได้เป็นลูกวงของใคร แต่ยอมมาร่วมงานเพื่อวอลเธอร์

งานที่ทำสำเร็จคือ
Strauss II Waltz
the late Mozart symphonies
Mahler's symphonies Nos. 1, 9
four Johannes Brahms symphonies
Dvorak's Symphonies Nos. 8, 9
Schubert 9
Wagner orchestral music
complete L.v. Beethoven symphonies

เด๋วจะลองค้นดู แต่ใน 100 บาตองมีแยะครับ


ที่เล่นและบันทึกเสียงลงแผ่นนี้เป็นการตีความ Dvorak Symp. No. 9 ที่ผมชอบมากที่สุดครับ เล่นดี บันทึกดีอีก ต้องท้าวความหลังครับ......
.....ผมดีใจที่การรวบรวมในครั้งนั้นมีผลดีต่อคนรุ่นหลังครับ เพราะตั้งใจทำ และทำออกมาได้ดี แผ่นพวกนี้ผมต้องแลกกับสิ่งที่ผมหวงมาก เขาก็หวง เราก็หวง จึงมีการแลกเปลี่ยนกันเกิดขึ้น

ผมยังมีแผ่นPhilips ที่ Haitink กำกับ Concertgebouw Orchestra Amsterdam เล่น Brahms Sym. No. 4 ครับ แผ่นนี่ซื้อมา แต่เล่นบ่อย และมันก็เก่ามากๆ ไม่มีรอยข่วน แต่มีเสียงกร๊อบแกร๊บตลอดครับ

ลืมเขียนบอกไปว่า phono ของแอมป์ตัวใหม่ยังไม่เกเรตั้งแต่เมื่อวานครับ แต่เอาแน่ไม่ได้ อยากนำไปให้ช่างตรวจทานว่าเป็นที่ selector หรือไร
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 28 November 2012, 11:29:26 pm
Quote from: bhisma on 28  November  2012, 11:06:47 pm

ผมยังมีแผ่นPhilips ที่ Haitink กำกับ Concertgebouw Orchestra Amsterdam เล่น Brahms Sym. No. 4 ครับ แผ่นนี่ซื้อมา แต่เล่นบ่อย และมันก็เก่ามากๆ ไม่มีรอยข่วน แต่มีเสียงกร๊อบแกร๊บตลอดครับ



ไฮติ้งค์กำกับบราหมส์ได้ดีครับ
ผมมีบ๊อกเซท 4 บราหมส์กับ อีกหนึ่งเรควีเอม
มีดับเบิลคอนแชโต(สลาว่า/เพิร์ลมัน) อัชเกนัสสี้ 2 คอนแช์โต้ และเกรเบอร์เล่นไวโอลินคอนแชร์โต

เออ แยะเหมือนกันนี่หว่า....55555

แต่เป็นคอนดัคเตอร์ที่ซื้อได้โดยไม่ค่อยผิดหวัง
ยิ่่งกว่านั้น ผมว่าเขาเล่นมาห์เลอร์ 8 ได้ดีที่สุดที่มีการบันทึกเสียงทีเดียว

http://www.youtube.com/watch?v=l-YXgJdZWRs
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 29 November 2012, 02:06:12 am
เป็น G. Mahler Symp. No. 8 ที่กำกับโดย Haitink บรรเลงได้ดีมากๆ ครับ ผมว่าเป็นการตีความและบรรเลงที่ดีเยี่ยมเลย

โส่ยตี๋เขาได้เปรียบตรงที่มีความถนัดการกำกับ Opera คุมทั้งเสียงร้องกับเสียงบรรเลงร่วมได้ดี Opera ไม่ต้องตีความากเพราะมันบอกไบ้กันตรงๆอย฿่แล้วครับ

ของ Haitink ผมเห็นว่าเมื่อถึงท่อนที่นักร้องนำ (Soprano, Alto, Bariton, Bass, Tenor ) เสียงร้องจะนำ ล้ำเสียงบรรเลงไปบ้าง ไม่ใช้ว่าเล่นไม่ดีหรือร้องไม่ดี เปล่าเลยครับ ทั้งเล่นทั้งร้องได้ดีมากๆ แต่น้ำหนักมันล้ำกันไปบ้างสำหรับความรู้สึกส่วนตัวของผม แต่ผมชอบมากกว่าของ solti ครับ มันมีความลงตัว เพราะตีความได้ชัดเจนกว่ามากๆ ขอบคุณมากครับพี่พีสำหรับสิ่งดีๆ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 29 November 2012, 02:52:16 am
ดูเหมือนคนคุมเสียงจะเร่งไมค์มากไป คงกลัวคนฟังไม่ได้ยิน
ในชุดที่ฟิลิปส์ทำ การบาล้านส์เสียงดีมากๆ ครับ
แล้วเนื้อหาก็เปลี่ยนจากการแสดงมาเป็นการฟัง

ผลต่างนี้สำคัญมิใช่น้อย

(http://pixhost.me/avaxhome/fc/08/001608fc.jpeg)







ปล
เบอร์ 8 ไม่ใช่เบอร์โปรดของไฮติ้งค์อีกต่างหาก
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 29 November 2012, 03:50:23 am
Quote from: pee on 29  November  2012, 02:52:16 am

ผลต่างนี้สำคัญมิใช่น้อย



ปล
เบอร์ 8 ไม่ใช่เบอร์โปรดของไฮติ้งค์อีกต่างหาก


แม้กระนั้นเขาก็ยังทำได้ดีมากๆครับ
การปรับแต่งเสียงในห้องบันทึกทำ master มีผลมากๆครับ

ผมเองไม่ชอบวิธีที่ DECCA ทำ เขาบันทึกเสียงบรรเลงจากที่หนึ่ง เสีนงร้องจากห้องส่งและเสียง choir
อีกที่หนึ่งแล้วมา mix กัน ผมชอบแบบระเกิดเวทีพร้อมๆกันพันกว่าคนมากกว่าครับ ดนตรีมันก็ยังคงเป็นศิลปะอยู่วันยังค่ำคืน แฮ่ๆๆ


Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 29 November 2012, 04:47:54 am
Quote from: pee on 28  November  2012, 05:20:37 am
วงโคลัมเบียนี่ เกิดจากระบบสเตรีโออย่างแท้จริง


ลืมไปอีกประเด็น คือ
การจัดหานักดนตรีจากหลายกลุ่มอย่างนี้ ทำให้บริษัทแผ่นเสียง ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียวใช้ชื่อวง ที่มีราคาสูงโดยใช่เหตุ แต่ก็ต้องมั่นใจว่า ลำพังตัววาทยากร หรือศิลปินเดี่ยวคนนั้น มีชื่อเสียงพอที่จะขายงานได้เอง

กรณีวอลเธอร์นั้น คงไม่ต้องสงสัย เขาเป็นตำนานที่ตลาดกินกว้างไปทั่วโลก
ที่เคยเห็นอีกคนก็คือไฮเฝท มีวง RCA Victor Symphony Orchestra ซึ่งที่จริงแล้วอาจจะยกเอาวงนิวยอร์คหรือ พิทสเบิร์กมาทั้งหมด แต่ไม่ต้องแปะชื่อวง ใช้แค่ไฮเฝทก็ขายได้แล้ว ประหยัดหลายบาทอยู่
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 02 December 2012, 12:20:50 pm
เมื่อสักครู่นี้ผมลอง Pre-out จาก AUREX SB 420 เข้า 300 BXLS mono-block power amplifier. เข้า bi-radial /3.5 centi  เสียงดีกว่า passive pre-amplifier มากๆครับ น้ำหนัก รายละเอียด และน้ำเสียงเนียนขึ้นมากๆ  :thumbup: นอกจาก phono ของมันดีแล้ว ภาค pre ก็ยังดีอีก

พรุ่งนี้ผมต้องส่ง Bi Radial Horn /3.5 centi แล้วครับ ผมยังไม่รู้ว่าลำโพงคู่ต่อไปจะเป็น CYAN ที่มีการเพิ่มดอกลำโพงทั้ง  woofers, mid-range units & tweeters หรือไม่ครับ แต่ cyan กับ multiple drive units จึงจะมีความสามารถพอจะเทียบกับ (เงาของ) bi radial etc. ได้

3.5 centi ให้น้ำเสียงที่ effortlessness มากๆ มันไม่เคยมีความตึงเครียด หรือหลุดออกจากการควบคุมเลยในทุกระดับ SPL ผมไม่เคยทำเสียง bass ได้ดีเท่า 3.5 centi เลยครับ แม้ cyan เองที่มีทั้งความสะอาด (โดยเฉพาะในย่านความถี่ต่ำ)  มีจังหวะที่สนุกสนาน และน้ำหนัก  แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นไม่สามารถเทียบกับ 3.5 centi ได้เลยครับ มันมีทั้งความสะอาด ความแม่นยำในจังหวะ มีแรงประทะและตอบสนองได้ต่ำกว่ามากครับ dynamic จาก Horn ( 3.5 centi ก็เป็น horn load เช่นกันครับ) มันสูงกว่าลำโพงกรวยทั้วๆไปมากครับ mass มันต่างกัน

ในระหว่างนี้ผมคงจะทำ 3.5 centi ขึ้นใหม่ ให้ทำงานครบย่านเสียงกลางไปจนถึงฐานล่างแล้วใช้ ribbon tweeter ช่วยด้านบน for time being......แบบสองทางไปก่อน ribbon ตัวนี้ต้องทนไม้ทน SPL สูงๆได้ด้วย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 03 December 2012, 03:46:51 am
ผมประกอบ CYAN เสร็จเมื่อเย็นวะนนี้ หลังอาหารเย็นพอมีเวลาลองเปิดฟัง ถึงแม้ดอกลำโพงไม่ได้ burn in เท่าที่ควร แต่แนวมันก็บ่งชี้ชัดว่า ไม่ใช่ โดยเฉพาะกับ SPL ที่สูงๆ นี่จบข่าวต้นชั่วโมงเลยครับ ถึงจะมีความเพี้ยนไม่มากนัก แต่เสียงมันเครียด ไม่เครียดแบบล้าหู แต่ก็รู้ว่ามันทำงานเกินกำลังครับ ไม่เบาสบายเหมือน bi radial/3.5 centi

ผมว่่าจะให้ดีต้อง
๑) sub ใช้ดอก woofer ขนาด ๘ นิ้ว ข้างละ ๔ ดอกเป็นขั้นต่ำ  จะให้ดีควรใช้ถึงข้างละ  ๘ ดอก ในตู้ปิด
๒) mid range drive units ข้างละ 12-18 ดอก
๓) ไม่มี tweeter มากพอ มี ribbon tweeter เพียง ข้างละ ๔ ตัวเท่านั้น

เดี๋ยวฟัง CYAN จนชินแล้วก็จะลืม bi radial/3.5 centi ไปเอง :no:

ปล
ไม่ใช่ว่า CYAN จะเป็นลำโพงที่ไม่ดี  CYAN เป็นลำโพงที่ดีครับ แต่bi radial / 3.5 มันขึ้นไปอีกระดับหนึ่งครับ และมันใช้ woofer ขนาด ๗ นิ้วเพียง ๑ ดอก ในตู้  Back Loaded Exponential Horn และใช้ constant directivity horn (or bi-radial)อีกเพียง ๑ ดอกเท่าน้นครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pakorn on 03 December 2012, 04:34:48 pm
พี่bhisma หาไปเรื่อยๆ นะครับ
สักวันพอผมมีตังค์ ผมจะเอาเสียงแบบ bi radial/3.5 centi นี่เลยนะครับ บอกไว้ก่อน :)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 04 December 2012, 12:51:39 am
ความคิดนี้แบกหามไว้นานแล้วครับ คิดว่าจะทำแบบ น้องๆ Infinity Reference Standard ผสมข้ามสายพันธุ์ cross breed กับ Grundig Monolith 190 หรือ Monolith 120 ครับ แต่ยังทำไ่มได้ เพราะเสียดาย drivers
อาจจะทำ 3.5 centi + Ribbon on top end?? จะได้ประหยัดดอกลำโพง เมื่อทุนมาก็ค่อยสั่ง drive units จากโรงงานมากักตุนไว้ จะได้ทำตามแบบ cross breed ได้ :whistling:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 08 December 2012, 04:36:53 pm
เด็กเชียร์แขกมาทำงานแระ :supergrin:

ลองเสิร์ชในโลกออนไลน์ เห็นมีบางท่านหลงใหลในเพลง classic  มาก
จนถึงกับแบ่งพื้นที่ใน blog  ของตัวเอง เพื่อดนตรีประเภทนี้

อาทิเช่น...

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=iya (http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=iya)

หรือ....

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=genzo&group=3&month=06-2009&date=23 (http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=genzo&group=3&month=06-2009&date=23)

หรือ....

http://touchbluelife.exteen.com/20080109/entries


และคงจะมีอีกหลายคน ที่เราไม่รู้ ผมว่าคงจะมีผู้ที่ชอบฟัง classic อยู่พอสมควร



อยากให้พี่ bhisma ลองเข้าไปคุยใน blog ของเขา
เชิญชวนนักฟังเหล่านี้ มาสัมผัสกับเสียงของ Vox กันบ้าง
ไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร ถือว่าได้รู้จักกัน
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 08 December 2012, 05:44:28 pm
ที่พันทาวน์ก็มีหลายบล๊อกครับ น่าอ่านทั้งนั้น
แต่ผมเชื่อว่าส่วนมากท่านเหล่านี้ ไม่นิยมของไทยทำ

อ้อ ท่านเกนโซ่ เจ้าของบล๊อกที่ 2 ก็เป็นสมาชิกที่นี่
แต่ท่านจะคุยเพลงคลาสสิคที่พันทิพกับไทยกราโมโฟนเป็นหลัก
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 13 December 2012, 02:27:45 am
Quote from: Hexaphonic on 08  December  2012, 04:36:53 pm
เด็กเชียร์แขกมาทำงานแระ :supergrin:

ลองเสิร์ชในโลกออนไลน์ เห็นมีบางท่านหลงใหลในเพลง classic  มาก
จนถึงกับแบ่งพื้นที่ใน blog  ของตัวเอง เพื่อดนตรีประเภทนี้

อาทิเช่น...

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=iya (http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=iya)

หรือ....

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=genzo&group=3&month=06-2009&date=23 (http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=genzo&group=3&month=06-2009&date=23)

หรือ....

http://touchbluelife.exteen.com/20080109/entries


และคงจะมีอีกหลายคน ที่เราไม่รู้ ผมว่าคงจะมีผู้ที่ชอบฟัง classic อยู่พอสมควร



อยากให้พี่ bhisma ลองเข้าไปคุยใน blog ของเขา
เชิญชวนนักฟังเหล่านี้ มาสัมผัสกับเสียงของ Vox กันบ้าง
ไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร ถือว่าได้รู้จักกัน


ขอบคุณมากๆครับสำหรับความหวังดี แต่ผมไม่อยากไปชวนเชิญครับ หลายคนบอกเลยว่าไม่ไว้ใจของไทย แต่โทรมาขอคำแนะนำการทำตู้ลำโพง แถมยังแนะนำการตลาดอีก เขาบอกว่าให้แกล้งลงขายมือสองราคาไม่ตก แนะ เป็นงั่นไป มาสอนให้เราโกหกอีก แท้ที่จริงแล้ว VOX Lautsprecher แทบไม่มีมือสองครับ คนที่เคยซื่อตัวเล็ก ก็จะเก็บตัวเล็กไว้ แล้วซื้อรุ่นใหญ่เพิ่มครับ

พวกฟังclassical music ที่กล่าวมาในblock นี่ ผมไม่แน่ใจว่าเคยมีใครโทรฯมาไหม


ส่วนมากมาจากเว็ปหนุ่มฯ ผมต้องรับสายจากคนที่โทรฯมาเพื่อดูแคลนมากมาย แต่ผมก็ไม่ได้รังเกียจ เพราะพวกเขาไม่เคยได้ยินเสียง VOX Lautsprecher แล้วกล่าวถ้อยคำดุถูก ประเมินค่าต่ำ ก็ถือเผยความว่าไม่ฉลาดออกมาให้ประจัก (ผทดูที่ state of the mind เป็นหลักครับ)  หรือไม่เปิดใจ ผมก็ไม่เคยไปค้าน หรือแม้แต่จะพยายามชักจูงก็ไม่เคย ผมให้พวกเขาซื้อของที่พวกเขาชอบ เพราะไม่อยากให้พวกเขาได้ของดี ราคาถูก แต่ใช้ไม่เป็น สมมตอว่าพวกนี้ซื้อไปจริงๆ ก็จะนั่งมองลำโพง VOX Lautsprecher ได้ไม่เกินสองอาทิตย์ก็เบื่อแล้วครับ ที่นั่งจ้องลำโพงอะไรก็ไม่รู้เพราะว่าฟังไม่เป็น  จึงอยากขายออกไปครับ
ยิ่งพวกนักเล่นนี่ผมยิ่งไม่อยากจะขายให้ พวกเขาไม่ได้สนใจเสียงที่ถูกต้อง แต่เน้นที่รูปร่างและชื่อเสียง ผมเข้าในดีครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 13 December 2012, 04:29:44 am
คือผมคิดว่านักฟังที่ทำ blog เพลงคลาสสิค น่าจะคุยกันเข้าใจได้ง่ายกว่าพวกนักเล่นเครื่องเสียงบ้ายี่ห้อน่ะครับ
ที่ว่า"คุยกันง่าย" ไม่ได้หมายความว่าต้องมีการซื้อขายน่ะครับ หมายถึงการคุยที่มีดนตรีคลาสสิคเป็นสื่อกลาง
(มิได้หมายความว่าดนตรีอื่นไม่ดีนะ แต่เห็นว่า vox เน้นเรื่องเพลงคลาสสิค ซึ่งคงจะฟังได้กับทุกประเภทมังครับ)


ไม่แน่นะ นักฟังที่ผมยกตัวอย่างมา อาจจะมีชุดที่แพงกว่าพวกที่โทรมาเยาะเย้ยก็ได้นาคร๊าบบ
แต่ว่าไม่ได้เอามาโชว์ นั่นคือถ้านักฟังประเภทนี้ แค่ได้มาลองฟัง vox เฉยๆ ก็ถือว่าพี่ได้กำไรแล้วนะครับ
คำวิจารณ์ของเขา อาจจะมีประโยชน์ก็เป็นได้
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 13 December 2012, 05:45:53 am
ขอแย้งเฮียเฮกหน่อย

ว่ากันด้วยประสบการณ์ฟัง ท่านปู่ของเราก็มีเหนือกว่า
ว่ากันด้วยความรู้ ท่านปู่ก็คงจะมีคนข้ามยาก ฟังโอเปร่าภาษาเยอรมันนี่ ไม่ใช่จะมีกันง่ายๆ ในหมู่ชาวเรา
ว่ากันด้วยความลึกทางออดิโอ อันนี้ผมก็คิดว่าไม่น้อย

มี 2 อย่างที่ยังขาดแคลนก็คือ เงิน และความกระหายที่จะขายของ
คงต้องส่งท่านปู่ของเราไปฝึกสัญชาติญานกับแก๊งค์ปิรันย่านัสนั่นแหละครับ

แต่ฝึกเสร็จ เราก็อาจจะเสียท่านปู่ภีษมะไป
ได้ท่านอิชิตันมาแทน.....ฮา
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 13 December 2012, 06:09:10 am
Quote from: pee on 13  December  2012, 05:45:53 am
ขอแย้งเฮียเฮกหน่อย

ว่ากันด้วยประสบการณ์ฟัง ท่านปู่ของเราก็มีเหนือกว่า
ว่ากันด้วยความรู้ ท่านปู่ก็คงจะมีคนข้ามยาก ฟังโอเปร่าภาษาเยอรมันนี่ ไม่ใช่จะมีกันง่ายๆ ในหมู่ชาวเรา
ว่ากันด้วยความลึกทางออดิโอ อันนี้ผมก็คิดว่าไม่น้อ

มี 2 อย่างที่ยังขาดแคลนก็คือ เงิน และความกระหายที่จะขายของ
คงต้องส่งท่านปู่ของเราไปฝึกสัญชาติญานกับแก๊งค์ปิรันย่านัสนั่นแหละครับ

แต่ฝึกเสร็จ เราก็อาจจะเสียท่านปู่ภีษมะไป
ได้ท่านอิชิตันมาแทน.....ฮา


อ้อ กิงๆล่วย ป๋มลืมนึกไป :bowdown:
งั้นคอมเม้นท์ที่คู่ควรกับ vox คงต้องมาจากระดับเหล่าซือ 100 บาตองแล้วล่ะครับ :scholar:
คืออย่างน้อยต้องระดับครีมของวงการดนตรีคลาสสิค


อันนี้ไม่ได้ชมนะครับ แต่เป็นข้อสังเกต
คือว่านอกจากพี่เขาจะใช้ยูสเซอร์เนมว่า"ภีษมะ"แล้ว ยังอาศัยอยู่ใน"ซอยคุณธรรม"อีกต่างหาก
ความกระหายเลยไม่มี  -_- แฮ่ๆๆๆ


ปล.กระต่ายขนปุกปุยนั่น พันธุ์อะไรหรอครับ? แปลกดี
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 13 December 2012, 07:01:02 am
ลองแบบนี้ก็ได้ครับ
จัดปาร์ตี้ Vox

เซทลำโพงให้เหมาะกับเพลง ไล่กันตั้งแต่เปียนโนหลังเดียวไปจนถึงซิมโฟนี่สำหรับหนึ่งพันคน
เชิญผู้สนใจมาลองฟัง ฟังไปคุยไป

บันทึกเสียง บันทึกวีดีโอปล่อยลงยูทุป เมตตาคาเฟ่ เดลีโมชั่น วีมีโอ...สารพัด
ขอให้คุณภาพเสียงดีที่สุด แค่นี้ ลำโพงตลาดมีหนาว


ปล
จัดทั้งที เชิญ ลำโพงแผ่นของคุณใหญ่มาร่วมด้วย
แล้วก็มีไฮเอนแบบที่เขาร่ำลือมาเป็นเขียงให้โดนสับ
เอา 57 สแตคไปเทียบด้วยก็ดี

ผมเชื่อว่าของไทยทำ ไม่แพ้ของขึ้นหิ้งแน่นอน


ขนาดพรีเซ้นท์ลำโพงเทพ เขายังให้ฟังแค่วินาทีเดียว
กดไป 1.59

http://www.youtube.com/watch?v=kjMTLmkvcfI&feature=plcp
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 15 December 2012, 09:58:11 pm
Quote from: Hexaphonic on 13  December  2012, 04:29:44 am
คือผมคิดว่านักฟังที่ทำ blog เพลงคลาสสิค น่าจะคุยกันเข้าใจได้ง่ายกว่าพวกนักเล่นเครื่องเสียงบ้ายี่ห้อน่ะครับ
ที่ว่า"คุยกันง่าย" ไม่ได้หมายความว่าต้องมีการซื้อขายน่ะครับ หมายถึงการคุยที่มีดนตรีคลาสสิคเป็นสื่อกลาง
(มิได้หมายความว่าดนตรีอื่นไม่ดีนะ แต่เห็นว่า vox เน้นเรื่องเพลงคลาสสิค ซึ่งคงจะฟังได้กับทุกประเภทมังครับ)


ไม่แน่นะ นักฟังที่ผมยกตัวอย่างมา อาจจะมีชุดที่แพงกว่าพวกที่โทรมาเยาะเย้ยก็ได้นาคร๊าบบ
แต่ว่าไม่ได้เอามาโชว์ นั่นคือถ้านักฟังประเภทนี้ แค่ได้มาลองฟัง vox เฉยๆ ก็ถือว่าพี่ได้กำไรแล้วนะครับ
คำวิจารณ์ของเขา อาจจะมีประโยชน์ก็เป็นได้



ขอบคุณอย่างสุดซึ้งครับสำหรับความเห็น เป็นประโยชน์มากสำหรับผม
ข้อสังเกตคือคนที่ฟังดนตรีนี้จะไม่ค่อยเล่น เช่น DJ ที่ทำรายการวิทยุจุฬาฯ ส่วนคนที่เล่นมักไม่ฟัง classical music
ส่วนคนที่ผมจัดกลุ่มว่าโทรฯมากวน ผมหมายถึงพวกนักเล่นทั้งมือใหม่และเก่าแต่ไม่ฟังดนตรี ฟังเพียงแค่ความถี่ฯ ไม่ฟังดนตรีที่เป็นศิลปะ

ส่วนพวกที่ไปฟังคำบรรยายตามงานเครื่องเสียงนี่ ผมจับทางพวกเขาไม่เคยถูก แบะๆ


ปลล
กระต่ายตัวไหนหรือ มีแต่ คิงคอง มันเป็นยี้ห้อ moody bear ครับ แต่มันไม่รู้ดอกว่ามันคือกระต่าย จนใจ เฮ้อ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 17 December 2012, 10:20:38 pm
วันนี้ผมไป conquer AUREX SYSTEM SCM15 มา
wow ดีใจมากจนแทบจะรอให้ถึงเวลานัดไม่ได้ อีกใจหนึ่งก็นึกน้อยใจว่าทำไมชาวญี่ปุ่นจึงผลิตเครื่องใช้ในประเทศของตนดีกว่าเตรื่องฯที่ส่งออก เหตุเพราะชุดที่ผมไปซื้อนี้เป็นไฟ 220V คือผลิตส่งออก ไม่รู้จริงหรือเปล่าว่าด้อยกว่าพวก 100V อย่างไรก็ตาม อยากได้มากๆ

เมื่อไปถึงบ้านคนขายเขาบอกว่าเขาเปิดไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ผมลองฟังเสียงแรกก็หลงรักมันแล้ว เขาก็เปิดทั้ง CD Player, tuner และ turn table  (MM & MC) ให้ฟัง เขามี TT 5-6 เครื่อง ส่วนใญ่เป็น VICTOR หัวเข็ม MC
ซื้อแล้วนำกลับบ้านมาเปิดฟัง เสียงแรกทำไมมันแย่อย่างนี้ นึกในใจว่ารอสัก 20 นาที พอเครื่องร้อนเท่านั้นครับ โอ้ เสียงสุดยอด ต่างจากนาทีแรกมากๆครับ เสียงมันอุ่น เบสสแน่นปึก

คิดว่าหากผมเปลี่ยน C ที่หมดอายุได้คงจะดีขึ้นอีกมาก แต่การหาค่าของมันให้ได้ตาม specs นี่คงจะยาก เพราะ การออกแบบอุปกรณ์สมัยนั้นมันคงต่างกับสมัยนี้มาก value ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ ค่าอื่นๆ และการทำงานของชิ้นส่วน ฯลฯ คงไม่เหมือนกับของสมัยใหม่ หรือผมคิดมากไปครับหรือว่าสามารถนำของดีที่ผลิตในสมัยนี้ก็ okay ครับ?

ที่ผมแสวงหาแอมป์ทรานส์ซิสเตอร์มาใช้ก็เพื่อจะพิสูจน์ให้เห็นเป็นประจักว่าลำโพง VOXฯ ใช้แอมป์อะไรขับก็ได้เสียงดี ไม่จำเป็นจะต้องใช้กับแอมป์หลอดเท่านั้น ตามข้อกล่าวหาครับ


ผมไม่ได้หิ้ว tuner กับ cassette deck มาด้วยเพราะไม่ได้ใช้ครับ


คราวนี้เห็นทีจะต้องแยกทางกับ
bridgeable integrated amplifier AUREX SB420
passive preamplifier และ
Gain Clone แล้ว
เมื่อได้ System 15 มาประจำการครับ

http://www.thevintageknob.org/toshiba-System_15.html
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 28 December 2012, 03:09:09 am
กำลังคิดทำลำโพงความไวสูงๆ เหมาะกับแอมป์หลอดแบบ หลอดจิ๋วๆ แต่ต้องให้น้ำหนัก เสียงครบครัน และ scale ที่ถูกต้อง ใช้ single driver + tweeter เพราะความไวมันสูง

ผมมี wigo 9" หนึ่งคู่ เสียงมันดี ใช้ได้เลย ดีกว่าพวก fostex FE series หลายเท่าตัว เลยลองนำมาทำดู

(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/Kontrabass/kontrabasspaar_zpse2e7fb55.jpg)

(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/Kontrabass/kontrabassspiegel_zpsb70323ef.jpg)

(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/Kontrabass/kontrabassoil_zps7b819bd6.jpg)

Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 28 December 2012, 03:36:24 am
รอฟังตู้แนวคิด anti-hiend ครับ
น้ำมันรักษาเนื้อไม้คุณภาพดีๆ น่าจะช่วยเรื่องคุณภาพเสียงได้มาก
อ้อ....ถ้ามันเวิร์ค ไม่อัดแบบไฮเอนด์ก็มีนะครับ
แผ่นละหลายพันทีเดียว
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 28 December 2012, 06:44:38 am
น่าสนใจมากครับพี่พี  ไม้อัดแบบ high end ขอให้มันเชื่อฟัง ไม่ดื้อเป้นใช้ได้ครับ
หากเป็นไม่อัดสัก เกร็ด เอ ใน ใช้ไม่ได้ครับ เพราะมันดื้อมาก หักกันไปข้างหนึ่งครับ ต้องเป็นไม้ที่เชื่อฟัง ไม่ดื้อ เช่นไม้ยางที่เห็น นี่เป็นด้านหลังครับ หากดัดด้านหน้าก็ดื้อครับ ต้องดัดเอาด้านนอกเข้าครับ :scholar: จึงจะเชื่อฟัง
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 28 December 2012, 04:56:59 pm
เห็นคุณ witti นำมาลง บันทึกเสียงได้ดีมากๆ อยากบันทึกเสียงได้้ชานนี้มากครับ เลยจอนำมาลง พร้อมกับลำโพงคู่ใหม่ ที่ใช้เทคนิคโบราณ

http://youtu.be/WchFvrsDJ9o
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 28 December 2012, 05:21:44 pm
ผมอัดคลิปด้วย ไอโปนสามยีเอส เสียงจากคลิปจะเป็นโมโนโทนนะครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 28 December 2012, 05:26:40 pm
Quote from: Hexaphonic on 28  December  2012, 05:21:44 pm
ผมอัดคลิปด้วย ไอโปนสามยีเอส เสียงจากคลิปจะเป็นโมโนโทนนะครับ


แต่ก็ฟังดีมากขอบคุณครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 29 December 2012, 08:42:03 pm
ลงคลิปเพิ่มเล็กร้อย คราวนี้ลองฟังกับแอมป์หลอดบ้าง 300 BXLS ครับ

http://youtu.be/BDIH7S4hhn4
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 10 January 2013, 02:28:35 am
ผมเชื่อว่าคนที่ชอบทำลำโพงจะใฝ่ฝัน อยากได้ดอกลำโพงที่ตนชอบไว้ทำสักหนึ่งคู่ ผมเองก็เป็นเช่นนี้ ผมฝันอยากได้ดอกลำโพงในตำนานเช่น KEF B139 หรือพวก Watkins, EMIT and EMIN ของ Infinity มาเชือดใต้คมมีด

ก่อนที่ผมจะได้ดอกลำโพง Infinity สามทางมาเชือด ผมประมูล B139 ได้หนึ่งคู่ มันอยู่ในสภาพ 70% ซึ่งก็นับว่าหรูแล้ว และได้เริ่มออกแบบ หาแบบ แต่ใจก็หวั่น เพราะ B139 เป็นดอกลำโพงที่มีข้อจำกัดพอควร แต่มันก็ดีมากๆในสิ่งที่มันสามารถทำในย่านความถี่ที่มันถนัด มันทำออกมาได้ไร้ที่ติ

ในที่สุดผมก็มาลงเอยกับแบบของ Dr. Bailey ที่เขาได้ไตร่ตรองไว้ดีแล้ว แน่นอนว่ามีแบบตู้รุ่นหลังๆที่ดีกว่าเช่น Fried แต่มันทั้งยาว ทั้งต้องวางแนวนอน ซึ่งผมไม่สามารถนำมาใช้งานได้สะดวก เอาเป็นว่า Dr. Bailey แนะนำแล้ว ผมก็ทำตาม แต่ก็ต้อง Compromise เพราะเขาแนะนำให้พ่วงกับ B110 และ T27 ทั้งคู่นี้เราคุ้นเคยกับเสียงมันใน L 3/5 (สะอื้น เสียของ) ซึ่งไมมีปัญญาเอื้อม ก็ลงเอยที่เสียงกลางขนาด 5" ของ VOX และ tweeter ของ Dynaudio ดั่งที่เกริ่นไว้แล้วว่ากลัวจะพลาดในขั้นตอนการออกแบบ Cross-Over Network ซึ่ง Dr. B. แนะนำให้ออกแบบอย่างประณีต ในที่สุดผมก็พอใจกับการคำนวน ไม่ต้องแก้ และวัสดุที่ใช้ซับเสียงก็พอดีพอเหมาะ เรามีประสพการณ์กับตู้แบบ transmission line พอควร นัดเดียวอยู่นี่ ถือว่าใช้ได้

ผมยังมีดอกลำโพงตำนานในฝันอีก 1 ชุด เป็นสามทางเช่นกันครับ และผมก็ออกแบบเป็น transmission line ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับ VOX Lautsprecher รุ่น Terra X รอลุ้นอีกสักพักครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 10 January 2013, 06:47:20 pm
เสียงของ tweeter และ mid-range เริ่มจะsoft ลงแล้ว ฟังได้ดังมาก สนุกสนาน ไม่จัดจ้านหากเทียบกับเมื่อคืนที่ทำเสร็จหมาดๆ


(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/JEF%20B%20139/P1110205_zps6322b5bd.jpg)

(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/JEF%20B%20139/B139R_zps17ac5e32.jpg)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 11 January 2013, 08:46:15 pm
นำ clip มาให้ชมและฟังครับ Burn ได้ราวๆ 20 ช.ม. ครับ

http://youtu.be/QLXqvhL4e1c
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 11 January 2013, 11:27:12 pm
เมื่อวานผมได้รับเกียรติ์จากเพื่อนสมาชิก แวะมาเยี่ยม พอดีกำลัง burn KEF b139 เลยฟังกันอย่างต่อเนท่อง เริ่มจากดนตรีประเภท classical music เขาก็ลงความเห็นว่าฟังได้ดี เวทีกว้าง ขนาด (Scale) กำลังดี และเบสส์หนักแน่น แต่สุภาพ สักพักก็อยากลองอยากเปลี่ยนแนวเป็น jazz บ้าง blues บ้าง ก็ฟังได้ดีตามปรกติ แต่ก็ยังไม่หนำใจ ลอง hard rock ปรากฏว่าฟังได้อารมณ์ hard rock ตริงๆครับ เสียงแหลมและทุ้ม จัด เข้ม เสียงกลางหลบๆ บรรยากาศ hard rock จริงๆ ฟังกันราวๆ ๕ ช.ม. เวลาส่วนมากพวกเราฟังจาก KEF B139 มีเปลี่ยนไปฟัง Kontrabass บ้าง และมี 3.5 centi + Ribbon ปะปนบ้างครับ

แขกที่มาเยือนนี้เป็นคนที่เล่นจริง ทำจริง มีความจริงจังในการเปิดขยสยเส้นรุ้งหาความรู้แบบเจาะลึกเกี่ยวกับชนิดของดนตรีที่เขาฟัง และไม่ได้มามือเปล่า หนีบ lap top เส้นสาย และ dac ราคา 1/4 ล้านบาทมาเสียบเข้าในระบบ โยน files hi-def เข้า amara สิ่งที่ได้เพิ่มนั้นไม่ได้สัดส่วนของราคา 1/4 ล้านเลย มัน improved เล็กน้อยคือ texture มีความละเอียดขึ้น และมีความสงัดที่สูงมากๆ แบบ sterilisation ครับ  ซึ่งทำให้ผมรู้สึกอึดอัดมาก ambiente หายไปมาก
จากนั้นเราก็ลองสาย fire-wire ราคา >10K ของ โอยายกระแดะ  เทียบกับสาย fire-wire ราคา 0.4 K เลซี่ พวกเราลงความเห็นว่าเป็นแบบ กัดพอดี ๔ คำ(ม) เนื่องจาก...เสียงจากสาย fire-wire  0.4K มีน้ำหนักมากกว่า มี ambiente ที่น่าฟัง แต่ก็มี grain มากกว่าเล็กน้อย grain นี้ไม่ได้สร้างความเสียหายต่อคุณภาพเสียงแต่อย่างใดเลย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 11 January 2013, 11:56:05 pm
ใครครับ เฮียสมชายรึเปล่า?

พี่ปู่ฯผลิตลำโพงตั้งพิ้นราวกับมันเป็นของหมูๆเลยนะฮะ

สายดิจิตอลแต่ชื่อวินเทจ....โอยายกระแดะ :rof:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 12 January 2013, 12:08:03 am
Quote from: bhisma on 11  January  2013, 11:27:12 pm
มัน improved เล็กน้อยคือ texture มีความละเอียดขึ้น และมีความสงัดที่สูงมากๆ แบบ sterilisation ครับ  ซึ่งทำให้ผมรู้สึกอึดอัดมาก ambiente หายไปมาก


ต้องการสิ่งนี้ ไม่ต้องลงทุนถึงเสี้ยวล้านเลย
แผ่นออดิโอดีวีดี 24/96 ราคา 7 บาท กับเพลยเยอร์ 1K ก็ให้ได้แล้ว
แถมยังไม่ฟอกขาวให้เสียงแฟ้บ ลีบ บาง.....อีกด้วย



แขกคนนี้ได้บันทึกเสียงไว้ด้วยใหมครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 12 January 2013, 12:59:13 am
หามิได้ครับ คั้งใจมาฟังอย่างเดียว มาพิสูจน์ แดก ส่วนเรื่องสายเป็นผลพลอยดับครับ

มาถคงประเด็นนี้
มีทางใหมครับ ที่จะสร้างลำโพงที่ช่างฟ้องขึ้นมาสักคู่
ประเภท เปลี่ยนสาย สลับทิศ หรือต่อไม่ดี
เปลี่ยนปรี เปลี่ยนแอมป์ เปลี่ยนต้นทาง ......พวกรายงานหมด

เอาไว้แก้สงสัยให้ลูกค้าและผู้สนใจ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 12 January 2013, 01:09:14 am
Quote from: pee on 12  January  2013, 12:08:03 am
Quote from: bhisma on 11  January  2013, 11:27:12 pm
มัน improved เล็กน้อยคือ texture มีความละเอียดขึ้น และมีความสงัดที่สูงมากๆ แบบ sterilisation ครับ  ซึ่งทำให้ผมรู้สึกอึดอัดมาก ambiente หายไปมาก


ต้องการสิ่งนี้ ไม่ต้องลงทุนถึงเสี้ยวล้านเลย
แผ่นออดิโอดีวีดี 24/96 ราคา 7 บาท กับเพลยเยอร์ 1K ก็ให้ได้แล้ว
แถมยังไม่ฟอกขาวให้เสียงแฟ้บ ลีบ บาง.....อีกด้วย



แขกคนนี้ได้บันทึกเสียงไว้ด้วยใหมครับ


หามิได้ครับ ตั้งใจมาฟังอย่างเดียว มาพิสูจน์มาลอง แดก เพราะผมเกริ่นไว้แล้วว่าสาย Y จากรูเสียบหูฟังก็ดีพอแล้ว ผมเคยต่อผ่าน DAC หลายตัวก็ฟังสู้ต่อตรงๆจากรูนี้ไม่ได้ ส่วนเรื่องคุณภาพสายเป็นผลพลอยดับครับ เพราะผมก็บังเอิญมีสาย fire wire ไว้ใช้งาน คือสำหรับใช้ต่อ external hard disc เข้า MAC ครับ

ผมขอเดาว่าเขาไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำไปเรื่องผลลัพท์ของ texture etc. และคงไม่ได้ตระหนักว่าจะคาดหวังอะไรจาก DAC ตัวนี้กับการลงทุน แต่คงอยากได้ improvement โดยทั่วไปมากกว่า หลังจากการลองฟังจากรูเสียบหูฟังด้วยสาย  Y ที่ผมทำเองและฟังผ่าน DAC ของเขาก็น่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนแล้วครับ


ท่าน Heaxphonic ก็ว่าไปเนิ้อเปื่อย ดั่งที่กล่าวไว้ว่า ผมฝันอยากได้ดอกลำโพงระดับตำนาน เช่นเจ้า B139 มาลองทำดู ที่จริงอยากได้สัก สองคู่ (ไม่โลภเลยเรา) เพียงได้มาคู่เดียวผมก็รู้สึกดีใจมากๆแล้วครับ และไม่ผิดหวังจาก B139 เลย

กำลังรอ infinity มาอยู่ใต้คมมีด ตื่นเต้นมากๆครับ ขณะนี้ผ่านช่วง TOR  ไปแล้ว แบบก็ final แล้วครับ กำลังลงมือตัดไม่ทำลายป่า เพื่อสร้าง Infinity ใหม่ ในตู้และ Cross-over Network ตามแบบฉบับ VOX Lautsprecher ครับ ความคิดผมหมุนเวียน หมกอยู่กับตู้สำหรับ infinity มากๆ แทบจะไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลยครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 12 January 2013, 01:19:56 am
Quote from: pee on 12  January  2013, 12:59:13 am
หามิได้ครับ คั้งใจมาฟังอย่างเดียว มาพิสูจน์ แดก ส่วนเรื่องสายเป็นผลพลอยดับครับ

มาถคงประเด็นนี้
มีทางใหมครับ ที่จะสร้างลำโพงที่ช่างฟ้องขึ้นมาสักคู่
ประเภท เปลี่ยนสาย สลับทิศ หรือต่อไม่ดี
เปลี่ยนปรี เปลี่ยนแอมป์ เปลี่ยนต้นทาง ......พวกรายงานหมด

เอาไว้แก้สงสัยให้ลูกค้าและผู้สนใจ


น่าสนใจมากครับ ผมไม่อยากจะชักใบให้เรือล่ม ทางที่ดีผมควรจะกลีบไปศึกษา cognitive science อีกครั้ง จะได้กลับมาทำลำโพงที่พี่พีอยากได้

ในอดีตเคยมีแล้วหนึ่งคู่ครับ คือ Terra X เราเคบฟังกันครั้งแรก ทั้งsystem มี เครื่องเล่น DVD ราคา 500 บาท แผ่น MP3 และแอมป์หลอด integrated valve amplifier single ended 300 B ของ Mark Audio

เจ้า CYAN ก็ทำได้ในระดับหนึ่ง คือ ณ. ห้องฟังอาจารณ์ชุมพล เรามี แผ่นเสียง และ CD ที่เป็นแผ่นเดียวกัน แล้วก็มี DAC หลายตัว มีสายไฟ AC และ RCA และ COAL หลายเส้น หลายราคา มีการต่อ กับ Hi-face และไม่ต่อ rip แผ่นเข้า COM ผ่านและไม่ผ่าน spdif interface ฟ้องหมด
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 12 January 2013, 01:24:30 am
ลืมบอกคุณสมบัติอีกข้อ
ต้องไม่ใหญ่จนเกินไป เพราะต้องพกติดตัวไปตามแหล่งสังหารต่างๆ
ฮา









ที่จริง 3/5 ก็ทำหน้าที่นี้ได้ดี แต่ติที่มันเป็นลำโพงเสียงกุด
ตรวจเช็คได้เพียงย่านเดียว

ที่จริงถ้ามีสวิทช์ให้เลือก สำหรับตรวจเสียงย่านต่างๆ ได้ด้วย จะดีมากเลย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Krairerk on 12 January 2013, 01:29:37 am
Quote from: bhisma on 11  January  2013, 11:27:12 pm

สิ่งที่ได้เพิ่มนั้นไม่ได้สัดส่วนของราคา 1/4 ล้านเลย มัน improved เล็กน้อยคือ texture มีความละเอียดขึ้น และมีความสงัดที่สูงมากๆ แบบ sterilisation ครับ  ซึ่งทำให้ผมรู้สึกอึดอัดมาก ambiente หายไปมาก



นี่คือสิ่งที่ผมเจอเหมือนกันเวลาเล่นไฟล์ดิจิตอลผ่าน dac  พื้นเสียงมันสงัดมาก เสียงมันผุดขึ้นในตำแหน่งต่างๆระหว่างระนาบลำโพงราวกับผีหลอก  แต่ส่ิงที่มันแปลกไปคือ บรรยากาศมันหายไปครับ มันเหมือนว่าฟอกขาวมากเกินไป  ตรงนี้ผมว่าไฟล์เพลงที่ริปจากแผ่นเสียงจะมาเติมเต็มตรงนี้ได้ 
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 12 January 2013, 01:48:12 am
Quote from: Krairerk on 12  January  2013, 01:29:37 am
Quote from: bhisma on 11  January  2013, 11:27:12 pm

สิ่งที่ได้เพิ่มนั้นไม่ได้สัดส่วนของราคา 1/4 ล้านเลย มัน improved เล็กน้อยคือ texture มีความละเอียดขึ้น และมีความสงัดที่สูงมากๆ แบบ sterilisation ครับ  ซึ่งทำให้ผมรู้สึกอึดอัดมาก ambiente หายไปมาก



นี่คือสิ่งที่ผมเจอเหมือนกันเวลาเล่นไฟล์ดิจิตอลผ่าน dac  พื้นเสียงมันสงัดมาก เสียงมันผุดขึ้นในตำแหน่งต่างๆระหว่างระนาบลำโพงราวกับผีหลอก  แต่ส่ิงที่มันแปลกไปคือ บรรยากาศมันหายไปครับ มันเหมือนว่าฟอกขาวมากเกินไป  ตรงนี้ผมว่าไฟล์เพลงที่ริปจากแผ่นเสียงจะมาเติมเต็มตรงนี้ได้ 


ใช่ครับ พวก เมด็ๆ เต๊ตๆ (Image, Sound stage) มันดีขั้นก็จริง แต่.ฟอกขาว มากไป

สำหรับพี่พี หากจะพกพา ผมว่าหูฟังจับผิดได้เก่งไม่เบาครับ จับผิดได้ทุกย่าน บางตัวแถม tempi ให้อีกว่า ถูกฟรือผิดครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 12 January 2013, 03:58:52 am
อิอิ

ผมไม่เคยจับผิดลำโพง ผมมองหาความถูกต้องจากลำโพงคร๊าบบบ

ผมไม่ค่อยนิยมหูฟังสักเท่าไหร่ มองว่าเป็นอุปกรณ์เสริม เหมือนเครื่องเสียงรถยนตร์หรือโฮมเธียรเตอร์อะไรทำนองนั้น แล้วพวกเซียนๆ ทั้งหลายก็ไม่ใช้หูฟัง....เอ่อ ผมหมายถึงหูที่เป็นอวัยวะ และหูที่เป็นอุปกรณ์ครอบอวัยวะไปพร้อมๆ กันนะ.......ฮา

คือคิดถึงเรื่องนี้เพราะเห็นใจนักฟังที่มีปัญหากับการฟังน๊อต ฟังทิบโท ฟังปลั๊ก ฟังหินฟังดินฟังไม้ฟังมีเนียมฟังทองเหลืองฟังฉนวนฟังทิศทาง.....บล่าๆๆๆๆๆๆ

จะได้มีเครื่องมือเพิ่มอีกชิ้นน่ะครับ...
Title: Re: My little (collective) system
Post by: trens on 12 January 2013, 04:18:43 am
Quoteนี่คือสิ่งที่ผมเจอเหมือนกันเวลาเล่นไฟล์ดิจิตอลผ่าน dac  พื้นเสียงมันสงัดมาก เสียงมันผุดขึ้นในตำแหน่งต่างๆระหว่างระนาบลำโพงราวกับผีหลอก  แต่ส่ิงที่มันแปลกไปคือ บรรยากาศมันหายไปครับ มันเหมือนว่าฟอกขาวมากเกินไป  ตรงนี้ผมว่าไฟล์เพลงที่ริปจากแผ่นเสียงจะมาเติมเต็มตรงนี้ได้ 

+1 ครับคุณหมอ :whistling:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 12 January 2013, 02:17:09 pm
คุณหมอกับพี่ trens ครับ
ผมเชื่่่่อว่าจากแผ่น Vinyl มี ชั้นบรรยากาศห่อหุ้ม เพราะเกิดขากเสียงของผิวมันเองหรือเปล่าครับ เมื่อแผ่นถูกปั้มในขขั้นตอนการผลิตนาครับ แปลงเป้น file แล้วก็ยังได้ยินเสียงคล้ายๆบรรยากาศได้ชัดอยู่

Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 12 January 2013, 06:50:57 pm
อุปกรณ์อนาล็อกใช้กับไฮเรส ผลก็ต้องต่างไปจากความเคยชิน
ขั้นแรกให้เปลี่ยนลำโพงครับ......555555
















อ้าว ผมพูดจริงๆ นะครับ
เจอ Cyan เล่นไฟล์ 24/192 เข้าไป
ยิ่งไฮเร็สเขายิ่งชอบ มันสำแดงศักยภาพของลำโพงได้อย่างเหลือเชื่อ
นี่ผมกำลังหาทางเอาไฟล์ 32 บิทมาเพลยแบคอยู่
มันต้องยอดแน่ๆ จ๊อดดด
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 13 January 2013, 05:46:44 am
Quote from: bhisma on 11  January  2013, 11:27:12 pm
เมื่อวานผมได้รับเกียรติ์จากเพื่อนสมาชิก แวะมาเยี่ยม พอดีกำลัง burn KEF b139 เลยฟังกันอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากดนตรีประเภท classical music เขาก็ลงความเห็นว่าฟังได้ดี เวทีกว้าง ขนาด (Scale) กำลังดี และเบสส์หนักแน่น แต่สุภาพ สักพักก็อยากลองอยากเปลี่ยนแนวเป็น jazz บ้าง blues บ้าง ก็ฟังได้ดีตามปรกติ แต่ก็ยังไม่หนำใจ ลอง hard rock ปรากฏว่าฟังได้อารมณ์ hard rock ตริงๆครับ เสียงแหลมและทุ้ม จัด เข้ม เสียงกลางหลบๆ บรรยากาศ hard rock จริงๆ ฟังกันราวๆ ๕ ช.ม.



ยินดีด้วยครับ

ได้รับรายงานลับว่า หลังจากฟังคู่นี้ วันนี้แขกลึกลับก็ไปที่บ้านคาเมร่าอายส์
หลังจากใช้เวลาไม่นาน ผลก็ออกมาว่าคู่นี้ทิ้ง Cyan ไปแสนไกล......

พวกเราคงต้องนัดเวลาไปพิสูจน์กันเสียหน่อยละกระมัง
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 13 January 2013, 08:13:07 am
Quote from: pee on 13  January  2013, 05:46:44 am
Quote from: bhisma on 11  January  2013, 11:27:12 pm
เมื่อวานผมได้รับเกียรติ์จากเพื่อนสมาชิก แวะมาเยี่ยม พอดีกำลัง burn KEF b139 เลยฟังกันอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากดนตรีประเภท classical music เขาก็ลงความเห็นว่าฟังได้ดี เวทีกว้าง ขนาด (Scale) กำลังดี และเบสส์หนักแน่น แต่สุภาพ สักพักก็อยากลองอยากเปลี่ยนแนวเป็น jazz บ้าง blues บ้าง ก็ฟังได้ดีตามปรกติ แต่ก็ยังไม่หนำใจ ลอง hard rock ปรากฏว่าฟังได้อารมณ์ hard rock ตริงๆครับ เสียงแหลมและทุ้ม จัด เข้ม เสียงกลางหลบๆ บรรยากาศ hard rock จริงๆ ฟังกันราวๆ ๕ ช.ม.



ยินดีด้วยครับ

ได้รับรายงานลับว่า หลังจากฟังคู่นี้ วันนี้แขกลึกลับก็ไปที่บ้านคาเมร่าอายส์
หลังจากใช้เวลาไม่นาน ผลก็ออกมาว่าคู่นี้ทิ้ง Cyan ไปแสนไกล......

พวกเราคงต้องนัดเวลาไปพิสูจน์กันเสียหน่อยละกระมัง


ก็มันเป็น B139 นี่ครับ เชิญมาฟังได้ทุกเมื่อ ยินดีต้อนรับครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 13 January 2013, 08:21:06 am
ยังเห็นชุกชุมในเบย์
แปลว่าสามารถทำคู่ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4.......ได้
อย่างนั้นหรือเปล่าครับ

:thrilled:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 14 January 2013, 01:13:02 am
Quote from: pee on 13  January  2013, 08:21:06 am
ยังเห็นชุกชุมในเบย์
แปลว่าสามารถทำคู่ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4.......ได้
อย่างนั้นหรือเปล่าครับ

:thrilled:


ส่วนมากผมจะวิตกเรื่องสภาพครับพี่พี มันหาได้ง่ายในสภาพที่รับไม่ได้ครับ สภาพดีห่ยากมากครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 17 January 2013, 02:07:11 am
เห็นการสร้างลำโพงของคุณคนนี้แล้ว ก็คิดว่าที่ Vox คิดสร้างลำโพงใหม่....อย่างบาง นี่
ช่างชาญฉลาดเสียจริงๆ
http://forum.blu-ray.com/showthread.php?t=192226


(http://i1234.photobucket.com/albums/ff416/1Reference1/Speaker%20build/DSC03133.jpg)
(http://i1234.photobucket.com/albums/ff416/1Reference1/Speaker%20build/DSC03127.jpg)
(http://i1234.photobucket.com/albums/ff416/1Reference1/Speaker%20build/DSC03142.jpg)

Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 17 January 2013, 02:45:54 am
ผมทำตู้แบบ resonance ครับ เทคนิคนี้ทำกันในยุคก่อน WW II ผนังด้านข้างเป็นผนังบางๆ ทำเสร็จแล้วจะคล้ายเครื่องดนตรี มันเหมาะกับดอกลำโพงโบราณมากๆ เพราะดอกพวกนี้จะไม่มีการตอบสนองความถี่ต่ำ ไม่ว่าจะทำตู้ทั่วๆที่เราคุ้นเคยไปแบบใดก็ตาม และก็ไม่สามารถเร่งเสียงได้มากเพราะเสียงจะอตกพร่า
ดอกvintage ในตู้ resonance ตอบสนองความถี่ต่ำได้มากกว่า frq. res. ของมันเอง และไม่ค้องเร่งเสียงก็ดังได้ดีครับ เหมาะกับแอมป์ในยุคที่ใช้เทคนิคเดียวกัน
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 17 January 2013, 04:06:17 am
พูดกันตรงๆ ตู้ลำโพงแบบห้องมั่นคงนี่ มันเป็นเรื่องของการตลาดอย่างแท้จริง
คือ เพื่อเพิ่มราคาให้แก่สินค้าเท่านั้น แต่ในแง่อุโฆษวิทยา มันก็มีค่าเหมือนเข้าไปตะโกนอยู่ในถ้ำหิน คือป่าเถื่อนราวกับย้อนเวลาไปแสนปีทีเดียว

ระหว่างครกหินกับซอสแตรด อะไรจะสร้างดนตรีออกมาได้
คนโง่เท่านั้น ที่คิดไม่ออก
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 17 January 2013, 04:10:58 am
พูดอีกอย่างก็ได้ว่า ลำโพงหินขุดชุบแป้งทอดพวกนี้ เอาไว้ฟังเพลงร๊อคละก้อ
อาจจะพอมีความชอบธรรม

แต่ที่จริงเพลงร๊อค ก็ต้องใช้ลำโพงพีเอ
ดังนั้น จึงเหลือเพียงหนังฮอลีหวูดเท่านั้น ที่คู่ควร

อ้อ ........ พวกนักฟังที่ฟังอะไรซ้ำๆ อยู่ท่อนเดียว ก็เหมาะด้วยจ้า
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 28 January 2013, 02:30:10 am
หลังจากที่ผมประกอบ F5 ของ Pass เสร็จมาตั้งแต่สองปีที่ผ่านมาและฝากเพื่อน Bias ตั่งค่าให้ แต่เขายังไม่ได้ทำให้ จึงไมาสามารถใช้ฟังได้ ผมเลยตัดสินใจสอบ DC แอมป์มาหนึ่งตัว เป็นเทคนิคที่เขาเรียกกันว่า New Class AA เสียงดีมากเกินคาด สะอาดทุกย่านความถี่ นิ่งมากๆ รายละเอียดดั น้ำเสียงดี น้ำหนักดี ไม่รู้ว่าจะบอกอะไรก็ดีไปหมด ราคาก็ดีด้วยครับ

http://audio-database.com/TechnicsPanasonic/amp/su-v8x-e.html

ของผมเป็น สี ดำ anthracite  ครับ

Modified (added) แอมป์ตัวนี้ speed ดีมากๆ dynamic ดุดัน แต่ไม่ทำให้เกิดอาการ fatigue ไม่ล้าหู เสียงอิ่มดีมากๆ ยิ่งถอยกลับไปหาแอมป์จากอดีตก็ยิ่งพบของดี เข้าข่าย 4-คำโอรีโอ หรือเปล่าครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 28 January 2013, 05:33:25 am
เสือปืนไวจริงๆครับ
คุยกันยังไม่ครบ 72 ชั่วโมง.....ของดีก็ถูกสอยเข้าสตูซะแระ


ยินดีด้วยด้วยความอิจฉาครับ


:whistling:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 28 January 2013, 06:08:16 am
Quote from: pee on 28  January  2013, 05:33:25 am
เสือปืนไวจริงๆครับ
คุยกันยังไม่ครบ 72 ชั่วโมง.....ของดีก็ถูกสอยเข้าสตูซะแระ


ยินดีด้วยด้วยความอิจฉาครับ


:whistling:

ขอบคุณครับที่ช่วยอิจฉา จะเล่าต่อให้ตาพี่พีร้อนขึ้นๆ ครับ
เมื่อผมเห็นประกาศขายปุ๊บ ก็ search หาข้อมูลเพิ่มเติมทันทีครับ ก็ยังวิตกอยู่ว่า แอมป์ Dc รุ่นแรกๆอาจจะไม่ดีพอ แต่เมื่อผมได้หวนนึกถึง Sony Tan 86 ES และ Sony Tae 86 ES แล้วให้รู้สึกว่า Sony ชุดนี้ก็เป็นแอมป์ class digital รุ่นแรกๆที่มีคุณภาพสูงมาก และทุกวันนี้ผมก็ยังตามหา และไล่ล่าคู่นี้อยู่ ผมเคยโทรฯถามคนที่ลงประกาศขายในเว๊ปและขอเบอร์โทรฯของลูกค้าคนที่เขาขายให้เพื่อจะขอซื้อต่อ แต่เขาไม่ยอมให้ บอกว่าทำหายไปแล้ว  เสียงมันดีจริงๆ ครับ แล้วเราก็ได้คุยกันถึงเรื่องแอมป์เก่าๆคุณภาพสูงๆ พี่พีก็สนับสนุนเจ้า DC แอมป์ตัวนี้ขึ้นมา ผมบอกให้เพื่อนซื้อ แต่เขาบอกว่าไม่ชอบหน้าตา ไม่ชอบ design ผมเลยคว้าทันทีครับ

กับ SUV8X ตัวนี้ (ก็ยังไม่ใช Sony TAN และ TAE 86 ES ยังห่างกันครับ) ผมไม่อยากจะโอหังแล้วนำไปอ้างอิงกับพวก class A ครับ เพราะหลายคนมองว่ามันไม่ใช่ Class A เพียงแค่แอบอ้างใช้คำว่า New Class A เพื่อการตลาด เรื่องนี้คงต้องเขียนไว้อีกบทหนึ่ง
เอาเป้นว่าบรรยายเรื่องน้ำเสียงและคุณภาพเสียงในแบบที่ผมได้ยินกับชุดของผมดีกว่าครับ เสียงมันดีและผมชอบมันมากกว่า Class A "แท้ๆ" บางยี้ห้อครับ เช่น Musical Fidelity A1 ยังไม่สามารถถ่ายทอดได้แม่นยำเหมือน SUV8X ตัว A1 จะมีเนื้อหยาบ หนา และเชื่องช้าเมื่อเทียบกับ SUV8X ถึงแม้ว่า SUV8X จะไม่นุ่มหวานเหมือนหลอด แต่น้ำเสียงของมันมีเสน่ห์ เจือความอุ่นหวาน พร้อมกับความชัดเจน มีรายละเอียดมากพอที่จะถ่ายทอดเสียงออกให้ครบครันตามสัญญญาณที่ได้รับการป้อนเข้าไปครับ ผลลัพท์คือได้ความดังต่างระดับและได้ตัวโน๊ตที่ชัดเจนขึ้น แต่ละเสียงไม่ขัดแย้งกัน ไม่ถูกกลบเกลื่อนให้จางหายไป ผ่อนหนักเบาได้ดี เป็นรสชาดดนตรีจริงๆครับ และที่ชอบอีกประการคือมันมีกำลังมากแบบล้นเหลือครับ เมื่อเทียบวัตตต่อวัตต์สมัยก่อนกับวัตต์สมัยนี้ต่างกันมากๆ
พวกเม๊ดๆ เต๊ดๆ (Image, Sound-stage, focus etc.) คงไม่ต้องพูดถึงครับ มันจำลองเวทีเสียงได้ตามแบบ audiophile เขาต้องการได้จริง
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 28 January 2013, 06:23:28 am
ถัดจากวิทยุกระเป๋าหิ้วขนาดสมุดโทรศัพท์ ผมก็เริ่มหัดฟังเพลงกับเทคนิคนี่แหละครับ
อาจารย์ฉลวย สรรพโส(ผู้ล่วงลับ)แห่งโรงเรียนช่างศิลป์เป็นผู้วางรากฐานเล็กๆ ให้กับผม
และแอมป์เป็นเรื่องเป็นราวตัวแรกที่ผมใช้ก็คือเทคนิคคลาสสองเอนี้ ที่ท่านกรุณาขายต่อให้ในราคาเด็กนักเรียน

มีสหายเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้ ทำให้อุ่นใจว่า หากคิดถึง
นอกจากซื้อเก็บไว้เอง ซึ่งอาจจะหาอีกไม่ได้

ก็ยังขอแวะไปฟังแก้อยากได้....เย้
Title: Re: My little (collective) system
Post by: trens on 28 January 2013, 02:19:01 pm
ยินดีด้วยที่ได้ของดียุค'80เข้าประจำการ
จำได้ว่าเสียงเขาเข้ากันกับJBLตัวใหญ่ๆ และ ... แน่นอน VOX หญ่ายๆๆ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: meng on 28 January 2013, 02:41:54 pm
Int. amp DC ผมก็มีใช้อยู่ของ Luxman L7 ซื้อสมัยเรียนที่สิงคโปร์

ถึงทุกวันนี้ยังใช้ได้อยู่ ไม่เคยเสียไม่เคยซ่อม  :thumbup:

(http://www.hifiengine.com/images/model/luxman_l-5.jpg)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 29 January 2013, 02:29:50 am
Luxman ของคุณเม้งดูเป็นเรื่องเป็นราวมากเลยครับ ดูผ่านตานึกว่าเป็น receiver ครับ  :whistling:

ตัว AUREX SCM 15 + SYC 15 ก็เป็น pre-amplifier และ power amplifier แบบ Dc ทะ้งคู่ครับ ดสัยงดีมาก แต่กำลังน้อยไป ไม่พอขับ B139 ครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 29 January 2013, 04:19:34 am
เห็นมันมี MM/MC เลยรุ้สึกอยากลอง MC ผมจึงขึ้นไปเอา turn มาปัดฝุ่น แล้วลอง hook

(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/P1293571_zps1d7301e2.jpg)
เข้าระบบ

มัน เล่นได้น่าฟัง มากๆถึงแม้ว่า pick up เป็น MM  ของ pioneer รุ่นธรรมดาๆ รุ้น Sparrow มากๆ อีกทั้งสายพานของมันยาวเกินไป speed เลยช้าไปหน่อย แม้กระนั้นก็ยังฟังดีกว่า Aurex + Linn LP12 มากๆครับ

อยากลอง MC ที่ติดมาด้วยกัน แต่คงต้องไปup ตัว Turn Table ก่อนครับ ผมชอบ full automatic ขับเคลื่อนแบบ DD ครับ มือสองจากญี่ปุ่นยิ่งดีครับ

Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 16 February 2013, 03:44:15 am
เมื่อวานนี้ผมได้ฮอร์น tractrix ขนาด 1" มาหนึ่งคู่ เลยต่อฟังกับ 3.5 centi เป็นลำโพงฉอร์นแท้ๆ กลางแหลมเป็น tractrix compression chamber drice unit 500-20000 Hz และ back loaded horn ่มีความยาวถึง 3.5 เมตร ต่อแบบไม่ผ่าน crossover network ใช้เพียง C หนึ่งตัวสำหรับฮอร์น หลี่ไป๋ขับได้ สบายบรื๋
วันนี้ผมทำ crossover ให้มัน เพราะเสียงจะดีกว่าแบบต่อตรงมากๆ  แต่ว่าหลี่ไป๋บอก ไปแล้ว ขับไม่ไหว เพราะตัว crossover network นี่ใช้แพลังงานมาก ผมจึงต้องใช้ new class A ขับแทนหลี่ไป๋ ฟังได้ดีมากและได้ทุกแนว เป็นเสียงที่มีความกังวานและรายละเอียดดี ชัด แต่ไม่กระแทกหู น้ำเสียงคล้ายๆ bi radial แต่......

พักครึ่ง
เย็นนี้ผมนึกขึ้นได้ว่า VLC จะ boost gain เสียงขึ้นมาอีกราวๆ 200% ผมเลยโยน WAV files เพลงเข้า VLC แล้วต่อ หลี่ไป๋ ก็ยังพอฟังได้ เสียงออกจะดิบ ฟังดีกับบางแผ่นครับ 

แต่........ฮอร์นตัวใหม่นี้เล็กกว่า Bi Radial (ที่มีขนาด 2")  มาก และจัดการกับ crossover network ได้สบายๆ ไม่ยุ่งยากเหมือน bi radial ที่ต้องปล้ำกันนานมาก หากปล้ำสำเร็จก็จะได้เสียงที่คุ้มค่ามากๆหหาได้ยากมากๆจากลำโพงทั่วไป หรือแม้แต่ในลำโพงชนิด compression chamber horn ก็ตามที บางตัวก็ไม่สามารถให้เสียงแบบ bi radial ได้ครับ แต่ว่าสิ่งที่ขาดหายไปใน  tractrix ตัวใหม่นี้คือความฉับไว มันไม่สามารถเทียบกับ bi radial ได้เลย และเสียงปลายแหลมก็ทำได้ไม่ดีเท่า   bi radialคงต้องใช้คำว่า แบบไม่เห็นฝุ่น  แต่มันก็ยังเป็นลำโพงที่ดีกว่าพวกกรวยหรือ ribbon หลายๆตัวครับ



(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/P2164214.jpg)

(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/P2164219.jpg)



ปล. ลป. หลี่ไป๋ จัดการกับความถี่ต่ำกับฮอร่นตัวนั้ไม่ได้ครับ bass สาม บ. ครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 28 February 2013, 05:10:42 am
MY NEW LOUDSPEAKER. Each weights around 6 kg. The side wall made of rubber ply wood with thickness at <4 mm.

Something is out of place. Why loudspeaker manufacturers try to make their cabinets dull, hard, heavy and very  stiff. Almost sounding deadly.

(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/Kontrabass%20Variation/306251_340626659375286_423851770_n.jpg)

(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/Kontrabass%20Variation/rtafostex.jpg)

(http://i1008.photobucket.com/albums/af209/pheesama/Kontrabass%20Variation/RT60.jpeg)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 28 February 2013, 05:28:57 am
Quote from: bhisma on 28  February  2013, 05:10:42 am
MY NEW LOUDSPEAKER. Each weights around 6 kg. The side wall made of rubber ply wood with thickness at <4 mm.

Something is out of place. Why loudspeaker manufacturers try to make their cabinets dull, hard, heavy and very  stiff. Almost sounding deadly.



Money is the key

ขนาดเอาอลูแท่งมาขุดเป็นลำโพงที่มั่นคงเท่าโลงศพที่ถูกฝัง
ก็ยังมีสื่อกล้ายกย่อง ....... จากนั้นการซื้อขายก็บังเกิด

อยากให้พวกนี้ลองขุดอลูเป็นกีตาร์ แล้วให้เซโกเวียเล่นจังเลย......55555
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 28 February 2013, 03:03:39 pm
To be fair to manufacturers as they construct new loudspeaker drive units stiff and strong with hard diaphragm to support more powerful transistor amplifications. And strong drive units comes with strong cabinet design with equally strong 
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 28 February 2013, 04:37:16 pm
อ้อ เล่นเพลงของ หลุยส์อาร์มstrong  ดัวย

ha ha
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 28 February 2013, 07:50:21 pm
คำถามนี้อย่างพี่ Bhisma นี่น่าจะรู้คำตอบอยู่แล้วนะครับ เสียงส่วนใดๆ ที่ไม่ได้เกิดจากการสั่นจากวัสดุที่ติดอยู่กับ Voice Coil โดยตรง ถือเป็นเสียงที่ไม่ได้มาจากสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งเราเรียกกันว่า Noise และเรา(เหล่าผู้ออกแบบลำโพงทั้งหลาย)ไม่ต้องการครับ manufacturers จึงต้อง make their cabinets dull, hard, heavy and very stiff เพื่อไม่ให้มันสร้าง Noise ออก

แต่ถ้าบังเอิญ Noise พวกนี้มันจะไปสอดคล้องกับเสียงหลักและเป็นที่พึงพอใจ ก็เป็นเรื่องปัจเจกครับ  :)

Quote from: bhisma on 28  February  2013, 05:10:42 am
Why loudspeaker manufacturers try to make their cabinets dull, hard, heavy and very  stiff. Almost sounding deadly.
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 28 February 2013, 09:02:13 pm
เรโซแน้นส์ถือเป็นน้อยส์ด้วยหรือครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 28 February 2013, 11:02:03 pm
ผมมีจุดยืนที่เหนียวแน่นเรื่องระบบตู้แบบ resonance แต่สมมติว่าเสียงที่ไม่ได้มาจากเส้นสายและคันชักของซอคือ NOISE ดังนั้นเราก็ไม่ได้ฟัง corpus ของซอ หากเป็น noise เท่านั้น

Dear Master Art, thanks for your input krap. We have this theme debated for years....

http://www.hifi-forum.de/index.php?action=browseT&forum_id=104&thread=15747&postID=1177#1177

And delighted very much to continue debating here. There is also no resonance in the German forum and I like it that way. Way of antagonism. It makes object more interesting.


As I already mentioned that I would like to be fair and treat other fairly and admit that there is necessity evil to make modern loudspeaker hart and dull and stiff etc. That is fine with me. That was reason why I mentioned it. They can do better loudspeakers than what they serve us.

And Master Art, you yourself use flexible Baffle "cabinet-less" meaning that you are using open baffle loudspeaker. That you dislike cabinet is it not? On baffles are vintage drive units. The surrounds are soft respectively almost not moving surround. And your baffles do swing!

You may define academically that sound/wave that does not come from voice coil of a loudspeaker is definitely NOISE. Assuming that you were right. therefore,  we all do not listening to violins, nor cello but NOISE!  I could not emphasize this idea to be circulated.


On other hand, and put academic idea aside for moments.....there are lot of people who really like the swing cabinet/resonance cabinet......Please let us have your valuable comments on this matter krap....
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 01 March 2013, 08:03:10 am
ผมตามอ่านกระทู้ของพี่ Bhisma ไม่ไหว เลยขอคุยตามข้อความใน Web นี้นะครับ

ใช่ครับ ผมใช้ Open Baffle เพราะผมไม่พึงพอใจกับเสียงตู้ครับ ผมต้องการเสียงจาก Driver เท่านั้น วัสดุที่ใช้ทำ Open Baffle เป็น Plywood จากนอกประเทศครับ เพราะเลาะจากลังสินค้าที่ท่าเรือคลองเตย มีความแข็งแรงสูงกว่า MDF และ Plywood บ้านเราที่หนาเท่ากัน ไม่ใช่วัสดุที่ Flexible อย่างที่เข้าใจครับ ผมคิดว่า Baffle ที่ผมใช้ไม่ได้ Swing ครับเพราะน้ำหนักของ Baffle เฉพาะแผ่นหน้าก็ร่วม 15kg หนักกว่า moving mass ของลำโพงกว่า 300 เท่าครับ

ส่วนเรื่องเครื่องดนตรีกับเครื่องเสียง ผมมองว่ามันเป็นคนละขั้นตอนกันครับ เครื่องดนตรีมันอยู่ในขั้นตอน Record Production ครับ เสียงจากไวโอลิน, เปียโน, ... มันเป็น Product ล้วนๆ ในขั้นตอนนี้ Resonance ก็นับเป็น Product ด้วย เพราะมันเป็นอัตลักษณ์ของเครื่องดนตรีและการบันทึกครั้งนั้นๆ แต่เสียงรถยนต์ที่วิ่งอยู่หน้าห้องอัดนี่เป็น Noise ครับ (เสียงไชโยโห่ฮิ้วในคอนเสิร์ตกลับไม่นับเป็น Noise แฮะ :supergrin: ) ส่วนเครื่องเสียงมันเป็นขั้นตอน Play back ครับ คือเอา Record มา Re-produce ถ้ามีอะไรหายไปก็คือขาด เกินจากที่บันทึกมาก็คือ Noise ครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 01 March 2013, 08:33:08 am
ผมไม่ค่อยมีความรู้เท่าไหร่
แต่ถ้าใช้ทฤษฎีคุณอาร์ตอย่างไม่ลดหย่อนละก้อ
วัสดุที่ใช้ทำแผง ต้องแกร่งระดับเหล็กหล่อเท่านั้น
จึงจะพอมันใจว่าแผงนั้น ไม่สร้างน้อยส์

แต่ก็เคยอ่านเจอว่า พื้นที่และขนาด แม้แต่รูปร่างของแผง ล้วนมีผลต่อเสียง
ในกรณีนี้ มิกลายเป็นการเติมน้อยส์เข้าในสัญญานบริสุทธิ์หรือครับ

อ้อ ถ้าเสียงตบมือไม่เป็นน้อยส์ เสียงรถยนตร์ก็คงไม่เป็น
และเสียงน้อยส์จากแผงแบ้บเฟิล ก็ไม่ควรเป็นด้วย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 01 March 2013, 03:21:00 pm
Quote from: Art on 01  March  2013, 08:03:10 am
ผมตามอ่านกระทู้ของพี่ Bhisma ไม่ไหว เลยขอคุยตามข้อความใน Web นี้นะครับ


ในกระทู้ hififorum,de ก็อยู่ในทำนองเดียวกันกับที่เรากำลัง debate ครับ กว่าจะได้ผลสรุปเกิดขึ้นก็ใช้เวลานาน ทุกความเห็นที่ตรงข้าม คล้อยตาม หรือ "เป็นเส้นขนาน"ที่ไม่อาจตัดกันล้วนมีประโบชน์ในการสรรสร้างลำโพงแบบ resonance ซึ่งมีมานานมากแล้วครับ ในท้ายที่สุดก็เหลือเพียง hard core ที่ค้นพบสิ่งที่ตนมองหา ส่วนเจ้าของกระทู้เป็นนัก DIYer โดยแท้ เลยยังไม่ยอมหยุด แต่จะไปให้ถึงขอบเขต

สิ่งที่กลุ่ม hard core ค้นพบนั้น resonates รสนิยมการฟังเพลงผมมากๆ (ไม่รวม วงบรรเลงใหญ่ๆ) ปรับแต่งง่าย มีสันส่วนที่สวยงาม โต้ง มล ฯ ความประทับใจมิได้เกิดขึ้นกับผมแต่ผู้เดียว ที่สำคัญนอกจากคุณภาพเสียงแล้ว มันยังขับง่ายมาก เหมาะสำหรับคนที่ใช้แอมป์กำลังขับต่ำเช่นแอมป์หลอดครับ เสียงมันครบ แม้ใน high spl

ผมเองไม่ได้มีข้อติงหรือกังขาลำโพงที่หนัก แน่น ฯ และก็ทำตู้แบบแน่นๆ มากมาย ที่ผมไม่เห็นด้วยคือการใช้วัสดุ h-fi NASA เหนือโลก เพื่อใช้เป็นกลไกทางตลาด dictate ราคาแบบ exorbitant เท่านั้นครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 01 March 2013, 05:27:42 pm
ถ้าคุยกันในหมู่ Perfectionist ก็จะได้ผลลัพธ์ออกมาอย่างพี่พีว่าครับคือยิ่งแข็งแรงยิ่งดี ของใครแข็งแรงกว่านิดหน่อยก็คุยทับกันได้แล้ว ส่วนผมเองจะมองในแง่ความพอเพียงด้วยโดยเปรียบเทียบในเชิงกลครับ ยกตัวอย่างนะครับ โดยทั่วไปน้ำหนักชุดกรวย+Voice Coil เราจะเรียกรวมๆ กันว่า Moving Mass ปกติจะอยู่แถวๆ 50-100 gram ครับ อันนี้เป็นส่วนที่เราต้องการให้เคลื่อนไหวส่งเสียงออกมา ส่วนอื่นๆ นอกจากนี้เช่น Frame, Magnet, ผนังตู้, ผนังฮอร์น จะต้องเป็น Deadly Mass คืออยู่ให้นิ่งที่สุด และโดยมากจะีมีน้ำหนักเยอะกว่า Moving Mass มากเป็นหลักสิบหลักร้อยเท่า ผมขอเปรียบเทียบอย่างนี้ครับ ถ้าคน 1 คน (Voice Coil) จะยกของหนัก 10kg (Moving Mass) OK สบายมากไม่มีปัญหา แต่ถ้าคนๆ เดิมจะยกของ 1ton (ผนังตู้ไม้) คงยกไม่ขึ้นแต่จะผลักให้ขยับนิดๆ ละอาจจะพอไหว แน่นอนว่าขยับนิดๆ ก็คือส่งเสียงออกมาด้วย ในขณะที่ถ้าเป็นของ 10ton (ตู้เหล็ก) ออกแรงยังไงก็ไม่ขยับซักมิล ผมก็มองว่า 10ton คือความเว่อร์ครับ

Noise แปลตรงๆ ตัวก็คืือเสียงรบกวนครับ ผมคิดว่าประเด็นหลักคือ "รบกวน" ไม่ใช่ "เสียง" ครับ ถ้าเราต้องการบันทึกเสียงใน Studio เสียงรถยนต์จึงนับเป็น Noise แต่ถ้าเราบันทึกเสียง Concert เสียงตบมือก็เป็นส่วนประกอบของ Concert ซึ่ง Sound Engineer บางคนอาจจะพยายามตัดออกหรือปล่อยมันไว้ตามเหมาะสม ขึ้นกับมุมมองว่า "รบกวน" รึเปล่า

กรณีเรืื่องผนังตู้สร้างเสียง ผมเรียกว่า Noise เพราะผมมีมุมมองที่ต้องการเสียงจาก Driver ซึ่งมาจากสัญญาณไฟฟ้าโดยตรง แต่ถ้ากลุ่มที่ชอบตู้ Resonator จะมองว่านั่นคือ Voice ก็สามารถทำได้ แต่ข้อเท็จจริงก็คือในสัญญาณไฟฟ้าไม่มีเสียงเหล่านี้ครับ

ส่วนที่พี่พีเคยอ่านมาเรื่องพื้นที่และขนาด น่าจะเป็นเรื่อง Natural Resonance ในทฤษฎีกลศาสตร์ครับ คือวัสดุขนาดและรูปร่างต่างๆ จะมี Natural Resonance ของมันเองอยู่ โดยปกติเมื่อวัสดุได้รับแรงสั่นสะเทือนมันจะสั่นตามแรงนั้น แต่เมื่อความถี่การสั่นไปตรงกับ Natural Resonance ของวัสดุ มันจะสั่นมากกว่าปกติครับ Natural Resonance มีทั้งแบบ 1 2 และ 3 มิติครับ ที่เราเจอบ่อยๆ ก็ Resonance ในห้องฟังครับ มีทุกมิติเลย ตู้ลำโพงก็เปรียบกับห้องฟังขนาดเล็กๆ ครับ จึงมี Natural Resonance เหมือนกัน เราทำให้ Natural Resonance หายไปไม่ได้ แต่ทำให้บรรเทาลงได้ครับ ตัวอย่าง Natural Resonance อันโด่งดังครับ

--http://www.youtube.com/watch?v=3mclp9QmCGs--
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 01 March 2013, 05:53:52 pm
อ้อ

ถ้าตั้งธงอย่างนั้น ผลก็ตามมาอย่างที่คุณอาร์ตว่าแหละครับ
เหมือนผมตั้งธงว่า กรวยที่ดีต้องเบากว่าอากาศ ผลที่ตามมาก็ต้องเป็นอีกอย่าง  :whistling:

เลยมีลำโพงหลากหลายในโลกใบนี้
แต่ประเด็นของผมจะต่างจากธงของคุณอาร์ตสักหน่อย
คือผมพูดถึงลำโพงกล่อง ซึ่งกล่องมีผลต่อเสียง แต่เขากลับทำกล่องให้ไม่มีผลต่อเสียง

ที่ถูก เขาต้องไปทางแนวของคุณอาร์ต
คือต้องไม่มีกล่อง จึงจะไม่มีเสียงมิพึงประสงค์
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 01 March 2013, 11:18:49 pm
ท่านปู่พูดถึงยานอนหลับชื่อโบเลโร
ผมเพิ่งเจอมา ฟังได้ นาทีกว่าเกือบสองนาที
ทนไม่ได้ หนังตาจะปิดเอา ต้องเลิก

เด็กคนนี้ กำลังหลงทางแล้วละ ผมว่า


http://www.youtube.com/watch?v=3KgpEru9lhw
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 01 March 2013, 11:50:00 pm
ผมได้รับรู้ tempo ของ Boloro ที่ถูกต้องก็จาก piano roll ของพี่พีแหละครับ มันเป็นโลกใบใหม่เลยหละครับ ผมชอบtempo ที่ Ravels เล่นมากๆครับ


วาทยากรร่วมยุคกับ Ravels ไม่เคนคิดจะนำ Bolero มาบรรเลง เพาะมันเป็น Study แต่คนรุ่นหลังนำมาเล่น มาบรรเลงเพราะมี score และอาจเห็นว่าควรเปิดเผยให้ชมหมู่มากฟังทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องน่ายินดี ที่พวกเขาเล่นผิด tempi ก็ไม่น่า ไม่ควรถูกตำหนิ เพราะไม่เคยได้ยินเจ้าของยทประันเล่น

ผมไม่แน่ใจว่าหนุ่มน้อยผู้นี้เคยได้ยิน original tempo จาก piano roll ไหม ถึงแม้จะเคยได้ยินแต่ fake tempo นี่มันเป็น stereotype ของ Bolero ไปซะแล้ว ได้กลายเป็นแม่พิมพ์ไปเสียแล้ว
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 02 March 2013, 12:52:07 am
คุสเซวิสกี้เป็นเพื่อนซี้ที่ขอให้ราเฟลทำออเคสเตรชั่นในงานหลายชิ้น
รวมทั้งเดี่ยวเปียนโน "นิทรรศการจิตรกรรม" ที่โด่งดังของมูซอร์กสกี้ด้วย




นี่เป็นการตีความของเขา 1930 แน่นอนมันไม่สามารถแสดงความพริ้วไหวของโน๊ตออกมาได้ แต่มันก็ไกล้กับไอเดียของราเฟลมากที่สุดแล้วละ

http://www.youtube.com/watch?v=1kfXsiA-TYY
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 02 March 2013, 01:53:28 am
ขอบคุณมากครับพี่พี แต่ผมชอบแบบ allegro vivace มากกว่าครับ ๕๕๕๕
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 03 March 2013, 06:24:37 am
Quote from: bhisma on 02  March  2013, 01:53:28 am
ขอบคุณมากครับพี่พี แต่ผมชอบแบบ allegro vivace มากกว่าครับ ๕๕๕๕


http://www.youtube.com/watch?v=HiYIiPWZ6cQ

Ravel อาจจะไม่เห็นด้วย....หึหึ
เขาติว่าทอสกานีนี่เล่นเร็วเกินไป ทอสบอกว่า ถ้าช้าอย่างที่ต้องการละก้อ คนดูหลับหมดแน่ และบอกอีกว่า นี่เป็นวิธีเดียวที่จะรักษาเพลงนี้ให้อยู่ในโลกคลาสสิค

Ravel ตอบสั้นๆ ว่า

งั้นก็อย่าเล่น....
ตรงนาที 8 ทรัมเปตหลุดเฉยเลย

ปล
ลูกค้า VOX พอใจกับลำโพงมาก

http://www.youtube.com/v/KNeRBNerJPU
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 03 March 2013, 07:36:51 am
พี่ Bhisma ครับ ในกลุ่มผู้นิยมตู้แบบ Resonator ที่พี่คุยอยู่ เค้ามีการควบคุมการ Resonance กันยังไงครับ จริงๆ ผม Prefer วิทยาศาสตร์มากกว่า แต่แบบศิลปะก็อยากรู้ครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 03 March 2013, 04:05:01 pm
ขอบคุณครับคุณอาร์ต สำหรับ input ที่น่าสนใจครับ

ก่อนอื่นผมขอตั้งคำ definition ว่า วิทยาศาสตร๋ต้องทำการทดลอง วิจัย วิเคราะห์ บันทึก ตั้ง thesis ฯ ใช่ไหมครับ

ในกลุ่มฯ เราใช้วิทยาการเป็นเครื่องมือ เพื่อนำมาใช้ในงานศิลป์ในที่สุด ขาดอย่างใดเอย่างหนึ่งไม่ได้  ใน link ที่ผมแนบให้ดู หน้าที่ 10 จะเห็นว่ามีการวัด resonance ของ frequencies response ของ violin เพื่อดูการตอบสนองในความหนาแน่นต่างๆบนตัว corpus มีการทดลองอีกมาก เรานำมาประยุกค์ใช้กัน (ส่วนนี้ไม่มีความสำคัญสำหรับผม แต่ก็เป็นข้อมูลที่พอมีประโยชน๋บ้าง :dizzy:)

ในความรู้สึกของผมที่มีต่อกระทู้ใน link คือการ DIY ลำโพงเพื่อสามารถขับเสียงที่ตนชอบ เราค้นคว้า ทดลอง ใช้เครื่องมือวัด บันทึกและ ที่สำคัญคือตั้ง thesis! แล้วพิสูจน์ว่าผลลัพท์ของ thesis มีสมการตรงตามที่ตั้งไว้ หรือไม่ แล้วจะทำอย่างไรต่อไป สรุปอีกครั้งคือ มันเป็นงานวิจัย ค้นคว้า เพื่อนำมาใช้เสพศิลป์

จุดยืนของผมที่ไม่มีวันจะสั่นคลอนได้!คือ วิทยาศาสตร์ก็เป็นสาขาหนึ่งของปรัชญาที่ไม่เคยตรงกับความเป็นจริงเลย แต่บัญญัติไว้สำหรับกลุ่มที่เชื่อเท่านั้น


การฟังดนตรีเช่น ในกรณีนี้ เป็นการฟังดนตรีผ่านเครื่องเสียง การรับฟังนั้นไม่มีอะไรเป็นที่วิทยาศาสตร์เลยแม้แต่น้อย ไม่มีเครื่องมือในการวัด เพราะว่ามันเป็นอารมณ์ เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ ผมแน่ใจว่าไม่มีคำตอบสำหรับคำถามของคุณอาร์ต เพราะเราใช้ resonance เป็นหลัก แต่ในเมื่อคณ prefer วิทยาศาสตร์ ผมรู้สึกว่ามันจะอยู่บนตัวตั้งที่ต่างกัน แต่ผมจะลอง ตอบ ดู

Quote from: Art on 03  March  2013, 07:36:51 am
พี่ Bhisma ครับ ในกลุ่มผู้นิยมตู้แบบ Resonator ที่พี่คุยอยู่ เค้ามีการควบคุมการ Resonance กันยังไงครับ จริงๆ ผม Prefer วิทยาศาสตร์มากกว่า แต่แบบศิลปะก็อยากรู้ครับ


คนทำตู้ก็ทำตามใจชอบ คล้ายๆกับคนทำเครื่องดนตรี เช่นคนทำ แคน ทำซอ violin, viola, cello etc. มันมีขนาด ความหนาแน่นที่ต่างกันมากๆ ไม้ที่นำมาใช้ก็ต่างกัน ตัวอย่างง่ายๆคือ การทำ viola ไม่มีข้อกำหนดสำหรับขนาด จะใหญ่ก็ได้ เล็กก็ได้ สิ่งที่สำคัญในการทำ viola คือบันไดเสียงของมัน viola d'amore ก็เป็นอีกหนึ่งกรรมวิธี มีก่รเพิ่มสายมากขึ้นใต้สายที่ไว้สี เพื่อให้สายที่เพิ่มเหล่านั้น resonate สายที่ถูกสี จะเห็นแล้วว่า คำถามที่ตั้งมาไม่อยู่ใน context ของลำโพงแบบ resonance อาจจะเป็นญาติ  ห่างๆได้ เพราะมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานใกล้เคียงกัน เช่นนำไปฟังดนตรี นำไปฟังเสียงบางชนิด นำไปวัดความถี่  :) ฯลฯ

ผมอยากจะลองถามคุณอาร์ต ที่ prefer  วิทยาศาสตร์ ว่า คุณฟังดนตรีที่มีจุดกำเนิดจากเครื่องดนตรีชนิดไหนครับ ที่เป็นวิทยาศาสตร์ ที่ผมกำลังจะถามตอบนี้ ผมไม่มีเจตนาจะทำให้มีความรู้สึกไม่ดีเกิดขึ้น แต่เจตนาผมอยู่ที่ถ่ายทอดความคิดหลักๆ ที่มีความสำคัญมากๆ มันคือ key ดังนี้ครับ "ไม่มีเครื่องเสียงใดในโลกที่สามารถให้เสียงถูกต้องตามความจริงหรือ เหมือนจริงได้" สมมติว่าผมสามารถให้ทุนวิจัยแบบไร้ขีดจำกัดเพื่อทำให้เสียงป่านเครื่องฯแล้วเหมือนเสียงจริงได้ เพราะมันเป็นไปไม่ได้  (ในยุคนี้)



Title: Re: My little (collective) system
Post by: K. PJ on 03 March 2013, 04:38:30 pm

Quote from: Art on 03  March  2013, 07:36:51 am
พี่ Bhisma ครับ ในกลุ่มผู้นิยมตู้แบบ Resonator ที่พี่คุยอยู่ เค้ามีการควบคุมการ Resonance กันยังไงครับ จริงๆ ผม Prefer วิทยาศาสตร์มากกว่า แต่แบบศิลปะก็อยากรู้ครับ

ผมก็อยากจะรู้ อยากได้คำตอบจากผู้ผลิตเหมือนกันครับ ว่าคนทำลำโพงที่ด่าว่าลำโพงจากนอกแบรนดังๆ หลายแบรนที่ราคาหลายล้านบาทหลายๆ คู่ว่าห่วยนั้น มีความรู้ในการออกแบบในเชิงทฤษฏีอะไรกับลำโพงของตัวเองบ้าง?  เพราะอย่างน้อยก็เป็นที่อุ่นใจของลูกค้าว่าซื้อไปแล้วจะได้ไม่ผิดหวังในภายหลัง  ซึ่งโดยปรกติของที่ทำออกมาขายต้องมีการตรวจสอบผ่านขั้นตอนหลายๆ ด้านจากผู้ดูแดคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐ วันนี้ผมขอทำหน้าที่แทนตรงนี้เป็นเบื้องต้นสักหน่อยละครับ

(ผมอยากจะได้คำอธิบายตรงๆ จากปากผู้ผลิตมากกว่าไปยกลิงค์ ยกรูปหรือสิ่งอ้างอิงมาอธิบายกันในนี้ให้เห็นกันอย่างชัดเจนด้วย เพราะผมแปลไม่ค่อยออกครับ)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 03 March 2013, 04:49:36 pm
Quote from: K. PJ on 03  March  2013, 04:38:30 pm
ด่าว่าลำโพงจากนอกแบรนดังๆ หลายแบรนที่ราคาหลายล้านบาทหลายๆ คู่ว่าห่วย



คุณพินิจคงจำผิดคนแล้วละ
คนที่ด่าคือตัวผม มิใช่คุณมงคล

มากที่สุดที่เคยเห็นก็ที่แกตั้งข้อสงสัยว่าทำไมผู้ผลิตลำโพงถึงต้องทำให้งานของตัวเองหนักทึบขนาดนั้น
อ้อ แล้วก็ใช้วัสดุอวกาศ ....ไมได้เกี่ยวกับราคาเลยนี่นา
Title: Re: My little (collective) system
Post by: K. PJ on 03 March 2013, 05:03:31 pm


Quoteก่อนอื่นผมขอตั้งคำ definition ว่า วิทยาศาสตร๋ต้องทำการทดลอง วิจัย วิเคราะห์ บันทึก ตั้ง thesis ฯ ใช่ไหมครับ

ในกลุ่มฯ เราใช้วิทยาการเป็นเครื่องมือ เพื่อนำมาใช้ในงานศิลป์ในที่สุด ขาดอย่างใดเอย่างหนึ่งไม่ได้  ใน link ที่ผมแนบให้ดู หน้าที่ 10 จะเห็นว่ามีการวัด resonance ของ frequencies response ของ violin เพื่อดูการตอบสนองในความหนาแน่นต่างๆบนตัว corpus มีการทดลองอีกมาก เรานำมาประยุกค์ใช้กัน (ส่วนนี้ไม่มีความสำคัญสำหรับผม แต่ก็เป็นข้อมูลที่พอมีประโยชน๋บ้าง  )

ผมขอถามต่อเพราะยังไม่ทราบข้อมูลที่เป็นตัวและจับต้องได้ ความถี่ของไวโอลินที่ว่ามาแล้วและตัวตู้ลำโพงที่ทำนี้มันสอดค้องกันที่ความถี่ใดครับ ไม่ควรตอบโดยรวมๆ แบบนี้ โดยไม่มีหลักฐานยืนยันครับ

Quoteในความรู้สึกของผมที่มีต่อกระทู้ใน link คือการ DIY ลำโพงเพื่อสามารถขับเสียงที่ตนชอบ เราค้นคว้า ทดลอง ใช้เครื่องมือวัด บันทึกและ ที่สำคัญคือตั้ง thesis! แล้วพิสูจน์ว่าผลลัพท์ของ thesis มีสมการตรงตามที่ตั้งไว้ หรือไม่ แล้วจะทำอย่างไรต่อไป สรุปอีกครั้งคือ มันเป็นงานวิจัย ค้นคว้า เพื่อนำมาใช้เสพศิลป์
ทึ่ว่า "เราเราค้นคว้า ทดลอง ใช้เครื่องมือวัด บันทึกและ ที่สำคัญคือตั้ง thesis!" ผมขอดูตัวอย่างสิ่งที่ท่านคุยมาสักเล็กน้อยจะได้ไหมครับ?

Quoteจุดยืนของผมที่ไม่มีวันจะสั่นคลอนได้!คือ วิทยาศาสตร์ก็เป็นสาขาหนึ่งของปรัชญาที่ไม่เคยตรงกับความเป็นจริงเลย แต่บัญญัติไว้สำหรับกลุ่มที่เชื่อเท่านั้น
อันนี้ถือว่าดูถูกกันอย่างเลื่อนลอยครับ ยกสิ่งที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์มาไม่ตรงกับความเป้นจริงให้ดูหน่อยครับ


Quoteการฟังดนตรีเช่น ในกรณีนี้ เป็นการฟังดนตรีผ่านเครื่องเสียง การรับฟังนั้นไม่มีอะไรเป็นที่วิทยาศาสตร์เลยแม้แต่น้อย ไม่มีเครื่องมือในการวัด เพราะว่ามันเป็นอารมณ์ เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ ผมแน่ใจว่าไม่มีคำตอบสำหรับคำถามของคุณอาร์ต เพราะเราใช้ resonance เป็นหลัก แต่ในเมื่อคณ prefer วิทยาศาสตร์ ผมรู้สึกว่ามันจะอยู่บนตัวตั้งที่ต่างกัน แต่ผมจะลอง ตอบ ดู
ตอบแบบนี้เหมือนศิลป์ทางเสียไม่มีแก่นสาร ไม่มีรูปธรรมหรือ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: K. PJ on 03 March 2013, 05:04:18 pm
Quote from: pee on 03  March  2013, 04:49:36 pm
Quote from: K. PJ on 03  March  2013, 04:38:30 pm
ด่าว่าลำโพงจากนอกแบรนดังๆ หลายแบรนที่ราคาหลายล้านบาทหลายๆ คู่ว่าห่วย



คุณพินิจคงจำผิดคนแล้วละ
คนที่ด่าคือตัวผม มิใช่คุณมงคล

มากที่สุดที่เคยเห็นก็ที่แกตั้งข้อสงสัยว่าทำไมผู้ผลิตลำโพงถึงต้องทำให้งานของตัวเองหนักทึบขนาดนั้น
อ้อ แล้วก็ใช้วัสดุอวกาศ ....ไมได้เกี่ยวกับราคาเลยนี่นา
ผมไม่มีเวลาค้นน่ะครับ มีด่าเยอะแยะไป
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 03 March 2013, 05:22:57 pm
Quote from: K. PJ on 03  March  2013, 05:04:18 pm
ผมไม่มีเวลาค้นน่ะครับ มีด่าเยอะแยะไป


กับคนอื่นเรียกร้องความเป็นวิทยาศาสตร์ ขอหลักฐาน
กับตัวเอง...บอกไม่มีเวลาค้น

แฟร์ๆ หน่อยครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: K. PJ on 03 March 2013, 05:53:07 pm
Quote from: pee on 03  March  2013, 05:22:57 pm
Quote from: K. PJ on 03  March  2013, 05:04:18 pm
ผมไม่มีเวลาค้นน่ะครับ มีด่าเยอะแยะไป


กับคนอื่นเรียกร้องความเป็นวิทยาศาสตร์ ขอหลักฐาน
กับตัวเอง...บอกไม่มีเวลาค้น

แฟร์ๆ หน่อยครับ
เรื่องนั้นเดี๋ยวเราไปคุยกันต่อที่กระโน้นครับ มีแน่ครับ ขอให้พี่แก้จุดเสียตามที่เจอไปก่อนนะครับ ผมเอารูปที่ทำออกมาพี่ก็จะรู้ปัญหาน่ะจิ

คนทำของขายต้องมีเวลาอธิบายของที่ตัวเองขายให้ลูกค้าฟังอย่างละเอียดนะครับ

แต่ตอนนี้ผมอยากจะเห็นวิสัยทัศน์ของผู้ผลิตลำโพงออกขายรายนี้ก่อนนะครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Karin Preeda on 03 March 2013, 05:59:51 pm
จากคำอธิบายของคุณภีษมะเกี่ยวกับเรื่องเครื่องดนตรีกับลำโพง ผมเดาว่าวิธีการทำลำโพงแบบนี้ คุณภีษมะใช้ประสบการณ์การฟังกับการทดลองไปเรื่อยๆจนได้ผลลัพธ์เป็นที่พอใจ การทดสอบก็มาจากผลลัพธ์จริงเลย เพราะเห็นมีเครื่องมือวัดออกมาเป็นกราฟเหมือนกันครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 03 March 2013, 06:01:34 pm
Quote from: K. PJ on 03  March  2013, 05:53:07 pm

คนทำของขายต้องมีเวลาอธิบายของที่ตัวเองขายให้ลูกค้าฟังอย่างละเอียดนะครับ




เพิ่งทราบว่าคุณพินิจคิดจะซื้อลำโพง VOX
ยินดีด้วยครับ

ไม่ทราบว่า ก่อนจะซื้อ VOT focus ESL63.....บล่าๆๆๆๆ
ได้ถามผู้ผลิตอย่างละเอียดหรือเปล่าครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 03 March 2013, 06:06:37 pm
"วิทยาศาสตร๋ต้องทำการทดลอง วิจัย วิเคราะห์ บันทึก ตั้ง thesis" ต่อให้ครบคือ "ศึกษาแล้วสรุปเป็น Theory เพื่อจะนำไปประยุกต์ใช้งานต่อไปได้" ทั้งหมดนี้ผมเรียกว่ากระบวนการทางวิทยาศาสตร์ครับ ในโลกของศิลปศาสตร์ก็มีการพิสูจน์และข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ เช่น Violin ตัวหนึ่งในวง Orchestra จูนเสียงไม่เข้ากับเพื่อน ผู้ฟังก็รู้สึกว่าแปร่งๆ ถ้าเป็นเมื่อ 200-300 ปีก่อน ก็แค่ปรับให้เข้ากับเพื่อนแล้วไม่ต้องสนใจเหตุ (หรือปรับเพื่อนๆ ทุกคนให้เข้ากับตัวเอง) แต่วิทยาศาสตร์ในยุคต่อมาบอกเราว่าเพราะความถี่มันไม่เข้ากัน ส่วนใครจะปรับหาใครปัจจุบันก็เป็นการปรับให้เข้ากับมาตรฐานตัวโน๊ตเช่น A4=440Hz ซึ่งก็บัญญัติมาจากวิทยาศาสตร์อีกเช่นกัน ผมจึงเห็นว่าวิทยาศาสตร์เป็นส่วนช่วยเกื้อหนุนความเป็นเหตุเป็นผลในสายวิชาศิลปศาสตร์ ส่วนการเรียงร้อยตัวโน๊ตเป็น "ดนตรี" ซึ่งมีผลต่อความรู้สึกโดยตรง ผมไม่แน่ใจว่ามีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อย่างไรเพราะยังศึกษาไปไม่ถึง แต่เชื่อว่ามีคนศึกษาทางวิทยาศาสตร์อยู่ครับ อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้เห็นวิทยาศาสต์และศิลปศาสตร์เป็นอื่นไกลครับ

เนื่องจากพี่ Bhisma คุยด้วยภาษาเยอรมัน จากพื้นฐานการศึกษาของยุโรปตะวันตก ผมก็คิดเอาเองว่าผู้ร่วมคุยน่าจะมีมิติทางด้านวิทยาศาสตร์สูงและคงมีเนื้อหาอยู่ในกระทู้ด้วย เนื้อหาทางศิลปศาสตร์ก็คงรวมๆ อยู่ด้วย เลยมาขอความรู้ที่เป็นข้อสรุปน่ะครับ ไม่ได้คิดเลยเถิดไปถึงเปิด Debate วิทยาศาสตร์ VS ศิลปศาสตร์ แต่อย่างใด

Quote from: bhisma on 03  March  2013, 04:05:01 pm
ขอบคุณครับคุณอาร์ต สำหรับ input ที่น่าสนใจครับ

ก่อนอื่นผมขอตั้งคำ definition ว่า วิทยาศาสตร๋ต้องทำการทดลอง วิจัย วิเคราะห์ บันทึก ตั้ง thesis ฯ ใช่ไหมครับ

ในกลุ่มฯ เราใช้วิทยาการเป็นเครื่องมือ เพื่อนำมาใช้ในงานศิลป์ในที่สุด ขาดอย่างใดเอย่างหนึ่งไม่ได้  ใน link ที่ผมแนบให้ดู หน้าที่ 10 จะเห็นว่ามีการวัด resonance ของ frequencies response ของ violin เพื่อดูการตอบสนองในความหนาแน่นต่างๆบนตัว corpus มีการทดลองอีกมาก เรานำมาประยุกค์ใช้กัน (ส่วนนี้ไม่มีความสำคัญสำหรับผม แต่ก็เป็นข้อมูลที่พอมีประโยชน๋บ้าง :dizzy:)

ในความรู้สึกของผมที่มีต่อกระทู้ใน link คือการ DIY ลำโพงเพื่อสามารถขับเสียงที่ตนชอบ เราค้นคว้า ทดลอง ใช้เครื่องมือวัด บันทึกและ ที่สำคัญคือตั้ง thesis! แล้วพิสูจน์ว่าผลลัพท์ของ thesis มีสมการตรงตามที่ตั้งไว้ หรือไม่ แล้วจะทำอย่างไรต่อไป สรุปอีกครั้งคือ มันเป็นงานวิจัย ค้นคว้า เพื่อนำมาใช้เสพศิลป์

จุดยืนของผมที่ไม่มีวันจะสั่นคลอนได้!คือ วิทยาศาสตร์ก็เป็นสาขาหนึ่งของปรัชญาที่ไม่เคยตรงกับความเป็นจริงเลย แต่บัญญัติไว้สำหรับกลุ่มที่เชื่อเท่านั้น

การฟังดนตรีเช่น ในกรณีนี้ เป็นการฟังดนตรีผ่านเครื่องเสียง การรับฟังนั้นไม่มีอะไรเป็นที่วิทยาศาสตร์เลยแม้แต่น้อย ไม่มีเครื่องมือในการวัด เพราะว่ามันเป็นอารมณ์ เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ ผมแน่ใจว่าไม่มีคำตอบสำหรับคำถามของคุณอาร์ต เพราะเราใช้ resonance เป็นหลัก แต่ในเมื่อคณ prefer วิทยาศาสตร์ ผมรู้สึกว่ามันจะอยู่บนตัวตั้งที่ต่างกัน แต่ผมจะลอง ตอบ ดู

Quote from: Art on 03  March  2013, 07:36:51 am
พี่ Bhisma ครับ ในกลุ่มผู้นิยมตู้แบบ Resonator ที่พี่คุยอยู่ เค้ามีการควบคุมการ Resonance กันยังไงครับ จริงๆ ผม Prefer วิทยาศาสตร์มากกว่า แต่แบบศิลปะก็อยากรู้ครับ


คนทำตู้ก็ทำตามใจชอบ คล้ายๆกับคนทำเครื่องดนตรี เช่นคนทำ แคน ทำซอ violin, viola, cello etc. มันมีขนาด ความหนาแน่นที่ต่างกันมากๆ ไม้ที่นำมาใช้ก็ต่างกัน ตัวอย่างง่ายๆคือ การทำ viola ไม่มีข้อกำหนดสำหรับขนาด จะใหญ่ก็ได้ เล็กก็ได้ สิ่งที่สำคัญในการทำ viola คือบันไดเสียงของมัน viola d'amore ก็เป็นอีกหนึ่งกรรมวิธี มีก่รเพิ่มสายมากขึ้นใต้สายที่ไว้สี เพื่อให้สายที่เพิ่มเหล่านั้น resonate สายที่ถูกสี จะเห็นแล้วว่า คำถามที่ตั้งมาไม่อยู่ใน context ของลำโพงแบบ resonance อาจจะเป็นญาติ  ห่างๆได้ เพราะมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานใกล้เคียงกัน เช่นนำไปฟังดนตรี นำไปฟังเสียงบางชนิด นำไปวัดความถี่  :) ฯลฯ

ผมอยากจะลองถามคุณอาร์ต ที่ prefer  วิทยาศาสตร์ ว่า คุณฟังดนตรีที่มีจุดกำเนิดจากเครื่องดนตรีชนิดไหนครับ ที่เป็นวิทยาศาสตร์ ที่ผมกำลังจะถามตอบนี้ ผมไม่มีเจตนาจะทำให้มีความรู้สึกไม่ดีเกิดขึ้น แต่เจตนาผมอยู่ที่ถ่ายทอดความคิดหลักๆ ที่มีความสำคัญมากๆ มันคือ key ดังนี้ครับ "ไม่มีเครื่องเสียงใดในโลกที่สามารถให้เสียงถูกต้องตามความจริงหรือ เหมือนจริงได้" สมมติว่าผมสามารถให้ทุนวิจัยแบบไร้ขีดจำกัดเพื่อทำให้เสียงป่านเครื่องฯแล้วเหมือนเสียงจริงได้ เพราะมันเป็นไปไม่ได้  (ในยุคนี้)


วิทยาศาสตร์เป็นการอธิบายธรรมชาติและปรากฏการณ์อย่างมีตรรกะครับ วิทยาศาสตร์ไม่ได้สร้างเครื่องดนตรีโดยตรง แต่ปัจจุบันก็มีเครื่องดนตรีที่สร้างจากวิทยาศาสตร์มากมาย เช่น กีต้าร์ไฟฟ้า, ไวโอลินไฟฟ้า, เปียโนไฟฟ้า เป็นต้น OK พี่ Bhisma อาจจะหมายถึงเครื่องดนตรีที่ไม่ใช้ไฟฟ้า ผมก็ยังเห็นว่าทุกวันนี้นักทำ Guitar ยังใช้ไม้บรรทัดวัดว่าจะวาง Fret ตรงไหน เสียงจึงจะถูกต้อง หรือนักทำเปียโนใช้คอมพิวเตอร์จำลองสภาพใน Grand Piano ก่อนจะเริ่มตัดไม้ เป็นต้น มันไม่ใช่สิ่งตรงกันข้าม มันเกื้อหนุนกันด้วยซ้ำครับ

ประเด็นที่ผมถามและ Prefer วิทยาศาสตร์ มันมีพื้นฐานว่าผมมีแนวคิด Non-Resonate ซึ่งผมไม่ต้องกังวลว่าความถี่มันจะเป็นเท่าไหร่หรือมันจะ Resonance รุนแรงแค่ไหน วิธีการคือทำให้มันแข็งแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ (และไม่เว่อร์ :lol:) ส่วนพี่ Bhisma มีแนวคิด Resonate ซึ่งย่อมต้องคำนึงถึงเรื่องความถี่และความแรง เมื่อคำนึงถึงแล้วมีการควบคุมอย่างไรครับ กลุ่มที่พี่คุยอยู่ บางคนอาจจะควบคุมโดยการคำนวณและออกแบบ บางคนใช้เครื่องมือวัดและจูนหลังจากประกอบเสร็จ บางคนอาจจะจูนโดยไม่ใช้เครื่องมือวัด และบางคนอาจจะปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ นี่คือประเด็นที่ผมถามว่า Prefer วิทยาศาสตร์ แต่ศิลปะผมก็อยากรู้ครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 03 March 2013, 06:41:11 pm
ขอตามเก็บข้อมูลวิชาการไปเรื่อยๆนะครับ  :bowdown:


Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 03 March 2013, 06:55:21 pm
เข้าใจว่า คุณอาร์ต ทำ OB แบบมีแผงไม้

เคยวัดใหมครับ ว่า ความถี่จากมีและไม่มีแผงไม้ ต่างกันอย่างไร
และถ้าต้องการเสียงจากไดรเวอร์แท้ๆ ทำไมไม่หาอะไรมาแขวนลอยมันล่ะ

แล้วผลการฟังที่พึงพอใจนั้น
รวมความถี่ของห้อง กับสิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วยหรือเปล่า
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 03 March 2013, 07:13:34 pm
ไปเจอคู่นี้ครับ เสียงดีเลยนะเนี่ย


www.youtube.com/watch?v=jOBFswdZx4E


ZEN DIPOLE OPEN SPEAKERS - NO BAFFLE, NO BOX ..... Worlds best hifi - The Steinway


Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 03 March 2013, 07:31:01 pm
ผมวัดและคำนวณเพื่อออกแบบครับ ผมไม่ได้กะขนาดเอาตามความรู้สึกแล้วตัดไม้มาลองไปเรื่อยๆ เพราะมันเป็นวิธีที่สิ้นเปลืองครับ Driver ที่ไม่ได้ติดบนแผง จะไม่มี Bass ครับ แผงไม้มีหน้าที่กั้นไม่ให้คลื่นหลังกรวยมาหักล้างกับคลื่นหน้ากรวย ขนาดแผงจะสัมพันธ์โดยตรงกับการตอบสนองความถี่ต่ำครับ ยิ่งใหญ่ยิ่งตอบสนองได้ต่ำ จริงๆ แล้วอุดมคติคือ Infinite Baffle ครับ คือเอาลำโพงติดกับผนังบ้านเลย แต่มันไม่ Flexible ในการใช้งานจึงลดรูปมาเหลือ Open Baffle ครับ

แขวนลอยก็เคยทำครับ แต่ใช้ได้จริงกับ Tweeter ครับ เพราะความยาวคลื่นมันสั้นเพียงพอที่จะไม่เกิดการหักล้างและเราต้องการแต่การตอบสนองด้านสูงอยู่แล้ว แขวนลอย Woofer ไม่ Work ตามที่อธิบายมาข้างต้นครับ และถ้าแขวนไว้เฉยๆ Woofer จะขยับไปมาด้วย ไม่สามารถจับให้นิ่งๆ ได้เหมือน Tweeter ครับ

ผลการฟังย่อมรวมสภาพแวดล้อมในห้องด้วยครับพี่ แต่เครื่องมือวัดผมไม่ละเอียดพอที่จะแยกแยะมันออกมาได้ว่าส่วนไหนมาจากกรวย ส่วนไหนไม่ได้มาจากกรวยครับ ในส่วนการฟังผมยังคงใช้หูและความรู้สึกเป็นตัววัดครับ แต่ในระดับการออกแบบและการวิเคราะห์ปัญหาผมใช้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นตัวนำครับ เป็นแนวทางที่นักออกแบบลำโพงทุกคนใช้ครับ

Quote from: pee on 03  March  2013, 06:55:21 pm
เข้าใจว่า คุณอาร์ต ทำ OB แบบมีแผงไม้

เคยวัดใหมครับ ว่า ความถี่จากมีและไม่มีแผงไม้ ต่างกันอย่างไร
และถ้าต้องการเสียงจากไดรเวอร์แท้ๆ ทำไมไม่หาอะไรมาแขวนลอยมันล่ะ

แล้วผลการฟังที่พึงพอใจนั้น
รวมความถี่ของห้อง กับสิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วยหรือเปล่า
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 03 March 2013, 07:51:43 pm
ขออนุญาตสรุปตามความเข้าใจของผมนะครับ

1 Open Baffle เป็นศัพท์ที่ผิด เพราะไม่ได้โอเพิ่นเลย มันอ๊อฟสตะเกิลด้วยซ้ำ

2 ไดรเวอร์ไม่มีเบส แล้วความถี่ต่ำมาจากใหนกัน

3 เมื่อไดรเวอร์ไม่มีเบส ทางออกคือเพิ่มขนาด เพิ่มจำนวน จึงจะได้เบสแท้ๆ จากไดรเวอร์ตามทฤษฎี
การใช้สิ่งอื่นที่ไม่ได้มาจากไดรเวอร์ สร้างความถี่ที่ต้องการ ต่างอะไรกับการสร้างลำโพงอื่นล่ะ

4 ผมเข้าใจว่าไม้ทุกชนิดมีคุณสมบัติทางอคูสติคแตกต่างกัน ทำไมไม่มีการทดสอบวัดค่าก่อนใช้งาน

5 ผมว่าที่คุณอาร์ตทำ ยังไม่เป็นวิทยาศาตร์เพียงพอครับ แต่ก็น่าดีใจที่พยายามใช้ทฤษฎีอย่างสุดความสามารถ

6 ลำโพง OB มีสัดส่วนการใช้งานในชีวิตจริงน้อยมาก
วัดผลในทางสถิติ ซึ่งเป็นวิธีการทางวิทยาศาสตรือย่างหนึ่ง ก็ถือว่าเป็น obsolete component
ไม่สามารถใช้เป็นมาตรฐานในการให้คำจำกัดความ Acoustics Appreciation ได้

7 อยากฟังลำโพงคุณอาร์ต อัดคลิบให้ฟังหน่อยได้ใหมครับ
ถ้าดีกว่าที่ได้ยินมา อันนี้จะช่วยเสริมผลลัพธ์ภาคปฎิบัติของทฤษฎีได้เป็นอย่างดีเลย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 03 March 2013, 08:48:18 pm
Quote from: pee on 03  March  2013, 07:51:43 pm
ขออนุญาตสรุปตามความเข้าใจของผมนะครับ

1 Open Baffle เป็นศัพท์ที่ผิด เพราะไม่ได้โอเพิ่นเลย มันอ๊อฟสตะเกิลด้วยซ้ำ


เป็นศัพท์ที่ใช้แล้วสามารถเข้าใจกันได้ในวงกว้างครับ คือเราต้องการกันไม่ให้เสียงหน้ากรวยกับหลังกรวยหักล้างกันอยู่แล้ว ต้นทาง Idea คือ Infinite Baffle ส่วน Open Baffle คือการ Down Size ครับ ผมเห็นว่า Obstrucle เป็นคำที่ Negative ในตัวมันเอง จึงไม่ค่อยเหมาะสม แต่ก็ไม่ได้ผิดอะไรถ้าจะเรียกเช่นนั้น แต่คงสื่อสารกันยากซะหน่อยครับ

Quote2 ไดรเวอร์ไม่มีเบส แล้วความถี่ต่ำมาจากใหนกัน


โดยปกติแล้ว Driver มี Bass ตามขนาดของมันครับ ถ้าเราพูดถึง Woofer กันอยู่ มันมี Bass เพียงแต่ Woofer ใน Free-air ความถี่หลังกรวยซึ่ง inverted phase กับหน้ากรวยจะหักล้างกัน ทำให้เราไม่สามารถรับรู้ได้ครับ คือมีอยู่ แต่ไม่มีผล ครับ ส่วนความถี่ย่านกลางจาก Woofer โดนกรวยของตัวมันเองนั่นแหล่ะเป็น Baffle อยู่ จึงไม่หักล้างกันครับ

Quote3 เมื่อไดรเวอร์ไม่มีเบส ทางออกคือเพิ่มขนาด เพิ่มจำนวน จึงจะได้เบสแท้ๆ จากไดรเวอร์ตามทฤษฎี
การใช้สิ่งอื่นที่ไม่ได้มาจากไดรเวอร์ สร้างความถี่ที่ต้องการ ต่างอะไรกับการสร้างลำโพงอื่นล่ะ


นั่นก็คือหัวข้อที่ผมคุยกับพี่ Bhisma อยู่ครับ เรื่องตู้ Non-Resonance กับ Resonance ครับ

Quote4 ผมเข้าใจว่าไม้ทุกชนิดมีคุณสมบัติทางอคูสติคแตกต่างกัน ทำไมไม่มีการทดสอบวัดค่าก่อนใช้งาน


ผมเข้าใจว่าหมายถึงไม้ที่ใช้ทำตู้ลำโพงนะครับ ซึ่งหลักๆ มีอยู่ 2 ประเภทคือ MDF และ Plywood และมีการวัดค่าครับ แต่ไม่ได้เป็นการวัดค่าทาง Acoustic โดยตรงครับ เป็นการวัดความหนาแน่นของเนื้อไม้ (Density), ความแข็งแรง (Young's Modulus), ความชื้นในเนื้อไม้ (Moisture Content) เป็นต้น ซึ่งค่าพวกนี้ผู้ผลิตจะให้เรามาด้วยครับ เราสามารถนำมาเข้าแบบจำลอง Computer ดู Response และ Resonance ได้ทั้ง 1-2-3 มิติครับ ผมเคยพยายามทำอยู่ครั้งหนึ่ง มันเป็นแบบจำลองที่ยุ่งยากพอควร แต่ก็ได้ผลลัพธ์ออกมาและนำไปใช้ได้ตามสมควรครับ

Quote5 ผมว่าที่คุณอาร์ตทำ ยังไม่เป็นวิทยาศาตร์เพียงพอครับ แต่ก็น่าดีใจที่พยายามใช้ทฤษฎีอย่างสุดความสามารถ


Quote6 ลำโพง OB มีสัดส่วนการใช้งานในชีวิตจริงน้อยมาก
วัดผลในทางสถิติ ซึ่งเป็นวิธีการทางวิทยาศาสตรือย่างหนึ่ง ก็ถือว่าเป็น obsolete component
ไม่สามารถใช้เป็นมาตรฐานในการให้คำจำกัดความ Acoustics Appreciation ได้


ลำโพง Infinite Baffle (และ Open Baffle) เป็นลำโพงที่ดั้งเดิมที่สุด ก่อนจะมีการทำ Horn หรือ Enclosure ในภายหลังครับ ทุกวันนี้ยังมีการใช้งานอย่างกว้างขวางครับ ก็คือ Ceiling Speaker ที่ใช้กันตามสถานที่สาธารณะครับ

Quote7 อยากฟังลำโพงคุณอาร์ต อัดคลิบให้ฟังหน่อยได้ใหมครับ
ถ้าดีกว่าที่ได้ยินมา อันนี้จะช่วยเสริมผลลัพธ์ภาคปฎิบัติของทฤษฎีได้เป็นอย่างดีเลย


ช่วงนี้ชุดเครื่องเสียงทั้งปรี,DAC,แอมป์โดนปล้นไปอยู่บ้านเพื่อนครับ กำลังทำของใหม่อยู่ ไว้ถ้าพร้อมเมื่อไหร่แล้วจะบันทึกมาให้ลองฟังนะครับ หรือถ้าสะดวกมาเยือนก็ยินดีต้อนรับครับพี่
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 03 March 2013, 09:45:34 pm
รอฟังคลิบจากคุณอาร์ต
คิดว่าคงจะดีกว่าลำโพง OB เพดานศูนย์การค้า.....HA AH


ล้อเล่งนะครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 03 March 2013, 10:37:48 pm
ผมประทับใจเสียง super tweeter ของคุณอาร์ตมาก effortless มากๆและ dynamic สูงมากครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Krairerk on 03 March 2013, 10:52:45 pm
ใจเย็นๆครับ ค่อยๆคุยกันก้อได้เนอะ

ผมว่า แค่นิยามว่า แบบไหนถึงเรียกว่า "เสียงดี" ยังไม่เหมือนกันเลย
นั่งฟังด้วยกัน ยังเห็นไม่ตรงกัน   นี่ไม่เห็นหน้ากัน คุยกันทางตัวหนังสือ ฟังลำโพงคนละแบบ ยิ่งไปคนละทาง

จริงๆ open baffle นี่โหงวเฮ้งผมก็ชอบนะครับ  Siemens Klangfilm นี่เจ้าพ่อเลย

(http://www.hifido.co.jp/photo/04/256/25640/a.jpg)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: K. PJ on 03 March 2013, 11:06:54 pm
Quote from: K. PJ on 03  March  2013, 05:03:31 pm


Quoteก่อนอื่นผมขอตั้งคำ definition ว่า วิทยาศาสตร๋ต้องทำการทดลอง วิจัย วิเคราะห์ บันทึก ตั้ง thesis ฯ ใช่ไหมครับ

ในกลุ่มฯ เราใช้วิทยาการเป็นเครื่องมือ เพื่อนำมาใช้ในงานศิลป์ในที่สุด ขาดอย่างใดเอย่างหนึ่งไม่ได้  ใน link ที่ผมแนบให้ดู หน้าที่ 10 จะเห็นว่ามีการวัด resonance ของ frequencies response ของ violin เพื่อดูการตอบสนองในความหนาแน่นต่างๆบนตัว corpus มีการทดลองอีกมาก เรานำมาประยุกค์ใช้กัน (ส่วนนี้ไม่มีความสำคัญสำหรับผม แต่ก็เป็นข้อมูลที่พอมีประโยชน๋บ้าง  )

ผมขอถามต่อเพราะยังไม่ทราบข้อมูลที่เป็นตัวและจับต้องได้ ความถี่ของไวโอลินที่ว่ามาแล้วและตัวตู้ลำโพงที่ทำนี้มันสอดค้องกันที่ความถี่ใดครับ ไม่ควรตอบโดยรวมๆ แบบนี้ โดยไม่มีหลักฐานยืนยันครับ

Quoteในความรู้สึกของผมที่มีต่อกระทู้ใน link คือการ DIY ลำโพงเพื่อสามารถขับเสียงที่ตนชอบ เราค้นคว้า ทดลอง ใช้เครื่องมือวัด บันทึกและ ที่สำคัญคือตั้ง thesis! แล้วพิสูจน์ว่าผลลัพท์ของ thesis มีสมการตรงตามที่ตั้งไว้ หรือไม่ แล้วจะทำอย่างไรต่อไป สรุปอีกครั้งคือ มันเป็นงานวิจัย ค้นคว้า เพื่อนำมาใช้เสพศิลป์
ทึ่ว่า "เราเราค้นคว้า ทดลอง ใช้เครื่องมือวัด บันทึกและ ที่สำคัญคือตั้ง thesis!" ผมขอดูตัวอย่างสิ่งที่ท่านคุยมาสักเล็กน้อยจะได้ไหมครับ?

Quoteจุดยืนของผมที่ไม่มีวันจะสั่นคลอนได้!คือ วิทยาศาสตร์ก็เป็นสาขาหนึ่งของปรัชญาที่ไม่เคยตรงกับความเป็นจริงเลย แต่บัญญัติไว้สำหรับกลุ่มที่เชื่อเท่านั้น
อันนี้ถือว่าดูถูกกันอย่างเลื่อนลอยครับ ยกสิ่งที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์มาไม่ตรงกับความเป้นจริงให้ดูหน่อยครับ


Quoteการฟังดนตรีเช่น ในกรณีนี้ เป็นการฟังดนตรีผ่านเครื่องเสียง การรับฟังนั้นไม่มีอะไรเป็นที่วิทยาศาสตร์เลยแม้แต่น้อย ไม่มีเครื่องมือในการวัด เพราะว่ามันเป็นอารมณ์ เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ ผมแน่ใจว่าไม่มีคำตอบสำหรับคำถามของคุณอาร์ต เพราะเราใช้ resonance เป็นหลัก แต่ในเมื่อคณ prefer วิทยาศาสตร์ ผมรู้สึกว่ามันจะอยู่บนตัวตั้งที่ต่างกัน แต่ผมจะลอง ตอบ ดู
ตอบแบบนี้เหมือนศิลป์ทางเสียไม่มีแก่นสาร ไม่มีรูปธรรมหรือ

ผมไม่ได้มาชวนทะเลาะ ผมแค่อยากรู้คำตอบจากที่ผมไม่เคียร์ ไม่เห็นด้วยในสิ่งที่คุณเขียนไว้เท่านั้นเอง "ขอให้ตอบคำถามตามข้อสงสัยผมเป็นข้อด้วยด้วยครับ มิเช่นนั้นมันก็ยังไม่หายสงสัยครับ"
Title: Re: My little (collective) system
Post by: sw on 04 March 2013, 07:10:49 am
อ่านสนุกมากครับ  :clap: :clap: :clap:

ตอนที่ผมไปรับดอกลำโพง 40 ตัว คุณ Bhisma แนะนำให้ผมทำตู้แบบเรโซแนนซ์ ผมก็ไม่กล้าทำ เพราะคิดคล้ายๆกับคุณ Art ครับ ผมคิดว่าเสียงจากตู้สั่นนี่ จริงๆก็คือ noise ที่นับว่าเป็น noise เพราะมันเกิดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิด แต่ผมก็เชื่อว่านักดีไอวายที่ชื่นชอบลำโพงแบบ resonance เขาก็ชอบเพราะว่าเขาสามารถสร้างลำโพงให้มีค่า resonance ตามที่เขาต้องการได้ เมื่อ noise ถูกควบคุมได้ มันก็ไม่ใช่ noise อีกต่อไป แต่ผมว่ามันเป็นการยากมากๆที่จะสร้างลำโพงแบบ resonance ให้ได้เสียงที่พอใจได้ คงต้องใช้วิธีทดลองทำไปเรื่อยๆจนเจอจุดที่พอเหมาะ ข้อนี้ผมเห็นด้วยกับคุณ Art ว่าเป็นการสิ้นเปลือง แต่สำหรับคุณภีษมะคงเห็นเป็นความสนุกมากกว่า

เหมือนกับที่ถกเถียงกันว่าแอมป์หลอดกับแอมป์ทรานซิสเตอร์ อะไรเสียงดีกว่า แอมป์หลอดมีความเพี้ยนมากกว่า ถ้าใครบอกว่าเล่นตามหลักวิทยาศาสตร์ แล้วมาเล่นแอมป์หลอดทำไมล่ะ

ผมว่าไม่มีอะไรดีกว่า ทั้งหมดต่างก็ไม่ใช่เสียงจริง เครื่องเสียงแบบไหนมันเป็นเสียงจำลองเหมือนกันทั้งนั้น เครื่องแบบไหน ทฤษฎีอะไรก็สามารถทำเครื่องเสียงให้ออกมาพอเหมาะพอดีได้ สำคัญที่รสนิยมการฟังของผู้สร้างเครื่องกับคนฟังต้องตรงกันเท่านั้น
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 04 March 2013, 08:17:19 am
Quote from: Krairerk on 03  March  2013, 10:52:45 pm
จริงๆ open baffle นี่โหงวเฮ้งผมก็ชอบนะครับ  Siemens Klangfilm นี่เจ้าพ่อเลย


ระดับพี่หมอแล้ว ดอกเดียวไม่พอหรอกครับ ต้องนี่เลยครับถึงจะสมน้ำสมเนื้อ  :supergrin: 

(http://www.thomas-schick.com/ETF05/Klangfilm_Thomas_Schick.jpg)

จำได้ว่าคุณเชฐฏ์ก็เล็งอยู่พักใหญ่ๆ เหมือนกัน  :lol:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 04 March 2013, 08:32:50 am
ต่างความคิดก็ต่างทฤษฎี ก็ย่อมต่างประดิษฐกรรม
ถ้ามองว่าไดรเวอร์เป็นต้นกำเนิดเสียง แล้วเสียงที่ตามมาเป็นไปตามความคาดหวัง
ก็ต้องถือเป็นลำโพงที่ประสบความสำเร็จทั้งนั้น

สำหรับผม ความคาดหวังก็ง่ายๆ คือลำโพงนั้นทำให้ฟังไม่เบื่อ เรื่องก็จบ

:whistling:




เสียดายที่ ในท้องตลาดมีลำโพงน่าเบื่อ แยะไปหน่อย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: K. PJ on 04 March 2013, 04:01:11 pm
Quoteแต่ผมว่ามันเป็นการยากมากๆที่จะสร้างลำโพงแบบ resonance ให้ได้เสียงที่พอใจได้ คงต้องใช้วิธีทดลองทำไปเรื่อยๆจนเจอจุดที่พอเหมาะ ข้อนี้ผมเห็นด้วยกับคุณ Art ว่าเป็นการสิ้นเปลือง แต่สำหรับคุณภีษมะคงเห็นเป็นความสนุกมากกว่า


ไหนๆ ผมก็ติดลบด้วยการเขียนลงไปแบบต่อไปนี้อาจมีพ่อค้าเพิ่มให้ผมเป็น -2 ก็คงไม่เป็นเป็นไรครับ แต่ผมสาบานได้ว่าไม่เคยคิดแม้แต่จะเรียนรู้ว่าการให้ - / + ใครนั้นมันทำกันตรงไหน? และอย่างไร? ครับ

และอยากจะบอกว่าที่คุณภีมะว่าผมโกรธเพราะผมไปว่าเค้าไม่ชองลำโพงฮอร์นแบบที่ผมใช้นั้น ผมคิดว่าไม่มีใครโกรธที่เพื่อนๆ แค่ไม่ชอบลำโพงตามที่เราชอบกันหลอกครับ

แต่สิ่งที่ผมไม่ฃอบใจคุณภีมะคือ

1.   วิธีการทำที่ผมได้ยกคำที่คุณ SW ว่ามานั้นคือ ทำและทดลองไปเรื่อยๆ มันก็เป็นแค่วิธีการของ DIYer ที่ไม่ควรเอามาเป็นการค้า เพราะมันจะมีลำโพงที่ทดลองทำตัวแรกๆ ที่ไม่สามารถแก้ไขให้สมบูรณ์ได้หลุดออกมาขาย (ผมคิดว่ามีแขกชาติหนึ่งละที่คิดเรื่องแบบนี้ได้)  ซึ่งมันก็มีเกิดขึ้นแล้ว คือคนซื้อมาฟังแล้วต้องยกให้เพื่อนฟรีๆ แต่ก็ยังมีพวกเราคิดว่าคนซื้อถูกปั่นหัวจากคอ"ฮเอนด์ (ซึ่งก็อาจเป็นได้ เพราะตอนนี้รู้สึกว่าการปั่นหัวสามารถเปลี่ยนความคิดได้อีกครั้ง) เพราะฉะนั้นเรื่องที่ผมเขียนไม่ได้โกรธ แต่เป็นห่วงการปั่นหัวหรือการโฆษณษชวนเชื่อกับงานที่ทำแบบไม่ถูกต้องทางวิทศาสตร์ แต่จริงๆ ลำโฑงแบบนี้ก็มีวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นอย่างมากด้วย แต่คนทำไม่เชื่อถือมันเอง นี่ละคือสิ่งที่ผมห่วงและออกมาเตือนคนซื้อละครับ และผมโกรธมากๆ อีกอย่างคือการไม่ตอบคำถามแบบตรงๆ คำถามของคุณภีมะ ตอบเลี่ยงมาโดยตลอด นี่คือสิ่งที่ผมโกรธมากๆ คือผมเลยคิดว่าแกทำแบบมั่วๆ ยังเอามาหลอกขายชาวบ้านซะอีก พวก DIYer เค้ามีน้ำใจครับ ของลักษณะนี้เค้าทำให้กันโดยไม่คิดผลกำไรนะครับ แม้จะบอกว่ากำไรน้อยกว่าแบรนดังมากๆ แต่ผมคิดว่าไม่ควรเอากำไรกัน ควรขายขาดทุนด้วยซ้ำเพราะเราได้กำไรเรื่องประสบการณ์ไปแล้ว
2.   ข้อที่สองคือเอาเวปนี้มาขายสินค้าซึ่งระเบียบการมีอยู่ชัดเจนว่าไม่ควรทำการค้าเกี่ยวกับเครื่องเสียง ฃ่วงหลังที่ผมหายไปเพราะผมเบื่อการคุยแบบมีใบเอสเข้าหาสินค้าที่ขายกันตลอดคืออ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้ว ก็เลยไม่ยากที่จะเข้าอ่านหรือพูดคุย
3.   ผมเกลียดอีกสิ่งคือการคุยกดสิ้นค้าคู่แข่งจมถึงใต้ดิน แต่ยกสินค้าตัวเองวางอยู่เหนือเฆคทั้งๆ ที่ทำแย่กว่าพวก DIYer ทั่วๆ ไปซะอีก เพราะพวกนี้จะเน้นใช้หลักวิชาวิทยาศาสตร์กันนะครับ
ผมคิดว่าขอให้เลิกคุยเรื่องสินค้าที่ขายซะเถอะเวปจะได้น่าอ่านมากขึ้น ไปสร้างเวปใหม่กันแล้วไม่ใช่หรือ ขอให้เข้าไปคุยแต่ในนั้นพอแล้ว ใครสนใจเค้าไปเองแหละ อย่ามาทำให้ที่นี่เป็นที่น่าเบื่ออีกเลยครับ ขอร้องละ โปรดอย่าเห็นแก่ตัว ได้โปรดมีมารยาท

Title: Re: My little (collective) system
Post by: wachara on 04 March 2013, 04:37:19 pm
เรื่อง baffle กันเสียงสะท้อนกลับมาหักล้างกับเสียงด้านหน้ามีหลักการอย่างไรบ้างครับ แล้วถ้าสมมุติว่าเราไม่มี baffle แต่เราหาวิธีแก้ใขผนังด้านหลังลำโพงเพื่อไม่ให้เสียงมันสะท้อนกลับมาด้านหน้าได้มันจะช่วยได้ไหมครับ อีกอย่างที่ผมแปลกใจคือถ้าเป็นลำโพง ESL ส่วนใหญ่ผมไม่เห็นเขาทำ baffle เลยครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: dht_tubes on 04 March 2013, 04:39:11 pm
ยิ่งอ่านยิ่งทำให้ข้อสงสัยที่มี ค่อยๆกระจ่างขึ้นมาก ได้ความรู้มากมายหลากหลายดี

ขอบคุณสำหรับความเห็นของทุกท่านครับ

ส่วนตัวผมมีมุมมองเฉพาะในเรื่องการทำสินค้าออกมาเป็น commercial ไม่ว่าจะเป็๋นแบบ mass หรือ made to order ว่า
การได้รับคำด่าจากลูกค้าไม่กี่คนที่ซื้อ
เเสดงให้เห็นถึงความสำเร็จ มากกว่า การได้รับคำชมจากคนที่ไม่ได้ซื้อ

การสร้างอะไรซักอย่าง แค่ทำกับข้าว กวาดบ้าน มันก็สร้างคุณค่าในตัวคนๆนั้น ได้มากกว่า คนอีกมากมายหลายประเภทที่อยู่ในสังคมนี้แล้ว

เพราะผมก็เคยเป็นหนึ่ง ที่คิดจะทำอะไรออกมาขายกับเค้า

แต่ทำไม่สำเร็จ ผมก็ได้แต่ขอแสดงความชื่นชมและ ขอให้กำลังใจ กับทุกคนที่มีความตั้งใจอยากทำของดีๆ ออกมานะครับ

คำชม ต้องมาจากคนอื่น ไม่ใช่ตัวเราเอง ผมถูกสอนมาแบบนั้น
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 04 March 2013, 04:57:46 pm
เฮียเชษฐนี่ลึกซึ้งเข้าไปทุกวัน  :thumbup:
ส่วนคุณใหญ่ ผมแนะนำให้เอา ESL ฝังฝาบ้าน.....ฮา

ที่เขาไม่ทำ OB กับ ESL น่าจะเป็นเพราะลำโพงไดโพลแท้ๆ ต้องให้ทำงานทั้งสองด้านมังครับ
ซึ่งจะนำไปสู่อีกทฤษฎีว่า การกำเนิดเสียงดนตรีมันมาจากไดโพล
การฝืนใช้ไดนามิคไดรเวอร์ ในการจำลองเสียงดนตรีจึงผิดทางมาตั้งแต่ต้น

หึหึ....ก็ว่ากันไป

Quote from: dht_tubes on 04  March  2013, 04:39:11 pm

การได้รับคำด่าจากลูกค้าไม่กี่คนที่ซื้อ


เข้าใจว่า คำด่านี่จะมาจากคนที่ไม่คิดจะซื้อนะฮาฟ
คนที่ซื้อไป อย่างที่ผมลงคลิบไว้ เขาชมนะ

อ้อ ตาเฮ็กซ่าก็เหมือนกัน รวมทั้งผมด้วย

:wow:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Hexaphonic on 04 March 2013, 09:42:48 pm
มาคิดดูอีกที ผมว่าหากเป็นเรื่องเชิงเทคนิค ท่านปู่อธิบายคร่าวๆก็พอแล้วมั้งครับ

ไม่จำเป็นต้องลงลึกอะไรมาก เด๋วโดนก๊อปนะ ถามมากๆก็บอกว่าเป็น"ความลับของโปรดักส์" อิอิ

ให้ฟังจากคลิป หรือไปลองฟังของจริง แล้วชั่งน้ำหนักเอาเอง


แต่ท่านปู่ควรพรรณาถึง"แรงบันดาลใจที่ต้องผลิตลำโพง"เยอะๆ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 04 March 2013, 11:55:16 pm
Quote from: wachara on 04  March  2013, 04:37:19 pm
เรื่อง baffle กันเสียงสะท้อนกลับมาหักล้างกับเสียงด้านหน้ามีหลักการอย่างไรบ้างครับ แล้วถ้าสมมุติว่าเราไม่มี baffle แต่เราหาวิธีแก้ใขผนังด้านหลังลำโพงเพื่อไม่ให้เสียงมันสะท้อนกลับมาด้านหน้าได้มันจะช่วยได้ไหมครับ อีกอย่างที่ผมแปลกใจคือถ้าเป็นลำโพง ESL ส่วนใหญ่ผมไม่เห็นเขาทำ baffle เลยครับ


Baffle ใช้กันการเลี้ยวเบน (Diffraction) ของเสียงไม่ได้กันการสะท้อน (Reflection) ครับคุณใหญ่ คือว่าสัญญาณความถี่ต่ำซึ่งมีความยาวคลื่นมาก จะเลี้ยวอ้อมมาหักล้างกับสัญญาณหน้ากรวย และในทางกลับกันด้วย ถึงแม้จะอยู่ในสนามโล่ง ไม่มีแผ่นสะท้อน การ Cancel นี้ก็เกิดขึ้นได้ครับ

http://hyperphysics.phy-astr.gsu.edu/hbase/audio/spk2.html

ส่วนกรณี Cancel เนื่องจากการสะท้อนก็มีเหมือนกัน อันนี้ไม่ว่า OB หรือ Cabinet ก็เกิดเหมือนกันครับ

http://www.genelec-ht.com/learning-center/faq/acoustical/bass/

ส่วน ESL ตัวมันเองเป็น Baffle ในตัวอยู่แล้วน่ะครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 05 March 2013, 12:03:36 am
Quote from: Art on 04  March  2013, 11:55:16 pm

ส่วน ESL ตัวมันเองเป็น Baffle ในตัวอยู่แล้วน่ะครับ


ยกมือถามจากหลังห้อง

Baffle ขยับตัวได้หรือครับ
ตอนต้นๆ คุณครูอาร์ตยังบอกว่า Baffle ต้องให้นิ่งที่สุดอยู่เลย
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 05 March 2013, 02:51:27 am
Quote from: pee on 05  March  2013, 12:03:36 am
ยกมือถามจากหลังห้อง

Baffle ขยับตัวได้หรือครับ
ตอนต้นๆ คุณครูอาร์ตยังบอกว่า Baffle ต้องให้นิ่งที่สุดอยู่เลย


คือผมหมายถึงว่าลักษณะทางกายภาพของ ESL มันเป็น Baffle ในตัวเอง ไม่ได้หมายถึงว่าผู้ออกแบบ ESL ตั้งใจให้มันเป็น Baffle ครับ Baffle เราต้องการให้นิ่งที่สุดจริง แต่ ESL โดยธรรมชาติมันเป็น Baffle ที่ขยับตัวได้ครับ แต่ถึงมันจะขยับตัวได้ มันก็ไม่ได้เสียความเป็น Baffle ไปครับ คือผลในเรื่องการกั้นการเลี้ยวเบนของเสียงก็ยังมีอยู่ครับ

ที่ผมยังไม่เคยทดสอบคือถ้าเอา ESL ไปใส่ Baffle เพิ่ม แล้วผลการตอบสนองด้านต่ำจะเพิ่มขึ้นหรือไม่น่ะครับ แต่คาดว่าน่าจะลงต่ำได้กว่าแผงเปล่าๆ ครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: poj on 05 March 2013, 01:25:27 pm
เรียนเพื่อนๆสมาชิกทุกๆท่าน

กรุณา จำกัดขอบเขต การถกเถียงกันตรงที่เนื้อหานะครับ
กรุณา อย่าพุ่งเข้าไปที่ตัวบุคคล
หากว่า สถานการณ์  ดูย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ   ผมอาจ lock กระทู้ได้   :)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Krairerk on 05 March 2013, 03:24:46 pm
Quote from: poj on 05  March  2013, 01:25:27 pm
เรียนเพื่อนๆสมาชิกทุกๆท่าน

กรุณา จำกัดขอบเขต การถกเถียงกันตรงที่เนื้อหานะครับ
กรุณา อย่าพุ่งเข้าไปที่ตัวบุคคล
หากว่า สถานการณ์  ดูย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ   ผมอาจ lock กระทู้ได้   :)


(http://www.greenbookblog.org/wp-content/uploads/2012/12/Facebook-Like-Button-big.jpg)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 05 March 2013, 03:37:10 pm
รับทราบและปฎิบัติครับ

:bowdown:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 05 March 2013, 04:07:47 pm

I have removed particular comments and please, accept my sincere apologies....

Please, listen for yourselves. The side walls of loudspeakers in this clip are made of 4mm sheets of teak shipboards.

Please enjoy....

http://youtu.be/KNeRBNerJPU
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 05 March 2013, 07:16:40 pm
Quote from: pee on 04  March  2013, 04:57:46 pm
ที่เขาไม่ทำ OB กับ ESL น่าจะเป็นเพราะลำโพงไดโพลแท้ๆ ต้องให้ทำงานทั้งสองด้านมังครับ
ซึ่งจะนำไปสู่อีกทฤษฎีว่า การกำเนิดเสียงดนตรีมันมาจากไดโพล
การฝืนใช้ไดนามิคไดรเวอร์ ในการจำลองเสียงดนตรีจึงผิดทางมาตั้งแต่ต้น


พี่พีครับ Dynamic Driver ก็เป็น Dipole ครับ เพียงแต่เราเอาไปใส่กล่อง มันเลยถูกกักไว้ขั้วนึง แล้วบางคนก็พยายามเอา Driver ไปติดด้านหลังกล่อง ให้มันกลับมาเป็น Dipole อีกที  :blink: จริงๆ แค่เอาฝาหลังออกก็กลับมาเป็น Dipole แล้วครับ  :lol:

ไหนๆ มาขนาดนี้แล้ว ขอต่อให้จบเลยนะครับ จริงๆ แล้วต้นกำเนิดเสียงจะนับเป็น Point Source ครับไม่ใช่ Dipole รูปแบบการกระจายเสียง (Radiation Pattern) จะเป็นแบบจุดแล้วกระจายออกไปเป็นทรงกลมครับ แต่ในระบบบันทึกเสียงและเล่นกลับนั้น เป็นแบบจุดต่อจุดทั้งหมดครับ คือ จากเครื่องดนตรี เป็นเส้นตรงมาที่ไมค์ แล้วเวลาเล่นกลับก็เป็นเส้นตรงจากลำโพงมาที่ผู้ฟังครับ อย่างไรก็ตามไมค์บางประเภทมีมุมรับเสียงที่กว้าง นอกจากรับเสียงที่วิ่งตรงจากแหล่งกำเนิดแล้ว ก็อาจจะรับเสียงที่วิ่งไปสะท้อนกำแพงฝั่งตรงข้าม,เพดานและพื้นห้องมาด้วย นั่นทำให้สภาพแวดล้อมถูกบันทึกมาด้วย ซึ่งก็ยังคงอยู่บนพื้นฐานของเส้นตรงจากจุดต่อจุดอยู่ เพียงแต่มีการกระทบชิ่งมาเท่านั้นครับ ในทำนองเดียวกันถ้าเราเอาไมค์ไปจ่อที่เครื่องดนตรี ไมค์อาจจะรับเสียงค้อนเคาะสายเปียโน,เสียงสะท้อนจากสายไปตัวเปียโน และเสียงกำธรในตัวเปียโนได้ แต่ก็ล้วนอยู่บนพื้นฐานเส้นตรงจากจุดกำเนิดเสียงมาสู่ไมค์์ทั้งนั้นครับ

สรุปคือต้นกำเนิดเสียงไม่ใช่ Dipole และระบบบันทึกและเล่นกลับก็ไม่มีพื้นฐานของ Dipole เลยเช่นกันครับ แต่ลำโพงทุกประเภทที่เรามีดันเป็นแบบ Dipole ซะนี่  :)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: sw on 05 March 2013, 07:40:44 pm
นี่ครับ เสียงออกรอบทุกทิศเลย

http://www.hometheater.com/images/archivesart/mbl101e-drivers.jpg

Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 05 March 2013, 07:58:52 pm
ผมคิดว่าคำอธิบายตรงนี้ ไม่ค่อยสมเหตุสมผลสักเท่าไหร่

คลื่นทุกชนิดน่าจะเป็น omni directional ซึ่งจะกลายเป็น Linear ได้ก็โดนผ่านการควบคุม แต่ก็ไม่สามารถทำจนกลายเป็นลำเดี่ยวได้ ลำโพงที่ส่งเสียงหน้าเดียวน่าจะเป็นฮอร์นท่อยาว แม้กระนั้น เมื่อเสียงออกจากท่อ ก็ยังสามารถเลี้ยวเบนกลับไปด้านหลัง เพียงแต่เกิดน้อยกว่ามาก

เวลาที่เราทำให้เกิดเสียง เสียงวิ่งออก 360 องศา
แต่เวลาเราจับเสียงมาเข้าเครื่องบันทึก แม้เราพยายามจับแต่เสียงที่คิดว่าสำคัญเข้ามา เสียงอื่นก็ตามมาด้วยแน่นอน เมื่อเสียงมันมารอบทิศ เรากลับทำลำโพงหน้าเดียวมาใช้ ผมว่ามันไม่มีทางสมบูรณ์แบบแน่นอน

ถ้า OB เป็นระบบที่ถูกต้องเที่ยงตรงจริงๆ แล้ว ทำไมไม่เห็นห้องบันทึกเสียงเขาใช้กันเลยล่ะครับ
แม้แต่นักทดสอบ ก็ไม่เคยเห็นว่าใช้ OB เป็นเสียงอ้างอิง (ผมอาจจะรู้น้อย ถ้ามีก็ขอตัวอย่างด้วยครับ)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 05 March 2013, 08:04:11 pm
Quote from: sw on 05  March  2013, 07:40:44 pm
นี่ครับ เสียงออกรอบทุกทิศเลย

http://www.hometheater.com/images/archivesart/mbl101e-drivers.jpg


เออ ลืมลำโพงประเภทนี้ไปเลย ขอบคุณครับพี่ จริงๆ แล้วมันก็พัฒนามาจากลำโพงกรวยครับ แต่สามารถปล่อยเสียงได้รอบตัว 360 องศา ยังคงไม่ได้ในแนวตั้งครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 05 March 2013, 08:39:53 pm
เสียงจากแหล่งกำเนิด กระจายไปแบบ omni direction ทั้งแกน XYZ จริงครับ แต่เราไม่ได้บีบเสียงให้เป็นลำำเพื่อบันทึกเหมือนใช้กรวยกรอกน้ำใส่ขวดนะครับ เราแค่บันทึกจากพื้นที่เล็กๆ ของทรงกลมที่เสียงกระจายไปถึงเท่านั้นเอง แหล่งกำเนิดเสียงยังคงกระจายรอบทิศทางเหมือนเดิม แต่ผมแค่ไปรับรู้ที่จุดๆ หนึ่งที่เสียงกระจายไปถึงครับ ผมจึงบอกว่าเป็นเส้นตรงจุดต่อจุดครับ ส่วนเสียงที่กระจายไปทิศทางอื่น ถ้ามันไม่ไปสะท้อนอะไรกลับมา เราก็ไม่สามารถรับรู้ได้ครับ ขอเปรียบกับหลอดไฟเพื่อให้เห็นภาพครับ สมมุติว่าผมแขวนหลอดไฟไว้กลางห้อง แสงก็กระจายไปรอบๆ ไม่ว่าผมจะยืนอยู่มุมไหนของห้อง ตราบเท่าที่ผมรักษาระยะห่างจากหลอดให้เท่าเดิม ผมก็จะเห็นความสว่างเท่าเดิมเสมอ แต่ถ้าผมเดินเข้าใกล้หลอดไฟไป ผมก็จะเห็นหลอดสว่างขึ้น แต่ไม่ว่าผมจะเดินไปไหน หลอดก็ยังคงกระจายแสงไปรอบๆ เหมือนเดิมครับ

ถ้าเราต้องการบันทึกเสียงเฉพาะจุดที่ต้องการ เราต้องทำให้ไมค์มีมุมรับแคบที่สุด และเอาไปจ่อที่แหล่งกำเนิดครับ เหมือนเวลาเราร้องคาราโอเกะ แล้วเอามือห่อระหว่างปากกับไมค์แล้วเสียงจะชัดครับ คือเราพยายามทำให้มันเป็นเส้นตรงและใกล้แหล่งกำเนิดที่สุด จริงไม๊ครับ

ส่วนเรื่องที่พี่พีตั้งข้อสังเกตเรื่อง OB นั้น ผมไม่ทราบเหตุผลของผู้อื่น แต่ในฐานะคนที่ใช้ OB อยู่ มันเกะกะ+เทอะทะทีเดียวครับ และถ้าให้ผมเสนอขาย OB ก็คงไม่ค่อยมีคนซื้อครับ ในเมื่อตัวเลือกอื่นที่ใช้งานได้ตามจุดประสงค์และกระทัดรัดกว่ามีมากมาย เวลาเอาข้อเท็จจริงทางเทคนิคและการค้ามาผูกกันมักจะมีข้อจำกัดมากมายเสมอครับ อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่า OB เริ่มกลับมาได้รับความนิยมในตลาด Hi-end ในช่วง 2-3 ปีมานี้ครับ สังเกตจากมี Product ที่ใช้ความเป็น OB เป็นจุดขายเพิ่มมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมาครับ

Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 05 March 2013, 09:08:49 pm
คุณอาร์ตยกตัวอย่างสิ่งที่ไม่เกิดจริงนี่ครับ

เวลาบันทึกเสียง มันเป็นการตัดเอามาเฉพาะตรงส่วนที่ต้องการ ซึ่งเป็นข้อจำกัดว่าเอามาไม่หมด
จึงเกิดเทคนิควางไมค์ตามมา แล้วยังมีการผสมเสียงต่อออกไปอีก ทั้งหมดก็คือต้องการจำลองกลับไปสู่ omni-sound spheer ของดนตรีจริง

คิดตามนี้ OB ก็เป็นการเล่นกลับของจริงเพียงส่วนเดียว มันไม่น่าจะถูกต้องละครับ
เปรียบไปก็คงเป็น กราฟิค 2 มิติกระมัง ไม่มีลึกตื้น มีแต่ผิวหน้าเท่านั้น

ยังงัยคงต้องรอคลิบ OB เสียงดีๆ มาพิสูจน์ละครับ
ตัวอย่างที่เจอยังไม่ประทับใจเลย
http://www.youtube.com/watch?v=K54dCfhHiGw
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 05 March 2013, 10:48:21 pm
พี่พีหมายถึงตรงไหนที่เป็น -สิ่งที่ไม่เกิดขึ้นจริง- ครับ

ในขั้นตอนของการบันทึก โดยพื้นฐานแล้วเราต้องการบันทึกให้ได้มากที่สุดนะครับ เราไม่ควรตัดเนื้อหาออกครับ ที่พี่พีว่า -เวลาบันทึกเสียง มันเป็นการตัดเอามาเฉพาะตรงส่วนที่ต้องการ- รบกวนช่วยขยายความหน่อยครับ เกรงว่าจะแปลความ ไม่ถูกต้องน่ะครับ อย่างไรก็ตาม เทคนิคการวางไมค์และการปรับแต่ง ไม่น่าจะสามารถจำลอง Omni Sound Spheer ได้ครับ เพราะในระบบเล่นกลับไม่มีอะไรที่เป็น Omni direction ครับ แต่ถ้าเป็นการปรับเรื่อง Phase เพื่อผลทางการรับรู้ตำแหน่งนั้น ทำได้อยู่แล้วบนพื้นฐานของ Stereophonic ครับ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการบันทึกความเป็น Omni direction ครับ

เสียงที่มาเข้าไมค์มีทั้งเสียงตรงและเสียงสะท้อนครับ ถ้าปราศจากการสะท้อนแล้ว เราจะบอกไม่ได้ว่าจุดกำเนิดอยู่ห่างไมค์เท่าไหร่ หรืออยู่ที่ตำแหน่งไหน (บนฐานของ 1 ไมค์ 1 ลำโพงนะครับ) แต่ถ้ามีการสะท้อนมาเกี่ยว ไมค์ตัวเดียวกับระบบ Mono ก็ทำให้รู้สึกถึงระยะห่างได้ครับ ใน Clip ต่างๆ ที่พี่ๆ Post กันในนี้ก็มีตัวอย่างนั้นอยู่ครับ ไมค์ทั่วๆ ไปที่เราใช้กันอยู่ ไม่สามารถบันทึกความเป็น Omni Direction ของแหล่งกำเนิดได้ครับ เราบันทึกได้แค่เสียงบนจุดเล็กๆ ที่มันกระจายไปถึงครับ

OB เป็นแค่วิธีการใช้ลำโพงครับ ตัวหลักที่เปล่งเสียงยังคงเป็นลำโพงอยู่ดีไม่ว่าจะ Dynamic Driver, ESL, Ribbon, etc. และแบบไหนๆ ก็ใช้กับ OB ได้ครับ ถ้าพี่เหมาสรุป OB แบบนี้ ก็เหมาหมดแหล่ะครับ

Quote from: pee on 05  March  2013, 09:08:49 pm
คุณอาร์ตยกตัวอย่างสิ่งที่ไม่เกิดจริงนี่ครับ

เวลาบันทึกเสียง มันเป็นการตัดเอามาเฉพาะตรงส่วนที่ต้องการ ซึ่งเป็นข้อจำกัดว่าเอามาไม่หมด
จึงเกิดเทคนิควางไมค์ตามมา แล้วยังมีการผสมเสียงต่อออกไปอีก ทั้งหมดก็คือต้องการจำลองกลับไปสู่ omni-sound spheer ของดนตรีจริง

คิดตามนี้ OB ก็เป็นการเล่นกลับของจริงเพียงส่วนเดียว มันไม่น่าจะถูกต้องละครับ
เปรียบไปก็คงเป็น กราฟิค 2 มิติกระมัง ไม่มีลึกตื้น มีแต่ผิวหน้าเท่านั้น
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 06 March 2013, 12:00:25 am
เสียงที่กระจายไปทิศทางอื่น ถ้ามันไม่ไปสะท้อนอะไรกลับมา เราก็ไม่สามารถรับรู้ได้ครับ

ประโยคนี้ครับ
คุณฆฤณ เพิ่งลงรูปการทดลองบันทึกเสียงกลางแจ้ง เพื่อไม่ให้มีเสียงก้อง
แต่ข้อเท็จจริงก็คือ เสียงที่เป็นเสียงดนตรี ต้องมีการก้องเล็กน้อยเสมอ

เอานักร้องโซปราโนไปยืนกลางแจ้ง จะให้เสียงครบชัดเจนดีก็ต้องมีปอดยักษ์ซึ่งเป็นไปไม่ได้
เวทีกลางแจ้งของกรีกจึงต้องมีอัฒจรรย์เป็นเครื่องช่วย เหมือน OB ต้องมีแผงแบฟเฟิ้ล

การอ้างหลักการที่ว่า ต้องการแต่เสียงไม่ต้องการน๊อยส์ จึงขัดกับการปฎิบัติ
เพราะทำจริง ก็ยอมรับน๊อยส์เป็นเสียงไม่ต่างจากลำโพงไดนามิกส์

ยิ่งกว่านั้น คุณอาร์ตบอกว่า ESL ตัวมันเป็นแบฟเฟิลอยู่แล้ว
มิยิ่งเป็นการยอมรับหรือ ว่า OB ก็คือการเอาอย่าง ESL แต่ใช้วิธีที่ผิด
หรือไม่ก็ต้องเปลี่ยนชื่อ OB เป็น AB (Always Baffle)

แล้วก็ต้องเปลี่ยนนิยามว่า มีน๊อยส์ที่ยอมรับได้ถ้ามาจากแบฟเฟิล
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 06 March 2013, 12:16:00 am
โดยพื้นฐานแล้วเราต้องการบันทึกให้ได้มากที่สุดนะครับ เราไม่ควรตัดเนื้อหาออกครับ ที่พี่พีว่า -เวลาบันทึกเสียง มันเป็นการตัดเอามาเฉพาะตรงส่วนที่ต้องการ-

เอนจิเนียร์ที่บันทึกเสียงเปียนโนจาก เกลน กูลด์ บ่นเสมอว่าสิ่งที่ยากที่สุดนั้น คือเก็บแต่เสียงเปียนโนโดยไม่เก็บเสียงร้องคลอของเขา คาซาลส์เองก็เล่นซอนั่งโดยร้องโน๊ตไปด้วยเหมือนกัน

เวลาที่เราสร้างเสียงดนตรี มันมีเสียงอื่นเกิดตามมาเสมอ เสียงลมหายใจ เสียงเท้าขยับ เสียงเสื้อผ้าครูดกับสิ่งแวดล้อม....ฯลฯ พวกนี้เกิดมากกว่าเสียงรถวิ่งนอกห้องอัดแยะ แต่เวลาบันทึก เขาพยายามตัดทิ้งให้หมด แม้กระนั้นก็ยังได้ยิน

ดังนั้น เขาจึงต้องใช้ไมค์ที่จับเอาเฉพาะส่วนที่ต้องการ
เช่นจะวางไมค์อย่างไร ที่ได้ยินเสียงหลังจากหัวค้อนกระทบสาย และเก็บเฉพาะเสียงจากสาย ไม่ใช่เสียงที่เกิดจากการสะท้อนตัวเปียนโน แต่ก็ยังต้องเก็บเสียงสะท้อนนั้นไว้ บางคนก็วางไมค์แถวๆ สายลวด บางคนก็วางห่างจากเรือนเปียนโน บางคนก็วางสองตัว สามตัว หรือหลายตัวโดยเก็บเสียงที่ออกจากเปียนโนมาประมาณสองเมตรด้วย...สารพัดที่จะทำเพื่อให้เก็บสัญญานสำคัญเอามาให้ได้

อย่าลืมว่า แม้แต่ก้นเสียดสีกับสตูลหนัง เสียงอาจจะดังกว่าการเล่นตอนที่เบาสุด หรือตอนที่หยุดให้เกิดช่องว่าง เรื่องพวกนี้ หูมนุษย์มีระบบกลบเกลื่อน ฟังแต่ไม่ได้ยิน แต่ไมค์ไม่ฉลาด มันรับรู้เพียงความถี่ เอ็นจิเนียร์จึงต้องหาทางให้มันรับแต่ความถี่ที่สร้างดนตรี

ผมคิดง่ายๆ ว่า ถ้า OB คือ absolute playback sound
การบันทึกเสียงก็ต้องใช้ไมค์ OB เช่นกัน และมอนิเตอร์ในห้องมิกเสียงก็ต้อง OB ด้วย

กลับกัน ลำโพง OB ก็ไม่ควรเล่นกลับเสียงที่บันทึกมาแบบ omni ใช่ใหมครับ
เพราะมันเพี้ยนมาแต่ต้นแล้ว
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 06 March 2013, 07:03:02 am
เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีลำโพงอยู่ชนิดหนึ่งซึ่งมีมุมกระจายเสียงเกือบทรงกลม คือ Plasma Tweeter ครับ  :)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 06 March 2013, 07:14:08 am
เรื่องเสียงจริงทุกเสียงต้องมีการก้องเล็กน้อยเสมอ อันนี้เห็นด้วยครับ ที่ผมยกมาเรื่อง Point Source เป็นเรื่องในอุดมคติ ซึ่งเป็นฐานของการคิดแบบวิทยาศาสตร์ ในสภาพความเป็นจริงย่อมมีเสียงก้องครับ ไม่ว่าเครื่องดนตรีใดก็ต้องมี Body และ Mass ย่อมมี Natural Resonance อยู่แล้วครับ แต่ผมได้อธิบายไปแล้วว่ามันขึ้นกับว่าเราบันทึกที่จุดใดครับ

ส่วนเรื่อง Noise ผมได้คุยไปแล้วว่าประเด็นอยู่ที่มุมมองว่า "รบกวน" หรือเปล่า เป็น Relative ไม่ Absolute ครับ ยอมรับได้หรือไม่ก็อยู่ที่การตั้งเกณฑ์ของแต่ละคน ไม่ได้มีความตายตัวครับ

เรื่องใครเอาอย่างใครคงไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่าไหร่สำหรับผม ถ้าพี่พีเห็นว่า OB เอาอย่าง ESL ผมก็ว่าไปตามนั้นครับ ไม่มีความเห็นครับ รวมทั้งเรื่อง OB ผิดหรือ ESL ถูก ผมก็ไม่ได้สนใจครับ ผมสนใจคุยในเรื่องที่เป็นความรู้ครับ ถ้าจะคุยความรู้ก็คงต้องว่ากันต่อว่า ผิดอย่างไร และถูกอย่างไร ครับ

Quote from: pee on 06  March  2013, 12:00:25 am
เสียงที่กระจายไปทิศทางอื่น ถ้ามันไม่ไปสะท้อนอะไรกลับมา เราก็ไม่สามารถรับรู้ได้ครับ

ประโยคนี้ครับ
คุณฆฤณ เพิ่งลงรูปการทดลองบันทึกเสียงกลางแจ้ง เพื่อไม่ให้มีเสียงก้อง
แต่ข้อเท็จจริงก็คือ เสียงที่เป็นเสียงดนตรี ต้องมีการก้องเล็กน้อยเสมอ

เอานักร้องโซปราโนไปยืนกลางแจ้ง จะให้เสียงครบชัดเจนดีก็ต้องมีปอดยักษ์ซึ่งเป็นไปไม่ได้
เวทีกลางแจ้งของกรีกจึงต้องมีอัฒจรรย์เป็นเครื่องช่วย เหมือน OB ต้องมีแผงแบฟเฟิ้ล

การอ้างหลักการที่ว่า ต้องการแต่เสียงไม่ต้องการน๊อยส์ จึงขัดกับการปฎิบัติ
เพราะทำจริง ก็ยอมรับน๊อยส์เป็นเสียงไม่ต่างจากลำโพงไดนามิกส์

ยิ่งกว่านั้น คุณอาร์ตบอกว่า ESL ตัวมันเป็นแบฟเฟิลอยู่แล้ว
มิยิ่งเป็นการยอมรับหรือ ว่า OB ก็คือการเอาอย่าง ESL แต่ใช้วิธีที่ผิด
หรือไม่ก็ต้องเปลี่ยนชื่อ OB เป็น AB (Always Baffle)

แล้วก็ต้องเปลี่ยนนิยามว่า มีน๊อยส์ที่ยอมรับได้ถ้ามาจากแบฟเฟิล
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 06 March 2013, 07:41:16 am
ใช่เลยครับ ไมค์มันไม่ประสีประสาอยู่แล้วว่าเสียงที่มันรับรู้มาเป็นเสียงจากอะไรครับ อะไรส่งเสียงมันก็บันทึกหมดแหล่ะครับ ถ้าไม่บันทึกสิเรียกว่าไมค์บกพร่องครับ ส่วนเรื่องการวางไมค์ผมคิดว่าเป็นไปตามเจตนาของผู้บันทึกครับ คือไมค์น่ะเป็นของตาย แต่คนใช้ต้องรู้ว่ามันมีความสามารถอย่างไร แล้วใช้ให้ได้ผลตามเจตนาครับ ก็คือการวางไมค์ในรูปแบบต่างๆ ที่พี่ยกตัวอย่างมาให้ครับ

การตัดเสียงโดยมากจะเกิดในกระบวนการปรับแต่งภายหลังการบันทึกครับ คือต้องเล่นกลับดูก่อนจึงจะรู้ว่าอะไรเอา อะไรไม่เอา ซึ่งการตัดเสียงเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับเทคโนโยลีวันนี้ แต่ถ้าตัดซะตั้งแต่ก่อนบันทึกก็ไม่รู้อีกว่าเราตัดสิ่งที่เราจะเอาไปด้วยรึเปล่าครับ

ส่วนเรื่องการเชื่อมโยงในตอนท้ายของพี่ ผมได้แสดงความเห็นไว้ตั้งแต่ต้นว่า Recording กับ Playback เป็นคนละเรื่องกัน และผมไม่ได้ยก OB เป็น Absolute Playback Sound หรือยกว่าเหนือกว่าลำโพงประเภทอื่นๆ มันอาจจะห่วยที่สุดก็ได้ครับ ผมเพียงอธิบายว่าธรรมชาติของ OB และลำโพงชนิดอื่นๆ ที่เรายกมาคุยกันเป็นอย่างไร โดยใช้หลักวิทยาศาสตร์ในการอธิบายครับ

Quote from: pee on 06  March  2013, 12:16:00 am
โดยพื้นฐานแล้วเราต้องการบันทึกให้ได้มากที่สุดนะครับ เราไม่ควรตัดเนื้อหาออกครับ ที่พี่พีว่า -เวลาบันทึกเสียง มันเป็นการตัดเอามาเฉพาะตรงส่วนที่ต้องการ-

เอนจิเนียร์ที่บันทึกเสียงเปียนโนจาก เกลน กูลด์ บ่นเสมอว่าสิ่งที่ยากที่สุดนั้น คือเก็บแต่เสียงเปียนโนโดยไม่เก็บเสียงร้องคลอของเขา คาซาลส์เองก็เล่นซอนั่งโดยร้องโน๊ตไปด้วยเหมือนกัน

เวลาที่เราสร้างเสียงดนตรี มันมีเสียงอื่นเกิดตามมาเสมอ เสียงลมหายใจ เสียงเท้าขยับ เสียงเสื้อผ้าครูดกับสิ่งแวดล้อม....ฯลฯ พวกนี้เกิดมากกว่าเสียงรถวิ่งนอกห้องอัดแยะ แต่เวลาบันทึก เขาพยายามตัดทิ้งให้หมด แม้กระนั้นก็ยังได้ยิน

ดังนั้น เขาจึงต้องใช้ไมค์ที่จับเอาเฉพาะส่วนที่ต้องการ
เช่นจะวางไมค์อย่างไร ที่ได้ยินเสียงหลังจากหัวค้อนกระทบสาย และเก็บเฉพาะเสียงจากสาย ไม่ใช่เสียงที่เกิดจากการสะท้อนตัวเปียนโน แต่ก็ยังต้องเก็บเสียงสะท้อนนั้นไว้ บางคนก็วางไมค์แถวๆ สายลวด บางคนก็วางห่างจากเรือนเปียนโน บางคนก็วางสองตัว สามตัว หรือหลายตัวโดยเก็บเสียงที่ออกจากเปียนโนมาประมาณสองเมตรด้วย...สารพัดที่จะทำเพื่อให้เก็บสัญญานสำคัญเอามาให้ได้

อย่าลืมว่า แม้แต่ก้นเสียดสีกับสตูลหนัง เสียงอาจจะดังกว่าการเล่นตอนที่เบาสุด หรือตอนที่หยุดให้เกิดช่องว่าง เรื่องพวกนี้ หูมนุษย์มีระบบกลบเกลื่อน ฟังแต่ไม่ได้ยิน แต่ไมค์ไม่ฉลาด มันรับรู้เพียงความถี่ เอ็นจิเนียร์จึงต้องหาทางให้มันรับแต่ความถี่ที่สร้างดนตรี

ผมคิดง่ายๆ ว่า ถ้า OB คือ absolute playback sound
การบันทึกเสียงก็ต้องใช้ไมค์ OB เช่นกัน และมอนิเตอร์ในห้องมิกเสียงก็ต้อง OB ด้วย

กลับกัน ลำโพง OB ก็ไม่ควรเล่นกลับเสียงที่บันทึกมาแบบ omni ใช่ใหมครับ
เพราะมันเพี้ยนมาแต่ต้นแล้ว
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 06 March 2013, 08:08:12 am
ถ้าออกความเห็นอย่างนี้แต่ต้น ผมก็คงจะรับฟังพร้อมกับพยักหน้าหงึกๆ ไปด้วย แล้วก็ไม่ถามต่อ

แต่คุณอาร์ตออกตัวมา ไม่มีช่องให้คนอื่นยืนเลย ต้อง OB เท่านั้น
"ผมต้องการเสียงจาก Driver เท่านั้น"
"ผมมีมุมมองที่ต้องการเสียงจาก Driver ซึ่งมาจากสัญญาณไฟฟ้าโดยตรง"
"ผนังตู้สร้างเสียง ผมเรียกว่า Noise "
"กลุ่มที่ชอบตู้ Resonator จะมองว่านั่นคือ Voice ก็สามารถทำได้ แต่ข้อเท็จจริงก็คือในสัญญาณไฟฟ้าไม่มีเสียงเหล่านี้ครับ"


ในเครื่องหมายคำพูดนี่ล้วนแต่ทำให้ผมสงสัยว่า ทำไมไม่แขวนลอย Driver
คุณอาร์ตบอกว่ามันจะแกว่ง และไม่มีเบสต้องใช้แบฟเฟิลช่วย เรื่องแกว่งเราใช้เชิงกลช่วยได้ แต่เบสนี่ คุณอาร์ตบอกว่ามาจากแบฟเฟิล

ถ้างั้นเบสก็คือน๊อยส เพราะไม่ได้มาจากสัญญานไฟฟ้าโดยตรง แบฟเฟิลเป็นผู้สร้างขึ้น "จะมองว่านั่นคือ Voice ก็สามารถทำได้ แต่ข้อเท็จจริงก็คือในสัญญาณไฟฟ้าไม่มีเสียงเหล่านี้ครับ" ยืมคำคุณอาร์ตมาค้านคุณอาร์ตหน่อย อิอิ

"ในกลุ่มผู้นิยมตู้แบบ Resonator ที่พี่คุยอยู่ เค้ามีการควบคุมการ Resonance กันยังไงครับ จริงๆ ผม Prefer วิทยาศาสตร์มากกว่า แต่แบบศิลปะก็อยากรู้ครับ"

อันนี้ผมก็อยากทราบเหมือนกัน ว่านักวิทยาศาสตร์อย่างคุณอาร์ต เลือกวัสดุมาทำแผงด้วยหลักการอะไร ควบคุมการ Resonance อย่างไร

ที่บอกว่าใช้หลักเชิงกลนั้นยังไม่พอ ต้องอธิบายทางวัสดุศาสตร์ได้ด้วย และที่สำคัญคือต้องเป็นไปตามอุโฆษวิทยา รวมถึงความฉลาดในวิชาโครงสร้าง เพราะอย่างที่บอกเองไว้ว่า จะไม่ทำอย่างเว่อร์ ของที่ไม่เว่อร์ย่อมต้องมาจากการคิดสร้างอย่างเหมาะสม เช่นคำนวณมวลและความหนาแน่นของมันเที่ยบกับความถี่จากไดรเวอร์ อะไรแบบนี้

แล้วควบคุมไม่ให้มันสร้างสิ่งที่คุณอาร์ตเรียกว่าน๊อยส์ได้หรือเปล่า ถ้ามีกำจัดอย่างไร แผงสองข้างมีคุณสมบัติเท่ากันใหม วัดอย่างไร ใช้เครื่องมืออะไร

พวก"ศิลปะ" นั้นอาจจะตอบเรื่องการควบคุมการ Resonance อย่างง่ายๆ ว่าใช้ญานทัศนะ ก็จบได้
แต่พวก"วิทยาศาสตร์" ต่างหาก ที่จะต้องตอบคำถามที่ถามคนอื่นนี้ได้อย่างหมดจดนะครับ

Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 06 March 2013, 08:15:57 am
สรุปให้ชัดเลยก็ได้ว่า อ่านดูแล้ว
คุณอาร์ตฟันธงว่าลำโพงแบบอื่น สร้างน้อยส์ออกมา โดยไม่มีหลักวิชาในการควบคุมมัน
ลำโพง OB เท่านั้น ที่สร้างเสียงที่ถูกต้องทางทฤษฎี คือเสียงจากสัญญานไฟฟ้าอย่างแท้จริง
Title: Re: My little (collective) system
Post by: sw on 06 March 2013, 04:44:57 pm
การมาถกกันว่าลำโพงแบบไหนให้เสียงถูกต้อง ผมว่าผิดขั้นตอนนะครับ การบันทึกเสียงที่ถูกต้อง ต้องมาก่อน

สมมุติตอนบันทึก วางไมค์แบบเก็บเอาเสียงบรรยากาศในห้อง เก็บพวกเสียงสะท้อนรอบๆห้องมาหมด
ตอนเล่นกลับ ก็ไม่น่าจะใช้เสียงสะท้อนของห้องฟังอีกแล้ว เพราะมันจะสะท้อนซ้ำอีก
ใช้หูฟังจึงจะถูกต้อง ตรงตามจินตนาการของผู้บันทึกเสียงมากที่สุด

แบบของลำโพงที่มีใช้กันอยู่หลากหลายหลักการทุกวันนี้ มันมีหลายแบบ เพราะว่ายังไม่มีใครค้นพบแบบที่เป็นวิทยาศาสตร์จริงๆ ทุกแบบต่างก็เป็นรสนิยมของคนออกแบบ ทุกแบบก็สร้างเสียงจำลอง บวกกับจินตนาการ บวกกับอุปาทานของคนฟัง

แบบที่เป็นวิทยาศาสตร์จริงๆต้องมีแบบเดียว หลักการเดียว เหมือนเตาไมโครเวฟ ยี่ห้ออะไร ใครจะสร้างก็ใช้หลักการเดียวกัน อย่างนี้จึงจะเป็นวิทยาศาสตร์
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 06 March 2013, 04:52:32 pm
คือว่าผมยืนในที่ของผม และคนอื่นก็ยืนในที่ที่ตนยืนอยู่ ถ้าการออกความเห็นของผมไปเบียดเบียนที่ยืนผู้อื่น อันนี้ผมไม่ได้ตั้งใจและขออภัยด้วย อย่างไรก็ตาม การถกกันบนความเห็นที่ไม่ตรงกัน ย่อมกระทบที่ยืนลักษณะนี้เป็นธรรมดาอยู่แล้วครับ ไม่ว่าวงการไหนๆ

ข้อหนึ่งที่พี่พีเข้าใจผมผิดคือ ผมอธิบายว่า Bass มาจาก Driver ครับ เพียงแต่ลำพัง Driver ที่เปล่าๆ เราไม่สามารถรับรู้ Bass ได้ เพราะเกิด Cancellation ขึ้น คำเดิมที่ผมใช้คือ มันมีอยู่ แต่เราไม่รับรู้ นั่นคือมูลเหตุที่ต้องทำ Baffle คือ เพื่อให้รับรู้สิ่งที่มีอยู่ได้ และผมยังบอกอีกว่าผมต้องการ Baffle ที่ Rigid เพราะผมไม่ต้องการให้มันสั่นหรือผลิตเสียงใดๆ ออกมาครับ

Quote from: pee on 06  March  2013, 08:08:12 am
ถ้าออกความเห็นอย่างนี้แต่ต้น ผมก็คงจะรับฟังพร้อมกับพยักหน้าหงึกๆ ไปด้วย แล้วก็ไม่ถามต่อ

แต่คุณอาร์ตออกตัวมา ไม่มีช่องให้คนอื่นยืนเลย ต้อง OB เท่านั้น
"ผมต้องการเสียงจาก Driver เท่านั้น"
"ผมมีมุมมองที่ต้องการเสียงจาก Driver ซึ่งมาจากสัญญาณไฟฟ้าโดยตรง"
"ผนังตู้สร้างเสียง ผมเรียกว่า Noise "
"กลุ่มที่ชอบตู้ Resonator จะมองว่านั่นคือ Voice ก็สามารถทำได้ แต่ข้อเท็จจริงก็คือในสัญญาณไฟฟ้าไม่มีเสียงเหล่านี้ครับ"


ในเครื่องหมายคำพูดนี่ล้วนแต่ทำให้ผมสงสัยว่า ทำไมไม่แขวนลอย Driver
คุณอาร์ตบอกว่ามันจะแกว่ง และไม่มีเบสต้องใช้แบฟเฟิลช่วย เรื่องแกว่งเราใช้เชิงกลช่วยได้ แต่เบสนี่ คุณอาร์ตบอกว่ามาจากแบฟเฟิล

ถ้างั้นเบสก็คือน๊อยส เพราะไม่ได้มาจากสัญญานไฟฟ้าโดยตรง แบฟเฟิลเป็นผู้สร้างขึ้น "จะมองว่านั่นคือ Voice ก็สามารถทำได้ แต่ข้อเท็จจริงก็คือในสัญญาณไฟฟ้าไม่มีเสียงเหล่านี้ครับ" ยืมคำคุณอาร์ตมาค้านคุณอาร์ตหน่อย อิอิ

"ในกลุ่มผู้นิยมตู้แบบ Resonator ที่พี่คุยอยู่ เค้ามีการควบคุมการ Resonance กันยังไงครับ จริงๆ ผม Prefer วิทยาศาสตร์มากกว่า แต่แบบศิลปะก็อยากรู้ครับ"

อันนี้ผมก็อยากทราบเหมือนกัน ว่านักวิทยาศาสตร์อย่างคุณอาร์ต เลือกวัสดุมาทำแผงด้วยหลักการอะไร ควบคุมการ Resonance อย่างไร

ที่บอกว่าใช้หลักเชิงกลนั้นยังไม่พอ ต้องอธิบายทางวัสดุศาสตร์ได้ด้วย และที่สำคัญคือต้องเป็นไปตามอุโฆษวิทยา รวมถึงความฉลาดในวิชาโครงสร้าง เพราะอย่างที่บอกเองไว้ว่า จะไม่ทำอย่างเว่อร์ ของที่ไม่เว่อร์ย่อมต้องมาจากการคิดสร้างอย่างเหมาะสม เช่นคำนวณมวลและความหนาแน่นของมันเที่ยบกับความถี่จากไดรเวอร์ อะไรแบบนี้

แล้วควบคุมไม่ให้มันสร้างสิ่งที่คุณอาร์ตเรียกว่าน๊อยส์ได้หรือเปล่า ถ้ามีกำจัดอย่างไร แผงสองข้างมีคุณสมบัติเท่ากันใหม วัดอย่างไร ใช้เครื่องมืออะไร

พวก"ศิลปะ" นั้นอาจจะตอบเรื่องการควบคุมการ Resonance อย่างง่ายๆ ว่าใช้ญานทัศนะ ก็จบได้
แต่พวก"วิทยาศาสตร์" ต่างหาก ที่จะต้องตอบคำถามที่ถามคนอื่นนี้ได้อย่างหมดจดนะครับ


ผมใช้หลักการอะไรบ้างคำนวณและควบคุม Resonance ผมได้อธิบายไว้แล้ว ถ้าพี่พีอ่านทั้งหมดโดยไม่ได้เจาะจงเฉพาะที่จะ Quote มา ก็จะเห็นครับ อย่างไรก็ตาม ความรู้ผมมีจำกัด ทุนผมก็มีจำกัด ผมออกตัวเสมอว่าผมก็กำลังศึกษาอยู่ และผมก็ใช้ได้เฉพาะสิ่งที่ผมรู้และมีอยู่ครับ เว่อร์หรือไม่เว่อร์ผมเห็นว่าขึ้นกับสถานะของบุคคลด้วยนะครับ ถ้าผมไปถกเรื่องการออกแบบตู้กับคนที่ออกแบบตู้วัสดุ Nasa แกอาจจะยกสูตรคำนวณที่ทั้งโลกมีแค่ 10 คนที่เข้าใจมาอธิบายผม วันนั้นผมอาจจะบอกว่าเว่อร์ ผ่านไปซัก 10 ปีผมศึกษาจนกลายเป็นคนที่ 11 ผมอาจจะเปลี่ยนทัศนะเป็นสมเหตุสมผลก็ได้ครับ และถ้าผมมีทุน ผมก็อาจจะทำอะไรเว่อร์ๆ แบบนั้นก็ได้ แต่สำหรับวันนี้ -ฝันไปเถอะ-  :lol: :lol:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: meng on 06 March 2013, 05:01:36 pm
มันไม่มีบทสรุปในเรื่องแบบนี้หรอกครับผมว่า :scholar:

ขนาดเครื่องดนตรีแต่ละยี่ห้อยังให้เสียงที่ไม่เหมือนกันเลยครับ  :supergrin:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 06 March 2013, 05:12:40 pm
Quote from: Art on 06  March  2013, 04:52:32 pmผมต้องการ Baffle ที่ Rigid เพราะผมไม่ต้องการให้มันสั่นหรือผลิตเสียงใดๆ ออกมา


ที่จริงจุดนี้เท่านั้นแหละครับ ที่ผมไม่เห็นด้วย
ความ Rigid ไม่ได้ทำให้มันไม่ผลิตเสียง
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 06 March 2013, 05:17:01 pm
การเชื่อมโยงของผมจะกลับกับพี่พีหน่อยครับ คือ เสียงใดๆ ที่ไม่ได้มาจากสัญญาณไฟฟ้า เป็นสิ่งที่ผมไม่ต้องการ -> ทำอย่างไรให้ลำโพงส่งเสียงแต่ลำพัง อย่างอื่นไม่ต้องส่งเสียงด้วย -> ต้องใช้ตู้ที่แข็งแรงและไม่ Resonance -> ตู้ที่ไม่ Resonance ไม่มี -> (a)งั้นก็ไม่ต้องใ้ช้ตู้ -> ทำ OB ละกัน อันนี้เป็นแค่ทางเลือกของผม ซึ่ง OB ก็ต้องเผชิญปัญหาอื่นๆ จากลักษณะทางกายภาพของ OB ต่อไป ในขณะเดียวกับที่ผมเลืือก OB ผมอาจจะคิดว่า (b)งั้นก็ทำตู้ให้ Resonance น้อยที่สุด -> เอาซีเมนต์มาทำตู้ละกัน สมมุติว่าผมลด Resonance ได้ตามต้องการ แล้วผมก็ไปเผชิญปัญหาอื่นจากลำโพงตู้ต่อไป

จากตัวหนาข้างต้น เป็นที่มาของประเด็นที่ผมคุยกับพี่ Bhisma คือ ผมต้องการตู้ไม่ Resonance  แต่ พี่ Bhisma ต้องการให้ตู้ Resonance โดยไม่ได้กล่าวถึง OB ในคำถามเลย ผมจำกัดอยู่แค่ตู้ Non Resonance กับ Resonance เท่านั้น มาถึงวิธีการ ผมก็ทำให้ตู้แข็งแรง หนัก และ... เพื่อให้ Resonance น้อยที่สุด เพราะเราทำให้ Natural Resonance หายไปไม่ได้ ทำได้แค่ลดมัน และก็คือคำถามที่ถามพี่ Bhisma ว่าวิธีการของพี่ Bhisma คืออะไร มีหลักการอย่างไร ผมอยากจะรู้หลักการ ไม่ได้ปรามาสว่าพี่ Bhisma และผองเพื่อน ไม่มีหลักการครับ หลักญาณทัศนะที่พี่พียกมา ผมก็รับได้ ไม่มีปัญหาครับ

Quote from: pee on 06  March  2013, 08:15:57 am
สรุปให้ชัดเลยก็ได้ว่า อ่านดูแล้ว
คุณอาร์ตฟันธงว่าลำโพงแบบอื่น สร้างน้อยส์ออกมา โดยไม่มีหลักวิชาในการควบคุมมัน
ลำโพง OB เท่านั้น ที่สร้างเสียงที่ถูกต้องทางทฤษฎี คือเสียงจากสัญญานไฟฟ้าอย่างแท้จริง
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 06 March 2013, 05:21:25 pm
ไม่ผลิตเสียง เป็นความต้องการครับ ซึ่งผมได้พูดถึงเรื่อง Natural Resonance ไปแล้ว และยอมรับไปแล้วว่าทำให้เป็นศูนย์ไม่ได้ แต่ทำให้ไม่มีผลรบกวนนี่อยู่ในวิสัยที่ทำได้ครับ

Quote from: pee on 06  March  2013, 05:12:40 pm
Quote from: Art on 06  March  2013, 04:52:32 pmผมต้องการ Baffle ที่ Rigid เพราะผมไม่ต้องการให้มันสั่นหรือผลิตเสียงใดๆ ออกมา


ที่จริงจุดนี้เท่านั้นแหละครับ ที่ผมไม่เห็นด้วย
ความ Rigid ไม่ได้ทำให้มันไม่ผลิตเสียง
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 06 March 2013, 06:11:40 pm
ผมเข้าใจจุดยืนแล้วครับ  :wavey:
ขอบคุณที่แลกเปลี่ยน ได้ความรู้มากมายทีเดียว

:bowdown:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: wachara on 06 March 2013, 06:28:43 pm
ฮ่าๆๆ ถกกันแบบนี้ก็สนุกดีครับ  :D


ผมเห็นที่เขาวัด Resonance Frequencies ของลำโพงกัน แล้วก็พยายามหาวิธีแก้ให้มัน flat หมายความว่าลำโพงพวกนี้ต้องมีตรงไหนที่สั่นทำให้มันเกิดเป็น noise หรือเปล่าครับ


คำว่า baffle คือแผ่นกันจะหว่างดอกลำโพงทำให้เสียงจากด้านหลังไม่มาหาคนฟังโดยตรงใช่หรือไม่ครับ มันไม่ได้กันเสียงสะท้อนใช่ไหมครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 06 March 2013, 09:09:03 pm
ความไม่ Flat นี่มีทั้ง Over และ Under ครับ Resonance โดยมากมักจะเป็นสาเหตุของ Overshoot ครับ แต่กรณีที่เกิดเป็น Undershoot ก็มีครับ อย่างไรก็ตามความไม่ Flat อาจจะเกิดจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่ Resonance ก็ได้ เช่นตัว Driver บกพร่องซะเอง, ออกแบบ Network ผิดพลาด, แอมป์ไม่ Flat เป็นต้นครับ

จุดประสงค์หลักของ Baffle เป็นตามที่คุณใหญ่เข้าใจครับ แต่ในบางกรณี Baffle กันเสียงสะท้อนได้ด้วยครับ เช่นถ้าเอาแผ่นกระดานใหญ่ๆ มากั้นกลางห้องคุณใหญ่เป็น Baffle แล้วติด Driver เข้าไป เสียงจากหลังลำโพงที่ไปสะท้อนฝาห้องฝั่งโน้นมาก็จะถูก Baffle Block ไว้ได้ครับ

Quote from: wachara on 06  March  2013, 06:28:43 pm
ฮ่าๆๆ ถกกันแบบนี้ก็สนุกดีครับ  :D

ผมเห็นที่เขาวัด Resonance Frequencies ของลำโพงกัน แล้วก็พยายามหาวิธีแก้ให้มัน flat หมายความว่าลำโพงพวกนี้ต้องมีตรงไหนที่สั่นทำให้มันเกิดเป็น noise หรือเปล่าครับ

คำว่า baffle คือแผ่นกันจะหว่างดอกลำโพงทำให้เสียงจากด้านหลังไม่มาหาคนฟังโดยตรงใช่หรือไม่ครับ มันไม่ได้กันเสียงสะท้อนใช่ไหมครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 06 March 2013, 09:10:49 pm
Quote from: pee on 06  March  2013, 06:11:40 pm
ผมเข้าใจจุดยืนแล้วครับ  :wavey:
ขอบคุณที่แลกเปลี่ยน ได้ความรู้มากมายทีเดียว
:bowdown:


ยินดีครับพี่ ขอบคุณเช่นกันครับ  :D
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Witti on 06 March 2013, 10:31:51 pm
ม า ต อ น จ บ แล้วผมจะค่อยๆอ่านเก็บตามข้างบนอย่าง ช้ า ช้ า .. .   .   :P
Title: Re: My little (collective) system
Post by: wachara on 06 March 2013, 11:06:52 pm
แล้วถ้าเราไม่ต้องการให้เสียงมาด้านหน้าเพื่อหักล้างกันทำไมมีลำโพงพวก backload horn ซึ่งนำเสียงจากด้านหลังมาปล่อยออกข้างหน้าอีกทีครับ หรือการที่เราหน่วงเวลาให้กับเสียงด้านหลังเดินทางมาข้างหน้าให้ช้าลงมันไม่ทำให้เกิดการหักล้างกันครับ  :huh:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: pee on 06 March 2013, 11:15:48 pm
Quote from: wachara on 06  March  2013, 11:06:52 pm
แล้วถ้าเราไม่ต้องการให้เสียงมาด้านหน้าเพื่อหักล้างกันทำไมมีลำโพงพวก backload horn ซึ่งนำเสียงจากด้านหลังมาปล่อยออกข้างหน้าอีกทีครับ หรือการที่เราหน่วงเวลาให้กับเสียงด้านหลังเดินทางมาข้างหน้าให้ช้าลงมันไม่ทำให้เกิดการหักล้างกันครับ  :huh:


มาตอบก่อน เพื่อนทดสอบว่าฟังเล็คเชอร์คุณครูอาร์ตเข้าใจ

เราจะเอาระบบอื่นมาเทียบกับ OB ไม่ได้ครับ เพราะแนวคิดต่างกัน
คุณอาร์ตต้องการสร้างระบบที่มีแต่เสียงจากไดรเวอร์เท่านั้น เสียงอื่นใดที่ไม่ได้มาจากการทำงานของไดรเวอร์ ถือว่าเป็นน๊อยส์ ซึ่งบางแนวคิดยอมรับว่าเป็นว๊อยส์

แต่ แอ๊บสะหลูด OB ไม่ยอมรับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 07 March 2013, 12:01:42 am
Quote from: wachara on 06  March  2013, 11:06:52 pm
แล้วถ้าเราไม่ต้องการให้เสียงมาด้านหน้าเพื่อหักล้างกันทำไมมีลำโพงพวก backload horn ซึ่งนำเสียงจากด้านหลังมาปล่อยออกข้างหน้าอีกทีครับ หรือการที่เราหน่วงเวลาให้กับเสียงด้านหลังเดินทางมาข้างหน้าให้ช้าลงมันไม่ทำให้เกิดการหักล้างกันครับ  :huh:


ใช่ครับ เสียงหลังกรวยต้องเดินทางไกล กว่าจะออกจาก Horn ได้เสียงหน้ากรวยก็ไปไหนๆ แล้วครับ การหักล้างเกิดขึ้นบ้างแต่ไม่สมบูรณ์ครับ เช่นหน้ากรวย 100 หลังกรวย -20 ก็ยังเหลือ 80 อยู่ ส่วนตู้ที่ทำงานโดยใช้หลักการนี้เลยคือ Transmission Line ครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: wachara on 07 March 2013, 02:09:23 am
แล้วถ้าเราสามารถทำให้ทางเดินทางของเสียงยาวมากๆจนมันไม่หักล้างกันมันจะทำให้เบสมากขึ้นด้วยหรือไม่ครับ แล้วมันอาจกลายเป็นเสียง echo หรือเปล่าครับ  ;)
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 07 March 2013, 04:57:11 am
Quote from: wachara on 07  March  2013, 02:09:23 am
แล้วถ้าเราสามารถทำให้ทางเดินทางของเสียงยาวมากๆจนมันไม่หักล้างกันมันจะทำให้เบสมากขึ้นด้วยหรือไม่ครับ แล้วมันอาจกลายเป็นเสียง echo หรือเปล่าครับ  ;)


ทำได้ครับ ตรงกับ Concept การออกแบบของ B&W Nautilus ลำโพงหอยทากครับคุณใหญ่ แต่ Nautilus ก็ประพฤติตัวเป็นตู้ปิดไปด้วยครับ

ส่วนเรื่องทำให้เบสเพิ่มขึ้นนั้นใช่ครับ แต่ผมขอเรียกว่าทำให้หายไปน้อยลงแทนละกันครับ ตู้ Transmission Line จะออกแบบความยาวท่อ = 1/4 ความยาวคลื่นเสียงเบสที่ต้องการ คือความยาวคลื่น 1/4 นี่ทำให้คลื่นหน้ากรวยกับหลังกรวยมีเฟสต่างกัน 90 องศาครับ จึงไม่เกิด Cancellation แต่ถ้าคุณใหญ่เพิ่มความยาวไปมากๆ ก็อาจจะเป็นเสียง Echo ได้ครับ หูคนเราจะรับรู้ Echo ได้ที่ความต่างของเวลาประมาณ 0.1S ครับ ในขณะที่ความเร็วเสียงในอุณหภูมิห้องตกประมาณ 340m/S ถ้าจะทำให้เกิดเสียง Echo จากลำโพง TL ได้ต้องใช้ท่อยาว 34m ครับ ในขณะที่ TL ที่ออกแบบที่ 20Hz จะมีความยาวท่อ 340/(20x4) = 4.25 เมตร นักออกแบบลำโพง TL จึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่อง Echo จากความยาวท่อครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: wachara on 07 March 2013, 06:15:33 am
ขอบคุณคุณอาร์ตมากครับสำหรับคำอธิบาย ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วครับ ขอถามอีกนิดครับ แล้วพวกตู้ปิดที่มี port ระบายอากาศมันทำงานอย่างไรครับ ทำไมมันเหมือนจะให้เสียงเบสที่หนักกว่าตู้ backload horn ครับ หรือว่ามันปิดตู้จนไม่มีเสียงจากด้านหลังมา cancel เสียงด้านหน้าเลยจึงทำให้เสียงเบสมันดีขึ้นครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: dht_tubes on 07 March 2013, 07:44:02 pm
อ่านมานาน อ่านหลายรอบด้วย  อ่านแล้วนึกถึง...........................


อ้าว นึกไม่ออกแระ เดี๋ยวกลับไปนึกก่อน สงสัยจะอ่านนานไป อิอิอิ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: jtr on 07 March 2013, 07:51:16 pm
Quote from: dht_tubes on 07  March  2013, 07:44:02 pm
อ่านมานาน อ่านหลายรอบด้วย  อ่านแล้วนึกถึง...........................


อ้าว นึกไม่ออกแระ เดี๋ยวกลับไปนึกก่อน สงสัยจะอ่านนานไป อิอิอิ


หาใบแปะก้วยต้มน้ำซดตลอดวันเด้อ...  :dizzy:
Title: Re: My little (collective) system
Post by: Art on 07 March 2013, 08:18:55 pm
Quote from: wachara on 07  March  2013, 06:15:33 am
ขอบคุณคุณอาร์ตมากครับสำหรับคำอธิบาย ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วครับ ขอถามอีกนิดครับ แล้วพวกตู้ปิดที่มี port ระบายอากาศมันทำงานอย่างไรครับ ทำไมมันเหมือนจะให้เสียงเบสที่หนักกว่าตู้ backload horn ครับ หรือว่ามันปิดตู้จนไม่มีเสียงจากด้านหลังมา cancel เสียงด้านหน้าเลยจึงทำให้เสียงเบสมันดีขึ้นครับ


ลำโพงที่เป็นตู้ปิด เรียกรวมๆ ว่า Sealed Box ครับ ส่วนที่มีท่อระบายอากาศ เรียกรวมๆ ว่า Ported Box (หรือ Bass Reflex) บ้านเราเรียกตู้เปิดครับ ทั้งตู้ปิดและตู้เปิดอยู่บนหลักการเดียวกันคือใช้ Spring อากาศมาปรับการทำงานของ Driver ในช่วงเสียงเบสครับ

ขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบโดยใช้ขวดน้ำพลาสติก เพื่อให้เข้าใจความเป็น Spring อากาศครับ ตู้ปิดจะเหมือนขวดที่ปิดสนิท พอเราออกแรงบีบ มันก็จะออกแรงต้าน พอเราปล่อยมือมันก็จะดีดกลับที่เดิม ลำโพงที่ติดตั้งกับตู้ปิดก็เช่นกันครับ เมื่อกรวยขยับ อากาศในตู้จะออกแรงต้านการเคลื่อนของกรวยครับ ส่วนตู้เปิดเราจะไม่ปิดฝาขวดครับ แต่เราจะเอาลูกโป่งมาครอบปากขวดไว้แทนครับ พอเราออกแรงบีบ เราจะรู้สึกว่าเบาแรงกว่าและลูกโป่งจะโป่งออกเพราะอากาศจากขวดไหลเข้าไปในลูกโป่ง พอเราปล่อยมือลูกโป่งก็จะดันอากาศกลับเข้าขวดครับ ขวด+ลูกโป่งทำงานร่วมกันเป็น Spring อากาศเหมือนตู้ปิด แต่ส่งผลกับกรวยลำโพงในอีกลักษณะหนึ่งครับ

ผมข้ามกระบวนการคณิตศาสตร์ไปที่ผลลัพธ์เลยนะครับ คือ Spring อากาศที่ออกแบบมาเหมาะสมกับ Driver จะทำให้การตอบสนองความถี่ต่ำของ Driver เพิ่มขึ้นครับ เพื่อให้เห็นภาพผมขอเอาทั้งขวดน้ำและลูกโป่งมาทำตู้ปิดนะครับ ถ้าเราออกแรงบีบทีนึงแล้วปล่อยแรงมันก็จะเด้งมือเรากลับเหมือนๆ กัน แต่ถ้าเราบีบ-ปล่อยถี่ๆ ละครับ ขวดน้ำจะแข็งเกินกว่าที่จะเด้งตามมือเราทัน แต่ลูกโป่งจะเด้งทันมือเรา และบางทีดันมือเราออกจนห่างจากลูกโป่งด้วยซ้ำ เปรียบไปก็คือ Spring อากาศช่วยออกแรงเสริมให้กรวยขยับมากขึ้นนั่นเองครับ กรวยขยับจากสัญญาณไฟฟ้าส่วนหนึ่ง และขยับจาก Spring อากาศอีกส่วนหนึ่งครับ

Spring อากาศของตู้เปิดจะช่วยเสริมการทำงานของ Driver แค่ช่วงความถี่หนึ่งครับ โดยมากจะออกแบบให้ช่วยเสริมช่วงความถี่ต่ำที่ Driver เริ่มจะไม่ตอบสนองแล้วครับ บางคนออกแบบให้ Flat บางคนก็ออกแบบให้ Overshoot ขึ้นมาเลยก็มี ทำให้ภาพรวมของระบบให้เสียงเบสที่มากและต่ำกว่าระบบตู้ชนิดอื่นๆ ครับ หลายๆ คนจะเข้าใจว่าเบสเกิดที่ท่อ จริงๆ แล้วเบสเกิดจาก Driver แหล่ะครับ ท่อกับตู้มีหน้าที่แค่ส่งเสริมให้ Driver มันเก่งขึ้นต่างหากครับ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: dht_tubes on 07 March 2013, 08:48:12 pm
Quote from: jtr on 07  March  2013, 07:51:16 pm
Quote from: dht_tubes on 07  March  2013, 07:44:02 pm
อ่านมานาน อ่านหลายรอบด้วย  อ่านแล้วนึกถึง...........................


อ้าว นึกไม่ออกแระ เดี๋ยวกลับไปนึกก่อน สงสัยจะอ่านนานไป อิอิอิ


หาใบแปะก้วยต้มน้ำซดตลอดวันเด้อ...  :dizzy:


แสดงว่าพี่เป็นเหมือนป๋ม 555
Title: Re: My little (collective) system
Post by: wachara on 08 March 2013, 05:43:07 am
Quote from: Art on 07  March  2013, 08:18:55 pm
Quote from: wachara on 07  March  2013, 06:15:33 am
ขอบคุณคุณอาร์ตมากครับสำหรับคำอธิบาย ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วครับ ขอถามอีกนิดครับ แล้วพวกตู้ปิดที่มี port ระบายอากาศมันทำงานอย่างไรครับ ทำไมมันเหมือนจะให้เสียงเบสที่หนักกว่าตู้ backload horn ครับ หรือว่ามันปิดตู้จนไม่มีเสียงจากด้านหลังมา cancel เสียงด้านหน้าเลยจึงทำให้เสียงเบสมันดีขึ้นครับ


ลำโพงที่เป็นตู้ปิด เรียกรวมๆ ว่า Sealed Box ครับ ส่วนที่มีท่อระบายอากาศ เรียกรวมๆ ว่า Ported Box (หรือ Bass Reflex) บ้านเราเรียกตู้เปิดครับ ทั้งตู้ปิดและตู้เปิดอยู่บนหลักการเดียวกันคือใช้ Spring อากาศมาปรับการทำงานของ Driver ในช่วงเสียงเบสครับ

ขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบโดยใช้ขวดน้ำพลาสติก เพื่อให้เข้าใจความเป็น Spring อากาศครับ ตู้ปิดจะเหมือนขวดที่ปิดสนิท พอเราออกแรงบีบ มันก็จะออกแรงต้าน พอเราปล่อยมือมันก็จะดีดกลับที่เดิม ลำโพงที่ติดตั้งกับตู้ปิดก็เช่นกันครับ เมื่อกรวยขยับ อากาศในตู้จะออกแรงต้านการเคลื่อนของกรวยครับ ส่วนตู้เปิดเราจะไม่ปิดฝาขวดครับ แต่เราจะเอาลูกโป่งมาครอบปากขวดไว้แทนครับ พอเราออกแรงบีบ เราจะรู้สึกว่าเบาแรงกว่าและลูกโป่งจะโป่งออกเพราะอากาศจากขวดไหลเข้าไปในลูกโป่ง พอเราปล่อยมือลูกโป่งก็จะดันอากาศกลับเข้าขวดครับ ขวด+ลูกโป่งทำงานร่วมกันเป็น Spring อากาศเหมือนตู้ปิด แต่ส่งผลกับกรวยลำโพงในอีกลักษณะหนึ่งครับ

ผมข้ามกระบวนการคณิตศาสตร์ไปที่ผลลัพธ์เลยนะครับ คือ Spring อากาศที่ออกแบบมาเหมาะสมกับ Driver จะทำให้การตอบสนองความถี่ต่ำของ Driver เพิ่มขึ้นครับ เพื่อให้เห็นภาพผมขอเอาทั้งขวดน้ำและลูกโป่งมาทำตู้ปิดนะครับ ถ้าเราออกแรงบีบทีนึงแล้วปล่อยแรงมันก็จะเด้งมือเรากลับเหมือนๆ กัน แต่ถ้าเราบีบ-ปล่อยถี่ๆ ละครับ ขวดน้ำจะแข็งเกินกว่าที่จะเด้งตามมือเราทัน แต่ลูกโป่งจะเด้งทันมือเรา และบางทีดันมือเราออกจนห่างจากลูกโป่งด้วยซ้ำ เปรียบไปก็คือ Spring อากาศช่วยออกแรงเสริมให้กรวยขยับมากขึ้นนั่นเองครับ กรวยขยับจากสัญญาณไฟฟ้าส่วนหนึ่ง และขยับจาก Spring อากาศอีกส่วนหนึ่งครับ

Spring อากาศของตู้เปิดจะช่วยเสริมการทำงานของ Driver แค่ช่วงความถี่หนึ่งครับ โดยมากจะออกแบบให้ช่วยเสริมช่วงความถี่ต่ำที่ Driver เริ่มจะไม่ตอบสนองแล้วครับ บางคนออกแบบให้ Flat บางคนก็ออกแบบให้ Overshoot ขึ้นมาเลยก็มี ทำให้ภาพรวมของระบบให้เสียงเบสที่มากและต่ำกว่าระบบตู้ชนิดอื่นๆ ครับ หลายๆ คนจะเข้าใจว่าเบสเกิดที่ท่อ จริงๆ แล้วเบสเกิดจาก Driver แหล่ะครับ ท่อกับตู้มีหน้าที่แค่ส่งเสริมให้ Driver มันเก่งขึ้นต่างหากครับ


ยกตัวอย่างได้เยี่ยมมากครับคุณอาร์ต ขอบคุณมากๆครับ   :worshippy:



Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 09 September 2014, 03:37:34 pm
ทำลำโพงเสร็จพอดี เลยอลากลองอัดเสียงแล้วฟังเล่นๆ ยังไม่ได้ burn ครับ
เป็นการอัดเสียงแบบธรรมาด ใช้กล้องถ่ายรูปครับ

http://youtu.be/wgXkLXXorb8?list=UURiRmjrOCWIgcd21tSGIVkQ
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 28 December 2014, 03:29:03 am
ที่จริงลำโพงแบบ resonance ก็ทำมามากพอ แต่คิดว่า คู่นี้ก็ไม่เลว เลยอยากนำมาลงให้ลองฟังเล่นกันครับ
http://youtu.be/0sHQSc-Nb44
Title: Re: My little (collective) system
Post by: bhisma on 28 December 2014, 05:15:56 pm
คลิปนี้ดัดที่บ้านเพื่อนรุ่นพี่ Nebula กำลังจะปรับปรุง เพิ่ม ribbon tweeter อีกข้างละ 6 ดอก ครับ
http://youtu.be/xsEcOzfFBfY?list=UURiRmjrOCWIgcd21tSGIVkQ