Thai Audio/Video Club

คุยกันฉันท์เพื่อน => จับฉ่าย => Topic started by: sw on 12 October 2012, 08:58:18 pm

Title: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: sw on 12 October 2012, 08:58:18 pm
http://news.voicetv.co.th/thailand/49699.html

******************************
แก้คำผิด อาเพท ต้องสะกดว่า อาเพศ นะครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 12 October 2012, 09:15:41 pm
สำนักวิจัยเอแบคโพล เผยผลสำรวจทัศนคติคนไทย โดยส่วนใหญ่

ยอมรับได้หากรัฐบาลทุจริตคอรัปชั่น แต่ขอให้ตนเองได้ประโยชน์ด้วย 

โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนและข้าราชการ





อันนี้เรียกว่าเป็นมติมหาชน ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตยที่สุดแล้วละครับ
คุณมี 2 ทางเลือก

1 เอาด้วย

2 ไปซะ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: santi on 12 October 2012, 10:23:20 pm
3. ดิ้นรนสู้ไป ทั้งที่รู้ว่าสู้ไม่ได้
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 13 October 2012, 01:11:36 am
หายนะแน่ๆ.....ไปซะ  ดีกว่า  อยู่เป็นแกะดำ

Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Art on 13 October 2012, 03:03:31 am
เป็นการสะท้อนความจริง 2 เรื่องครับ

1. สังคมไทยโคตรจะเหลื่อมล้ำ
2. ไม่มีคนดีให้เลือก
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: tryman on 13 October 2012, 07:54:17 am
ถ้าถามผม ก็ตอบว่าไม่เอาด้วยการรัฐบาลโกงกิน แต่ก็อาจจะมีคำถามกลับไปว่า แล้วรัฐบาลไหนละที่ไม่โกงกิน มันมีให้เราเลือกกันหรือเปล่า  ถ้ามีให้ผมเลือกผมก็เลือก แต่ถ้าไม่มีจะให้ทำไง  มันก็ต้องเอาที่โกงแต่ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นเพราะเราไม่มีตัวเลือกเรื่องการโกงกินของรัฐบาล(ถูกมัดมือมัดปากด้วย) ใครๆก็อยากมีชีวิตที่ดีขึ้นครับ

คนดีมีแต่อยู่และทำงานให้ประชาชนไม่ได้เพราะเจอนักการเมืองที่ไม่สามารถออกจากระบบเก่าได้  เห็นหลายคนแล้วครับพอจะเข้ามาช่วยประเทศชาติก็มีอันเป็นไป
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 13 October 2012, 04:11:31 pm
ตัวเราไม่ว่านักการเมืองจะเป็นไง เราก็ทำตามอุดมคติของเราไป ถ้ามีโอกาสได้ทำอะไรซักอย่างตามอุดมการณ์นั้น เราก็ต้องกล้าที่จะทำด้วย ซึ่งเอาเข้าจริงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เพราะว่าไปเเล้ว การต่อกรนั้น มันต้องถูกทำด้วยคู่ชกที่ใกล้กัน

ทำสงคราม ที่ไหนก็ตามในโลกนี้ ต้องใช้อะไรครับ...............เงิน เท่านั้น
ใช้ทหารรบก็ต้องใช้เงิน ส่งแม่ทัพไปออกรบ ชนะกลับมา ก็ต้องมีรางวัล ใช้อะไร ใช้เงินอีก
อย่างเราๆ ท่านๆ ทำอะไรได้เล่า ถ้ารวมกันไม่ติด

ผมเชื่อว่า สงครามกีฬาสีที่เกิดในสังคมเรามาเกือบสิบปีแล้วนี่แหละ คือ การที่เค้ารู้ และสร้างเงื่ิอนนี้ ผูกปมให้แน่นไว้ จะได้รวมกันไม่ติด

บอกตามตรง ผมว่านะ ทั้งสองสีเนี่ย ทำงานโดยหวังจุดประสงค์เดียวกัน คือ อำนาจ แต่จะเพื่อใคร ผมไม่รู้หรอกก็อ้างกันไปเรื่อย

ผมก็เป็นคนนึงที่เคยเกลียด เคยเลือกข้าง แต่มีพี่ที่ผมเคารพคนนึงบอกผมว่า ถ้ามีแต่ตัววรนุชมาให้เราเลือกสองตัว เราขอไม่เลือกมันหมดเลยได้มั๊ย ขอเลือกหมาแทน

ปัญหาคือ หมาก็ไม่มีให้เลือก มีเเต่วรนุช ต่างสีกัน ก็จบ

จะทำไงให้มีตัวเลือกใหม่ได้ ผมก็คิดออกแค่ว่า ต้องทำให้มันเห็นกันไปว่า คนส่วนมาก หรือ เสียงข้างมาก ไม่เอาพวกท่านซักตัว ไม่ว่าสีไหน แต่ต้องการทางเลือกใหม่จริงๆ ซึ่งผมก็หวังว่าจะได้เห็น ในช่วงเวลาที่ผมยังมีลมหายใจอยู่นะ เหอๆๆๆ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: K. PJ on 13 October 2012, 05:46:54 pm
เมื่อทำงานบริษัทสิ้นเดือนก็ได้รับเงินเดือนในระดับที่พอใจ ไม่เดือดร้อนอะไร มีความสุขกับการใช้เงินไปกับสิ่งที่อยากจะได้หรืออยากจะทำ ได้รับความสุขในสังคนเล็กๆ ในโรงงานนั้น

แต่พออกมาเจอโลกกว้าง เจอชาวบ้านที่เดือดร้อน จากการทำตัวของส่วนราชการ หรือพวกที่ถูกเลือกตั้งเข้าไปบริหารงานทุกระดับตั้งแต่ตำบลขึ้นไป ผมเริ่มสนใจการเมืองขึ้นมาอีกพอสมควร และยิ่งเมื่อสองสามอาทิตย์มานี้ได้เข้าไปดูรายการหนึ่งที่ดูแล้วสรุปความได้ว่า พวกเล่นการเมืองทำให้การเมืองเป้นเรื่องน้ำเน่า คนจะได้เกลียดการเมือง ไม่สนใจใจการเมือง ผมถึงรู้ว่าเราก็เป็นดังที่เค้าว่ามานี่หว่า! มันแทงใจดำสุดๆ เลย

พอมาสนใจการเมืองผมก็เริ่มมองพวกเราใกล้ๆ ตัวกันก่อน ผมก็พบว่าคนไทยส่วนมาก ชอบเห้นความผิดคนอื่น แต่ความผิดของตัวเองกลับมองไม่เห็นกัน หรือคิดเถียงให้ตัวเองไปว่ามันแค่ผิดเล็กๆ น้อยๆ ผมอยากจะบอกว่าเกือบทุกคนในนี้เป็นกันแทบทั้งนั้น แม้แต่ผมเองก็ตาม  (แต่มีคนดีที่ผมไม่พบความผิดอะไรนะครับ) ซึ่งถ้าเปรียบเทียบเรื่องการทำผิดนี้กับพวกฝรั่ง (ต้องว่าส่วนใหญ่นะ ส่วนที่ทำผิดคิดผิดเค้าน้อยกว่าเรา) เค้าจะเคารพเรื่องกฏระเบียบมาก มันจึงเป้นเรื่องที่ว่า ไม่มีใครที่จะว่าใครได้ เพราะพวกเราส่วนใหญ่มันมีความผิดติดหลังกันทุกคน (ผมคิดว่าคนเก่ามีการทำตัวอย่างที่ดี และรักษาคุณธรรมที่ดีมากกว่ายุคนี้ มันจึงมีคนดีที่มีคนเกรงใจ ทำให้กำหราบคนไม่ดีได้) แต่ตอนนี้คนส่วนมากมันแย่มากๆ จนคนที่มีความดีจริง ยังไม่สามารถหยุดคนเลวเหล่านี้ได้

ในสังคนออน์ไลน์ผมเห็นแต่มีการเอาความไม่ดีของคนไม่ดีออกมาแฉกัน แต่ไม่มีคนที่ทำจริงสืบค้นเอาข้อมูลเชิ่งลึกเอาคนผิดไปลงโทษกันให้ได้ หรือหาทางแก้ไขสิ่งผิดกันยังจริงกันแม้แต่เรื่องเดียว ซึ่งแม้แต่เรื่องเล็กที่พอทำได้ก็ยังไม่ทำ ไม่เอาจริง

ผมว่าคนจริง ในบ้านเรามันก็มี แต่มีน้อยครับ

ขอฟังเพลงต่อก่อนวันนี้ขอระบายความคิดผมแค่นี้ก่อนนะครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Gazzy on 13 October 2012, 07:15:52 pm
ผมคิดว่าการที่เรามาพูดคุยกันถึงเรื่องการเมืองนี่ก็มีประโยชน์เหมือนกันนะครับ มันเหมือนได้ถอนหญ้าหน้าบ้านบ้าง
และก็อยากให้มันขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ เพราะมันจะหมายถึงการสนใจการเมือง ถ้าเราไม่สนใจมันเลย ไม่พูดถึง ไม่นึกถึง นี่มันจะแย่ลงไปเรื่อยๆ สำคัญที่ประเด็นให้ชวนคิดถึง หรือชวนให้มีการพูดคุย และชวนให้ค้นหาความจริง
ข้อมูล ข้อเท็จจริง หลายๆอย่างถูกปิดบังและบิดเบือน เราจะหวังพึ่งสื่อต่างๆที่มีอยู่ไม่ได้มากนัก
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Gazzy on 13 October 2012, 08:15:45 pm
เพิ่มอีกซักหน่อย
ผมไม่เห็นด้วยกับประเด็นนี้ ยอมรับได้หากรัฐบาลทุจริตคอรัปชั่น แต่ขอให้ตนเองได้ประโยชน์ด้วย
การทุจริตคอรัปชั่น มันเป็นตัวขัดขวางการพัฒนาของชาติบ้านเมืองอย่างร้ายกาจที่สุด ในภูมิภาคที่เราอยู่ หลายประเทศ มีชัยภูมิและทรัพยากรธรรมชาติที่น่าจะเจริญรุดหน้าไปมากกว่าเราด้วยซ้ำ แต่ไปได้ไม่ถึงไหนเพราะการทุจริตคอรัปชั่น
ยอมรับได้หากรัฐบาลทุจริตคอรัปชั่น แต่ขอให้ตนเองได้ประโยชน์ด้วย คิดว่าจะได้อะไรหรือครับ
เศษขนมหลอกเด็กหรือ  นโยบายประชานิยม ทำประเทศพังได้ง่ายๆเลยนะครับ
ผมไม่เห็นด้วยกับการทุจริตคอรัปชั่น และได้พูดคุยกับคนรอบข้างเสมอๆ
น้องๆที่ทำงานผมเกือบทั้งหมดมาจากภาคอีสาน ผมได้พูดถึงเรื่องที่ชวนให้เค้าได้คิดและพิจารณาเอาเอง ในเรื่องการเมืองที่เป็นอยู่
ผมพยายามจะไม่พูดกับเค้าในเชิงจักจูงให้เชื่อ หรือไปครอบงำความคิดเค้า(มักจะลืมตัวบ่อยๆ) เพราะการชักจูงให้เชื่อหรือการครอบงำความคิด บิดเบือน มีอยู่เยอะแล้ว
ช่วยๆกันนะครับ ช่วยกันถอนหญ้าหน้าบ้านพวกเรา
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 14 October 2012, 12:41:18 am
ผมไม่อยากจะเชื่อผลของโพลเลยครับ ไม่รู้ว่าคนที่สัมภาษณ์น่ะ ใช้คำพูดอย่างไร ถามชี้นำบ้างรึเปล่า เดี๋ยวนี้ผมไม่ค่อยจะเชื่อสื่อสักเท่าไหร่ คิดว่าพวกที่ขอให้ตนเองได้ประโยชน์ด้วย ทุกๆโอกาส ก็คือพวกสื่อนี่แหละ แถมด้วยการชี้นำชาวบ้านตาแดงๆ ให้คล้อยตาม ดูข่าวฟรีทีวีทุกวัน ถ้าไม่มีสติคิดหน้าคิดหลังให้ดี จะพลอยหลงตามไปซะให้ได้

แต่ถ้าเรื่องนี้เป็นผลที่ถูกต้องตามโพลจริงๆ ผมก็ยอมรับว่าคนเลวในบ้านเราเก่งจริงๆ แล้วคนส่วนใหญ่ที่คิดแบบนั้นก็โง่จริงๆ ไม่ใช่ทัศนคติไม่ตรงกัน แต่เป็นความเขลาเบาปัญญา ซึ่งเป็นไปได้ยังไง ไม่เข้าใจ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 14 October 2012, 12:49:48 am
ซึ่งเรื่องนี้ ไม่ต้องคิดกันหลายชั้นเลย

ถ้าคนมีอำนาจโกงเอาเงินประชาชนไป แล้วเขาจะเอาเงินมาให้ประชาชนทำไมอีก เงินทอนรึไง โอ้โหมันเป็นคนดีจริงนะ โกงแล้วมีทอนด้วย  :rof: :rof: :rof:

ทำไมแค่นี้คิดไม่ออกง่ะ

ที่ผมว่าเกิดอาเพทนี่ ไม่ใช่คิดว่าจะโกงกันกระหน่ำนะ แต่กลัวว่าคนกลุ่มใหญ่นั่นจะโง่จนลูกหลานอดตายต่างหาก
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: tryman on 14 October 2012, 07:26:40 am
Quote from: sw on 14  October  2012, 12:41:18 am
ผมไม่อยากจะเชื่อผลของโพลเลยครับ ไม่รู้ว่าคนที่สัมภาษณ์น่ะ ใช้คำพูดอย่างไร ถามชี้นำบ้างรึเปล่า เดี๋ยวนี้ผมไม่ค่อยจะเชื่อสื่อสักเท่าไหร่ คิดว่าพวกที่ขอให้ตนเองได้ประโยชน์ด้วย ทุกๆโอกาส ก็คือพวกสื่อนี่แหละ แถมด้วยการชี้นำชาวบ้านตาแดงๆ ให้คล้อยตาม ดูข่าวฟรีทีวีทุกวัน ถ้าไม่มีสติคิดหน้าคิดหลังให้ดี จะพลอยหลงตามไปซะให้ได้

แต่ถ้าเรื่องนี้เป็นผลที่ถูกต้องตามโพลจริงๆ ผมก็ยอมรับว่าคนเลวในบ้านเราเก่งจริงๆ แล้วคนส่วนใหญ่ที่คิดแบบนั้นก็โง่จริงๆ ไม่ใช่ทัศนคติไม่ตรงกัน แต่เป็นความเขลาเบาปัญญา ซึ่งเป็นไปได้ยังไง ไม่เข้าใจ


ผมเข้าใจว่าคำตอบในโพล์มันมีให้เลือกแค่
1.ยอมรับรัฐบาลทุจริต
2.ยอมรับรัฐบาลทุจริต และตัวท่านไม่ได้ประโยชน์
3.ยอมรับรัฐบาลทุจริต และตัวท่านได้ประโยชน์
มั้งครับ 

Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 15 October 2012, 02:51:17 am
พระเจ้าอยู่หัวเคยสอนไว้ว่า ทำให้ส่วนรวมแปลว่าทำเพื่อส่วนตัว เราให้ประโยชน์แก่ส่วนรวมก่อนเพื่อที่จะได้ประโยชน์เข้าส่วนตัวในภายหลัง ..

ถ้าคิดจะเอาประโยชน์แค่ซึ่งหน้า เดี๋ยวส่วนรวมก็หันมาดูดเลือดจากเราเองอยู่ดี

ปล. ความผิดของคนอื่น กับของคนเอง ก็ต้องว่ากันคนละวาระครับ .. ด้วยความเคารพ และเห็นว่าคนเราต้องรู้จัก 'แยกแยะ' ไม่ได้เอาปนกันหมด ... ใครทำผิดอะไรก็ควรรับโทษรับกรรมไปตามนั้น ไม่ใช่ว่าเราต้องบริสุทธิ์สะอาดจึงจะมีสิทธิ์แจ้งจับโจรได้ครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 04 February 2013, 06:58:43 am
อ่านเจอว่า จะมีการขอพระราชทานอภัยโทษให้กำนัน
รู้สึกว่า นี่ก็อาเพทเหมือนกัน

การขอรับพระราชทานอภัยโทษ แปลว่าผู้นั้นสำนึกในความผิด
และยินดีรับการลงโทษตามโทษานุโทษ เมื่อรับโทษไปได้ระดับหนึ่งก็สามารถขอรับพระเมตตา
เรื่องนี้ทั้งประเพณีปฎิบัติ และตัวบทกฏหมายก็ชัดเจนอยู่แล้ว

กำนันโดนโทษ 2 คดี คดีหลังนี่จ้างฆ่า
ที่กำนันทำก็คือหนีคุก พอถูกจับได้ก็เตรียมจะขอพระราชทานอภัยโทษ เร็วเกินไปหรือเปล่า

บ้านเมืองมันเข้าสู่วิปริตจริงๆ แล้วหรือนี่
ทำผิดก็หนี ถูกจับก็ขอให้ยกโทษ

ทำนองคลองธรรมหายไปใหน
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 February 2013, 02:11:16 pm
เห็นด้วยครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 04 February 2013, 02:39:31 pm
แต่ซื้อเครื่องเสียงไฮเอนด์ ไม่ดีคนซื้อต้องรับผิด อันนี้ถือว่ายังดี ที่ความยุติธรรมยังคงมีอยู่ :rof: :rof: :rof: :supergrin: :supergrin: :supergrin: >:D >:D >:D :angry3: :angry3: :angry3:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 04 February 2013, 03:55:15 pm
ฮ่าๆ ความจริงและยุติธรรมในบ้านเมืองเรา คงจะมีแค่ในเว็บนี้ เพียงแห่งเดียว  :sad2:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 February 2013, 05:03:18 pm
Quote from: dht_tubes on 04  February  2013, 02:39:31 pm
แต่ซื้อเครื่องเสียงไฮเอนด์ ไม่ดีคนซื้อต้องรับผิด อันนี้ถือว่ายังดี ที่ความยุติธรรมยังคงมีอยู่ :rof: :rof: :rof: :supergrin: :supergrin: :supergrin: >:D >:D >:D :angry3: :angry3: :angry3:

ฮ่าๆๆๆๆๆๆ :lol:
ซื้อเอง. ช้ำเอง  เราอวดเก่ง จะโทษใคร. ?

ผมถึงไม่สนับสนุนการซื้อของ โดยฟังแต่คนอื่น. และไม่ยอมตัดสินใจด้วยตนเองไงครับ
ปัจจุบัน. มันก็ยังเป็นอยู่. และจะเป็นตลอดไป
ทำบอร์ดเครื่องเสียง. ให้เป็นที่นิยม. และทำเงินได้.  ไม่ใช่เรื่องยากหรอกครับ
ตั้งตัวเป็นเซียน.  เริ่มเป่ากระหม่อมสาวก. สร้างอิทธิพล.  ยอดขายทุกเครื่อง เป็นเพราะกรูเขียนเชียร์ทั้งนั้น.....

แล้วก็เริ่มติดต่อคนขาย. ไปฟังทีก็ต้องบอกว่ามาจาก web.   ผมก็ไม่เข้าใจว่าคุณจะบอกไปทำไมด้วยเสียงอันดัง
มีคนเขาอยากรู้หรือไง ว่าคุณมาจากweb. ?

กระแสผิดๆนี่ ต้านลำบากครับ.  มันก็จะยังคงเป็นไปโดไม่เปลี่ยนแปลง
เดี๋ยวนี้ เวลาผมเจอคนหลงผิด. ผมไม่อธิบาย ไม่ช่วยแล้วนะ
ผมปล่อยให้เขาไปจ่ายค่าโง่เอง ซะให้สะใจ.  แบะหากยังคิดไม่ได้.   ก็เชิญหลงทาง เวียนวน ต่อไปตราบกาลนานเทอญ.....
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: HEAVYTOY on 04 February 2013, 05:24:39 pm
ปลาใหญ่กินปลาเล็ก

ผู้รอดคือผู้ที่แข็งแรงกว่า

พูดๆแล้ว แหม มันกฏธรรมชาติจริงๆฟ่ะ :angry:

ผมคิดถูกไหมครับช่วยสั่งสอนด้วยครับ ที่สีงคมเป็นแบบนี้

1.คนดีรวมตัวกันไม่ได้และไม่ได้เสียสละมาเล่นการเมือง หรือออกมาแสดงพลีงมากพอ ทำให้คนไม่มีตัวเลือกต้องเลือกคนชั่วที่รวมตัวกันได้หน้าเดิมๆ มันผิดตรงไหนกันแน่ครับ

2.ยุคนี้ตำรวจผู้มีอำนาจแสวงหาผลประโยชน์เต็มที่จึงเอื้อ นักการเมืองในการโกงกิน จับเปาะแล้วไปจับคนอยู่ไกลด้วยนะครับ

ภาพกว้างๆที่ผมมองเห็นความเสื่อม ตามแบบนี้ครับ :worshippy:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: meng on 04 February 2013, 06:10:11 pm
กำนันเป๊าะไม่ได้หนีไปไหน ยังอยู่ในเมืองไทยตลอด

การจับครั้งนี้มีเงื่อนงำผลประโยชน์ต่อรองทางการเมือง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 04 February 2013, 06:15:48 pm
จากเครื่องเสียง เราก็วนเข้ามาของชอบของพวกเรากันจนได้ อิอิ ผมก็ชอบ

Quote from: meng on 04  February  2013, 06:10:11 pm
กำนันเป๊าะไม่ได้หนีไปไหน ยังอยู่ในเมืองไทยตลอด

การจับครั้งนี้มีเงื่อนงำผลประโยชน์ต่อรองทางการเมือง


น่านแหละ เป๊ะ  :wacko: :wacko:

Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 04 February 2013, 06:30:49 pm
ผมไม่ได้สนใจประเด็นการเมืองครับ
สนใจที่ทำนองคลองธรรมของสังคม

ผมไปฆ่าคนตาย ศาลตัดสินว่าผิด
ผมหนี พอถูกจับได้ ก็ขออภัยโทษ
นี่มันแสดงจุดเสื่อมระดับที่สังคมเราคงจะไปไม่รอดอีกแล้ว

บางทีผมอาจจะต้องส่งลูกไปเป็นพลเมืองของประเทศที่กฏหมายมันเป็นกฏหมายมากกว่านี้
ดีกว่าจะต้องมาเป็นพลเมืองชั้นสองในประเทศชั้นสามอย่างประเทศไทย
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 04 February 2013, 10:13:06 pm
เห็นด้วยทุกคำตอบ มองอนาคตแล้วมืดแปดด้าน คนจะอยู่รอดต้องไม่คิดเรื่องศีลธรรม คิดแต่เรื่องกำไรของกูเท่านั้น

สังคมกับการเมือง เกี่ยวพันกันจนแยกไม่ออก

ข้าราชการหาเงินนอก อ้างว่าเงินเดือนน้อยไม่พอกิน ก็สาเหตุจากระบบการเมือง ตั้งอัตราเงินเดือนมาอย่างนี้ ให้ไปหากินเอาเอง ประชาชนก็ต้องโดนขูดรีดไถ จะทำอะไรก็ต้นทุนแพง เพราะต้องเผื่อให้ข้าราชการ นักการเมืองก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ถ้าจับแก ฉันก็จนลง ช่วยกันทำผิด ช่วยกันปกปิด อย่างนี้ และอย่างนี้ ตลอดไป.....ชั่วกาลนาน

กฏหมายก็อยู่ภายใต้อำนาจของผู้ใช้กฏหมาย
ผู้ใช้กฏหมายไม่ดี จะใช้กฏหมายไปทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น

ผมเพิ่งทราบข่าวจากวงในมาว่าเจ๊แคร้บ มีหนุ่มมาบ้านไม่ค่อยจะซ้ำหน้า ส่วนสามีนั้นแค่เอาชื่อมาเท่านั้นเอง 5 5
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 04 February 2013, 10:19:47 pm
พี่ปกครอง น้องปกป้อง

นโยบายเพื่อพี่น้องหรือจะสู้นโยบายเพื่อพี่ชาย

ใหญ่กว่าเสียงประชาชนคือเสียงนาย

คณะรัฐมนตรีสไกป์ชุดแรกของโลก นวัตกรรมจากฝีมือคนไทย

เมืองหลวงของประเทศไทยอยู่ที่ดูไบ

อยากได้ตำแหน่งต้องไปฮ่องกง

กู้มาผลาญ

ทฤษฎีสองสูง โกงสูงก็จ่ายสูง ไม่โกงสูงก็ไม่จ่ายสูง

การเมืองไทย เลือกอะไรก็ได้ไอ้นั่น....ฮา
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: meng on 04 February 2013, 10:20:57 pm
ตอนที่ทราบว่าครูอัชสัมชัญได้เงินเดือน 9400 บาท

ทำผมอึ้งเลย  :o

แบบนี้ครูมันจะมีคุณภาพดี มีจิตกะใจมาสอนเด็กในเวลาเรียนหรือป่าวถ้าไม่ไปสอนพิเศษข้างนอก  :wallbash:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: meng on 04 February 2013, 10:25:07 pm
Quote from: sw on 04  February  2013, 10:13:06 pm
ผมเพิ่งทราบข่าวจากวงในมาว่าเจ๊แคร้บ มีหนุ่มมาบ้านไม่ค่อยจะซ้ำหน้า ส่วนสามีนั้นแค่เอาชื่อมาเท่านั้นเอง 5 5


ผมเชื่อนะ  :scholar:

ดูแกโดนหิ้วปีกตอนเมา กับเล่นหูเล่นตากับใครบางคนแล้ว ยังมีเรื่อง war five อีก 
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 04 February 2013, 10:35:07 pm
Quote from: meng on 04  February  2013, 10:25:07 pm
Quote from: sw on 04  February  2013, 10:13:06 pm
ผมเพิ่งทราบข่าวจากวงในมาว่าเจ๊แคร้บ มีหนุ่มมาบ้านไม่ค่อยจะซ้ำหน้า ส่วนสามีนั้นแค่เอาชื่อมาเท่านั้นเอง 5 5


ผมเชื่อนะ  :scholar:

ดูแกโดนหิ้วปีกตอนเมา กับเล่นหูเล่นตากับใครบางคนแล้ว ยังมีเรื่อง war five อีก


(http://i.dailymail.co.uk/i/pix/2012/11/18/article-2234752-1617B20D000005DC-750_634x522.jpg)

(http://i.dailymail.co.uk/i/pix/2012/11/19/article-2234978-16179CDB000005DC-302_634x449.jpg)
(http://i.dailymail.co.uk/i/pix/2012/11/18/article-2234752-1617EC82000005DC-851_634x384.jpg)

นี่ก็อาเพทใหญ่ บริหารเสน่ห์จนเกินงาม ภาษากายที่ส่อวุฒิภาวะอันล่อแหลม
ฝรั่งยังอึ้ง....ช่างสมกับพัฒนพงษ์เสียจริง

(http://i.dailymail.co.uk/i/pix/2012/11/19/article-2234978-16179E06000005DC-342_306x395.jpg)

(http://weeklyworldnews.files.wordpress.com/2012/11/thaipm_love.jpg?w=610)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 05 February 2013, 12:33:31 am
แต่ที่น่าทึ่ง คือมีคนเห็นดีเห็นงามด้วยไม่น้อย

เพราะว่ากลุ่มนี้เค้าพัฒนาประเทศครับ เก่งรอบด้าน โปรโมชั่นจัดเต็ม กู้ได้กู้ แต่ตอนก่อนนี้ ด่าคนอื่นกู้มาโกง ตอนนี้ลืมหมดแระ

ใครไปว่าเจ๊แคร๊บมาก ก็หาว่าดูถูกเพศแม่มั่งหล่ะ ไม่ให้เกียรติเพศแม่มั่งหล่ะ

อยากรู้นัก ถ้าเจอกับตัวเองบ้างว่าคนของตัว ไปทำท่าเหมือนในรูป
มันจะพูดยังไง

เอ๊ะ หรือเป็นเพราะมุมกล้อง หรือ ช่างกล้องมันแกล้ง ที่จริงไม่มีอะไร แต่ชัตเตอร์มันเร็วตั้ง เศษ หนึ่งส่วนพัน ส่วนหมื่นของวินาที เลยจับได้แต่ภาพที่ไม่น่ามองเท่านั้น หรือที่แ่น่กว่าคือ มีคนตั้งใจแกล้ง จริงๆ เรียบร้อยจะตาย

ผมคิดเสมอ ให้คุณหญิง พด เป็นซะให้รู้แล้วรู้รอด
แต่คงไม่ได้มั๊ง ปั๋วเมีย มันมีแง่กฎหมาย แต่พี่น้อง ไม่เป็นไร คนขับรถไม่เป็นไร (มั๊ง กฎหมายว่าไว้งั้นหนิ)

ผมคิดดังไป ขออำไพทุกท่าน :bowdown:

Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 05 February 2013, 01:54:56 am
เธอมีสายตาเฉียบคมมาก เหยื่อไม่มีทางเล็ดรอดไปได้เลย
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 05 February 2013, 02:14:54 am
ทำไมตาไม่เยิ้มเลยเวลาเจอฮุนส้นตรีน

(http://pics.manager.co.th/Images/556000001504105.JPEG)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 05 February 2013, 02:28:46 am
ก่อสร้างโรงพัก 396 แห่ง

ขนาดกรมตำรวจยังถูกโกง
จ้างสร้างโรงพัก แต่ถึงวันนี้ บางแห่งสร้างเสาไว้ต้นเดียว อีกสองเดือนหมดสัญญา แปลว่าผู้รับเหมาทิ้งงาน

งานนี้ชี้ว่าเน่ากันทั้งระบบ
กรมตำรวจเป็นคนเลือกผู้รับเหมา เลือกแล้วก็ส่งให้เทพเทือกอนุมัติ
ตอนนี้เทพเทือกไม่ได้นั่งเก้าอี้แล้ว ก็จะหาทางโยนขี้ให้

งานประมูล รัฐบาลต้องมีกรรมการดูแลเรื่องนี้
ถามว่าปล่อยมาได้ยังงัย สัญญาไม่มีระบุงวดงานหรือ แล้วงานไม่เป็นไปตามงวดก็มีค่าปรับและกระทบถึงงวดงานต่อไป

แต่ที่มันที่สุดคือ งานนี้สัญญาเดียว โอ้วแม่จ้าว เทพเทือกนี่มันช่างงั่งเหลือเกิน
อะไรบังตาอยู่หนอ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 05 February 2013, 03:20:43 am
ถ้ามองในแง่ดี เจ๊แคร้บเป็นก็คนเปิดเผยตรงไปตรงมานะ ชอบไม่ชอบก็แสดงออกมาทางสายตาหมดเลย  :)


สร้างโรงพัก 396 แห่ง สัญญาเดียว โอ พระเจ้า วางแผนโกงตั้งแต่ยังไม่เซ็นสัญญา กระบวนการทำงานขนาดนี้ต้องมีคนรู้เห็นกันเป็นพันคน อย่างงี้เรียกว่าปล้นประเทศแล้ว ทำไมไม่มีการตรวจความคืบหน้างานเป็นระยะๆ กี่ปีแล้วเพิ่งจะรู้ตัวว่าโดนโกง เป็นไปได้เหรอจ่ายเงินกี่ร้อยล้านแล้วไม่ได้เห็นของ ยังนั่งรออยู่เฉยๆ  :( :( :(
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 05 February 2013, 04:21:32 am
ถ้าเรื่องนี้ถูกต้อง
สงสัยว่าไอ้เหียกสองตัวนี่ ทำไมไม่เอาผัวมาแสดงภาษากายให้คนดูวะ

:wallbash:

รศ.ดร.เสรี : "กิจกรรมนี้ถ้าจะว่าไปแล้วเป็นกิจกรรมทั้งด้านสังคมและการตลาด การตลาดเป็นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของริบลีส์ และจะทำให้คนรู้จักธุรกิจนี้ดีขึ้น แต่ในเชิงสังคมนั้นคือการเปิดโอกาสให้คนที่รักกันมาแสดงความรักด้วยภาษากายในที่สาธารณะและให้ได้มีโอกาสที่จะช่วยประคับประคองเกื้อหนุนกันที่จะไปสู่ชัยชนะซึ่งการไปสู่ชัยชนะนั้นอาจจะเป็นเป้าหมายรอง แต่เป้าหมายหลักนั่นคือจะทำอย่างไรที่จะเห็นว่าเรารักกัน ช่วยเหลือกันจนกระทั่งไปสู่เป้าหมายได้"
       
       "เป็นการประชาสัมพันธ์ทางด้านธุรกิจด้วย ขณะเดียวกัน ก็เป็นการเปิดโอกาสให้คนในสังคมให้แสดงออก ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจูบกันได้นานขนาดนั้น ปากไม่หลุดออกจากกัน ประคับประคองไม่ให้ง่วงไม่ให้เหนื่อยไม่ให้เมื่อยตลอดจนการกินการเข้าห้องน้ำ สิ่งเหล่านี้มันแสดงถึงความร่วมมือของคนที่รักกัน"
       
       มองไม่เป็นเรื่องผิดศีลธรรม เพราะเป็นการแสดงความรักภาษากาย
       
       ระเบียบรัตน์ : "เราไม่ได้ทำผิดศีลธรรม สิ่งที่ถูกควรจะแสดงออกนะคะ สังคมกลับกลายมองว่าประเจิดประเจ้อไม่ใช่อันนี้เราถูกต้องแล้ว แต่ที่คุณไปลับลอบได้เสียมีกิ๊กไปเที่ยวนั่นเป็นสิ่งที่ควรจะตำหนินะคะ"

น่าจะให้ลูกมาแข่งด้วยนะ ชะนีรัตน์
แหม ทีทาทาแสดงภาษากาย แม่งด่าเช็ด อีวอกเอ้ย

(http://hilight.kapook.com/imghilight4/pic_5_200.jpg)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 05 February 2013, 04:51:55 am
ผู้นำกับสื่อ ชี้นำทาง สร้างสังคมให้เป็นแบบนี้ ถ้าไม่ใช่อาเพท ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว  :'( :'( :'(
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 05 February 2013, 08:10:57 am
อ่านข่าวนี้แล้ว บอกไม่ถูก อายแทนสังคมของเรา
ดาราของเรา ขโมยขึ้นบ้าน ตีข่าวครึกโครม อีกสามวันบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ของไม่หาย แต่แม่เอาไปเก็บ ขอให้จบเรื่อง ......คนปัญญาอ่อนก็รู้ว่าสตอเบอรี่

ดาราของเขา ละเมิดกฏของต้นสังกัด ที่ห้ามมีแฟน จริงอยู่เรื่องของหัวใจห้ามกันไม่ได้แต่สัญญาก็คือสัญญา ตอนเซ็นก็ทำเองไม่มีใครบังคับ ...เมื่อรักษาสัญญาไม่ได้ เธอก็ขอโทษทันที ไม่ขอโทษเปล่า ได้ลงโทษตัวเองด้วยการกล้อนผมทิ้ง เพื่อให้รู้ว่ามีสำนึกเหนือกว่ากำนัน....อ้าว วกไปได้งัย

เอาว่าเธอเจ๋งอ่ะ
เมื่อเธอเจ๋ง สังคมที่เธอเป็นสมาชิกก็เจ๋ง ประเทศของเธอที่เป็นที่รวมของสังคมแบบเธอ ก็เจ๋งไปด้วย

ส่วนประเทศไทย ต่อไปก็เอาเสาไฟฟ้ามาเป็นนายก เพราะทนด้านทื่อและกร้านกว่าคนแยะ

อาเมน สาธุ โอนีถ่อฮุด




(http://pics.manager.co.th/Images/556000001514701.JPEG)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: meng on 05 February 2013, 02:38:46 pm
มีนายกอีเดียดแล้ว ทำไมจะมีผว.เสาไฟฟ้าไม่ได้   -_-

จิงบ่อ  :scholar:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 09 February 2013, 09:42:01 pm
ถ้าเริ่มต้นอย่างนี้
เมืองไทยเตรียมเดินตามก้นได้เลย


มหัศจรรย์มีจริงและเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ ในพม่า ประธานาธิบดีเต็งเส่งพบกับผู้แทนบรราดาประเทศและองค์การผู้บริจาคเงินทุนเพื่อการพัฒนาประเทศในวันที่ 19 ม.ค.2556 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีกิจกรรมเช่นนี้ ครั้งนั้นทางการได้เปิดเผยแผนการปฏิรูปและให้คำมั่นจะจัดการกับการฉ้อราษฎร์บังหลวง สัปดาห์นี้รัฐบาลได้เปิดเผยผลการดำเนินงาน 20 เดือน ซึ่งมีการลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐกังฉินไปราว 17,000 คน ในนั้นเกือบ 400 คนถูกจำคุก อัศจรรย์ยิ่งกว่านั้นก็คือ เดือน ม.ค.เช่นกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโทรคมนาคมถูกสั่งพักงานและทั้งกระทรวงถูกสอบสวนกรณีทุจริต ซึ่งนับย้อนหลังไป 50 ปีเรื่องแบบนี้ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน. -- REUTERS/Minzayar.

คำถามก็คือ

400 คนนั่น รับเงินใคร
คงไม่ต้องบอกนะครับ ว่าสิงค์โปร์และสยาม ไปลงทุนที่นั่นมากขนาดใหน


ฮา
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 19 February 2013, 12:53:49 am
สักแต่โกนหัวห่มเหลือง บวชไม่กี่วันได้เป็นพระครู
จังไรศาสนาจริงๆ

ในทางศาสนา เป็นครูได้ ต้องบวช 10 ปีครับ ตระกูลนี้นี่หาดีไม่ได้เลยเชียวหรือ
-------------
นายพายัพ ชินวัตร น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่วัดป่าพุทธคยา ประเทศอินเดีย โดยได้รับฉายาว่า พระพายัพ เขมะคุโณ พร้อมกันนี้ได้มีกำหนดลาสิกขาวันที่ 11 มีนาคมนี้ ซึ่งได้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กรณีสมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส แต่งตั้งพระพายัพ ภายหลังจากการอุปสมบทให้เป็นพระฐานานุกรมในตำแหน่ง "พระครูปลัดสัมพิพัฒน์ญาณจารย์" โดยการแต่งตั้งครั้งนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เนื่องจากตามธรรมเนียมปฏิบัติพระสงฆ์ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นพระฐานานุกรมต้องอุปสมบทมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 พรรษา
       
       แหล่งข่าวระดับสูงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า การแต่งตั้งพระพายัพ เขมะคุโณ เป็นพระฐานานุกรมในตำแหน่งพระครูปลัดสัมพิพัฒน์ญาณจารย์เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม แม้ว่าในความเป็นจริงพระที่มีสมณศักดิ์สูงอย่างเช่นสมเด็จพระราชาคณะ หรือรองสมเด็จฯ สามารถแต่งตั้งพระฐานานุกรม หรือที่เรียกว่าพระครูปลัดฯเองได้ก็ตาม แต่การแต่งตั้งแต่ละครั้งต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมและคุณสมบัติด้วย ในกรณีการแต่งตั้งดังกล่าวจึงถือว่าไม่เหมาะสมจริงๆ เพราะเท่าที่ทราบพระพายัพ เขมะคุโณ บวชยังไม่ถึงพรรษา หากดูที่คุณสมบัติก็ยังไม่รู้ว่าได้ทำคุณประโยชน์อะไรให้พระพุทธศาสนาบ้าง และมีความรู้เหมาะสมกับตำแหน่งที่จะแต่งตั้งหรือไม่

--------------

เสียดายวัดหลวงที่พระเจ้าแผ่นดินทรงสร้าง มามัวหมองเพราะเหลือบพวกนี้
ตั้งแต่คราวเจ้าคุณฯ อะไรคนนั้นแล้ว ที่ขายใบเครื่องราชย์หากิน

ตัดสินจําคุกกว่า 2 พันปี
ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษ จําเลยคดีเครื่องราชฯ

ยืดเยื้อนานกว่า 20 ปี คดีปลอมเอกสารราชการขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์  ยอดเงินบริจาคนับหมื่นล้าน ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มโทษจำคุกเป็นกว่า 2 พันปี แก่บรรดาลูกศิษย์เจ้าคุณอุดม อดีตรองเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสฯ ฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและปลอมเอกสาร ความผิดหลายกระทง ยกฟ้อง 3 คน เพราะตรวจสอบแล้วไม่พบข้อเท็จจริงเรื่องรับสินบน

คดีฉ้อฉล "เครื่องราชอิสริยาภรณ์" เพิ่งมาถึงครึ่งทาง โดยวันที่ 18 พ.ย. ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาศาล อุทธรณ์ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องพระราชปัญญาโกศล หรือเจ้าคุณอุดม หรือนายผาสุก ขาวผ่อง อดีตรองเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร   กับพวกรวม 16 คน เป็นจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ   เรียกรับทรัพย์สินโดยทุจริต   ใช้เอกสารปลอม คดีนี้โจทก์ฟ้องเมื่อปี 2531 แต่เจ้าคุณอุดม จำเลยที่ 1 กับพวกลูกศิษย์ที่เป็นนายธนาคารมีนายอำไพ แก้วพงษ์ จำเลยที่ 2 นายสันติ สวนแก้ว จำเลยที่ 3 น.ส. เฉลิมศรี อู่ทรัพย์ จำเลยที่ 6 นายสมัย กาจู๊ด จำเลยที่ 7 นายเมธี บริสุทธิ์ จำเลยที่ 11 นายสุรเดช เตชะคุปต์ จำเลยที่ 12 นายไพบูลย์ ทองมิตร จำเลยที่ 13 นายขุนทอง ภูผิวเดือน อดีต รมช.ศึกษาธิการ เป็นจำเลยที่ 15 ถึงแก่ความตายทั้งหมดในระหว่างการพิจารณา   ศาลจึงสั่งให้ คดีอาญาระงับเฉพาะคนที่ตาย

ดังนั้น   คดีนี้คงดำเนินคดีกับจำเลยที่เหลือ   มีนายอรุณ เพชรรัตน์ เจ้าหน้าที่ธนาคาร เป็นจำเลยที่ 4 นายมนตรี จำนง ครูโรงเรียนนวมินทร์ นครนายก นักเรียนทุนปริญญาโทอินเดีย เป็นจำเลยที่ 5 น.ส.พัทยา พิมพ์สะอาด พนักงานธนาคาร  และบุตรบุญธรรมเจ้าคุณอุดม  เป็นจำเลยที่ 8 นายอารี ศาสตรสาระ เจ้าหน้าที่ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ออกใบประกาศเกียรติคุณ เป็นจำเลยที่ 9 นายพิภพ บุญดิเรก อดีตข้าราชการพลเรือน ช่วยงานปลัดกระทรวงศึกษา เป็นจำเลยที่ 10 นางชมัยพร แสงกระจ่าง หัวหน้างานตรวจสอบใบประกาศเกียรติคุณ สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยที่ 14 นายวิโรจน์ ชาทอง เจ้าหน้าที่ทำใบประกาศเกียรติคุณ เป็นจำเลยที่ 16

โดยศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 4, 5, 8 และ 9 ในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานใช้อำนาจหน้าที่เรียกรับทรัพย์สินโดยทุจริต ลงโทษจำคุกตาม ป. อาญา 148 โดยจำเลยที่ 4 จำคุก 1,130 ปี จำเลยที่ 5 จำคุก 1,170 ปี จำเลยที่ 8 จำคุก 1,920 ปี จำเลยที่ 9 จำคุก 2,660 ปี แต่มาตรา 91 คงให้จำคุกตามความเป็นจริง คนละ 50 ปี ส่วนจำเลยที่ 10, 14, 16 ให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ใจความว่า คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2529 เมื่อกระทรวงศึกษาธิการและคณะรัฐมนตรี รับรายงานว่ามีการปลอมใบอนุโมทนาบัตร บัญชีรับเงินบริจาค ใบประกาศเกียรติคุณประกอบการได้รับเครื่องราชฯ ชั้นสายสะพาย ชั้นต่ำกว่าสายสะพายจำนวนมาก เนื่องจากมีการร้องเรียนว่ามีการบริจาคเงินรายละ 1 ล้านบาท แล้วไม่ได้รับเครื่องราชฯ จนมีการสอบสวนพบว่าระหว่างปี 2522 ถึง 2529 มียอดผู้บริจาคเงินเพื่อขอรับเครื่องราชฯมาจากกระทรวงศึกษาธิการ 753 ราย ยอดเงิน 1,400 ล้านบาท กับการบริจาคเพื่อขอรับเครื่องราชฯชั้นทวีติยาภรณ์ อีก 14,000 ล้านบาท กลับไม่มีการบริจาคจริง แต่มีการออกเอกสารสำคัญให้ และมีเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง พระภิกษุ ชั้นผู้ใหญ่ นายธนาคาร เจ้าหน้าที่สำนักนายกฯเข้าเกี่ยวข้องจำนวนมาก จึงร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า พฤติการณ์แห่งคดีนี้เริ่มจากมีการขอรับบริจาคเงินเพื่อขอรับเครื่องราชฯ ตามเงื่อนไขของ พ.ร.บ.เครื่องราชฯ และ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ประกอบมติ ครม.ที่ใช้อยู่ในขณะนั้น มีขั้นตอนคือพวกจำเลยจะมีการรับบริจาคแล้วออกใบรับเงิน กับใบอนุโมทนาบัตร แล้วเสนอกระทรวงศึกษาธิการออกใบประกาศเกียรติคุณ แล้วกระทรวงกับสำนักนายกฯตรวจสอบความถูกต้อง โดยคณะกรรมการชุดต่างๆ ก่อนเสนอทูลเกล้าฯขอรับเครื่องราชฯ โดยมีนายกรัฐมนตรีลงนามรับรองในใบประกาศเกียรติคุณ

ศาลพิพากษาว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าพวกจำเลยรู้ว่าไม่มีการบริจาคเงินเข้ากระทรวงศึกษาธิการ และไม่มีบุคคลทำคุณประโยชน์จริง แต่กลับช่วยเหลือให้มีการใช้อำนาจโดยมิชอบเสนอหลักฐานเท็จ เพื่อทำใบอนุโมทนาและใบประกาศเกียรติคุณปลอม บัญชีรายชื่อผู้บริจาคเงินปลอม ไปเสนอกระทรวงฯและสำนักนายกฯ อันเป็นความผิดตามฟ้องจึงให้แก้โทษ จำเลยที่ 4 เป็น 2,234 ปี, จำเลยที่ 5 เป็น 2,180 ปี, จำเลยที่ 8 ให้คงจำคุกเท่าเดิม, จำเลยที่ 9 จำคุกลดลง เป็น 1,470 ปี ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและปลอมเอกสาร แต่กฎหมายมาตรา 91 ให้จำคุกจริง คนละ 50 ปี ส่วนจำเลยที่ 10, 14, 16 ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงชัดเจนว่ามีการรับสินบน ไม่พบว่ามีการออกเอกสารปลอม จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้พิพากษายืนยกฟ้อง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 19 February 2013, 04:07:07 am
ต้องถามประชาชนครับ    ยอมรับกันได้หรือเปล่า ?
เท่าที่เห็น  ทุกคนเฉยๆกันหมด  และ ยังเดินหน้าเลือก เสาไฟ  เป็นผุ้ว่า กทม.
ก็ถ้าประชาชนเป็นแบบนี้    ก็แก้ไขอะไรไม่ได้ครับ    ทำใจเหอะครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 19 February 2013, 04:18:21 am
ผมว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองนะ เป็นความ RA-YAM ในวงขมิ้นแท้ๆ เลย

มันเป็นโลกะวัชชะชัดอยู่แล้ว เจ้ากูบวชมาจนได้ตำแหน่งขนาดนี้ โง่หรือแกล้งโง่

เอาคนที่บวชชั่วคราวมาเป็นพระครู....
โอยช่างเฟอนิเจอร์ยังไม่ใช้ลิ้นกระดาษทราย น้ำลายชแลค เลียกันขนาดนี้
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: meng on 19 February 2013, 05:39:34 am
เห็นด้วยว่ารายำมากๆ

ก็ดีครับ ผมจะได้ใช้เป็นข้ออ้างไม่เข้าวัดเข้าวาหรือศาลเจ้าอีกต่อไป  :supergrin:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 19 February 2013, 05:55:32 am
Quote from: meng on 19  February  2013, 05:39:34 am
เห็นด้วยว่ารายำมากๆ

ก็ดีครับ ผมจะได้ใช้เป็นข้ออ้างไม่เข้าวัดเข้าวาหรือศาลเจ้าอีกต่อไป  :supergrin:



เว๋อ...เฮีย ศาลเจ้าไม่เกี่ยว
วัดอื่นก็ไม่เกี่ยว วัดดีมีครับ แต่เราไม่เจอแค่นั้นเอง....อิอิ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 19 February 2013, 07:49:49 am
Quote from: pee on 19  February  2013, 05:55:32 am
Quote from: meng on 19  February  2013, 05:39:34 am
เห็นด้วยว่ารายำมากๆ

ก็ดีครับ ผมจะได้ใช้เป็นข้ออ้างไม่เข้าวัดเข้าวาหรือศาลเจ้าอีกต่อไป  :supergrin:



เว๋อ...เฮีย ศาลเจ้าไม่เกี่ยว
วัดอื่นก็ไม่เกี่ยว วัดดีมีครับ แต่เราไม่เจอแค่นั้นเอง....อิอิ


เออ.....ผมเจอวัดที่เฮียไม่ควรไปทำบุญแล้วละครับ

พระราดหน้านิเทศ หรือ พระมะยม กัลยาโน ประธานมูลนิธิวัดสวนกล้วย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนี้ว่า การแต่งตั้งพระฐานานุกรม มีการกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ 2 ข้อ คือ 1. ต้องอุปสมบทมาหลายพรรษา และ 2.ต้องมีผลงานการสนับสนุนส่งเสริมพระพุทธศาสนา ซึ่งก่อนจะให้สัมภาษณ์ อาตมา เห็นข่าวว่า พระพายัพ มีผลงานในการสนับสนุนส่งเสริมพระพุทธศาสนาหลายประการ อาทิ การสร้างโบสถ์ ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง พระพายัพ ก็มีสิทธิได้รับการแต่งตั้งเป็น พระฐานานุกรม ได้
       
       "การแต่งตั้งพระฐานานุกรม เป็นสิทธิของผู้ให้ เมื่อผู้ให้พิจารณาแล้ว เห็นว่า ผู้รับมีสิทธิที่จะได้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และที่สำคัญ พระพายัพ ก็บวชไม่นาน พระคู่แข่งในตำแหน่งนี้ ก็ไม่น่าจะมีความวิตกกังวลอะไร"
       
       พระมะยม กล่าวย้ำว่า "ปัญหานี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นเลย ถ้าพระพายัพ ไม่ได้เป็นน้องชายของ คนชื่อทักษิณ"

กรณีนี้ ผู้สันทัดกรณีกล่าวว่า ทางวัดสวนกล้วยกำลังจะเปิดประมูลตำแหน่งพระฐานานุกรม ใครให้มากก็ให้ตำแหน่งไป แม้จะบวชแค่นาทีเดียวก็ไม่เป็นไร....เพราะศาสนาของพระมะยม ถือเงินเป็นใหญ่
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Karin Preeda on 19 February 2013, 08:18:02 am
 :no:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 19 February 2013, 03:47:18 pm
เป้าหมายที่แท้จริงของระบบเหลี่ยมนั้น ไม่ต้องคิดกันให้ปวดหัวอีกต่อไป

เพราะเป้าหมายเดียวคือทำลาย ทุกอย่างที่เป็นความหมายของธงไตรรงค์ของชาติไทยเรา

เรื่องบ้านเมือง เดี๋ยวนี้ต้องรณรงค์กันผ่าน social network ครับ
แปลกดี มันฉาบฉวยสิ้นดี
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 19 February 2013, 03:52:53 pm
ผมละโคตรเสียใจเลย  ที่เคยบริจาคของให้วัดสวนกล้วย  :(

ขอ copy ไปลง facebook ให้คนรู้จักธาตุแท้ของ วัดสวนกล้วย  นะครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: meng on 19 February 2013, 05:57:01 pm
หางโผล่ออกมาก้อดีนะ คนเค้าจะได้รู้แจ้งเสียที :scholar:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 19 February 2013, 06:55:15 pm
ผมก็เคยบริจาคของเก่าให้วัดนี้เหมือนกัน

ดีว่าแหม่งๆ อยู่ .. ตอนหลังผมเลือกแต่วัดสายกรรมฐาน คือสายปฏิบัติจะปลอดภัยกว่าหน่อย (ไม่ได้บอกว่า พระที่เอาแต่เรียนปริยัติไม่ดีนะครับ แต่เรื่องอย่างนี้ ไม่ได้สัมผัสจริงๆ ไม่รู้หรอกครับ ว่ารูปไหนเป็นอย่างไร) ..

ผมว่าเรื่องการแต่งตัั้งพระปลัดคราวนี้เป็นผลจากการเมืองลงไปเหมือนกันครับ อาจจะอยากได้ตำแหน่งระดับสูงทางศาสนาบ้าง (ไม่รู้ว่าเพื่อจะเอามาบังหน้าหรือชุบตัวให้ดูดี ก็ไม่ทราบ) .. คือ คุมทางเศรษฐกิจ ทางการเมืองแล้ว พยายามเข้าไปคุมอำนาจในสายวังแล้ว และก็เคยมีแผ่อิทธิพลไปในดงผ้าเหลืองแล้วด้วยนี่ครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 19 February 2013, 07:04:39 pm
ผมไม่ชอบนักบวชคนนี้มาตั้งแต่สมัยขายเทพสามเฌรอะไรนั่นแล้ว
ขายมันตรงไฟแดง แค่คิดก็ผิดแล้ว แล้วมาอ้างเหตุที่โจรก็อ้างได้ เรื่องปากเรื่องท้อง
คือหลักมันต้องเป็นหลัก ต่อให้พระพุทธองค์มาทำ ก็คือผิดไม่มีข้อยกเว้น

แต่ที่ประทับใจผมแทบคลั่งก็เรื่องถุงกล้วยแขกนี่แหละ
พระเอี้ยรัย มีโฉนดตั้ง 600 ใบ แล้วยังมาอวด
แถมใบที่มีปัญหา ก็ตัวเองโง่จนถูกโกง ยังจะบิดเบือนให้เจ้าของตัวจริงสละกรรมสิทธิ์

สันดานโจรแท้ๆ ไอ้เวรตะไลตัวนี้
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: meng on 19 February 2013, 07:21:52 pm
Quote from: pee on 19  February  2013, 07:04:39 pm
ผมไม่ชอบนักบวชคนนี้มาตั้งแต่สมัยขายเทพสามเฌรอะไรนั่นแล้ว
ขายมันตรงไฟแดง แค่คิดก็ผิดแล้ว แล้วมาอ้างเหตุที่โจรก็อ้างได้ เรื่องปากเรื่องท้อง
คือหลักมันต้องเป็นหลัก ต่อให้พระพุทธองค์มาทำ ก็คือผิดไม่มีข้อยกเว้น

แต่ที่ประทับใจผมแทบคลั่งก็เรื่องถุงกล้วยแขกนี่แหละ
พระเอี้ยรัย มีโฉนดตั้ง 600 ใบ แล้วยังมาอวด
แถมใบที่มีปัญหา ก็ตัวเองโง่จนถูกโกง ยังจะบิดเบือนให้เจ้าของตัวจริงสละกรรมสิทธิ์

สันดานโจรแท้ๆ ไอ้เวรตะไลตัวนี้


กดไลค์ให้คร้าบ  :thumbup:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 19 February 2013, 07:36:52 pm
Quote from: pee on 19  February  2013, 07:04:39 pm
คือหลักมันต้องเป็นหลัก ต่อให้พระพุทธองค์มาทำ ก็คือผิดไม่มีข้อยกเว้น


ยอดเยี่ยมครับ ..  :cheer: :thumbup:

คนเดี๋ยวนี้ขาดเรื่องนี้กันมากครับ .. 'แยกประเด็น แยกหลักการไม่เป็น'
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 19 February 2013, 08:25:15 pm
มันเหลือแต่ "หลักกู" ครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 20 February 2013, 01:00:04 am
Quote from: pee on 19  February  2013, 07:49:49 am
พระราดหน้านิเทศ หรือ พระมะยม กัลยาโน ประธานมูลนิธิวัดสวนกล้วย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนี้ว่า การแต่งตั้งพระฐานานุกรม มีการกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ 2 ข้อ คือ 1. ต้องอุปสมบทมาหลายพรรษา และ 2.ต้องมีผลงานการสนับสนุนส่งเสริมพระพุทธศาสนา ซึ่งก่อนจะให้สัมภาษณ์ อาตมา เห็นข่าวว่า พระพายัพ มีผลงานในการสนับสนุนส่งเสริมพระพุทธศาสนาหลายประการ อาทิ การสร้างโบสถ์ ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง พระพายัพ ก็มีสิทธิได้รับการแต่งตั้งเป็น พระฐานานุกรม ได้
       
       "การแต่งตั้งพระฐานานุกรม เป็นสิทธิของผู้ให้ เมื่อผู้ให้พิจารณาแล้ว เห็นว่า ผู้รับมีสิทธิที่จะได้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร



เอาละซี อธิบดีตบหน้าไอ้ถุงกล้วยแขกรึเปล่าเนี่ยะ

นายปรีชา กันทิยะ อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวถึงกระแสข่าวแต่งตั้งสมณศักดิ์ให้พระพายัพ เขมคุโณ หรือนายพายัพ ชินวัตร น้องชายพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร เป็นพระฐานานุกรม ในตำแหน่งพระครูปลัดสัมพิพัฒน์ญาณจารย์ ว่า เป็นเพียงการตั้งฉายาของพระอุปชาจารย์ พร้อมยืนยันการแต่งตั้งพระภิกษุให้เป็นพระฐานานุกรมในตำแหน่ง ต้องผ่านการอุปสมบทอย่างน้อย 5 พรรษา ต้องทำประโยชน์ให้พระพุทธศาสนา และเผยแพร่ศาสนาให้เป็นที่ปรากฎชัดต่อสังคม โดยต้องเสนอชื่อและได้รับการพิจารณาจากมติมหาเถรสมาคม ดังนั้น จึงเห็นว่ากระบวนการแต่งตั้งมีขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน จึงไม่สามารถดำเนินการได้อย่างแน่นอน

ถุงกล้วยแขกบอกตั้งได้ง่ายๆ อธิบดีบอกตั้งยาก
เอาละซี คนละศาสนารึเปล่า
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 20 February 2013, 03:37:47 pm
เก้าอี้สงค์ซื้อขายกันไม่แพ้เก้าอี้รมต. นั่งแล้วก็ร้อนก้นพอๆกัน 555
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 20 February 2013, 05:53:15 pm
แย่มากๆ คนห่มเหลืองคนนี้ครับ  พฤติกรรม  ใช้ไม่ได้เลย
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 20 February 2013, 06:10:31 pm
ผ้าเหลืองส่วนผ้าเหลือง

คนนำไปห่มห่อร่างกายที่ไม่ต่างจากศพ ก็ไม่มีประโยชน์ใดๆ

ตราบใดคนเราให้เครดิตกันที่เปลือก

ก็ต้องก้มหน้ารับผลกันไป

ว่าแต่ตอนนี้ ลุกๆ ผมกลายเป็นเปลือกเกาหลีไปแล้ว ต้านไม่ไหวจริงๆ
หรือว่า เราต้องเอามั่ง

ติ่งร๊อค
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: klao on 20 February 2013, 07:16:41 pm
เมื่อคืนผมขับรถกลับบ้าน นั่งฟัง fm 103.25 น่าจะเป็นกัณฑ์ที่หลวงตามหาบัว ท่านเทศน์อบรมพระ เลยขอมาเล่าให้ฟังครับ ประมาณว่า

กิเลสมันไม่ได้มาบวชกับเราด้วยนะ มันคอยแต่จะหลอกล่อ และเตะพระกลิ้งลงเวทีด้วยความแหลมคมของมัน แล้วหัวเราะเยาะซ้ำพระเราอีกนี่
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 20 February 2013, 09:39:55 pm
คุณklao ครับ แก้คำผิด นิ๊ดดดนึงนะครับ ..
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: meng on 20 February 2013, 11:13:21 pm
ตรงหลวงตามหาบัวครับคุณเกล้า  :filrt:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 20 February 2013, 11:42:36 pm
Quote from: dht_tubes on 20  February  2013, 06:10:31 pm
ว่าแต่ตอนนี้ ลุกๆ ผมกลายเป็นเปลือกเกาหลีไปแล้ว ต้านไม่ไหวจริงๆ
หรือว่า เราต้องเอามั่ง


ฮ่าๆ แล้วยังจะทำห้องโฮมให้ดูคอนเสิตช้อคโกแลตอีก  :lol:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 21 February 2013, 12:08:04 am
ว่าแล้วตามเรื่องโต๊ะ กะแบบห้องต่อเลยละกัน ใกล้ยังพี่
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: klao on 21 February 2013, 12:20:11 am
Quote from: meng on 20  February  2013, 11:13:21 pm
ตรงหลวงตามหาบัวครับคุณเกล้า  :filrt:


เหวย..ผมนี่ขาดสติไม่มีสตังค์จริง ๆ

กราบขอขมาหลวงตาและลูกศิษย์ทั้งหลายด้วยครับ  :worshippy:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 21 February 2013, 10:25:17 pm
Quote from: dht_tubes on 21  February  2013, 12:08:04 am
ว่าแล้วตามเรื่องโต๊ะ กะแบบห้องต่อเลยละกัน ใกล้ยังพี่


ผมจะทำราคาสองแบบ ไม้สัก กับ ไม้สน
เช็คราคามารอบนึงแล้ว ค่อนข้างสูงเพราะว่าเป็นไม้จริงทั้งดุ้น ตอนนี้กำลังเช็คราคากับช่างอีกทีม ดูว่าจะถูกลงรึป่าว
แล้วจะเมล์ให้ครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 22 February 2013, 12:22:33 am
เพื่อนๆ พี่ๆว่า

ข่าวที่ว่าไฟฟ้าจะขาด โน่น นี่ นั่น

เกี่ยวกับความพยายาม ของกลุ่มที่ต้องการให้มีการแปรรูป กฟผ.หรือไม่อย่างไรครับ

ที่เขียนในกระทู้นี้ เพราะผมว่า มันก็เป็นอาเพทครั้งใหญ่แบบนึงเหมือนกัน
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 22 February 2013, 05:05:20 am
Quote from: klao on 21  February  2013, 12:20:11 am
เหวย..ผมนี่ขาดสติไม่มีสตังค์จริง ๆ

กราบขอขมาหลวงตาและลูกศิษย์ทั้งหลายด้วยครับ  :worshippy:


ไม่เป็นไรหรอกครับ .. ของมันพลาดกันได้ เราไม่ได้ตั้งใจ
ไม่อยากให้ทิ้งค้างไว้อย่างนี้ เลยฝากให้แก้ไขเท่านั้นเองครับ .. ไม่มีอะไร
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: klao on 22 February 2013, 05:49:29 am
พี่ปกรณ์ เป็นลูกศิษย์ หลวงปู่เจี๊ยะด้วยเหรอครับ

พ่อแม่ผมเคยพาไปกราบท่าน 2-3 ครั้ง นานนนน มากมาแล้ว

จำได้ว่าท่านเสียงดัง แต่เมตตามาก ๆ เลยครับ  :worshippy:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 22 February 2013, 07:00:32 am
Quote from: klao on 22  February  2013, 05:49:29 am
พี่ปกรณ์ เป็นลูกศิษย์ หลวงปู่เจี๊ยด้วยเหรอครับ


น้องเกล้าต้องตัดแว่นแล้วละ....55555
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: klao on 22 February 2013, 07:07:19 am
เห้อ...อีกแล้วหรือนี่ ทั้งสติไม่เต็ม ตาไม่ดี แถมเรียนมาน้อยครับพี่    :scholar: 
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 22 February 2013, 07:37:21 am
ล้อเล่ง..... :clown:


:rof:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 22 February 2013, 11:01:13 am
นับถือท่านน่ะครับ คุณklao .. ไม่เคยมีโอกาสได้พบท่านครับ
ผมนับถือพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทุกรูป ทุกองค์ล่ะครับ
วันนั้นขับรถอยู่ ได้เจอรถพยาบาลของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่หลวงปู่เจี๊ยะท่านซื้อรถมอบให้เป็นประโยชน์แก่สาธารณะยังรู้สึกถึงบุญคุณของครูบาอาจารย์ด้วยความอบอุ่นใจเลยครับ

คุณ klao มีบุญจริง ได้กราบท่านด้วย น่าอิจฉาเชียว
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 22 February 2013, 08:06:14 pm
มาอ่านความเสื่อมของพี่ช้าง เอ้ย บริวารแก....

ในภาวะแห่งความเห็นต่าง "มติชน สุดสัปดาห์" เสนออีกหนึ่งมุมมอง
พาดปก "ยศช้าง ขุนนางพระ"
สำนวนอันราชบัณฑิตท่านอธิบายความว่า
ในประเทศไทยช้างเป็นสัตว์สำคัญ จึงได้รับการยกย่องแต่งตั้งให้มีบรรดาศักดิ์เป็น พระ พระยา
ส่วนพระภิกษุ แม้จะเป็นผู้สืบทอดศาสนา ปฏิบัติธรรมเพื่อความหลุดพ้นจากกิเลส แต่ก็มักทำคุณให้แก่ประเทศ จึงมีการถวายบรรดาศักดิ์ราวกับเป็นขุนนาง

แต่ยศของช้างก็ไม่ได้ทำให้ช้างเปลี่ยนไปอย่างไร
หรือพระภิกษุผู้มั่นอยู่ในพระธรรมของพระพุทธเจ้า ยังคงยึดมั่นในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดอยู่นั่นเอง

สรุป เป็นยศที่ไม่สำคัญ ไม่จริงจังและไม่สามารถให้คุณให้โทษแก่ใครได้
สาธุชนพึงสดับดังนี้แล


ในฐานะที่เรียนมาทางวัฒนธรรม ผมว่าการบิดเบือนของมติชนครั้งนี้ น่ารังเกียจ
คือเป็นการยกเรื่องสูงมาทำให้ต่ำ อันเป็นงานถนัดของสื่อสำนักนี้

โดยเจตนา เขาคงต้องการลดความแหลมคมของประเด็นที่ว่า พระบวชใหม่แค่ 10 กว่าวันได้รับการอวยเป็น"พระครู" โดยบอกว่า เรื่องยศฐาบรรดาศักดิ์ ไม่ใช่ใจความสำคัญ แล้วก็อวดอุตริยกคำพังเพยโบราณมาใช้

เขาทำผิดอยู่สองประการ
ประการแรก ถ้ายศไม่ใช่เรื่องสำคัญ แล้วนายพายัพรับทำไม เจ้าอาวาสตั้งทำไม ...นี่เท่ากับด่าคนที่ตัวเองจะปกป้อง

ประการที่สอง "ยศช้าง ขุนนางพระ" ไม่ได้มีความหมายอย่างที่เขาอธิบายเลยแม้แต่นิดเดียว ธรรมชาติของคำพังเพยนั้น ส่วนใหญ่แล้วเป็นการประชด หรือเรียกว่าสื่อความหมายทางลบแก่สิ่งที่ยกมา เช่นลางเนื้อชอบลางยา หมายความเหมือนฝนตกขี้หมูไหล แต่เบากว่า คืบก็ทะเลศอกก็ทะเล หมายความว่าอันตรายรอบด้าน เป็นต้น หรือพูดอีกอย่างก็ได้ว่า กล่าวถึงอะไรก็ไม่ได้หมายถึงสิ่งนั้น

"ยศช้าง ขุนนางพระ" นี้ เป็นการประชดประชันว่าสองสิ่งได้รับในสิ่งที่ไม่สมควร ถือว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ไม่ใช่อย่างที่อธิบายโง่ๆ ว่า ช้างกับพระได้ยศไปแล้วก็ยังเป็นช้างกับพระ ไม่เปลี่นแปลง

บรรพบุรุษของเรา ไม่โง่บัดซบเท่ากับบุคคลากรสำนักนี้แน่นอน
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: meng on 22 February 2013, 08:12:04 pm
มติชั่วอีกแระ  :tongue:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: prisna on 22 February 2013, 10:02:25 pm
Quote from: pee on 22  February  2013, 08:06:14 pm
"ยศช้าง ขุนนางพระ" นี้ เป็นการประชดประชันว่าสองสิ่งได้รับในสิ่งที่ไม่สมควร ถือว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ไม่ใช่อย่างที่อธิบายโง่ๆ ว่า ช้างกับพระได้ยศไปแล้วก็ยังเป็นช้างกับพระ ไม่เปลี่ยนแปลง


เข้าใจชัดเจน และเห็นภาพเลยครับ พี่พี :thumbup:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 22 February 2013, 10:43:32 pm
Like Like Like !
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 22 February 2013, 10:54:42 pm
สื่อชั่วมุ่งสร้างสังคมชั่ว  :no:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 23 February 2013, 01:09:11 am
ขอบคุณพี่ pee ครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 23 February 2013, 07:16:59 am
นานๆ จะโคทคำของสนธิลิ้มได้อย่างตรงใจสักที

"ความดีที่ทำตอนเป็นคฤหัสถ์ไม่สามารถต่อยอดความเป็นพระได้"
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: klao on 26 February 2013, 12:57:07 am
เมื่อวาน พวกผมได้แวะไปซื้อหนังสือธรรมะ ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวรฯ ไว้หลายเล่ม หลายปกคละเค้ากันไป เพราะจะเตรียมไว้ให้เป็นของที่ระลึกสำหรับงานคุณพ่อ ผบ. ซึ่งกำลังป่วยหนักอยู่

วันนี้เลยหยิบเล่มนึงขึ้นมาอ่าน แล้วมีตอนที่อยากจะอัญเชิญมาครับ (หวังว่าคงจะพิมพ์ผิดไม่มากจนเกินไป   :help:) :

"เพียงการพยายามทำ ก็บาปหนักยิ่งกว่าบาปฆ่าคนตาย ผลของกรรมนี้อาจจะลี้ลับ เห็นยากและเห็นช้า จึงทำให้พากันคิดว่า การทำลายพระพุทธศาสนานั้นไม่บาป ไม่เป็นอกุศล

การจงใจทำลายพระพุทธศาสนาที่ไม่สำเร็จผล น่าจะเกิดผลไม่ดีแก่ผู้มุ่งทำร้ายน้อยกว่าผู้ไม่ได้เจตนาทำลาย...แต่ประพฤติตนเช่นเจตนาทำลาย

บุคคลประเภทหลังนี้ โดยเฉพาะที่นับถือพระพุทธศาสนา กล่าวได้ว่า...เป็นผู้ที่ทำกรรมไม่ดีต่อพระพุทธศาสนา ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงตั้งขึ้น ทรงประคับประคองมาโดยมีพุทธบริษัทที่ดีมารับมาประคับประคองต่ออย่างถือเป็นสมบัติล้ำค่า ไม่มีพุทธองค์แล้ว...พระพุทธศาสนา คือตัวแทนพระพุทธองค์ ผู้เป็นสมาชิกของบริษัทสี่ในพระพุทธศาสนา แม้ทำตนให้เศร้าหมองด้วยประพฤติผิดศีล ผิดธรรม ผิดวินัย แม้จะทำให้พระพุทธศาสนาเศร้าหมองไม่ได้ แต่เมื่อตนเป็นจุดหนึ่งในพระพุทธศาสนา...ก็เท่ากับทำให้พระพุทธศาสนามีจุดเศร้าหมองปะปนอยู่...เล็กน้อยเพียงใดก็เป็นจุดดำ

ความประพฤติปฏิบัติเช่นนั้นจึงเป็นการทำกรรมไม่ดีต่อสิ่งสูงสุด ผลไม่ดีที่จะเกิดแก่ผู้ทำกรรมไม่ดีนั้นย่อมร้ายแรงแน่นอน พึงอย่าได้ประมาท พึงกลัวกรรมหนักที่จะเกิดจากการทำไม่ดีต่อพระพุทธศาสนา"
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 26 February 2013, 01:04:13 am
Quote from: klao on 26  February  2013, 12:57:07 am
เมื่อวาน พวกผมได้แวะไปซื้อหนังสือธรรมะ ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวรฯ ทรงเป็นผู้ประพันธ์ไว้หลายเล่ม


ใช้ว่า พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวรฯ ได้เลยครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 26 February 2013, 04:14:51 am
ท่านทรงนิพนธ์หนังสือไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม น่าอ่านมากๆ ทุกเล่มเลยครับ นิ่มนวลกลมกลืนอย่างมากจริงๆ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Art on 26 February 2013, 04:26:38 am
Quote from: pee on 22  February  2013, 08:06:14 pm
"ยศช้าง ขุนนางพระ" นี้ เป็นการประชดประชันว่าสองสิ่งได้รับในสิ่งที่ไม่สมควร ถือว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ไม่ใช่อย่างที่อธิบายโง่ๆ ว่า ช้างกับพระได้ยศไปแล้วก็ยังเป็นช้างกับพระ ไม่เปลี่นแปลง

บรรพบุรุษของเรา ไม่โง่บัดซบเท่ากับบุคคลากรสำนักนี้แน่นอน


พี่พีครับ ผมดูจากพจนานุกรม และราชบัณฑิตยสถานแล้ว คำอธิบายแตกต่างกับพี่ แต่ค่อนข้างสอดคล้องกับบทความที่ยกมาครับ

ยศช้างขุนนางพระ เป็นสำนวน หมายความถึง เกียรติยศชื่อเสียงซึ่งผู้รับมิได้รู้สึกว่าเป็นประโยชน์แก่ตน. ในประเทศไทยช้างเป็นสัตว์ที่ได้รับการดูแลและยกย่องมากกว่าสัตว์อื่น ๆ เพราะเป็นสัตว์สำคัญที่เคยใช้เป็นพาหนะในการทำศึกสงครามในสมัยโบราณ จึงได้รับการยกย่องแต่งตั้งให้มีบรรดาศักดิ์ เป็น พระ พระยา เช่น เจ้าพระยาไชยานุภาพ พระเศวตอดุลยเดชพาหน.

          ส่วนพระภิกษุ แม้จะถือว่าเป็นผู้สืบทอดศาสนา เป็นผู้ปฏิบัติธรรมเพื่อความหลุดพ้นจากกิเลสแต่ก็มักทำคุณให้แก่ประเทศ จึงมีการถวายบรรดาศักดิ์แด่พระภิกษุราวกับเป็นขุนนาง. แต่ยศของช้างก็ไม่ได้ทำให้ช้างเปลี่ยนไปอย่างไร หรือพระภิกษุผู้มั่นอยู่ในพระธรรมของพระพุทธเจ้า แม้จะยกย่องอย่างไรก็มิได้หวั่นไหว ยังคงยึดมั่นในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดอยู่นั่นเอง.

          ยศช้างขุนนางพระ จึงถือว่าเป็นยศที่ไม่ได้ทำให้ผู้รับมีอำนาจเหมือนยศของทหารหรือของขุนนาง.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

นำมาจาก http://www.royin.go.th/th/knowledge/detail.php?ID=212

เลยเกิดสนใจข้อเท็จจริงทางวิชาการภาษาขึ้นมาครับ ขออภัยที่นอกเรื่องนะครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: bhisma on 26 February 2013, 04:52:54 am
ไม่ว่าพระจะสอนทางโลกหรือทางธรรม ก็ล้วนมีประโบชน์ทั้งสิ้น แต่ต้องแยกให้ขาดออกจากกันว่า นี่นะทางโลก และนี่้คือทางธรรม


ผมไม่อาจเขียนเรื่องปฏิบัติธรรมอะไรลึกๆได้ เพราะไม่รู้ดี แต่เรื่องกรรมนี่ พอรู้บ้าง
เช่น กรรมแรงๆก็มี ปิตุฆาต มาตุฆาต กรรมที่ทำให้พระพุทธเจ้าห้อพระโลหิต และกรรมที่ทำให้พระสงฆ์แตกหักกัน นี่เป็นกรรมที่ส่งผลแบบ priority เราต่างรู้เรื่ององค์คุลีมารด้วยกันทั้งสิ้น ตัวตนของเรายังไม่มีเลย นับประสาอะไรจะมีสิ่งที่เราทำได้ อะไรทำนองนั้น

ส่วนเรื่องกรรมและผลของกรรมอื่นๆ เขาไม่นำมาคิด เพราะเป็นอาจินไต (สะกดทำนี้ไม่ถูกครับ  และอีกหลายๆคำ ๕๕๕๕) คิดแล้วเดี๋ยวจะเป็นบ้า ใครอยากรู้ ต้องอ่านเรื่อง อิทัปปัตจยตา ปฏิจะสมุปปะบาท

Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 26 February 2013, 09:26:18 pm
คอมเม้นท์ท้ายข่าว
แอปเปิ้ลสโตร์ ปล่อยแอปข่าวละเมิดลิขสิทธิ์

บ้านพ่อบ้านแม่มรึงก็เหมือนกันครับ
เวลาล็อกบ้านแล้วโดนขโมยก็อย่าบ่น ถ้าไม่อยากให้ขโมยก็คิดค้นวิธีล็อกบ้านที่ขโมยเข้าไม่ได้เอาเอง
ถ้าหวงมาก ๆ ก็ไม่ต้องมีบ้านอยู่ดีกว่า


น่าห่วงนะครับ ประเทศไทย มันเป็นแม้วดีซีสกันทั่วทุกหัวระแหง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 01 March 2013, 12:41:18 am
เห็นข่าวอาจารย์สมบัติ จันทรวงศ์ (ท่านออกเสียงว่า จัน-ทอน-วง) มัวหมองเรื่องเงินแล้วรู้สึกว่า เป็นอาเพทเหมือนกัน

ในฐานะที่ท่านเคยสนับสนุนการต่อสู้กับสมัครปากหมานในเรื่องหอศิลป์มาด้วยกันก็อดจะเป็นห่วงไม่ได้
ตอนนี้ท่านขอลาออกจากตำแหน่งทั้งหมด ถือว่าเป็นน้ำใจที่น่านับถือ

จากนี้ก็ไปต่อสู้กันทางคดีความให้จบสิ้น ซึ่งหวังว่าจะจบเร็ว เผื่อท่านจะกลับมาสอนหนังสือได้อีก

กรณีนี้มาจากการสอบทรัพย์สินของข้าราชการผู้ใหญ่แล้วพบว่าร่ำรวยผิดปกติ
โดยพบว่ามีเงินก้อนหนึ่งจำนวน 25 ล้าน ไปอยู่ในบัญชีของอาจารย์ ก็ต้องพิสูจน์กันต่อไว่าเป็นการกระทำโดยสุจริตหรือเปล่า

แต่ต้นทางจากข้าราชการคนนั้น คงจะไม่บริสุทธิ์แน่นอน
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: trens on 01 March 2013, 03:13:56 am
เงินเดือนปลัดน่ะตั้งเยอะ แค่ 25 ล้านไม่นานก็ได้แล้ว
ไม่เหมือนเงินเดือนผู้บริหารเอกชนระดับท๊อป กว่าจะได้เท่านั้นก็เกือบสองปีแน่ะ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 01 March 2013, 04:11:50 am
หึหึ

ท่านพี่คงจะสับสนคำว่าเงินเดือนกับส่วยมังครับ

:ahha:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: trens on 01 March 2013, 05:39:15 am
โอ้ ... เพิ่งนึกออกว่า ส่วย ไม่ได้แปลว่า ชนเลี้ยงช้างแถบอีสานใต้อย่างเดียว
เฮ้อ ... ขอถอนหายใจแก้อาเพทสักนิด
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 04 March 2013, 10:07:54 pm
ดูมันทำ สมเป็นไทรัฐจริงๆ

(http://gimyong.com/talung/index.php?action=dlattach;topic=152199.0;attach=348225;image)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 05 March 2013, 02:07:53 am
ทีมงานที่ทำกราฟฟิคนี้รู้สึกว่าจะโด่งดังมาจากน้ำท่วม ทำแล้วคนชอบเพราะดูเข้าใจง่ายและมีเจตนาดี หลังๆนี้ดูงานแล้วแน่ใจได้ว่าโดนพวกเพื่อใครจ้างแพงไปหน่อย เนื้อหาไม่สนแล้ว เอาตังอย่างเดียว :(
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 07 March 2013, 10:52:34 pm
พล.อ.อ.สุกำพลยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารพราน ชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 เหยียบกับระเบิดใกล้กับฐานปฏิบัติการจารภาพประทุม ช่องคะนา อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ และใกล้หลักเขตแดนที่ 21 ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเหตุให้อาสาสมัครทหารพรานได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายรายว่า ระเบิดดังกล่าวไม่ใช่ของไทยอย่างแน่นอน ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นระเบิดที่ทางกัมพูชาแอบลักลอบเข้ามาฝังใหม่ในฝั่งไทยหรือไม่นั้น เพราะข้ามลึกเข้ามาในฝั่งไทยถึง 1 กิโลเมตร ขณะนี้ทาง พล.ท.วรวิทย์ ดรุณชู เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย กำลังดำเนินการทำหนังสือสอบถามข้อเท็จจริงกับทางกัมพูชาอยู่ ซึ่งอาจจะเป็นพวกลักลอบตัดไม้ก็เป็นได้ แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ ต้องรอผลการตรวจสอบ


สาดดดดด

ทหารโดนกับระเบิด มันจะไปถามเขมรให้
แต่ยังไม่ได้ถาม แก้ตัวให้แล้วว่าเป็นพวกลีกลอบตัดไม้

เพิ่งรู้ว่า รมต.เรา เป็นลูกหลานขอทานเขมร
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 07 March 2013, 11:42:56 pm
ราคาน้ำมันที่ส่งออก จะอ้างอิงจากราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์

โดยไม่รวมภาษีและกองทุนต่างๆซึ่งจัดเก็บเฉพาะน้ำมันที่ใช้ในไทยเท่านั้น



ฮึ ต่อให้ไม่เก็บ ราคามันก็ไม่ลงมาหรอก บอกมาเลยดิว่า ค่าการตลาด หรือต้นทุนตรงนี้ มันลิตรละเท่าไหร่
หรือ
คิดอย่างไร ที่มาที่ไป เงื่อนไข

ทุด
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 14 March 2013, 09:41:56 pm
Quote from: Art on 26  February  2013, 04:26:38 am
พี่พีครับ ผมดูจากพจนานุกรม และราชบัณฑิตยสถานแล้ว คำอธิบายแตกต่างกับพี่ แต่ค่อนข้างสอดคล้องกับบทความที่ยกมาครับ

ยศช้างขุนนางพระ เป็นสำนวน หมายความถึง เกียรติยศชื่อเสียงซึ่งผู้รับมิได้รู้สึกว่าเป็นประโยชน์แก่ตน. ในประเทศไทยช้างเป็นสัตว์ที่ได้รับการดูแลและยกย่องมากกว่าสัตว์อื่น ๆ เพราะเป็นสัตว์สำคัญที่เคยใช้เป็นพาหนะในการทำศึกสงครามในสมัยโบราณ จึงได้รับการยกย่องแต่งตั้งให้มีบรรดาศักดิ์ เป็น พระ พระยา เช่น เจ้าพระยาไชยานุภาพ พระเศวตอดุลยเดชพาหน.

          ส่วนพระภิกษุ แม้จะถือว่าเป็นผู้สืบทอดศาสนา เป็นผู้ปฏิบัติธรรมเพื่อความหลุดพ้นจากกิเลสแต่ก็มักทำคุณให้แก่ประเทศ จึงมีการถวายบรรดาศักดิ์แด่พระภิกษุราวกับเป็นขุนนาง. แต่ยศของช้างก็ไม่ได้ทำให้ช้างเปลี่ยนไปอย่างไร หรือพระภิกษุผู้มั่นอยู่ในพระธรรมของพระพุทธเจ้า แม้จะยกย่องอย่างไรก็มิได้หวั่นไหว ยังคงยึดมั่นในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดอยู่นั่นเอง.

          ยศช้างขุนนางพระ จึงถือว่าเป็นยศที่ไม่ได้ทำให้ผู้รับมีอำนาจเหมือนยศของทหารหรือของขุนนาง.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

นำมาจาก http://www.royin.go.th/th/knowledge/detail.php?ID=212

เลยเกิดสนใจข้อเท็จจริงทางวิชาการภาษาขึ้นมาครับ ขออภัยที่นอกเรื่องนะครับ


เพิ่งเห็นคอมเม้นท์นี้ ต้องขออภัย



อาจารย์กาญจนาน่าจะสับสนกับการตีความของตัวเองครับ
ท่านสรุปว่า สำนวนนี้หมายถึงการเสียเปล่า เพราะยศที่ได้ไม่ได้ทำให้ผู้รับมีอำนาจเหมือนยศของทหารหรือของขุนนาง
แต่ในคำอธิบายนำ ท่านบอกว่า มีช้างได้รับบรรดาศักดิ์ เป็น พระ พระยา มีภิกษุได้รับบรรดาศักดิ์ "ราวกับเป็นขุนนาง"
ก็ถ้าเสียเปล่า ระบบของเราจะให้ยศกับช้างกับพระทำไมกัน

ยิ่งกว่านั้น เรื่องนี้ ความเป็นจริงไม่ตรงกับที่ท่านอธิบาย กรณีช้างนั้นเรายกไว้ก่อนเพราะอำนาจของช้างไม่ใช่สิ่งที่เราจะใช้ในคำพังเพยนี้ แต่อำนาจของพระมีบรรดาศักดิ์นั้น อธิบายได้

เช่นกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส เจ้าอาวาสวัดโพธิ์นั้น ยศของท่าน ดูตามศักดินา 35000 แล้ว เทียบเท่าระดับเจ้าพระยา ท่านมีอำนาจปกครองในวงราชการเกี่ยวกับวัดของท่าน มีพื้นที่ทำการซึ่งรวมทั้งท่านเป็นเจ้าคณะหนกลาง ดูแลเขตเมืองหลวง ท่านจึงมีทั้งบรรพชิตและฆราวาสในสังกัด มีข้าพระและมีราชยานคานหามรวมถึงเรือเร็วขนาดใหญ่ แม้แต่กุฏิก็เป็นพระตำหนัก ล้วนเป็นสิ่งที่ได้มาพร้อมบรรดาศักดิ์ ทั้งสามารถสั่งลงโทษคนในอาณัติได้

ดังนั้นจะอ้างว่าขุนนางพระไม่มีอำนาจ จึงไม่ถูก เป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว เพราะบรรดาศักดิ์นี้ยังทำให้ได้รับผลประโยชน์ด้วย

เช่นช้างที่มียศ จะได้รับอาหารและอาคารที่ดีกว่ารวมทั้งมีคนเลี้ยงที่มากกว่า พระก็ได้รับนิตยภัตรและเครื่องประกอบสมณศักดิ์ลดหลั่นเช่นกัน ตามข้อเท็จจริงนี้ "ยศช้างขุนนางพระ" จึงไม่ได้หมายถึงอำนาจอย่างเดียว ยศให้ทั้งอำนาจและผลประโยชน์ ยิ่งกว่านั้นยศพระก็ให้อำนาจด้วย ...คำอธิบายของท่านจึงไม่ถูกต้องกับข้อมูลประวัติศาสตร์

เสน่ห์ของคำพังเพยไทยอยู่ที่ความยอกย้อนและไม่ได้มุ่งหมายในสิ่งที่กล่าว

หมายความว่าคำพังเพยช้างกับพระนี่ ไม่ได้หมายความถึงช้างกับพระจริงๆ แต่หมายความถึงการผิดฝาผิดตัวหรือปล่อยไก่ หรือด้อยปัญญาของสิ่งที่คำพังเพยมุ่งหมายถึง จะยกตัวอย่างเทียบอีกคำ "โง่แล้วอยากนอนเตียง" คำนี้ก็ไม่ได้หมายถึงการนอนเตียง เพราะนอนเตียงนั้นนอนยังงัยก็ได้ ใครจะไปรู้

แต่หมายถึงคนที่โง่ ไม่รู้ในเรื่องที่อธิบายแต่แค่นจะอธิบาย (อิอิ อันนี้ถ้าไม่ใช่ผม ก็เป็นอาจารย์กาญจนาแน่นอน)
สำนวนนี้ เป็นการยกเอาคติความเชื่อมาเล่น เพราะโบราณเขามีทิศหัวนอนกับเบื้องตีนนอน คำนี้จึงพอจะเทียบได้กับคำว่า "ไม่รู้เหนือรู้ใต้" แต่เจ็บกว่า ลึกกว่า

สรุปว่า ผมยังยืนยันการตีความเดิมที่ว่าสำนวนนี้
"เป็นการประชดประชันว่าสองสิ่งได้รับในสิ่งที่ไม่สมควร ถือว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม"
หรือเน้นชัดๆ ว่า

"อย่าให้ยศกับช้าง ให้ยศขุนนางกับพระ" เพราะมันไม่ชอบ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 14 March 2013, 10:04:18 pm
จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเคยรู้จักกับดร. ท่านนี้
บ้านอยู่ริมเจ้าพระยา รถเข้าไม่ได้ มีหนังสือเต็มบ้าน

แต่ฟังคลิบแล้วผิดหวังมาก แกคิดอะไรที่มันยอมจำนนไปในทางที่พิลึกพิลั่น

สนับสนุนแทบเลตเด็ก แต่คำอธิบายมันน่ากลัวมาก
คือบอกว่าสมองเด็กรับกับเรื่องเร็วๆ ได้ดีขึ้นเพราะชินกับโทรทัศน์
ทำให้สมาธิสั้นเพราะคำสอนครูมันช้าเกินไป....เออ คิดไปได้
แล้วที่แย่สุดคือ บอกว่า เด็กกดฟังคำอ่านซ้ำๆ กันได้ สิบ-ยี่สิบครั้ง
เพราะคอมไม่เหนื่อย แต่ครูเหนื่อย

อันนี้เป็นวิธีคิดที่ไม่อย่ากจะด่าเลย แต่มันสิ้นคิดอะ


http://www.youtube.com/watch?v=cxPjUA_CSZ0
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 17 March 2013, 08:18:46 pm
ดีใจจัง จะได้นายกใหม่

:thumbup:


(https://fbcdn-sphotos-e-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/482241_361736257272319_798166912_n.jpg)



ดูหน้า แปะข้างฝาไว้ก่อนเลย

(http://www.siamrath.co.th/web/sites/default/files/ecchd..jpg)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Art on 18 March 2013, 04:56:49 pm
ขอบคุณสำหรับความเห็นครับพี่พี  :worshippy:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 18 March 2013, 06:23:38 pm
คนจะมาเป็นนายกไทยได้ ต้องเกิดมาเป็นนายกเลย.. ถึงจะสะอาด.. :clown:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 18 March 2013, 06:39:33 pm
เจ๊ปูไป เยาวภามา  :( เอาเจ๊ปูอย่างเดิมดีกว่า ผมดูทีวีไม่เปิดเสียงอยู่แล้ว  :lol:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 18 March 2013, 06:41:09 pm
ราชวงศ์ชินนะวัด



เอ้า




กราบบบบ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 18 March 2013, 06:41:42 pm
Quote from: sw on 18  March  2013, 06:39:33 pm
เจ๊ปูไป เยาวภามา  :( เอาเจ๊ปูอย่างเดิมดีกว่า ผมดูทีวีไม่เปิดเสียงอยู่แล้ว  :lol:



ท่านพลาดรายการชวนหัวเสียแล้วนะครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 18 March 2013, 07:03:15 pm
Quote from: pee on 18  March  2013, 06:41:42 pm
Quote from: sw on 18  March  2013, 06:39:33 pm
เจ๊ปูไป เยาวภามา  :( เอาเจ๊ปูอย่างเดิมดีกว่า ผมดูทีวีไม่เปิดเสียงอยู่แล้ว  :lol:



ท่านพลาดรายการชวนหัวเสียแล้วนะครับ


:rof:  :rof:  :rof:
ยังไงก็ขอให้เจ๊ปูพ้นความผิดไวๆ ม่ายงั้นทีวีจะไม่ได้ใช้ ใช้เป็นตู้ปลายังจะพอคุ้มบ้าง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: santi on 19 March 2013, 12:23:28 am
Quote from: sw on 18  March  2013, 07:03:15 pm
:rof:  :rof:  :rof:
ยังไงก็ขอให้เจ๊ปูพ้นความผิดไวๆ ม่ายงั้นทีวีจะไม่ได้ใช้ ใช้เป็นตู้ปลายังจะพอคุ้มบ้าง


5555 คะแนนนิยมนายกปูพุ่งพรวดเลยแฮะ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 23 March 2013, 11:25:40 pm
 :argue2:

ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน มีแค่ 7 แผ่น
:rof:




ไม่มีรายละเอียดการใช้งบประมาณ


:wacko:


ชอบจุงเบย บ่องตง
ปราะชาเที๊ยบปะเตยนี่มานดีอย่างนี้เอง

:wallbash: :wallbash: :wallbash: :wallbash: :wallbash: :wallbash:

:wallbash: :wallbash: :wallbash: :wallbash: :wallbash: :wallbash:

:wallbash: :wallbash: :wallbash: :wallbash: :wallbash: :wallbash:

:wallbash: :wallbash: :wallbash: :wallbash: :wallbash: :wallbash:

:wallbash: :wallbash: :wallbash: :wallbash: :wallbash: :wallbash:

:wallbash: :wallbash: :wallbash: :wallbash: :wallbash: :wallbash:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 23 March 2013, 11:33:32 pm
เขาจะล่าย.. แหลก.. กาน... ซา.. ดวก..  ซา.. ดวก...  :P
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 23 March 2013, 11:42:49 pm
ตอนต้มยำกุ้ง เรากู้เงิน IMF $17พันล้าน
ต้องทำสัญญาอย่างละเอียด 12 ฉบับ
ต้องรายงานผลการกู้เงินทุกงวด......

อันนี้ สเบยกว่ากันแยะเรย
คงจะเห็นใจนางยก เพราะต้องอ่านแยะ
อาจจะทำให้เกิดผัสสะอักเสียบ.....ฮา

:clown:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: trens on 24 March 2013, 02:41:43 am
โลกร้อนต้องประหยัดกระดาษ ... พี่พีนี่โบราณจิงๆ
ถ้าเป็นผม "แผ่นเดียวจบ" ฮ่า
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 24 March 2013, 02:51:50 am
Quote from: trens on 24  March  2013, 02:41:43 am
โลกร้อนต้องประหยัดกระดาษ ... พี่พีนี่โบราณจิงๆ
ถ้าเป็นผม "แผ่นเดียวจบ" ฮ่า


ว้าว

คมเฉียบเลยนะพี่ท่าน..... :rof:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 24 March 2013, 10:21:29 pm
ฝ่ายค้านทำอะไรอยู่กะไม่รู้ นิ่มไปเลยยย...เจอะเสน่ห์เจ๊ะปูเข้าแล้วกระมัง  :inlove: :inlove: :inlove:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 29 March 2013, 05:11:36 pm
ผมคงต้องเกาะติดเว็บ mthai เสียแล้ว
เข้าใจหาเรื่องมาให้อ่าน

เขียนข่าวโดยชื่อป๋มอีกต่างหาก....หุหุ
http://news.mthai.com/world-news/226138.html

เขียนโดย Pipat โพสต์เมื่อ วันพฤหัสที่ 28 มีนาคม 2556 เนื้อหานี้อยู่ในหมวด ข่าวต่างประเทศ, ข่าวเด่นประจำวัน, ภาพข่าว

28 มี.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กูเกิ้ลยักษ์ใหญ่ด้านบริการค้นหา ได้เปิดเผยภาพเมือง นามิเอะ เมืองที่อยู่ในเขตอพยพ 20 กม.รอบโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ หลังจากเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อปี 2553

ภาพดังกล่าวถ่ายจากรถติดกล้อง กูเกิ้ล สตรีทวิว โดยมีสภาพเมืองร้างที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ ปรากฎภาพความเสียหายบางส่วนเหมือนกาลเวลาหยุดนิ่ง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นามิเอะเป็นเมืองร้าง เนื่องจากวิกฤตเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หลอมละลาย ทำให้เกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี ปนเปื้อนในน้ำและอากาศ

โดยหากใครอยากลองสำรวจเมืองนามิเอะ สามารถทำได้ง่ายๆเพียง ค้นหาในแผนที่กูเกิ้ล " Japan, Namie-machi, Futaba-gun, Fukushima Prefecture " ก็จะพบกับภาพเมืองไร้ผู้คนที่น่าหดหู่ใจ

(http://news.mthai.com/wp-content/uploads/2013/03/1140.jpg)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Witti on 30 March 2013, 04:33:50 am
ตามเข้าไปดู ขับรถรอบเมืองเล่นด้วย Google Earth เจอมุม รถกู๊กเกิ้ลจับภาพตัวเอง  :dribble:


(https://fbcdn-sphotos-h-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/28184_10200433771820626_1590593756_n.jpg)


(https://fbcdn-sphotos-g-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/164238_10200433772380640_1241029917_n.jpg)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 30 March 2013, 04:46:07 am
เก่งจัง

ไปเที่ยวเมืองเชอโนบิลด้วยดิ

https://www.google.co.th/search?hl=en&q=chernobyl&client=firefox-beta&channel=rcs&ie=UTF-8&tbm=isch&source=og&sa=N&tab=li&biw=1258&bih=578&sei=2ahVUZyjMsnPrQevuYC4Ag#imgrc=HuAWx2hUbrcPxM%3A%3BxlnyimQoDaJcWM%3Bhttp%253A%252F%252Frussiapedia.rt.com%252Ffiles%252Fgalleries%252Fchernobyl%252Fchernobyl_4.jpg%3Bhttp%253A%252F%252Frussiapedia.rt.com%252Fgalleries%252Fchernobyl%252F2%252F%3B600%3B436
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Witti on 30 March 2013, 05:01:43 am
ยังไม่มี street view ครับพี่

รถกูเกิ้ลยังเข้าไม่ถึง  :oops:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 30 March 2013, 05:21:10 am
Quote from: Witti on 30  March  2013, 05:01:43 am
ยังไม่มี street view ครับพี่

รถกูเกิ้ลยังเข้าไม่ถึง  :oops:


ไปบอกกูเกิ้นสิ ว่าสตรีทวิวของเขายังกราจอก....

ฮา
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Karin Preeda on 30 March 2013, 05:46:52 am
ฮ่าๆ ที่ชลบุรียังไม่มีเลยครับ มีแต่ top view
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: prisna on 30 March 2013, 05:47:03 pm
สุดยอดจริงๆ ครับ เพิ่งรู้ว่ามีแบบนี้ด้วย
เลยลองใช้ไปเดินเที่ยวในโตเกียวซะเลย  :thumbup:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Witti on 30 March 2013, 06:14:06 pm
Quote from: prisna on 30  March  2013, 05:47:03 pm
สุดยอดจริงๆ ครับ เพิ่งรู้ว่ามีแบบนี้ด้วย
เลยลองใช้ไปเดินเที่ยวในโตเกียวซะเลย  :thumbup:


555 ผมหลงทางอยู่ในปารีสกว่าจะหา Notre Dame เจอ  :dribble:


Quote from: Karin Preeda on 30  March  2013, 05:46:52 am
ฮ่าๆ ที่ชลบุรียังไม่มีเลยครับ มีแต่ top view


อีกสักครู่ครับพี่ รถในเมืองไทยมีเยอะ อยากไปสมัครเป็นคนขับรถจัง  :P


(http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/03/subarugoogle.jpg)
เครดิต ipattt.com


(http://3.bp.blogspot.com/-TjTb0UCnMH0/Tl9Pph8z6TI/AAAAAAAAAsA/JOx3-ohb_dU/s1600/IMG_0677.JPG)
เครดิต googlethailand.blogspot.com


แต่อาจมีปัญหาล่าช้านิดโหน่ย.... เช่น โดนตำรวจเรียก  :-\
(http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/03/google-police-600x355.jpg)
เครดิต ipattt.com


อุบัติเหตุ  :oops:
(http://tukkaeit.com/upload/image/original-8-550x30900001.jpg)
เครดิต tukkaeit.com
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: prisna on 30 March 2013, 06:17:00 pm
เขาทำได้ขนาดเดินเข้าไปในบาร์ได้เลย แบบนี้เปิดหูเปิดตาดีแฮะ  :yahoo:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Karin Preeda on 30 March 2013, 06:25:12 pm
กล้องแปลกดีครับ เข้าใจว่าถ่ายแล้วนำมาประกอบทีหลัง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 30 March 2013, 07:08:57 pm
Quote from: Karin Preeda on 30  March  2013, 06:25:12 pm
กล้องแปลกดีครับ เข้าใจว่าถ่ายแล้วนำมาประกอบทีหลัง


เข้าใจว่าเป็นกล้องพานอรามาแบบ 360 องศาครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 15 April 2013, 09:32:27 pm
ใครจับผิดตรรกะที่บิดเบี้ยวของนายนัตต์ ได้ ผู้น้อยขอคารวะ


วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2556 เวลา 13:30:00 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 15 เม.ย.ว่า นายเดวิด นัตต์ อดีตมือปราบด้านยาเสพติดของอังกฤษ ซึ่งถูกปลดออกจากตำแหน่ง เพราะแสดงทัศนะตรงไปตรงมาว่า การขี่ม้าในอังกฤษเป็นเรื่องปลอดภัยเพราะม้าได้รับสารยาอี เปิดเผยว่า วิกฤตการเงินของอังกฤษที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากพฤติกรรมของเหล่านายธนาคารเป็นจำนวนมาก ที่ชอบ"เล่นยาอี"เพื่อสร้างความเชื่อมั่นใจอย่างคึกคะนอง และดำเนินธุรกิจอย่างเสี่ยง ๆ และพฤติกรรมนี้่ยังนำไปสู่การล้มละลายของธนาคารแบริ่ง เมื่อปี 1995

นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า โคเคนถือเป็นวัฒนธรรมแห่งการสร้างความตื่นเต้นอย่างสมบูรณ์แบบ โดยนักการเงินอังกฤษใช้โคเคน และทำให้เศรษฐกิจของประเทศนำไปสู่วิกฤตการเงินที่น่าตกใจ

ก่อนหน้านี้ นายเดวิด นัตต์ ได้ถูกปลดออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการปราบปรามยาเสพติดระดับสูงของรัฐบาลอังกฤษเมื่อปี 2009 หลังจากตีพิมพ์เอกสารระบุว่า การขับรถยนต์และการใช้ยาอีมีอันตรายไม่แตกต่างกันมากมาย และสังคมไม่ยอมตระหนักถึงข้อเท็จจริงเรื่องนี้ นอกจากนี้ เขายังถูกสั่งให้ขอโทษรัฐมนตรีมหาดไทย ซึ่งกล่าวหาเขาว่าพูดเรื่องภัยของการใช้ยาเสพติดอย่างไม่เป็นเรื่อง

ทว่า เจ้าตัวออกมายืนยันว่า แอลกฮอลล์ และบุหรี่ มีอันตรายเสียยิ่งกว่า การใช้ยาผิดกฎหมาย รวมทั้งสารแอลเอสดี ยาอี และกัญชา ก่อนที่เขาจะถูกไล่ออกเพราะโจมตีนโยบายของรัฐบาลอังกฤษในการจัดการกับปัญหายาเสพติด
จากมติชน
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: meng on 18 April 2013, 10:03:45 pm
งงกะแมร่ง(ไอเหลี่ยม)เจงๆ

วันก่อนบอกว่าพี่น้องส่งถึงฝั่งแล้ว จะขอขึ้นเขาเอง

เมื่อวานบอกยังว่ายน้ำลอยคออยู่ในทะเล รอพี่น้องมาช่วย

ไอตอแหล ไอสะตอ ไอ ...  ยมบาลช่วยพามันไปตัดลิ้นทีเถอะ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 18 April 2013, 10:51:05 pm
ที่น่า งง มากกว่า คือ  พวกที่ถูกถีบหัวเรือส่ง...
โดนเขาทิ้งไปแบบ ไม่มีค่าใดๆแล้ว
พอเขาเรียกใช้..  ก็วิ่งกลับไปให้เขาหลอกใช้อีก

คือไม่รู้จะหาจุดสิ้นสุดของความ...   ได้ตรงไหน...  เฮ้อ...

ตอนนี้ ดูแล้วน่าห่วงครับ   เพราะมันส่งสัญญานแล้ว ว่า เอาแน่   นิรโทษกรรมแน่
และก็เตรียมกองกำลัง ปราบปรามไว้แล้วด้วย
ซึ่งคงใช้แผนเดิม คือ  เปิด เกมไล่ตี ทันที   ไม่ยอมให้รวมตัวเด็ดขาด
โดยใช้ทั้ง เจ้าหน้าที่  และ  กองกำลังเถื่อน เข้าใช้ความรุนแรง  ปราบปรามชนิด ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

ตอนนี้  มีความเหมาะสมครับ  เพราะแรงต่อต้าน  อ่อนแรงไปเยอะมาก
และผมเอง ก็มองไม่ออกว่า ทางออกคืออะไร
กลัวเหลือเกินว่า จะมีความสูญเสียเยอะ

แต่ที่แย่ที่สุดคือ  ไม่ว่า จะสูญเสียมากขนาดไหน..  คนไทยก็ยังคงเลือกคนชั่ว เข้ามาโกงกิน ทำลายชาติต่อไป...
มองไม่ออกครับ  ว่าประเทศชาติจะรอดได้อย่างไร..  :(
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 18 April 2013, 10:53:36 pm
ผมไม่ค่อยห่วงครับ

อีกไม่นานท่านฮุนเซนก็จะมาปกครองเราอย่างเป็นทางการ
ตอนนั้นทุกฝ่ายก็เป็นทาสเขมรกันหมด



จบข่าว
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: meng on 18 April 2013, 10:58:12 pm
Quote from: poj on 18  April  2013, 10:51:05 pm
ที่น่า งง มากกว่า คือ  พวกที่ถูกถีบหัวเรือส่ง...
โดนเขาทิ้งไปแบบ ไม่มีค่าใดๆแล้ว
พอเขาเรียกใช้..  ก็วิ่งกลับไปให้เขาหลอกใช้อีก



พวกขี้ข้ามันหิวเงินครับ

แค่หว่านเศษกระดูกลงมา มันก็รีบรุมกันแทะแล้ว

เรื่องศักดิ์ศรีไม่ต้องไปพูดถึง มันกินไม่ได้
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 19 April 2013, 12:15:49 am
Quote from: meng on 18  April  2013, 10:03:45 pm
งงกะแมร่ง(ไอเหลี่ยม)เจงๆ

วันก่อนบอกว่าพี่น้องส่งถึงฝั่งแล้ว จะขอขึ้นเขาเอง

เมื่อวานบอกยังว่ายน้ำลอยคออยู่ในทะเล รอพี่น้องมาช่วย

ไอตอแหล ไอสะตอ ไอ ...  ยมบาลช่วยพามันไปตัดลิ้นทีเถอะ


มองในแง่ดีของใครไม่รู้นะ

มันทะเลาะกันเองหน่ะดีแล้ว ต้องแหน่ให้มันทะเลาะกันจริงๆซักที

Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 19 April 2013, 12:54:34 am
มันไม่ทะเลาะกันจริงๆหรอก ในเมื่ออุดมการณ์มันเป็นอันเดียวกัน ได้เงินก็กลับมาทำได้อีก ทำอะไรกับใครก็ได้ ขอให้ได้เงิน
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: meng on 20 April 2013, 04:23:36 pm
Quoteในขณะที่คนไทยทุกคนกำลังใจจดใจจ่อ อยู่กับคดีประสาทเขาพระวิหาร ทางฝั่งผู้ติดตามรัฐมนตรีที่เดินทางมาด้วย ก็ได้เอาเงินภาษีพี่น้องคนไทยไปผลาญด้วยการไปเที่ยวชมสวนดอกไม้ เคอเค็นโฮฟ ดังนั้นไม่ต้องสงสัยว่า รัฐมนตรีขนกันมาทำไมตั้งเยอะตั้งแยะ ไม่มีประโยชน์เลย เพราะถึงไม่มีพวกมัน ท่านทูตก็ทำงานได้ เพราะเค้าเตรียมการล่วงหน้ากันมานานแล้ว พวกมัน (เปรต) ก็แค่หยิบฉวยประโยชน์ เที่ยวฟรี แดรกฟรี โดยเงินภาษีของคนไทย เท่านั้น ที่รู้เรื่องนี้ เพราะมีคนไทยที่อยู่ที่นี่ ไปรับงานพาคณะผู้ติดตามรัฐมาตรีไปเที่ยวค่ะ แค้นใจ!"


เรื่องจริงหรือป่าวที่มีคนไทยที่นั้นเจอเรื่องบัดซบแบบนี้เกิดขึ้น
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 20 April 2013, 04:33:23 pm
ถ้าเดินแนวนี้
ไม่นานก็โดนรัฐประหารอีก
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: prisna on 20 April 2013, 04:42:17 pm
หลังจากท่านทูตวีระชัย สร้างคุณงามความดีให้กับให้บ้านเมือง
ก็มีบางคนรีบออกมาแถลงข่าวว่าที่ย้ายท่านทูตสมัยโน้นนั้น เป็นการย้ายตามวาระ... (ไม่มีอีโมที่เหมาะสมให้ใส่เลยครับ)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 20 April 2013, 05:07:46 pm
คนมีความสามารถ พวกก็ทุบซะ
ผมค่อนข้างเชื่อว่า ประเทศเราคงหนีการยึดอำนาจอีกครั้งไม่พ้น
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Karin Preeda on 20 April 2013, 05:11:58 pm
ผมชอบรูปนี้แฮะ  :)
(http://sphotos-b.xx.fbcdn.net/hphotos-prn1/s720x720/522068_486465181419904_1287035039_n.jpg)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 20 April 2013, 05:22:18 pm
การรัฐประหาร  แก้ปัญหาไม่ได้ครับ   พวกมันจะยิ่งเอาไป drama กันใหญ่
ผมเอง ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่า ทางออกของประเทศคืออะไร ?
เพราะประชาชนไร้คุณภาพเยอะมาก ในประเทศนี้
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 20 April 2013, 05:30:54 pm
อยากเด็ดของงาม

ต้องเด็ดหัวครับ

ตัดกิ่งตัดใบ มันก็งอก ต้องถอนราก หรือถอนไม่ได้ ต้องตัดถึงโคน แล้วเอายาพิษใส่ ก็ได้หลายสิบปีอยู่

ผมพูดถึงผลไม้นะครับ แต่..................ผลไม้มีพิษครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 20 April 2013, 06:19:29 pm
ผมคิดว่าครั้งต่อไปไม่โดนรัฐประหารแล้ว เพราะทุกคนเห็นแล้วว่ามันวนเวียนอยู่อย่างนี้ไม่รู้จบ ถ้าขั้วนี้ปกครองประเทศแบบเห็นแก่พรรคพวกฝ่ายเดียว อยู่ได้นานพอก็รวบเอาอำนาจทหารไว้ได้หมด ทั้งตำรวจทหารก็อยู่ในมือหมดแล้ว เหลือแต่ทหารสูงวัยทำอะไรไม่ได้

ครั้งต่อไปจะเป็นปฏิวัติโดยประชาชนที่ไม่ยอมเข้าพวกด้วยและโดนเอาเปรียบ น่าจะเป็นสงครามประชาชนมากกว่า
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 20 April 2013, 06:22:02 pm
คนจะตายกันเยอะครับ   พูดแล้ว เศร้า....   :(
ผมคิดว่า ไม่คุ้ม  เพราะจะตายไปเท่าไร    พวกประชาชนไร้คุณภาพ ก็จะยังคงเลือก พวกขี้โกง เข้ามาอยู่ดี
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 20 April 2013, 07:04:59 pm
Quote from: poj on 20  April  2013, 05:22:18 pm
การรัฐประหาร  แก้ปัญหาไม่ได้ครับ   พวกมันจะยิ่งเอาไป drama กันใหญ่
ผมเอง ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่า ทางออกของประเทศคืออะไร ?
เพราะประชาชนไร้คุณภาพเยอะมาก ในประเทศนี้


ประโยคแดงนี่ละครับ ใบอนุญาตให้ยึดอำนาจ

เราเสียกรุงสองครั้ง เพราะแตกแยกภายใน
เราแพ้สงครามค่าเงิน เพราะคนไทยทรยศ
ตอนนี้ความแตกแยกและการทรยศประเทศ พัฒนามาไกลพอแล้ว
ขาดก็เพียงเชื้อประทุ

สมัยอภิสิทธิ์เป็นรัฐบาล ทหารไม่มีข้ออ้าง
แต่รัฐบาลปูเชิญยิ้มนี่ เข้าองค์ประกอบทุกอย่าง
รอแต่เรื่องเขาพระวิหารสุกงอม ....ฝีก็แตก

-------------------------
จากเฟสของสมจิตต์ นักข่าวไม่กลัวพ่อไอ้ปื๊ด

สิ่งที่คนไทยต้องรู้
รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ปลด อัษฎา ชัยนาม ออกจาก ปธ.เจบีซี
ปลด ทูตวีรชัย พลาศรัย จากที่ปรึกษา เจบีซี หลังนายกฯเข้ารับตำแหน่งแค่เดือนเดียว

ในขณะที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ กำลังโหนกระแสเอาหน้ากับผลงานทีมกฎหมายไทยที่มีทูตวีรชัย พลาศรัย เป็นหัวหน้าทีม จากการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศอย่างเข้มแข็ง เพรียบพร้อมไปด้วยน้ำหนักของหลักฐาน ข้อเท็จจริง และความชาญฉลาดในการหักล้างข้อกล่าวหาของกัมพูชา และคนไทยก็กำลังปลาบปลื้มกับผลงานของทีมกฎหมายไทย แม้ว่าจะยังไม่มีคำตัดสินจากศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งคงจะต้องรออีกประมาณ 6 เดือนกว่าจะรู้ผล

แต่การต่อสู้อย่างเข้มแข็งของทีมกฎหมายไทยที่มีการเตรียมการกันมานานตั้งแต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการรักษาอธิปไตยของประเทศ เพราะยังมีกลไกอื่น ๆ ที่ต้องขับเคลื่อนอย่างเป็นเอกภาพไปพร้อม ๆ กันด้วย โดยเฉพาะในระดับนโยบายที่จะเป็นผู้กำหนดแนวทางให้ฝ่ายปฏิบัติไปดำเนินการ

กลไกสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องเขตแดนไทย-กัมพูชา คือ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ เจบีซี ซึ่งในรัฐบาลอภิสิทธิ์ แต่งตั้งให้ อัษฎา ชัยนาม อดีตอธิบดีกรมการระหว่างประเทศเป็นประธาน ถูกรัฐบาลยิ่งลักษณ์ปลดจากตำแหน่ง ตั้ง บัณฑิต โสตถิพลาฤทธิ์ อดีตเอกอัครราชทูตไทย ในหลายประเทศ ซึ่งมีปูมหลังเคยรับใช้ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณยุคระบอบทักษิณเรืองอำนาจมาดำรงตำแหน่งประธานเจบีซีแทน โดยมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงตำแหน่งนี้ในวันที่ 13 ก.ย.54 หลังจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีได้เพียงเดือนเศษเท่านั้น

ไม่เพียงเท่านั้นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ยังเปลี่ยนที่ปรึกษา เจบีซีจากนายวีรชัย พลาศัย เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ แล้วตั้งนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุง มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ มาทำหน้าที่แทน

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีความสำคัญยิ่ง เพราะเจบีซีคือกลไกในการเจรจาเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาตามกรอบของเอ็มโอยู 43 หากฝ่ายไทยไม่มีความเข้มแข็งปฏิบัติตามนโยบายฝ่ายการเมืองโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง สุดท้ายประเทศชาติก็ยังหนีความเสี่ยงในเรื่องอธิปไตยบริเวณรอบปราสาทพระวิหารไม่พ้น

รัฐบาลยิ่งลักษณ์ คือยอดที่งอกจากต้นไม้ ทักษิณ และแนวทางที่ ทักษิณ ยึดมาโดยตลอดเกี่ยวกับเขตแดนไทย-กัมพูชา คือการโอนอ่อนตามความต้องการของเขมรบนความสมประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งไม่ใช่ความสมประโยชน์ของสองชาติ แต่เป็นความสมประโยชน์ร่วมกันของผู้นำมากกว่า

อย่าลืมว่าการสนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียวมีจุดเริ่มต้นจากรัฐบาลทักษิณและมาปิดจ๊อบในรัฐบาลสมัคร โดยนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศในขณะนั้น ไปลงนามออกแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา สนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเพียงฝ่ายเดียวจนสำเร็จ ทั้ง ๆ ที่ในรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ ได้ดำเนินการคัดค้าน พร้อมกับเสนอให้มีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกร่วมกันระหว่างไทยกับกัมพูชา จนทำให้ในปี 2550 คณะกรรมการมรดกโลก ไม่กล้ามีมติขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกตามข้อเสนอของกัมพูชา จนต้องเลื่อนการประชุมออกไป

แต่เมื่อนพดลไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทยกัมพูชา สนับสนุนให้เขมรขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียว การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกในปี 2551 จึงมีมติรับรองให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกตามเป้าประสงค์ของกัมพูชา แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งให้แถลงการณ์ดังกล่าวเป็นโมฆะ แต่ก็ไม่สามารถยับยั้งมติของคณะกรรมการมรดกโลกได้

ที่สำคัญไปกว่านั้นคือทนายความกัมพูชาได้หยิบยกเอาการสนับสนุนกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของรัฐบาลทักษิณ และรัฐบาลสมัครไปใช้ประโยชน์ในการสู้คดีที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เพื่อโน้มน้าวให้ศาลเข้าใจว่าไทยเคยยอมรับว่าพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชาจึงไม่มีการคัดค้านการขึ้นทะเบียนดังกล่าวที่จะต้องมีการพัฒนาพื้นที่ในส่วนนี้เพื่อให้การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกได้อย่างสมบูรณ์

จนถึงวันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์บริหารประเทศมาแล้วเกือบสองปี ไม่เคยมีคนในรัฐบาลแม้แต่คนเดียวที่จะประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะสนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียวของกัมพูชา เพื่อต่อยอดจากรัฐบาลทักษิณ รัฐบาลสมัคร เดินหน้าพัฒนาพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร โดยไม่คำนึงถึงผลในทางพฤตินัยว่าจะกลายเป็นการยอมรับอธิปไตยของกัมพูชาเหนือพื้นที่ปราสาทพระวิหารไปโดยปริยายหรือไม่

ประเด็นที่สังคมไทยต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อจากนี้ไป จึงไม่ใช่เพียงแค่การรอคอยคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในอีก 6เดือนข้างหน้าเท่านั้น เพราะยังมีอีกหลายแนวรบที่ไทยต้องยืนยันสิทธิและอธิปไตยของประเทศที่จะไม่ให้กัมพูชาเข้ามาปล้นแผ่นดินไทย

เพราะแนวรบสำคัญคือ คณะกรรมาธิการ เจบีซี ที่ไทยเคยมี อัษฎา ชัยนาม และทูตวีรชัย เป็นขุนพลหลักในการปกป้องเขตแดนไทยได้ถูกปลดออกจากการเป็นแนวหน้าปกป้องชาติจากความกลับกลอกและเล่ห์เหลี่ยมของเขมรไปเสียแล้ว

หน้าที่ของทูตวีรชัยได้ทำอย่างสมบูรณ์ในการปกป้องอธิปไตยชาติและรักษาเกียรติภูมิของชาติไทยในเวทีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศจบแล้ว แต่หน้าที่ของคนไทยยังไม่จบเพราะยังต้องเกาะติดเพื่อไม่ให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไปฝักใฝ่ผลประโยชน์กัมพูชายิ่งกว่าผลประโยชน์ประเทศไทย เหมือนที่นพดล ปัทมะ ถูก ป.ป.ช.ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จากการไปออกแถลงการณ์ร่วมกับเขมรมาแล้ว
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 20 April 2013, 07:21:26 pm
แต่ถึงยึดอำนาจ  เรื่องก็ไม่จบครับ..
มันเป็นจุดอ่อน ให้พวกนั้น โจมตีไม่จบ..
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 20 April 2013, 07:39:29 pm
Quote from: poj on 20  April  2013, 07:21:26 pm
แต่ถึงยึดอำนาจ  เรื่องก็ไม่จบครับ..
มันเป็นจุดอ่อน ให้พวกนั้น โจมตีไม่จบ..


ถ้าผมเป็นทหาร คงนั่งวางแผนได้ละ ข้อมูลลึก ได้มาหมดแล้ว
2552-2553 ต้นทุนของทักษิณมีเท่าไหร่ บริวารมีเท่าไหร่ เส้นสายทางธุรกิจมีเท่าไหร่
ถูกเทออกมาหมด

อย่าลืมว่า ทหารคิดอย่างอื่นไม่เป็นนอกจากยึดอำนาจ
จะให้เขาเลิกคิดเรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ

แนวทางที่เขาจะเดิน ก็ประกาศมาแล้ว คือการแช่แข็งประเทศ
แต่คงเป็นการแช่แข็งนักการเมือง เพราะธุรกิจนั้นปรับตัวเข้ากับเผด็จการได้อยู่แล้ว
มวลชนเสื้อแดงเองก็ไร้พลังและการจัดตั้ง ขาดแกนนำ ขาดเงินก็กลายเป็นชาวบ้านจนๆ เหมือนเดิม

ถ้าทักษิณยังดันทุรังที่จะย่ำยีประเทศอย่างนี้ต่อไป ทหารออกมาแน่
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 20 April 2013, 07:45:19 pm
ไม่แน่ครับ   เขาอาจจะส่ง ชาวบ้านออกมาตาย ให้เยอะๆที่สุด
และหากถึงจุดหนึ่ง  คนตายเยอะๆ   ทหารก็อยู่ไม่ได้เหมือนกันนะครับ
ดังนั้น  จะต้องชั่งใจให้ดี  ว่า... จะมีคนออกมาต้านทหารจำนวนเท่าไร...

และถึงแม้ จะยึดอำนาจได้...    เขาก็เล่นเกม โจมตีเรื่องความไม่ชอบธรรมต่อ..

เรื่องไม่จบครับ  เรื่องไม่จบ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 21 April 2013, 12:39:01 am
ทหารมายึดอำนาจแล้วได้อะไรครับ.. หลายสิบปีที่ผ่านมา รัฐบาลทหารทุกคณะฯไม่เห็นจะให้อะไรกับประเทศชาติ นอกจากความสะใจชั่วคราวกับคนบางกลุ่ม..

ยึดเสร็จก็นิรโทษตัวเอง แก้รัฐธรรมนูญ โยกย้ายฝ่ายตรงข้าม ควบคุมงบประมาณ ซื้ออาวุธ ซื้อรถถัง ซื้อเครื่องบินกริฟเพน ซื้อGTสองร้อย เรือเหาะ กระสุนที่แพงกว่าหลังวัง ฯลฯ

มาที่ไร พังทุกที.. ให้พวกมันอยู่ในกรมอ่ะดีแล้วครับ บริหารก็ไม่เป็น ทำอะไรก็ไม่ได้ ดูล่าสุดเอาล่ะกัน โจรกลับใจกันเป็นแถว..
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 21 April 2013, 12:52:29 am
ทุกคนก็รู้ ทั้งโลกก็รู้ว่าเผด็จการทหารมันไม่ชอบธรรม
แต่นักการเมืองนั่นเองที่ทำให้มันมีลมหายใจ รอวันลุกขึ้นมา

GT200 กินกันเท่าไหร่จึงจะเท่ากินกันที่หนองงูเห่า
หนองงูเห่าเป็นการกินแค่ใหนกัน ถ้าเทียบกับปตท.

เผด็จการทหารเลว แต่มหาวิทยาลัยหลักที่ค้ำจุนประเทศมาจากเผด็จการตั้ง
มหาวิทยาลัยกเฬวระ ที่ผลาญเงินทองของชาติทิ้งเปล่าๆ มาจากนักการเมืองตั้ง
แผนแม่บททางเศรษฐกิจของเราทำโดยทหาร
ส่วนแผนโคตรพ่อโคตรแม่ของการโกง มาจากนักการเมือง

ประเทศเราล้มละลายจากค่าเงิน ฝีมือทหาร ฝีมือเผด็จการหรือ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 21 April 2013, 12:55:21 am
นี่ก็กระบวนการอ้อนตีนทหาร ทำมากๆ ยิ่งดีครับ
เร่งวิกฤติ

(http://www.tnews.co.th/html/picture/tnews_1366435941_3510.jpg)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 21 April 2013, 01:13:10 am
ประเทศไทยเราเคยล้มละลายด้วยหรือครับ.. เห็นพูดกันจัง

ตอนนี้บ้านเมืองมันแย่มากถึงกับต้องเร่งให้ทหารปฎิวัติเลยหรือครับ ผมเห็น GDP ก็วิ่งดีขึ้น ยอดส่งออกนำเข้า ค่าแรง เศรษฐกิจก็ดีขึ้น มองไปทางไหนก็ดีกว่าที่ม๊อบเกลื่อนถนน ผมว่าบ้านเมืองก็สงบสุขดีแล้วนะครับ..  หรือชอบแบบเกาหลีเหนือครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 21 April 2013, 01:48:11 am
ในความเห็นผม  ใช่ครับ  บ้านเมืองอยู่ในวิกฤต ครับ  สาเหตุหลักๆคือ
1.  การโกงกิน  ที่กำลังจะทำถึงขั้น  ล้างโทษให้  แล้วกลับมาโกงต่อ
2.  การกู้เงินจำนวนมาก และ จะทำให้ประเทศมีปัญหาได้ในอนาคตอันใกล้ เพราะใช้เงินเกินตัว
3.  ระบบการเมืองที่ล้มเหลว แบบเบ็ดเสร็จ   เป็นระบบการเมืองที่มีนายทุน คนเดียว คุมทุกอย่างไว้ในมือ
4.  ประชาชน ที่ติดกับนโยบาย ประชานิยม

ตอนนี้ ปัญหายังไม่แสดงอาการครับ  แต่หากเราคิด วิเคราะห์  จากกระทำในปัจจุบัน   อนาคตของเรา มีปัญหาแน่นอนครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 21 April 2013, 01:52:00 am
Quote from: Jibjoy on 21  April  2013, 01:13:10 am
ประเทศไทยเราเคยล้มละลายด้วยหรือครับ.. เห็นพูดกันจัง

ตอนนี้บ้านเมืองมันแย่มากถึงกับต้องเร่งให้ทหารปฎิวัติเลยหรือครับ ผมเห็น GDP ก็วิ่งดีขึ้น ยอดส่งออกนำเข้า ค่าแรง เศรษฐกิจก็ดีขึ้น มองไปทางไหนก็ดีกว่าที่ม๊อบเกลื่อนถนน ผมว่าบ้านเมืองก็สงบสุขดีแล้วนะครับ..  หรือชอบแบบเกาหลีเหนือครับ


เราคงอยู่กันคนละประเทศมั้ง

ประเทศที่ผมอยู่ ในปี 2540 มีไอ้เชี่ยกลุ่มนึง เล่นค่าเงินบาทจนประเทศผมไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนข้าราชการ
มีเงินติดกระเป๋าพอใช้จ่ายได้ 2 อาทิตย์ แต่ไม่มีเงินใช้หนี้ที่กำลังจะถึงกำหนดส่งมอบ

ไอ้นายกกับรองนายกระยำพวกนั้น ก็เลยต้องไปเลียตีนฝรั่ง ขอกู้เงินก้อนนึงมาค้ำหนี้ระยะสั้น
แล้วก็สัญญากับฝรั่งว่าจะเอาโน่นเอานี่ให้มัน

เพื่อนผมทั้งระบบ ตกงาน
บ้านผมทั้งบ้าน ตกงาน
ใครมีทรัพย์สินในบ้าน ก็ขนไปขาย
ของซื้อมา 100 ขายได้ 20 บาทก็ถือว่าเก่ง

แต่ไอ้เหี้ยคนที่ทำประเทศผมย่อยยับ แม่งไม่เดือดร้อน
รวยเอารวยเอา

ส่วนเรื่องทหารจะยึดอำนาจ ผมคงเร่งไม่ได้
คนเร่งคืออีโง่ที่กำลังบริหารประเทศ
ไม่ยึดก็ดี ผมไม่เดือดร้อน ยึดก็ดีผมไม่เดือดร้อน
แค่ไปกุมไข่ให้ทหารตบเหมือนตบหมา
เดี๋ยวก็ได้ดาวเทียมมาสบายๆ...รวยพุงปลิ้น   ฮ่าๆๆๆๆๆ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 21 April 2013, 01:55:47 am
Quote from: poj on 21  April  2013, 01:48:11 am
ในความเห็นผม  ใช่ครับ  บ้านเมืองอยู่ในวิกฤต ครับ  สาเหตุหลักๆคือ
1.  การโกงกิน  ที่กำลังจะทำถึงขั้น  ล้างโทษให้  แล้วกลับมาโกงต่อ
2.  การกู้เงินจำนวนมาก และ จะทำให้ประเทศมีปัญหาได้ในอนาคตอันใกล้ เพราะใช้เงินเกินตัว
3.  ระบบการเมืองที่ล้มเหลว แบบเบ็ดเสร็จ   เป็นระบบการเมืองที่มีนายทุน คนเดียว คุมทุกอย่างไว้ในมือ
4.  ประชาชน ที่ติดกับนโยบาย ประชานิยม

ตอนนี้ ปัญหายังไม่แสดงอาการครับ  แต่หากเราคิด วิเคราะห์  จากกระทำในปัจจุบัน   อนาคตของเรา มีปัญหาแน่นอนครับ


ที่จริงเรื่องพวกนี้ไม่น่าห่วงหรอกครับ
พวกเราเป็นคนชั้นกลาง บ้านเมืองเป็นอย่างไรก็เอาตัวรอดได้

เราไม่ได้โง่ขนาดให้คนเขาหลอกไปโดนยิงทิ้ง กาบัตรอนุญาตให้เขาเข้ามาโกง
พอเขาเป็นรัฐบาล ก็จนเหมือนเดิม เดือดร้อนเหมือนเดิม โง่เหมือนเดิม

พวกเรามีฐานะพอจะเล่นเครื่องเสียงราคาแพง มีเงินดูคอนเสิร์ต
มีหน้าที่การงานที่จะไปใหนก็ได้ในโลก

จะยึดอำนาจ จะโกงกินบ้านเมือง เราไม่เดือดร้อนอยู่แล้ว
อิอิ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 21 April 2013, 02:00:11 am
ขนาดคนชั้นกลางยังไม่เดือดร้อน คนชั้นสูงยิ่งไม่เดือดร้อน
แม้แต่นายกยังต้องไปกุมหอยให้อำมาตย์ดู
เราก็เลยสบายๆ

ที่จริงถ้าเราอยากจริงๆ
ทำอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็เป็นอำมาตย์น้อยได้อยู่แล้ว
จะมาสนใจทำไมกับคนส่วนใหญ่เป็นขี้ข้า

ท่านประธานรักประเทศผิดข้อเท็จจริงไปหรือเปล่า

กร๊ากๆๆๆๆๆ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 21 April 2013, 02:10:31 am
ผมเดือดร้อนครับ  ในภาวะแบบนั้น ทุกคนเดือดร้อนหมด
อาชญากรรมจะเกิดขึ้นสูง   และ ไม่มีใครสนใจใคร  ต่างคนต่างดูแลตัวเอง
ใครโกงก่อนรอด  ใครฆ่าก่อนรอด...

คนที่ไม่เดือดร้อนเลย คือ พวกที่โกงประเทศ  เอาเงินไปไว้เมืองนอกหมด  พวกนี้สบายครับ
รอเวลา  เอาเงินที่โกงไป กลับมาซื้อ ทราก ปรัก  หักพัง ของประเทศ  เป็นของตัวเอง  แล้วขูดรีดประชาชนไทยต่อไป
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 21 April 2013, 02:17:03 am
จำได้ว่าวิกฤตปี40 มันเริ่มมาจากฟองสบู่ก่อตัวในยุคน้าชาติ มาถึง รสช. และการเร่งเปิดวิเทศธนกิจในปี36ยุคนายกชวน1 ที่เปิดเพื่อเอาใจจอรจ์โซรอสในขณะนั้น การปล่อยกู้ของภาคเอกชน และระดมเงินจากแมงเม่าโลภมากด้วยดอกเบี้ยเงินฝากมหาศาล รถ 8สูบ 12สูบ วิ่งกันเกลื่อนเมือง.. จากนั้นนำมาถึงการล่มสลายของแบงค์ BBC และการล้มบนฟูกของบรรดาเถ้าแก่ไฟแนนซ์ เงินกู้มหาศาลจากตะวันตก ดอกเบี้ยที่พุ่งกระฉูดไม่ลืมหูตา โชคดีที่น้าเตี้ยยุบสภาเพราะเตี่ยเป็นคนจีนโดยโดนสส.สัญชาติอังกฤษถล่มเละคาสภา ต่อมาก็ถึงคราวซวยของขงเบ้งผ้าขาวม้า.. หลังจากไปกู้เงิน IMF มาได้สามเดือน เราก็ได้รู้จักหน้าเหลี่ยมเป็นครั้งแรก...

น่าจะอยู่กันคนละประเทศจริงๆ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 21 April 2013, 02:43:37 am
กรรม 'ทักษิณ' เป็นเครื่องชี้เจตนา

เปลว สีเงิน 9 April 2556

"ถ้าผมอยู่ไม่เป็นสุข ใครก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่เป็นสุข" นี่คือคำทักษิณพยาบาทหลังถูกรัฐประหาร และต้องร่อนเร่อยู่นอกประเทศ ในวันร้อนต้นเมษา ผมนุ่งผ้าขะม้า นอนเก้าอี้ผ้าใบ เอาเท้าแช่ในกะละมังน้ำหลังบ้าน เปิดพัดลมเป่าไกลๆ สวมแว่นดำแหงนมองฟ้าครามใส จินตนาการบรรเจิดได้บรรยากาศแบหราอยู่ ณ ชายหาด

แต่ที่เคล้ามากับลมทะเลพลิ้วๆ จนผมสยิวหนาวก็คือ "คำทักษิณพยาบาท" จึงลองเอาคำนั้นตั้งเป็นโจทย์ แล้วเอา "พฤติกรรมบริหาร" ของรัฐบาลเพื่อไทย ภายใต้หลักการ "ทักษิณคิด-ยิ่งลักษณ์ทำ" มาเป็นคำตอบโจทย์ จากที่ไม่เคยเชื่อ ถึงตอนนี้

ผมเชื่อแล้ว!

เชื่อสนิทว่า "ทักษิณขลัง-ศักดิ์สิทธิ์" พยาบาทไว้อย่างไร ด้วยแรงพยาบาทนั้น ระบอบทักษิณก็ทำให้ประเทศไทย-คนไทย "อยู่ไม่เป็นสุข" เหมือนทักษิณเองที่ทุกข์ตลอด

ตั้งแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์บริหารประเทศ ถึงวันนี้แค่ปีกว่า แต่ปรากฏว่า ทั้ง "เศรษฐกิจ-สังคม-การเมือง" อันเป็นโครงสร้างหลักประเทศ ด้วยการขับเคลื่อนทางการบริหาร "ทักษิณคิด-ยิ่งลักษณ์ทำ"

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ...โครงสร้างประเทศ "ถูกบ่อนทำลาย" ถ้ามองจากภายนอกเข้ามาภายใน "หอเอนรังสิต" หลังห้างเซียร์ มีสภาพอย่างไร ประเทศไทยวันนี้ ก็มีสภาพไม่ต่างกันนัก!

ด้านสังคม ประชากรไทย ๖๔ ล้านคน อยู่ในระดับยังไม่มั่นคงกว่า ๔๐ ล้านคน นั่นคือ ๔๐ กว่าล้านคนนั้นเป็น "เสียงส่วนใหญ่" ของประเทศ

ทักษิณเป็นพ่อค้า ใช้กลยุทธ์ "ลด-แลก-แจก-แถม" กระตุ้นยอดสินค้าช่ำชอง เมื่อมาเป็นรัฐบาล จึงใช้การตลาดนั้นประยุกต์เป็นนโยบาย "ประชานิยม" เป้าหมายทั้งยึด-ทั้งขยาย "เสียงส่วนใหญ่" ของประเทศเป็นฐานเพื่อไทย

ด้วยหลักสิทธิ ๑ คน ๑ เสียงเท่ากัน จับตลาด ๔๐ กว่าล้านนี้ได้ ฐานกลาง-ยอดบน ๒๐ กว่าล้าน มีความหมายอะไร เพราะวิสัยคนรวย คนมีกิน-มีใช้ และคนอยู่สบายแล้ว

เห็นแก่ตัว ไม่กล้าเสี่ยง กระทั่งเสียง ก็ยังไม่กล้าออก!?

ดังนั้น วันนี้จะเห็นว่า ทักษิณทุ่มประชานิยม ขนเอาเงินรัฐ-อำนาจรัฐ-ตำแหน่งรัฐ "แปลงเป็นทุน" แจกจ่ายกลุ่มคนกว่า ๔๐ ล้านทั้งในระบบรัฐ-ระบบราษฎร์ ยึดเป็น "ฐานลูกค้า" ระบอบทักษิณ

ซึ่งได้ผลทันตา ในเจตนาทักษิณ เมื่อยึดกลุ่มคน ๔๐ กว่าล้าน ก็ไม่หยุดความพอใจอยู่แค่ "อำนาจบริหาร" อันมีตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นที่สูงสุด

แต่ทักษิณมุ่งมั่นสูงกว่านั้น ด้วยแรงพยาบาทขับเคลื่อน ที่ว่า "เราไม่เป็นสุข ใครก็อย่าหมายเป็นสุข" ดังนั้น...ณ สภาพประเทศวันนี้ เราจึงเห็น.....

-ด้านสังคม "ทักษิณ" เปลี่ยนแผ่นดิสก์สมอง "คนที่เสพติดประชานิยม" รื้อข้อมูลความจำ "การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" ออกไป

ป้อนโปรแกรมข้อมูลใหม่เข้าไปแทน มีตัวไพร่-ตัวอำมาตย์ เป็นพรีเซนเตอร์ แยกชาวบ้านเป็นกลุ่มย่อยบริหารและปกครอง สถาปนาอำนาจระดับ "แกนนำชุมชน" ตั้งโรงเรียน-ตั้งหมู่บ้านเป็นฉากบนดิน แล้วล้างสมองทางใต้ดิน

ทั้งหลาย-ทั้งปวง ทักษิณไม่ต้องควัก "ใช้เงินหลวง-สมบัติหลวง" โดยรัฐบาลจัดสรรผ่านงบประมาณรัฐ ผ่านนโยบายประชานิยม ผ่านโครงการท้องถิ่น ดำเนินการไปสู่เป้าหมาย "การปกครองประชาธิปไตยแดงทั้งแผ่นดิน อันมีระบอบทักษิณเป็นประมุข"!

ทาง "นอกประเทศ" มีการจ้างล็อบบี้ยิสต์ จ้างสื่อ-ซื้อสื่อ จ้างทนาย จ้างทำพีอาร์ เป้าหมาย "ทั้งใต้ดิน-บนดิน" ดิสเครดิตประเทศไทย แพร่ข่าวบิดเบือน-ป้ายสี-ใส่ร้ายสถาบัน และบางบุคคลในสถาบัน พร้อมทั้งโปรประกันดาตัวทักษิณ "ผู้มีอำนาจเหนือประเทศไทย" ตัวจริง-เสียงจริง!

ประเทศไหน ใครต้องการอะไร หรือจะทำธุรกิจลงทุนในประเทศไทย ผมนี่แหละ..."ผู้จัดการประเทศไทย" พูดได้-สั่งได้-ตกลงได้ กระทั่งต่อรองก็ได้ เรื่อง...เปอร์เซ็นต์!!

-ด้านเศรษฐกิจ เมื่อระบอบทักษิณกัดเซาะให้สังคมประเทศอ่อนแอ จนถึงขณะนี้ ศักดิ์ศรีชาติ "เสียดุลทางความน่าเชื่อถือ" ลงไปเรื่อยๆ และด้วยแรงพยาบาท จะเห็นว่า นโยบายรับจำนำข้าวทุกเมล็ด เกวียนละ ๑๕,๐๐๐ ก็ดี นโยบายรถคันแรกก็ดี นโยบายเยียวยาโจรคนละ ๗.๕ ล้านก็ดี

จนถึงนโยบาย "กู้ ๒ ล้านล้าน" กับโครงการที่มีแต่จินตนาการเป็น "ปลาเค็มแขวนขื่อ" ให้คนพิการปัญญาบ้าใบ้ตาม ส่วนคนพอมีปัญญา แค่คิดก็รู้ว่า กำหนด ๗ ปี กับถนน-รถไฟฟ้า-ท่าเรือ-รถไฟ ต่างๆ นานา เหนือจรดใต้

ถึงอยากได้ แต่มัน "เกิดขึ้นจริงไม่ได้"!

ที่เกิดขึ้นแน่ๆ คือ หายนะจากหนี้สินประชานิยม จากโครงการผลาญชาติ แค่เป็นรัฐบาลปีกว่า สร้างหนี้สะสมให้คนไทยต้องแบกรับไม่รู้กี่สิบ-กี่ร้อยล้านล้านบาท

อย่าว่าแต่ ๕๐ ปีเลย ต่อให้ ๑๐๐ ปี ก็ไม่แน่ว่าจะใช้หนี้ที่ "รัฐบาลทักษิณคิด-ยิ่งลักษณ์ทำ" ก่อไว้ให้รายเดือน-รายปีหมดหรือไม่ เพราะมันเป็นหนี้ที่ก่อแบบจงใจ หวังทำลายด้วยแรงอาฆาตโดยตรง!?

ทักษิณเคยเปรียบคนไทยให้นายเสนาะฟังตอนตั้งพรรคว่า "ตาบอดไม่กลัวเสือ" หมายถึงว่า คนไทยโง่เง่า หลอกอะไร มันก็เชื่อตาม-หลงตาม ความที่โง่-หลอกง่าย ก็หมายถึง "คนตาบอดไม่กลัวเสือ" เพราะมองไม่เห็นเสือนั่นแหละ

การพิฆาตหวังให้ชาติล่มจมผ่านประชานิยม ผ่านโครงการที่ "คนไม่รู้" ฟังแล้วเคลิ้มตาม อย่างกรณี จะสร้างรถไฟความเร็วสูงเอง ๔-๕ สาย เป็นต้น นั่นคือ โครงการสำหรับ "คนตาบอดไม่กลัวเสือ" ตามแนวคิดทักษิณ

กว่าจะรู้ว่าตกอยู่ในปากเสือแล้ว ทักษิณและสมุนถลกตูดไปเสวยสุขอยู่ไหน หรือตายโหง-ตายห่าไปก่อนแล้ว ถึงตอนนั้น จะไปร้องหาเอาจากใครที่ไหน กับหายนะถึงขั้นประเทศล้มละลาย ดังหลายๆ ชาติในยุโรปตอนนี้?

นี่...หักหลังจีนเรื่องความร่วมมือสร้าง "รถไฟความเร็วสูง" เขาไปหยกๆ ยังมีหน้าไปขอเขาเยือนกรุงปักกิ่งอีก ฟังเข้าใจความหมายลึกๆ ในคำที่ดูเผินๆ ที่นายกฯ จีนคนใหม่ "นายหลี่เค่อ เฉียง" เขาตอบกลับตามสายโทรศัพท์วันก่อนมั้ย?

มิตรภาพ "ไทย-จีน สู่ประตูอาเซียน" น่ะ พี่ชายเอาประเทศไทยไปจิ้มก้องอเมริกันแลกวีซ่า แลกพันธมิตรทางธุรกิจสัมปทานยังไม่พอ ยังทรยศมิตรด้วยการไปหว่านล้อม พม่า-เขมร-ลาว-ญวน ให้เห็นมิตรแดนไกลสำคัญกว่าสหายแดนใกล้

ไป "โปรอเมริกัน-หันหลังให้โปรจีน"!

นี่คล้าย "ตัดเส้นเลือดใหญ่" กันโดยตรง ถ้าจีนหมดความอดทน ถอยออกไปจากภูมิภาคนี้ นึกหรือว่าอเมริกันจะคบไทยเป็นมิตรเสมอบ่า แค่คราวต้มยำกุ้ง บากหน้าให้ช่วย คองเกรสนอกจากถุยน้ำลายใส่หน้าแล้ว ยังให้ IMF เครือข่าย CFR "ขบวนการรัฐบาลโลก" บังคับไทยออกกฎหมาย "ยกประเทศ" ให้มัน

รถไฟความเร็วสูง ถ้าทำเอง เท่ากับเอาเงินคนทั้งประเทศไปทำให้คนมีเงินไม่กี่แสนคนใช้ ลงท้ายก็เจ๊ง ทุกวันนี้ รถไฟที่มีอยู่ตกรางแทบรายวัน นายชัชชาติไม่เคยสนใจ ที่วิ่งผ่านใจกลางกทม.วันละกว่าร้อยเที่ยว แทนที่จะคิดดัดแปลงการ "เสียเวลากั้น" ให้เกิดประโยชน์ทางการโดยสาร

ชัชชาติก็ไม่สน เดี๋ยวอด ๒ ล้านล้าน!?

-ด้านการเมือง เมื่อดูด้านนี้ จำต้องบอกว่า ที่น่าเป็นห่วงนั้น ต้องเติมคำว่า "อย่างยิ่ง" ลงไปด้วย จากภายนอกประเทศ ทักษิณเดินสายจนเพื่อนบ้านรอบๆ ประเทศ ทั้งพม่า-ทั้งเขมร ต่างยึดหลักการอเมริกัน

"อำนาจอยู่ที่ใคร ก็คบคนนั้น"!

คนอย่างฮุน เซน ที่เคยมีเสื้อซาฟารีขี้เกลือเต็มหลังตัวเดียวมาพึ่งพาไทย วันนี้ ยังทำคล้ายตบหัวประเทศไทยเล่นได้ เพราะอะไร...ไม่เพราะระบอบทักษิณ "ขายชาติ" หรือ

แล้วจาก ๒๘ กุมภา ที่ "ทักษิณ" สั่งให้ยิ่งลักษณ์กับนายพลโทภราดรไปเป็นลูกบอลในตีนกลุ่มโจรที่มาเลย์ยกระดับ "ใครก็ยังไม่ชัดเจน" ให้มีฐานะเทียบเท่าประเทศ "ขึ้นโต๊ะเจรจา" และจากวันนั้น เดือนกว่าๆ ผลการเจรจาสันติภาพ ปรากฏว่า........

๓ จังหวัดใต้ เกิดภาพ "สูญสิ้นศักยภาพทั้งการป้องกันตัวเองและชาวบ้าน" โจรซึ่งไม่รู้ว่าใคร-ฝ่ายไหน อยากฆ่า-ฆ่า, อยากระเบิด-ระเบิด, อยากเผา-เผา, ระดับ "รองผู้ว่าฯ" เสียชีวิตชนิด "ยิ่งลักษณ์-ภราดร" ไร้คำอธิบาย เสียศักดิ์-เสียศรีอย่างนี้ หมายความว่าอย่างไร?

หมายความว่า ที่ทักษิณสั่งน้องสาวเอาฐานะประเทศไปเจรจากับโจรในลักษณะ โพนทะนาให้คนทั้งโลกได้เห็นว่า...หมดท่า ตกอยู่ใต้เงื่อนไข ต้องซมซานไปเจรจา เจรจากับใคร...ใช่ตัวการจริงหรือไม่ หรือเป็นแค่คนขายโรตี ก็ไม่มีใครยืนยันได้

เจรจาน่ะ..เป็นเรื่องดี แต่กับความที่ยังไม่ชัดเจน ใช่หรือไม่ใช่ ทำไมต้องทำคล้ายไปแก้ผ้ากลางแดดให้คนอื่นแอบดูพลาง หัวเราะเยาะพลาง จนขณะนี้ เกิดภาพบิดเบี้ยวเป็นว่าไทย "จนแต้ม" โดยยืนยันได้จากเหตุการณ์ โจรรบชิงพื้นที่ได้มากกว่า ในสถานการณ์เจรจาต่อรอง!

นั่น การเมืองนอกประเทศ ส่วนในประเทศ การจงใจเหมือนต้องการให้เกิด "สถานการณ์จลาจล" ผ่านการสั่ง ลุยแก้รัฐธรรมนูญก็ดี ลุยผ่าน พ.ร.บ.กู้เงินโกงก็ดี เตรียมออก พ.ร.บ.ล้างโทษทักษิณต่อเนื่องกันไปก็ดี ส่งน้องสาวอีกคนสำรองนายกฯ ก็ดี

เหล่านี้ ล้วนเป็นเจตนา ป่วนชาติ-กัดเซาะประเทศให้ล้มละลาย ทั้งทางเกียรติยศและทางกายภาพ ตามทักษิณพยาบาทที่ว่า..."ถ้าผมอยู่ไม่เป็นสุข ใครก็อย่าหวังจะได้อยู่เป็นสุข".
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 21 April 2013, 02:46:22 am
Quote from: Jibjoy on 21  April  2013, 02:17:03 am
จำได้ว่าวิกฤตปี40 มันเริ่มมาจากฟองสบู่ก่อตัวในยุคน้าชาติ มาถึง รสช. และการเร่งเปิดวิเทศธนกิจในปี36ยุคนายกชวน1 ที่เปิดเพื่อเอาใจจอรจ์โซรอสในขณะนั้น การปล่อยกู้ของภาคเอกชน และระดมเงินจากแมงเม่าโลภมากด้วยดอกเบี้ยเงินฝากมหาศาล รถ 8สูบ 12สูบ วิ่งกันเกลื่อนเมือง.. จากนั้นนำมาถึงการล่มสลายของแบงค์ BBC และการล้มบนฟูกของบรรดาเถ้าแก่ไฟแนนซ์ เงินกู้มหาศาลจากตะวันตก ดอกเบี้ยที่พุ่งกระฉูดไม่ลืมหูตา โชคดีที่น้าเตี้ยยุบสภาเพราะเตี่ยเป็นคนจีนโดยโดนสส.สัญชาติอังกฤษถล่มเละคาสภา ต่อมาก็ถึงคราวซวยของขงเบ้งผ้าขาวม้า.. หลังจากไปกู้เงิน IMF มาได้สามเดือน เราก็ได้รู้จักหน้าเหลี่ยมเป็นครั้งแรก...

น่าจะอยู่กันคนละประเทศจริงๆ


คนละประเทศจริงๆ ด้วย
เร่งเปิดวิเทศธนกิจในปี36ยุคนายกชวน1 ที่เปิดเพื่อเอาใจจอรจ์โซรอสในขณะนั้น
ความรู้ใหม่จริงๆ โซรอสมีส่วนกับการเปิด BIBF.....ฮา

รถ 8สูบ 12สูบ วิ่งกันเกลื่อนเมือง
อันนี้ไม่เคยเห็นแฮะ ยิ่งรถ 12 สูบนี่ วิ่งถนนสายใหนในเมืองละ......ฮา

จากนั้นนำมาถึงการล่มสลายของแบงค์ BBC
แบ้งค์นี้ล้มใต้ฝีมือเตี้ยสุพรรณกับกลุ่ม 16

ดอกเบี้ยที่พุ่งกระฉูดไม่ลืมหูตา โชคดีที่น้าเตี้ยยุบสภาเพราะเตี่ยเป็นคนจีนโดยโดนสส.สัญชาติอังกฤษถล่มเละคาสภา
ที่ประเทศผม ดอกเบี้ยพุ่งกระฉูดหลังน้าเตี้ยยุบสภา
แล้วคนที่ถล่มน้าเตี้ยก็เป็นสส. นคร เรียนไม่จบรามด้วยซ้ำ
ส่วนน้าเตี้ยของผม ต้องยุบสภาเพราะลูกน้องแปรพักตร์ไปอยู่กับน้าจิ๋วขี้ลืม
ไม่ได้ยุบเพราะเรื่องเศรษฐกิจ

หลังจากไปกู้เงิน IMF มาได้สามเดือน เราก็ได้รู้จักหน้าเหลี่ยมเป็นครั้งแรก
จำได้ว่า หน้าเหลี่ยมมาเป็นรองนายกก่อนกู้เงินนะ....ฮา
แก้ไขครับ เป็นรองนายกหลังกู้เงิน


สรุปแว่ คนละประเทศ ชัวร์
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 21 April 2013, 03:40:35 am
ดีใจที่มีคนเห็นต่าง มาออกความคิดเห็น ผมตั้งกระทู้แบบนี้ก็เพื่อจะได้เข้าใจความคิดต่างขั้วนี่ละครับ

อยากรู้จริงๆว่าอาเพทในบ้านเมืองเราเกิดจากอะไร

ความจริงคือความจริง ย่อมมีอยู่หนึ่งเดียว แต่ทำไมคนอีกครึ่งประเทศเห็นว่าเท็จ
ความเท็จมีอยู่มากมาย ทำไมมีคนตั้งครึ่งประเทศ มองเห็นเป็นความจริง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 21 April 2013, 03:47:38 am
ผมคงจำผิดไปจริงๆที่นึกผู้ว่าการ ธปท.สมัยนั้นคงจำทฤษฎีการทำวิเทศธนกิจจาก  The New Paradigm for Financial Markets ของจอรจ์

ช่วงนั้นผมยังเด็กยังตื่นตากับรถเบนซ์ S500 600SL Rangerover4.6 ที่วิ่งกันเกลื่อนเมืองแบบที่ก่อนฟองสบู่เจอฮอนด้าคันละ1ล้านบาท เลยจำได้ครับ

แบงค์ BBC ผมนึกว่ามันเกิดจากการทุจริตจาก เกริกเกียรติและราเกซ ซะอีก.. ส่วนนักการเมืองกลุ่ม16ก็เป็นแค่สมมติฐาน.. อันนี้คงต้องไปถามราเกซหรือขุดเกริกเกียรติมาถาม

ผมคงจำผิดว่า นายบรรหารพ้นจากตำแหน่งด้วยการยุบสภา เนื่องจากถูกพรรคฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องสัญชาติเกิดของบิดา

ผมคงจำผิดว่ารัฐบาลไทยกู้เงิน IMF วันที่ 22กค.40 แล้วหน้าเหลื่ยมเข้ามารับตำแหน่งรองนายก 15 สค. 2540 - 8 พย.2540 ซะอีก

ถือว่าแลกเปลี่ยนเรื่องราวระหว่างประเทศกันนะครับ...

อ้อ..เพิ่มเติมหน่อย เงินฝากไฟแนนซ์ที่ดอกดีจริงๆตั้งแต่ยุคน้าชาติมั๊งครับ ยุคทหารสลับนอมินีสมัยนั้น ดอกดีจริงๆ.. 7-8ปีที่ยุคแบรนด์เนมครองเมือง..
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 21 April 2013, 04:34:45 am
Quote from: sw on 21  April  2013, 03:40:35 am
ดีใจที่มีคนเห็นต่าง มาออกความคิดเห็น ผมตั้งกระทู้แบบนี้ก็เพื่อจะได้เข้าใจความคิดต่างขั้วนี่ละครับ

อยากรู้จริงๆว่าอาเพทในบ้านเมืองเราเกิดจากอะไร

ความจริงคือความจริง ย่อมมีอยู่หนึ่งเดียว แต่ทำไมคนอีกครึ่งประเทศเห็นว่าเท็จ
ความเท็จมีอยู่มากมาย ทำไมมีคนตั้งครึ่งประเทศ มองเห็นเป็นความจริง



ผมก็อยากคุย มันคันยิกๆ
ก็มนุษย์ปุถุชนอย่างเรา ถ้ายังไม่ถึงระดับหลุดพ้น ย่อมมีความเป็น"นักการเมือง"กันทุกคนล่ะครับ
คำว่า"นักการเมือง"ในที่นี้ผมหมายถึง
1.ความสนใจใคร่รู้ในเรื่อง"การเมือง"อ่ะครับ
2.ความไม่ซื่อสัตย์ต่อตนเองอันหมายถึงเราได้รับผลประโยชน์อะไรบ้างไหมในสิ่งที่เราเชื่อ? เราเชื่ออย่างนั้นจริงๆ หรือเพราะเราได้อะไรบางอย่างจากมัน?
หรือในทางตรงกันข้ามเราเกลียดอะไรสักอย่างเพราะมันดูเหมือนจะคุกคามความมั่นคงของเรารึเปล่า?
3.การชักจูงมนุษย์คนอื่นๆ..จะด้วยวิธีใดก็แล้วแต่...จะกี่คนก็แล้วแต่...จะสำเร็จหรือไม่ก็แล้วแต่...ให้คล้อยตามความเชื่อของเราในข้อ 2

......นั่นหมายความว่าเราๆท่านๆชอบฟังนิทาน,ดูละคร ที่ถูกใจเราหรือครับ?

แน่นอน...ผมก็ด้วย  แต่เอ๊อะ....หรือว่าที่ผมพล่ามมานั้น ผมเข้าใจผิดไปเอง  :-\


แต่ถึงผมจะสนใจการเมืองมากแค่ไหน ผมก็ไม่อินในละครจนถึงกับออกไปม็อบ ไม่ว่าฝ่ายไหน
ผมไม่เคยให้ราคาเหลี่ยมและพวก รวมถึงสิ่งมีชีวิตที่พวกพี่ๆเรียกว่า"นักการเมือง"ทั้งหมดนั่นด้วย

ผมมองว่านักการเมืองพวกนั้นเป็น"สิ่งที่ง่าย"อ่ะครับ
จะกำจัด"สิ่งที่ง่าย"...ต้องกำจัด"สิ่งที่ยาก"ให้ได้ซะก่อน....แล้วอะไรล่ะเป็น"สิ่งที่ยาก" ? 
แล้วถึงวันนั้นรับรองว่าพวก"นักการเมืองเลวๆ" จะไม่มีที่ยืนในสังคมอย่างแน่นอน.


Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 21 April 2013, 04:46:46 am
กลุ่ม 16 ผมคิดว่า มีหลักฐานการกู้เงินนะครับ  ไม่ใช่สมมติฐาน

คือ เรื่อง เหตุการณ์ในอดีตนี่  คงต้องไปเปิด นสพ. ย้อนกันไปน่ะครับ  อย่างเหลี่ยมนี่ เขาเข้ามาในแวดวงการเมืองก่อนหน้านั้นนานแล้ว  ตั้งแต่เป็นคนหิ้วกระเป๋าตาม รมต.  ดังนั้น  ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงทีว่า จะมาเป็น  รองนายกฯ  เมื่อไร

ประเด็นคือ เหลี่ยม  ฉกฉวย หาผลประโยชน์จากการเล่นการเมืองตลอดเวลา  และ หนักข้อ เหิมเกริมมากขึ้นไปเรื่อยๆ
จนล่าสุดคือ การล้างผิด  โดยไม่ยอมรับผิด  ไม่สำนึกผิด  ไม่ยอมรับโทษใดๆทั้งสิ้นครับ

ดังนั้น เราควรมองที่ประเด็นหลักครับ คือ  สาเหตุมาจาก  การโกงกิน แล้วไม่ต้องการรับโทษ  และต้องการอำนาจคืน มาโกงกินต่อ
เรารับกันได้ไหมครับ  กับการกระทำแบบนี้ ?
เรายอมรับ การคอรัปชัน หรือไม่ ?

นี่คือ หัวใจ ของเรื่องราว  ที่ทุกคนต้องตอบตัวเอง
ส่วนรายละเอียดหยุมหยิมไปหมดนั้น  เป็นเรื่องรองๆลงไปครับ   หลังจากที่ตอบตัวเองในคำถามที่เป็นหัวใจของเรื่องได้แล้ว
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 21 April 2013, 05:16:44 am
Quote from: Jibjoy on 21  April  2013, 03:47:38 am
ผมคงจำผิดว่ารัฐบาลไทยกู้เงิน IMF วันที่ 22กค.40 แล้วหน้าเหลื่ยมเข้ามารับตำแหน่งรองนายก 15 สค. 2540 - 8 พย.2540 ซะอีก

ถือว่าแลกเปลี่ยนเรื่องราวระหว่างประเทศกันนะครับ...



สอบข้อมูลให้ชัดๆ ดีกว่านะครับ
จำผิดก็โยนบาปผิด

ชวลิต ยงใจยุทธ

25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี
อำนวย วีรวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
21 มิถุนายน พ.ศ. 2540 อำนวย วีรวรรณ ลาออก
ทักษิณ ชินวัตร เป็นรองนายกรัฐมนตรี

22 กรกฎาคา 2540 กู้เงินจาก IMF
6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 ชวลิต ลาออก

คงมีคนอีกมาก ที่เชื่อในข้อมูลแบบนี้
เกิดไม่ทันแล้วไม่คิดจะตรวจสอบ
แล้วก็สรุปไปอย่างที่รู้ๆ กันอยู่

ตอนที่เกิดเหตุนั้น ผมเป็นผู้อำนวยการมูลนิธิหอศิลปแห่งรัชกาลที่ ๙
ประธานมูลนิธิชื่อธารินทร์
รองประธานชื่อมีชัย เริงชัย เลขาธิการชื่อศิวพร และที่ปรึกษาชื่อไกรศักดิ์
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 21 April 2013, 05:20:34 am
Quote from: Hexaphonic on 21  April  2013, 04:34:45 am
ผมมองว่านักการเมืองพวกนั้นเป็น"สิ่งที่ง่าย"อ่ะครับ
จะกำจัด"สิ่งที่ง่าย"...ต้องกำจัด"สิ่งที่ยาก"ให้ได้ซะก่อน....แล้วอะไรล่ะเป็น"สิ่งที่ยาก" ? 
แล้วถึงวันนั้นรับรองว่าพวก"นักการเมืองเลวๆ" จะไม่มีที่ยืนในสังคมอย่างแน่นอน.


"สิ่งที่ยาก" ก็คือ การกำจัด "ความอยาก" บางทีสิ่งนี้ก็ทำให้คนฉลาดกลายเป็นคนโง่ เห็นผิดเป็นชอบ พยามยามมองผิดให้เป็นชอบ หลอกได้แม้กระทั่งตัวเอง เมื่อหลอกตัวเองสำเร็จ หลอกคนอื่นก็กลายเป็นสิ่งที่ง่ายแล้ว
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 21 April 2013, 05:31:03 am
ตอนที่กำลังเตรียมการนิทรรศการศิลปะแห่งรัชกาลที่ ๙
นายอำนายมาเปิดสัมนาที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
เริงชัยก็ตามมา คุณศิวพรพูดตลกว่าโครงการนี้จะต้องขอเงินกระทรวงการคลัง
นายอำนวยหัวเราะ ชี้มาทางเริงชัย บอกเสียงดังว่า

ขอจากคนนี้สิ ...ตอนนี้กำลังรวย

นั่นเพราะเราเพิ่งเอาชนะสงครามค่าเงินยกแรกได้ ธปท. กำไรมาหลายพันล้าน
ที่จริงแล้วในสงครามค่าเงิน เราเป็นฝ่ายกำหนดเกมส์ จะเปลี่ยนแปลงค่าเงินอย่างไร
อำนวยกับเริงชัยมีอำนาจเต็มที่

แต่โชคร้ายที่วันนั้น มีคนที่สามอยู่ในกระบวนการนี้
คือผู้จัดการทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นคนที่รู้จำนวนเงินตราต่างประเทศที่แท้จริงของเรา
เป็นคล้ายๆ บรรณารักษ์ห้องสมุด ซึ่งเป็นคนเดียวที่รู้ว่าในห้องสมุดมีหนังสืออยู่กี่เล่ม
ถูกยืมออกไปกี่เล่ม จะคืนเมื่อไหร่กี่เล่ม ....ฯลฯ

ถ้าโซรอสรู้อย่างเดียวกับที่นายคนนี้รู้ ก็จบข่าว
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 21 April 2013, 05:31:19 am
Quote from: pee on 21  April  2013, 05:16:44 am
ตอนที่เกิดเหตุนั้น ผมเป็นผู้อำนวยการมูลนิธิหอศิลปแห่งรัชกาลที่ ๙


:bowdown: :bowdown: :bowdown: ขอคารวะ ด้วยความนับถือ
คุยกันมาตั้งหลายปี เคยไปเที่ยวชมหอศิลปแล้วด้วย เพิ่งจะทราบครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 21 April 2013, 05:35:19 am
Quote from: Hexaphonic on 21  April  2013, 04:34:45 am
แต่ถึงผมจะสนใจการเมืองมากแค่ไหน ผมก็ไม่อินในละครจนถึงกับออกไปม็อบ ไม่ว่าฝ่ายไหน


ผมไปม๊อบมา 2 ครั้ง

14 ตุลา

พฤษภา 35

มันก็เหมือนถึงวัยก็ต้องไปเกณฑ์ทหารแหละครับ
เพียงแตไม่มีหมายเรียกเท่านั้น

เราเห็นว่าการไล่ทหาร เป็นเรื่องถูกต้อง เราก็ออกไป
แล้วในเมื่อผมเคยไล่ทหาร ทำไมผมจะต้อนรับทหารไม่ได้ล่ะ
คอมมิวนิสต์ยังกลายเป็นนายทุน เป็นผู้กดขี่ได้เลย


อิอิ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 21 April 2013, 05:36:55 am
Quote from: sw on 21  April  2013, 05:31:19 am
Quote from: pee on 21  April  2013, 05:16:44 am
ตอนที่เกิดเหตุนั้น ผมเป็นผู้อำนวยการมูลนิธิหอศิลปแห่งรัชกาลที่ ๙


:bowdown: :bowdown: :bowdown: ขอคารวะ ด้วยความนับถือ
คุยกันมาตั้งหลายปี เคยไปเที่ยวชมหอศิลปแล้วด้วย เพิ่งจะทราบครับ


หอศิลปที่ว่า ถ้าเป็นไซเบอร์ เป็นของมูลนิธิฯ
ถ้าเป็นตึกที่ปทุมวัน อันนั้นของกทม.

ผมเกี่ยวข้องด้วยทั้งสองอันแหละ....ฮา
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 21 April 2013, 06:00:03 am
Quote from: sw on 21  April  2013, 05:20:34 am
Quote from: Hexaphonic on 21  April  2013, 04:34:45 am
ผมมองว่านักการเมืองพวกนั้นเป็น"สิ่งที่ง่าย"อ่ะครับ
จะกำจัด"สิ่งที่ง่าย"...ต้องกำจัด"สิ่งที่ยาก"ให้ได้ซะก่อน....แล้วอะไรล่ะเป็น"สิ่งที่ยาก" ? 
แล้วถึงวันนั้นรับรองว่าพวก"นักการเมืองเลวๆ" จะไม่มีที่ยืนในสังคมอย่างแน่นอน.


"สิ่งที่ยาก" ก็คือ การกำจัด "ความอยาก" บางทีสิ่งนี้ก็ทำให้คนฉลาดกลายเป็นคนโง่ เห็นผิดเป็นชอบ พยามยามมองผิดให้เป็นชอบ หลอกได้แม้กระทั่งตัวเอง เมื่อหลอกตัวเองสำเร็จ หลอกคนอื่นก็กลายเป็นสิ่งที่ง่ายแล้ว




ตอบแบบนี้ผิดครับ! ฉะนั้นเฮียหวังต้องถูกยึดสิทธิ์เลือกตั้ง 4 ปี....ฮาา ล้อเล่ง

เฮียหวังจะตั้งกระทู้แนวๆนี้อีกกี่ร้อยกระทู้ก็ไม่เจอคำตอบหรอกครับ
จะตั้งกระทู้หรือไม่ตั้งกระทู้ก็ได้ แต่เฮียหรือผม ต้องการการมองแบบไม่บิดเบือนอย่างกระทู้"จตุคามออดิโอ"อ่ะครับ
ผมว่าการจะเล่นเครื่องเสียงจนได้ชุดที่ต้องการที่ลงตัวนั้นยากกว่าเรื่องการทำความเข้าใจการเมืองไทยนะครับ
การเมืองไทยมันจะมีอะไร๊?...มันก็เรื่องประวัติศาสตร์ซ้ำซากง่ายๆพื้นๆ

ส่วนบรรดาเครื่องเสียงนั้นมันซับซ้อนกว่ามากๆ สารพัดแมทชิ่งกว่าจะลงตัว
แต่ที่เรากล้าวิพากษ์พวกมัน เพราะมันเป็นเรื่องไกลอัตตาตัวตนของเรา...รึเปล่า?
เล่นเครื่องเสียงไม่ตาย ก็แค่เสียเงินนิโหน่ย ผมยังไม่เคยได้ยินว่ามีใคร"ถูกไฟช็อตตายเพราะเครื่องเสียง"
และคิดว่าไม่มีใครถึงกับยอมปกป้องเครื่องเสียงที่ตนครอบครองอย่างบ้าคลั่งโดยไม่คิดถึงชีวิตของตนและผู้อื่น เมื่อถูกวิพากษ์ในแง่มุมที่ตนรู้สึกไม่พอใจ
ไม่มีใครปกป้องการดูถูกดูแคลนเครื่องเสียงที่ตัวซื้อมา ด้วยความรุนแรงในระดับเดียวกับความเชื่อทางการเมือง-ศาสนา
(และถึงแม้นักเล่นผู้นั้นจะเป็นผู้สร้างเครื่องเสียงชิ้นนั้นขึ้นมาด้วยตัวเอง ผมว่ามันก็ยังไม่มีอำนาจมากพอที่จะเอาวิญญาณเราไปได้)

แต่ในเรื่องการเมือง...รวมถึงศาสนาด้วย...สองสิ่งนี้สำหรับมวลชน มันมีความหอมหวานที่ซ่อนพิษร้าย มันมีแรงดึงดูดมหาศาล
หากเราเอา"อัตตาของเรา"ไปหลอมรวมกับสิ่งที่เราเชื่อ (ซึ่งมันมักจะเป็นเช่นนั้น ก็เนี่องมาจากแรงดึงดูดมวลชนอันมหาศาลของมัน)

บอกได้คำเดียวว่า"จบ"ครับ!

เพราะนั่นคือการทำให้คนธรรมดากลายเป็น"ฆาตรกรเลือดเย็น"ได้ง่ายๆ และมันสามารถแพร่ระบาดได้เหมือนกับเชื้อโรคร้าย
นั่นหมายถึงการปกป้องสิ่งที่เราเชื่อในระดับที่รุนแรง(แม้เพียงแค่คิด แม้เพียงมโนกรรม)อย่างที่เรานึกไม่ถึงกันเลยทีเดียว
สิ่งที่เราเชื่อมันได้ดูดกลืนอัตตาของเราไปรวมอยู่ในนั้น
ซึ่งหากใครก็ตามไม่ว่าฝ่ายไหนก็ตาม ทะเล่อทะล่าเฟอะฟะเข้าไปใน"ดินแดนต้องห้าม"ของอีกฝ่ายหนึ่ง
มีแต่ใจล้วนๆ ฝันเฟื่องอุดมการณ์โรแมนติก
รับรองว่าได้ตายจริง...เจ็บจริง

การเมืองไทย...เข้าใจง่าย แต่ระวังถูกหลอกไปตาย อันตรายมากๆ

เราไม่มีทางหลอมอัตตาของเราเข้าไปเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเครื่องเสียง ในระดับเดียวกับทัศนคติทางการเมือง(ศาสนา)อย่างแน่นอน
เครื่องเสียง..ไม่ว่าจะดีแค่ไหน มันก็ไม่มีอำนาจมากพอที่จะดึงดูดอัตตาของเราไปหลอมรวมกับมันได้หรอก
เราจึงกล้าที่จะวิพากษ์วิจารณ์มัน โดยที่อัตตาของเราไม่เจ็บปวดมากเท่ากับการวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เป็น"บรมอัตตา"
ไม่ว่าจะเป็น"บรมอัตตา"ของฝ่ายไหน บรมอัตตาการเมือง..บรมอัตตาศาสนา..บรมอัตตาแห่งชาติพันธุ์...ความคุ้มคลั่งไร้สติของมนุษย์ชาติ
เราไม่กล้ามองตัวเองในกระจก เพราะภาพสะท้อนที่เห็นนั้น มันแสนจะน่าเกลียด มันเจ็บปวด และเราไม่ต้องการกระจกบานนั้น!


จริงๆแล้วเรื่องการเมือง-ศาสนา นั้นคุยได้ครับ แต่..
1.อย่าไปหลงหลอมอัตตาตัวเองเข้าไป กับ 2.ต้องทำให้การมองของเราเป็นกระจกที่ไม่บิดเบือน
มองมันทุกอย่างตามความเป็นจริง มองลงไปในความฉ้อฉลของจิตใต้สำนึกของตน

ซึ่งถ้าจะพูดให้ถึงที่สุดแล้ว พวกมันล้วนเป็นมายาภาพทั้งนั้น เป็นมายาคติทั้งสิ้น..อัตตาเล็ก..อัตตาใหญ่..มหาอัตตา..บรมอัตตา
เราถึงกับพร้อมที่จะยอมตาย(ไม่ว่าจะตายจริงๆ หรือตายทางจิตวิญญาณ)เพื่อจะได้เล่นเกม"เงาซ้อนเงา"เชียวหรือ? มันคุ้มค่ายังไง?




ผมแปลกใจมากๆ พยายามหาคำตอบว่า...ทำไมชนชั้นกลางไทยถึงได้มีทัศนคติทางการเมืองเช่นนี้?
ในโลกแห่งการไหลบ่าของข้อมูลอย่างนี้?
ทั้งๆที่การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ มันก็เป็นวิธีเดียวกับที่พวกคุณเสิร์ชหาของเล่นฟุ่มเฟือยต่างๆ ที่พวกคุณหมกมุ่นอยู่นั่นแหละ !
โอว....มันจะต้องเป็นใบบัวที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกใบนี้เคยผลิตขึ้นมาเลยนะเนี่ย

อ้าว...ผมก็ชนชั้นกลางนะเนี่ย งั้นถามแทนชนชั้นกลางว่า...
ผมจะเปลี่ยนความเชื่อทำไมครับ? ผมจะได้อะไร?
ซึ่งทุกวันนี้ผมก็แสนจะสุขสบายอยู่แล้ว.
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 21 April 2013, 06:41:17 am
Quote from: Hexaphonic on 21  April  2013, 06:00:03 am

ผมแปลกใจมากๆ พยายามหาคำตอบว่า...ทำไมชนชั้นกลางไทยถึงได้มีทัศนคติทางการเมืองเช่นนี้?



Input ผิด Output ก็เพี้ยน....

เหมือนคิดว่าทักษิณเป็นรองนายกหลังชวลิตกู้ IMF
พอเชื่ออย่างนั้น การวินิจฉัยหลังจากนั้นก็ย่อมผิดเพี้ยน

ผมเจอกับนักการเมืองมาไม่น้อย
คนพวกนี้โง่อวดฉลาด รักษาแต่ผลประโยชน์ตัวเอง ใช้เล่ห์เหลี่ยมไม่เลือก
ขาเป๋เมืองสุพรรณตามเพื่อนไปทำบ้าน มันก็คิดตื้นๆ ว่าจะเอาเรือนขุนช้าง
นอกจากจะนึกว่าเท่ ก็ยังอยากจะตามรอยเฒ่าคึก

ตอนเรียกทีมออกแบบมาคุย มันบอกว่า คิดวิธีให้มันมาเจอชาวบ้านแบบบุญญาธิการ
คือโผล่มาจากลิฟท์ออกไปเจอชาวบ้านที่ลาน....ทำแบบนี้แล้วจะได้ผูกขาดการเมือง
เฮ้อ

ที่คนพวกนี้เป็นอย่างนี้ ก็เพราะเบ้าหลอมมันบิดเบี้ยว
แต่ละคน มีคนใหนที่ครอบครัวดีบ้าง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 21 April 2013, 06:59:36 am
จริงอย่างเฮียเฮ็กซ่าว่า เล่นเครื่องเสียง ยากกว่าเล่นการเมืองแน่ๆ เล่นการเมืองง่ายมาก ยิ่งเล่นมั่วยิ่งได้เงิน แต่เล่นเครื่องเสียงนี่มั่วไม่ได้ มีแต่เจ็บตัว เสียเงิน เสียลูก เสียเมีย 555
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 21 April 2013, 07:07:28 am
Quote from: pee on 21  April  2013, 05:16:44 am
Quote from: Jibjoy on 21  April  2013, 03:47:38 am
ผมคงจำผิดว่ารัฐบาลไทยกู้เงิน IMF วันที่ 22กค.40 แล้วหน้าเหลื่ยมเข้ามารับตำแหน่งรองนายก 15 สค. 2540 - 8 พย.2540 ซะอีก

ถือว่าแลกเปลี่ยนเรื่องราวระหว่างประเทศกันนะครับ...



สอบข้อมูลให้ชัดๆ ดีกว่านะครับ
จำผิดก็โยนบาปผิด

ชวลิต ยงใจยุทธ

25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี
อำนวย วีรวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
21 มิถุนายน พ.ศ. 2540 อำนวย วีรวรรณ ลาออก
ทักษิณ ชินวัตร เป็นรองนายกรัฐมนตรี

22 กรกฎาคา 2540 กู้เงินจาก IMF
6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 ชวลิต ลาออก

คงมีคนอีกมาก ที่เชื่อในข้อมูลแบบนี้
เกิดไม่ทันแล้วไม่คิดจะตรวจสอบ
แล้วก็สรุปไปอย่างที่รู้ๆ กันอยู่

ตอนที่เกิดเหตุนั้น ผมเป็นผู้อำนวยการมูลนิธิหอศิลปแห่งรัชกาลที่ ๙
ประธานมูลนิธิชื่อธารินทร์
รองประธานชื่อมีชัย เริงชัย เลขาธิการชื่อศิวพร และที่ปรึกษาชื่อไกรศักดิ์


ผมยังยืนยันในข้อมูลเดิมครับ และยินดียอมรับในข้อมูลที่ถูกต้องกว่าถ้าน้าพีจะกรุณาให้ความจริงกับคนที่เกิดไม่ทันและoutputเพี้ยนๆ

http://th.m.wikipedia.org/wiki/ทักษิณ_ชินวัตร

http://th.m.wikipedia.org/wiki/รายนามรองนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 21 April 2013, 07:54:32 am
อ้าว
ซิกอ๋าย ข้อมูลผมผิดวุ้ย
ขออภัยด้วย


ทักษิณมาเป็นรองนายกหลังลดค่าเงินบาทจริงๆ ครับ
ข้อมูลจากสำนักนายกฯ
http://www.cabinet.thaigov.go.th/cab_52.htm

เป็นรองนายกในครม. รอบสุดท้าย ของจิ๋ว คู่กับโกร่ง
ขอแก้ไขตามนี้ครับ

วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๐  ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
และแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังนี้

๑. นายสุขวิช  รังสิงพล  พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
๒. นายสังข์ทอง  ศรีธเรศ  พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
๓. นายสุรพร  ดนัยตั้งตระกูล  พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
๔. นายจำลอง  ครุฑขุนทด  พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
๕. นายสุนทร  วิลาวัลย์  พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
๖. นานสมาน  ภุมมะกาญจนะ  พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
๗. นายเกียรติชัย  ชัยเชาวรัตน์  พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้เป็น
    รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
๘. นายชิงชัย  มงคลธรรม  พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งให้เป็น
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
๙. นายมนตรี  ด่านไพบูลย์  พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย และแต่งตั้งให้เป็น
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
๑๐. นายฉัตรชัย  เอียสกุล  พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และ
      แต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย
๑๑. พันตำรวจโท ทักษิณ  ชินวัตร  เป็นรองนายกรัฐมนตรี
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 21 April 2013, 08:08:24 am
แลกเปลี่ยนกันสนุกๆครับ คืนนี้ขอตัวนอนก่อน เดี๋ยววันจันทร์ผมขอแสดงความเห็นเกี่ยวกับอาเพทในการปกครองของรัฐบาลทหารต่อนะครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 21 April 2013, 08:36:26 am
ผมขอถามชนชั้นกลางทั้งหลายว่า...พวกคุณได้ทัศนคติทางการเมืองมายังไงครับ?
พวกคุณประสบความสำเร็จอย่างงดงามในอาชีพการงาน แต่นั่นมันไม่ได้ทำให้ทัศนคติทางการเมืองของคุณ ถูกต้องเสมอไปหรอกนะครับ
แต่ไม่ว่าจะผิดหรือถูก?....เรามาลองสืบค้นกันดูมั้ยครับว่า พวกคุณได้ความคิดทางการเมืองมายังไง?

สังคมเราเป็นสังคมมุขปาฐะ เล่าลือปากต่อปาก ไม่นิยมการอ่าน มันเป็นแรงเฉื่อยทางวัฒนธรรมอันหนึ่ง
การศึกษาของเรา เน้นการสร้างคนในระดับครีม คัดเอาแต่หัวๆทางวิชาชีพ เรียนเพื่อวิชาชีพ
เมื่อประสบความสำเร็จกลายเป็นเทคโนแครตผู้เชี่ยวชาญทักษะ พวกเขาก็หมกมุ่นกับการสร้างฐานะ ความบันเทิงเริงรมย์
ความสนใจของเขาขีดวงจำกัดแต่เพียงเท่านั้น...วิชาชีพ...ความสุข....และแล้วก็เข้าสู่วังวนเดิมๆ..ไม่นิยมการอ่าน..เชื่อคำเล่าลือ 
อีกทั้งยังมีบุคลิกภาพอันหนึ่ง ที่พอกพูนขึ้นมาตามฐานะ นั่นคือ...อำนาจนิยม..ความเป็นขวา..ความต้องการอะไรที่แน่นอน..คุมสถานการณ์ได้
และนั่นเป็นต้นทุนอย่างดีของผู้ที่ตกผลึกแล้วในหมากกลทางรัฐศาสตร์ ที่มองเห็นกระบวนการชักจูงหลอกล่ออันนี้

สิ่งที่ทำให้วัฒนธรรมการอ่านเป็นไปอย่างมีชีวิตชีวา ผมว่ามันเป็นที่นิสัยอยากรู้อยากเห็น ขี้สงสัย ไม่วางใจกับอะไรง่ายๆ
ซึ่งสังคมเราไม่มีนิสัยแบบนี้ครับ  และนี่แหละครับคือเเรงเฉีื่อยทางวัฒนธรรมที่อันตรายมากๆ

และความสุขสบายของชนชั้นกลาง มันช่างเบาหวิวเหลือทน





ผมว่า ผมพอแค่นี้ดีกว่า มันเหนื่อยเหลือเกิน ผมจะไม่ยอมให้ความคิดโรแมนติกมาครอบงำอย่างคณะราษฎรหรือจิตรเป็นอันขาด เปลืองตัวเสียเปล่า

ต่อไปนี้ขอเป็นแค่"ผู้เฝ้าดู"ล่ะกันครับ ผมพร้อมจะแลกทุกสิ่งอย่างเพื่อที่ผมจะได้เป็นเพียงแค่"ผู้เฝ้าดู" มันคือสิ่งเดียวที่ผมต้องการ!

มันทำให้ผมนึกถึงบทสนทนาของตัวละครในเรื่อง Flowers of War ....

"เมื่อผมช่วยชาติไม่ได้ เมื่อผมช่วยเพื่อนไม่ได้ ผมก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง"


Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 21 April 2013, 09:06:47 am
เฮียเฮกบอกเองว่าการเมืองเป็นเรื่องง่าย
ไหงทำให้มันยุ่งยากล่ะ

ตำราว่าด้วยชนชั้นกลาง มันจะใช้ได้กับไทยหรือเปล่าก็ไม่รู้
ทัศนะคติของชนชั้นกลางไทย จะเป็นอย่างเฮียว่าหรือเปล่า ก็ไม่รู้อีกนั่นแหละ

ผมเองมองว่าการเมืองมันก็คือ "หน้าที่พลเมือง" อย่างหนึ่ง
เราได้อะไรจากประเทศที่เราอาศัย เราก็ต้องจ่ายคืน
การจ่ายคืนก็มีตั้งแต่ จ่ายตามกฏเกณฑ์ กับจ่ายมากหรือน้อยกว่าเกณฑ์
แต่ไม่จ่าย ยังเอาใส่ตัวอย่างไม่มีความชอบธรรม อันนี้ก็ต้องเคืองกันบ้างละ

ผมเองเป็นลูกจีนอพยพ พ่อแม่ไม่ได้สอนรสนิยมการเมืองอะไรให้
แถมผมยังพูด อ่าน เขียน คนละภาษากับพ่อ การปลูกฝังตรงนี้จึงไม่มี
ผมก็ต้องใช้วิชาศีลธรรมมากำกับวิชาหน้าที่พลเมืองแทน เพราะคิดว่ามันเป็นสิ่งชอบธรรมแน่ๆ

เพื่อนซื้อแอมป์ ซื้อลำโพงแพงเกินไป เราก็ต้องทัก ทักแล้วเขาไม่ฟัง ก็ต้องจบ
แต่ไม่ทักทั้งๆ ที่รู้ อันนี้เราผิดแน่ เว้นแต่เขาไม่ถามหรือไม่ทันรู้

การเมืองก็เหมือนเพื่อนซื้อแอมป์ผิดนั่นแหละครับ จริงอยู่เงินของเขา หูของเขา
แต่เป็นเพื่อนกันก็ต้องมีสักวันที่เราไปฟังชุดของเขา นั่นอาจทำให้รำคาญใจ

คนไม่รำคาญก็ถือว่าโชคดี...ใช่ปะ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 21 April 2013, 02:34:36 pm
ปัจจัยปัญหาหลักจริงๆ   ไม่ใช่ว่า นักกินเมือง หรือ ทหาร จะเข้ามาปกครอง
แต่อยู่ที่ประชาชน

ในเมื่อประชาชน ยอมรับการโกงกินว่าทำได้   ประเทศก็เตรียมล่มจมได้เลย
และพอประเทศล่มจม  ทุกคนก็ฉิบหายพร้อมกัน

จะแก้ ต้องแก้ที่ประชาชน  แต่มันก็แก้ไม่ได้..  ผมไม่รู้จะแก้ยังไง...

การมาถกเรื่อง จะให้ใครปกครอง  ทหาร หรือ ทักษิณ  ?     ไม่มีประโยชน์อะไรในสายตาผม
การมานั่งไล่เรียง  เหตุการณ์  ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเช่นกันครับ    บางทีถกกันลืมประเด็นหลัก

ประเด็นหลักคือ  ผลประโยชน์ของชาติ !     ผลประโยชน์ของส่วนรวม !

แล้วดูเหตุการณ์หลักๆ สำคัญๆ  พอแล้วครับ    ดูแล้ว ก็วิเคราะห์ว่า  สิ่งนั้น  เป็นผลดี หรือ ผลเสีย ต่อชาติ
วิเคราะห์ได้แล้ว  ก็ต้องกำหนดท่าทีของเรา ต่อเหตุการณ์นั้นๆ  ว่า  เราจะทำอย่างไรต่อไป ?

ส่วนตัว ผมคิดว่า สู้กับทหารนั้น  ไม่ยาก     เพราะทหารขาดความชอบธรรม ชัดเจน...

แต่สู้กับพวก นักกินเมือง จะยากกว่า  เพราะพวกนี้  ทำลายประเทศ  ด้วยการใส่เสื้อคลุมประชาธิปไตย  ซ่อนความชั่วของตัวเองเอาไว้
จะทำอย่างไร  ที่จะทำให้ประชาชน ตื่นตัว และรู้จักคิด    และร่วมใจกัน  กำจัด นักกินเมือง  ออกไปให้หมด
ยากจริงๆ..  และ ผมมองหาทางออกไม่เจอครับ  :(
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 21 April 2013, 04:15:14 pm
ที่จริงแล้ว มันก็มาจบที่ คุณภาพคน คำเดียวจริงๆ
แต่เนื่องจากคำนี้ดิ้นได้ คุณภาพคน ก็ต้องเปลี่ยนเป็นคุณภาพพลเมือง
เพราะเป็นพลเมืองเท่านั้น จึงถูกกำกับด้วยกฏหมาย

ตราบใดพลเมืองไทยเห็นกฏหมายไม่ศักดิสิทธิ์
ตราบนั้น ประเทสไทยก็จะเป็นอย่างนี้

:wacko:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 21 April 2013, 06:45:13 pm
ดีครับ หลากหลายความคิดเห็น

เรื่องชนชั้นไหน อะไรนั้น ผมว่าถ้าเราแบ่งตามเงินที่มีในกระเป๋าอาจจะไม่ถูกต้องนักในความเห็นผม
แต่ถ้าจะแบ่ง แล้วแบ่งกันตามสติปัญญา ความรู้ อันนี้อาจจะทำให้เราเห็นภาพง่ายกว่าการแบ่งด้วยเงิน หรือทรัพย์สมบัติที่หามาได้

จะชนชั้นล่าง กลาง สูง อะไร ถ้าเราแทนคำว่าเงินด้วยคำว่าปัญญา

ผมเชื่อของผมว่า ความขัดแย้งที่บังเกิดจากอารมณ์ (ซึ่งผมก็ยังเป็นเช่นกันเหมือนหลายๆท่าน) นั้นซึ่งไม่เป็นประโยชน์ใดๆ ต่อการแลกเปลี่ยนนี้ จะจางหายไปก่อให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันต่อไปนะครับ

บางครั้งเราก็รู้ตัวครับว่า ตัวเราไม่ได้ดีไปทุกเรื่อง
แต่.........รู้ว่าอะไรไม่ดี แล้วอยากแก้ไขนั้นเป็นเรื่องดี จริงมั๊ยครับ

Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 21 April 2013, 07:29:08 pm
มีสังคม ก็มีชนชั้น เพราะการแบ่งชนชั้นเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการเป็นสังคม
เราไม่ใช่ตัวหนอน หอยทากหรือหนู ที่ไม่มีชนชั้น

แมวยังมีชนชั้นได้ สาอะไรกับมนุษย์

ชนชั้นที่สำคัญที่สุดนั้น ผมคิดว่าคือชนชั้นผู้ใช้อำนาจ
ไม่ได้เกี่ยวกับมี/จน โง่/ฉลาด

ใครที่ออกคำสั่ง ก็เป็นชนชั้นหนึ่ง
ใครที่รับคำสั่งก็เป็นอีกชนชั้นหนึ่ง


จบข่าว
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 21 April 2013, 08:01:25 pm
ความเท่าเทียมจริงๆ มันไม่มีหรอกครับ
เพียงแต่ เราต้องให้ทุกคนมีโอกาส เหมือนๆกัน
ส่วนจะไปได้ไกลแค่ไหน  ต้องแล้วแต่ละคน จะพยายามแค่ไหน  มีความสามารถหรือไม่ ?

ส่วนคนเก่ง  ก็ไม่ควรไปกดขี่ คนที่ด้อยกว่า  ให้สังคมมันมีคุณธรรม มีน้ำใจ  สังคมมันจะสงบสุขไปเอง

ส่วนที่ เสื้อแดงอยากได้สังคมประเภท  งอมือ งอเท้า   ประชานิยม แจกแหลก   ไม่ต้องทำอะไรก็ได้เงิน
สังคมแบบนั้น  ฉิบหายแน่นอนครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 21 April 2013, 08:22:16 pm
โอกาสหน่ะมีให้ไม่เท่าเทียมกันเป็นเรื่องจริงครับ สังคมในความเป็นจริงมันเป็นตามนั้น

แต่เราเลือกเป็นได้ ผมเห็นคนมาบ้าง อาจจะไม่มาก แต่มันมีเยอะนะครับพวกที่โอกาสมี แต่คว้าไว้ไม่ได้แล้วไปโทษสังคม โทษสิ่งแวดล้อม โทษระบบ

ผมค้าขายใครๆก็ว่าคนค้าขายก็โกงทุกคน

แล้วถ้าผมโกง หรือผมยอมรับว่าตัวเองโกง ผมต้องเห็นว่าการโกงเป็นเรื่องถูกต้องด้วยอย่างนั้นใช่หรือไม่
ตรงนี้แหละที่ผมคิดว่า มันจะทำอย่างไรที่จะทำให้มันชัดเจนได้

คนเราเข้าข้างตัวเอง คือความจริง ผมคนหนึ่งที่ไม่เถียง แต่การหาจุดสมดุลย์นั้น ผมเชื่อว่าทำได้ แต่มันไม่ง่าย
ท่านใดมีความเห็นดีๆ มาแชร์กัน ถือว่าช่วยทำให้สังคมดีขึ้น แม้แต่นิดนึงก็ยังดีกันครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Karin Preeda on 21 April 2013, 08:40:42 pm
ผมชอบรูปนี้จาก FB ของสุทธิชัย หยุ่น ครับ บอกอะไรได้ดีทีเดียว
(http://sphotos-b.xx.fbcdn.net/hphotos-ash3/p480x480/530190_575561692468966_1486285789_n.jpg)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 21 April 2013, 09:35:05 pm
Quote from: Karin Preeda on 21  April  2013, 08:40:42 pm
ผมชอบรูปนี้จาก FB ของสุทธิชัย หยุ่น ครับ บอกอะไรได้ดีทีเดียว


อันนี้น่าจะเข้าข่ายรัฐสวัสดิการ
คือคนมีมากเฉลี่ยให้คนมีน้อย แต่ต้องเฉลี่ยด้วยระบบที่ทุกฝ่ายยอมรับ


เช่นบางคนมี Alexia
ก็ต้องยอมให้คนที่มี Polocko ได้ฟัง.....ฮา
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: blackmore on 21 April 2013, 10:43:53 pm
พูดถึงความเท่าเทียมแล้วนึกถึงประโยคคลาสสิก

"All animals are equal, but some animals are more equal than others."  George Orwell
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 21 April 2013, 10:52:40 pm
Quote from: pee on 21  April  2013, 09:35:05 pm
อันนี้น่าจะเข้าข่ายรัฐสวัสดิการ
คือคนมีมากเฉลี่ยให้คนมีน้อย แต่ต้องเฉลี่ยด้วยระบบที่ทุกฝ่ายยอมรับ
เช่นบางคนมี Alexia
ก็ต้องยอมให้คนที่มี Polocko ได้ฟัง.....ฮา

ฮ่าๆ....  แหม.. ยังมาเกี่ยวจนได้

ผมคิดว่า  เราต้องช่วยโดยมีข้อจำกัดครับ  ในด้าน อาหาร และ การรักษาพยาบาล
แต่..  ไม่ใช่ช่วยให้เขาสบาย  ช่วยแค่ให้มีชีวิตรอด
ส่วนใครอยากสบาย จะต้องต่อสู้ ดิ้นรน  จะอยู่เฉยๆไม่ได้
รัฐสวัสดิการจ๋า  อยู่ไม่ได้หรอกครับ  เพราะในที่สุด  จะไม่มีใครอยากทำงาน  ทุกคนก็กินแรงคนอื่นกันหมด
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 22 April 2013, 01:52:33 am
ผลเลือกตั้งซ่อมเชียงใหม่ ปรากฏผลแล้ว
สรุปว่า คนมีสิทธิ์เลือก เลือกสิ่งที่น่ากังวลสำหรับคนบางพวก
คนบางพวกนั้น มีผมอยู่ในนั้นด้วย

มานั่งคิดๆ ดู
ปีนึงๆ ผมน่าจะเสียภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อมมากกว่าเสียงส่วนใหญ่
อ้าว แล้วทำไมภาษีผม ถึงไม่ได้ใช้จ่ายไปตามแนวทางที่ผมเห็นชอบหว่า
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 22 April 2013, 02:14:10 am
สมมติว่า 15.7 ล้านเสียง เสียภาษีแค่ 60% ของ 12 ล้านเสียง
ความชอบธรรมอยู่ตรงใหนล่ะ

ทำไมคนที่รับผิดชอบน้อย
กลับได้สิทธิกำหนดชะตาของฝ่ายที่รับผิดชอบมากกว่า
เพียงเพราะพวกมากหรือ

แถมคนที่ได้รับสิทธิในการกำหนดชะตาประเทศ เอาใจเขมรมากกว่าเอาใจคนไทยด้วยกัน
แปลกเนอะ

แล้วคนที่ได้สิทธิ ยังหลอกลวงคนที่มอบสิทธิให้
แปลกอีกแหละ

นอกจากหลอกลวง คนที่ได้สิทธิ ยังเอาใจคนไม่ได้เลือก ยิ่งกว่าคนที่เลือกตัวเองอีก
โคตรแปลก
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 22 April 2013, 04:16:35 am
ใช้การจ่ายภาษี  มากำหนดสิทธิ์ ไม่ได้หรอกครับ
เพราะพวกสิทธิมนุษยชน  จะบอกว่า เป็นการกีดกันคนจน และ คนด้อยโอกาส

ผมคิดว่า วิธีดีที่สุด ก็คือ วิธีที่ผมเสนอ  จัดสอบขอใบอนุญาตลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
ทุกคนมีสิทธิ์สอบ เท่าเทียมกัน   แต่จะสอบผ่านหรือไม่  เป็นอีกเรื่องหนี่ง

วิธีนี้ จะขจัดพวกที่ขี้เกียจ  ไร้สำนึกทางการเมือง  จำนวนมาก  ออกไปได้ทันที   เพราะพวกนี้ จะขี้เกียจไปสอบ
พวกต่อมา คือ  พวกไร้สมอง ขาดความพยายาม   เพราะพวกนี้จะไม่อ่านหนังสือเตรียมสอบ
พวกต่อมา คือ พวกไร้คุณธรรม   ตรรกะบกพร่อง  พวกนี้จะตอบข้อสอบผิด
เหลืออยู่กลุ่มสุดท้าย คือ  ฉลาดแต่เลว   ซึ่งคงจะผ่านมาได้ไม่มากเท่าไร...

ล่าสุด  เชียงใหม่  เผาไทยก็ชนะตามเคย
เฮ้อ...
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: meng on 22 April 2013, 02:15:13 pm
ช.ม.แดงเยอะครับ  :wallbash:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 22 April 2013, 04:23:02 pm
แนวทางพี่พจน์นั้นดีนะ แต่ใบขับขี่ยังโกงกันได้ นับประสาอะไรบัตรเลือกตั้ง

สุดท้าย เค้าอาจจะเอามาเป็นข้ออ้างหาเสียงได้อีกแหละว่า เห็นมั๊ย ประเทศเราเจริญแล้ว คนสอบผ่านเยอะ เป็นประชาธิปไตยเต็มใบแล้วซะมากกว่า แต่โกงมานะ  :sad2: :sad2:

ที่ไหน จังหวัดไหน ใครได้เราต้องยอมรับครับ
นักการเมืองโดยหลักการคือตัวแทนของพื้นที่นั้นๆ เค้าทำประโยชน์ล่อมวลชนไว้เป็นเรื่องที่เราก็ต้องยอมรับอย่างบรรหาร คนสุพรรณก็รักทั้งนั้น แต่จังหวัดอื่นไม่รู้

คนที่อยากได้โอกาสแต่โดนริดรอน ในบ้านเรามีเยอะครับ บอกอย่างไรดี เอ้า เปรียบเทียบแบบนี้ก็ได้ครับว่า คนเดินตลาดสดจะไม่เข้าใจ คนที่เดินซื้อของในซุปเปอร์มาเก็ท กลับกันก็เช่นกัน

เหมือนเตี่ยวผมสอนผมเสมอว่า เอ็งหน่ะเกิดมาแค่ลำบาก มีกินครบสามมื้อ มีที่ให้เรียน
แต่รุ่นก๋ง รุ่นพ่อ เค้าเรียกว่าลำเค็ญ คือหาแล้วก็ยังไม่มี แค่มีกินครบสามมื้อยังยาก
จริงอยู่บ้านเราพวกงอมืองอเท้าเยอะ แต่พวกถูกรังแกก็มากโขอยู่

มันคือข้อเท็จจริง มิเช่นนั้นกลุ่มแดงจะจูงมวลชนเรื่อง ไพร่ อำมาตย์ ได้อย่างไร ก็ความจริงอีกส่วนนึงในสังคมส่วนใหญ่ที่เราไม่คุ้นเคยมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ

ความแตกต่างมันมีให้เห็นจริง ง่ายๆ ทุกวันนี้ลูกจ้างเราก็เห็นเราเลี้ยงลูกอย่างสุขสบาย ต่างจากเค้ามากมาย มันต้องคิดแน่นอนครับ
การดิ้นรนเพื่อความกินดีอยู่ดี มันเป็นวัฏจักร เป็นเราๆ ก็ต้องคิด ดังนั้นการจะบอกว่าชนชั้นอะไร คิดอะไรได้อย่างไร มันต้องมองกลับด้วยครับว่า ถ้าเราถามว่าคนชั้นนึ่งคิดอย่างไร โดยที่เราไม่เคยสัมผัส เราจะเข้าใจได้ยาก และหนักกว่านั้นคือเข้าใจผิดไปเลย

แต่......................เส้นที่มันพอดี อยู่ไหน หรือว่ามีมั๊ย หรือทำให้มีมั๊ย ผมว่าอันนี้ต่างหากที่จะทำให้เกิดความต่าง ความเปลี่ยนแปลงซึ่งมันต้องการการเสียสละอย่างมากครับ

เเก้ได้ครับ แต่การจะแก้สันดานมนุษย์ เรื่องความเห็นแก่ตัว มันต้องหาเส้นที่ชัดเจน

ซึ่งก็คือกฏ จะกฏอะไรก็ตามแต่ ซึ่งก็เห็นกันอยู่ครับว่าไม่มีใครทำตามกฏที่เป็นกลาง ทำตามแต่กฏกูเท่านั้น
มันก็ต้องยุ่งกันต่อไปอย่างนี้ เฮ้อ ...........
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 22 April 2013, 07:51:26 pm
ใช่ครับ  โกงได้   แต่การโกง  ก็ยังลำบาก
อย่างน้อย ก็ต้องขนคนมาสอบ  ก็เกิดค่าใช้จ่ายแล้ว  และบางคนที่ไร้จิตสำนึก ก็ไม่อยากมา

ที่นี้ การโกงข้อสอบ  เราก็จัดองค์กรกลาง หรือ  เอกชน  เข้าไปดู
เพราะการโกงนี่ ต้องโจ๋งครึ่มมาก    พวกไร้สติปัญญา มันไม่ยอมอ่านหนังสือเตรียมสอบหรอกครับ
ผมเชื่อว่า  มันจะต้องยุ่งยากอีกมาก   
เวลาสอบ  จัดสอบไปทีละจังหวัด  อย่าสอบพร้อมๆกัน  แล้วจัดหน่วยตรวจสอบ หน่วยหนึ่งไปเกาะติดเลย
มันโกงเมื่อไร เห็นแน่นอน

วิธีนี้ละครับ  ทางเดียว ที่จะช่วยประเทศไทยไว้ได้
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 22 April 2013, 09:43:16 pm
จ่ายเงินมากกว่า แล้วควรจะได้รับสิทธิมากกว่า ผมเคยจำได้ว่าทักษิณเลยกล่าวทำนองนี้ครับ ว่าครอบครัวเค้าเสียภาษีมากกว่าใครในประเทศ.. ได้ยินแล้วรู้สึกว่าคนที่เสียภาษีน้อยกว่าพวกเขาไม่ควรเสียงดัง..

การสอบเพื่อให้ได้ใบอนุญาติเลือกตั้ง บ้านเมืองที่มันวุ่นวายๆกันอยู่นี่ ผู้ที่เริ่มก่อเรื่อง มันล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีการศึกษาสูงทั้งนั้นนี่ครับ...  ข้าราชการขี้ฉ้อ นักการเมืองทุกระดับ ทหาร ตำรวจแตงโม พ่อค้าสัมปทาน พวกที่ทำให้ประเทศมันแย่ล้วนแล้วแต่มีการศึกษาทั้งนั้นครับ..

ผมว่าควรจัดการศึกษาด้านศีลธรรมให้พวกการศึกษาสูงดีกว่า การศึกษาดีแต่ใจบาป หยาบช้า จ้องเอาเปรียบสังคม โลกทรรศคับแคบ เห็นแก่ตัว มากกว่า
คนเลวการศึกษาสูงมันร้ายกว่าเลวแบบจนๆนะครับ..

การศึกษาที่ดีส่วนใหญ่พ่อแม่ครอบครัวก็มอบให้มา สมัยนี้จะมีกี่คนที่ดิ้นรนเองตั้งแต่เกิด ส่วนตัวผมว่าการศึกษามันคือโอกาส มีเยอะๆก็ใช่ว่าจะฉลาด
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 22 April 2013, 09:53:49 pm
ตอนนั้นทักษิณโดนกล่าวหาว่าหนีภาษี ก็เลยแก้ตัวอย่างนั้น
ถ้าเขาเสียภาษีถูกต้องจริงๆ ก็ได้ชื่อว่าดีกว่าพวกหนีภาษี
เพียงแต่ดูเหมือนทักษิณมันหนีภาษีทั้งโคตรนี่นา

ส่วนเรื่องพวกเรียนสูงแล้วโกง มันคนละเรื่องกับโง่แล้วถูกจูงจมูก
แย่ทั้งสองอย่าง

พวกที่โกงก็จัดการเสีย ส่วนพวกที่โง่ก็จัดการให้หายโง่ มันก็แก้ได้แหละ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 22 April 2013, 09:56:03 pm
พวกฉลาด หลอก พวกคนโง่ครับ
แต่ปัญหาคือ คนโง่  ไม่ยอมพัฒนาตัวเอง
และ ประเทศก็ติดกับดัก กับคำว่า  ประชาธิปไตย

จริงๆแล้ว  การเลือกตั้ง เป็นแค่การเลือกให้เข้าไปบริหาร  แล้วมันจบอยู่แค่นั้น
หลังจากนั้น คือ การติดตามผลงาน ตรวจสอบ  ประเมินผลงาน และ ลงโทษ

แต่ ประเทศไทย ดันไปคิดอยู่แต่ว่า  เลือกตั้งเข้ามาแล้ว จะทำอย่างไรก็ได้  เพราะได้เสียงข้างมาก
ซึ่งมันผิด  เป็นตรรกะที่ผิด    แล้วประชาชนก็ไร้คุณภาพ ไม่รู้จักคิด  ไม่รู้จักแยกแยะ

ทางเดียวเท่านั้นครับ  อย่าให้คนไร้คุณภาพ กำหนดชะตาของประเทศ  ไม่งั้นเร่ื่องไม่จบครับ

(https://fbcdn-sphotos-e-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/559073_2301431630942_1453159417_n.jpg)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 22 April 2013, 09:57:02 pm
เมื่อวานนี้ (5 เมษายน) สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า ได้ร่วมมือกับเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนนานาชาติ (ไอซีไอเจ) ซึ่งเป็นเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวน 60 ประเทศทั่วโลก เพื่อสืบหาข้อมูลการถือครองบริษัทนอกอาณาเขตของนักการเมืองไทย พบว่า มีนักการเมือง นักธุรกิจ นักร้องชาวไทยกว่า 600 ราย เป็นเจ้าของบริษัทนอกอาณาเขตที่ปลอดภาษีอยู่ทั่วโลก อาทิ

          คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ใช้บริษัท เอ็กซ์คอร์ป ลิมิเต็ด และ แชร์คอร์ป ลิมิเตด เป็นบริษัทนอมินีการ จดทะเบียนเป็นผู้อำนวยการและผู้ถือหุ้นบริษัท พรีเมี่ยม ซีเล็คท์ อิ้งค์ ที่บริติช เวอร์จิ้น เมื่อปี 2550 อย่างไรก็ตาม ในปีต่อมาพบว่าคุณหญิงพจมานไม่ได้จ่ายเงินค่าต่อใบอนุญาตบริษัท และไม่สามารถสืบทราบได้ว่า คุณหญิงพจมานได้รับผลประโยชน์จากบริษัทนี้อย่างไรบ้าง

          ด้านนายบรรณพจน์ ดามาพงษ์ พี่ชายบุญธรรมของคุณหญิงพจมาน ได้จดทะเบียนที่บริติช เวอร์จิ้น ทั้งหมด 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท บาวน์ตี้ ฮาร์เวสต์ คอร์เปอเรชั่น ในปี 2547 แต่ก็ไม่มีข้อมูลว่าบริษัทดังกล่าวประกอบธุรกิจอะไร และปิดตัวลงในปี 2552 ส่วนในปี 2549 นายบรรพจน์ ซื้อบริษัท ทรอปปิก ออฟชอร์ โฮลดิ้ง อิ้งค์ เพื่อเป็นเจ้าของแต่เพียงคนเดียว ก่อนที่เจ้าของจะเปลี่ยนมือไปสูนายกาลิด โมฮัมหมัด กาดฟอร์ อัลเมไฮรีต่อไป

          ด้วยเหตุนี้ ทางผู้สื่อข่าวจึงพยายามติดต่อคุณหญิงพจมานและนายบรรณพจน์ เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ อย่างไรก็ดี นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชี้แจงว่า ไม่สามารถให้คำตอบเรื่องนี้ได้ เพราะตนรับงานที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองเท่านั้น

          ส่วน นายพิชิต ชื่นบาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย และทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ดูแลคดีซื้อที่ดินรัชดาของคุณหญิงพจมาน ก็ออกมาชี้แจงเช่นกันว่า ไม่สามารถให้ข้อมูลอะไรได้ เพราะดูแลเกี่ยวกับข่าวที่ดินรัชดาเท่านั้น แต่ก็เชื่อว่า เรื่องที่คุณหญิงพจมานและนายบรรณพจน์มีบริษัทที่บริติช เวอร์จิ้น น่าจะเป็นข้อมูลเก่า ทางที่ดีควรถามนายสมพร พงษ์สุวรรณ ทนายความส่วนตัวของคุณหญิงพจมานเกี่ยวกับคดียึดทรัพย์จะดีกว่า

          เมื่อผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังนายสมพร กลับไม่สามารถติดต่อได้ แล้วนายสมพรก็ไม่ได้ติดต่อกลับมาหลังจากที่ทางผู้สื่อข่าวฝากข้อความไว้ที่ บริษัท สมพร แอนด์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด ซึ่งเป็นสำนักกฎหมายของนายสมพร

          นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังพบว่า นางนลินี ทวีสิน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและนายอนุรัช มิสรา น้องชาย ได้ ซื้อบริษัทฮอลล์ คิงสตัน อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด โดยถือหุ้นคนละร้อยละ 50 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2551 ซึ่งบริษัทดังกล่าวมีอายุเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อนางนลินีต้องแจ้งทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลังจากได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กลับไม่มีรายงานความเป็นเจ้าของบริษัท ฮอลล์ คิงส์ตันฯ อยู่ในรายงานด้วย ดังนั้น ผู้สื่อข่าวจึงได้ตรวจสอบสถานะปัจจุบันของบริษัท พบว่า บริษัทยังอยู่ตามกฎหมาย แต่ไม่ทราบว่าเปลี่ยนเจ้าของไปแล้วหรือไม่

          ผู้สื่อข่าวจึงได้โทรถามนางนลินีเกี่ยวกับการถือครองบริษัทดังกล่าว ซึ่งนางนลินีก็ปฏิเสธผ่านเลขานุการส่วนตัวมาว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง

          นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังพบอีกว่า ตระกูลจิราธิวัฒน์ ซึ่งเป็นตระกูลของนักธุรกิจชื่อดังในไทย ก็ยังมีการจุดทะเบียนเป็นเจ้าของบริษัทนอกอาณาเขต เช่น นายสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ได้เป็นผู้อำนวยการและถือหุ้นบริษัท เดลี่ เลเจ้น อินเวสท์เม้นท์ ลิมิเต็ด เมื่อปี 2551 ก่อนที่จะยุติการทำงานในปีต่อมา พร้อมกันนั้น นายศักดิ์ชัย จิราธิวัฒน์ และนางสุรางค์รัตน์ จิราธิวัฒน์ ภรรยา ได้จดทะเบียนบริษัท วินเทจ โกลด์ อินเวสต์เม้นท์ ลิมิเต็ด ที่บริติช เวอร์จิ้น เมื่อปี 2551 เช่นกัน โดยทั้ง 2 บริษัทนั้น ได้ใช้บริการจดทะเบียนผ่านบริษัท โกลแมน แซคส์ (เอเซีย) แอลแอลซี ในฮ่องกง

          ต่อมา ผู้สื่อข่าวพยายามหาโอกาสสัมภาษณ์นายสุทธิธรรมเพื่อขอข้อมูลเรื่องนี้ แต่นายสุทธิธรรมเดินทางไปต่างประเทศ ยังไม่มีกำหนดกลับ เช่นเดียวกับนายศักดิ์ชัยและสุรางค์รัตน์ที่ไม่สามารถติดต่อได้

          สุดท้าย ผู้สื่อข่าวยังตรวจพบว่า นาย ยืนยง โอภากุล (แอ๊ด คาราบาว) นักดนตรีเพื่อชีวิตชื่อดัง ได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของผู้รับผลประโยชน์จากบริษัท ซูเปอร์ป ออฟชอร์ อินเวสต์เม้นท์ จำกัด บนเกาะเมอริเชียส เมื่อปี 2551 ร่วมกับนายเสถียร เศรษฐสถิตย์ และนางนัฐชมัย ถนอมบุญ ผู้ถือหุ้นบริษัท คาราบาวตะวันแดง เช่นเดียวกับนายยืนยง แต่เมื่อผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อนายยืนยง ก็ไม่ได้รับการติดต่อกลับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 22 April 2013, 10:01:26 pm
อัลคาโปนติดคุกก็เพราะหนีภาษี

การบังคับให้คนเข้าระบบภาษีก็เพราะตามเช็คบิลได้
ใครไม่เสียภาษีก็ไม่ต้องเลือกตั้ง เริ่มง่ายๆ แค่นี้ก่อนละกัน
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 22 April 2013, 10:10:19 pm
เหมือนหนังเรื่อง meet joe black

คนเราหนีอะไรก็ได้แต่หนีสองอย่างนี้ไม่พ้น

เดด แอนด์ แทกซ์
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 22 April 2013, 10:10:57 pm
พวกนักสิทธิมนุษยชน รับไม่ได้  และจะบอกว่า  คนจน ก็เสียภาษี VAT อยู่แล้ว
เพียงแต่  ไม่รู้ตัวว่าเสียภาษีอยู่   ก็เลยไม่ได้สนใจว่า ใครจะโกงกินอย่างไร
แบบว่า   เห็นแก่ตัว   ไม่ได้โกงกรู   ไม่เป็นไร    (แต่จริงๆแล้ว โดนโกง และ เอาเปรียบอยู่ตลอด)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 22 April 2013, 10:23:28 pm
อ้าว ถ้าคนจนเสียภาษี vat ก็พอ
งั้นมาเก็บภาษีรายได้คนไม่จนอีกทำไมล่ะ

แล้วถ้าแค่เสีย vat ก็มีสิทธิเลือกตั้ง
คนลาว เขมร พม่า กระเหรี่ยง .....ชาติใหนๆ ก็เสียทั้งนั้น ถ้ามาใช้เงินบาท
ก็ต้องให้เขาเลือกตั้งได้ด้วยสิ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 22 April 2013, 10:28:56 pm
เท่าที่อ่านดูน่าจะหมายถึงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานะครับ.. ผมว่ามันยังไม่โดนเท่าไร ถ้าจะแยกคนด้วยภาษี.. สู้ซะว่า ปิดประเทศแล้วยึดอำนาจ เปลี่ยนระบอบการปกครองไปเป็นเผด็จการรัฐบาลทหารจะง่ายกว่า..

ภาคอุตสาหกรรมการเกษตร และภาคการเกษตร เป็นแหล่งเคลื่อนย้ายทุนที่มหาศาลที่สุดประเทศ รองลงมาคือ มูลค่าเพิ่ม นิติฯและสรรพสามิต
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเก็บได้13%

อยากทราบว่าเครื่อข่ายพรรคเผาไทยทั้งประเทศเค้าถืออยู่เท่าไร ถ้ามีข้อมูลตัวเลข กรุณาแบ่งปันผมบ้างนะครับ CopyมาPaste ก็ได้ผมอ่านหมด.. ผมจะได้มั่นใจว่าแยกคนด้วยภาษีเป็นทางออก..
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 22 April 2013, 10:49:43 pm
ดูเผินๆ การแยกคนด้วยภาษีอาจจะน่ารังเกียจ
แต่ถ้าเราเปลี่ยนบัตรประชาชนเป็นบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี
ก็จะเห็นภาพชัดขึ้น

คนที่อ้างประชาธิปไตยสุดกู่ก็มักจะบอกว่า ทุกอย่างต้องยึดโยงด้วยประชาชน
การได้รับเลือกตั้งก็แปลว่าประชาชนอนุมัติ

แต่ใครอนุมัติประชาชนล่ะ ก็ต้องประชาชนด้วยกันนี่แหละ
ทำผิดกฏหมายเลือกตั้งยังตัดสิทธิเลือกตั้งได้ แปลว่าสิทธินี้ มีเหตุให้หยุดใช้ได้
ก็เพิ่มเงื่อนไขสิ ว่าอายุ 18 แล้วต้องทำบัตรก็ทำเป็นบัตรเสียภาษี

ที่จริง เด็กเพิ่งเกิด มีรายได้(เช่นจากโฆษณา) ยังโดนภาษีเลย
ผมเชื่อว่า ถ้าทุกคนเสียภาษี มันก็รักชาติขึ้นมาเองแหละ...เว้นแต่มันจะโง่จนเขาจูงจมูกได้
ก็เอาเหอะ อย่างน้อยมันก็ถูกจูงจมูก โดยมีใบอนุญาตให้ถูกสนตะพายได้
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 22 April 2013, 10:52:03 pm
คนที่ีเสียภาษีจริงๆ คือ ผู้บริโภคครับ
พ่อค้า เป็นแค่นายหน้า ในการเก็บภาษี แล้ว นำส่งให้รัฐบาลเท่านั้นครับ  ไม่ว่าจะเป็น VAT หรือ ภาษีเงินได้

ประเด็นเรื่องภาษี กับสิทธิ์ในการเลือกตั้ง   หากนำขึ้นมาพูดเมื่อไร  ก็แพ้เขาเมื่อนั้นครับ
ต้องว่ากันในประเด็น  การโกงกิน  และ   การหาทางป้องกัน คนไร้คุณภาพ ทำลายประเทศตัวเอง อย่างไร้สติปัญญาครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 22 April 2013, 11:02:56 pm
ถ้าอยู่ๆวันนึงมีกลุ่มทุนขนาดใหญ่ พ่อค้า นักการเมืองสมคบกัน จ่ายภาษีให้มากกว่าฝ่ายตรงข้าม แบบนี้เค้าก็บัญชาการประเทศได้แล้วสิครับ...

ผมว่าแยกคนด้วยภาษีไม่ผ่านอ่ะครับ จุดอ่อนเยอะไป เปิดช่องโกงได้มากกว่าเดิม ยิ่งลงทุนมากก็ต้องถอนทุนมาก แนวคิดนี้ไม่ต่างอะไรกับแนวคิดของทักกี้ ผมว่าไม่ work ครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 22 April 2013, 11:07:18 pm
Quote from: Jibjoy on 22  April  2013, 11:02:56 pm
ถ้าอยู่ๆวันนึงมีกลุ่มทุนขนาดใหญ่ พ่อค้า นักการเมืองสมคบกัน จ่ายภาษีให้มากกว่าฝ่ายตรงข้าม แบบนี้เค้าก็บัญชาการประเทศได้แล้วสิครับ...

ผมว่าแยกคนด้วยภาษีไม่ผ่านอ่ะครับ จุดอ่อนเยอะไป เปิดช่องโกงได้มากกว่าเดิม ยิ่งลงทุนมากก็ต้องถอนทุนมาก แนวคิดนี้ไม่ต่างอะไรกับแนวคิดของทักกี้ ผมว่าไม่ work ครับ


ตอนนี้เขาก็บัญชาการประเทศโดยไม่เสีย หรือหนีภาษีอยู่แล้วนี่ครับ

ส่วนเรื่อง "จุดอ่อนเยอะไป เปิดช่องโกงได้มากกว่าเดิม" อันนี้นึกไม่ออกว่าทำได้ยังงัย

ผมเองมองว่าศักดิศรีพลเมืองอยู่ที่การจ่ายภาษี
ตอนนี้พลเมืองไม่มีศักดิศรี แล้วยังไม่เสียภาษีอีก เสียสองต่อเปล่าๆ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 22 April 2013, 11:36:49 pm
จ่ายภาษีมากแล้วมีสิทธิเลือกตั้ง มันก็เป็นการซื้อเสียงรูปแบบนึงแหละ..

ยกตัวอย่างง่ายๆนะ ภาคใต้จังหวัดนึง เขตหนึ่ง มีประชากรที่มีสิทธิเลือกตั้ง 50,000คน พรรคคนถ่อยชนะ40% และ พรรคคนชั่วได้ที่สอง20% ไม่ไปใช้สิทธิซัก40% 

ถ้าคราวหน้ามี บมจ.อุตสาหกรรมอาหารทะเลส่งออกกลุ่มหนึ่งแถวดอนสักเป็นนายทุนพรรคคนชั่ว ว่าจ้างคนในพื้นที่ๆแบบลมๆ ซักปีละไม่กี่บาท แต่เอาชื่อมาใส่ในบัญชีเงินเดือนบริษัท จ่ายแบบหลอกๆ และทำลดหย่อนเสร็จสรรพ เงินเดือนก็ไม่จ่ายจริง ภาษีหลังจากหักลดหย่อนก็เหลือติ๊ดเดียว แล้วก็มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่าไอ้ 40% ที่ทำงานแทบตาย.. เลือกตั้งคราวนี้ขอเพิ่มซัก 25%ของประชากร ก็แค่ 12,500หัว "โอยย..สบายๆ โรงงานพวกนี้ลูกจ้างสี่ห้าพันคน.. แห่กันมาซักสมาคมนึงก็สิวๆ"

บมจ.ได้อะไร
1.หักค่าใช้จ่าย
2.ลดภาษีนิติฯ
3.ได้คืนภาษี
4.สัมปทานเขตทำประมง
5.ลดภาษีธุรกิจประเภทที่ทำอยู่

ประชาชนได้อะไร
1.เงินเศษค่าจ้างเป็นพนักงาน nominee

พรรคคนชั่วได้อะไร
1.ได้อำนาจ
2.ถอนทุน
3.ฯลฯ

นี่แค่คิดเล่นๆระหว่างกินข้าวนะเนี่ย... ถ้าให้พวกปากดีในช่องเคเบิ้ลคิด น่าจะมันส์กว่านี้ แค่นี้พอยังอ่ะครับ แยกคนด้วยภาษีเนี่ย..
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 22 April 2013, 11:37:29 pm
ใช่ครับ  ตอนนี้ การยึดประเทศไทย ทำได้ง่ายมากๆ   
เพียงตั้งตัวแทน   ใส่เงินเข้ามาสัก แสนล้านบาท   แล้วเริ่มต้นแจก  ทำประชานิยม
ซื้อเสียง  ซื้อหัวคะแนน  ซื้อมือปืนไว้ยิงทิ้งฝ่ายตรงข้าม  ซื้อข้าราชการ
ที่เหลือ  เอาเงินภาษีมาแจก  เพียงเท่านี้ก็ได้เป็นรัฐบาลแล้ว

ยึดโคตรง่ายเลยประเทศไทย    ถูกกว่า ยิงขีปนาวุธ ตั้งเท่าไร ก็ไม่รู้...

แต่เรื่อง ภาษี ไปกำหนด สิทธิ์การออกเสียง  คงทำไม่ได้ครับ    มีจุดอ่อนเยอะ
ทำแบบ  สอบขอใบอนุญาตลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง  แบบผมดีกว่า    เถียงได้กับทุกกลุ่ม และ ชอบธรรมด้วย..  ไม่มีจุดอ่อน
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 22 April 2013, 11:47:30 pm
Quote from: Jibjoy on 22  April  2013, 11:36:49 pm
จ่ายภาษีมากแล้วมีสิทธิเลือกตั้ง มันก็เป็นการซื้อเสียงรูปแบบนึงแหละ..

ยกตัวอย่างง่ายๆนะ ภาคใต้จังหวัดนึง เขตหนึ่ง มีประชากรที่มีสิทธิเลือกตั้ง 50,000คน พรรคคนถ่อยชนะ40% และ พรรคคนชั่วได้ที่สอง20% ไม่ไปใช้สิทธิซัก40% 

ถ้าคราวหน้ามี บมจ.อุตสาหกรรมอาหารทะเลส่งออกกลุ่มหนึ่งแถวดอนสักเป็นนายทุนพรรคคนชั่ว ว่าจ้างคนในพื้นที่ๆแบบลมๆ ซักปีละไม่กี่บาท แต่เอาชื่อมาใส่ในบัญชีเงินเดือนบริษัท จ่ายแบบหลอกๆ และทำลดหย่อนเสร็จสรรพ เงินเดือนก็ไม่จ่ายจริง ภาษีหลังจากหักลดหย่อนก็เหลือติ๊ดเดียว แล้วก็มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่าไอ้ 40% ที่ทำงานแทบตาย.. เลือกตั้งคราวนี้ขอเพิ่มซัก 25%ของประชากร ก็แค่ 12,500หัว "โอยย..สบายๆ โรงงานพวกนี้ลูกจ้างสี่ห้าพันคน.. แห่กันมาซักสมาคมนึงก็สิวๆ"


ยกตัวอย่างให้มันเรียลิสติกหน่อยครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 22 April 2013, 11:51:08 pm
ขนาดนี้สอบครู สอบตำรวจ สอบเข้านายร้อย สอบใบขับขี่ สอบเข้าทำงานราชการ ยังมีทุจริตเลยเฮียพจน์ สอบใบเลือกตั้งจะรอดเหรอ...  :flatter:

ออกกฎหมายเป็นนายกฯ เป็นสส. เป็นผู้ใหญ่ กำนัน ผู้ว่าฯ ได้เต็มที่สองสมัยแล้วไม่ให้รับตำแหน่งทางการเมืองอีก
ให้ผู้สมัครนายกฯเปิดตัวรองฯและรมต. เซตดรีมทีมมาหาเสียงตั้งแต่แรก ห้ามเอาตัวละครอื่นมาแทรก..
เขตนึงมีสส.ได้สองคน คนแรกคนสองมาจากสองพรรคที่ได้คะแนนตามกันมา สว.มาจากภาคประชาชน

ทั้งนักการเมือง ข้าราชการ ประชาชน กลุ่มทุน ใครทุจริตประหารชีวิตและยึดทรัพย์แปดชั่วโครต.... ท

แก้รัฐธรรมนูญแบบนี้ง่ายกว่าเยอะ..


แยกคนด้วยภาษี เรียลลิสติค โครตๆ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 23 April 2013, 12:19:09 am
เขาโกงแน่ครับ  ดังนั้นการสอบ  จะสอบทีละจังหวัด  และ จัดทีมพิเศษ เข้าไปดูแลเลย
มีองค์กรเหมือน กกต.  แล้วก็ภาคประชาชน เข้าไปควบคุม   ตั้งกล้อง video ถ่ายไว้ตลอด   ว่าใครทำอะไร ยังไง
เจอโกงเมื่อไร  จับเข้าคุก  เอาให้เข็ด  เดี๋ยวมันไม่กล้าเองล่ะครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 23 April 2013, 12:29:13 am
Quote from: Jibjoy on 22  April  2013, 11:51:08 pm

แยกคนด้วยภาษี เรียลลิสติค โครตๆ


แยกคนด้วยผิวสีก็มีมาแล้ว
ทำไมจะแยกด้วยใบเสียภาษีไม่ได้
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 23 April 2013, 12:33:34 am
ถ้าเขตนึงมีสส. สองคน จากที่หนึ่งและที่สอง
ถ้ามันโกงกันง่าย มันก็ให้พวกมันได้ที่สอง ก็จบข่าว
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 23 April 2013, 12:39:56 am
Quote from: pee on 23  April  2013, 12:29:13 am
Quote from: Jibjoy on 22  April  2013, 11:51:08 pm

แยกคนด้วยภาษี เรียลลิสติค โครตๆ


แยกคนด้วยผิวสีก็มีมาแล้ว
ทำไมจะแยกด้วยใบเสียภาษีไม่ได้


แต่งบริษัทมากินสัมปทาน เป็นนอมินี ฟอกเงิน ย้ายสำมะโนครัว จ้างซื้อเสียงด้วยข้าวมันไก่ ก็มีมาแล้ว
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 23 April 2013, 12:43:05 am
Quote from: pee on 23  April  2013, 12:33:34 am
ถ้าเขตนึงมีสส. สองคน จากที่หนึ่งและที่สอง
ถ้ามันโกงกันง่าย มันก็ให้พวกมันได้ที่สอง ก็จบข่าว


เค้าเรียกว่า counterbalance ครับ เหมือนฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน แต่ในการเมืองท้องถิ่นมันไม่มี hold of the balance power ครับ คล้ายๆกับเลือกตั้งกับลากตั้งในตอนนี้ไงครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 23 April 2013, 01:10:41 am
Quote from: Jibjoy on 23  April  2013, 12:43:05 am
Quote from: pee on 23  April  2013, 12:33:34 am
ถ้าเขตนึงมีสส. สองคน จากที่หนึ่งและที่สอง
ถ้ามันโกงกันง่าย มันก็ให้พวกมันได้ที่สอง ก็จบข่าว


เค้าเรียกว่า counterbalance ครับ เหมือนฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน แต่ในการเมืองท้องถิ่นมันไม่มี hold of the balance power ครับ คล้ายๆกับเลือกตั้งกับลากตั้งในตอนนี้ไงครับ


ในโลก ไม่มีการเมืองสองพรรคนะครับ
และการตรวจสอบทั่วไป เป็นหน้าที่ของภาคประชาชน ซึ่งเมืองไทยอ่อนแอมาก
ดูเหมือนสมาคมนักข่าวจะพยายามสร้างอำนาจนี้อยู่
ส่วนนักการเมืองนั้น ตรวจสอบตามที่กฏหมายให้อำนาจ ผ่านระบบกรรมาธิการ
ซึ่งก็ยังอ่อนแอเหมือนกัน

ข้อเสนอของผม คือต้องการให้คนธรรมดาเข้มแข็งขึ้นทางการเมือง
สนับสนุนอำนาจตรวจสอบให้เข้มข้นขึ้นไปอีก เพราะปัจจุบัน ประชาชนไม่มีอำนาจเลย
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 23 April 2013, 01:40:19 am
เขาจะล้มล้าง ศาลรัฐธรรมนูญ  และ แก้ รธน.  เพื่อทำลายระบบตรวจสอบทั้งหมดลงอยู่นี่ครับ  อิ อิ  :)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 23 April 2013, 01:44:04 am
Quote from: poj on 23  April  2013, 01:40:19 am
เขาจะล้มล้าง ศาลรัฐธรรมนูญ  และ แก้ รธน.  เพื่อทำลายระบบตรวจสอบทั้งหมดลงอยู่นี่ครับ  อิ อิ  :)


ถ้าล้มด้วยหัวคิดตัวเองก็ทำไปเถอะครับ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน
แต่กลัวจะรับจ้างมาอะดิ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 23 April 2013, 01:49:49 am
ไม่ได้ครับ  ไม่ถือเป็นสิทธิ์ขั้นพื่้นฐาน   เพราะขาดธรรมาภิบาล
และเป็นการกระทำที่ ไม่มีประโยชน์ต่อชาติ และ ส่วนรวม
หากแต่เป็นประโยชน์ เฉพาะตัว เฉพาะกลุ่ม

จะมาอ้างสิทธิ์ขั้นพื้นฐานไม่ได้   ไม่งั้น  กองโจร รวมตัวกัน   จะทำยังไงก็ได้สิครับ  อ้างสิทธิ์ขั้นพื้นฐานอย่างเดียว

การบริหารงาน  ต้องมีการประเมินผลงาน  ตรวจสอบ และ ลงโทษครับ
ไม่งั้นนะ   โกงกันฉิบหายวายป่วง   เป็นบริษัทก็เจ๊ง   เป็นประเทศก็ฉิบหายครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 23 April 2013, 03:15:13 am
แหม....เทียบพี่น้องผมเป็นโจรไปนั่น
ฮา

ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็แสดงออกได้
เพียงแต่กรณีนี้ ผมว่าไกลตัวจังเลย
ศาลรัฐธรรมนูญ เขาจัดการกับคดีการเมือง

แต่ชาวบ้านกลุ่มนี้ เดือดร้อนอะไร อันนี้นึกไม่ออกจริง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 23 April 2013, 04:28:00 am
เมื่อก่อนผมคิดว่าเมื่อคนไทยการศึกษาทั่วถึงขึ้น แล้วจะทำให้การเมืองและสังคมดีขึ้นเอง แต่เท่าที่ได้สังเกตุมานาน ตอนนี้มั่นใจว่าการศึกษาที่ทั่วถึงมากขึ้นในบ้านเราไม่ได้ช่วยให้คนไทยมีสังคมที่ดีขึ้นแม้แต่นิดเดียว ที่พัฒนาขึ้นเห็นจะมีแต่รู้วิธีหาเงินเอาตัวรอดไปวันๆเท่านั้นเอง ก็คนสอนเขาสอนมาอย่างนี้ จบมาทำงาน หัวหน้างาน ผู้บังคับบัญชา ผู้บริหาร ผู้บังคับใช้กฏหมาย ผู้ออกนโยบาย ทั้งระดับบริษัท ระดับรัฐ ก็มีแนวคิดแบบนี้ทั้งหมด ดูตัวเลข ค่าจีดีพี ค่าดกเบี้ย ผลกำไร เก่งมากๆ แต่ระดับความสัมพันธ์ในสังคมไม่มีใครพูดถึง ไม่มีใครสั่ง ไม่มีสถาบันไหนสอน ทั้งที่ตัวเองได้สัมผัส มีผลกระทบอยู่ทุกวัน

ผมเสนอว่ารัฐบาลต้องจัดทำตัวเลขความห่างระหว่างชนชั้นออกมาแสดงทุกปี แทนที่จะแสดงจีดีพี แล้วมาบอกว่าประเทศเจริญขึ้น มันรวยขึ้นแค่ยี่สิบตระกูลเอง แต่คนจนลงอีกสิบล้านตระกูล จีดีพีมันก็ยังสูงขึ้น เอามาพูดทำไม ต้องทำให้คนระดับบัวปริ่มน้ำเข้าใจ

ต้องให้ชาวบ้านเห็นว่าตัวเองจนลงอย่างไร ชาวบ้านโดยเฉพาะแถบอิสาน ระดับบัวใต้น้ำ เดี๋ยวนี้เขาวัดรายได้จาก รถกระบะ รถมอไซค์ กับมือถือ ตอนนี้เขาคิดว่ากำลังอยู่ดีกินดีขึ้น น่าอนาถใจจริง คนจนเลี้ยงคนรวย กำไรจากสินค้ายังไม่พอ กำไรจากดอกเบี้ยอีก ยึดรถได้อีก ได้คะแนนเสียงอีก ได้สี่เด้ง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 23 April 2013, 04:35:24 am
Quote from: pee on 23  April  2013, 03:15:13 am
แหม....เทียบพี่น้องผมเป็นโจรไปนั่น
ฮา

เปล่าเปรียบเทียบ  แค่ยกตัวอย่าง   ว่า   หากมีโจรกลุ่มหนึ่ง  ออกลูกออกหลาน  จนครองจำนวนประชากรส่วนใหญ่
แล้ว  รวมหัวกันออกกฎชั่วๆ  เช่น  ข่มขืนผู้หญิงได้ตามใจชอบ    แล้วบอกว่า  สิทธิ์ขั้นพื่นฐานในการลงคะแนนเสียง...   
แบบนี้ สังคมอยู่ไม่ได้ครับ...
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Karin Preeda on 24 April 2013, 07:16:00 am
องค์กรอิสระโดนตัดงบ(ตามเคย)  :dizzy:

ข่าวจากไทยโพสต์
http://www.thaipost.net/news/240413/72607

บรรดารัฐมนตรีกล่าวหาองค์กรอิสระกลางที่ประชุม ครม. โดยเฉพาะกรรมการสิทธิ์-สตง. ดีแต่ของบประมาณปี 57 เพิ่ม แต่ไร้ผลงานและจ้องถล่มรัฐบาล ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญถูกหั่นลดเหลือแค่ 180 ล้านบาท
    เมื่อวันอังคาร มีรายงานจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เผยว่า ในการประชุมพิจารณาระเบียบวาระเรื่องพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2557 ที่สำนักงบเสนอกรอบวงเงินงบประมาณให้ ครม.เห็นชอบ วงเงิน 2,525,000 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นงบขาดดุล 250,000 ล้านบาท ปรากฏว่าในที่ประชุม ครม. มีรัฐมนตรีแสดงความคิดเห็นเรื่องการเสนองบประมาณขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญอย่างหนัก ว่ามีการเสนอของบประมาณที่เพิ่มสูงขึ้นจากปี 2556 สูงเกินไปไม่เหมาะสม รายงานแจ้งว่ารัฐมนตรีหลายคนได้ซักถามตัวแทนสำนักงบประมาณว่า ทำไมองค์กรอิสระอย่างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถึงมีการเสนอเพิ่มงบสูงเกินความจำเป็น มาของบเพิ่มมากมายร่วม 600 ล้านบาท โดยงบที่เพิ่มขึ้น ใช้ไปทำภารกิจอะไร
ทั้งนี้ ตัวแทนสำนักงบประมาณ ชี้แจงว่า งบส่วนที่เพิ่มขึ้นจะนำไปใช้ในส่วนติดตั้งโครงข่ายโทรศัพท์ทั่วประเทศเพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เพราะ สตง.เป็นหน่วยที่ต้องเข้าไปตรวจสอบการใช้งบประมาณของส่วนต่างๆ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีระบบรับเรื่องร้องเรียน
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เคยใช้บริการดังกล่าวของ สตง.เหมือนกัน แต่ก็ไม่เห็นมีความคืบหน้าอะไรเลย
ขณะเดียวกัน ก็มีรัฐมนตรี เช่น นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน กล่าวในที่ประชุมว่า สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ปีนี้ของบเพิ่มมาจากปีที่แล้ว 8 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เห็นสำนักงานคณะกรรมการสิทธิฯ มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน มีแต่จะของบประมาณเพิ่ม แต่พวกองค์กรเหล่านี้กลับไม่มีผลงาน และบางเรื่องก็ออกมาให้ข่าว หรือเข้ามาตรวจสอบโดยไม่ให้ความเป็นธรรมแก่รัฐบาลชุดนี้ แถมยังจ้องโจมตีรัฐบาลอีกด้วย
เช่น เรื่องการค้ามนุษย์ แรงงานข้ามชาติ ก็ให้ข่าวไม่ถูกต้อง แต่กลับมาของบประมาณเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีอีกหลายคนแสดงความคิดเห็นว่า การที่มีองค์กรอิสระไปตั้งสำนักงานที่ต่างจังหวัดโดยไม่จำเป็น เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ คิดแต่จะเพิ่มงบ เพิ่มสำนักงาน แต่งานหลายอย่างไม่เห็นมีผลงานออกมา
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญพบว่า ได้มีการของบ 294 ล้านบาท ขณะที่ปี 2556 ได้ไปแล้ว 177 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สำนักงบประมาณได้ปรับลดเหลือ 180 ล้านบาท    ในตอนท้าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ย้ำกับที่ประชุม ครม.ว่า นโยบายของรัฐบาลต้องการให้ทุกหน่วยงานรัดเข็มขัด ใช้งบในความจำเป็น ดังนั้นทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระหรือองค์กรอะไรต้องใช้มาตรฐานเดียวกัน โดยไม่มีองค์กรไหนได้รับสิทธิพิเศษ ขอเพียงให้เมื่อได้งบประมาณไปแล้วต้องใช้งบให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามภารกิจที่ตั้งเอาไว้
    ทั้งนี้ ครม.จะเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 57 เข้าสภาฯ สมัยวิสามัญ 29-30 พ.ค.นี้ และจะสำรองไว้อีก 1 วัน คือ 31 พ.ค. หากมีการอภิปรายกันมากก็จะให้ประชุมสภาฯ 3 วัน
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 24 April 2013, 01:15:12 pm
ไม่แปลกครับ  ตอนนี้  กำลังมีการทำลายการถ่วงดุล อำนาจ  และ การตรวจสอบ ทั้งหมดลง
สำเร็จเมื่อไร  ก็แดกกันบรรลัยกว่านี้อีกมาก
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 25 April 2013, 09:59:49 pm
อันนี้เรียกว่าโกงแบบบูรณาการปูปูได้ป่าว

จาก ASTV
วันนี้ (25 เม.ย.) นายอุเทน ชาติภิญโญ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านการระบายน้ำ ได้เดินทางมายื่นฟ้องคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ต่อศาลปกครองกลาง แผนกคดีสิ่งแวดล้อมเพื่อขอให้มีคำสั่งเพิกถอนข้อกำหนดและขอบเขตของงาน หรือทีโออาร์ โครงการออกแบบก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย ทั้ง 10 งานหลัก ที่ กบอ.เป็นผู้กำหนด และขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาสั่งให้มีการระงับการยื่นซองประมูลโครงการดังกล่าวไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา
       
       ทั้งนี้ นายอุเทนกล่าวว่า กบอ.ได้ดำเนินการกำหนดข้อกำหนดและขอบเขตของงาน (TOR) โครงการออกแบบก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย จำนวน 10 งานหลัก ได้แก่ Module A1 การสร้างอ่างเก็บน้ำอย่างเหมาะสมและยั่งยืนในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง ยม น่าน สะแกกรัง และป่าสัก, Module A2 การจัดทำผังการใช้ที่ดิน/การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำ รวมทั้งการจัดทำพื้นที่ปิดล้อมพื้นที่ชุมชนและเศรษฐกิจหลัก สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา, Module A3 การปรับปรุงพื้นที่เกษตรชลประทานในพื้นที่โครงการชลประทานเหนือจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อเก็บกักน้ำหลากชั่วคราว
       
       Module A4 การปรับปรุงสภาพลำน้ำสายหลักและการป้องกันการกัดเซาะตลิ่งริมแม่น้ำในพื้นที่แม่น้ำยม น่าน เจ้าพระยา, Module A5 การจัดทำทางผันน้ำ (Flood diversion channel) ขนาดประมาณ 1,500 ลบ.ม./วินาที รวมทั้งการก่อสร้างถนน เพื่อรองรับการคมนาคม, Module A6 และ B4 ระบบคลังข้อมูลเพื่อการพยากรณ์และเตือนภัย รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำ
       
       Module B1 การสร้างอ่างเก็บน้ำอย่างเหมาะสมและยั่งยืนในพื้นที่ลุ่มน้ำ 17 ลุ่มน้ำ, Module B2 การจัดทำผังการใช้ที่ดิน/การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำ รวมทั้งการจัดทำพื้นที่ปิดล้อมพื้นที่ชุมชนและเศรษฐกิจหลัก ในพื้นที่ลุ่มน้ำ 17 ลุ่มน้ำ และ Module B3 การปรับปรุงสภาพลำน้ำสายหลักและการป้องกันการกัดเซาะตลิ่งริมแม่น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำ 17 ลุ่มน้ำไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535
       
       นายอุเทนกล่าวต่อว่า ตนเห็นว่าการกำหนดทีโออาร์ไม่ได้มีการศึกษาวิเคราะห์ถึงความเหมาะสมและผลกระทบทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพ ที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรง รวมทั้งไม่มีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินการโครงการต่างๆ ก่อนกำหนดทีโออาร์ ความคุ้มค่าด้านเศรษฐศาสตร์และการเงินของแผนการลงทุน และไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีส่วนได้เสียเข้าไปมีส่วนร่วมตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งเร่งรัดให้มีการประมูลโครงการฯ ซึ่งอาจทำให้การคัดเลือกผู้รับจ้างไม่โปร่งใส เกิดการทุจริตได้ ซึ่งหากปล่อยให้มีการยื่นซองประมูลโครงการดังกล่าวในวันที่ 3 พ.ค.อาจทำให้รัฐบาลและประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง จึงต้องยื่นขอให้ศาลพิจารณามีคำสั่งยกเลิกทีโออาร์ดังกล่าว เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบโครงดังกล่าวว่ามีความโปร่งใสหรือไม่
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 25 April 2013, 10:17:01 pm
http://clip.thaipbs.or.th/home.php?vid=5685&action=search&keyword=จัดการน้ำ&stype=1×=7&ap=flase

กำลังจะโพสคลิปนี้อยู่พอดี คลิกไปที่ 21.40

เงินสามแสนล้านบาท กำลังจะหายไปจากพี่น้องอีกแล้ว
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 25 April 2013, 11:45:53 pm
อันเดียวกันหรือเปล่าครับ
ผมดูจาก TPBS ไม่ได้

http://www.youtube.com/watch?v=N09BacQ58yo
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 25 April 2013, 11:59:37 pm
ไม่รู้ทำไง   เบื่อๆ เซ็งๆ    :(
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 26 April 2013, 12:09:48 am
ฟังโดยสรุปแล้วก็คือ

1 เอาชื่อ"ในพระราชดำริ"มาบังหน้า
2 เขียนโครงการเพื่อให้มีจำนวนเงิน
3 สร้างความกลัวน้ำท่วมเพื่อให้ประชาชนยอมรับ
4 เอาข้อเสนอต่างๆ จากเมืองนอกมาเย็บรวมกัน
5 ระยะเวลา ตัวเลข จำนวนเงิน ไม่มีที่มา

สรุปอย่างเฮียหวังว่าคือ สามแสนล้าน ทิ้งไปเปล่าๆ
คาดการอะไรไม่ได้ ทำจริงได้หรือเปล่าช่างมัน

ท่านประธานสรุปปิดท้ายได้ถูกต้องครับ
ผมเสริมว่า มันจะเป็นอีกโทลเวย์ทิ้งร้าง จากเหนืออิสานจดปากอ่าวไทย
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 26 April 2013, 04:35:36 am
Quote from: pee on 25  April  2013, 11:45:53 pm
อันเดียวกันหรือเปล่าครับ
ผมดูจาก TPBS ไม่ได้


อันเดียวกันครับ ใครยังไม่ดูก็รีบดู เดี๋ยวโดนลบ

วันก่อนรายการนี้เชิญ ส.สิวรักษ์ มาโต้กับ ส.เจียมธีรสกุล ผ่านไปไม่กี่วัน ตอนนี้พิธีกรลาออกไปแล้ว  :blink:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 26 April 2013, 04:50:44 am
Quote from: sw on 26  April  2013, 04:35:36 am
Quote from: pee on 25  April  2013, 11:45:53 pm
อันเดียวกันหรือเปล่าครับ
ผมดูจาก TPBS ไม่ได้


อันเดียวกันครับ ใครยังไม่ดูก็รีบดู เดี๋ยวโดนลบ

วันก่อนรายการนี้เชิญ ส.สิวรักษ์ มาโต้กับ ส.เจียมธีรสกุล ผ่านไปไม่กี่วัน ตอนนี้พิธีกรลาออกไปแล้ว  :blink:


เออ

คนนึงแซ่เซียว คนนึงแซ่เจียม ลูกหลานจีนอพยพทั้งคุ่
แต่เสือกมาออกความเห็นเรื่องเจ้า

เหมือนพรรคคอมมิวนิสต์ญวน จีน โซเวียต แส่มาทำสงครามปฎิวัติประเทศไทยเลย
พิลึกดี
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 26 April 2013, 04:54:25 am
สองคนนั้น ไม่ได้โต้กันครับ  และ  พิธีกร  ก็จัดฉาก  ด้วย
ทั้งหมดนั้น  เป็นการจงใจ  เสนอแนวคิดเพียงด้านเดียว คือ  ต้องการล้มเจ้าครับ
ทั้งสามคนนั่นแหละ

เสร็จแล้วก็ลาออก ทำ drama ว่า เป็น สื่อที่ถูกจำกัดเสรีภาพ....
ถามมันดิ ว่า ...  ทำไม ไม่ทำรายการแฉ การโกงกิน ของทักษิณบ้างละ   :)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 26 April 2013, 05:05:51 am
สองล้านล้าน แค่ 7 หน้ากระดาษ A4 ก็ผ่านครม.แล้ว นี่แค่สามแสนล้าน จิ๊บจ้อยส์

อ้างอะไรก็ไม่ชอบธรรมเท่ากับอ้างในหลวง ถ้าโครงการสัมฤทธิผล คนทำได้หน้า ถ้าล้มเหลวก็อ้างพระราชดำริ
ส่วนเงินค่าคอมเอาไปเข้าเครื่องฟอกก็เรียบร้อย ไม่มีใครพูดถึง

ปูลมตัวนี้แสบกว่าพี่ชายอีก ทำอะไรไม่ค่อยจะมีใครออกมาขวาง ใครค้านเจ๊แกแค่ใช้หางตาจิกๆก็เสียงอ่อย เฮียมาร์คก็นิ่มจังเลย

นโยบายรัฐบาลนี้มีข้อเดียว อนุมัติโครงการให้เงินผ่านมือให้มากที่สุด เป้าหมายคือ 30%
โอกาสทองของการโกย ประเทศล้มไปก็ไม่มีใครว่าอะไร ทำผิดถึงขั้นประเทศล้มละลายก็ไม่ติดคุก คนไทยใจดีอยู่แล้นน

Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 26 April 2013, 05:17:59 am
Quote from: poj on 26  April  2013, 04:54:25 am
สองคนนั้น ไม่ได้โต้กันครับ  และ  พิธีกร  ก็จัดฉาก  ด้วย
ทั้งหมดนั้น  เป็นการจงใจ  เสนอแนวคิดเพียงด้านเดียว คือ  ต้องการล้มเจ้าครับ
ทั้งสามคนนั่นแหละ

เสร็จแล้วก็ลาออก ทำ drama ว่า เป็น สื่อที่ถูกจำกัดเสรีภาพ....
ถามมันดิ ว่า ...  ทำไม ไม่ทำรายการแฉ การโกงกิน ของทักษิณบ้างละ   :)



อ๋ายย...ขบวงกาง"ล้มเจ้า"ไม่มีหรอกค๊าบบ ถึงมีก็เจ๊งบ๊งไปตั้งแต่ 2489 เลี้ยวค๊าบบ

แต่ขบวงกาง"ล้มไพร่"เนี่ย มีจัดหนักๆไปหลายสิบดอกเลี้ยว อิๆ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 26 April 2013, 06:36:43 am
Quote from: Hexaphonic on 26  April  2013, 05:17:59 am
Quote from: poj on 26  April  2013, 04:54:25 am
สองคนนั้น ไม่ได้โต้กันครับ  และ  พิธีกร  ก็จัดฉาก  ด้วย
ทั้งหมดนั้น  เป็นการจงใจ  เสนอแนวคิดเพียงด้านเดียว คือ  ต้องการล้มเจ้าครับ
ทั้งสามคนนั่นแหละ

เสร็จแล้วก็ลาออก ทำ drama ว่า เป็น สื่อที่ถูกจำกัดเสรีภาพ....
ถามมันดิ ว่า ...  ทำไม ไม่ทำรายการแฉ การโกงกิน ของทักษิณบ้างละ   :)



อ๋ายย...ขบวงกาง"ล้มเจ้า"ไม่มีหรอกค๊าบบ ถึงมีก็เจ๊งบ๊งไปตั้งแต่ 2489 เลี้ยวค๊าบบ

แต่ขบวงกาง"ล้มไพร่"เนี่ย มีจัดหนักๆไปหลายสิบดอกเลี้ยว อิๆ


ไม่เคยอ่านจิตร ภูมิศักดิ์หรือ
2518-2519 ผมมีเพื่อนที่อยู่ในขบวนการล้มเจ้าเป็นสิบครับ


อย่าบิดเบือนเลย
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 26 April 2013, 06:37:58 am
Quote from: sw on 26  April  2013, 05:05:51 am
สองล้านล้าน แค่ 7 หน้ากระดาษ A4 ก็ผ่านครม.แล้ว นี่แค่สามแสนล้าน จิ๊บจ้อยส์

อ้างอะไรก็ไม่ชอบธรรมเท่ากับอ้างในหลวง ถ้าโครงการสัมฤทธิผล คนทำได้หน้า ถ้าล้มเหลวก็อ้างพระราชดำริ
ส่วนเงินค่าคอมเอาไปเข้าเครื่องฟอกก็เรียบร้อย ไม่มีใครพูดถึง

ปูลมตัวนี้แสบกว่าพี่ชายอีก ทำอะไรไม่ค่อยจะมีใครออกมาขวาง ใครค้านเจ๊แกแค่ใช้หางตาจิกๆก็เสียงอ่อย เฮียมาร์คก็นิ่มจังเลย



เห็งล่วย
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 26 April 2013, 06:49:27 am
Quote from: sw on 26  April  2013, 05:05:51 am
สองล้านล้าน แค่ 7 หน้ากระดาษ A4 ก็ผ่านครม.แล้ว นี่แค่สามแสนล้าน จิ๊บจ้อยส์


"รอยล"แจงชัด!!!  เหตุลาออก "กบอ." โดยส่วนตัวมีความกังวลเช่นเดียวกับบริษัทญี่ปุ่นที่ตัดสินใจถอนตัว   ในส่วนละเอียด "ทีโออาร์น้ำ" ไม่ขอแสดงความคิดเห็น


วันนี้( 25 เม.ย.) นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) เปิดเผยภายหลังจากที่ได้ยื่นหนังสือลาออกจากคณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.)ได้ส่งหนังสือชี้แจงเหตุผลการลาออกส่งตรงถึงนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 17 เม.ย. 56 เหตุผลที่ระบุในหนังสือฉบับดังกล่าว คือ ขณะนี้คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกโครงการเพื่ออกแบบและก่อสร้าง ระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่ง และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ และคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ได้จัดทำข้อกำหนดและขอบเขตของงาน TOR เรียบร้อยแล้ว และได้แจกให้กับผู้ที่ผ่านการพิจาณณาคัดเลือกกรอบแนวคิด เพื่อให้รัฐบาลพิจารณาคัดเลือกเป็นคู่สัญญาในการดำเนินโครงการ ออกแบบการก่อสร้างดังกล่าวต่อไป
         

โดยหวังว่าโครงการดังกล่าว จะสามารถช่วยป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัยให้กับประชาชนในระยะยาวได้อย่างแท้จริงทางสถาบันสารสนทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาคลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้สมบูรณ์ เพื่อจะได้นำข้อมูลดังกล่าวไปสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลต่อไป
         

นายรอยล กล่าวอีกว่า การตัดสินใจลาออกครั้งนี้เป็นการลาออกหลังจากงานที่ได้รับมอบหมายแล้วเสร็จ แต่โดยส่วนตัวมีความกังวลเช่นเดียวกับบริษัทญี่ปุ่นที่ตัดสินใจถอนตัวจากโครงการออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ 3.5 แสนล้านบาท ในส่วนละเอียดที่เกี่ยวข้องกับทีโออาร์ ไม่ขอแสดงความคิดเห็น

ข้อมูลจาก นิวส์เซ็นเตอร์
http://www.tnews.co.th/html/news/55952/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%89%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A!!!!%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%81%E0%B9%8A%E0%B8%AD%E0%B8%81-%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%AD-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7.html
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 26 April 2013, 07:03:35 am
Quote from: pee on 26  April  2013, 06:36:43 am

ไม่เคยอ่านจิตร ภูมิศักดิ์หรือ
2518-2519 ผมมีเพื่อนที่อยู่ในขบวนการล้มเจ้าเป็นสิบครับ

อย่าบิดเบือนเลย




แล้วสุดท้ายถามว่าใครครับที่เป็นฝ่ายล้ม?...เจ้าล้ม...หรือเพื่อนของพี่ที่ล้ม?

อย่ากังวลไปเลยครับ พวกไพร่น่ะทำอะไรพรรค์นั้นไม่สำเร็จหรอก ต่อให่มีเยอะแค่ไหนก็เถอะ!
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 26 April 2013, 07:33:25 am
Quote from: Hexaphonic on 26  April  2013, 07:03:35 am

แล้วสุดท้ายถามว่าใครครับที่เป็นฝ่ายล้ม?...เจ้าล้ม...หรือเพื่อนของพี่ที่ล้ม?

อย่ากังวลไปเลยครับ พวกไพร่น่ะทำอะไรพรรค์นั้นไม่สำเร็จหรอก ต่อให่มีเยอะแค่ไหนก็เถอะ!


พื่อนผมไม่ล้มครับ ยืนหยัดร่ำรวย
บางคนก็เป็นสส. เป็นรัฐมนตรี...บางคนก็กลายเป็นโปรเจ้า
แต่ยังมีอีกแยะ ที่ต้องการล้มเจ้า

คำว่าล้มเจ้านี่ ไม่ได้ใช้แบบตอแหลเหมือนที่สมศักดิ์บอกว่า ยังอยากมีรัฐธรรมนูญมีกษัตริย์นะ
แต่ล้มแบบสมศักดิ์อีกสำนวนหนึ่งที่บอกว่า ประเทศไทยต้องเป็นสาธารณะรัฐ
หรือที่ชัดๆ ก็คือสมศักดิ์สมัย 2518-19 ที่เข้าร่วมขบวนการล้มเจ้าด้วยอาวุธ

อย่าเลี่ยงเลยครับ เรื่องอื่นเราแลกเปลี่ยนกันได้ ต่างทัศนะกันได้
แต่เรื่องล้มเจ้ามันมีทัศนะเดียว คือประเทศไทยต้องมี หรือไม่ต้องมีกษัตริย์
สนทนาการเมืองในพ.ศ. นี้ เรื่องเดียวที่ชัดเจนก็คือ
คุณต้องการ หรือไม่ต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์ ตรงๆ ง่ายๆ
แล้วยิ่งตรงยิ่งง่ายก็คือ ฝ่ายที่ไม่ต้องการให้มีสถาบันพระมหากษัตริย์ สนับสนุนทักษิณ

ไม่มีอะไรง่ายและตรงกว่านี้อีกแล้ว
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 26 April 2013, 07:50:43 am
Quote from: pee on 26  April  2013, 07:33:25 am
Quote from: Hexaphonic on 26  April  2013, 07:03:35 am

แล้วสุดท้ายถามว่าใครครับที่เป็นฝ่ายล้ม?...เจ้าล้ม...หรือเพื่อนของพี่ที่ล้ม?

อย่ากังวลไปเลยครับ พวกไพร่น่ะทำอะไรพรรค์นั้นไม่สำเร็จหรอก ต่อให่มีเยอะแค่ไหนก็เถอะ!


พื่อนผมไม่ล้มครับ ยืนหยัดร่ำรวย
บางคนก็เป็นสส. เป็นรัฐมนตรี...บางคนก็กลายเป็นโปรเจ้า
แต่ยังมีอีกแยะ ที่ต้องการล้มเจ้า

คำว่าล้มเจ้านี่ ไม่ได้ใช้แบบตอแหลเหมือนที่สมศักดิ์บอกว่า ยังอยากมีรัฐธรรมนูญมีกษัตริย์นะ
แต่ล้มแบบสมศักดิ์อีกสำนวนหนึ่งที่บอกว่า ประเทศไทยต้องเป็นสาธารณะรัฐ
หรือที่ชัดๆ ก็คือสมศักดิ์สมัย 2518-19 ที่เข้าร่วมขบวนการล้มเจ้าด้วยอาวุธ

อย่าเลี่ยงเลยครับ เรื่องอื่นเราแลกเปลี่ยนกันได้ ต่างทัศนะกันได้
แต่เรื่องล้มเจ้ามันมีทัศนะเดียว คือประเทศไทยต้องมี หรือไม่ต้องมีกษัตริย์
สนทนาการเมืองในพ.ศ. นี้ เรื่องเดียวที่ชัดเจนก็คือ
คุณต้องการ หรือไม่ต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์ ตรงๆ ง่ายๆ
แล้วยิ่งตรงยิ่งง่ายก็คือ ฝ่ายที่ไม่ต้องการให้มีสถาบันพระมหากษัตริย์ สนับสนุนทักษิณ

ไม่มีอะไรง่ายและตรงกว่านี้อีกแล้ว


:bowdown:   :bowdown:   :bowdown:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 26 April 2013, 01:04:32 pm
ผมคิดว่า  เรื่อง การล้มสถาบัน  เป็นการร่วมประโยชน์ของคนสองกลุ่ม  ที่ประสานประโยชน์กันเท่านั้นเอง

กลุ่มหนึ่ง ทำด้วยความเชื่อส่วนตัว  ที่ไม่ต้องการให้มีสถาบันกษัตริย์ ในไทย  โดยไม่สนใจว่าจะทำแบบไหน  ประเทศจะเป็นอย่างไร  และ  มีปัญหาอื่นที่สำคัญกว่าหรือไม่  เช่น การโกงกินแบบ แดกกันให้ล่มจมทั้งประเทศ

กลุ่มที่สอง  ต้องการบิดเบือนประเด็น  ให้ประชาชนสับสน  ให้ลืมว่า มีการโกงกินอยู่จริง  wag the dog ให้หลงไปเป็นว่า  เกิดการกลั่นแกล้ง อิจฉา  ไม่ชอบธรรม   จึงมาใส่ร้ายว่า  เขาโกงกิน...    เท่านั้นเอง... ประชาชน ที่ถูกฉีด ประชานิยมเข้าเส้น  ก็หลงประเด็นทันที  และ ไม่เคยคิดจะไปตรวจสอบในประเด็นเรื่องการโกงกินทุจริต ว่าจริงหรือไม่ ?

และถึงจริง ประชาชนก็ไม่สน  เพราะเสพติดประชานิยม  และ  บอกว่า...
ใครก็โกงทั้งนั้นแหละ  ไม่เห็นแปลกเลย...

มันถึงได้ถึงกาลวิบัติไงครับ...
เพราะประชาชนไทยนี่แหละ  ที่ยอมรับการโกงกิน !
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 26 April 2013, 05:11:31 pm
ปูดกลางวงสัมมนา ป.ป.ช. ค่าหัวคิวงานก่อสร้าง ยุครัฐบาล "ยิ่งลักษณ์" พุ่ง 50 %
วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2013 เวลา 13:13 น. เขียนโดย news basic

"ป.ป.ช." จับมือ "หอการค้า" ทำโครงการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสหน่วยงานรัฐ โมเดล "กิมจิ" ประเดิม 8 หน่วยงานนำร่อง  - "ธนวรรธน์ พลวิชัย" ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ ปูด ตัวเลขหักหัวคิวงานก่อสร้าง ยุครัฐบาล "ยิ่งลักษณ์" พุ่ง 50% แฉปั้นราคางาน "งาบ" เท่าตัว

http://www.isranews.org/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/item/20784-%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B2-%E0%B8%9B-%E0%B8%9B-%E0%B8%8A-%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5-%E2%80%9C%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C%E2%80%9D-%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87-50.html
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 26 April 2013, 05:21:31 pm
จากมติชน

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 56 นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบทและแกนนำการเคลื่อนไหวคัดต้านพีฟอร์พี เปิดเผยว่า หลังจากที่เครือข่าย องค์กร และกลุ่มคนไม่เอา นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ เป็น รมว.สาธารณสุข ได้เคลื่อนไหวเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 56 ที่ผ่านมา โดยมีข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ดังนี้ 

1.ให้นายกรัฐมนตรี ปลดหรือย้าย นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ ไปจากกระทรวงสาธารณสุข

2.ให้คณะรัฐมนตรี ยกเลิกมติเรื่องการจ่ายค่าตอบแทนตามภาระงาน หรือ พีฟอร์พี และให้กลับไปใช้ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 4 และ ฉบับที่ 5 ว่าด้วยการจ่ายค่าตอบแทนแบบเหมาจ่ายสำหรับ รพ.ชุมชน แทน

3.ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ตรวจสอบความถูกต้องของการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนตามภาระงาน ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 9 ที่ประกาศใช้ใหม่ และตรวจสอบเอาผิดกับการจัดซื้อเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดที่มีราคาสูงกว่าท้องตลาดหลายเท่าตัวของกระทรวงสาธารณสุข

4.ให้ รมว.สาธารณสุข หยุดทำลายภาพลักษณ์องค์การเภสัชกรรม หยุดการกระทำใดๆที่เอื้อต่อบริษัทยาข้ามชาติ หยุดทุจริตเชิงนโยบายเรื่อง Medical Hub ที่ทำลายระบบสาธาณสุขของประเทศ เอื้อประโยชน์เฉพาะกับธุรกิจการเมืองและเอกชน

5.ให้พรรคเพื่อไทยสั่งหยุดนโยบายทำลายระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้เป็นระบบอนาถาเหมือนในอดีต และหยุดการแทรกแซงหน่วยงานอิสระอื่นๆ

นพ.อารักษ์ กล่าวต่อว่า ในระหว่างที่รอผลข้อเรียกร้องดังกล่าว เครือข่าย องค์กร กลุ่มคนไม่เอา นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ เป็น รมว.สาธารณสุข จะร่วมกันเคลื่อนไหวอย่างเป็นเอกภาพ ด้วยสามมาตรการ ดังนี้

1.รพ.ชุมชน ทั่วประเทศ จะติดป้ายประกาศเป็นเขตปลอดและไม่ต้อนรับ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ และจะขยายถึงหน่วยงาน องค์กรภาคประชาสังคมต่างๆ ในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และชุมชน

2.ชมรมฯ จะเปิดโปงการทุจริตทั้งโดยตรง และทุจริตเชิงนโยบายทำลายระบบสาธารณสุขของรัฐ เอื้อประโยชน์เอกชน อย่างต่อเนื่อง

2.เครือข่ายจะนัดเคลื่อนไหวใหญ่อีกครั้ง เพื่อขอคำตอบสุดท้ายที่บ้านพักท่านนายกรัฐมนตรี นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถ้าข้อเรียกร้องไม่มีความคืบหน้า

"ข้อเรียกร้องทั้งห้าข้อ เพื่อปลดล็อกไม่ให้ระบบสาธารณสุขของไทยถูกทำลายไปมากกว่านี้โดยรัฐมนตรีที่ไม่มีวุฒิภาวะ  และถ้าไม่ได้รับการตอบรับ ทางเครือข่ายฯ จะนัดพบกันอีกครั้งเพื่อไปขอคำตอบจากท่านนายกรัฐมนตรี ที่บ้านพักในเร็วๆนี้" อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าว
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 26 April 2013, 05:52:39 pm
http://www.youtube.com/watch?v=LeWZtr10kkA
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 26 April 2013, 06:09:09 pm
clip  ของคุณ jibjoy ข้างบน  ยิ่งหาคำตอบที่แน่นอน ไม่ได้ไปใหญ่ครับ
เรื่องมันยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก  เพราะเป็นเรื่องการหาจุดสมดุลระหว่าง การบริโภค และ การอนุรักษ์
ซึ่ง ท้้งสองด้าน  ไม่มีใครที่ผิดอย่างชัดเจน  เพียงแต่จะหาจุดสมดุลย์ อย่างไรเท่านั้นครับ.

ปัญหาของประเทศไทย  หนักกว่านั้นอีกคือ
สิ่งที่ผิดชัดๆ   ผิดเห็นๆ..    คือ  โกงนั้นผิดแน่ๆ

แต่ก็ยังจะม่ีประชาชนอยู่อีกกลุ่มหนึ่ง ที่บอกว่า   โกงได้  โกงไปเหอะ  เขายอมรับ...
ผมถึงบอกไงครับว่า  ประเทศไทยนั้น  สิ้นหวังยิ่งกว่า  clip ข้างบนนี้เยอะครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 26 April 2013, 08:50:55 pm
Quote from: poj on 26  April  2013, 06:09:09 pm
clip  ของคุณ jibjoy ข้างบน  ยิ่งหาคำตอบที่แน่นอน ไม่ได้ไปใหญ่ครับ
เรื่องมันยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก  เพราะเป็นเรื่องการหาจุดสมดุลระหว่าง การบริโภค และ การอนุรักษ์
ซึ่ง ท้้งสองด้าน  ไม่มีใครที่ผิดอย่างชัดเจน  เพียงแต่จะหาจุดสมดุลย์ อย่างไรเท่านั้นครับ.

ปัญหาของประเทศไทย  หนักกว่านั้นอีกคือ
สิ่งที่ผิดชัดๆ   ผิดเห็นๆ..    คือ  โกงนั้นผิดแน่ๆ

แต่ก็ยังจะม่ีประชาชนอยู่อีกกลุ่มหนึ่ง ที่บอกว่า   โกงได้  โกงไปเหอะ  เขายอมรับ...
ผมถึงบอกไงครับว่า  ประเทศไทยนั้น  สิ้นหวังยิ่งกว่า  clip ข้างบนนี้เยอะครับ


ตอนนี้ผมว่าประชาชนมีกลุ่มเดียวครับ คือ พวกที่ฉันรักโกงได้ พวกที่ฉันเกลียดห้ามโกง... ผมยังเห็นว่ามีแค่กลุ่มเดียวครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 26 April 2013, 08:55:12 pm
Quote from: Jibjoy on 26  April  2013, 08:50:55 pm

ตอนนี้ผมว่าประชาชนมีกลุ่มเดียวครับ คือ พวกที่ฉันรักโกงได้ พวกที่ฉันเกลียดห้ามโกง... ผมยังเห็นว่ามีแค่กลุ่มเดียวครับ


น้าจิ๊บคงเป็นหนึ่งในพวกนั้น
แต่อย่านับผมเข้าไปด้วยนะ

แม้แต่ผมโกงเอง ก็ยังเกลียดตัวเอง
อย่านึกว่าคนอื่นจะยอมรับการโกงได้เหมือนตัวเองสิครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 26 April 2013, 08:59:36 pm
Quote from: pee on 26  April  2013, 08:55:12 pm
Quote from: Jibjoy on 26  April  2013, 08:50:55 pm

ตอนนี้ผมว่าประชาชนมีกลุ่มเดียวครับ คือ พวกที่ฉันรักโกงได้ พวกที่ฉันเกลียดห้ามโกง... ผมยังเห็นว่ามีแค่กลุ่มเดียวครับ


น้าจิ๊บคงเป็นหนึ่งในพวกนั้น
แต่อย่านับผมเข้าไปด้วยนะ

แม้แต่ผมโกงเอง ก็ยังเกลียดตัวเอง
อย่านึกว่าคนอื่นจะยอมรับการโกงได้เหมือนตัวเองสิครับ


ก็ยังเห็นแค่กลุ่มเดียวครับ บางทีเค้าแค่ยังไม่รู้ตัวเอง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 26 April 2013, 09:01:25 pm
Quote from: Jibjoy on 26  April  2013, 08:50:55 pm
ตอนนี้ผมว่าประชาชนมีกลุ่มเดียวครับ คือ พวกที่ฉันรักโกงได้ พวกที่ฉันเกลียดห้ามโกง... ผมยังเห็นว่ามีแค่กลุ่มเดียวครับ


ไม่ใช่หรอกครับ ยังมีคนที่ยุติธรรมอีกมากครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 26 April 2013, 09:02:24 pm
มันอาจจะมีไม่มาก
แต่คนที่ผมรักที่สุด เป็นคนทำบัญชีแล้วพบว่ามีเงินเกินระบบอยู่สองพันบาท
สามารถเอาเข้ากระเป๋าตัวเองได้ กลับแจ้งนายจ้างให้รู้ ได้รางวัลมาเป็นหมวกผ้าอย่างดีหนึ่งใบ

ที่ได้หมวกก็เพราะสมัยนั้นคนไทยต้องสวมหมวกในที่สาธารณะ
ปีนั้นเงินสองพันบาท พอซื้อที่ดินกลางกรุงได้แปลงหนึ่ง ซื้อบ้านได้หลังหนึ่ง ตั้งบริษัทได้แห่งหนึ่ง

ผ่านมานาน
แต่ผมก็ยังเจอข่าวว่า มีแท็กซี่เก็บเงินได้เป็นแสนๆ เป็นล้าน
แจ้งตำรวจหาเจ้าของ

คนดีที่ไม่โกงยังมีครับ
แต่มันดันมีคนที่ยอมรับการโกง โดยเฉพาะโกงบ้านเมืองมากขึ้น
แถมยังกล้าแสดงความคิดเห็นออกมาอย่างเปิดเผยซะอีก....อนาถกับสังคมไร้การอบรมพวกนี้จริงๆ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 26 April 2013, 09:03:36 pm
Quote from: pakorn on 26  April  2013, 09:01:25 pm
Quote from: Jibjoy on 26  April  2013, 08:50:55 pm
ตอนนี้ผมว่าประชาชนมีกลุ่มเดียวครับ คือ พวกที่ฉันรักโกงได้ พวกที่ฉันเกลียดห้ามโกง... ผมยังเห็นว่ามีแค่กลุ่มเดียวครับ


ไม่ใช่หรอกครับ ยังมีคนที่ยุติธรรมอีกมากครับ


คนตาบอด น่ากลัวกว่าคนใจบอดครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 26 April 2013, 09:08:00 pm
Quote from: Jibjoy on 26  April  2013, 08:50:55 pm
ตอนนี้ผมว่าประชาชนมีกลุ่มเดียวครับ คือ พวกที่ฉันรักโกงได้ พวกที่ฉันเกลียดห้ามโกง... ผมยังเห็นว่ามีแค่กลุ่มเดียวครับ

งั้นรับรองครับ  ว่ามีผมคนหนึ่ง  เป็นคนกลุ่มที่สองครับ 
คือ....  นักการเมือง ไม่ว่า ชอบ หรือ ไม่ชอบ  หากว่าโกง  จับเข้าคุกให้หมดครับ  ไม่ต้องเว้น
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 26 April 2013, 09:17:06 pm
Quote from: pee on 21  April  2013, 12:52:29 am
ทุกคนก็รู้ ทั้งโลกก็รู้ว่าเผด็จการทหารมันไม่ชอบธรรม
แต่นักการเมืองนั่นเองที่ทำให้มันมีลมหายใจ รอวันลุกขึ้นมา

GT200 กินกันเท่าไหร่จึงจะเท่ากินกันที่หนองงูเห่า
หนองงูเห่าเป็นการกินแค่ใหนกัน ถ้าเทียบกับปตท.

เผด็จการทหารเลว แต่มหาวิทยาลัยหลักที่ค้ำจุนประเทศมาจากเผด็จการตั้ง
มหาวิทยาลัยกเฬวระ ที่ผลาญเงินทองของชาติทิ้งเปล่าๆ มาจากนักการเมืองตั้ง
แผนแม่บททางเศรษฐกิจของเราทำโดยทหาร
ส่วนแผนโคตรพ่อโคตรแม่ของการโกง มาจากนักการเมือง

ประเทศเราล้มละลายจากค่าเงิน ฝีมือทหาร ฝีมือเผด็จการหรือ


ผมก็เห็นด้วยนะข้อนี้ครับ โกงGT200มันน้อยกว่าโกงหนองงูเห่า..  แต่ผมอ่านอยู่กี่รอบ mean มันก็ว่า ถึงทหารจะโกงก็ยังดีกว่านักการเมือง...

ถ้าผมตีความผิด เข้าใจผิด ผมยอมรับตาผมบอด ผมขออภัยครับ..
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 26 April 2013, 09:17:13 pm
Quote from: poj on 26  April  2013, 09:08:00 pm
Quote from: Jibjoy on 26  April  2013, 08:50:55 pm
ตอนนี้ผมว่าประชาชนมีกลุ่มเดียวครับ คือ พวกที่ฉันรักโกงได้ พวกที่ฉันเกลียดห้ามโกง... ผมยังเห็นว่ามีแค่กลุ่มเดียวครับ

งั้นรับรองครับ  ว่ามีผมคนหนึ่ง  เป็นคนกลุ่มที่สองครับ 
คือ....  นักการเมือง ไม่ว่า ชอบ หรือ ไม่ชอบ  หากว่าโกง  จับเข้าคุกให้หมดครับ  ไม่ต้องเว้น



อย่างน้อยในเว็บนี้ ก็มี 3 คนละ ที่ไม่เอาโกง ไม่ว่าใครโกง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 26 April 2013, 09:25:26 pm
Quote from: Jibjoy on 26  April  2013, 09:17:06 pm
ผมก็เห็นด้วยนะข้อนี้ครับ โกงGT200มันน้อยกว่าโกงหนองงูเห่า..  แต่ผมอ่านอยู่กี่รอบ mean มันก็ว่า ถึงทหารจะโกงก็ยังดีกว่านักการเมือง...
ถ้าผมตีความผิด เข้าใจผิด ผมยอมรับตาผมบอด ผมขออภัยครับ..

สำหรับผมเอง  โกงคือโกงครับ  ไม่มีใครดี กว่าใครหรอก
ทหารโกงก็ผิดครับ 
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 26 April 2013, 09:27:18 pm
Quote from: Jibjoy on 26  April  2013, 09:17:06 pm
Quote from: pee on 21  April  2013, 12:52:29 am
ทุกคนก็รู้ ทั้งโลกก็รู้ว่าเผด็จการทหารมันไม่ชอบธรรม
แต่นักการเมืองนั่นเองที่ทำให้มันมีลมหายใจ รอวันลุกขึ้นมา

GT200 กินกันเท่าไหร่จึงจะเท่ากินกันที่หนองงูเห่า
หนองงูเห่าเป็นการกินแค่ใหนกัน ถ้าเทียบกับปตท.

เผด็จการทหารเลว แต่มหาวิทยาลัยหลักที่ค้ำจุนประเทศมาจากเผด็จการตั้ง
มหาวิทยาลัยกเฬวระ ที่ผลาญเงินทองของชาติทิ้งเปล่าๆ มาจากนักการเมืองตั้ง
แผนแม่บททางเศรษฐกิจของเราทำโดยทหาร
ส่วนแผนโคตรพ่อโคตรแม่ของการโกง มาจากนักการเมือง

ประเทศเราล้มละลายจากค่าเงิน ฝีมือทหาร ฝีมือเผด็จการหรือ


ผมก็เห็นด้วยนะข้อนี้ครับ โกงGT200มันน้อยกว่าโกงหนองงูเห่า..  แต่ผมอ่านอยู่กี่รอบ mean มันก็ว่า ถึงทหารจะโกงก็ยังดีกว่านักการเมือง...

ถ้าผมตีความผิด เข้าใจผิด ผมยอมรับตาผมบอด ผมขออภัยครับ..


ถ้าอ่านด้วยอคติ ก็คงอย่างที่น้าจิ๊บว่านั่นแหละ
แต่ผมไม่ได้เขียนด้วยอคติ มันจึงไม่ได้หมายความอย่างที่น้าจิ๊บพิมพ์

คำถามผมก็คือ รัฐบาลแบบใหนที่สร้างประเทศให้ดีกว่าเดิม
ไม่ได้ถามว่าใครโกงมากกว่าใคร

ถามอีกแบบก็ได้ว่า ระหว่างรัฐบาลประชาธิปไตยที่โกง กับเผด็จการที่โกง
ฝ่ายใหนทำลายประเทศได้มากกว่ากัน

ถามแบบนี้ ก็อาจจะมีข้อโต้แย้งว่า จะวัดได้อย่างไรว่าใครโกงมากกว่ากัน
ผมก็เลยขอบอกว่า ข้ามประเด็นนี้ไปก่อน แล้วตอบคำถามว่า

รัฐบาลใหน ที่ทำระยำกับประเทศชาติมากกว่ากัน เอาตั้งแต่ 2475 ลงมาเลย
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 26 April 2013, 09:30:38 pm
ถามแล้วก็ขอตอบเสียเลย

เรียงตามลำดับความย่อยยับนะครับ

1 รัฐบาลพลเอกชวลิต กรณีค่าเงินบาท

2 รัฐบาลพลเอกชาติชาย ต้นกำเนิดฟองสบู่

3 รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ ไม่มีความสามารถพอ แต่หน้าด้านมารับบริหารบ้านเมือง

ใครเห็นต่างก็ไม่ว่ากันครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 26 April 2013, 09:55:10 pm
Quote from: pee on 26  April  2013, 09:02:24 pm
มันอาจจะมีไม่มาก
แต่คนที่ผมรักที่สุด เป็นคนทำบัญชีแล้วพบว่ามีเงินเกินระบบอยู่สองพันบาท
สามารถเอาเข้ากระเป๋าตัวเองได้ กลับแจ้งนายจ้างให้รู้ ได้รางวัลมาเป็นหมวกผ้าอย่างดีหนึ่งใบ

ที่ได้หมวกก็เพราะสมัยนั้นคนไทยต้องสวมหมวกในที่สาธารณะ
ปีนั้นเงินสองพันบาท พอซื้อที่ดินกลางกรุงได้แปลงหนึ่ง ซื้อบ้านได้หลังหนึ่ง ตั้งบริษัทได้แห่งหนึ่ง

ผ่านมานาน
แต่ผมก็ยังเจอข่าวว่า มีแท็กซี่เก็บเงินได้เป็นแสนๆ เป็นล้าน
แจ้งตำรวจหาเจ้าของ


คนดีที่ไม่โกงยังมีครับ
แต่มันดันมีคนที่ยอมรับการโกง โดยเฉพาะโกงบ้านเมืองมากขึ้น
แถมยังกล้าแสดงความคิดเห็นออกมาอย่างเปิดเผยซะอีก....อนาถกับสังคมไร้การอบรมพวกนี้จริงๆ




หกปีก่อน เถ้าแก่โรงสีทำเงินสดตกที่ร้านผมเกือบสองหมื่นบาท ผมเก็บไว้ อาแแปะมารับคืน

หกปีก่อน ผมเริ่มให้ค่าแรงลูกน้องวันละสามร้อยบาท เพราะผมเห็นใจเพื่อนร่วมงาน แต่ผมปฎิเสธการทำบุญเอาหน้าทุกชนิด บาทหนึ่งผมก็ไม่ให้

ผมรังเกียจวัตถุมงคลงมงายทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นวัตถุมงคลศาสนา หรือวัตถุมงคลการเมือง

และผมเฝ้าดูดระทู้ล่อเป้ามา2-3ปี แต่เพิ่งจะโพสท์แสดงความเห็นเรื่องการเมืองแค่ไม่กี่รีพลายมานี่เอง

ถามว่าผมเป็นตัวอะไรครับ?
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 26 April 2013, 09:59:44 pm
Quote from: Hexaphonic on 26  April  2013, 09:55:10 pm

ถามว่าผมเป็นตัวอะไรครับ?


เป็นสิ่งที่นักการเมืองเรียกว่า "คะแนนเสียง" ครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 26 April 2013, 10:27:17 pm
ตามอ่านอยู่นะครับ เยี่ยมทุกท่านเลยครับ

ผมว่าสิ่งที่ยากสุดคือเขียนหรือตอบโดยเอียง หรือ อคติ น้อยที่สุด น้อยที่สุดนะครับย้ำตรงนี้ เป๊ะคงยากหรือเป็นไปไม่ได้
แต่ยึดความถูกต้องบนศีลธรรมเป็นหลัก ผมว่าพวกเราทุกคนที่นี่ และที่อ่านอยู่แต่ไม่ได้มาเขียนแลกเปลี่ยนกัน คุยกันได้หมดครับไม่ว่าจะรักใครชอบใคร

เหมือนที่มีคนว่า เราคุยกันเรื่องบ้านเมือง ไม่ใช่คุยแต่เรื่องการเมืองครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 26 April 2013, 10:38:41 pm
ผมว่าสมาชิกเรามีวุฒิภาวะข้ามพ้นจากสีเสื้อ หรือขั้วทางการเมืองแน่

นักการเมืองคือคนที่อาสามารับใช้เรา เราจึงต้องเข้มงวดกับเขา
ทหารไม่มีหน้าที่ แต่มายึดอำนาจการปกครองไป เราจึงออกไปขับไล่

วันนี้ทหารไม่ใช่รัฐบาล นักการเมืองสิใช่
หายนะตรงหน้าจึงมาจากข้ารับใช้ของเรา จะให้เรานั่งดูขี้ข้าโกงเราหรือ

หกปีมาแล้ว ที่ครอบครัวผมโดนภัยจากระบบสาระเลวนี้
วันนี้ก็ยังโดน และจะโดนไปอีกถ้าไม่ยอมตามความต้องการของมัน
เจอเต็มๆ กับตัวเอง จึงกล้าบอกได้ว่า ภัยจากการโกงบ้านเมืองมันร้ายแรงเพียงใดครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 26 April 2013, 10:47:28 pm
Quote from: dht_tubes on 26  April  2013, 10:27:17 pm
แต่ยึดความถูกต้องบนศีลธรรมเป็นหลัก
:thumbup:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 26 April 2013, 11:07:52 pm
Quote from: pee on 26  April  2013, 09:59:44 pm
Quote from: Hexaphonic on 26  April  2013, 09:55:10 pm

ถามว่าผมเป็นตัวอะไรครับ?


เป็นสิ่งที่นักการเมืองเรียกว่า "คะแนนเสียง" ครับ


ขอถามว่า"การเมือง"คืออะไรครับ?
และใครบ้างครับที่เป็น"นักการเมือง"?

จุลภาคเป็นอย่างไร มหภาคเป็นเช่นนั้น
จิตเล็กเป็นอย่างไร จิตใหญ่ก็เป็นเช่นนั้น
ประชาชนแต่ละคนนั่นแหละครับคือแบบจำลองของประเทศ
ผลกรรมของสังคม มันเกิดจากจิตสำนึกย่อยๆหลายๆอันโปรแกรมซ้ำๆนั่นเอง

ถ้าหน่วยย่อยในระดับปัจเจกยินดีในการฆ่า เพื่อให้ปัญหามันจบเร็วๆ (แม้ในทางมโนกรรมก็เถอะ) เดี๋ยวมันก็เกิดเป็นรูปธรรมในสังคมจนได้
ดูเหมือนเราจะหนีไม่พ้นโมเดล 6 ตค. 19 เลยนะครับ......มันคือโมเดลแห่งความกลัวต่อการสูญเสียอำนาจ
ใครเป็นคนโปรแกรมคำสั่งโมเดลนี้ส่งต่อไปยังมวลชน อันนี้ผมไม่ทราบ

ผมว่าเราทุกคนนั่นแหละครับคือ"นักการเมืองที่กำลังหาคะแนนเสียง"
อาจเป็นเพราะ..เรากลัวว่าจะเหลือเราเป็นคนสุดท้ายหรือเปล่า ที่จะอยู่กับความเชื่ออันใดอันหนึ่ง? มันเป็นความรู้สึกไม่มั่นคงลึกๆ
มันทำให้รู้สึกอบอุ่นใจ หากอยู่ในที่ๆมีคนคิดเห็นในทางการเมืองคล้ายๆกัน
ไม่ว่าจะเชื่อฝ่ายไหน มันก็คือกระจกสะท้อนปฎิกริยาของอีกฝ่ายนั่นแหละ

โอ...นี่มันเป็นสัญชาตญาณแบบพรีมิทีฟเลยนะเนี่ย...สัญชาตญาณของสัตว์ฝูง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 26 April 2013, 11:41:52 pm
ผมคิดว่า   ความรุนแรง จะไม่มีเลย  หากประชาชน ยึดประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ
และจะไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น

แต่ตอนนี้  ประชาชน เห็นแก่ตัวเป็นหลัก  จึงเกิดความขัดแย้งขึ้น
และ เพื่อรักษาประโยชน์ของตัวเอง (ที่คาดว่าจะได้ เพราะถูกหลอก)  ก็พร้อมจะใช้ความรุนแรงเข้าตัดสิน

ส่วนใครเป็นคนที่มีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรง  เหตุการณ์ในอดีต ก็ชี้ให้เห็นชัดอยู่แล้วครับ

ส่วนตัวผมเอง  ผมไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง และ ไม่ต้องการให้ใครไปประท้วง
เพราะงานนี้ จะโดนหนัก ทั้งเจ้าหน้าที่รุมตี และ กองกำลังจัดตั้ง รุมตี
มันไม่คุ้ม     ปัญหาแก้อะไรไม่ได้

ปัญหาอยู่ที่ตัวประชาชน
ซึ่งหากยังไม่สำนึก  บางทีประเทศไทย  ก็คงเลี่ยงในการล่มสลายไม่พ้น
ผมไม่มีคำตอบ หรือ ทางออก อะไรครับ  ?
ประเทศด้อยพัฒนา  ประชาชน ไร้คุณภาพ  ก็มีชะตากรรมบัดซบแบบนี้แหละครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 27 April 2013, 12:39:09 am
Quote from: Hexaphonic on 26  April  2013, 11:07:52 pm
Quote from: pee on 26  April  2013, 09:59:44 pm
Quote from: Hexaphonic on 26  April  2013, 09:55:10 pm

ถามว่าผมเป็นตัวอะไรครับ?


เป็นสิ่งที่นักการเมืองเรียกว่า "คะแนนเสียง" ครับ


ขอถามว่า"การเมือง"คืออะไรครับ?
และใครบ้างครับที่เป็น"นักการเมือง"?



โอ...นี่มันเป็นสัญชาตญาณแบบพรีมิทีฟเลยนะเนี่ย...สัญชาตญาณของสัตว์ฝูง


เป็นความเห็นที่ย้อนแย้งในตัวเอง

ถามว่าสัตว์ฝูงมันตั้งคำถามได้หรือ ว่าการเมืองคืออะไร
ดังนั้น ที่น้องเฮกพยายามเลี่ยงประเด็นไปหาความยอกย้อนทางภาษา
ก็ยิ่งเป็นการพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ใช่สัตว์ฝูง แต่เป็นจิตเล็กที่พยายามยกคุณภาพของจิตใหญ่

สำหรับผม การเมืองคือการเข้าสู่อำนาจแล้วรักษาอำนาจนั้นไว้
วิธีการก็มีตั้งแต่ใช้สัญชาติญานสัตว์ฝูง ไปจนถึงการเล่นเกมส์ภาษาแบบ....
"ทักษิณไม่ได้ทำผิดกฏหมาย แต่ทำในสิ่งที่กฏหมายห้าม"
หรือจ่ายเงินจ้างเสธแดง ให้กระทำการอันน่าสยดสยอง....ไปจนถึงดีแต่พูดแบบพรรคเก่าแก่

สมัยก่อนเราใช้การเมืองแบบตบแล้วกดขี่เป็นทาส
ปัจจุบันเราใช้การเมืองแบบหย่อนบัตร....อะไรดีอะไรชั่ว ประวัติศาสตร์จะให้คำตัดสิน

แต่ไม่ว่าประวัติศาสตร์จะคุณภาพต่ำเพียงใด
ก็ยังไม่เคยยกย่องนักการเมืองโกงชาตินะครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 27 April 2013, 01:07:49 am
แดงประกาศจับ9ตลก.ศาลรธน.หากเจอตัว
ข่าวการเมือง วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ.2556 17:35น
http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=449209







ไกล้แล้วครับ วาระสุดท้ายของแะไรซักอย่าง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 27 April 2013, 01:50:24 am
ตามข่าว อ้างว่า เป็นอารยะขัดขืน
แต่ดันประกาศว่า ให้จับ ตลก. ศาล ได้ทันที

คือแบบนี้ตลอด  พูดเหมือนดี แต่ ทำอัปรีย์ ตลอด

อารยะขัดขืน จะเป็นการกระทำที่ ปฎิเสธอำนาจ หรือ คำสั่งใดๆ  โดยการไม่กระทำตาม อำนาจ หรือ คำสั่งนั้น  โดยสงบ
จึงจะเรียกว่า  อารยะขัดขืน

ส่วนที่ประกาศ  ไม่รับฟังอะไรทั้งสิ้น และ  ประกาศจับ ตลก. ศาล นั้น
เขาไม่เรียกว่า  อารยะขัดขืนครับ  เขาเรียกว่า  อนาธิปไตย !
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 28 April 2013, 03:34:54 pm
Quote from: pee on 22  April  2013, 11:47:30 pm
Quote from: Jibjoy on 22  April  2013, 11:36:49 pm
จ่ายภาษีมากแล้วมีสิทธิเลือกตั้ง มันก็เป็นการซื้อเสียงรูปแบบนึงแหละ..

ยกตัวอย่างง่ายๆนะ ภาคใต้จังหวัดนึง เขตหนึ่ง มีประชากรที่มีสิทธิเลือกตั้ง 50,000คน พรรคคนถ่อยชนะ40% และ พรรคคนชั่วได้ที่สอง20% ไม่ไปใช้สิทธิซัก40% 

ถ้าคราวหน้ามี บมจ.อุตสาหกรรมอาหารทะเลส่งออกกลุ่มหนึ่งแถวดอนสักเป็นนายทุนพรรคคนชั่ว ว่าจ้างคนในพื้นที่ๆแบบลมๆ ซักปีละไม่กี่บาท แต่เอาชื่อมาใส่ในบัญชีเงินเดือนบริษัท จ่ายแบบหลอกๆ และทำลดหย่อนเสร็จสรรพ เงินเดือนก็ไม่จ่ายจริง ภาษีหลังจากหักลดหย่อนก็เหลือติ๊ดเดียว แล้วก็มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่าไอ้ 40% ที่ทำงานแทบตาย.. เลือกตั้งคราวนี้ขอเพิ่มซัก 25%ของประชากร ก็แค่ 12,500หัว "โอยย..สบายๆ โรงงานพวกนี้ลูกจ้างสี่ห้าพันคน.. แห่กันมาซักสมาคมนึงก็สิวๆ"


ยกตัวอย่างให้มันเรียลิสติกหน่อยครับ


ไม่ได้รับคำตอบ ไม่เป็นไร ของจริงมาแล้ว
--------

จากคำสัมภาษณ์ใน ASTV
ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องลาออกจากพรรคเพื่อไทย เพราะถ้าไม่ลาออกในตอนนั้น ผมรู้ว่าจะไม่มีเวที และไม่ทันต่อการที่จะออกมาบอกสังคม รู้แล้วว่ามีอะไรบ้างที่ไม่ควร และอะไรที่มันไม่น่าจะเป็นในกฎหมายฉบับนี้ที่จะหมดอายุสิ้นเดือน มิ.ย.56
       
       -ความผิดปกติของทีโออาร์โครงการบริหารจัดการน้ำมูลค่า 3 แสนล้านคืออะไร
       ตั้งแต่กระบวนการเขียนทีโออาร์ ที่ออกมา 9 เล่ม 10 แผนงาน (โมดูล) แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ A1-A6 ที่เป็นโครงการในส่วนของภาคเหนือ และ B1-B4 ในส่วนของฝั่งตะวันออก โดยทุกโมดูลเหมือนกันหมดในเรื่องของรูปแบบวิธีการ ต่างกันแค่สถานที่โครงการ และจำนวนน้ำที่คาดการณ์ จำนวนเงินที่ตั้งไว้ หากนำทุกโมดูลมาเปรียบเทียบกันจะรู้ว่ามีความไม่ชอบพากลในแต่ละโมดูล และเน้นในแต่ละข้อกำหนดย่อยของแผนงานด้วย
       
       -ทีโออาร์มีพิรุธตรงไหนบ้าง
       มีตั้งแต่หัวข้อที่ 1 บทนำในแต่ละแผนงานเลย ซึ่งทุกๆแผนงานเขียนเหมือนกันหมด ขนาดโมดูล A6 กับ B4 ที่เป็นเรื่องของงานระบบฐานข้อมูล ก็ยังมีเนื้อความเหมือนกันโมดูลอื่นๆที่เป็นงานเกี่ยวกับการก่อสร้าง ทั้งๆ ที่เป็นคนละเนื้องาน โดยในบทนำของทุกๆโมดูลมีการกำหนดว่า รัฐบาลไทยได้พิจารณากรอบแนวคิดที่เห็นว่ามีความเหมาะสมจำนวน 3 ราย หมายความว่า กรอบแนวคิดที่รัฐบาลคัดมาแล้วจะเป็นของผู้รับเหมา 3 ราย ตามปกติแล้วแต่ละรายคงไม่เสนอแนวคิดเดียวกัน แต่ถ้าเผอิญว่าทั้ง 3 รายเสนอมาเหมือนกัน แสดงว่ามีการฮั้วกัน
       
       ถัดมาในส่วนของหัวข้อที่ 2 วัตถุประสงค์ที่ระบุว่า เพื่อศึกษาสำรวจ ออกแบบและก่อสร้าง ซึ่งก็จะเปลี่ยนเพียงชื่องานในแต่ละแผนงาน อย่าง A1 บอกว่าให้สามารถผันน้ำจำนวน 1,300 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม) ภายใต้งบประมาณไม่เกิน 50,000 ล้านบาท ผมเน้นคำว่าไม่เกินที่ระบุไว้ หมายความว่าถ้าเกิดทำจริงๆแค่ 20,000 ล้านบาท เหลือช่องว่างอีกตั้ง 30,000 ล้านบาท อย่างนี้จะไม่มีการแบ่งให้มีการใช้งบประมาณเท่ากับที่ทีโออาร์กำหนดไว้ 50,000 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่ามีการทำอย่างนี้แน่ๆ
       
       นอกจากนั้นในทีโออาร์ยังระบุข้อความเป็นภาษาอังกฤษที่ผมไม่เข้าใจความหมายทั้งเรื่องการก่อสร้างแบบ Design-Build with Guaranteed Maximum Price (GMP) มันแปลว่าอะไร ถ้าให้ผมตีความก็คงแปลว่า สร้างไปออกแบบไปด้วยการประกันราคาอันสูงที่สุด ซึ่งอ่านแล้วก็ไม่เข้าใจ โดยเฉพาะที่คุณปลอดประสพพูดหลายครั้งบอกว่าคิดไปทำไปเป็นการก่อสร้างรูปแบบใหม่ คือให้เงินไปแล้วค่อยศึกษา ถามว่าถ้ามันไม่คุ้ม คุณทำยังไง ยกเลิกไหม สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่รัฐควรประเมินก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ทำไปประเมินไป ผมก็เลยไปถามยูเอ็นเพื่อให้ช่วยศึกษาตรงนี้
------------

ถามว่า ถ้าเราจะสร้างหรือซ่อมบ้าน เรากล้าใช้ระบบห่าเหวนี้ใหม
Design-Build with Guaranteed Maximum Price (GMP)
สร้างไปออกแบบไปโดยรับประกันราคาสูงสุด.....ช่างกล้า

Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 28 April 2013, 10:18:43 pm
คนในของรัฐบาลออกมาฟ้องเอง
เรื่องนี้ไม่ธรรมดา


(http://www.isranews.org/images/stories/2013/thaireform/04/tor1.jpg)
http://www.isranews.org/เวทีทัศน์/item/20839-"นิติกรรมอำพราง"-คำฟ้อง-"อุเทน-ชาติภิญโญ"-ซัด-กบอ-เปิดช่องโหว่ให้เอกชน-ซื้อที่ดิน.html

เมื่อวันที่ 25 เมษายน นายอุเทน ชาติภิญโญ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านการระบายน้ำ ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) สำนักนายกรัฐมนตรี ต่อศาลปกครองกลาง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม โดยในคำขอท้ายฟ้อง 

ข้อ 1.ขอให้ศาลโปรดพิจารณาหรือมีคำสั่งยกเลิกข้อกำหนดและขอบเขตงาน (TOR) ในแต่ละโมดูล ได้แก่ โมดูล A1-A5,B1-B3,A6+B4 ที่กบอ.เป็นผู้ประกาศกำหนด

2.เนื่องจาก TOR ในแต่ละโมดูล กำหนดให้มีการยื่นซองเอกสารเสนอราคาโครงการวันที่ 3 พฤษภาคม 2556  ณ สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล จึงขอบารมีศาลเป็นที่พึ่ง ได้โปรดมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ กบอ.ชะลอการประมูลไว้ก่อน เพื่อเป็นการระงับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น

และ 3. ขอให้ศาลพิจารณาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบความโปร่งใสในการดำเนินการก่อสร้างตาม TOR ที่กบอ.ได้ดำเนินการแล้ว

เนื้อหาสาระ ที่น่าสนใจในคำฟ้อง ระบุว่า
การที่กบอ.ได้เร่งรีบผลักดันโครงการบริหารจัดการน้ำให้เกิดขึ้น โดยวางข้อกำหนดและขอบเขตของงาน TOR ซึ่งที่ประกาศออกมาในแต่โมดูล ได้แก่  โมดูล A1-A5,B1-B3,A6+B4  มีข้อกำหนดเฉพาะงานที่คล้ายคลึงกัน เช่น โมดูล A1 การสร้างอ่างเก็บน้ำอย่างเหมาะสม และยั่งยืนในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง ยม น่าน สะแกกรัง และป่าสัก ซึ่งขอบเขตงานหลักที่กล่าวไว้ในโมดูลนี้ ให้ผู้รับจ้างต้องดำเนินงานต่างๆ  กล่าวคือ

IEE/EHA  วิเคราะห์ความคุ้มค่า ไม่ได้ทำ!

ประการที่หนึ่ง (ตามข้อ 4.1) การทำการศึกษา โดยทำการศึกษาถึงความเหมาะสมของโครงการ การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สังคม สุขภาพ ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรง ในกรณีที่หากโครงการใดๆ ก็ตามในโมดูลนี้อยู่ในข่ายที่ต้องจัดทำรายการผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) หรือรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ (EHA) ตามพ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม 2535 และข้อกำหนดหรือกฎหมายหรือประกาศระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงมติคณะรัฐมนตรีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องผู้รับจ้างต้องดำเนินการศึกษาผลกระทบดังกล่าวข้างต้น  รวมทั้งต้องจัดทำมาตรฐานป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม  และแผนติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIMP)  ทั้งนี้แผนการแก้ไขและบรรเทาผลกระทบด้านต่างๆ มุ่งให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมให้น้อยที่สุด และเมื่อทำการศึกษาแล้วเสร็จต้องได้รับความเห็นชอบตามขั้นตอนของกฎหมายแล้วจึงดำเนินการตามแผนแก้ไขและบรรเทาผลกระทบด้านต่างๆ

จะเห็นได้ว่า ข้อกำหนดและขอบเขตประการนี้ทำให้บริษัทผู้เข้าประมูลต้องทำการศึกษาในเรื่องต่างๆ ดังกล่าวเอง โดยรัฐเปิดโอกาสและให้อำนาจแก่บริษัทเอกชนอย่างเต็มที่ ซึ่งในขณะนี้ไม่ปรากฏว่า ๆได้มีการจัดทำรายการการวิเคราะห์ศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนแต่อย่างใด

และการวิเคราะห์ความคุ้มค่าด้านเศรษฐศาสตร์ และการเงินของแผนการลงทุนของโมดูล ซึ่งต้องวิเคราะห์ความเหมาะสมด้านเศรษฐศาสตร์การเงิน และด้านสังคมของแผนการลงทุนโดยพิจารณาทั้งแบบแยกรายโครงการและแบบรวมทั้งโมดูล โดยใช้ตัวชี้วัดต่างๆ ซึ่งจากข้อกำหนดดังกล่าว ก็ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ได้ดำเนินการศึกษาถึงความคุ้มค่าดังกล่าวแล้วเช่นกัน จึงอาจทำให้การคัดเลือกผู้รับจ้างไม่โปร่งใส และอาจเกิดการทุจริตได้ อันจะนำมาซึ่งความเสียหายที่จะเกิดจากการสูญเสียงบประมาณที่มาจากการเสียภาษีของประชาชนจำนวนมาก

แปลก!ไม่ออกแบบก่อนประมูล

ประการที่สอง ตามข้อ 4.2  การออกแบบ กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องดำเนินการสำรวจ ออกแบบ หรือทบทวนรายละเอียดตามผลการศึกษาที่ได้ทำการศึกษา เพื่อให้ได้รูปแบบโครงสร้างและรายละเอียดต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยรายละเอียดของตัวเขื่อน อาคารระบายน้ำล้น อาคารท่อส่งน้ำ และอาคารประกอบอื่นๆ เพื่อใช้ส่งน้ำในการชลประทาน การอุปโภค การรองรับการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำหากมีศักยภาพและมีความจำเป็นในภายหลัง

โดยข้อกำหนดดังกล่าวนี้  มีรายละเอียดที่ไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะทำให้ผู้รับจ้างเข้าใจความหมายและนำไปปฏิบัติได้ อย่างถูกต้อง ทั้งรัฐได้กำหนดให้บริษัทเอกชนผู้รับจ้างเป็นผู้ดำเนินการออกแบบเองเสียทั้งหมด โดยมิได้มีการกำหนดแบบให้เอกชนดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์การออกแบบของหน่วยงานราชการไทย

จัดหาที่ดิน เปิดช่องทำสัญญานิติกรรมอำพราง

ประการที่สาม  ตามข้อ 4.3 การจัดหาที่ดินและการขออนุญาตใช้พื้นที่ กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องร่วมดำเนินการจัดหาที่ดิน หรือประสานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการขออนุญาตใช้พื้นที่ของทางราชการ เพื่อให้ได้มาซึ่งพื้นที่สำหรับก่อสร้างในการดำเนินงานโครงการนี้ให้สำเร็จลุล่วง

และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส่วนของข้อที่ 3 ซึ่งระบุว่า

"กรณีที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนและสามารถตกลงราคากันได้ ให้ผู้รับจ้างจ่ายค่าจัดหาที่ดิน รวมทั้งค่าดำเนินการต่างๆ ทั้งหมด และให้มีการโอนซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น เป็นของผู้ว่าจ้างโดยตรง"

ซึ่งเป็นกรณีที่รัฐให้อำนาจบริษัทเอกชน ในการจัดหาที่ดินและกำหนดราคาซื้อขายเอง โดยรัฐมิได้กำหนดราคากลางให้เอกชน จึงอาจก่อให้เกิดการทำสัญญาที่อาจเป็นนิติกรรมอำพรางขึ้นมา เช่นนี้ย่อมทำให้รัฐอาจได้รับความเสียหายสูญเสียเงินงบประมาณจำนวนมหาศาล

ประการที่สี่ ข้อกำหนดในโมดูลข้อ 4.5 การมีส่วนร่วมของประชาชน กำหนดให้ผู้ว่าจ้างต้องดำเนินการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนตามที่กฎหมายกำหนด โดยเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมในแต่ละขั้นตอน ซึ่งจากการที่กบอ.ได้เปิดให้บริษัทเอกชนทำการประมูลราคาวันที่ 3 พฤษภาคม  2556 โดยที่ยังมิได้ปรากฏว่าได้ดำเนินการดังกล่าวแต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการจัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 57 มาตรา 58 และมาตรา 87 อันเป็นการขัดต่อสิทธิของประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 28 April 2013, 10:22:18 pm
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/life/20130427/502661/ปลอดประสพเชื่อศาลฯไม่รับเรื่องอุเทนฟ้อง.html

"ปลอดประสพ"เชื่อศาลปกครองฯ ไม่รับเรื่อง"อุเทน"ฟ้องระงับประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ3.5แสนล้านบาท

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่ นายอุเทน ชาติภิญโญ อดีตประธานคณะกรรมการผันน้ำลงทะเล ศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ยื่นฟ้อง คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. ต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ระงับการประมูลราคาโครงการทีโออาร์ การบริหารจัดการน้ำมูลค่า 350,000 ล้านบาท ว่า อยากฟ้องก็ฟ้องไป ตนเห็นว่า ศาลไม่รับเรื่องเเน่ และต้องรอศาลจะสั่งว่าอย่างไร ซึ่งตนคิดว่าศาลจะไม่สั่งหยุด ทั้งนี้ตนก็ยืนยันการประมูลจะเดินหน้าต่ออย่างเเน่นอน

นายปลอดประสพ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่นหรือไจก้า(JIKA)ออกมาระบุว่า ร่างแผนแก้ปัญหาน้ำท่วม ที่รัฐบาลไทยมีแผนจะสร้างถึง 10 โครงการ มูลค่ากว่า 3.5 แสนล้านบาทนั้น อาจไม่จำเป็นต้องสร้างทุกโครงการ เพราะสามารถใช้มาตรการที่ไม่ใช้สิ่งก่อสร้างทดแทนได้ โดยอาจใช้งบประมาณที่น้อยกว่านั้น ตนเห็นว่า คิดแปลกๆอย่าไปเชื่อ ไจก้า ตนศึกษามาจะมารู้ดีกว่าได้อย่างไร

"บอกตรงๆใครที่คัดค้าน หรือให้แก้งานประมูล TOR วันที่ 3 พ.ค.น่าเตะ"
นายปลอดประสพ กล่าว
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 29 April 2013, 03:00:09 am
Design-Build with Guaranteed Maximum Price (GMP)  :o :o :o

:blink: :blink: :blink: :blink: :blink: :blink: :blink: :blink: :blink: :blink: :blink: :blink: :blink: :blink: :blink: :blink:

ใครรู้ช่วยบอกทีเถอะ มันคืออารายยยยยย
ทำงานออกแบบมาจะสามสิบปี ทำไมไม่รู้จัก  :wallbash: :wallbash: :wallbash:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 29 April 2013, 03:32:40 am
มันคือล่ำซัมน่ะครับ
แต่ไม่ใช่ล่ำซัมแบบที่เรารู้จัก....ฮา
---------------
The process of change in construction has led to a growing use of a new form of contract - the guaranteed maximum price contract.

Historically, this would have been described as a lump-sum, design-and-build contract; now guaranteed maximum price is the term.

http://www.building.co.uk/news/finance/the-trouble-with-gmp/4262.article
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 29 April 2013, 04:53:44 am
......
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 29 April 2013, 05:52:44 am
อ่า..ต้องไปเรียนต่อซะแล้ว ตามไม่ทัน


สงสัยจริง คนจ้างยังไม่ได้ศึกษา ยังไม่มีแบบ แล้วรู้ได้ยังไงว่าต้องใช้เงินเท่านี้ จึงจะแก้น้ำท่วมได้

คนรับจ้าง รู้ได้ยังไงว่าจะทำได้โดยใช้เงินเท่านี้ ยังไม่ศึกษา ไม่มีแบบ ตีราคาจากอะไร การันตีได้ยังไง

ถ้ามั่นใจว่าทำได้ แสดงว่าทั้งสองฝ่ายได้ศึกษามาคร่าวๆแล้ว แล้วมาตั้งงบ งบนี้ต้องเป็นตัวเลขที่เผื่อ 5 เท่า มิฉนั้นจะไม่มีใครกล้าการันตีเด็ดขาดเนื่องจากไม่มีแบบ ใครจะเสี่ยงขาดทุน

ถ้าจริงๆใช้เงินแค่แสนห้าหมื่นล้าน เงินอีกสองแสนล้านที่เหลือจะเป็นของใคร ยกให้เป็นกำไรของผู้รับจ้างหรือ

เสร็จแล้วจะแก้น้ำท่วมได้หรือไม่ ถ้าแก้ไม่ได้ ใครจะรับผิดชอบ



Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 29 April 2013, 06:53:42 am
คนกลางอย่างไจก้า ก็แสดงความเห็นแล้ว ว่าโครงการนี้มีจุดบกพร่องหลายอย่าง
ยังเสนอว่า หลายโครงการย่อย ทำได้โดยไม่ต้องมีการก่อสร้างด้วยซ้ำ

ในลิ้งค์สำนักข่าวอิสรามีการสรุปประเด็นจากคำฟ้องของนายอุเทน อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่ร้องคัดค้าน
มีประเด็นน่าสนใจมาก ถือเป็นกรณีศึกษาการล้างผลาญภาษีอากรอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูครั้งประวัติศาสตร์
ยิ่งกว่านั้น ในกรณีที่ต้องเวนคืนที่ดิน เงินอีกก้อนที่ไม่ได้อยู่ในแผนจะต้องจ่ายออกไปอีก

แถมไม่มีใครรู้ว่าที่ดินแปลงใหนจะโดนเวนคืน
แต่รัฐบาลน่ะรู้

แล้วรัฐบาลรู้ นักการเมืองไม่รู้หรือ
การโกงระดับนี้ เผด็จการทหารยังต้องเรียนรู้อีกแยะครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 29 April 2013, 02:47:12 pm
คนทำงานทั่วๆไป ทำงานสักสิบปีก็รู้วิธีหากินแบบนี้กันทั้งนั้น แต่ไม่เลวพอที่จะทำ เหมือนคนที่ลาออกจากพรรคเพื่อใคร ลาออกเพราะรู้ตัวว่าเลวไม่พอ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 30 April 2013, 12:58:47 am
Quote from: pee on 28  April  2013, 03:34:54 pm
Quote from: pee on 22  April  2013, 11:47:30 pm
Quote from: Jibjoy on 22  April  2013, 11:36:49 pm
จ่ายภาษีมากแล้วมีสิทธิเลือกตั้ง มันก็เป็นการซื้อเสียงรูปแบบนึงแหละ..

ยกตัวอย่างง่ายๆนะ ภาคใต้จังหวัดนึง เขตหนึ่ง มีประชากรที่มีสิทธิเลือกตั้ง 50,000คน พรรคคนถ่อยชนะ40% และ พรรคคนชั่วได้ที่สอง20% ไม่ไปใช้สิทธิซัก40% 

ถ้าคราวหน้ามี บมจ.อุตสาหกรรมอาหารทะเลส่งออกกลุ่มหนึ่งแถวดอนสักเป็นนายทุนพรรคคนชั่ว ว่าจ้างคนในพื้นที่ๆแบบลมๆ ซักปีละไม่กี่บาท แต่เอาชื่อมาใส่ในบัญชีเงินเดือนบริษัท จ่ายแบบหลอกๆ และทำลดหย่อนเสร็จสรรพ เงินเดือนก็ไม่จ่ายจริง ภาษีหลังจากหักลดหย่อนก็เหลือติ๊ดเดียว แล้วก็มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่าไอ้ 40% ที่ทำงานแทบตาย.. เลือกตั้งคราวนี้ขอเพิ่มซัก 25%ของประชากร ก็แค่ 12,500หัว "โอยย..สบายๆ โรงงานพวกนี้ลูกจ้างสี่ห้าพันคน.. แห่กันมาซักสมาคมนึงก็สิวๆ"


ยกตัวอย่างให้มันเรียลิสติกหน่อยครับ


ไม่ได้รับคำตอบ ไม่เป็นไร ของจริงมาแล้ว



ปาดสีให้ใหม่ จะจับมีนนิ่งให้ได้ดีต้องรู้จักไวยากรณ์บ้างนะครับ.. ถ้าแยกคนด้วยภาษีสำเร็จเมื่อใด ไอ้ที่ยกตัวอย่างก็อาจจะตามมา
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 30 April 2013, 01:37:49 am
Quote from: Jibjoy on 30  April  2013, 12:58:47 am
Quote from: pee on 28  April  2013, 03:34:54 pm
Quote from: pee on 22  April  2013, 11:47:30 pm
Quote from: Jibjoy on 22  April  2013, 11:36:49 pm
จ่ายภาษีมากแล้วมีสิทธิเลือกตั้ง มันก็เป็นการซื้อเสียงรูปแบบนึงแหละ..

ยกตัวอย่างง่ายๆนะ ภาคใต้จังหวัดนึง เขตหนึ่ง มีประชากรที่มีสิทธิเลือกตั้ง 50,000คน พรรคคนถ่อยชนะ40% และ พรรคคนชั่วได้ที่สอง20% ไม่ไปใช้สิทธิซัก40% 

ถ้าคราวหน้ามี บมจ.อุตสาหกรรมอาหารทะเลส่งออกกลุ่มหนึ่งแถวดอนสักเป็นนายทุนพรรคคนชั่ว ว่าจ้างคนในพื้นที่ๆแบบลมๆ ซักปีละไม่กี่บาท แต่เอาชื่อมาใส่ในบัญชีเงินเดือนบริษัท จ่ายแบบหลอกๆ และทำลดหย่อนเสร็จสรรพ เงินเดือนก็ไม่จ่ายจริง ภาษีหลังจากหักลดหย่อนก็เหลือติ๊ดเดียว แล้วก็มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่าไอ้ 40% ที่ทำงานแทบตาย.. เลือกตั้งคราวนี้ขอเพิ่มซัก 25%ของประชากร ก็แค่ 12,500หัว "โอยย..สบายๆ โรงงานพวกนี้ลูกจ้างสี่ห้าพันคน.. แห่กันมาซักสมาคมนึงก็สิวๆ"


ยกตัวอย่างให้มันเรียลิสติกหน่อยครับ


ไม่ได้รับคำตอบ ไม่เป็นไร ของจริงมาแล้ว



ปาดสีให้ใหม่ จะจับมีนนิ่งให้ได้ดีต้องรู้จักไวยากรณ์บ้างนะครับ.. ถ้าแยกคนด้วยภาษีสำเร็จเมื่อใด ไอ้ที่ยกตัวอย่างก็อาจจะตามมา


น้าจิํบไปพูดถึงไวยกรณ์อารัยกันอ่ะ
ผมแค่ขอตัวอย่างใหม่ ที่มันเรียลิสติคกว่านี้ ....หุหุ ไม่ได้ให้ตรวจปรูฟสำนวนซะหน่อย

ตัวอย่างที่ให้มามันเพ้อฝันน่ะครับ
ถ้าโกงกันได้ง่ายๆ อย่างนี้ คงต้องเปิดคุกภาษีอากรเป็นการเฉพาะแล้วละ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 30 April 2013, 02:32:27 am
Quote from: pee on 30  April  2013, 01:37:49 am

น้าจิํบไปพูดถึงไวยกรณ์อารัยกันอ่ะ
ผมแค่ขอตัวอย่างใหม่ ที่มันเรียลิสติคกว่านี้ ....หุหุ ไม่ได้ให้ตรวจปรูฟสำนวนซะหน่อย

ตัวอย่างที่ให้มามันเพ้อฝันน่ะครับ
ถ้าโกงกันได้ง่ายๆ อย่างนี้ คงต้องเปิดคุกภาษีอากรเป็นการเฉพาะแล้วละ


เอาไว้เรื่องแยกคนด้วยภาษีมันไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันเมื่อไร ผมจะกลับมาตอบนะครับ..
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 30 April 2013, 02:48:27 am
Quote from: Jibjoy on 30  April  2013, 02:32:27 am

เอาไว้เรื่องแยกคนด้วยภาษีมันไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันเมื่อไร ผมจะกลับมาตอบนะครับ..


หึหึ

ยกตัวอย่างเพ้อเจ้อได้
แต่มาบอกว่าไอเดียใช้ภาษีกำหนดสิทธิเลือกตั้งของผม เพ้อฝัน

อ่านเอาเองครับ
กฏหมายเองก็มีการจำแนกบุคคลตามภาระภาษีแล้ว แต่ทำกับฝ่ายผู้ลงสมัคร
ดังนั้นจะขยายฐานลงมาที่ผู้เลือกตั้ง ซึ่งจะทำให้ฐานผู้เสียภาษีขยายกว้างออกไปอีกโดยอัตโนมัติ
เป็นผลดีสองต่อ เพ้อไม่เพ้อ ก็แล้วแต่มุมมองละครับ


มาตรา 44 บุคคลผู้มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
(1) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี บริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
(3) มีชื่อยู่ในทะเบียนบ้านในเขต อปท.ที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันรับเลือกตั้ง หรือได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน หรือกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ให้กับ อปท. นั้นเป็นเลาติดต่อกัน 3 ปี นับถึงปีที่ีสมัครรับเลือกตั้ง และ
(4) คุณสมบัติอื่นที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้ง อปท.กำหนด

ในกรณีนี้ผู้สมัครมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขต อปท.ที่สมัครรับเลือกตั้งไม่ถึง 1 ปี แต่มาซื้่อที่ดินในพื้นที่ อปท.ในปีที่มีการเลือกตั้ง และเสียภาษีโรงเรืองและที่ดินย้อนหลัง 4 ปี โดย จนท.อบต.จัดเก็บรายได้ดังกล่าว นั้น
- จนท.จะทำการจัดเก็บรายได้ภาษีโรงเรือนจากผู้สมัครได้อย่างไรเมื่อเพิ่งทำการซื้่อที่ดินในปีที่มีการเลือกตั้ง เพราะก่อนหน้านั้น 4 ปี กรรมสิทธิ์ในที่ดินยังเป็นชื่อของเจ้าของคนเดิมอยู่ หลักฐานการเสียภาษีก็เป็นของของคนเดิม
- จนท.จัดเก็บรายได้ภาษีจากผุ้สมัครที่เพิ่งซื้อที่ดินในปีที่มีการเลือกตั้ง และเสียภาษีย้อนหลัง 4 ปี ไม่ได้ ถือว่าเป็นความผิดงานในหน้าที่ ไม่ใช่ความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง
- ทั้งนี้ถ้าการเสียภาษีของผู้สมัครเป็นผล ก็จะเข้าขั้นตอนการรับสมัครและตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร โดยเป็นอำนาจหน้าที่ของ ปลัด อบต.(ผอ.กต.ท้องถิ่น)ดำเนินการต่อไป
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 30 April 2013, 02:53:34 am
อันนี้มาจากฝรั่งเศส ในยุคเริ่มต้นประชาธิปไตย

รัฐบาลเริ่มนโยบายก้าวหน้าขึ้น ตั้งแต่การยกเลิกระบบสืบทอดตำแหน่งสภาขุนนางทางสายเลือด การขยายสิทธิเลือกตั้งและสมัครรับเลือกตั้งออกไป (ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเป็นผู้ชายอายุ ๒๕ ปีขึ้นไปและเสียภาษีเกิน ๒๐๐ ฟรังค์ จากเดิมที่ให้เฉพาะผู้ชายอายุ ๓๐ ปีขึ้นไปและเสียภาษีเกิน ๓๐๐ ฟรังค์ ส่วนผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งก็เปลี่ยนเป็นผู้ชายอายุ ๓๐ ปีขึ้นไปและเสียภาษีเกิน ๕๐๐ ฟรังค์ จากเดิมต้องเป็นผู้ชายอายุ ๔๐ ปีขึ้นไปและเสียภาษีเกิน ๑๐๐๐ ฟรังค์) การยกเลิกการปิดกั้นเสรีภาพในการพิมพ์ ศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกไม่เป็นศาสนาประจำชาติอีกต่อไป ตลอดจนการนำธงไตรรงค์ "น้ำเงิน ขาว แดง" จากเดิมที่มีแต่สีขาว มาใช้เป็นธงประจำชาติ

คัดมาจากเว็บล้มเจ้า จะได้ไม่ต้องมาเถียงกันเรื่องอุดมการณ์
Ultra-royaliste กับการฟื้นฟูและล่มสลายของกษัตริย์ฝรั่งเศส - ปิยบุตร แสงกนกกุล
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 30 April 2013, 02:56:03 am
ลองคิดดูว่า จำกัดสิทธิเลือกตั้ง ต้องอายุ 18
มีเหตุผลใหม

ทำไมพอจำกัดสิทธิเลือกตั้งตามการเสียภาษี
จะเป็นจะตาย

หรือว่าบ้านเมืองนี้
ต้องให้คนหนีภาษีมาปกครองคนเสียภาษี
จากเงินของคนเสียภาษี
เพื่อประโยชน์ของคนไม่เสียภาษี



กร๊ากกกส
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 30 April 2013, 03:05:23 am
ผมจำได้ว่าเราคุยกันเรื่อง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนะ ไม่ใช่ผู้สมัครลงเลือกตั้ง...
เดี๋ยวแยกคนด้วยภาษีในเมืองไทยจากนี้หรืออนาคตทำสำเร็จเมื่อไร(ถ้าไม่แก่ตายก่อน) ผมจะกลับมาตอบอีกทีนะครับ..
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 30 April 2013, 03:13:02 am
Quote from: Jibjoy on 30  April  2013, 03:05:23 am
ผมจำได้ว่าเราคุยกันเรื่อง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนะ ไม่ใช่ผู้สมัครลงเลือกตั้ง...
เดี๋ยวแยกคนด้วยภาษีในเมืองไทยจากนี้หรืออนาคตทำสำเร็จเมื่อไร(ถ้าไม่แก่ตายก่อน) ผมจะกลับมาตอบอีกทีนะครับ..


ผมยกตัวอย่างให้เห็นว่า มีการใช้เงื่อนไขภาษีในระบบเลือกตั้ง
แต่ยังไม่ได้ใช้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผมถึงได้เสนอขึ้นมางัย....ไม่ได้ใช้ไวยกรณ์ผิดเลยนะ

เอาตัวอย่างญี่ปุ่นไปอีกประเทศ

ญี่ปุ่น
การเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งแรก มีขึ้นในปี 1890 โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องเป็นชายอายุตั้งแต่ 25 ปี และเสียภาษีเกินกว่า 15 เยนเท่านั้น แต่ต่อมาในปี 1925 ได้ยกเลิกเงื่อนไขการเสียภาษี และให้สิทธิเลือกตั้งแก่ผู้หญิงด้วย และในปี 1945 ได้แก้ไขอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งจาก 25 ปี ลงเหลือ 20 ปี

จะเห็นว่า การกีดกันผู้ลงคะแนน มันเกิดขึ้นมากมาย
แต่ละประเทศเขาก็มีเหตุผลของเขา

ในประเทศไทย ก็มีการกีดกันเหมือนกัน
ทำไมจะเพิ่มการกีดกันด้วยภาระภาษีไม่ได้
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 30 April 2013, 03:19:43 am
ที่สหรัฐ poll tax เพิ่งถูกยกเลิกเมื่อ 1966 โดยสี่มลรัฐทางภาคใต้

ภาษีนี้ มักเรียกว่าภาษีรัชูปการ
เมืองไทยก็มี แต่ไม่ได้ใช้จำแนกสิทธิในการเลือกตั้ง เป็นเงินบำรุงประเทศของไพร่
ยกเลิกไปในรัชกาลที่ 6
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 30 April 2013, 03:33:58 am
ข้อมูลแน่นจริงๆ แล้วปัจจุบันยังมีประเทศไหนใช้วิธีแยกคนด้วยภาษีอยู่หรือเปล่าครับ ผมสนใจวิธีนี้แล้วซิ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 30 April 2013, 03:43:33 am
Quote from: pee on 30  April  2013, 02:56:03 am
ลองคิดดูว่า จำกัดสิทธิเลือกตั้ง ต้องอายุ 18
มีเหตุผลใหม

ทำไมพอจำกัดสิทธิเลือกตั้งตามการเสียภาษี
จะเป็นจะตาย




ผมเกรงว่า ใช้วิธีนี้ก็ไม่ทำให้พวกเสื้อแดงมีสิทธิ์เลือกตั้งลดลงสักเท่าไหร่หรอกครับ

ผมไม่เคยไปหรอกนะ...อย่างโบล์นันซ่าส์อะไรเนี่ย ผมไม่ชอบคนเยอะๆ
แต่เคยขับรถสวนเข้ากทม.ตอนที่เขามาแถวนั้นพอดี เท่าที่สังเกต
ผมว่าแต่ละคนเนี่ย เป็นผู้มีอันจะเจี๊ยกันทั้งนั้นนะครับ ทำมาหากินเก่งๆกันทั้งนั้น

ถ้าไม่รวยจะไปตระเวณปาร์ตี้กันได้หรือ? 
เจ้าของผลิตภัณฑ์โอธอปไม่รู้กี่ดาวต่อกี่ดาว แต่งตัวมากันที ยังกะไปรีสอร์ต
นั่นคือถึงยังไง พวกนี้ก็เสียภาษีมากพอที่จะใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้อยู่ดี
และพวกนี้ก็จะมีคะแนนเสียงมากพอที่จะชนะฐานเสียงชนชั้นกลางขวาได้สบายๆ
แล้วจะทำไงดี?......ปิดประเทศง่ายกว่ามั้ยครับ?

เด๋วนี้มี กลางขวา กลางซ้าย ซะด้วย อ่าฮ่า...ชักจะซับซ้อนเหมือนการเมืองฝรั่งเศสที่มีหลายเฉด
ไม่ธรรมดานะเนี่ย...การเมืองไทยของเรา อิๆ
อีกหน่อยคงจะมี ซ้ายจัด ซ้ายกลาง ซ้ายๆขัวๆ หันรีหันขวาง กลางขวา ขวาตกขอบ 555

พวกหาเช้ากินค่ำที่เราๆท่านๆเห็นกัน ผมว่าเป็นเพื่อนบ้านต่างชาติทั้งนั้น
ที่คิดกันว่า พวกแดงมันจน โง่ดักดาน ใน พศ.นี้ ต้องทบทวนดูให้ดีนะครับว่าเราคิดไปเองรึเปล่า?
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 30 April 2013, 03:51:02 am
ผมก็ยังยืนยันว่า  เวลาจะถกกันเรื่องนี้
ต้องเริ่มด้วยคำถามที่ว่า

รับได้ไหม กับการ โกงกิน คอรัปชั่น ?
คิดว่า คุณธรรมที่ถูกต้องดีงาม สำคัญไหม ?
คิดว่า  ระบบถ่วงดุลอำนาจ และ การตรวจสอบ สำคัญหรือไม่ ?

นี่คือ คำถามที่เป็นหัวใจครับ...
ส่วนรายละเอียดเรื่อง ภาษี  เรื่องการศึกษา  ฐานะ  ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
เพราะเราก็เห็นว่า  ฝ่ายที่อยู่ข้างทักษิณ  มีอยู่ทุกรูปแบบ.....

เถียงกันไปให้ตาย  ก็ไม่มีประโยชน์   เพราะหากจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด  เห็นต่างกัน  คุยกันยังไงก็ไม่รู้เรื่องครับ
ต่างคน ก็ล้วนแต่หา เหตุผลมาสนับสนุน แนวคิดของตนได้ทั้งนั้นแหละครับ

บ้านเมืองในเวลานี้ เข้าสู่ภาวะ วิกฤต
สุดท้ายแล้ว  มันจะดีเลว อย่างไร  ประชาชนทุกคน จะร่วมรับชะตากรรม ร่วมกันแน่นอนครับ

และผมย้ำอีกครั้ง  ทักษิณ กลับมาได้เมื่อไร  ผมยึดบอร์ด ทำมาหาแดก ทันที
เงินบริจาค  โกงเข้ากระเป๋าให้หมด
ก็โกงได้ไม่เป็นไร ไมใช่เหรอ ?

ในเมื่อม้ันจะชั่วกันแล้ว  ผมก็เอาบ้างสิวะ  อิ อิ  :)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 30 April 2013, 04:00:16 am
พูดไปงั้นแหละ...
เอาจริงเข้า.. ผมคงปิดบอร์ดไปเฉยๆมั้ง...
หรือถ้าคุณ art อยากจะดูแลบอร์ด  ก็ให้คุณ art ทำต่อละกัน
ผมคงหลบไปอยู่เฉยๆมากกว่า  เพราะผมคงเศร้าสลดกับประเทศไทย  และคงรู้สึกดีใจที่ไม่มีลูก 
จะได้ไม่ต้องห่วงกังวลว่า มันจะเอาตัวรอดในประเทศที่โสมม แบบนี้ได้หรือไม่ ?
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: klao on 30 April 2013, 04:06:28 am
กะลังดู ซีรี่ส์เรื่อง Boss ใน HBO อยู่ เกี่ยวกับนักการเมืองชั่ว ที่เป็น Mayor ของ Chicago

แค่จะบอกว่า สนุกดีคร้าบ  : )
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: klao on 30 April 2013, 04:14:37 am
เรื่องงบน้ำนี่ จำ บ่ ได้ว่าเคยเล่าให้ฟังหรือยังว่า

ผมเคยได้ข่าวซึ่งไม่รู้กรองมารึเปล่า

ความตั้งใจคือ หา 7 หมื่นคืนให้นาย และแถมอีก 7 เป็นดอกเบี้ย กำไร หรือค่าเสียโอกาส แล้วแต่จะเรียกครับ   :ahha:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 30 April 2013, 04:15:25 am
การเลือกตั้งมันเป็นกระบวนการลองผิดลองถูกในแต่ละประเทศครับ
เรื่องที่ว่า ทำยังงัยเสื้อแดงก็ยังครองเสียงข้างมาก อันนี้ผมไม่ได้มีปัญหาเลย
ประชาธิปัตย์มันงี่เง่า ก็ให้เป็นฝ่ายค้านไป ก็เรื่องของเขา

แต่ผมมองที่รากเง่าของปัญหามากกว่า

รากเง่าของคนไทยก็คือเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว
ดังนั้นมันจึงโกงได้ทุกเม็ด ก็ต้องหาวิธีที่ทำให้การโกง กระเทือนไปทุกหย่อมหญ้า
ดังนั้น ถ้ารากหญ้ารู้ว่าทักษิณโกงภาษีตัวเอง ก็อาจจะตาสว่างได้บ้าง

แต่มันยังมีอีกประเด็นคือ ประเทศเรายังขาดทุนเรื่องภาษีอีกมาก
มีความเหลื่อมล้ำไม่ยุติธรรมเกี่ยวกับภาษี เช่นรายได้เท่ากันแต่เสียภาษีไม่เท่ากัน
หรือรายได้สูง เสียภาษีในอัตราต่ำกว่า

จึงคิดว่า สองเรื่องนี้ น่าจะรวมกันได้
ทำให้คนลงคะแนนเสียง รู้สำนึกที่จะปกป้องภาษีตัวเอง ผมเชื่อว่าคนขายก๋วยเตี๋ยวที่เสียภาษี น่าจะรับผิดชอบสังคมมากกว่าคนขายรถที่หนีภาษี

แล้วก็ทำให้ฐานคนเสียภาษีกระจายลงไปหาผู้ใช้สิทธิ จะเปลี่ยนจาก 9 ล้าน เป็น 30 ล้านในทันที
เอาว่า เริ่มจากหนีภาษี ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง...ง่ายๆ แค่นี้ก่อน
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 30 April 2013, 04:16:03 am
Quote from: klao on 30  April  2013, 04:14:37 am
เรื่องงบน้ำนี่ จำ บ่ ได้ว่าเคยเล่าให้ฟังหรือยังว่า

ผมเคยได้ข่าวซึ่งไม่รู้กรองมารึเปล่า

ความตั้งใจคือ หา 7 หมื่นคืนให้นาย และแถมอีก 7 เป็นดอกเบี้ย กำไร หรือค่าเสียโอกาส แล้วแต่จะเรียกครับ   :ahha:


ผมว่าเขามองไปที่ 500K นะครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: klao on 30 April 2013, 04:32:07 am
ข่าวนั้น ได้มาตั้งกะสมัยปู้น ตอนกำลังจะดันงบน้ำแรก ๆ เลยครับ

3 แสน จะเอา 1.4

ถ้าเป็น 2 ล้าน จะเอาเท่าไหร่ ? 

5 แสน น้อยไปมั้ยอ่ะพี่

Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 30 April 2013, 04:42:51 am
Quote from: pee on 30  April  2013, 04:15:25 am
รากเง่าของคนไทยก็คือเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว
ดังนั้นมันจึงโกงได้ทุกเม็ด ก็ต้องหาวิธีที่ทำให้การโกง กระเทือนไปทุกหย่อมหญ้า
ดังนั้น ถ้ารากหญ้ารู้ว่าทักษิณโกงภาษีตัวเอง ก็อาจจะตาสว่างได้บ้าง

เชื่อผม..  ไม่มีวันสำนึกครับ
ถึงวันนั้น จะยิ่งอ่อนแอ  และจะยิ่งวิ่งหาทักษิณ มากขึ้น  ขอให้ทักษิณมาโปรด  นำพาขึ้นจากนรกด้วยเถิด...
แล้วมันจะหันหน้ามาฆ่ากันเอง  ทำร้ายกันเอง   ส่วนทักษิณจะยังคงเป็นพระเจ้าประจำชาติอยู่เหมือนเดิม
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: jtr on 30 April 2013, 06:22:47 am
ประเทศไทย - Thai kingdom - ราช(า)อาณาจักรไทย



อาเพทจริงๆ ด้วยแหละ
Disputes - international:

separatist violence in Thailand's predominantly Malay-Muslim southern provinces prompt border closures and controls with Malaysia to stem insurgent activities; Southeast Asian states have enhanced border surveillance to check the spread of avian flu; talks continue on completion of demarcation with Laos but disputes remain over several islands in the Mekong River; despite continuing border committee talks, Thailand must deal with Karen and other ethnic rebels, refugees, and illegal cross-border activities; Cambodia and Thailand dispute sections of boundary; in 2011 Thailand and Cambodia resorted to arms in the dispute over the location of the boundary on the precipice surmounted by Preah Vihear temple ruins, awarded to Cambodia by ICJ decision in 1962 and part of a planned UN World Heritage site; Thailand is studying the feasibility of jointly constructing the Hatgyi Dam on the Salween river near the border with Burma; in 2004, international environmentalist pressure prompted China to halt construction of 13 dams on the Salween River that flows through China, Burma, and Thailand; 140,000 mostly Karen refugees fleeing civil strife, political upheaval and economic stagnation in Burma live in remote camps in Thailand near the border
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 30 April 2013, 06:47:48 am
ถ้าย้ายประเทศไทยไปที่มหาสมุทรอินเดีย ระหว่างออสเตรเลีย กับ มาดากัสการ์
ผมรับรองว่าบ้านเมืองจะสงบสุขทันที อิๆ

และ สปป.ลาว กับ ชาวสิบสองปันนา ก็จะมีหาดทรายสวยๆ เป็นของตัวเอง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: prisna on 01 May 2013, 05:26:10 pm
อ่านข่าว สุนทรปด แล้ว  :wacko:


Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 01 May 2013, 06:16:37 pm
ดูรูปด้วยครับ   ไม่เคยสำรวม หรือ วางตัว ให้เหมาะสมกับตำแหน่งผู้นำประเทศเลย
ยิ่งเปรียบเทียบกับ  ออง ซาน ซู จี  นี่...  เฮ้อ....
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Karin Preeda on 14 May 2013, 09:30:51 pm
เอาจริงเหรอเนี่ย?  :no:
จาก MThai
http://news.mthai.com/general-news/238555.html (http://news.mthai.com/general-news/238555.html)
(http://news.mthai.com/wp-content/uploads/2013/05/942712_4958774411354_235020379_n.jpg)
วันที่ 14 พ.ค. ในงานการจัดการประชุมผู้นำด้านน้ำเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 14-20 พฤษภาคม 2556 ที่ศูนย์การประชุมนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดเชียงใหม่
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ได้แต่งกายด้วยชุดไทยล้านนาร่วมแสดงละครต้อนรับผู้นำประเทศต่างๆ โดยรับบทเป็นพญามังราย องค์ปฐมกษัตริย์แห่งล้านนา

นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ที่ปรึกษาเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา จากกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างมาก เพราะเหมือนกับเป็นการลบหลู่บุคคลที่ชาวเหนือเคารพและศรัทธาและเนื้อหาของละครมีเนื้อหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและท้าทายฟ้า

ซึ่งเป็นการลบหลู่และดูหมิ่นพญามังราย เพราะคนล้านนาไม่มีใครท้ารบกับฟ้ากับแถน เพราะคนที่นี่เคารพฟ้าเคารพแถน หากต้องการอะไรก็มีแต่อ้อนวอนขอความเห็นใจจากฟ้าจากแถน หากใครไปท้ารบกับฟ้ากับแถน ถือว่าเป็นการท้าทายความเชื่อที่ไม่น่าให้อภัยมาก
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 14 May 2013, 09:50:42 pm
ต้องดูเนื้อเรื่องน่ะครับ
แต่มั่นใจว่า การแสดงครั้งหน้า รัฐบาลคงจะทำละคอนเวทีชุดใหญ่

Slutty Moron

เพราะเป็นเรื่องดัง เผยแพร่ชื่อเสียงประเทศได้แน่
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 14 May 2013, 10:55:37 pm
พักหลังผมรู้สึกอย่างนี้ครับว่า

ไม่รู้เป็นความจงใจหรือเปล่า ที่พยายามดึงประเทศชาติ ดึงเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยเคารพนับถือ มาลงต่ำเข้าไว้ ทำให้มันเสื่อมเข้าไว้
ทำมันได้ทุกเรื่อง จนผมสงสัยครับว่า

มันตั้งใจคิดเรื่องแบบนี้ได้ขนาดนี้ หรือ สันดานมันคิดได้แต่เรื่องแบบนี้

คิดไม่ออกจริงๆ

Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: meng on 14 May 2013, 11:00:44 pm
ผมว่าทั้งสองอย่างครับเฮีย  :wacko:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 14 May 2013, 11:39:30 pm
การโค่นล้มหลักยึดเหนี่ยวทางวัฒนธรรมดั้งเดิม เป็นเงื่อนไขสำคัญของการเปลี่ยนระบบ
ถ้าทำได้ ก็จะได้สองอย่าง

คือได้ระบบใหม่
และตัวเองกลายเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเสียเอง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 14 May 2013, 11:47:02 pm
(http://www.naewna.com/uploads/userfiles/images/487475_352450811544538_1757931433_n.jpg)

วันนี้ 13 พ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าเพจเฟซบุ๊กของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุกส่วนตัว ในทำนองเหน็บแหนม พระสยามเทวาธิราช มีจริงหรือ ถ้ามีก็คงชอบกินเลือด ก่อนจะโยงไปในเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่มีคนตาย 91 ศพ  โดยข้อความที่นายสมศักดิ์ ระบุมีดังนี้

"พระโคจะกินอะไรไม่ทราบวันนี้   แต่ "พระสยามเทวาธิราช" ถ้ามีจริง คงชอบกินเลือดแน่ๆ

คนตายเป็นเบือเลย ไม่กี่ปีมานี้  (เริ่มตายเป็นเบืออย่างหนักวันนี้ เมื่อ 3 ปีกอ่น)

และยังอาจจะมีคนตายอีก ถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ"
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 14 May 2013, 11:49:48 pm
ว่าคนอื่นกินเลือด

ตัวเองเป็น เรือด เจือกไม่ถาม ไอ้เวง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 15 May 2013, 12:31:29 am
สมศักดิ์เป็นคอมมิวนิสต์ แต่ยังละทิ้งรากเง่ากระฎุมพีไม่ได้
คือเมื่อเจอวิกฤติ ก็จะโทษอำนาจเหนือธรรมชาติ แทนที่จะใช้วิภาษวิธีแบบซ้ายก้าวหน้า

หาว่าคนตายเพราะพระสยามเทวาธิราช
แม้จะเป็นการแดกดัน แต่ก็ส่อกำพืดที่ล้าหลังจริงๆ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 15 May 2013, 04:48:59 am
จาบจ้วงกันอย่างโจ่งแจ้ง จงใจลากเบื้องสูงลงมาต่ำ ทั้งที่ไม่มีอะไรเกี่ยวกันเลย

อย่างนี้ ICT ไม่ห้ามครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: meng on 15 May 2013, 01:13:09 pm
แล้วแถวบ้านผมตายเป็นเบือนี่ฝีมือไอเหลี่ยมโจรกระจอกหรือป่าว ไอหงอก  :angry3:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 24 May 2013, 02:09:01 am
ไม่นึกว่าจะได้เห็นเป็นบุญตา พรรคคอมมิวนิสต์ฟื้นคืนชีพในนาม"กองทัพปลดแอกประชาชน" รวมตัวกันที่ท้องสนามหลวง.. เพื่อขับไล่รัฐบาล และให้กำลังใจศาล...

นับวันประเทศชาติจะยิ่งอาเพท
(https://fbcdn-sphotos-c-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/292980_3114169869506_393629619_n.jpg)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 24 May 2013, 02:20:57 am
มันอาเพทมานานแล้วนี่ เพิ่งรู้หรือครับ
ต่อไปประเทศนี้อาจไม่มีสถาบัน และปกครองโดยตระกูลชิน
เหมือนเกาหลีเหนืองัย

ประชาชนรอรัฐบาลป้อนข้าวป้อนน้ำ ไม่ต้องทำมาหากิน
เพราะมีคนชั้นกลางเลี้ยงประเทศอยู่แล้ว

(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/672/30672/images/552000008790603.jpg)

(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/19/10019/images/newthai1.jpg)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 24 May 2013, 02:34:26 am
พวกที่รอรัฐป้อนข้าวป้อนน้ำ ผมก็เห็นมีแต่พวกกินบำนาญนี่ล่ะครับ..
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 24 May 2013, 02:55:22 am
Quote from: Jibjoy on 24  May  2013, 02:34:26 am
พวกที่รอรัฐป้อนข้าวป้อนน้ำ ผมก็เห็นมีแต่พวกกินบำนาญนี่ล่ะครับ..


พวกที่กินบำนาญน่ะ ขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าจนตัวเองไกล้ตาย
กินเงินเดือนน้อยกว่าที่ควรจะได้ สามถึงห้าเท่า

ไม่นับถือก็อย่าดูถูกเลยครับ

คุณคงจะเรียนหนังสือในโรงเรียนรัฐมาบ้าง หรือมีญาติที่เรียน
รู้หรือเปล่าว่าครูพวกนี้ลำบากแค่ใหน กับเงินเดือนที่น้อยขนาดนั้น
บางทีขับตุ๊กๆ จะมีรายได้มากกว่าเสียอีก
คงจะเคยขึ้นอำเภอติดต่องาน
แล้วให้คนที่กินเงินเดือนน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ บริการงานให้

ข้าราชการเงินเดือนหมื่นกว่าบาทกี่แสนคนครับ ที่ทำงานให้กับประเทศนี้
พอเขาหมดประโยชน์ จะไม่ตอบแทนอะไรเขาเลยหรือ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 24 May 2013, 03:00:01 am
มาก็สาย บ่ายก็ไปรับลูก เช้าชามเย็นชาม ส่วย ใต้โต๊ะ วิ่งเต้น โยกย้าย ฮั๊ว พวกนี้ตุ๊กๆทำได้หรือครับ มีเป็นแสนไงครับ ช่วยกันสูบประเทศ มีแล้วเจริญจะไม่ว่าเลย
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 24 May 2013, 03:14:47 am
Quote from: Jibjoy on 24  May  2013, 03:00:01 am
มาก็สาย บ่ายก็ไปรับลูก เช้าชามเย็นชาม ส่วย ใต้โต๊ะ วิ่งเต้น โยกย้าย ฮั๊ว พวกนี้ตุ๊กๆทำได้หรือครับ มีเป็นแสนไงครับ ช่วยกันสูบประเทศ มีแล้วเจริญจะไม่ว่าเลย


ที่ชั่วกันมา 30 ปี
เจอทักษิณตระกูลเดียว ความเสียหายเหล่านั้นกลายเป็นแค่ดอกเบี้ย
กินกันคนละพันสองพัน ที่ใหนจะสู้กินทีละแสนล้านแล้วยังมีคนอวยว่าทำประเทศเจริญอีก

ส่วนพ่อค้าที่หนีภาษี ยัดใต้โต๊ะ ล๊อคสเป๊ก เราไม่ว่าครับ
พวกกันอยู่แล้ว
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 24 May 2013, 04:02:34 am
ผมคิดว่า ต้องแยกเป็นประเด็นนะครับ
ข้าราชการ ที่ดีก็มาก  ทำงานเสียสละ  ถึงขั้นสละชีวิต ก็มี
บำนาญ สวัสดิการ  ก็ควรจะได้ครับ

แต่...  ข้าราชการไม่ดีก็มี  ซึ่งต้องแยกออกเป็นอีกประเด็นหนึ่งครับ
เราต้องดูที่หลักใหญ่ของระบบการปกครอง ที่ถูกต้องก่อน  อย่าไปยึดความผิดเพี้ยนมาขยายความครับ

ในระบบ ประชาธิปไตย  ประชาชน เลือกฝ่ายนิติบัญญัติ ผ่านการเลือกตั้ง
ฝ่ายนิิติบัญญัติ  เลือกฝ่ายบริหารขึ้นมา
ฝ่ายบริหาร ก็ควรจะไป บริหารอย่างโปร่งใส  โดยมีการถ่วงดุลอำนาจ  และ มีการตรวจสอบ

หากบริหารผิดพลาด  ก็ต้องถูกปลดออก  (แต่เพี้ยนเป็นว่า  พวกกรูไม่เคยผิด  ยังไงก็ยกมือให้)
หากบริหารโกงกิน  ก็ต้องถูกลงโทษจำคุก  (แต่เพี้ยนเป็นว่า  พวกกรูไม่เคยผิด  ยังไงก็ต้องไม่ติดคุก)

ทีนี้  จากการที่  บริหารไม่ถูกต้อง  ก็ไปสร้างระบบอุปภัมภ์  ทำให้ กลไกการบริหาร ข้าราชการบิดเบี้ยว
ทำดีให้ตาย  ก็แป๊ก   หากไม่สนองนักการเมือง  ในการโกงกิน
ผลสุดท้าย  ก็มีแต่ข้าราชการเลวๆขึ้นสู่อำนาจ   ร่วมมือกัน โกงกินชาติ
ข้าราชการดีๆ มีอยู่  แต่แป๊กหมด  จึงทำให้คนไทยมองไม่เห็น

ดังนั้น การแก้  ต้องแก้ที่  นักการเมือง  หากนักการเมืองดี  ไม่โกงกิน  บริหารชาติ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมจริงๆ
ก็จะทำเลือกข้าราชการดีๆขึ้นสู่ตำแหน่ง   เมื่อสองฝ่าย ประสานกันเพื่อประเทศชาติ   ประเทศก็จะเจริญก้าวหน้าเอง
ถึงเวลานั้น  เราก็จะเห็นแต่ ข้าราชการดีๆ ทีทำงานอย่างเต็มที่ให้เห็นเอง  เพราะมีกำลังใจที่จะทำดี

แต่การที่นักการเมืองเลวๆยังคงอยู่ในระบบการเมืองของไทยได้  ก็เพราะประชาชน  ไร้สำนึกต่อส่วนรวม
ประชาชน เห็นแก่ตัว  ยอมรับการโกงกิน  และสนใจแต่ผลประโยชน์เฉพาะหน้า

ตอนนี้จึงกลายเป็นว่า  ประชาชนเลวๆ  เลือกนักการเมืองเลวๆ  เข้าไปบริหารร่วมกับ ข้าราชการเลวๆ
ประเทศมันถึงได้ตกอยู่ในชะตากรรม แบบนี้ไงครับ.....

จะแก้  ก็แก้ที่ประชาชน  ว่า  จะรู้สำนึกเมื่อไร ?
เพราะถ้าหากว่าไม่   ประเทศไทย  ก็คงยังคงเป็นประเทศด้อยพัฒนาต่อไป    ฉิบหายกันไปจนชั่วลูก ชั่วหลาน...

ไปอ่านกระทู้นี้ดูนะครับ  ว่า การเมืองทำประเทศฉิบหายได้ขนาดไหน  และ  ประชาชนต้องตกอยู่ในสภาพใด
http://pantip.com/topic/30514599
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 24 May 2013, 05:17:23 am
Quote from: pee on 24  May  2013, 02:55:22 am
พวกที่กินบำนาญน่ะ ขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าจนตัวเองไกล้ตาย
กินเงินเดือนน้อยกว่าที่ควรจะได้ สามถึงห้าเท่า

ไม่นับถือก็อย่าดูถูกเลยครับ

คุณคงจะเรียนหนังสือในโรงเรียนรัฐมาบ้าง หรือมีญาติที่เรียน
รู้หรือเปล่าว่าครูพวกนี้ลำบากแค่ใหน กับเงินเดือนที่น้อยขนาดนั้น
บางทีขับตุ๊กๆ จะมีรายได้มากกว่าเสียอีก
คงจะเคยขึ้นอำเภอติดต่องาน
แล้วให้คนที่กินเงินเดือนน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ บริการงานให้

ข้าราชการเงินเดือนหมื่นกว่าบาทกี่แสนคนครับ ที่ทำงานให้กับประเทศนี้
พอเขาหมดประโยชน์ จะไม่ตอบแทนอะไรเขาเลยหรือ
:thumbup:

Quote from: pee on 24  May  2013, 03:14:47 am

ที่ชั่วกันมา 30 ปี
เจอทักษิณตระกูลเดียว ความเสียหายเหล่านั้นกลายเป็นแค่ดอกเบี้ย
กินกันคนละพันสองพัน ที่ใหนจะสู้กินทีละแสนล้านแล้วยังมีคนอวยว่าทำประเทศเจริญอีก


'โกงก็คือผิดครับ' ไม่ว่าจะน้อยหรือมาก
เราจึงไม่ควรจะเอามาเปรียบเทียบกันว่าใครโกงน้อย หรือมากกว่า ใครทำความเสียหายกว่า

Quote from: poj on 24  May  2013, 04:02:34 am
ผมคิดว่า ต้องแยกเป็นประเด็นนะครับ
ข้าราชการ ที่ดีก็มาก  ทำงานเสียสละ  ถึงขั้นสละชีวิต ก็มี
บำนาญ สวัสดิการ  ก็ควรจะได้ครับ

แต่...  ข้าราชการไม่ดีก็มี  ซึ่งต้องแยกออกเป็นอีกประเด็นหนึ่งครับ
เราต้องดูที่หลักใหญ่ของระบบการปกครอง ที่ถูกต้องก่อน  อย่าไปยึดความผิดเพี้ยนมาขยายความครับ


'ยอดเยี่ยม' ครับ  :thumbup:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 24 May 2013, 05:48:45 am
Quote from: pakorn on 24  May  2013, 05:17:23 am
'โกงก็คือผิดครับ' ไม่ว่าจะน้อยหรือมาก
เราจึงไม่ควรจะเอามาเปรียบเทียบกันว่าใครโกงน้อย หรือมากกว่า ใครทำความเสียหายกว่า



ปัญหาคือ เดี๋ยวนี้มีศาสนาใหม่

โกงแต่ทำงาน
ใครๆ ก็โกง
โกงไม่ว่า ถ้าแบ่งให้บ้าง.....

ดังนั้น จะใช้คาถาเก่าๆ บางทีก็กู้หิริโอตตัปปะไม่ขึ้น
ครูอาจารย์ท่านยังต้องแยกใช้อุบายให้เหมาะกับคนเลย
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 24 May 2013, 02:23:07 pm
เป็นแก่นของปัญหาของไทย ในเวลานี้เลยครับ   และมันจะทำลายประเทศไทยลงในที่สุด
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 24 May 2013, 02:30:53 pm
ผมเคารพทุกการออกความเห็น ไม่ว่าของท่านใดก็ตามครับ มันมีทั้งถูกและผิด ควรและไม่ควรกันทุกคน ไม่ว่าจะต่างกันในมุมใดก็ตาม เพราะสถานที่นี้เป็นที่ให้ออกความเห็นที่แตกต่างอยู่แล้วตามวัตถุประสงค์ของมัน

จริงอยู่การออกความเห็นนั้น หลายท่านบอกว่าพูดง่ายกว่าทำ พูดอะไรดีๆ ใครๆ ก็พูดได้
พอถึงเวลาตัวเองได้ทำ ก็ิกินแบบนั้นเหมือนกันแหละหน่า

ในความเป็นจริงของสังคมปัจจุบันก็ต้องยอมรับครับว่า มันเป็นเช่นนั้น แต่.............

สำหรับคนอีกหลายคน ซึ่งอาจจะไม่มากนัก ที่มองเห็นปัญหาอีกด้านนึงซึ่งเกิดเป็นคู่ขนานมาพร้อมกับอีกด้าน ที่ใครหลายๆคนหรือคนหมู่มากในประเทศนี้เรียกว่า "ความเจริญ " นั้น มีความเห็นว่าการเติบโต ในทางที่ไม่ถูกต้องในระยะยาว เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง ก็จะออกมาแสดงความคิดในมุมของตนแบบมีเหตุผล

ส่วนอีกด้านก็ไม่ได้หมายรวมว่าไม่ดี เพราะปัญหาปากท้องล้วนสำคัญสำหรับทุกคน โดยเฉพาะคนที่ลำบากอยู่ในตอนนี้

ผมเพียงแค่อยากให้ทำบนพื้นฐานที่ว่า เราๆท่านๆ ซึ่งสบายกว่าคนอีกมากมายที่ต้องดิ้นรนนั้น แบ่งความคิดความอ่านส่วนนึงของตัวเราๆท่านๆนั้น เพื่อส่วนรวมครับ หมายถึงคิดโดยที่ไม่คำนึงถึงว่าความคิดนั้นจะทำให้เราลำบากขึ้น รวยน้อยลง หรือ ทำให้รู้สึกหายเจ็บแค้นเจ้ากรรมนายเวรเรา คือคิดบนอุดมคติ ไม่ใช้อคติ ไม่ว่าจะต่อกัน หรือต่อภาพรวม

และให้ความเห็น แนวทางดีๆ เหล่านี้ มันมีที่ให้มันอยู่ไว้บ้าง ในบอร์ด ในเวปที่ไหน อะไรก็ตาม
วันใดวันนึง ทุกอย่างแสดงออกมา เผยออกมา ไม่ว่าจะอีกนานหรือไม่ก็ตาม และไม่ว่าจะออกในรูปใด
เราจะได้รู้กันในฐานะประชาชนพลเมืองในแผ่นดินนี้ครับว่า

ใครกันแน่ ที่หวังดีกับประเทศนี้ ใครกันแน่ที่อยากปลดแอกให้กับประเทศนี้
ใครกันแน่ ที่คิดจะสูบเอาทุกอย่างจากแผ่นดินนี้โดยไม่คิดถึงความฉิบหายในอนาคตของแผ่นดินนี้ หรือแม้กระทั่งขายชาติ ขายแผ่นดิน

ผมคิดแบบนี้ว่า ตัวผมมาถึงวันนี้ก็ไม่ได้จน ลำบากอะไรมากมาย แต่ก็มีคนที่ดีกว่าผมอีกเยอะ เก่งก็เยอะ ลำบากกว่าผมก็มีอีกมากมาย ถึงเราจะไม่ได้มีโอกาสทำประโยชน์อะไรดีๆ เพื่อส่วนรวมด้วยการกระทำเลย
อย่างน้อยเราๆ มา "คิดดีๆ" เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมกันบ้าง เพื่ออนาคตของลูกหลานเรากันบ้างเถิดครับ

ไม่ทำดีก็ไม่ว่ากัน อย่างน้อยคิดดีไว้บ้าง

ประเทศเรายังพอจะมีความหวัง เพราะอย่างน้อยยังมีคนคิดดี เหลือไว้เป็นความหวังบ้าง

ก็ยังดีครับ

Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 24 May 2013, 03:21:36 pm
Quote from: Jibjoy on 24  May  2013, 02:09:01 am
ไม่นึกว่าจะได้เห็นเป็นบุญตา พรรคคอมมิวนิสต์ฟื้นคืนชีพในนาม"กองทัพปลดแอกประชาชน" รวมตัวกันที่ท้องสนามหลวง.. เพื่อขับไล่รัฐบาล และให้กำลังใจศาล...

นับวันประเทศชาติจะยิ่งอาเพท
(https://fbcdn-sphotos-c-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/292980_3114169869506_393629619_n.jpg)


วิวัฒนาการความเป็นมาของระบบกองกำลังจัดตั้ง ม็อปติดอาวุธ
ยุทธศาสตร์เสี้ยมประชาชนด้วยกัน แล้วพลิกผันไปสู่ Licence to Kill

ตค.19 กระทิงแดง.....เก้าอี้ฟาดโมเดล 
ตค.51 กระทิงเหลือง....ระเบิดปิงปองโมเดล
ยุคดิจิตอล3G4spot กระทิงเขียว...สหายคำ(ตีบ)ตันโมเดล

กระทิงทุกตัว เอาไว้ป้ายความผิดบาปให้นักการเมือง+นักการทหารใหญ่ที่เหิมเกริมสั่งไม่ได้



คอมมิวนิสต์กลับเฟส
เลนิน อึ้ง
คาสโตร ทึ่ง
ลุงโฮ งง
เหมาเจ๋อตง หนาว

จะตีบตันกันไปถึงไหนครับ จะกำจัดเหลี่ยมทั้งที ให้มีสุนทรียะหน่อยไม่ได้หรอครับ มันหยาบยิ่งกว่างานศิลป์สถุลซะอีกนะเนี่ย
ผมเห็นสมควรให้รีบสร้างหนุมานอย่างอาจารย์ปู่คึกฤทธิ์ ขึ้นมามากๆหน่อยเร็วๆหน่อยเถอะครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: meng on 24 May 2013, 03:47:18 pm
Quote from: poj on 24  May  2013, 04:02:34 am
ผมคิดว่า ต้องแยกเป็นประเด็นนะครับ
ข้าราชการ ที่ดีก็มาก  ทำงานเสียสละ  ถึงขั้นสละชีวิต ก็มี
บำนาญ สวัสดิการ  ก็ควรจะได้ครับ

แต่...  ข้าราชการไม่ดีก็มี  ซึ่งต้องแยกออกเป็นอีกประเด็นหนึ่งครับ
เราต้องดูที่หลักใหญ่ของระบบการปกครอง ที่ถูกต้องก่อน  อย่าไปยึดความผิดเพี้ยนมาขยายความครับ



เห็นด้วยครับ  :thumbup: :thumbup: :thumbup:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 24 May 2013, 04:09:16 pm
Quote from: dht_tubes on 24  May  2013, 02:30:53 pm
แบ่งความคิดความอ่านส่วนนึงของตัวเราๆท่านๆนั้น เพื่อส่วนรวมครับ


เขียนกันเอง อ่านกันเอง ไม่ถึงกลุ่มเป้าหมายหรอก เพราะพวกนี้ไม่อ่านหนังสือ ไม่ชอบตัวหนังสือ พวกคนเลวระดับสูงรู้ข้อจำกัดอันนี้ดี จึงใช้วิทยุชุมชนเป็นอาวุธสำคัญ ล้างสมองรากหญ้า สร้างสังคมให้เป็นแบบที่พวกมันต้องการ วันนี้สำเร็จแล้ว คนระดับกลางอย่างเราก็ก้มหน้าก้มตาทำงานกันไป ใครอยากรวยก็ต้องไปเกาะเลว ลืมบาป ล้างธรรมในจิตใจให้หมดสิ้น แล้วทำตัวตามโมเดล 3 เกลอหัวขวด

ถ้าจะสู้ ก็ต้องสร้างสังคมให้ดีขึ้น ก็ต้องล้างสมองใหม่ ใส่ความคิด ความรู้ที่ถูกต้องเข้าไปแทน ต้องใช้วิทยุชุมชนเท่านั้น  ท่านประธานต้องไปจัดรายการเครื่องเสียงทางวิทยุก่อน แล้วพวกเราก็โทรกริ้งเข้าไปคุยในรายการ พูดให้ออกทะเลอย่างเว็บนี้แหละครับ แต่เปลี่ยนเป็นวิทยุ เริ่มจากเครื่องเสียงรถก่อน เพราะพวกนี้ชอบมาก
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 24 May 2013, 04:49:24 pm
Quote from: Hexaphonic on 24  May  2013, 03:21:36 pm

ตค.51 กระทิงเหลือง....ระเบิดปิงปองโมเดล



ผมไม่เคยกดลบความเห็นของใครมาก่อน จนกระทั่งความเห็นนี้

พันธมิตรบาดเจ็บครึ่งพัน แต่ถูกเรียกว่ากระทิงเหลือง
อันนี้ผมว่าไม่แฟร่์ครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 24 May 2013, 05:10:35 pm
Quote from: pee on 24  May  2013, 04:49:24 pm
Quote from: Hexaphonic on 24  May  2013, 03:21:36 pm

ตค.51 กระทิงเหลือง....ระเบิดปิงปองโมเดล



ผมไม่เคยกดลบความเห็นของใครมาก่อน จนกระทั่งความเห็นนี้

พันธมิตรบาดเจ็บครึ่งพัน แต่ถูกเรียกว่ากระทิงเหลือง
อันนี้ผมว่าไม่แฟร่์ครับ




ผมหมายถึงพวกที่อยู่เบื้องหลังต่างหาก ประชาชนล้วนเป็นเหยื่อ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 24 May 2013, 05:22:48 pm
Quote from: Hexaphonic on 24  May  2013, 05:10:35 pm

ผมหมายถึงพวกที่อยู่เบื้องหลังต่างหาก ประชาชนล้วนเป็นเหยื่อ


ถ้าอย่างนั้นก็ต้องให้ชัดเจนลงไป
ถ้าใช้อย่างกว้างๆ เช่นนี้

เหลืองหรือแดง หมายถึงมวลชนครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 24 May 2013, 05:30:23 pm
ความขัดแย้งทางการเมือง  อาจจะจบลงด้วยความรุนแรงครับ  เมื่อไปถึง จุดๆหนึ่ง

แต่การที่จะบอกว่า  ใครผิด ใครถูก   
ผมขอให้ยึดประโยชน์ของชาติเป็นหลัก...

ถามตัวเองครับ..  ความขัดแย้งนี้ เกิดจากอะไร ?

ฝ่ายหนึ่งบอกว่า  เพราะนักการเมือง โกง แล้วไม่ยอมรับผิด
อีกฝ่ายบอก  ไม่ได้โกง โดนกลั่นแกล้ง  และ ไม่ยอมรับฟังหลักฐานใดๆทั้งสิ้น  เพราะเป็นการใส่ร้าย

ในความขัดแย้งนี้  เกิดความรุนแรงขึ้นมาเป็นระยะๆ    มีคนบาดเจ็บล้มตาย...
และต่างฝ่าย ก็ต่างโทษว่า อีกฝ่าย เป็นผู้ใช้ความรุนแรง...

แต่คงต้องถามทุกๆฝ่ายครับ..   ว่าที่ทำลงไป และ กำลังทำอยู่นี้
ทำเพื่อชาติ  หรือ ทำเพื่อ คนเพียงคนเดียว...  ?

ในที่สุดแล้ว..   มันกลับไปยังแก่นของปัญหา คือ...
คนไทยส่วนหนึ่ง  ยอมรับการโกงกิน...   
เมื่อยอมรับแล้ว  หากไม่อยู่เฉย..  ก็จะสนับสนุนพวกโกงกิน โดยไม่รู้สึกผิด  และ จะไม่เชื่อหลักฐานใดๆทั้งสิ้น...

บางส่วน อาจจะคิดเรื่อง  ผลประโยชน์จาก ระบบประชานิยม
บางส่วน อาจจะคิดเรื่อง  อยากเปลี่ยนแปลงประเทศ ไปสู่ สาธารณรัฐ..

แต่ไม่ว่า คิดอย่างไร..  ต้องถามตัวเองว่า  แน่ใจหรือเปล่า ว่า ชาติ และ ประชาชน ได้รับประโยชน์สูงสุด ?

แน่ใจหรือว่า   พอเปลี่ยนเป็น สาธารณรัฐ  การโกงกินจะหมดไป ?
หรือมันจะโกงกันมากขึ้น ?

แน่ใจหรือว่า จะคุมนักการเมืองไว้ได้  ?
แน่ใจหรือว่า  พวกเสรีนิยม  พวกสังคมนิยม  จะไม่ถูกกวาดล้างในภายหลัง ?

หลังจากชนะสงครามมวลชนจนเด็ดขาดแล้ว   การใช้กองกำลังของรัฐ  เข้าปราบปราม เข่นฆ่า โคถึก ทั้งหลาย  เป็นเรื่องง่ายนิดเดียวครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 24 May 2013, 05:34:58 pm
Quote from: Jibjoy on 24  May  2013, 02:09:01 am
ไม่นึกว่าจะได้เห็นเป็นบุญตา พรรคคอมมิวนิสต์ฟื้นคืนชีพในนาม"กองทัพปลดแอกประชาชน" รวมตัวกันที่ท้องสนามหลวง.. เพื่อขับไล่รัฐบาล และให้กำลังใจศาล...

ผมคิดว่า เราอย่าไปมองที่เปลือกเลยครับ ว่า  คนเหล่านี้ ใส่เสื้อผ้าอย่างไร ?

ทำไม เราไม่มองให้ลึกลงไปอีกชั้นละครับว่า  สาเหตุอะไรที่ทำให้คนกลุ่มนี้ มาประท้วงรัฐบาล
รัฐบาลทำอะไร ?

กำลังมีการทำลายระบบการถ่วงดุลอำนาจ และ การตรวจสอบ อยู่หรือไม่ ?
กำลัง มีการสถาปนา ระบบเผด็จการ  โดยรวมศูนย์ อำนาจ บริหาร นิติบัญญัติ และ ตุลาการ ไปไว้ที่คนๆเดียวหรือไม่ ?
และเราจะยอมรับ การกระทำเช่นนั้นหรือไม่ ?

เสื้อผ้าเป็นแค่เปลือกครับ  ไม่มีความหมายอะไรเลย
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 24 May 2013, 05:40:51 pm
Quote from: sw on 24  May  2013, 04:09:16 pm
ถ้าจะสู้ ก็ต้องสร้างสังคมให้ดีขึ้น ก็ต้องล้างสมองใหม่ ใส่ความคิด ความรู้ที่ถูกต้องเข้าไปแทน ต้องใช้วิทยุชุมชนเท่านั้น  ท่านประธานต้องไปจัดรายการเครื่องเสียงทางวิทยุก่อน แล้วพวกเราก็โทรกริ้งเข้าไปคุยในรายการ พูดให้ออกทะเลอย่างเว็บนี้แหละครับ แต่เปลี่ยนเป็นวิทยุ เริ่มจากเครื่องเสียงรถก่อน เพราะพวกนี้ชอบมาก


คิดผิดแล้ว...   ผมประกาศไว้แล้ว...
วันใด ที่ความดีงาม ในประเทศนี้ สูญสิ้น
วันใด ที่โจรมันกลับมาประเทศนี้ได้

ผมจะยึดบอร์ดนี้ ทำมาหาแดก  หาเงิน เข้ากระเป๋าทันที...

ผมไม่ไปประท้วง ไม่ไปเสี่ยงชีวิตหรอกครับ  เพราะมันไม่มีประโยชน์...
ผมไม่ไปจัดรายการวิทยุ  ให้พวกแดง มันยกพวก มาปาระเบิดใส่ผมหรอก...
จำได้ไหม ที่มีการฆ่ากันที่สถานีวิทยุชุมชนเชียงใหม่ ที่เป็นฝ่ายต่อต้านเสื้อแดงน่ะครับ...  มีใครใส่ใจบ้าง..  ตายฟรีกันไป ?
ทั้งๆที่มีรูป มีหลักฐานมากมายว่า พวกเสื้อแดงยกพวกไปทำร้ายผู้อื่น

ถึงวันนั้น ผมเอาตัวรอด  และ  จะคิดอย่างเดียวครับ  คือ  จะกดขี่ เอาเปรียบ ทำร้าย คนที่ด้อยกว่า ในสังคม อย่างไรดี ?
ประเทศนี้ ถ้ามันจะดีไม่ได้...  ก็มาชั่วกันไปให้ถึงที่สุด...
จนกว่า จะลุกขึ้นมา ฆ่าล้างผลาญกันไปอีกรอบ...
และถ้ามันไม่หลุดพ้น กลายเป็นประเทศที่เจริญ...
มันก็จะฉิบหาย กลายเป็นคล้าย อัฟกานิสถาน หรือ ไม่ก็ประเทศในอัฟริกา นั่นแหละ...   
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 24 May 2013, 08:18:05 pm
ท่านจะกดลบผมเท่าไหร่ก็เชิญ ผมขอน้อมรับด้วยความเต็มใจและจริงใจครับ  :worshippy:

แต่ผมจะไม่มีวันกดให้คะแนนลบกับสมาชิกท่านใดในนี้หรอกครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 25 May 2013, 12:49:15 am
Quote from: pee on 24  May  2013, 04:49:24 pm
Quote from: Hexaphonic on 24  May  2013, 03:21:36 pm

ตค.51 กระทิงเหลือง....ระเบิดปิงปองโมเดล



ผมไม่เคยกดลบความเห็นของใครมาก่อน จนกระทั่งความเห็นนี้

พันธมิตรบาดเจ็บครึ่งพัน แต่ถูกเรียกว่ากระทิงเหลือง
อันนี้ผมว่าไม่แฟร่์ครับ


เห็นด้วยครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 25 May 2013, 02:28:06 am
เรื่องนี้ ไม่ว่าอย่างไร  เรียนไว้ก่อนนะครับ ว่า  ห้ามเข้าตัวบุคคล
เรามาว่า กันตรงเนื้อหา และ เหตุผลอย่างเดียวเท่านั้น
ผมเอง ไม่แน่ใจว่า การ กด +/-  จะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่
หากผลออกมาไม่ดี  ผมอาจจะยกเลิกคุณสมบัตินี้ครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: klao on 25 May 2013, 05:38:52 am
อ้าว...มีด้วยเหรอครับ ผมเพิ่งสังเกตุเห็นจริง ๆ นะครับ +/- อะไรนี่  เชยอีกแล้ว   :headphone:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 25 May 2013, 03:45:27 pm
Quote from: poj on 25  May  2013, 02:28:06 am
เรื่องนี้ ไม่ว่าอย่างไร  เรียนไว้ก่อนนะครับ ว่า  ห้ามเข้าตัวบุคคล
เรามาว่า กันตรงเนื้อหา และ เหตุผลอย่างเดียวเท่านั้น
ผมเอง ไม่แน่ใจว่า การ กด +/-  จะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่
หากผลออกมาไม่ดี  ผมอาจจะยกเลิกคุณสมบัตินี้ครับ


สิ่งสำคัญอยู่ที่เนื้อหาจริงๆครับ ใครถือหางใคร รักใครชอบใครนั้น เราห้ามกันไม่ได้

แต่ที่เรามาคุยกันเพราะเราต้องการอะไร ตรงนี้เราตอบตัวเองหรือยัง
ถ้าเราลงทุนมานั่งเสียเวลา คิดคำ เขียนบทความ ความเห็นในภาษาที่ซับซ้อน วกวน  เพียงเพื่อที่จะแดกดันคนที่เห็นไม่ตรงกัน โดยที่มองข้ามเหตุปัจจัย และผลที่ตามมาของเรื่องแย่ๆเหล่านั้น ขอเพียงได้เข้าข้าง "บุคคล" ที่ตัวเองเห็นดีเห็นงาม แม้ว่าจะทำในสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม และเป็นโทษต่อส่วนรวมอย่างชัดเจน โดยใช้เพียงสามัญสำนึกก็มองออกได้ไม่ยาก

แต่เลือกจะมองข้าม เพียงต้องการเอาชนะกันเท่านั้น

เครื่องหมายบวกลบคูณหาร มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 25 May 2013, 04:23:37 pm
ผมคิดว่า   สิ่งที่เราต้องการตอนนี้ คือ สำนึกรับผิดชอบต่อชาติ และ ส่วนรวมครับ
ไม่ว่าจะทำอะไร  ต้องถามตัวเองว่า ทำแล้ว  ประโยชน์ตกกับใคร  ?
กับชาติ หรือ  คนเพียงคนเดียว ?

กลุ่มที่ต้องการสาธารณรัฐ  จะสนใจสิ่งเดียวคือ เปลี่ยนประเทศเป็นสาธารณรัฐ
โดยไม่สนใจการ โกงกินของนักการเมือง เลย
จะทำโง่  จะหันไปทางอื่น  ไม่ยอมดูหลักฐาน  และพูดคำเดียว..
ประเทศต้องเป็นสาธารณรัฐ..   ปัญหาประเทศเกิดจากการแทรกแซงของอำนาจพิเศษ...

คิดแค่นี้..
ดังนั้น  การขัดแย้งทางความคิด ย่อมเกิดขึ้นแน่นอน..

เพราะผมคิดว่า  การปกครอง จะเป็นอะไรก็ตาม  สิ่งแรกที่ต้องทำคือ
การตรวจสอบ และ ถ่วงดุล อำนาจ
หากปราศจากสิ่งนี้แล้ว  ประเทศชาติ ฉิบหายแน่นอน

และนิติรัฐ...   หากไม่รักษาไว้  ประเทศนี้  คงกลายเป็นแหล่งซ่องสุมของ มาเฟีย กลุ่มใหญ่
ที่ปกครองประเทศไว้ทั้งประเทศด้วยความกลัว....

มันยาก.. ที่จะคุยกันให้เข้าใจได้   หากว่า ทั้งสองฝ่าย ยังคงมีความคิดพื้นฐานหลักต่างกันเช่นนี้ครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 25 May 2013, 04:35:46 pm
Quote from: Hexaphonic on 24  May  2013, 08:18:05 pm
ท่านจะกดลบผมเท่าไหร่ก็เชิญ ผมขอน้อมรับด้วยความเต็มใจและจริงใจครับ  :worshippy:

แต่ผมจะไม่มีวันกดให้คะแนนลบกับสมาชิกท่านใดในนี้หรอกครับ


ผมบอกเมื่อทำครับ แต่ไม่เกี่ยวกับตัวบุคคลเลย
ยังรักไคร่นับถือเหมือนเดิม

แต่เมื่อหลักคิดไม่ตรงกัน และมันเป็นการเห็นต่างที่มีนัยยะสำคัญ ก็ต้องทำ
ในบริบทนี้ กระทิงเหลืองและระเบิดปิงปอง หมายถึงกองกำลังติดอาวุธไม่ใช่ประชาชน
การป้ายสีอย่างนี้ จึงคิดว่าต้องแสดงตนว่าไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 25 May 2013, 04:37:36 pm
Quote from: dht_tubes on 25  May  2013, 03:45:27 pm
Quote from: poj on 25  May  2013, 02:28:06 am
เรื่องนี้ ไม่ว่าอย่างไร  เรียนไว้ก่อนนะครับ ว่า  ห้ามเข้าตัวบุคคล
เรามาว่า กันตรงเนื้อหา และ เหตุผลอย่างเดียวเท่านั้น
ผมเอง ไม่แน่ใจว่า การ กด +/-  จะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่
หากผลออกมาไม่ดี  ผมอาจจะยกเลิกคุณสมบัตินี้ครับ


สิ่งสำคัญอยู่ที่เนื้อหาจริงๆครับ ใครถือหางใคร รักใครชอบใครนั้น เราห้ามกันไม่ได้

แต่ที่เรามาคุยกันเพราะเราต้องการอะไร ตรงนี้เราตอบตัวเองหรือยัง
ถ้าเราลงทุนมานั่งเสียเวลา คิดคำ เขียนบทความ ความเห็นในภาษาที่ซับซ้อน วกวน  เพียงเพื่อที่จะแดกดันคนที่เห็นไม่ตรงกัน โดยที่มองข้ามเหตุปัจจัย และผลที่ตามมาของเรื่องแย่ๆเหล่านั้น ขอเพียงได้เข้าข้าง "บุคคล" ที่ตัวเองเห็นดีเห็นงาม แม้ว่าจะทำในสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม และเป็นโทษต่อส่วนรวมอย่างชัดเจน โดยใช้เพียงสามัญสำนึกก็มองออกได้ไม่ยาก

แต่เลือกจะมองข้าม เพียงต้องการเอาชนะกันเท่านั้น

เครื่องหมายบวกลบคูณหาร มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกครับ


จริงๆแล้วผมก็เป็นชนชั้นกลางคนหนึ่งที่ไม่เดือดร้อนในเรื่องนี้ อาจจะไม่ร่ำรวยแต่ไม่ลำบาก เครื่องเสียงที่พอใจก็มีแล้ว
แต่เห็นว่าขบวนการปลุกระดมให้มวลชนมาติดอาวุธเพื่อทำร้ายกันมันเป็นสิ่งที่น่าเกลียด

และผมก็ไม่ได้เข้าข้างใคร ไม่ได้คิดจะเอาชนะใคร สำหรับผม มันเลยจุดนั้นไปไกลแล้วครับ กับเรื่องไร้สาระอย่างนั้น
เพราะถ้าผมทำอย่างนั้น สิ่งที่ผมศึกษามา มันก็สูญเปล่า ผมจะนับถือครูบาอาจารย์อีกกี่คน ก็ไร้ความหมาย
มันคือการอวดโอ่อัตตาเท่านั้นเอง และถ้าทุกคนเป็นอย่างนี้เหมือนกันหมดล่ะ?


ผมอยากถามว่า เรากล้ามองตัวเองในกระจกตรงๆ โดยไม่บิดเบือนรึเปล่า?
เรื่องการเผชิญหน้ากับสัจจะ ต้องทำด้วยตัวเอง ไม่มีใครทำแทนใครได้
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 25 May 2013, 04:57:23 pm
Quote from: Hexaphonic on 25  May  2013, 04:37:36 pm
จริงๆแล้วผมก็เป็นชนชั้นกลางคนหนึ่งที่ไม่เดือดร้อนในเรื่องนี้ อาจจะไม่ร่ำรวยแต่ไม่ลำบาก เครื่องเสียงที่พอใจก็มีแล้ว
แต่เห็นว่าขบวนการปลุกระดมให้มวลชนมาติดอาวุธเพื่อทำร้ายกันมันเป็นสิ่งที่น่าเกลียด

เท่าที่มีการชุมนุมกันมา  ฝ่ายที่ก้าวร้าว  มักจะเป็นฝ่ายเสื้อแดง เสมอครับ
ส่วนเสื้อเหลืองนั้น  ส่วนใหญ่จะตั้งรับมากกว่า   หรือไม่ก็เกิดเหตุในกลุ่มย่อยๆเท่านั้น

ที่เสื้อเหลือง จะจัดทัพ เข้าไปตีฝ่ายอื่น อย่างจงใจ  ผมคิดว่า ผมไม่เคยเห็นครับ
และไม่มีการติดอาวุธสงคราม

ส่วนเสื้อแดง ชัดเจนครับ  ถึงขั้นติดอาวุธสงคราม  มาฆ่าพวกเดียวกันเอง  ฆ่าทหารไทย และ ฆ่าคนไทยด้วยกัน !
ผมคิดว่า เรื่องนี้ เป็นข้อเท็จจริง ซึี่งมีพยานหลักฐาน มากมายครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 26 May 2013, 05:25:07 am
ถ้ากล้ามองหน้าตัวเองในกระจกจริงๆ
ก็ต้องกล้ายอมรับความอัปลักษณ์ของตัวเราเอง

ผมโตมากับวัฒนธรรมชุมนุมทางการเมือง
เพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน เดินขบวนมาตั้งแต่ 14 ตุลา
แล้วก็มีทั้งขวาจัดกับซ้ายจัด....แต่ทั้งสองขั้วสามารถเป็นเพื่อนกันได้
ครูที่สอนเป็นนวพล เพื่อนหลายคนก็เป็น แต่เพื่อนสนิทกลับเป็นน้องชายของคนแต่งเพลงนกสีเหลือง

พวกเดียวที่ไม่เอา คือพวกโกงจัด
พวกนี้ยังแตกย่อยเป็นพวกรุนแรงจัด ซึ่งทั้งสองอย่างเป็นองค์ประกอบของระบอบอำนาจนิยม
แล้วก็น่าแปลก ที่ทั้งซ้ายจัดกับขวาจัด ต่างก็เป็นพวกหลงไหลอำนาจอย่างเข้ากระดูกดำ

ในการมองปัจจัยทางสังคม ผมจึงใช้เกณฑ์วัดตัวนี้เป็นเครื่องมือ
พบว่า ก็อย่างที่ท่านประธานขอเราบอกนั่นแหละ

กองกำลังติดอาวุธ อยู่กับฝ่ายใหน ฝ่ายนั้นก็คือพวกที่เราไม่เอา
ถามว่า อย่างคนที่ทำสมานเมตตาแมนชั่นทลายราบ หรือทำระเบิดรับปีใหม่ 2550 ทั่วกรุง
เป็นสีอะไร

คนที่กล้ามองตัวเองในกระจก ก็น่าจะตอบได้ถูกครับ

(http://www.thairath.co.th/media/content/2010/10/09/117518/hr1667/630.jpg)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 26 May 2013, 02:51:22 pm
ผมจำข่าวนี้ได้  แต่เพิ่งจะเห็นภาพชัดๆ วันนี้เอง  ขอบคุณครับ
นี่ ถ้าประกอบระเบิดสำเร็จ  ไม่รู้จะมีคนตายอีกกี่คน โดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่...

คนเรา.. ต้องการเงินเท่าไรจึงจะพอ..  ต้องการอำนาจไปเพื่ออะไร...  อยู่แบบเรียบง่ายไม่เป็นหรือไร ? 
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 26 May 2013, 03:59:18 pm
Quote from: dht_tubes on 25  May  2013, 03:45:27 pm
สิ่งสำคัญอยู่ที่เนื้อหาจริงๆครับ


ใช่แล้วครับ ต้องดูที่ประเด็นของเรื่องว่าจะอยู่ตรงไหน มีคนผิดจริงไหม ประเทศชาติและส่วนรวมเสียหายจริงไหม
ส่วนจะมีผู้กระตุ้นยุยงหรือเปล่ายังเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

มีคนถามผมบ่อยๆ ว่าจะวัดกันตรงไหน หรือเอาอะไรมาเป็นบรรทัดฐาน
ผมก็ตอบว่าหลัก 'ศีลธรรม' และ 'จริยธรรม' นั่นไง .. เช่น ฆ่าคนบริสุทธิ์ผิดไหม ขโมยของผิดไหม .. เป็นเรื่องที่เห็นกันได้ชัดๆ ครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 27 May 2013, 06:13:58 pm
Quote from: poj on 24  May  2013, 04:02:34 am
ไปอ่านกระทู้นี้ดูนะครับ  ว่า การเมืองทำประเทศฉิบหายได้ขนาดไหน  และ  ประชาชนต้องตกอยู่ในสภาพใด
http://pantip.com/topic/30514599


ผมดีใจนะครับที่เฮียชอบกระทู้อัฟกัน.. การเมืองจากปลายกระบอกปืนที่มาจากคนส่วนน้อยนี่มันทำให้ชาติชิบหายได้จริงๆ รัฐบาลตาลีบันไม่ได้มาจากการเลือกตั้งนะครับ..
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 27 May 2013, 06:19:18 pm
Quote from: pee on 24  May  2013, 03:14:47 am
Quote from: Jibjoy on 24  May  2013, 03:00:01 am
มาก็สาย บ่ายก็ไปรับลูก เช้าชามเย็นชาม ส่วย ใต้โต๊ะ วิ่งเต้น โยกย้าย ฮั๊ว พวกนี้ตุ๊กๆทำได้หรือครับ มีเป็นแสนไงครับ ช่วยกันสูบประเทศ มีแล้วเจริญจะไม่ว่าเลย


ที่ชั่วกันมา 30 ปี
เจอทักษิณตระกูลเดียว ความเสียหายเหล่านั้นกลายเป็นแค่ดอกเบี้ย
กินกันคนละพันสองพัน ที่ใหนจะสู้กินทีละแสนล้านแล้วยังมีคนอวยว่าทำประเทศเจริญอีก

ส่วนพ่อค้าที่หนีภาษี ยัดใต้โต๊ะ ล๊อคสเป๊ก เราไม่ว่าครับ
พวกกันอยู่แล้ว


หมื่นกว่าบาทนะถ้าไม่ใช่ข้าราชการเด็กก็พวกลูกจ้างชั่วคราวครับ อายุเกินสามสิบน่ะติดลมบนหมดแล้ว ไปติดต่องานตามกระทรวง ทบวง กรม หรือสนง.ท้องที่ต่างจังหวัด หาที่จอดรถไม่ได้แล้วนะครับ มีแต่รถเก๋งงามๆ เงินเดือนมันน้อยแต่สวัสดิการมันล่อใจดีครับ แย่งกันสอบเข้าเป็นข้าราชการกันจะเป็นจะตาย ถึงโกงข้อสอบก็ยอม..
เบี้ยประชุม เงินอุดหนุนพิเศษ สหกรณ์ ค่าทำศพ ค่าคลอด ค่ารักษา ค่าเทอม โอยย พูดไม่หมดหรอกครับ..  รัฐบาลจัดเก็บรายได้ได้เท่าไรต่อปี ต่อปีจ่ายเงินเดือนข้าราชการเท่าไร น้าพีคงหาดูได้ไม่ยาก เอาภาษีคนชั้นกลางมาทั้งหมดก็ไม่พอจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ไม่ต้องมาคุยเรื่องชนชั้นกลางขับเคลื่อนประเทศหรอกครับ เอาสลิปเงินเดือนมากางดูยังไม่พอเงินเดือนข้าราชการเลย..
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 27 May 2013, 06:25:30 pm
Quote from: pee on 24  May  2013, 02:55:22 am
ไม่นับถือก็อย่าดูถูกเลยครับ

[/size]


ผมก็คิดแบบนี้มานานครับ นานจนไม่นึกว่าพี่พีจะรู้จักคำนี้
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 27 May 2013, 06:38:17 pm
Quote from: Jibjoy on 27  May  2013, 06:13:58 pm
ผมดีใจนะครับที่เฮียชอบกระทู้อัฟกัน.. การเมืองจากปลายกระบอกปืนที่มาจากคนส่วนน้อยนี่มันทำให้ชาติชิบหายได้จริงๆ รัฐบาลตาลีบันไม่ได้มาจากการเลือกตั้งนะครับ..

เลือกตั้ง เป็นแค่ขบวนการ เลือกผู้บริหารเท่านั้นครับ
เลือกตั้งแล้ว  กลายเป็นเผด็จการก็มีครับ     หากว่า ฝ่ายบริหาร  ทำลายระบบตรวจสอบ  ทำลายการถ่วงดุลอำนาจ  และทำลายกฎหมาย
ดู.. Hitler สิครับ  มาจากการเลือกตั้งหรือไม่ ?

ดังนั้น  ประชาธิปไตย แบบเล่อร์  แบบเหลี่ยม หรือ แบบตาลีบัน.. ก็เหมือนกันทั้งสิ้น
นั่นคือ  การปกครองในระบบ เผด็จการสมบูรณ์แบบครับ

เลือกตั้ง ไม่ใช่ประชาธิปไตย
เลือกตั้ง เป็นแค่ขั้นตอนเล็กๆ ขั้นตอนหนึ่งในระบบประชาธิปไตยเท่านั้นครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 27 May 2013, 06:41:27 pm
Quote from: Jibjoy on 27  May  2013, 06:19:18 pm
หมื่นกว่าบาทนะถ้าไม่ใช่ข้าราชการเด็กก็พวกลูกจ้างชั่วคราวครับ อายุเกินสามสิบน่ะติดลมบนหมดแล้ว ไปติดต่องานตามกระทรวง ทบวง กรม หรือสนง.ท้องที่ต่างจังหวัด หาที่จอดรถไม่ได้แล้วนะครับ มีแต่รถเก๋งงามๆ เงินเดือนมันน้อยแต่สวัสดิการมันล่อใจดีครับ แย่งกันสอบเข้าเป็นข้าราชการกันจะเป็นจะตาย ถึงโกงข้อสอบก็ยอม..
เบี้ยประชุม เงินอุดหนุนพิเศษ สหกรณ์ ค่าทำศพ ค่าคลอด ค่ารักษา ค่าเทอม โอยย พูดไม่หมดหรอกครับ..  รัฐบาลจัดเก็บรายได้ได้เท่าไรต่อปี ต่อปีจ่ายเงินเดือนข้าราชการเท่าไร น้าพีคงหาดูได้ไม่ยาก เอาภาษีคนชั้นกลางมาทั้งหมดก็ไม่พอจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ไม่ต้องมาคุยเรื่องชนชั้นกลางขับเคลื่อนประเทศหรอกครับ เอาสลิปเงินเดือนมากางดูยังไม่พอเงินเดือนข้าราชการเลย..

ข้าราชการ ดี ก็ม่ีครับ
ไม่ดี ก็มาก

แต่เรื่องการบริหารราชการ ให้มีประสิทธิภาพนั้น จะต้องเป็นฝ่ายนโยบาย เป็นคนจัดการ

แต่ปัญหาคือ ฝ่ายบริหาร (นักการเมือง)  ไม่ได้ บริหาร เพื่อประโยชน์ของชาติ
แต่ บริหาร เพื่อประโยชน์ของตัวเอง  (เพื่อโกงกิน)

ดังนั้น  เราจึงเห็นการ ใช้ข้าราชการ ร่วมกันโกงกิน   ใครไม่สนองตอบ ก็ย้ายเขาเสีย
ผลสุดท้าย  ก็อย่างที่เห็นไงครับ    ระบบราชการ ไร้ประสิทธิภาพ  คนทำดี ถูกลงโทษ   ส่วนคนเลว ได้รับรางวัล
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 27 May 2013, 06:56:09 pm
Quote from: poj on 27  May  2013, 06:38:17 pm
Quote from: Jibjoy on 27  May  2013, 06:13:58 pm
ผมดีใจนะครับที่เฮียชอบกระทู้อัฟกัน.. การเมืองจากปลายกระบอกปืนที่มาจากคนส่วนน้อยนี่มันทำให้ชาติชิบหายได้จริงๆ รัฐบาลตาลีบันไม่ได้มาจากการเลือกตั้งนะครับ..

เลือกตั้ง เป็นแค่ขบวนการ เลือกผู้บริหารเท่านั้นครับ
เลือกตั้งแล้ว  กลายเป็นเผด็จการก็มีครับ     หากว่า ฝ่ายบริหาร  ทำลายระบบตรวจสอบ  ทำลายการถ่วงดุลอำนาจ  และทำลายกฎหมาย
ดู.. Hitler สิครับ  มาจากการเลือกตั้งหรือไม่ ?

ดังนั้น  ประชาธิปไตย แบบเล่อร์  แบบเหลี่ยม หรือ แบบตาลีบัน.. ก็เหมือนกันทั้งสิ้น
นั่นคือ  การปกครองในระบบ เผด็จการสมบูรณ์แบบครับ

เลือกตั้ง ไม่ใช่ประชาธิปไตย
เลือกตั้ง เป็นแค่ขั้นตอนเล็กๆ ขั้นตอนหนึ่งในระบบประชาธิปไตยเท่านั้นครับ


ถ้าเป็นเผด็จการจริงๆ ป่านนี้แถวนี้คงโดนอุ้มกันไปหมดแล้วล่ะครับ.. เพราะเป็นประชาธิปไตยนี่ล่ะ ถึงด่าลงสื่อได้เสรี อย่างมากก็แค่ขู่.. ดูโน่นเลยครับ ใครไม่เห็นด้วยก็ลากอาวุธสงคราม รถถัง สไนเปอร์ มาบดขยี้เลือดท่วมเมือง ตายไปเป็นร้อย แต่อีกฝ่ายนึงบุกยึดสถานีโทรทัศน์ ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน ยึดราชดำเนิน ก็ยังอยู่ได้.. ถ้าเป็นเผด็จการจริงๆ กระทิงเหลืองตายเกลื่อนไปแล้วครับ

Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 27 May 2013, 07:27:08 pm
เขายังยุ่งเกินกว่า ที่จะมาจัดการรายเล็กๆครับ  ตอนนี้ รายเล็กๆ ไม่สำคัญหรอกครับ    เพราะทำอะไรเขาไม่ได้เลย
เขาจะจัดการสิ่งที่สำคัญก่อน   ที่เป็นเรื่องหลักๆ​​  อย่างการ นิรโทษกรรม  และ การกู้เงิน

เขาประเมิน (ซึ่งตรงกับผม) คือ  ประชาชนทั่วไป จะยังคงไม่สนใจ  และ  จะไม่มีการต่อต้านอย่างจริงจังอะไรให้เห็น
หากมีการประท้วง ก็เป็นกลุ่มเล็กๆ  ซึ่งไม่มีผลอะไร แค่ส่งตำรวจไปจัดการก็เรียบร้อย

ในเวลานี้  เขาจะมุ่งไปที่เป้าใหญ่ๆ สำคัญๆก่อน  ด้วยเครื่องมือต่างๆที่มี
แต่หลังจากที่  จัดการเป้าใหญ่ได้เบ็ดเสร็จแล้ว  และมั่นใจว่า  กุมกำลังทหาร และ ศาล ไว้ได้สมบูรณ์ เมื่อไร..
วันนั้นละครับ   จะมีการเก็บรายเล็กๆที่เหลือ...

ซึ่งเมื่อถึงวันนั้น..  ที่นี่ไม่เป็นอะไรหรอกครับ  เพราะผมยึดบอร์ดไว้เรียบร้อยแล้ว...   
ผมจะไม่ทำอะไร ต่อต้านกับพวกเผด็จการหรอกครับ..  อายุผมมากแล้ว..
ผมแค่เอาตัวรอดอย่างเดียวครับ..   แล้วก็หาเงินเข้ากระเป๋า..   
ผมไม่ได้เป็นอันตรายอะไรต่อ  เผด็จการเลย...   ผมยอมแพ้โดยดุษฎีอยู่แล้ว    ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง..  :)

ส่วนเรื่อง  การเข้ามาควบคุมสถานการณ์ของทหาร  ก็เป็นเพราะมีกลุ่มคน ใช้กำลัง และ ความรุนแรง ละเมิดกฎหมายครับ
ส่วนพวกยึดสนามบิน ยึดโน่นนี่  เขาก็โดนดำเนินคดีอยู่ครับ   
เขาก็ยอมขึ้นศาลดีๆ  ยังไม่มีใครหนีไปเมืองนอก  แล้ววางแผน ฆ่าคน เผาเมือง  เพื่อให้พ้นผิด นี่ครับ

ส่วนเรื่อง เผด็จการ นี่....
ก็ดูข้อเท็จจริงสิครับ  ในสิ่งที่กำลังทำอยู่ในเวลานี้...
มีการพยายามทำลายระบบตรวจสอบ และ การถ่วงดุล อำนาจ ให้หมดไป  จริงหรือไม่จริง ?
หลักฐาน เยอะแยะครับ   เห็นได้ง่ายๆเลยครับ  :)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Art on 27 May 2013, 08:39:48 pm
Quote from: Jibjoy on 27  May  2013, 06:19:18 pm
หมื่นกว่าบาทนะถ้าไม่ใช่ข้าราชการเด็กก็พวกลูกจ้างชั่วคราวครับ อายุเกินสามสิบน่ะติดลมบนหมดแล้ว ไปติดต่องานตามกระทรวง ทบวง กรม หรือสนง.ท้องที่ต่างจังหวัด หาที่จอดรถไม่ได้แล้วนะครับ มีแต่รถเก๋งงามๆ เงินเดือนมันน้อยแต่สวัสดิการมันล่อใจดีครับ แย่งกันสอบเข้าเป็นข้าราชการกันจะเป็นจะตาย ถึงโกงข้อสอบก็ยอม..


ผมอ่านโดยพยายามเข้่าใจว่าเป็นเรื่องเดียวกัน คือคุณ Jibjoy บอกว่าเวลาตัวเองไปติดต่อราชการแล้วหาที่จอดรถไม่ได้เพราะข้าราชการเอารถมาจอดไว้เต็ม และบอกว่าข้าราชการเงินเดืือนน้อย แต่มีรถเก๋งได้ มันมาจากสวัสดิการ อันนี้ถามเป็นความรู้ครับว่าข้าราชการชั้นผู้น้อยมีสวัสดิการซื้อรถให้ หรือให้รถประจำตำแหน่งด้วยหรือครับ

Quoteเบี้ยประชุม เงินอุดหนุนพิเศษ สหกรณ์ ค่าทำศพ ค่าคลอด ค่ารักษา ค่าเทอม โอยย พูดไม่หมดหรอกครับ..  รัฐบาลจัดเก็บรายได้ได้เท่าไรต่อปี ต่อปีจ่ายเงินเดือนข้าราชการเท่าไร น้าพีคงหาดูได้ไม่ยาก เอาภาษีคนชั้นกลางมาทั้งหมดก็ไม่พอจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ไม่ต้องมาคุยเรื่องชนชั้นกลางขับเคลื่อนประเทศหรอกครับ เอาสลิปเงินเดือนมากางดูยังไม่พอเงินเดือนข้าราชการเลย..


อันนี้ก็ถามครับ เห็นคุณ Jibjoy เอาเรื่อง รัฐบาลจัดเก็บรายได้ กับ เงิืนเดือนข้าราชการต่อปี มากล่าวอ้าง อยากทราบว่ามันเท่าไหร่ครับ รวมถึงภาษีคนชั้นกลางด้วยว่ามันเป็นเงินเท่าไหร่ครับ คิดว่าคุณ Jibjoy คงจะมีข้อมูลเช่นกัน ผมจะได้ไม่ต้องรอพี่พีหาครับ ขอบคุณครับ  :)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 27 May 2013, 08:52:25 pm
Quote from: poj on 27  May  2013, 07:27:08 pm
ส่วนเรื่อง เผด็จการ นี่....
ก็ดูข้อเท็จจริงสิครับ  ในสิ่งที่กำลังทำอยู่ในเวลานี้...
มีการพยายามทำลายระบบตรวจสอบ และ การถ่วงดุล อำนาจ ให้หมดไป  จริงหรือไม่จริง ?
หลักฐาน เยอะแยะครับ   เห็นได้ง่ายๆเลยครับ  :)


ระบบตรวจสอบที่แต่งตั้งมาจากรัฐประหารหรือครับ ผมเห็นประชาธิปัตย์รอดพ้นครั้งแล้วครั้งเล่า.. ระบบตรวจสอบมันทำลายตัวเองตั้งแต่ตอนนั้นแล้วครับ.. ไปดูชื่อแต่ละคนใครๆก็รู้ว่าเอียงหรือไม่เอียง.
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 27 May 2013, 08:53:34 pm
Quote from: Art on 27  May  2013, 08:39:48 pm
Quote from: Jibjoy on 27  May  2013, 06:19:18 pm
หมื่นกว่าบาทนะถ้าไม่ใช่ข้าราชการเด็กก็พวกลูกจ้างชั่วคราวครับ อายุเกินสามสิบน่ะติดลมบนหมดแล้ว ไปติดต่องานตามกระทรวง ทบวง กรม หรือสนง.ท้องที่ต่างจังหวัด หาที่จอดรถไม่ได้แล้วนะครับ มีแต่รถเก๋งงามๆ เงินเดือนมันน้อยแต่สวัสดิการมันล่อใจดีครับ แย่งกันสอบเข้าเป็นข้าราชการกันจะเป็นจะตาย ถึงโกงข้อสอบก็ยอม..


ผมอ่านโดยพยายามเข้่าใจว่าเป็นเรื่องเดียวกัน คือคุณ Jibjoy บอกว่าเวลาตัวเองไปติดต่อราชการแล้วหาที่จอดรถไม่ได้เพราะข้าราชการเอารถมาจอดไว้เต็ม และบอกว่าข้าราชการเงินเดืือนน้อย แต่มีรถเก๋งได้ มันมาจากสวัสดิการ อันนี้ถามเป็นความรู้ครับว่าข้าราชการชั้นผู้น้อยมีสวัสดิการซื้อรถให้ หรือให้รถประจำตำแหน่งด้วยหรือครับ

Quoteเบี้ยประชุม เงินอุดหนุนพิเศษ สหกรณ์ ค่าทำศพ ค่าคลอด ค่ารักษา ค่าเทอม โอยย พูดไม่หมดหรอกครับ..  รัฐบาลจัดเก็บรายได้ได้เท่าไรต่อปี ต่อปีจ่ายเงินเดือนข้าราชการเท่าไร น้าพีคงหาดูได้ไม่ยาก เอาภาษีคนชั้นกลางมาทั้งหมดก็ไม่พอจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ไม่ต้องมาคุยเรื่องชนชั้นกลางขับเคลื่อนประเทศหรอกครับ เอาสลิปเงินเดือนมากางดูยังไม่พอเงินเดือนข้าราชการเลย..


อันนี้ก็ถามครับ เห็นคุณ Jibjoy เอาเรื่อง รัฐบาลจัดเก็บรายได้ กับ เงิืนเดือนข้าราชการต่อปี มากล่าวอ้าง อยากทราบว่ามันเท่าไหร่ครับ รวมถึงภาษีคนชั้นกลางด้วยว่ามันเป็นเงินเท่าไหร่ครับ คิดว่าคุณ Jibjoy คงจะมีข้อมูลเช่นกัน ผมจะได้ไม่ต้องรอพี่พีหาครับ ขอบคุณครับ  :)


www.google.co.th
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 27 May 2013, 09:05:39 pm
Quote from: Jibjoy on 27  May  2013, 08:52:25 pm
ระบบตรวจสอบที่แต่งตั้งมาจากรัฐประหารหรือครับ ผมเห็นประชาธิปัตย์รอดพ้นครั้งแล้วครั้งเล่า.. ระบบตรวจสอบมันทำลายตัวเองตั้งแต่ตอนนั้นแล้วครับ.. ไปดูชื่อแต่ละคนใครๆก็รู้ว่าเอียงหรือไม่เอียง.

คตส. เป็นเพียงผู้ที่ทำหน้าที่ แทนอัยการครับ 
ส่วนการตัดสิน  เป็น ศาล  ที่มีมาก่อนหน้า การรัฐประหาร
ซึ่งตัดสิน ตามพยาน หลักฐานที่มีครับ

่ส่วนสาเหตุที่ต้องมี คตส.  ก็เพราะมีการแทรกแซงขบวนการตรวจสอบ มาตั้งแต่ต้นทางครับ  จึงต้องมีหน่วยงานพิเศษทำงาน

คตส.  แค่รวบรวม พยานหลักฐาน และ เขียนคำฟ้องครับ 
ไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินคดี

ที่สำคัญที่สุด  สิ่งที่ตรวจสอบนั้น ทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมหรือไม่  ?
และที่สำคัญกว่านั้น   มีการโกงกิน จริงหรือไม่ ?

ข่าวคราว  หลักฐาน พยาน มากมายครับ...
เรื่องรัฐประหาร เป็นเรื่องปลายเหตุครับ 
ต้นเหตุ คือ การทุจริต คอรัปชันครับ

ส่วนที่ว่า  การตัดสินนั้น  ไม่ยุติธรรม
งั้น ก็แย้งด้วยพยานหลักฐานสิครับ  ว่า   ในคำพิพากษานั้น   มีตรงไหน ไม่จริง ?     มีตรงไหน ไม่มีหลักฐาน ?

หากการแย้งด้วย ข้อเท็จจริง อันพิสูจน์ ได้  จึงค่อยว่า การตัดสินลำเอียงครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 27 May 2013, 09:16:36 pm
อ้อ..  เรื่อง ปชป.   หากมีหลักฐาน  ยุบไปได้ ก็ดีนะครับ  (หากพิสูจน์ได้ว่า ผิดจริง)
ผมละ อยากให้ยุบๆไปให้หมด  แล้วหาคนดีๆมาแทนนักการเมืองทั้งหลายในปัจจุบันให้หมดเลย

แต่ที่อยากเห็นก่อน คือ  คนที่โกงแล้ว ต้องได้รับการลงโทษก่อนครับ
หากว่า โกงแล้ว   ไม่ต้องรับโทษ  นิรโทษกรรมได้   ต่อไป  ก็คือ ความฉิบหายของชาติบ้านเมืองแน่นอนครับ

ปัญหาหลักของไทยในปัจจุบัน คือ คนไทยไม่รักชาติครับ
ไม่ยึดถือประโยชน์ของชาติ เป็นสำคัญ    และ  ยอมรับการโกงกิน คอรัปชัน
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Art on 27 May 2013, 09:17:55 pm
Quote from: Jibjoy on 27  May  2013, 08:53:34 pmwww.google.co.th


ขอบคุณที่แนะนำ ผมใช้เป็นอยู่หรอกครับ ผมเพียงอยากรู้ว่าคำกล่้าวของคุณ Jibjoy มีน้ำหนักข้อเท็จจริงอยู่แค่ไหนเท่านั้นแหล่ะครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 27 May 2013, 10:07:14 pm
Quote from: Art on 27  May  2013, 09:17:55 pm
Quote from: Jibjoy on 27  May  2013, 08:53:34 pmwww.google.co.th


ขอบคุณที่แนะนำ ผมใช้เป็นอยู่หรอกครับ ผมเพียงอยากรู้ว่าคำกล่้าวของคุณ Jibjoy มีน้ำหนักข้อเท็จจริงอยู่แค่ไหนเท่านั้นแหล่ะครับ


ผมก็กะว่าน้า Art คงคิดเช่นนั้น ดังนั้นเท็จจริงแค่ไหนดูได้จาก www.google.co.th นะครับ..
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 27 May 2013, 10:14:33 pm
Quote from: poj on 27  May  2013, 09:16:36 pm
ปัญหาหลักของไทยในปัจจุบัน คือ คนไทยไม่รักชาติครับ
ไม่ยึดถือประโยชน์ของชาติ เป็นสำคัญ    และ  ยอมรับการโกงกิน คอรัปชัน


ปัญหาที่เจอ คือ ไม่มีทางเลือกมากกว่าครับ รักชาติผมว่าใครๆก็รัก ทุกวันนี้ตัวเลือกในสังคม หาไม่ได้ คนดีก็ไปเป็นนอมินีคนชั่ว คนชั่วชักใย นักการเมืองมาจากพ่อค้าสัมปทาน นายทุนพรรค คนดีที่เล่นการเมืองส่วนมากก็เด็กในก๊วนในคาถาของนายทุน

สิ่งนึงที่ผมเห็นในขณะนี้ โครงสร้างการเมืองบ้านเรา มันเริ่มสร้างมาจากความโกง ผลประโยชน์ ยากครับที่ลบล้างได้..
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 27 May 2013, 10:29:46 pm
ได้สิครับ  ถ้าประชาชนทุกคนรักชาติ รักความถูกต้อง
อย่าจำนน ต่อ ความชั่วร้าย
คุณภาพชีวิตของคนไทย และ ลุกหลาน จะดีกว่านี้มากมาย  หากเรากำจัด การโกงกินให้หมดไปจาก แผ่นดินไทย

อย่ายอมรับมันครับ 
อย่างน้อยที่สุด ในใจของเรา ต้องปฎิเสธ สิ่งนี้ก่อน
ส่วน จะมี action อะไรหรือไม่​ ?
เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งครับ

หากเรา รักษาหลักการ  ตรวจสอบ ถ่วงดุลอำนาจ เอาไว้
เราไม่ต้องกลัวนายทุนพรรค
ซื้อเสียงเข้ามา  บริหาร...
โกงกินเมื่อไร  ปลดออกจากอำนาจ   ลงโทษ ขังคุก
แล้วเลือกกันใหม่..

เลือกเข้ามา โกงอีก
ก็ลงโทษ ขังคุก อีก
แล้วก็ให้เลือกเข้ามาอีก

ทำซ้ำไปเรื่อยๆ   เดี๋ยวประเทศเจิรญก้าวหน้า เองครับ
ประเทศทุกประเทศ ที่จะเจริญได้   ล้วนแล้วแต่มีอัตราคอรัปชัน ต่ำทั้งสิ้นครับ
ส่วนประเทศที่มีการโกงกินสูงๆ  ล้วนแต่เป็นประเทศด้อยพัฒนา  และประชาชนอยู่ในความทุกข์ยากทั้งสิ้นครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: umphore on 28 May 2013, 03:37:50 am
หน้าที่พลเมืองดี
กลุ่มสาระ: 04_สังคมฯ (อาเซียน,หน้าที่ฯ,พุทธฯ,ประวัติฯ,เศรษฐฯ,ภูมิฯ)
ระดับชั้น: ประถมศึกษาปีที่ 5

คุณธรรมของการเป็นพลเมืองดี

        1. การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
        2. การมีระเบียบวินัยและรับผิดชอบต่อหน้าที่
        3. รับฟังความคิดเป็นขอบกันและกันและเคารพในมติของเสียงส่วนมาก
        4. ความซื่อสัตย์สุจริต
        5. ความสามัคคี
        6. ความละอายและเกรงกลัวในการกระทำชั่ว
        7. ความกล้าหาญและเชื่อมั่นในตนเอง
        8. การส่งเสริมให้คนดีปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ

แต่สังเกตุว่า นักการเมืองไทย มันตกทุกข้อเลยสังเกตุไหมครับ เลยต้องบอกว่า นักการเมืองไทยทั้งหมด ไร้คุณธรรมของการเป็นพลเมืองดี เพราะ แค่ครบ 8 ยังไม่เห็นใครทำได้สักคนเลยครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 29 May 2013, 12:33:16 am
Quote from: Jibjoy on 27  May  2013, 10:14:33 pm
ปัญหาที่เจอ คือ ไม่มีทางเลือกมากกว่าครับ รักชาติผมว่าใครๆก็รัก


ไม่จริงหรอกครับ .. คนที่โกงบ้านโกงเมือง เบียดเบียนประชาชน .. ไม่ได้รักชาติแน่ๆ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 29 May 2013, 03:55:25 am
จบ ป.5 ก็มีความรู้พอที่จะทำประโยชน์แก่บ้านเมืองแล้ว อย่างนี้ที่บ้านเมืองแย่ๆ ก็ไม่ใช่เป็นเพราะว่าความรู้ไม่พอแน่ๆ ที่ระดับความรู้สูงแต่เลวนี่สิ ไม่รู้เป็นยังงั้นได้ยังไง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 29 May 2013, 04:51:18 am
Quote from: sw on 29  May  2013, 03:55:25 am
จบ ป.5 ก็มีความรู้พอที่จะทำประโยชน์แก่บ้านเมืองแล้ว อย่างนี้ที่บ้านเมืองแย่ๆ ก็ไม่ใช่เป็นเพราะว่าความรู้ไม่พอแน่ๆ ที่ระดับความรู้สูงแต่เลวนี่สิ ไม่รู้เป็นยังงั้นได้ยังไง


เพราะขาดเรื่องศีลธรรมและจริยธรรมครับ (เรื่องนี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดในสังคมครับ)
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 29 May 2013, 05:06:00 am
จริงครับ  หากมี ศีลธรรม  จริยธรรม  รู้จักผิดชอบ ชั่วดี
บางที กฎหมาย แทบจะไม่จำเป็นต้องมีเลย...
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: HEAVYTOY on 29 May 2013, 04:29:56 pm
อ่านไปอ่านมา ย้อนกลับมาดูตัวเอง คิดว่าแน่นอนสิ่งที่เห็นตำตาตัวเองแล้วไม่ทำอะไรที่เกิดกับตัวเองจริงๆ

- เห็นรถฝ่าไฟแดงแล้วเฉยไม่กล้าทำอะไร ( เคยแค่คิดอยากใส่เสื้อทับที่มีรณณรงค์อย่าฝ่าไฟแดงหรือทุกคนช่วยบีบแตรพร้อมกันตอนมีคนฝ่า-อยากดูยางอายว่ะ )

- เห็นผู้หญิงล้มมอไซต์ คิดอีก เฮ้ยใครก็ได้ว่ะรีบเข้าไปช่วยเร็วๆ แทนที่จะไปช่วย เห็นๆหันหน้ามองกันเองอยู่

สิ่งแค่แบบนี้ไม่ทำ อันพึงเล็กพึงน้อย ใหญ่ๆคงน่าดูว่ะ อย่างนักการเมือง มันต้องเริ่มจากหน่วยเล็กๆที่เข้มแข็งจริงๆแหละครับ ไม่งั้นมันเป็นแบบที่เห็นในปัจุจบันนี้แล

จากเรื่องสำนึกเล็กๆยังเป็นแบบนี้ มันถึงได้...
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 01 June 2013, 10:19:52 pm
ผมคิดว่า หลังจากที่ผม  upgrade ลำโพง  หัวเข็ม  และ phono preamp  เสร็จแล้ว  (และอาจจะ power amp) 
ผมตั้งใจจะเข้าสู่ภาวะ จำศีล  ละครับ
หยุดซื้อเครื่องเสียง

ผมคงหยุดแสดงความเห็นด้านการเมือง
กลับไปอยู่ในห้องฟังเงียบ  หาความสุขใส่ตัว
ดูแลตัวเอง  เตรียมพร้อมรับ  ภาวะล่มสลายของไทย...

ไม่แน่ใจว่า ปีไหน ?
แต่ผมคิดว่า  ทักษิณ จะชนะ ครับ...
มองไม่เห็นทางออกใดๆ ในเวลานี้....

ยกว้นแต่.. ทักษิณ  ไม่อยู่ในโลกนี้อีกแล้ว
หรือ ถ้า  รัฐประหาร  ก็ไม่ได้แก้ปัญหาอะไร..    ต้นตอ สาเหตุคือ ตัวประชาชน แก้ไม่ได้...
หรือ ถ้า  ประชาชน เกิดตื่นตัว กระทันหัน ?   เป็นไปไม่ได้แน่นอน....

เศรษฐกิจล่มสลาย 
อาชญากรรม พุ่งพรวด
มาเฟีย ครองเมือง
คนไร้ศีลธรรม   สังคมเสื่อมโทรม..

มันคงจะมุ่งไปทางนั้นละครับ  และไม่รู้ว่า จะคงอยู่ไปอีกกี่ปี ?
บางทีอาจจะตลอดไป  แต่ก็ช่างเถอะ..  อายุผมก็เยอะแล้ว.. ช่างมัน....
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 02 June 2013, 04:16:14 am
ทักษิณก็คงชนะ เพราะมีคนชอบมากกว่า ถ้าชนะแบบไม่มีเรื่องมีราวก็แล้วไป
แต่ผมเชื่อว่าก่อนชนะ ต้องมีเหตุการณ์อีกแน่นอน เพราะคนไม่ชอบทักษิณก็มีอยู่เกือบครึ่งประเทศ

ฉากแรกเริ่มจากวันที่ทักษิณกลับเข้ามาเมืองไทย
เหมือนกับตอนพระถนอมกลับมาเมืองไทย
เปลี่ยนจากนักศึกษาประท้วง เป็นประชาชนประท้วง

คนไทย ชอบหนังไทยพล็อตเรื่องเดิม เปลี่ยนแค่ดารา


แม่นาคพระโขนง


โกโบริ


โกโบริ



แม่นาคพระโขนง


แม่นาคพระโขนง



โกโบริ



โกโบริ




แม่นาคพระโขนง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Karin Preeda on 02 June 2013, 04:34:48 am
อย่าลืมบ้านทรายทองครับ  :lol:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Art on 02 June 2013, 04:39:40 am
ถ้าท่านกลับมาได้จริง ก็อยากจะรู้ว่าประเทศนี้จะยังเหลือพื้นที่ให้ท่านไปไหนมาไหนอย่างสบายใจได้ซักกี่มากน้อย คงต้องผลักดันให้ได้ Absolute Power ก่อน ไม่งั้นกลับมาก็เป็นเป้าใหญ่ครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Karin Preeda on 02 June 2013, 05:05:39 am
ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เราอาจจะเรียกว่าอาเพท สองอาทิตย์ที่ผ่านมาก Oklahoma โดนไปแล้วสองครั้ง น่ากลัวครับ ธรรมชาตินี่มีพลังมหาศาลจริงๆ
http://www.youtube.com/watch?v=GXCRPzYbv4Q
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 02 June 2013, 05:27:57 am
อยากจะเล่าอะไรให้ฟังหน่อย ผมไม่รู้ว่าเป็นเรื่องที่ใครจะสนใจหรือไม่ แต่ผมรู้สึกว่านี่เป็นอาเพทของคนไทยจริงๆ

ผมทำงานรับเหมามา 5 ปี ก่อนหน้านี้ทำแต่ออกแบบ ที่มารับเหมาก็เพราะอยากหาประสบการณ์ให้กว้างขึ้น
ก็ได้เห็นโลกกว้างสมใจครับ  ได้รู้จักคนอิสาน ระดับชาวบ้าน ก็คือลูกน้องที่มาทำงานเป็นช่าง
พูดถึงช่าง ก็น่าแปลกครับ ในกรุงเทพนี่ มีแต่ช่างชาวอิสานล้วนๆครับ ช่างเหนือ ช่างใต้ ไม่ค่อยมี

พวกนี้ใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งแต่ก่อนที่ทำแต่งานในออฟฟิส และเรียนหนังสือ ผมไม่เคยสัมผัสเลย

ช่างหรือคนงานอิสาน เกือบทุกคน ทั้งผู้ชายผู้หญิง ถ้าอายุสามสิบปีขึ้นไป จะมีลูกซึ่งเกิดกับผัวหรือเมียเก่า (ขออนุญาติใช้ศัพท์ชาวบ้านให้เข้าบรรยากาศ) แล้วก็มีลูกที่เกิดกับผัวหรือเมียคนปัจจุบัน ลูกคนแรกมักจะเกิดตอนที่พ่อกับแม่อายุไม่เกินยี่สิบปี ลูกคนนี้จะโดนทิ้งให้อยู่กับย่าหรือยาย ถ้าโชคดีหน่อยก็อาจได้อยู่กับพ่อหรือแม่ แต่ก็เป็นพ่อแท้แม่เทียม หรือพ่อเทียมแม่แท้

ถ้าพ่อไปทำงานกรุงเทพ แม่อยู่บ้านนอก แม่ก็จะหาพ่อใหม่มาให้ ส่วนพ่อก็จะหาแม่ใหม่มาให้ แถมได้เพื่อนใหม่คือ ลูกของพ่อ หรือลูกของแม่ ไม่ใช่พี่น้องของฉัน แต่จำเป็นต้องอยู่บ้านเดียวกันในบ้านยาย

เด็กพอโตขึ้น อายุ 14-15 ผู้ชายจะไปทำผู้หญิงท้อง ส่วนเด็กผู้หญิงก็จะท้องไม่มีพ่อ
เด็กผู้หญิงอายุ 20 เกือบทุกคนเคยทำแท้ง (เท่าที่ผมรู้จัก)

พ่อทุกคน หกโมงเย็น ต้องเอาแอลกอฮอล์ใส่ท้อง ไม่งั้นพรุ่งนี้ไม่มีแรงทำงาน
แต่ว่าเรื่องงานนี่ เก่งนะครับ งานยากๆ งานประณีต ทำได้ครับ
เรื่องความซื่อสัตย์ จงรักภักดี ไม่มีปัญหา

ผมไม่ได้นั่งเทียนเขียนนะครับ ทั้งหมดมาจากพูดคุยซักถาม ผมถามหมดละครับ
ถ้าเป็นช่าง ผมจะถามว่า ใครแนะนำมา เป็นอะไรกับคนที่พามาทำงาน
ถ้าเป็นคนช่วยงาน ผมจะถามว่า เป็นลูกใคร อยู่กับใคร
บางคนชอบคุย ผมก็ถามต่อไปเรื่อย เค้าก็เล่าให้ฟังเหมือนกับเป็นเรื่องธรรมดา

ยังมีอีกไว้ค่อยๆเล่า ไม่รู้มีคนสนใจจะอ่านรึป่าว อาจจะไม่มีใครสนใจ
คิดว่ามันเป็นเรื่องคนอีกระดับหนึ่ง แต่ผมว่าไม่ธรรมดา
นี่มันเป็น 90% ของชาวอิสานที่ผมรู้จัก อาจจะเรียกว่าเป็นวัฒนธรรมก็ได้เลย

ผมคิดว่า นี่เป็นสังคมอาเพท ต้นเหตุของการเมืองอาเพท



*****************************************
สงสัยว่าจะสะกดคำผิดครับ  ใครค้นเก่งช่วยตรวจสอบหน่อยครับ นี่ผมค้นจากเน็ต

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 

อาเพศ
ความหมาย

[เพด] น. เหตุที่เกิดขึ้นอย่างผิดปรกติวิสัย ถือว่าเป็นลางไม่ดี. (อาจมาจาก ส. อาเวศ).
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Karin Preeda on 02 June 2013, 05:31:32 am
ผมคิดว่าต้องเทียบกับสมัยก่อนครับ ถ้าเมื่อ 20, 30, 40 ปีก่อนเป็นแบบนี้ อาจจะถือว่าเป็นวิถีของพวกเขาเองน่ะครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 02 June 2013, 05:41:33 am
ผมถามย้อนกลับไปถึงรุ่นพ่อของคนอายุ 40 กว่า จะไม่เละเทะเท่ารุ่นปัจจุบันครับ

สมัยก่อน คนไทยที่มีเมียเยอะมักจะเป็นคนร่ำรวย ซึ่งปัญหาสังคมจะเกิดน้อยกว่า
แต่สมัยนี้มาเกิดกับคนระดับรากหญ้าเลย
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Karin Preeda on 02 June 2013, 05:49:35 am
คือผมหมายถึงคนทางอิสานเมื่อ 30-40 ปีก่อนนะครับว่าเค้าเป็นแบบนั้นหรือเปล่า ผมสงสัยว่าเค้าเป็นแบบนั้นมานานแล้ว แต่สิ่งเร้าในยุคนั้นไม่เท่ากับยุคนี้ การมีลูกทิ้งไว้ให้ตายายเลี้ยงสมัยเมื่อ 40 ปีก่อนคงไม่เหนือบ่ากว่าแรงอะไร เพราะก็เลี้ยงกันไปตามมีตามเกิด อย่างน้อยก็ไม่อดตาย แต่สมัยนี้สภาพแวดล้อมมันเปลี่ยนไปมาก เงินกลายเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ชีวิตรอด อันนี้เห็นด้วยว่าอาเพทแน่ๆ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 02 June 2013, 05:50:33 am
เด็กที่มาจากครอบครัวที่แตกแยก จะกลายเป็นเด็กมีปัญหา
เด็กที่มีปัญหาก็ไปมีครอบครัวที่แตกแยกกันอีก .. ปัญหามันจึงกระจายไปในวงกว้างครับ เพราะมีตัวคูณ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 02 June 2013, 01:20:00 pm
Quote from: Art on 02  June  2013, 04:39:40 am
ถ้าท่านกลับมาได้จริง ก็อยากจะรู้ว่าประเทศนี้จะยังเหลือพื้นที่ให้ท่านไปไหนมาไหนอย่างสบายใจได้ซักกี่มากน้อย คงต้องผลักดันให้ได้ Absolute Power ก่อน ไม่งั้นกลับมาก็เป็นเป้าใหญ่ครับ

ผมคิดว่า เขารวบอำนาจแน่ครับ  และ จะปกครองแบบเผด็จการแบบซ่อนรูป
และเขาหวังการครอบครองอย่างยาวนานมากๆครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 02 June 2013, 01:25:27 pm
ผมคิดว่า โดยสรุปคือ มีคนไทย จำนวนมาก  เป็นคนไร้คุณภาพ  ไร้ศีลธรรม  ไร้คุณธรรม...
และคนพวกนี้ ก็ตกเป็นเหยื่อของ นักการเมืองเลวๆ  ตลอดมา
และ ประเทศไทย ก็เลยตกหล่ม ผ่านระบบการเมืองเลวๆแบบนี้

อย่าหวังว่า จะพัฒนาคนพวกนี้ได้เลยครับ ไม่มีทาง...
ทางเดียวคือ..  อย่าให้คนพวกนี้ มีสิทธิ์กำหนดทิศทางประเทศ...
เพราะถ้าขืนยังให้คนพวกนี้  กำหนดทิศทางประเทศ 
รัฐประหารกี่ครั้ง  ล้มตายกันไปกี่ครั้ง...   มันก็กลับมาที่เดิม...

และคนพวกนี้เช่นกัน   เมื่อวันที่ประเทศล่มสลาย...   พวกนี้จะออกมาร้องหา เทวดาหน้าเหลี่ยม  ขอให้ช่วยให้พ้นทุกข์..
และในขณะเดียวกัน  ก็จะออกก่ออาชญากรรม  ทำร้ายคนในระดับเดียวกัน และ ชนชั้นกลางในสังคม   โดยอ้างว่า ไม่มีจะกิน..

คนไทยระดับล่าง  และ ชนชั้นกลาง  จะทำร้ายกันเอง
ส่วน พวกนักการเมือง  รวยเละ  และ สุขสบาย 
ประเทศไทย  ฉิบหาย...  ตลอดกาลนาน..
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 02 June 2013, 04:13:31 pm
ผมก็เห็นภาพอย่างท่านประธานว่ามาเลยครับ

ระดับเราจะทำอะไรได้ ออกไปประท้วงผมก็ไม่เอาด้วยล่ะ เคยไปมาแล้ว มันไม่มีผลอะไร
มีแต่ความสูญเสียเปล่า แล้วก็กลับมาเป็นอย่างเดิม

ทิศทางของประเทศไทย ขึ้นอยู่กับคนเลวมีอำนาจกับคนรากหญ้า เกาะเกี่ยวพันพึ่งพาอาศัยกัน
สร้างเงื่อนไข ให้คนที่มีความคิดมีความรู้ ทำงานเป็นเครื่องจักร
หาเลี้ยงพวกข้างบนให้อยู่สุขสบาย หาให้พวกข้างล่างพอประทังชีวิตไปได้วันๆ

Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 02 June 2013, 09:03:57 pm
เด็กบ้านแตกสาแหรกขาด เสียคนแน่ๆครับ ผมเห็นมาจะๆ 3 คน แค่ในซอยเดียวนะครับ

เดี๋ยวมีแรงจะเขียนให้เบื่อกันด้วยคนครับ

เจอแบบพี่ sw มาก็ไม่น้อยครับ เข้าใจ

ถ้าเราไม่เข้าใจกิเลส ยากครับที่จะเอาชนะมันได้
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 02 June 2013, 09:08:35 pm
เดี๋ยวนี้  แนวโน้มบริโภคนิยม จะยิ่งทำให้คน เสียคน ได้เร็ว และ ง่ายขึ้นครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 02 June 2013, 09:45:49 pm
เด็กอายุ 13-14 เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ไม่มีหางเสือ พอลมพัดเบนไปทางผิด ก็ไปผิดทางทั้งชีวิตที่เหลือ
แถมไปถึงรุ่นลูก ถ่ายทอดต่อกันไปเรื่อยๆ จนเป็นอิสานแดงอย่างทุกวันนี้

คนอิสานที่ไม่ได้เป็นแบบนี้มาอ่าน อาจจะโกรธผม ที่ไม่เป็นแบบนี้ก็มี แต่มีไม่ถึงครึ่งครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 04 June 2013, 01:07:38 am
ก็เพราะพวกอิสานเป็นอย่างนี้ไงเฮียหวังถึงได้มีโอกาสจ้างพวกเขา ถ้าพวกเขาฉลาดกว่านี้เฮียคงจะไม่ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พวกเขาหรอก
หรือถ้าความเจริญกระจายไปตวจ.มากๆ พวกเขาคงคงไม่ดิ้นรนเข้ามากรุงเทพหรอก
ต้นตอของปัญหามันเกิดจากโครงสร้างรวมศูนย์ สูบเอาทรัพยากรไปหล่อเลี้ยงกลุ่มอำนาจนำต่างหาก

คู่ผัวตัวมีย ไม่ว่าจะภาคไหนๆถ้าห่างกันไกลๆนานๆ ก็มีโอกาสนอกใจกันทั้งนั้นแหละ
แต่คนอิสานมีจำนวนมากกว่า ทิ้งถิ่นมากกว่าภาคอื่นเพราะขัดสนทางทรัพยากรมากกว่าภาคอื่นๆ
ตัวอย่างที่เห็นก็เลยมีมากกว่าภาคอื่นๆเท่านั้นเอง
ถ้าสมมติว่าภาคอิสานติดทะเล หรือทำนาได้ปีละ3-4ครั้ง คนอิสานคงไม่ดิ้นรนออกมาจากบ้านเกิดมากอย่างนี้หรอกครับ

อย่าลืมว่า GDP กรุงเทพและของภาคเหนือ กลาง ใต้ ตะวันออก ก็อาศัยหยาดเหงื่อแรงงานของคนอิสานด้วย
สิ่งก่อสร้างแทบทุกอย่างในกรุงเทพ ทางด่วน ตึกแถว บ้านจัดสรร ตึกระฟ้าสูงๆ ย่านช็อปปิ้งหรูๆ
คนกรุงเทพแท้ๆเป็นคนสร้างเองกับมือหรือครับ?

แล้วชนชั้นมีอันจะกินเลี้ยงลูกยังไง เฮียเคยไปดูแถวทองหล่อ รัชดารึเปล่า?  ล้างผลาญกันคืนละเป็นหมื่นๆ มั่วกันสุดๆ
เลี้ยงลูกยังไงให้ยัยเด็กนั่น ขับรถทั้งๆที่อายุไม่ถึง ไปชนบุคลากรทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าตายไปหลายราย
ยิ่งมีอันจะกินมากๆ อาจจะมั่วมากกว่ารากหญ้าก็ได้ แต่เฮียและผมไม่รวยพอ เราก็เลยไม่มีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสไง อิๆ



สาเหตุแห่งความอาเพศ ไม่ใช่เพราะพวกอิสานมีมากแล้วมาเลือกให้พวกทักษิณครองเมืองหรอก นั่นมันปลายเหตุมากๆ
สาเหตุที่แท้คือความเขลาของประชาชนทุกภาคทุกชนชั้นทุกวิชาชีพ ที่เขลาในเรื่องรัฐศาสตร์-ประวัติศาสตร์-ปรัชญา
สาเหตุที่แท้คือผมและคุณที่เป็นประชาชนนี่แหละ ที่เชื่อใจไว้วางใจมากเกินไป

Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 04 June 2013, 02:19:00 am
ความเห็นของผมคือถ้าจะว่าประชาชนเขลา ก็เขลาในเรื่องกิเลสตัณหาของตน และไม่มีศีลธรรมจริยธรรม ซึ่งปกติจะเป็น 'เครื่องกั้นด่านสุดท้าย' ของมนุษย์ ไม่ใช่เขลาเรื่องความรู้ต่างๆ หรอกครับ

ต่อให้เก่งแค่ไหน ฉลาดแค่ไหน หรือรวยแค่ไหน .. ก็แพ้กิเลสตัวเองเสมอ
ถ้าไม่มีเครื่องกั้นปราการด่านสุดท้าย ก็เหมือนสังคมที่ไม่มีกฏระเบียบมาเป็นกรอบนั่นเอง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 03:05:04 am
อ่านนี้น้าSW กับน้าHEX เล่ามา ก็อยากเพิ่มเติมในฐานะที่ผมเป็นลูกอีสานคนนึง...
สมัยก่อนมันอีสานมันแล้งครับ แล้งจริงๆ มันแล้งมาเป็นร้อยๆปีเท่าที่ฟังคนเฒ่าคนแก่เล่าให้ฟัง กลางวันนี่คนกรุงไปไหนไม่ได้ แดดมันแรง ดินมันแห้งเป็นสีแดง มองไปสุดลูกหูลูกตามีแต่ดินแดงๆ ถ้าใครอายุสี่สิบปีขึ้นไปคงเคยรู้ว่าทุ่งกุลาร้องไห้มันเลวร้ายแค่ไหน..

ยุครุ่นพ่อเรานี่ล่ะ ยุคนั้นอีสานมันทำกินไม่ได้ น้ำไม่มี ระบบชลประทานก็ไม่มี ปลูกอะไรก็ไม่ได้... ชาวบ้านส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นหนี้สินสะสมมายาวนาน ก็พากันขายที่ดินให้เจ้าหนี้ แล้วลงมากรุงเทพ กรุงเทพในยุคสี่สิบกว่าปีก่อน ยุคที่งานก่อสร้างรุ่งเรือง สมัยก่อนคนอีสานเพาะปลูกทั้งปี ใช้หนี้แล้วมีเงินติดบ้านไม่กี่ร้อยบาท แต่มาทำงานที่กรุงเทพค่าแรงวันนึง 40บาทขึ้นไปครับ...  ทำมาได้ยี่สิบกว่าปี ออกลูกออกหลาน ที่ดินบ้านเดิมก็ขายกินไปหมดแล้ว..แก่ตัวลง งานหมด ไม่มีที่จะไปก็ไปจับกลุ่มกันตามที่รกร้างว่างเปล่า ริมคลอง ด้วยมีฝีมือด้านก่อสร้างอยู่บ้าง จนพัฒนากลายมาเป็นสลัมทุกวันนี้ ลองไปดูหน้าตาชาวสลัมแท้ๆซิครับ ว่าหน้าตาอีสานแค่ไหน แม้ว่าจะเค้าจะเกิดมาให้แผ่นดินกรุงเทพถึงสองชั่วคนแล้วก็ตาม..

คนอีสานรุ่นเก่าอิจฉาคนใต้ครับ ภาคใต้เค้ารู้จักปลูกยาง ปลูกปาลม์ ทำนากุ้ง ทำประมง แหล่งท่องเที่ยวชั้นนำ ทางใต้สุดก็ยังมีมาเลเซียอีก...  แต่อีสานนี่สิ ติดลาว ติดเขมร ที่ยิ่งแย่กว่าเป็นไหนๆ

อันนี้อีสานยุคเก่านะครับ...
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 03:17:56 am
เค้าว่าคนอีสานโง่ โง่เพราะจริงใจ โง่จริงๆ หรือโง่เพราะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมกลโกงของคนกรุง

สิบกว่าปีมานี่ อีสานเจริญมากครับ ในแต่ละปีผมเดินทางไปทั่วแผ่นดินอีสาน ไปทุกปีก็เห็นพัฒนาการทุกปี คนอีสานรุ่นใหม่การศึกษาสูงใช้ได้ แต่ละบ้านแม้นในอำเภอลึกสุดกรู่ไม่แปลกที่จะเห็นรูปของลูกหลานได้ปริญญาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในเมืองไทยแปะฝาบ้าน เดี๋ยวนี้คนอีสานเค้าแข่งกันน่าดู เรื่องการศึกษาแปะฝาบ้านเนี่ย.. แม้นว่า hi speed net จะไปไม่ถึง แต่ทุกอำเภอทุกตำบลมีร้านคอมฯ เด็กๆในอีกสานรู้จักใช้ Air Card กับสัญญาน Edge มาเกือบสิบปีแล้ว เด็กๆใช้แทปเลตในโรงเรียน แต่ในกระเป๋าหนังสือมีโน๊ตบุ๊คกันเยอะมาก โน๊ตบุ๊คมือสองขายดี ทั่วอีสานเค้าเลิกใช้เสาอากาศทีวีมานานแล้วครับ จานดาวเทียมมีใช้กันเป็นสิบปี คนอีสานดู ASTV ก่อนจะมีทีวีเสื้อแดงอีก... รถเก๋งรุ่นล่าสุด คอมพิวเตอร์ ทีวีจอบาง รถทำการเกษตรรุ่นใหม่ที่ราคาพอๆกับซีรียส์ห้า เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ๆราคาแพงกว่าปั๊มน้ำในกรุงนัก

คนอีสานแท้ๆที่มีที่ทำกิน ไม่เคยเดือดร้อนจากราคาขายข้าวหรือพืชผลการเกษตรหรอกครับ ที่ออกมาประท้วงๆกันเยอะแยะนั่น ลูกจ้างโรงสีกับผู้เช่าที่นาครับ.... ข้าวดีๆคนอีสานส่งออกหมดครับ คนกรุงไม่เคยได้ลิ้มลองหรอก ถ้ามีเวลาอยากเชิญมาทานข้าวหอมมะลิอีสานแท้ๆที่บ้านผม ทานเปล่าๆยังอร่อยเลย ส่วนราคาน่ะหรือครับ คนกรุงซื้อไม่ไหวหรอก ข้าวขยะที่ขายกันตามห้างคนกรุงยังร้องว่าแพงเลย... แต่ที่อีสานเค้าแจกกันแทบจะฟรีครับ..

คน(อีสาน)ไม่เอาไหน มันไปอยู่กรุงเทพหมดแล้วครับ...
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 03:24:42 am
สามอาทิตย์ก่อนเพิ่งจะไปตระเวณรอบอีสานมา ไปเยี่ยมแหล่งวัตถุดิบต่างๆในภาคอีสาน ขับรถทุกวันๆละหลายร้อยกิโลไปตามทางชนบทต่างๆ อีสานเดี๋ยวนี้เขียวครึ้มแล้วครับ.. ตามตัวจังหวัด ร้านซูชิที่มีวัตถุบินตรงมาจากญี่ปุ่นทุกวัน ตึกคอมแบบเดียวกันพัททิพย์พลาซ่ามีให้เห็นทุกจังหวัด ร้านอินเตอร์เน๊ต ร้านเกม ร้านโทรศัพท์ กาแฟสด ไอติมโฮมเมด รถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด เบนซ์ บีเอ็ม อเมซอน เซเว่น มีให้เห็นแทบทุกตารางกิโลเมตรในภาคอีสาน.....

เดี๋ยวนี้ไปคุยกับคนอีสาน ไอ้ที่โก๊ะๆมึนๆตอบอะไรไม่ถูก มันหาไม่เจอแล้วครับ ไปคุยกับใครเดี๋ยวนี้ภาษากลางชัดถ้อยชัดคำ การอธิบายแผนที่ พยากรณ์อากาศ การเมือง การปกครอง เรื่องต่างประเทศ ไอ้โฮมโปร โฮมมารท์ โลตัส เซนทรัล พัทยา ป่าตอง ฟูลมูน เรื่องเจ้า เรื่องขุนนาง เรื่องโอบามา ซัดดัม เดี๋ยวนี้คนอีสานเค้าคุยได้หมดแล้ว...
ทีวีดาวเทียมมันไปถึงหลายปี อินเตอร์เนตก็ไปถึงมานาน คนอีสานไม่ได้โง่เหมือนในปัจจุบันแล้วครับ คุยกับลูกหลานในกรุงเทพเดี๋ยวนี้เค้าใช้ Line กับ FB กันหมดแล้ว.. การสื่อสารดีขึ้นครับ สิบกว่าปีมานี่ อีสานดีขึ้นผิดหูผิดตา...
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 04 June 2013, 03:32:26 am
Quote from: pakorn on 04  June  2013, 02:19:00 am
ความเห็นของผมคือถ้าจะว่าประชาชนเขลา ก็เขลาในเรื่องกิเลสตัณหาของตน และไม่มีศีลธรรมจริยธรรม ซึ่งปกติจะเป็น 'เครื่องกั้นด่านสุดท้าย' ของมนุษย์ ไม่ใช่เขลาเรื่องความรู้ต่างๆ หรอกครับ

ต่อให้เก่งแค่ไหน ฉลาดแค่ไหน หรือรวยแค่ไหน .. ก็แพ้กิเลสตัวเองเสมอ
ถ้าไม่มีเครื่องกั้นปราการด่านสุดท้าย ก็เหมือนสังคมที่ไม่มีกฏระเบียบมาเป็นกรอบนั่นเอง


ความรู้ที่ผมตั้งข้อสังเกต ผมว่ามันน่าจะเป็นตัวช่วยในการปฎิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานให้เจริญก้าวหน้าได้นะครับ
และผมคิดว่ามันไม่ใช่ความรู้ในทางกระตุ้นกิเลสละโมบโลภมากอะไรเลย ตรงกันข้ามมันจะช่วยบดถลุงอวิชชาเสียด้วย
ก็หลักกาลามสูตรเราจะได้จากไหนล่ะครับ ผมว่าศาสตร์ทั้งสามน่าจะมีพื้นฐานช่วยให้เรามีหลักกาลามสูตรบ้างไม่มากก็น้อย
อีกทั้งยังเป็นเกราะป้องกันจากความงมงายมงคลตื่นข่าวทั้งหลายได้

ถ้าปัญญาไม่แก่รอบ ขาดเขลา ไตรสิกขาขาดแหว่ง หวังพึ่งคนอื่นมากกว่าตัวเอง ก็เหมือนหนีเสือปะจระเข้ แทนที่หนีนร้อนมาจะได้พึ่งเย็น
ก็จะเจอกับพวกของปลอมทำเหมือนที่หากินกับศรัทธามวลชน

องค์ความรู้ทั้งสามนั่น ผมว่ามันช่วยให้ห่างไกลจากพวกของปลอมได้นะครับ ซึ่งผมว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตนี้ทีเดียว
ยังไม่ได้มรรคผลก็ไม่เป็นไร แต่อย่าได้เอาตัวเราไปเปื้อนอาจมก็แล้วกัน

Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 03:33:29 am
บ้านผมเป็นแหล่งท่องเที่ยวครับ บางทีอยู่บ้านก็นึกขำเหมือนกัน บ้านผมเปิดเป็นร้านกาแฟด้วย คนกรุงเทพที่มาเที่ยวแถวบ้านผมเนี่ย จะแต่งตัวแปลกๆ แปลกแบบที่ว่าตอนอยู่กรุงเทพก็ไม่เคยเห็น มาแล้วก็นึกว่าคนอีสานโง่ ชอบเล่าโน่นนี่ให้ฟัง ว่ากทม.มีนั้นมีนี่ มาถึงก็พยามพูดแต่เรื่องกรุงเทพ หรือพยายามจะไปคุยกับคนเฒ่าคนแก่ คนจากกทม.นี่ก็แปลก มาเที่ยวทั้งทีไม่คิดจะเรียนรู้อะไร มาถึงก็ชอบโชว์ความเรื่องมาก อาหารไม่ถูกปาก นอนไม่สบาย เดินทางลำบาก ถ้าเห็นอะไรที่มันเหมือนกทม. ก็จะพากันวี๊ดว๊ายว่า อุ้ย ที่นี่ก็มีเหมือนกรุงเทพ (ได้ยินประจำ)  บางทีผมว่าคนจาก กทม. เนี่ย คุณภาพก็ต่ำลงไปเยอะนะครับ วันๆนึงผมคุยกับคนกรุงเทพมากมาย ขับรถแพงๆแต่สมองกลวงก็เยอะ ตาลอยๆเหมือนคิดอะไรไม่เป็น สะพาย DSLR เดินจิ้มผู้คนแบบไม่มีมารยาท.. เวลาตอบอะไรไม่ได้ก็งัดศัพท์แสง งัดภาษาเฉพาะ เท่าที่นึกออกมาทำให้งง บางทีก็งงนะครับ แต่ก็เอาๆๆเถอะ 

ผมประชุมกับผู้ประกอบการชาวบ้านบ่อยๆครับ เรามีการประชุมผู้ประกอบการพื้นถิ่นจากจังหวัดอื่นๆกันบ่อยๆ หลายๆครั้งเราก็ห่วงว่าประเทศชาติเราจะเป็นยังไง เพราะคนเหล่านี้กำลังนึกว่าตัวเองฉลาด..... คนเหล่านี้ดูดีเพราะมีพ่อแม่หยิบยื่นให้.. คุณภาพน่ะฟัดกันได้ แต่โอกาสนี่สิ มันไม่เท่าเที่ยม

ผมพูดบ่อยๆ การศึกษามันคือโอกาสมีมากๆก็ไม่ได้แปลว่าจะฉลาดเสมอไป
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Karin Preeda on 04 June 2013, 03:36:04 am
เล่าต่อเรื่อยๆนะครับ น่าสนใจดี อยากรู้เรื่องสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปด้วย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ การย้ายถิ่นฐานอะไรพวกนี้น่ะครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 03:46:57 am
น้าSW เล่ามาผมก็เห็นภาพเลย ผมมีบ้านอยู่ปากเกร็ด มีโรงงานอยู่คลองเตย มีออฟฟิคที่พระรามสี่ ผมก็เห็นเหมือนกันครับ เด็กๆสมัยนี้อายุไม่เท่าไรก็ท้องกันเสียแล้ว แต่ผมไม่อยากโทษว่ามาจากภาคอีสานนะครับ โรงงานผมใจกลางเมืองมีคนทุกภาคครับ 90%ของผมเนี่ย เป็นเด็กกทม.เสียเป็นส่วนใหญ่ เด็กจากโรงเรียนชั้นนำ หนีออกจากบ้าน ท้องก่อนแต่ง เรียนไม่จบก็มีเยอะ เดี๋ยวนี้เด็กสาวๆบลูคอร์ล่าห์มาสมัครงานมีลูกกันแล้วทั้่งนัั้น เป็นทุกภาคครับ ภาคใต้จะหายากหน่อย เดี๋ยวนี้คนในกรุงเทพโดยเฉพาะชนชั้นกลาง คุณภาพต่ำลงทุกวัน การสัมภาษณ์พนักงานระดับสูง ผมจะสัมภาษณ์เอง บางคนมาเรียกเงินเดือน 7-8หมื่น ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าบริษัทจะเอาเค้ามาทำอะไร ชนชั้นกลางส่วนใหญ่ที่ได้สัมผัส ชีวิตวนเวียนกับ เงิน เมีย เบียร์ บอล หุ้น คิดอะไรกลยุทธ์วางแผนอะไรไม่ค่อยเป็น วิสัยทัศน์คนกรุงแคบลงไปทุกวัน ผมก็เข้าใจนะ ด้วยการแข่งขันที่สูง รถติด มลภาวะ มันบั่นทอนความสามารถคนกรุงลงไปทุกวัน ชนชั้นกลางที่เจอเนี่ย หูเบามากๆ ค้นคว้าอะไรไม่ค่อยเป็น บางคนเนี่ยเปลี่ยนแปลงอะไรยาก หลับหูหลับตาเชื่อลูกเดียว ลูกน้องผมก็เยอะนะ เงินเดือนไม่ถึงแสน วันๆต้องกินสตาร์บัค กินฟูจิ ผ่อนรถ ผ่อนคอนโด ลองวีคเอนด์ต้องไปนอน รร.ห้าดาว วันๆฝ่ายบุคคลบ่นเบื่อที่จะตอบคำถามพวกแบงค์ที่โทรมาขอข้อมูล
บ่อยๆที่เสวนากับเพื่อนๆระดับ CEO ด้วยกัน ล้วนแล้วแต่บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าสมัยนี้มีแค่คนเก่งพูด หาคนเก่งจริงๆไม่เจอ...

ชนชั้นกลางที่เก่งจริงๆมักจะออกไปตั้งกิจการส่วนตัว ไปทำงานต่างประเทศ หรือทำกิจการต่อจากครอบครัว

เดี๋ยวนี้มีเวลาจะเล่าให้ฟังว่า คนเก่งๆในประเทศไทย หายไปไหน....
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 04 June 2013, 03:48:01 am
Quote from: Karin Preeda on 02  June  2013, 05:49:35 am
คือผมหมายถึงคนทางอิสานเมื่อ 30-40 ปีก่อนนะครับว่าเค้าเป็นแบบนั้นหรือเปล่า ผมสงสัยว่าเค้าเป็นแบบนั้นมานานแล้ว


ว่าจะโพสท์ตั้งแต่เช้าแล้วกับประเด็นนี้...
ถ้าความหมายของคำว่า"เป็นแบบนั้น"หมายถึงตัวอย่างที่เฮียหวังยกมา ผมว่าไม่ใช่ครับ นั่นมันเป็นการให้ร้ายคนอิสานมากไป
ผมว่ามันเริ่มจากการที่ประเทศนี้เริ่มต้นอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อส่งออก คือมันต้องใช้คนจำนวนมากเพื่อเข้าสู่ระบบการผลิต

สังคมอิสานแต่เดิมเป็นสังคมที่เคารพธรรมชาติ ครูบาอาจารย์วิปัสสนากัมมัฏฐานเป็นชาวอิสานเยอะแยะ และงานศิลปะพื้นถิ่นอันทรงภูมิปัญญา
นั่นคือแผ่นดินอิสานมีต้นทุนทางวัฒนธรรมสูงมากพอ มากพอซะจนทำให้ผู้นำทางจิตวิญญาณหลายๆท่านมาเกิดที่แผ่นดินอิสานนี้ได้
เขาอยู่กันแบบผู้มีอารยะมานานแล้ว ส่วนกลางนั่นแหละที่เอาความไม่ดีไปแปดเปื้อน

Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 03:49:13 am
ผมเข้าใจว่า เฉพาะในเขตตัวเมืองหรือเปล่าครับ ?
เพราะเท่าที่ผมเคยอ่านข้อมูลล่าสุด  อีสาน ก็ยังคงมีรายได้เฉลี่ยต่อหัว ในอัตราที่ต่ำครับ

ผมคิดว่า  ประเด็นปัญหา ไม่ได้อยู่ที่ จน หรือ รวย
ไม่ได้อยู่ที่  เรียน หรือ ไม่ได้เรียน
ไม่ได้อยู่ที่  เจริญทางวัตถุหรือไม่ ?

ไอ้ที่กำลังเดินหน้า ขายชาติ  ทำลายชาติ  มันก็ล้วนแต่ รวยๆ และเรียนสูงๆ  และมีความเจริญทางวัตถุทั้งนั้น

ปัญหาอยู่ที่ การขาด คุณธรรม จริยธรรม และ ศีลธรรม ครับ
ขาด หิริโอตัปปะ
พร้อมจะโกง  เห็นแก่เงิน   เห็นแก่ตัว  และ พร้อมขายชาติ  พร้อมทำร้ายส่วนรวม
ขอให้ตัวเอง  ได้ และ มี   ให้ง่ายๆ และ เร็วๆ ที่สุดครับ

คนภาคไหน ก็เป็นแบบที่ว่า ข้างบนได้ครับ  ไม่จำเป็นต้องเป็นอีสาน
และนี่คือ ปัญหาของประเทศไทยในปัจจุบัน
ประชาชนที่ไร้คุณภาพ ครับ !
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 04 June 2013, 03:50:54 am
คุณ Jibjoy ให้ความรู้ที่ดีมากครับ ทำให้คนกรุงคนใต้ได้เข้าใจชาวอิสานมากขึ้น ขออ่านต่อไปเรื่อยๆครับ

Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 03:17:56 am
คน(อีสาน)ไม่เอาไหน มันไปอยู่กรุงเทพหมดแล้วครับ...


อันนี้เห็นด้วยอย่างมาก  คนอิสานที่ผมรู้จักเป็นคนกลุ่มนี้แหละ ผมเริ่มเข้าใจแล้วครับ

Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 03:57:36 am
Quote from: Karin Preeda on 04  June  2013, 03:36:04 am
เล่าต่อเรื่อยๆนะครับ น่าสนใจดี อยากรู้เรื่องสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปด้วย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ การย้ายถิ่นฐานอะไรพวกนี้น่ะครับ


ใช่ครับ อ่านๆไปก็รู้สึกว่าคงต้องอัพเดทสภาพสังคมซักหน่อย.. น้าๆหลายท่านยังใช้ DATA ตกรุ่นอยู่เลย...
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Karin Preeda on 04 June 2013, 04:00:26 am
Quote from: Hexaphonic on 04  June  2013, 03:48:01 am
Quote from: Karin Preeda on 02  June  2013, 05:49:35 am
คือผมหมายถึงคนทางอิสานเมื่อ 30-40 ปีก่อนนะครับว่าเค้าเป็นแบบนั้นหรือเปล่า ผมสงสัยว่าเค้าเป็นแบบนั้นมานานแล้ว


ว่าจะโพสท์ตั้งแต่เช้าแล้วกับประเด็นนี้...
ถ้าความหมายของคำว่า"เป็นแบบนั้น"หมายถึงตัวอย่างที่เฮียหวังยกมา ผมว่าไม่ใช่ครับ นั่นมันเป็นการให้ร้ายคนอิสานมากไป
ผมว่ามันเริ่มจากการที่ประเทศนี้เริ่มต้นอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อส่งออก คือมันต้องใช้คนจำนวนมากเพื่อเข้าสู่ระบบการผลิต

สังคมอิสานแต่เดิมเป็นสังคมที่เคารพธรรมชาติ ครูบาอาจารย์วิปัสสนากัมมัฏฐานเป็นชาวอิสานเยอะแยะ และงานศิลปะพื้นถิ่นอันทรงภูมิปัญญา
นั่นคือแผ่นดินอิสานมีต้นทุนทางวัฒนธรรมสูงมากพอ มากพอซะจนทำให้ผู้นำทางจิตวิญญาณหลายๆท่านมาเกิดที่แผ่นดินอิสานนี้ได้
เขาอยู่กันแบบผู้มีอารยะมานานแล้ว ส่วนกลางนั่นแหละที่เอาความไม่ดีไปแปดเปื้อน




จริงๆแล้วผมไม่ว่าตัวบุคคลว่าดีหรือไม่ดีหรอกครับ "เป็นแบบนั้น" ของผมคือเป็นแบบนั้นจริงๆ ผมว่าสมัยก่อนเค้าก็มีวีธีการรับมือกับเรื่องแบบนั้นอยู่แล้ว อาจจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาด้วยซ้ำไป สมัยนี้วิธีการรับมือก็ต่างกันไป ซึ่งสมัยนี้ความเป็นวัตถุนิยมมันเข้ามาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ความยับยั้งชั่งใจก็ลดลงไป โอกาสที่จะล้มเหลวในชีวิตก็เลยมากกว่า แต่ผมอาจจะผิดก็ได้นะครับ ถ้าสมัยก่อนไม่ได้ "เป็นแบบนั้นจริงๆ" คือที่ได้สัมผัสด้วยตัวเองมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นครับ พอเห็นคุณ jibjoy post เรื่องต่างๆมา เลยสนใจอยากฟังเพิ่มครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 04:02:06 am
Quote from: poj on 04  June  2013, 03:49:13 am
ผมเข้าใจว่า เฉพาะในเขตตัวเมืองหรือเปล่าครับ ?
เพราะเท่าที่ผมเคยอ่านข้อมูลล่าสุด  อีสาน ก็ยังคงมีรายได้เฉลี่ยต่อหัว ในอัตราที่ต่ำครับ

ผมคิดว่า  ประเด็นปัญหา ไม่ได้อยู่ที่ จน หรือ รวย
ไม่ได้อยู่ที่  เรียน หรือ ไม่ได้เรียน
ไม่ได้อยู่ที่  เจริญทางวัตถุหรือไม่ ?

ไอ้ที่กำลังเดินหน้า ขายชาติ  ทำลายชาติ  มันก็ล้วนแต่ รวยๆ และเรียนสูงๆ  และมีความเจริญทางวัตถุทั้งนั้น

ปัญหาอยู่ที่ การขาด คุณธรรม จริยธรรม และ ศีลธรรม ครับ
ขาด หิริโอตัปปะ
พร้อมจะโกง  เห็นแก่เงิน   เห็นแก่ตัว  และ พร้อมขายชาติ  พร้อมทำร้ายส่วนรวม
ขอให้ตัวเอง  ได้ และ มี   ให้ง่ายๆ และ เร็วๆ ที่สุดครับ

คนภาคไหน ก็เป็นแบบที่ว่า ข้างบนได้ครับ  ไม่จำเป็นต้องเป็นอีสาน
และนี่คือ ปัญหาของประเทศไทยในปัจจุบัน
ประชาชนที่ไร้คุณภาพ ครับ !


ผมก็เขียนไปแล้ว ว่าที่ผมไปนั่นคืออำเภอไกลโพ้นทั้งนั้นครับ... รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่ำ เค้านับจากฐานภาษีครับ เกษตรกรไม่ต้องเสียภาษีครับ.. เวลาเค้าขายมัน ขายข้าวกันทีนึง เห็นตัวเงินแล้วชนชั้นกลางหงายท้องแน่ๆครับ ไอ้ที่มันจนๆน่ะลูกจ้างโรงสี เช่านาเค้าทำ หรือลูกจ้างในไร่ครับ พวกนี้ไม่มีเงินเดือน กินเปอร์เซนต์ขายครับ เวลาพืชผลมันราคาตกต่ำ พวกนี้จะเดือดร้อนจนต้องออกมาประท้วง เจ้าของที่ดิน นอนตีพุงครับ..

เดี๋ยวศีลธรรมจะเล่าให้ฟังนะครับ ถือว่าแลกเปลี่ยนมุมมองจากคนอีสานอย่างผมมั่ง ผมก็เรียนรู้หลายอย่างจากเมืองกรุงนี่ล่ะครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Karin Preeda on 04 June 2013, 04:04:02 am
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 03:57:36 am
Quote from: Karin Preeda on 04  June  2013, 03:36:04 am
เล่าต่อเรื่อยๆนะครับ น่าสนใจดี อยากรู้เรื่องสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปด้วย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ การย้ายถิ่นฐานอะไรพวกนี้น่ะครับ


ใช่ครับ อ่านๆไปก็รู้สึกว่าคงต้องอัพเดทสภาพสังคมซักหน่อย.. น้าๆหลายท่านยังใช้ DATA ตกรุ่นอยู่เลย...


ความเจริญทางด้านวัตถุนี่คุณ jibjoy บรรยายมาตรงกับเพื่อนๆน้องๆของผมที่เดินทางไปค้าขายที่อิสานและบางคนกลายเป็นเศรษฐีที่ดินแถบนั้นไปแล้ว

รออ่านครับ  :supergrin:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 04 June 2013, 04:15:17 am
Quote from: Hexaphonic on 04  June  2013, 03:32:26 am
ความรู้ที่ผมตั้งข้อสังเกต ผมว่ามันน่าจะเป็นตัวช่วยในการปฎิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานให้เจริญก้าวหน้าได้นะครับ และผมคิดว่ามันไม่ใช่ความรู้ในทางกระตุ้นกิเลสละโมบโลภมากอะไรเลย ตรงกันข้ามมันจะช่วยบดถลุงอวิชชาเสียด้วย


ผมไม่ได้แย้งถึงความน่าสนใจหรือประโยชน์ขอเรื่องรัฐศาสตร์-ประวัติศาสตร์-ปรัชญานะครับ แต่ประเด็นที่เราคุยกันคือ 'อะไรคือเหตุของความอาเพศ' ต่างหากเล่าครับ ซึ่งผมเชื่อว่าคือการขาดศีลธรรมและจริยธรรม ไม่ใช่การขาดความรู้ทั่วๆ ไป นี่คือ 'เหตุ' ส่วนความอาเพศคือ 'ผล'

แต่การปฏิบัติเพื่อเจริญปัญญา ต้องมาจากไตรสิกขาครับ คืออธิศีลสิกขา อธิจิตสิกขา และอธิปัญญาสิกขา ไม่ใช่ศาสตร์พวกนี้ครับ

Quote from: Hexaphonic on 04  June  2013, 03:32:26 amก็หลักกาลามสูตรเราจะได้จากไหนล่ะครับ ผมว่าศาสตร์ทั้งสามน่าจะมีพื้นฐานช่วยให้เรามีหลักกาลามสูตรบ้างไม่มากก็น้อย อีกทั้งยังเป็นเกราะป้องกันจากความงมงายมงคลตื่นข่าวทั้งหลายได้

กาลามสูตรมาจากหัวใจของพุทธศาสนาครับ ที่เรียกว่า 'วิปัสสนา' นี่แหละ วิปัสสนาคือการตามเห็นความจริงซ้ำๆ ที่เหมือนกับการทดลองวิทยาศาสตร์ที่ทดลองซ้ำๆ ได้ผลซ้ำๆ จนสรุปผลได้ เป็น 'ภาวนามยปัญญา' ที่พระพุทธเจ้าท่านสรรเสริญครับ ไม่ใช่ปัญญาแบบโลกๆ ภาวนามยปัญญา จะมีผลให้เราหา 'สัมมาทิฐิ' เจอครับ

Quote from: Hexaphonic on 04  June  2013, 03:32:26 amถ้าปัญญาไม่แก่รอบ ขาดเขลา ไตรสิกขาขาดแหว่ง หวังพึ่งคนอื่นมากกว่าตัวเอง ก็เหมือนหนีเสือปะจระเข้ แทนที่หนีนร้อนมาจะได้พึ่งเย็น ก็จะเจอกับพวกของปลอมทำเหมือนที่หากินกับศรัทธามวลชน

องค์ความรู้ทั้งสามนั่น ผมว่ามันช่วยให้ห่างไกลจากพวกของปลอมได้นะครับ ซึ่งผมว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตนี้ทีเดียว ยังไม่ได้มรรคผลก็ไม่เป็นไร แต่อย่าได้เอาตัวเราไปเปื้อนอาจมก็แล้วกัน


ผมอ่านส่วนนี้แล้วไม่เข้าใจนะครับ ไม่เห็นว่ามันเกี่ยวข้องกันตรงไหน
ถ้าเรื่องทางอาเพศที่เราพูดถึงกันในกระทู้นี้ คงไม่เกี่ยวกับไตรสิกขาหรอกครับ เพราะไตรสิกขาวิ่งเข้าหา 'ปรมัตถ์ธรรม' เพื่อยกระดับจิตใจไปสู่ความพ้นทุกข์ (คือมรรคผล) .. แต่การถกกันในเรื่องอาเพศนี้ไม่ใช่ .. ถ้าไม่อยากเปื้อนอาจม อย่างน้อยต้องรู้ทันกิเลสของตัวเองให้ได้ครับ เรื่องรัฐศาสตร์ประวัติศาสตร์คงไม่ช่วยหรอกครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 04 June 2013, 04:15:34 am
ผมมีข้อสังเกตอันหนึ่งครับพี่ Jibjoy คือคนอิสานที่มีฐานะดี ที่ประสบความสำเร็จร่ำรวยก่อนปีพศ. '45'46
ส่วนใหญ่จะมีทัศนคติทางการเมืองเหมือนกันกับชนชั้นกลางที่เกลียดทักษิณทั่วๆไปในภูมิภาคอื่น คือออกไปทาง "นี่ก็ดีอยู่แล้วจะเปลี่ยนแปลงทำไม?"  หรือ "พวกประชานิยมทำให้คนขี้เกียจ"



อนึ่ง คำว่า"ปรัชญา" เราเทียบกับภาษาอังกฤษคือคำว่า "Philosophy" ซึ่งจากรากศัพท์ของมันหมายถึง"รักที่จะรู้"

http://homhuan2554.files.wordpress.com/2011/07/e0b89ae0b897e0b897e0b8b5e0b988-1.pdf (http://homhuan2554.files.wordpress.com/2011/07/e0b89ae0b897e0b897e0b8b5e0b988-1.pdf)


ผมหมายถึงปรัชญาในความหมายในทางธรรมน่ะครับ ไม่ใช่ปรัชญาโลกย์ๆอย่างพวกเดคาร์ตหรือฌองปอล ซาร์ต อะไรพรรค์นั้น
"รักที่จะรู้" มันก็คือการมองทุกสิ่งตามความเป็นจริง มันคือสภาวะจิตแห่งกระจกที่ไม่บิดเบือน มันก็คือ"วิปัสสนา"นั่นแหละครับ

ตามความเข้าใจของผม คำทั้งหลายล้วนแล้วแต่มีทั้งภาษาคน(สมมติบัญญัติ)และภาษาธรรม(ปรมัตถ์บัญญัติ)อยู่ในนั้น
สุดแล้วแต่ว่าเราจะมองมันในแง่ไหน จะมองมันได้ลึกแค่ไหน อินทรีย์แก่รอบแค่ไหน
รัฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ปรัซญา นอกจากมุมมองทางภาษาคน ก็มีมุมมองทางภาษาธรรมด้วยเช่นกัน

Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: pee on 04 June 2013, 06:44:18 am
คุณภาพคน วัดกันง่ายๆ ก็จากสส. ที่ถูกเลือก
นี่ว่าตามประชาธิปไตยเป๊ะๆ เลย

หรือใครจะเถียง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: blackmore on 04 June 2013, 06:52:50 am
(http://www.chiangmaicitynews.com/media/data/picture/1333105627.jpg)

อันนี่ก็อาเพท  555

หัวเราะทั้งน้ำตา  โ ค ต ร  แซดครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 04 June 2013, 07:13:03 am
นี่เป็นเชื้อโรคร้ายที่ติดมาตั้งแต่สมัยต้านโดมิโน่ล้ม ในยุคปรนเปรอจีไอโน่น
เงินดอลล์มันสร้างอุตสาหกรรมอาบนวดขึ้นมา
มันคือบาดแผลราคาแพง ที่สังคมไทยต้องจ่ายมาถึงทุกวันนี้
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 02:27:14 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 04:02:06 am
ผมก็เขียนไปแล้ว ว่าที่ผมไปนั่นคืออำเภอไกลโพ้นทั้งนั้นครับ... รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่ำ เค้านับจากฐานภาษีครับ เกษตรกรไม่ต้องเสียภาษีครับ.. เวลาเค้าขายมัน ขายข้าวกันทีนึง เห็นตัวเงินแล้วชนชั้นกลางหงายท้องแน่ๆครับ ไอ้ที่มันจนๆน่ะลูกจ้างโรงสี เช่านาเค้าทำ หรือลูกจ้างในไร่ครับ พวกนี้ไม่มีเงินเดือน กินเปอร์เซนต์ขายครับ เวลาพืชผลมันราคาตกต่ำ พวกนี้จะเดือดร้อนจนต้องออกมาประท้วง เจ้าของที่ดิน นอนตีพุงครับ..

ถ้าสมมติฐานนี้เป็นจริง จะสะท้อนผ่าน ดัชนีชี้วัดการบริโภคครับ
เพราะถ้ามีเงินกันเยอะจริง  (โดยเฉลี่ยนะครับ  ไม่ใช่รวยกระจุก จนกระจาย)   การบริโภคต้องเพิ่มขึ้น
แต่ว่า ผมไม่มีข้อมูลดังกล่าวจะมาอ้างอิง  ตอนนี้  ขอรับฟังไว้ก่อนครับ
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 04 June 2013, 02:39:49 pm
Quote from: blackmore on 04  June  2013, 06:52:50 am
(http://www.chiangmaicitynews.com/media/data/picture/1333105627.jpg)

อันนี่ก็อาเพท  555

หัวเราะทั้งน้ำตา  โ ค ต ร  แซดครับ


เศร้าจริงๆ  :no:
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: sw on 04 June 2013, 03:09:23 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 03:24:42 am
สามอาทิตย์ก่อนเพิ่งจะไปตระเวณรอบอีสานมา ไปเยี่ยมแหล่งวัตถุดิบต่างๆในภาคอีสาน ขับรถทุกวันๆละหลายร้อยกิโลไปตามทางชนบทต่างๆ อีสานเดี๋ยวนี้เขียวครึ้มแล้วครับ.. ตามตัวจังหวัด ร้านซูชิที่มีวัตถุบินตรงมาจากญี่ปุ่นทุกวัน ตึกคอมแบบเดียวกันพัททิพย์พลาซ่ามีให้เห็นทุกจังหวัด ร้านอินเตอร์เน๊ต ร้านเกม ร้านโทรศัพท์ กาแฟสด ไอติมโฮมเมด รถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด เบนซ์ บีเอ็ม อเมซอน เซเว่น มีให้เห็นแทบทุกตารางกิโลเมตรในภาคอีสาน.....

เดี๋ยวนี้ไปคุยกับคนอีสาน ไอ้ที่โก๊ะๆมึนๆตอบอะไรไม่ถูก มันหาไม่เจอแล้วครับ ไปคุยกับใครเดี๋ยวนี้ภาษากลางชัดถ้อยชัดคำ การอธิบายแผนที่ พยากรณ์อากาศ การเมือง การปกครอง เรื่องต่างประเทศ ไอ้โฮมโปร โฮมมารท์ โลตัส เซนทรัล พัทยา ป่าตอง ฟูลมูน เรื่องเจ้า เรื่องขุนนาง เรื่องโอบามา ซัดดัม เดี๋ยวนี้คนอีสานเค้าคุยได้หมดแล้ว...
ทีวีดาวเทียมมันไปถึงหลายปี อินเตอร์เนตก็ไปถึงมานาน คนอีสานไม่ได้โง่เหมือนในปัจจุบันแล้วครับ คุยกับลูกหลานในกรุงเทพเดี๋ยวนี้เค้าใช้ Line กับ FB กันหมดแล้ว.. การสื่อสารดีขึ้นครับ สิบกว่าปีมานี่ อีสานดีขึ้นผิดหูผิดตา...


นี่เป็นความเจริญทางวัตถุเท่านั้นเอง พวกซุปเปอร์สโตร์ก็ผุดเป็นดอกเห็ดอยู่แล้ว ไม่ว่าถิ่นทุรกันดารแค่ไหน ขอเพียงแค่มีคนอยู่ ห้างพวกนี้ก็จะไปลงทุน คนบริโภคยิ่งคิดน้อย ยิ่งเข้าทางนักธุรกิจ กำลังซื้อจริงไม่มีหรอก ที่ขายได้เพราะคนซื้อเป็นพวกบริโภคนิยม เป็นหนี้เท่าไหร่ไม่เคยรู้ตัว

พวกเทคโนโลยีไอที เมื่อสองปีก่อน ลูกสาวของลูกจ้างผม อายุยี่สิบยังไม่มีงานทำ ก็ใช้ไอโฟนป้ายแดงราคาสองหมื่น ในขณะที่พ่อกับแม่มีรายได้ไม่ถึงเดือนละห้าหมื่น ส่วนแม่ไม่ได้ทำงานแต่ไปออกรถป้ายแดงราคาล้านสอง นี่เรื่องจริงครับ

คือเค้าคิดเลขไม่เป็น ผมคำนวณแล้วว่างานที่เค้าทำมีรายได้ประมาณเดือนละห้าหมื่น แต่เค้าคิดว่าเค้าได้มากกว่านั้น อาจจะดูจากเงินหมุนเวียน รู้ว่ามีเงินเข้าเท่าไหร่ แต่เงินออกไม่รู้ คงคิดว่าตัวเองมีรายได้แสนห้า
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 04 June 2013, 03:27:41 pm
Quote from: sw on 04  June  2013, 03:09:23 pm
นี่เป็นความเจริญทางวัตถุเท่านั้นเอง พวกซุปเปอร์สโตร์ก็ผุดเป็นดอกเห็ดอยู่แล้ว ไม่ว่าถิ่นทุรกันดารแค่ไหน ขอเพียงแค่มีคนอยู่ ห้างพวกนี้ก็จะไปลงทุน คนบริโภคยิ่งคิดน้อย ยิ่งเข้าทางนักธุรกิจ กำลังซื้อจริงไม่มีหรอก ที่ขายได้เพราะคนซื้อเป็นพวกบริโภคนิยม เป็นหนี้เท่าไหร่ไม่เคยรู้ตัว

พวกเทคโนโลยีไอที เมื่อสองปีก่อน ลูกสาวของลูกจ้างผม อายุยี่สิบยังไม่มีงานทำ ก็ใช้ไอโฟนป้ายแดงราคาสองหมื่น ในขณะที่พ่อกับแม่มีรายได้ไม่ถึงเดือนละห้าหมื่น ส่วนแม่ไม่ได้ทำงานแต่ไปออกรถป้ายแดงราคาล้านสอง นี่เรื่องจริงครับ

คือเค้าคิดเลขไม่เป็น ผมคำนวณแล้วว่างานที่เค้าทำมีรายได้ประมาณเดือนละห้าหมื่น แต่เค้าคิดว่าเค้าได้มากกว่านั้น อาจจะดูจากเงินหมุนเวียน รู้ว่ามีเงินเข้าเท่าไหร่ แต่เงินออกไม่รู้ คงคิดว่าตัวเองมีรายได้แสนห้า


เรื่องนี้น่ากลัวมากๆ ครับ มีแต่กระแสให้ประชาชนใช้เงิน เป็นหนี้ สื่อและข่าวสารต่างๆ ออกมาในเรื่องนี้ทั้งนั้น แถมยกเอาคนดังๆ มาชู ที่ใช้เงินใช้ทองฟุ่มเฟือยมาเป็นตัวอย่าง .. คนทำงานออฟฟิศเงินเดือนหมื่นนึงหรือเด็กๆ ที่ยังเรียนอยู่ก็ต้องมีโทรศัพท์แพงๆ ใช้ทั้งนั้น (แม้กระทั่งเด็กเต็มน้ำมันในปั้มก็ใช้ไอโฟนหรือSamsung)

พอคนไม่เคยรู้ว่าต้องแบ่งเก็บแบ่งใช้อย่างไร ต้องบริหารเงินอย่างไร ก็เลยใช้เงินไปเรื่อยๆ แล้วคิดว่ารายได้มันจะไหลเข้ามาให้ใช้เสมอ .. เรื่องผ่อนรถก็น่ากลัวครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: pee on 04 June 2013, 03:39:37 pm
ถ้าอีสานล้มเหลวเพราะเงิน (จะจากจีไอ หรือข้าวหอมมะลิก็ตาม)
ทำไมภาคอื่นไม่ล้มล่ะ

แล้วเห็นน้าจิ๊บบอกเดี๋ยวนี้อีสานเก่งๆ อยู่บ้าน ห่วยๆ ไม่อยู่อีสาน
ทำไมยังเลือกสส. ได้แบบนั้นครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 04 June 2013, 04:00:58 pm
Quote from: pee on 04  June  2013, 03:39:37 pm
ถ้าอีสานล้มเหลวเพราะเงิน (จะจากจีไอ หรือข้าวหอมมะลิก็ตาม)
ทำไมภาคอื่นไม่ล้มล่ะ

แล้วเห็นน้าจิ๊บบอกเดี๋ยวนี้อีสานเก่งๆ อยู่บ้าน ห่วยๆ ไม่อยู่อีสาน
ทำไมยังเลือกสส. ได้แบบนั้นครับ



ไม่ใช่อิสานที่ล้มเหลวครับ ประเทศไทยทั้งประเทศเลย ที่ล้มเหลวเพราะนโยบายชักศึกจีไอเข้าบ้าน
รัฐไทยอย่าสำคัญตนผิดว่าตนสามารถเอาชนะลัทธิคอมมิวนิสต์ได้ด้วยฝีมือตัวเอง
ที่สำคัญคอมมิวนิสต์ก็ล้มไปนานแล้ว แต่ยังหลงเหลือผลข้างเคียงจากการชักศึกเข้าบ้านในครั้งนั้น
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 04:46:59 pm
Quote from: Karin Preeda on 04  June  2013, 04:04:02 am
ความเจริญทางด้านวัตถุนี่คุณ jibjoy บรรยายมาตรงกับเพื่อนๆน้องๆของผมที่เดินทางไปค้าขายที่อิสานและบางคนกลายเป็นเศรษฐีที่ดินแถบนั้นไปแล้ว

รออ่านครับ  :supergrin:


Quote from: sw on 04  June  2013, 03:09:23 pm
นี่เป็นความเจริญทางวัตถุเท่านั้นเอง พวกซุปเปอร์สโตร์ก็ผุดเป็นดอกเห็ดอยู่แล้ว ไม่ว่าถิ่นทุรกันดารแค่ไหน ขอเพียงแค่มีคนอยู่ ห้างพวกนี้ก็จะไปลงทุน คนบริโภคยิ่งคิดน้อย ยิ่งเข้าทางนักธุรกิจ กำลังซื้อจริงไม่มีหรอก ที่ขายได้เพราะคนซื้อเป็นพวกบริโภคนิยม เป็นหนี้เท่าไหร่ไม่เคยรู้ตัว

พวกเทคโนโลยีไอที เมื่อสองปีก่อน ลูกสาวของลูกจ้างผม อายุยี่สิบยังไม่มีงานทำ ก็ใช้ไอโฟนป้ายแดงราคาสองหมื่น ในขณะที่พ่อกับแม่มีรายได้ไม่ถึงเดือนละห้าหมื่น ส่วนแม่ไม่ได้ทำงานแต่ไปออกรถป้ายแดงราคาล้านสอง นี่เรื่องจริงครับ

คือเค้าคิดเลขไม่เป็น ผมคำนวณแล้วว่างานที่เค้าทำมีรายได้ประมาณเดือนละห้าหมื่น แต่เค้าคิดว่าเค้าได้มากกว่านั้น อาจจะดูจากเงินหมุนเวียน รู้ว่ามีเงินเข้าเท่าไหร่ แต่เงินออกไม่รู้ คงคิดว่าตัวเองมีรายได้แสนห้า


(https://fbcdn-sphotos-h-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn2/v/972469_10151617781349850_808847609_n.jpg?oh=d9ff20c6120bd37a4a40ff594c3f16d2&oe=51AF5607&__gda__=1370515667_72a64a976792a0f618a282d944b77345)
ดีจังเดี๋ยวนี้ไม่ต้องถ่อไปกินถึงโอเรียนเตลแล้ว มาการองแถวบ้านผมก็มีกินนะ แกล้มกับเนสเพรสโซซะด้วย...

ก็อย่างที่บอกนั่นล่ะ ผมก็ขออวดวัตถุนิยมบ้างซิครับ กทม.มีครบหมดแล้ว คุยกับใครๆก็นึกว่าอีสานมันมีแต่คนจนๆมีแต่ดินแดงๆ คนบ้านนอกอย่างผมเลยอยากจะขออวดบ้างอะไรบ้างซักหน่อย.. แหะๆกำลังซื้อไม่มีจริง แผ่นดินอีสานกว้างใหญ่ประชากรก็น้อยกว่ากทม.ตั้งเยอะ โคราชจังหวัดเดียวใหญ่กว่ากทม.ตั้งเยอะ ประชากร 1ใน3ของประเทศไทยก็ไปกระจุกตัวอยู่ในกทม.หมด จะเอาอะไรไปสู้ล่ะครับ... 
ถ้ากำลังซื้อไม่มีจริง โลตัส บิ๊กซี แมคโคร เซนทรัล เดอะมอลล์ ไทวัสดุ แกรนด์โฮมมารท์ โฮมโปร เซเว่น โชว์รูมรถยนต์ คงไม่แห่กันไปขุดทองภาคอีสานดอกครับ ว่างๆเจอนายห้างเคเอส ลองถามแกดูซิครับ ว่าคนทางอีสานมีกำลังซื้อไหม...

รวยกระจุก จนกระจาย เป็นเรื่องธรรมดาครับ ในกทม.เอง รวยก็กระจุก จนก็กระจุก
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 04:54:18 pm
Quote from: pee on 04  June  2013, 03:39:37 pm
ถ้าอีสานล้มเหลวเพราะเงิน (จะจากจีไอ หรือข้าวหอมมะลิก็ตาม)
ทำไมภาคอื่นไม่ล้มล่ะ

แล้วเห็นน้าจิ๊บบอกเดี๋ยวนี้อีสานเก่งๆ อยู่บ้าน ห่วยๆ ไม่อยู่อีสาน
ทำไมยังเลือกสส. ได้แบบนั้นครับ

Quote from: pee on 04  June  2013, 06:44:18 am
คุณภาพคน วัดกันง่ายๆ ก็จากสส. ที่ถูกเลือก
นี่ว่าตามประชาธิปไตยเป๊ะๆ เลย

หรือใครจะเถียง


เอาคุณภาพ สส.เป็นตัวตั้ง คุณภาพประชาชนคงห่วยกันทั้งแผ่นดินล่ะครับ.. เห็น สส.ภาคอื่นๆก็พูดจากหยาบคาย โกง สปก. กระชากเก้าอี้ประธานสภา ยกพวกตีกันในสภา อภิปรายเรื่องใต้สะดือ ดูหนังโป๊ในสภา ยิงคนตาย...  คนอีสานก็อ่านหนังสือพิมพ์เดียวกับท่านนั่นล่ะครับ เคเบิลทีวีก็ช่องเดียว อินเตอร์เนตก็เวบเดียวกัน.. คิดก็คิดเหมือนกันน้าพีนั่นล่ะ แต่เผอิญ สส.อีสาน น่าจะคุณภาพดีกว่านะครับ แผ่นดินอีสานเจริญขึ้นทุกวัน แต่ กทม.นี่ตกต่ำเกือบจะเป็นดินแดนมิคสัญญี ผมว่าอีสานอยู่สุขสบายดีนะครับ
ที่ว่าอีสานล้มเหลว นึกไม่ออกว่าล้มเหลวตรงไหน น้ำท่าบริบูรณ์ดี น้ำไม่ท่วม ไม่แล้ง ค้าขายก็ดีนะครับ...
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: sw on 04 June 2013, 04:55:03 pm
Quote from: pee on 04  June  2013, 03:39:37 pm
แล้วเห็นน้าจิ๊บบอกเดี๋ยวนี้อีสานเก่งๆ อยู่บ้าน ห่วยๆ ไม่อยู่อีสาน
ทำไมยังเลือกสส. ได้แบบนั้นครับ


วันลงคะแนนเลือกตั้ง คนงานก่อสร้างทั้งหมดทั่วประเทศ  จะกลับไปลงคะแนนที่บ้านตัวเอง

เป็นการตอบแทนต่อผู้มีพระคุณของเขา ผู้ที่ทำให้พวกเขาลืมตาอ้าปาก ทำให้เขามีงานทำ ทำให้เขามีโอกาสในสังคม ตามที่เขาเข้าใจ

พวกเขาออกจากบ้านมาทำงานหาเงินต่างถิ่น แต่ไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้านครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 04:57:14 pm
Quote from: sw on 04  June  2013, 04:55:03 pm
วันลงคะแนนเลือกตั้ง คนงานก่อสร้างทั้งหมดทั่วประเทศ  จะกลับไปลงคะแนนที่บ้านตัวเอง
เป็นการตอบแทนต่อผู้มีพระคุณของเขา ผู้ที่ทำให้พวกเขาลืมตาอ้าปาก ทำให้เขามีงานทำ ทำให้เขามีโอกาสในสังคม ตามที่เขาเข้าใจ
พวกเขาออกจากบ้านมาทำงานหาเงินต่างถิ่น แต่ไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้านครับ



ก็แปลว่าผู้มีพระคุณของเค้า ทำให้เค้าลืมตาอ้าปากได้น่ะสิครับ คนที่เอาเปรียบ โกงกิน จนพวกเค้าลืมตาอ้าปากไม่ได้ เค้าจะเลือกทำไมอ่ะครับ
หรือน้า sw ชอบเลือกนักการเมืองที่ทำให้น้าลืมตาอ้าปากไม่ได้

เดี๋ยวนี้น้า sw จ่ายค่าจ้างช่างปูน ช่างไม้ เท่าไรอ่ะครับ.. ยังมีไหมครับวันละสามร้อยบาทเนี่ย..

คนงานก่อสร้างทั่วประเทศมีจำนวนเท่าไรอ่ะครับ ที่เป็นคนไทยแท้ๆ ไม่ใช่พม่า ลาว เขมร..
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: pee on 04 June 2013, 05:02:28 pm
Quote from: Hexaphonic on 04  June  2013, 04:00:58 pm

ไม่ใช่อิสานที่ล้มเหลวครับ ประเทศไทยทั้งประเทศเลย ที่ล้มเหลวเพราะนโยบายชักศึกจีไอเข้าบ้าน
รัฐไทยอย่าสำคัญตนผิดว่าตนสามารถเอาชนะลัทธิคอมมิวนิสต์ได้ด้วยฝีมือตัวเอง
ที่สำคัญคอมมิวนิสต์ก็ล้มไปนานแล้ว แต่ยังหลงเหลือผลข้างเคียงจากการชักศึกเข้าบ้านในครั้งนั้น


ถ้าไม่มีจีไอ ป่านนี้ไทยกลายเป็นเมืองขึ้นรัสเซียไปแล้ว
แล้วปัจจุบัน บริวารรัสเซียเป็นยังงัยกันบ้าง

แล้วชักจีไอนี่ทำไทยล้มเหลว แต่ชักคอมมิวนิสต์เข้าบ้าน ไม่เป็นไร
แล้วแน่ใจหรือว่าคอมมิวนิสต์ล้ม

มันกลายพันธุ์ไม่ได้หรือ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: pee on 04 June 2013, 05:04:11 pm
Quote from: sw on 04  June  2013, 04:55:03 pm

วันลงคะแนนเลือกตั้ง คนงานก่อสร้างทั้งหมดทั่วประเทศ  จะกลับไปลงคะแนนที่บ้านตัวเอง


ก็แปลว่า อิสานห่วยๆ ของน้าจิ๊บนี่เอง ที่กลับบ้านไปกำหนดชะตาประเทศ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 05:04:45 pm
Quote from: pakorn on 04  June  2013, 03:27:41 pm
เรื่องนี้น่ากลัวมากๆ ครับ มีแต่กระแสให้ประชาชนใช้เงิน เป็นหนี้ สื่อและข่าวสารต่างๆ ออกมาในเรื่องนี้ทั้งนั้น แถมยกเอาคนดังๆ มาชู ที่ใช้เงินใช้ทองฟุ่มเฟือยมาเป็นตัวอย่าง .. คนทำงานออฟฟิศเงินเดือนหมื่นนึงหรือเด็กๆ ที่ยังเรียนอยู่ก็ต้องมีโทรศัพท์แพงๆ ใช้ทั้งนั้น (แม้กระทั่งเด็กเต็มน้ำมันในปั้มก็ใช้ไอโฟนหรือSamsung)

พอคนไม่เคยรู้ว่าต้องแบ่งเก็บแบ่งใช้อย่างไร ต้องบริหารเงินอย่างไร ก็เลยใช้เงินไปเรื่อยๆ แล้วคิดว่ารายได้มันจะไหลเข้ามาให้ใช้เสมอ .. เรื่องผ่อนรถก็น่ากลัวครับ


เห็นเด็กวัยรุ่นแถวสยามสแควร์ต่อคิวซื้อไอโฟนกันยาวเหยียดจนน่าตกใจ เด็กน้อยอีสานบ้านผมเดี๋ยวนี้เค้ากดสั่งโทรศัพท์จาก MAC Store Singapore กันแล้วนะครับ ไม่ต้องไปต่อคิว...  555
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: sw on 04 June 2013, 05:07:19 pm
น้า Jibjoy อย่าเพิ่งคิดว่าผมมองลบชาวอิสาน อันที่จริงพวกเขามีบุญคุณกับผมมาก ที่ผ่านมาผมอยู่ได้ก็เพราะพวกเขานี่แหละ ผมคนใต้แต่ช่างทางใต้ส่วนใหญ่ทำงานสู้ช่างอิสานไม่ได้ครับ  ที่ผมเขียนเรื่องนี้เพราะแปลกใจมากๆที่คนเก่งๆ มีความกตัญญูกับผู้มีพระคุณ ทำไมถึงไม่รักตัวเอง ไม่ห่วงอนาคตตัวเองครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 05:09:12 pm
Quote from: Hexaphonic on 04  June  2013, 04:00:58 pm
ไม่ใช่อิสานที่ล้มเหลวครับ ประเทศไทยทั้งประเทศเลย ที่ล้มเหลวเพราะนโยบายชักศึกจีไอเข้าบ้าน
รัฐไทยอย่าสำคัญตนผิดว่าตนสามารถเอาชนะลัทธิคอมมิวนิสต์ได้ด้วยฝีมือตัวเอง
ที่สำคัญคอมมิวนิสต์ก็ล้มไปนานแล้ว แต่ยังหลงเหลือผลข้างเคียงจากการชักศึกเข้าบ้านในครั้งนั้น

อย่าไปโทษฝรั่งเลยครับ     ต้องโทษตัวเราเองดีกว่า 
ว่า ทำตัวอย่างไร ให้คนมันมาเอาเปรียบได้   ให้คนมันมาดูถูกเราได้

ผมก็ยังยืนยันครับว่า   ต้องไม่ให้คนไร้คุณภาพ  กำหนดชะตากรรมของประเทศ
หากยังปล่อยให้คนเหล่านี้  ออกเสียงเลือกตั้ง  ประเทศไทย ก็จะตกอยู่ในภาวะนี้ตลอดไป

อย่าโกรธฝรั่งครับ  ให้โกรธตัวเราเอง
Title: Re: อาเพทครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 05:12:18 pm
Quote from: pee on 04  June  2013, 05:04:11 pm
Quote from: sw on 04  June  2013, 04:55:03 pm

วันลงคะแนนเลือกตั้ง คนงานก่อสร้างทั้งหมดทั่วประเทศ  จะกลับไปลงคะแนนที่บ้านตัวเอง


ก็แปลว่า อิสานห่วยๆ ของน้าจิ๊บนี่เอง ที่กลับบ้านไปกำหนดชะตาประเทศ


Quote from: pee on 24  May  2013, 02:55:22 am
ไม่นับถือก็อย่าดูถูกเลยครับ
[/size]


น้าพีคงพิมพ์มากไปจนจำอะไรไม่ได้... น้าควรมีวุฒิทางการเมืองมากกว่านี้นะครับ เสวนามันเป็นกิจของปราชญ์ ก็ควรเสวนาเยี่ยงปราชญ์ครับ..  แต่ถ้าชอบแบบนี้ผมก็จัดให้ได้นะครับ..
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 05:12:27 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 04:46:59 pm
ดีจังเดี๋ยวนี้ไม่ต้องถ่อไปกินถึงโอเรียนเตลแล้ว มาการองแถวบ้านผมก็มีกินนะ แกล้มกับเนสเพรสโซซะด้วย...

ก็อย่างที่บอกนั่นล่ะ ผมก็ขออวดวัตถุนิยมบ้างซิครับ กทม.มีครบหมดแล้ว คุยกับใครๆก็นึกว่าอีสานมันมีแต่คนจนๆมีแต่ดินแดงๆ คนบ้านนอกอย่างผมเลยอยากจะขออวดบ้างอะไรบ้างซักหน่อย.. แหะๆกำลังซื้อไม่มีจริง แผ่นดินอีสานกว้างใหญ่ประชากรก็น้อยกว่ากทม.ตั้งเยอะ โคราชจังหวัดเดียวใหญ่กว่ากทม.ตั้งเยอะ ประชากร 1ใน3ของประเทศไทยก็ไปกระจุกตัวอยู่ในกทม.หมด จะเอาอะไรไปสู้ล่ะครับ... 
ถ้ากำลังซื้อไม่มีจริง โลตัส บิ๊กซี แมคโคร เซนทรัล เดอะมอลล์ ไทวัสดุ แกรนด์โฮมมารท์ โฮมโปร เซเว่น โชว์รูมรถยนต์ คงไม่แห่กันไปขุดทองภาคอีสานดอกครับ ว่างๆเจอนายห้างเคเอส ลองถามแกดูซิครับ ว่าคนทางอีสานมีกำลังซื้อไหม...

รวยกระจุก จนกระจาย เป็นเรื่องธรรมดาครับ ในกทม.เอง รวยก็กระจุก จนก็กระจุก

ผมคิดว่า ประเด็นเรื่องที่ ภาคไหน จะมีอะไรกิน อะไรใช้ 
ไม่ใช่ประเด็นครับ

ประเด็นเรื่องที่คนไหนจะรวย จะจน  ก็ไม่ใช่ประเด็นเช่นกัน
มันไม่ได้พิสูจน์อะไรเลยครับ

คนจะดี จะเลว  ไม่ได้ตัดสินตรงที่ว่า มีอะไรกิน มีอะไรใช้  จน หรือ รวย

ประเด็นคือ  อาเพศในไทย ในเวลานี้  เป็นเพราะคนไทย  ไมมีคุณธรรม ไม่มีศีลธรรม  ไม่มีจริยธรรม  ขาดหิริโอตัปปะ
นั่นละครับ ประเด็น
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 05:14:30 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 04:54:18 pm
เอาคุณภาพ สส.เป็นตัวตั้ง คุณภาพประชาชนคงห่วยกันทั้งแผ่นดินล่ะครับ..

ผมเห็นด้วยครับ   สส. ทั้งสภา เกือบทั้งหมด ไร้คุณภาพ
และประชาชนทั้งประเทศ ไร้คุณภาพ
และ ประเทศไทย มันถึงได้เกิดอาเพศ ไงครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 05:19:30 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 04:57:14 pm
ก็แปลว่าผู้มีพระคุณของเค้า ทำให้เค้าลืมตาอ้าปากได้น่ะสิครับ คนที่เอาเปรียบ โกงกิน จนพวกเค้าลืมตาอ้าปากไม่ได้ เค้าจะเลือกทำไมอ่ะครับ
หรือน้า sw ชอบเลือกนักการเมืองที่ทำให้น้าลืมตาอ้าปากไม่ได้

เดี๋ยวนี้น้า sw จ่ายค่าจ้างช่างปูน ช่างไม้ เท่าไรอ่ะครับ.. ยังมีไหมครับวันละสามร้อยบาทเนี่ย..

คนงานก่อสร้างทั่วประเทศมีจำนวนเท่าไรอ่ะครับ ที่เป็นคนไทยแท้ๆ ไม่ใช่พม่า ลาว เขมร..

การที่ คนเรามีเงินใช้ขึ้นมาระยะหนึ่ง สั้นๆ  ไม่ยั่งยืน  ไม่ได้พิสูจน์อะไรครับ
ตอนนี้ เป็นการใช้เงินในอนาคต  ใช้ประชานิยม   ซื้อเสียงทางอ้อม  โดยใช้เงินภาษีไปซื้อเสียง

มันก็เหมือนแชร์ลูกโซ่นั่นแหละ  ระยะแรก มีเงินใช้   มันก็เฮฮากันไป
ตอนท้ายที่ฉิบหายวายป่วงนั่นแหละครับ   มันถึงจะรู้สึก
แต่รู้สึก ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเข้าใจนะครับ   มันก็หันมาทำร้ายคนไทยด้วยกันในที่สุด ด้วยการก่ออาชญากรรมครับ

คุณ Jib Joy เน้นไปที่เรื่องบริโภคนิยม   แต่ผมไม่เข้าใจประเด็นว่า  บริโภคนิยม คนโน้นมีนี่  คนนี้มีโน่น
มันพิสูจน์อะไรตรงไหนว่า จะทำให้ประเทศไทย ก้าวหน้า ยั่งยืน ได้ในระยะยาวครับ ?

เรากำลังใช้เงินเกินตัว   คลั่งบริโภคนิยม  และไม่ได้พัฒนาอะไรอย่างแท้จริงเลย แม้แต่น้อย...
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 05:19:59 pm
Quote from: sw on 04  June  2013, 05:07:19 pm
น้า Jibjoy อย่าเพิ่งคิดว่าผมมองลบชาวอิสาน อันที่จริงพวกเขามีบุญคุณกับผมมาก ที่ผ่านมาผมอยู่ได้ก็เพราะพวกเขานี่แหละ ผมคนใต้แต่ช่างทางใต้ส่วนใหญ่ทำงานสู้ช่างอิสานไม่ได้ครับ  ที่ผมเขียนเรื่องนี้เพราะแปลกใจมากๆที่คนเก่งๆ มีความกตัญญูกับผู้มีพระคุณ ทำไมถึงไม่รักตัวเอง ไม่ห่วงอนาคตตัวเองครับ


เดี๋ยวนี้คนใต้มาอยู่อีสานกันเยอะนะครับ สิบกว่าปีก่อนมาสอนคนอีสานปลูกยาง ยางที่ปลูกในอีสานคุณภาพดีทีเดียว คนใต้มีทั้่งมาเช่าที่ มาซื้อที่ ตั้งโต๊ะรับซื้อ คนใต้กับคนอีสานที่นี่รักกันดีครับ อีกไม่เกินสิบปียางอีสานจะออกผลผลิตได้มากกว่าทางใต้อีกนะครับ... เพื่อนผมคนใต้เยอะทีเดียว ที่อีสานเราอยู่อย่างพี่น้อง ไม่เคยดูถูกดูแคลนกันครับ

ร้านโกตี้กลางเมืองอุดรแกเป็นเสื้อเหลืองเต็มขั้น คนที่ไปนั้งกินประจำก็กลุ่มคนรักอุดร เวลาเสื้อแดงโดนจับกุมโดนดำเนินคดี โกตี้แกก็อารมณ์ดีแซวลูกค้า แต่ถ้าฝั่งเสื้อเหลืองโดนบ้าง ลูกค้าก็แซวโกตี๋ แต่ไม่เคยมีเรื่องกันครับ... ก็ยังเห็นไปอุดหนุนกันเป็นประจำ ที่อีสานเนี่ย เสื้อแดง เสื้อเหลือง สีไหนๆ เค้าก็เหมือนเชียร์บอลกันนี่ครับ ไม่ได้เชียร์กันดุร้าย โหดเหี้ยม เหมือนในกรุงเทพ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 05:22:15 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 05:12:18 pm
น้าพีคงพิมพ์มากไปจนอะไรไม่ได้... น้าควรมีวุฒิทางการเมืองมากกว่านี้นะครับ เสวนามันเป็นกิจของปราชญ์ ก็ควรเสวนาเยี่ยงปราชญ์ครับ..  แต่ถ้าชอบแบบนี้ผมก็จัดให้ได้นะครับ..

สมาชิกทุกๆท่าน  กรุณารักษา ความสงบในกระทู้ด้วยครับ
กรุณาอย่า มุ่งไปที่ตัวบุคคล  หรือ ว่า คนภาคไหน
เรามามุ่งตรงที่พฤติกรรม ดีไหมครับ ?
ตำหนิคนไทย ทั้งชาตินี่แหละ  ไม่ว่าภาคไหน  มีพฤติกรรมไม่ดี   ก็คือ ไม่ดี เหมือนกันหมดครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 05:23:44 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 05:19:59 pm
ร้านโกตี้กลางเมืองอุดรแกเป็นเสื้อเหลืองเต็มขั้น คนที่ไปนั้งกินประจำก็กลุ่มคนรักอุดร เวลาเสื้อแดงโดนจับกุมโดนดำเนินคดี โกตี้แกก็อารมณ์ดีแซวลูกค้า แต่ถ้าฝั่งเสื้อเหลืองโดนบ้าง ลูกค้าก็แซวโกตี๋ แต่ไม่เคยมีเรื่องกันครับ... ก็ยังเห็นไปอุดหนุนกันเป็นประจำ ที่อีสานเนี่ย เสื้อแดง เสื้อเหลือง สีไหนๆ เค้าก็เหมือนเชียร์บอลกันนี่ครับ ไม่ได้เชียร์กันดุร้าย โหดเหี้ยม เหมือนในกรุงเทพ

อันนี้ ไม่เห็นด้วยครับ
กรณี การทำร้ายกันที่ หนองประจักษ์  เป็นหลักฐานที่แสดงถึงความก้าวร้าว และ ความรุนแรงครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 05:28:53 pm
Quote from: poj on 04  June  2013, 05:19:30 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 04:57:14 pm
ก็แปลว่าผู้มีพระคุณของเค้า ทำให้เค้าลืมตาอ้าปากได้น่ะสิครับ คนที่เอาเปรียบ โกงกิน จนพวกเค้าลืมตาอ้าปากไม่ได้ เค้าจะเลือกทำไมอ่ะครับ
หรือน้า sw ชอบเลือกนักการเมืองที่ทำให้น้าลืมตาอ้าปากไม่ได้

เดี๋ยวนี้น้า sw จ่ายค่าจ้างช่างปูน ช่างไม้ เท่าไรอ่ะครับ.. ยังมีไหมครับวันละสามร้อยบาทเนี่ย..

คนงานก่อสร้างทั่วประเทศมีจำนวนเท่าไรอ่ะครับ ที่เป็นคนไทยแท้ๆ ไม่ใช่พม่า ลาว เขมร..

การที่ คนเรามีเงินใช้ขึ้นมาระยะหนึ่ง สั้นๆ  ไม่ยั่งยืน  ไม่ได้พิสูจน์อะไรครับ
ตอนนี้ เป็นการใช้เงินในอนาคต  ใช้ประชานิยม   ซื้อเสียงทางอ้อม  โดยใช้เงินภาษีไปซื้อเสียง

มันก็เหมือนแชร์ลูกโซ่นั่นแหละ  ระยะแรก มีเงินใช้   มันก็เฮฮากันไป
ตอนท้ายที่ฉิบหายวายป่วงนั่นแหละครับ   มันถึงจะรู้สึก
แต่รู้สึก ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเข้าใจนะครับ   มันก็หันมาทำร้ายคนไทยด้วยกันในที่สุด ด้วยการก่ออาชญากรรมครับ

คุณ Jib Joy เน้นไปที่เรื่องบริโภคนิยม   แต่ผมไม่เข้าใจประเด็นว่า  บริโภคนิยม คนโน้นมีนี่  คนนี้มีโน่น
มันพิสูจน์อะไรตรงไหนว่า จะทำให้ประเทศไทย ก้าวหน้า ยั่งยืน ได้ในระยะยาวครับ ?

เรากำลังใช้เงินเกินตัว   คลั่งบริโภคนิยม  และไม่ได้พัฒนาอะไรอย่างแท้จริงเลย แม้แต่น้อย...


นั่นสิครับ ผมก็สงสัยเหมือนกัน ว่าเอาอะไรมาวัดว่าชนชั้นกลางขับเคลื่อนประเทศ หรือชนชั้นกลางควรเป็นผู้กำหนดชะตาประเทศ ผมคนอีสานห่วยๆคนนึงก็อยากจะให้รู้ว่าคนอีสานน่ะไม่ได้โง่เหมือนอย่างที่ใครๆเค้าดูถูกกัน...   แต่คนอีสานจนๆห่วยๆอย่างผมกลับมองว่า ชนชั้นกลางในกรุงเทพน่ะ วิสัยทัศน์แคบมาก เห็นแก่ตัวเสียจนตาบอด เอาความได้เปรียบตัวเองมาขยาย และเปิดแผลจุดอ่อนของคนอื่น แบบนี้มันมีศีลธรรมตรงไหนครับ

คุณกันเรื่องศีลธรรมจรรยา คนอีสานเค้าใกล้ชิดวัดวาอาราม คดีฉ้อโกง ฆาตกรรม ที่นี่มีน้อยครับ น้อยมาก ก่อนน้าๆท่านอื่นจะดูถูกอีสานน่ะ เคยลองไปเหยียบอีสานดูบ้างไหมครับ คนอีสานน่ะเหยียบกทม.จนเบื่อแล้ว

เลือกตั้งแพ้ก็มาโทษว่าเพราะคนอีสานโง่บ้าง อะไรบ้าง ถ้าคนกรุงชนะ หรือคนใต้ชนะ จะออกมาด่าไหมครับว่าคนกรุงมันโง่ คนใต้มันโง่...  อย่าอคติ ใช้ความเกลียดชังบังตาเลยครับ ยิ่งวัฒนธรรมความเกลียดมันฟักตัวมากเท่าไร หมดคำจะด่า หมดคำเสียดสี มันก็ต้องใช้กำลัง ต่อไปกลุ่ม A กับ B ก็จะหาทางเข่นฆ่า ในที่สุดก็สงครามกลางเมือง...
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 05:30:46 pm
Quote from: poj on 04  June  2013, 05:23:44 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 05:19:59 pm
ร้านโกตี้กลางเมืองอุดรแกเป็นเสื้อเหลืองเต็มขั้น คนที่ไปนั้งกินประจำก็กลุ่มคนรักอุดร เวลาเสื้อแดงโดนจับกุมโดนดำเนินคดี โกตี้แกก็อารมณ์ดีแซวลูกค้า แต่ถ้าฝั่งเสื้อเหลืองโดนบ้าง ลูกค้าก็แซวโกตี๋ แต่ไม่เคยมีเรื่องกันครับ... ก็ยังเห็นไปอุดหนุนกันเป็นประจำ ที่อีสานเนี่ย เสื้อแดง เสื้อเหลือง สีไหนๆ เค้าก็เหมือนเชียร์บอลกันนี่ครับ ไม่ได้เชียร์กันดุร้าย โหดเหี้ยม เหมือนในกรุงเทพ

อันนี้ ไม่เห็นด้วยครับ
กรณี การทำร้ายกันที่ หนองประจักษ์  เป็นหลักฐานที่แสดงถึงความก้าวร้าว และ ความรุนแรงครับ


แกนนำที่หนองประจักษ์มันวิ่งมาจากกรุงเทพครับ คนพื้นที่เค้าไม่ทำกันเองหรอกครับ..
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 05:33:33 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 05:30:46 pm
แกนนำที่หนองประจักษ์มันวิ่งมาจากกรุงเทพครับ คนพื้นที่เค้าไม่ทำกันเองหรอกครับ..

ขวัญชัย นี่ ถือเป็นคนกรุงเทพ หรือครับ ?
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 05:36:52 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 05:28:53 pm
นั่นสิครับ ผมก็สงสัยเหมือนกัน ว่าเอาอะไรมาวัดว่าชนชั้นกลางขับเคลื่อนประเทศ หรือชนชั้นกลางควรเป็นผู้กำหนดชะตาประเทศ ผมคนอีสานห่วยๆคนนึงก็อยากจะให้รู้ว่าคนอีสานน่ะไม่ได้โง่เหมือนอย่างที่ใครๆเค้าดูถูกกัน...   แต่คนอีสานจนๆห่วยๆอย่างผมกลับมองว่า ชนชั้นกลางในกรุงเทพน่ะ วิสัยทัศน์แคบมาก เห็นแก่ตัวเสียจนตาบอด เอาความได้เปรียบตัวเองมาขยาย และเปิดแผลจุดอ่อนของคนอื่น แบบนี้มันมีศีลธรรมตรงไหนครับ

คุณกันเรื่องศีลธรรมจรรยา คนอีสานเค้าใกล้ชิดวัดวาอาราม คดีฉ้อโกง ฆาตกรรม ที่นี่มีน้อยครับ น้อยมาก ก่อนน้าๆท่านอื่นจะดูถูกอีสานน่ะ เคยลองไปเหยียบอีสานดูบ้างไหมครับ คนอีสานน่ะเหยียบกทม.จนเบื่อแล้ว

เลือกตั้งแพ้ก็มาโทษว่าเพราะคนอีสานโง่บ้าง อะไรบ้าง ถ้าคนกรุงชนะ หรือคนใต้ชนะ จะออกมาด่าไหมครับว่าคนกรุงมันโง่ คนใต้มันโง่...  อย่าอคติ ใช้ความเกลียดชังบังตาเลยครับ ยิ่งวัฒนธรรมความเกลียดมันฟักตัวมากเท่าไร หมดคำจะด่า หมดคำเสียดสี มันก็ต้องใช้กำลัง ต่อไปกลุ่ม A กับ B ก็จะหาทางเข่นฆ่า ในที่สุดก็สงครามกลางเมือง...

ประเด็นคำถามนะครับ...
ไม่เกี่ยวกับคนภาคไหน
ไม่เกี่ยวกับยากดี มีจน
ไม่เกี่ยวกับ ใครมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจมากกว่ากัน

คำถามคือ  การคอรัปชั่น  ผิดหรือไม่ ?
และ มีประชาชนกลุ่มหนึ่ง สนับสนุน นักการเมืองที่คอรัปชั่น  จริงหรือไม่ ?
และ การสนับสนุนดังกล่าว  เป็นการกระทำที่ ถูก แล้วหรือครับ ?

กรุณาอย่่าไปเรื่อง  ใครมีอะไร อยู่ภาคไหน  หรือ อะไรอีกเลยนะครับ
เรามาว่ากันตรงพฤติกรรม....   ที่ ผิด ชอบ ชั่ว ดี  กันครับ 
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 05:43:27 pm
Quote from: poj on 04  June  2013, 05:33:33 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 05:30:46 pm
แกนนำที่หนองประจักษ์มันวิ่งมาจากกรุงเทพครับ คนพื้นที่เค้าไม่ทำกันเองหรอกครับ..

ขวัญชัย นี่ ถือเป็นคนกรุงเทพ หรือครับ ?


(http://lh6.ggpht.com/_aIVFM2XDhKA/SZkKAWLzZxI/AAAAAAAASzs/b3HU6leoJAo/s800/14udon22.JPEG)

เค้าจะไปเล่นงานไอ้นี่ครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 05:49:01 pm
Quote from: poj on 04  June  2013, 05:36:52 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 05:28:53 pm
นั่นสิครับ ผมก็สงสัยเหมือนกัน ว่าเอาอะไรมาวัดว่าชนชั้นกลางขับเคลื่อนประเทศ หรือชนชั้นกลางควรเป็นผู้กำหนดชะตาประเทศ ผมคนอีสานห่วยๆคนนึงก็อยากจะให้รู้ว่าคนอีสานน่ะไม่ได้โง่เหมือนอย่างที่ใครๆเค้าดูถูกกัน...   แต่คนอีสานจนๆห่วยๆอย่างผมกลับมองว่า ชนชั้นกลางในกรุงเทพน่ะ วิสัยทัศน์แคบมาก เห็นแก่ตัวเสียจนตาบอด เอาความได้เปรียบตัวเองมาขยาย และเปิดแผลจุดอ่อนของคนอื่น แบบนี้มันมีศีลธรรมตรงไหนครับ

คุณกันเรื่องศีลธรรมจรรยา คนอีสานเค้าใกล้ชิดวัดวาอาราม คดีฉ้อโกง ฆาตกรรม ที่นี่มีน้อยครับ น้อยมาก ก่อนน้าๆท่านอื่นจะดูถูกอีสานน่ะ เคยลองไปเหยียบอีสานดูบ้างไหมครับ คนอีสานน่ะเหยียบกทม.จนเบื่อแล้ว

เลือกตั้งแพ้ก็มาโทษว่าเพราะคนอีสานโง่บ้าง อะไรบ้าง ถ้าคนกรุงชนะ หรือคนใต้ชนะ จะออกมาด่าไหมครับว่าคนกรุงมันโง่ คนใต้มันโง่...  อย่าอคติ ใช้ความเกลียดชังบังตาเลยครับ ยิ่งวัฒนธรรมความเกลียดมันฟักตัวมากเท่าไร หมดคำจะด่า หมดคำเสียดสี มันก็ต้องใช้กำลัง ต่อไปกลุ่ม A กับ B ก็จะหาทางเข่นฆ่า ในที่สุดก็สงครามกลางเมือง...

ประเด็นคำถามนะครับ...
ไม่เกี่ยวกับคนภาคไหน
ไม่เกี่ยวกับยากดี มีจน
ไม่เกี่ยวกับ ใครมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจมากกว่ากัน

คำถามคือ  การคอรัปชั่น  ผิดหรือไม่ ?
และ มีประชาชนกลุ่มหนึ่ง สนับสนุน นักการเมืองที่คอรัปชั่น  จริงหรือไม่ ?
และ การสนับสนุนดังกล่าว  เป็นการกระทำที่ ถูก แล้วหรือครับ ?

กรุณาอย่่าไปเรื่อง  ใครมีอะไร อยู่ภาคไหน  หรือ อะไรอีกเลยนะครับ
เรามาว่ากันตรงพฤติกรรม....   ที่ ผิด ชอบ ชั่ว ดี  กันครับ


ถ้าเฮียพจน์ออกมาปรามแบบนี้ตั้งแต่แรกก็ดีนะครับ ผมเห็นด้วยกับเฮียมาตลอดนะครับ ว่าไม่ควรแยกภาค แยกฝ่าย มันเป็นเรื่องประชาชนกับการเมือง ไม่ใช่หาข้ออ้างมาดูถูกดูแคลนกัน... 

ถ้าท่านเป็นเจ้าของบริษัท แล้วมีลูกน้องที่เรียนสูงระดับบริหารคนนึง ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ ทำอะไรก็ไม่ได้ แล้ววันๆมาพรีเซนต์ตัวเอง ว่าตัวเองเก่ง คิดถูก คนอื่นโง่ ลูกน้องโง่ โทษฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ ไปบิดงานก็แพ้ ทำอะไรก็แพ้ไปหมด ไม่สำเร็จซ้ำซาก เที่ยวดูถูกดูแคลนแผนกอื่นๆ เรียกมาประชุมทีไรก็อวยแต่ความคิดตัวเอง ลูกน้องก็ไม่เคารพ เดินไปไหนมีแต่โดนสาบส่งทั้งองค์กร...  ถามว่าท่านควรจะทำอย่างไร..
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 05:50:39 pm
กรุณาตอบคำถาม 3 ข้อนี้ก่อนครับ
เพราะมันคือ รากแก่นของปัญหาของประเทศไทยในเวลานี้ครับ
ก่อนที่เราจะไปที่เรื่องอื่นครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 05:51:51 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 05:43:27 pm
เค้าจะไปเล่นงานไอ้นี่ครับ

ผมถามว่า ขวัญชัย เป็นคน กรุงเทพ หรือครับ ?
ไม่ได้ถามว่า เขาจะไปเล่นงานใคร ?
คนละประเด็นกันครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 05:54:02 pm
Quote from: poj on 04  June  2013, 05:36:52 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 05:28:53 pm
นั่นสิครับ ผมก็สงสัยเหมือนกัน ว่าเอาอะไรมาวัดว่าชนชั้นกลางขับเคลื่อนประเทศ หรือชนชั้นกลางควรเป็นผู้กำหนดชะตาประเทศ ผมคนอีสานห่วยๆคนนึงก็อยากจะให้รู้ว่าคนอีสานน่ะไม่ได้โง่เหมือนอย่างที่ใครๆเค้าดูถูกกัน...   แต่คนอีสานจนๆห่วยๆอย่างผมกลับมองว่า ชนชั้นกลางในกรุงเทพน่ะ วิสัยทัศน์แคบมาก เห็นแก่ตัวเสียจนตาบอด เอาความได้เปรียบตัวเองมาขยาย และเปิดแผลจุดอ่อนของคนอื่น แบบนี้มันมีศีลธรรมตรงไหนครับ

คุณกันเรื่องศีลธรรมจรรยา คนอีสานเค้าใกล้ชิดวัดวาอาราม คดีฉ้อโกง ฆาตกรรม ที่นี่มีน้อยครับ น้อยมาก ก่อนน้าๆท่านอื่นจะดูถูกอีสานน่ะ เคยลองไปเหยียบอีสานดูบ้างไหมครับ คนอีสานน่ะเหยียบกทม.จนเบื่อแล้ว

เลือกตั้งแพ้ก็มาโทษว่าเพราะคนอีสานโง่บ้าง อะไรบ้าง ถ้าคนกรุงชนะ หรือคนใต้ชนะ จะออกมาด่าไหมครับว่าคนกรุงมันโง่ คนใต้มันโง่...  อย่าอคติ ใช้ความเกลียดชังบังตาเลยครับ ยิ่งวัฒนธรรมความเกลียดมันฟักตัวมากเท่าไร หมดคำจะด่า หมดคำเสียดสี มันก็ต้องใช้กำลัง ต่อไปกลุ่ม A กับ B ก็จะหาทางเข่นฆ่า ในที่สุดก็สงครามกลางเมือง...

ประเด็นคำถามนะครับ...
ไม่เกี่ยวกับคนภาคไหน
ไม่เกี่ยวกับยากดี มีจน
ไม่เกี่ยวกับ ใครมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจมากกว่ากัน

คำถามคือ  การคอรัปชั่น  ผิดหรือไม่ ?
และ มีประชาชนกลุ่มหนึ่ง สนับสนุน นักการเมืองที่คอรัปชั่น  จริงหรือไม่ ?
และ การสนับสนุนดังกล่าว  เป็นการกระทำที่ ถูก แล้วหรือครับ ?

กรุณาอย่่าไปเรื่อง  ใครมีอะไร อยู่ภาคไหน  หรือ อะไรอีกเลยนะครับ
เรามาว่ากันตรงพฤติกรรม....   ที่ ผิด ชอบ ชั่ว ดี  กันครับ


สามข้อนี้ใครก็ตอบได้ครับ ที่เหลือ ผมขอให้เป็นไปที่เฮียพจน์ว่าไว้นะครับ

ไม่เกี่ยวกับภาคไหน ยากมีดีจน อิทธิพลต่อเศรษฐกิจ เอาแค่ ผิด ชอบ ชั่ว ดี เอาแค่นี้ก็พอครับ...
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 05:55:24 pm
Quote from: poj on 04  June  2013, 05:51:51 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 05:43:27 pm
เค้าจะไปเล่นงานไอ้นี่ครับ

ผมถามว่า ขวัญชัย เป็นคน กรุงเทพ หรือครับ ?
ไม่ได้ถามว่า เขาจะไปเล่นงานใคร ?
คนละประเด็นกันครับ


ผมไม่จำเป็นต้องตอบคำถามชี้นำครับ แค่ YES OR NO แบบนี้ไว้เล่นกันเด็กๆเถอะครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 06:00:45 pm
ถ้าคุณ Jib Joy ไม่ตอบคำถาม ที่ต้องการความชัดเจน
เราก็จะเริ่มต้น หาประเด็นกันไม่เจอ  เพราะจะมีการเบี่ยงประเด็น วนประเด็น  ไปไม่จบ ไม่สิ้น
ไม่สามารถใช้เหตุผล แลกเปลี่ยนกันได้..
ในที่สุด  ก็จะจบกันด้วยการใช้อารมณ์ ใส่กันและกันครับ...

การถกเถียงด้วยเหตุผล  ต้องการคำตอบที่ชัดเจนครับ  จะได้รู้ถึงจุดยืนที่ชัดเจนของแต่ละท่าน...
เราไม่ใช่นักการเมืองครับ  เราต่างเป็นประชาชนที่รักชาติ
และเราควรอยู่บน จุดยืนที่ชัดเจนครับ

ผลประโยชน์ที่เรา ควรยึดถือ มากที่สุด คือ  ผลประโยชน์ของชาติครับ
ผมยังยืนยันว่า  คำถามทั้ง 3 ข้อ นั้น  เป็นรากแก่นของปัญหาของชาติในเวลานี้  ที่ทุกคนต้องตอบ และ มีจุดยืนที่ชัดเจนครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 06:05:11 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 05:55:24 pm
ผมไม่จำเป็นต้องตอบคำถามชี้นำครับ แค่ YES OR NO แบบนี้ไว้เล่นกันเด็กๆเถอะครับ

คำถามดังกล่าว  ไม่ใช่คำถามชี้นำครับ
แต่มันเป็นข้อเท็จจริง

เหมือนถามว่า  พระอาทิตย์ขึ้นทิศไหน ?
ขวัญชัย เป็นคนชาติอะไร ?
ขวัญชัย เป็นคนกรุงเทพ หรือไม่ ?

มันเป็นคำถาม เกี่ยวกับข้อเท็จจริงครับ  ไม่ใช่คำถามชี้นำ..
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: sw on 04 June 2013, 06:06:33 pm
ถ้าไม่สนใจเรื่องภาคแล้วผลคะแนนทำไมออกมาเป็นอย่างนี้ละครับ

ทำไมไม่มีสีฟ้าแทรกอยู่ในกลุ่มสีแดง และทำไมไม่มีสีแดงแทรกอยู่ในกลุ่มสีฟ้า

ถ้าเราบอกว่าภาคไหนก็เหมือนกัน มีคนทั้งสองขั้วพอๆกัน ถ้าการเลือกสส.เป็นไปตามความคิดของประชาชนผู้ลงคะแนน ไม่ได้เป็นไปตามกระแส หรือการจัดตั้ง หรือการควบคุม

สีแดง สีฟ้า ก็ควรจะอยู่กระจายเฉลี่ยกันไป ไม่ควรจะเป็นโซนอย่างนี้ครับ

(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Etc/2011-thailand-legislative-provinces_zps8652814e.gif)
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 06:11:06 pm
Quote from: poj on 04  June  2013, 06:00:45 pm
ถ้าคุณ Jib Joy ไม่ตอบคำถาม ที่ต้องการความชัดเจน
เราก็จะเริ่มต้น หาประเด็นกันไม่เจอ  เพราะจะมีการเบี่ยงประเด็น วนประเด็น  ไปไม่จบ ไม่สิ้น
ไม่สามารถใช้เหตุผล แลกเปลี่ยนกันได้..
ในที่สุด  ก็จะจบกันด้วยการใช้อารมณ์ ใส่กันและกันครับ...

การถกเถียงด้วยเหตุผล  ต้องการคำตอบที่ชัดเจนครับ  จะได้รู้ถึงจุดยืนที่ชัดเจนของแต่ละท่าน...
เราไม่ใช่นักการเมืองครับ  เราต่างเป็นประชาชนที่รักชาติ
และเราควรอยู่บน จุดยืนที่ชัดเจนครับ

ผลประโยชน์ที่เรา ควรยึดถือ มากที่สุด คือ  ผลประโยชน์ของชาติครับ
ผมยังยืนยันว่า  คำถามทั้ง 3 ข้อ นั้น  เป็นรากแก่นของปัญหาของชาติในเวลานี้  ที่ทุกคนต้องตอบ และ มีจุดยืนที่ชัดเจนครับ


ผมยินดีและรับทราบครับ  จริงๆผมอยากจะเล่าถึงสภาพสังคม เศรษฐกิจ โอกาสการทำการค้า เพื่อเปิดมุมมองอีกด้านนึงที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับชนชั้นกลางในกทม.ที่ต้องการจะขยับขยายโอกาสในอนาคต ดินแดนอีสานกว้างใหญ่ ดีมานและซัพพลายมีเหลือเฟือ เกินกว่าที่สื่อจะบรรยายได้ ที่นี่โลโปรไฟล์ไฮโปรฟิตครับ....
แต่เผอิญเจอคำดูถูกดูแคลนเสียก่อน ผมหมดอารมณ์จะเล่าเลย
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 06:17:30 pm
Quote from: sw on 04  June  2013, 06:06:33 pm
ถ้าไม่สนใจเรื่องภาคแล้วผลคะแนนทำไมออกมาเป็นอย่างนี้ละครับ

ทำไมไม่มีสีฟ้าแทรกอยู่ในกลุ่มสีแดง และทำไมไม่มีสีแดงแทรกอยู่ในกลุ่มสีฟ้า

ถ้าเราบอกว่าภาคไหนก็เหมือนกัน มีคนทั้งสองขั้วพอๆกัน ถ้าการเลือกสส.เป็นไปตามความคิดของประชาชนผู้ลงคะแนน ไม่ได้เป็นไปตามกระแส หรือการจัดตั้ง หรือการควบคุม

สีแดง สีฟ้า ก็ควรจะอยู่กระจายเฉลี่ยกันไป ไม่ควรจะเป็นโซนอย่างนี้ครับ

(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Etc/2011-thailand-legislative-provinces_zps8652814e.gif)


อย่าดูแต่สีครับ ต้องดูสัดส่วน%โหวตแต่ละพื้นที่ประกอบด้วยครับ สีนี่แค่แพ้ชนะ USA Votes ก็เป็นแบบนี้ครับ..
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 06:22:46 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 06:11:06 pm
ผมยินดีและรับทราบครับ  จริงๆผมอยากจะเล่าถึงสภาพสังคม เศรษฐกิจ โอกาสการทำการค้า เพื่อเปิดมุมมองอีกด้านนึงที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับชนชั้นกลางในกทม.ที่ต้องการจะขยับขยายโอกาสในอนาคต ดินแดนอีสานกว้างใหญ่ ดีมานและซัพพลายมีเหลือเฟือ เกินกว่าที่สื่อจะบรรยายได้ ที่นี่โลโปรไฟล์ไฮโปรฟิตครับ....
แต่เผอิญเจอคำดูถูกดูแคลนเสียก่อน ผมหมดอารมณ์จะเล่าเลย

คุณ Jibjoy ยังคงเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่นอยู่ดีครับ  :)
ถ้าแบบนี้  ก็จะมีการเบี่ยงประเด็น  วนประเด็น ไปแบบไม่จบ ไม่สิ้นครับ

คุณ jibjoy กรุณาเล่าเรื่อง ประเด็นปลีกย่อย ไปยืีดยาว  ซึ่งล้วนแต่ไม่ได้เป็นสาระสำคัญอะไรเลย
แต่กับ ประเด็นสำคัญที่เป็นหัวใจจริงๆ  กลับไม่ยอมตอบ 

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นครับ ?
เราเป็นประชาชน  เราไม่ได้เล่นเกม หรือ เอาชนะกันครับ   
เรามาคุยกัน  เพราะชาติบ้านเมือง เป็นสิ่งสำคัญ    ชาติล่ม  คนไทยทุกคนก็ล่มลงไปพร้อมๆกัน

เราต้องการความชัดเจน  เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
ชาติคือ สิ่งสำคัญที่สุด

มีประโยชน์อะไรต่อชาติ  ที่เราจะเอาแต่เล่นเกม ตีสำนวน กันเหมือนนักการเมืองในสภาครับ ?
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 06:27:15 pm
Quote from: poj on 04  June  2013, 06:22:46 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 06:11:06 pm
ผมยินดีและรับทราบครับ  จริงๆผมอยากจะเล่าถึงสภาพสังคม เศรษฐกิจ โอกาสการทำการค้า เพื่อเปิดมุมมองอีกด้านนึงที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับชนชั้นกลางในกทม.ที่ต้องการจะขยับขยายโอกาสในอนาคต ดินแดนอีสานกว้างใหญ่ ดีมานและซัพพลายมีเหลือเฟือ เกินกว่าที่สื่อจะบรรยายได้ ที่นี่โลโปรไฟล์ไฮโปรฟิตครับ....
แต่เผอิญเจอคำดูถูกดูแคลนเสียก่อน ผมหมดอารมณ์จะเล่าเลย

คุณ Jibjoy ยังคงเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่นอยู่ดีครับ  :)
ถ้าแบบนี้  ก็จะมีการเบี่ยงประเด็น  วนประเด็น ไปแบบไม่จบ ไม่สิ้นครับ

คุณ jibjoy กรุณาเล่าเรื่อง ประเด็นปลีกย่อย ไปยืีดยาว  ซึ่งล้วนแต่ไม่ได้เป็นสาระสำคัญอะไรเลย
แต่กับ ประเด็นสำคัญที่เป็นหัวใจจริงๆ  กลับไม่ยอมตอบ 

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นครับ ?
เราเป็นประชาชน  เราไม่ได้เล่นเกม หรือ เอาชนะกันครับ   
เรามาคุยกัน  เพราะชาติบ้านเมือง เป็นสิ่งสำคัญ    ชาติล่ม  คนไทยทุกคนก็ล่มลงไปพร้อมๆกัน

เราต้องการความชัดเจน  เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
ชาติคือ สิ่งสำคัญที่สุด

มีประโยชน์อะไรต่อชาติ  ที่เราจะเอาแต่เล่นเกม ตีสำนวน กันเหมือนนักการเมืองในสภาครับ ?


ผมก็โพสไปแล้วนะ ถ้าผมเป็นคน ผมสามารถตอบผิดไปจากนี้ได้ด้วยหรือ

การคอรัปชั่น  ผิดหรือไม่ ?
และ มีประชาชนกลุ่มหนึ่ง สนับสนุน นักการเมืองที่คอรัปชั่น  จริงหรือไม่ ?
และ การสนับสนุนดังกล่าว  เป็นการกระทำที่ ถูก แล้วหรือครับ ?

ผมมีคำตอบอย่างอื่นในเลือกด้วยหรือครับ คำถามแบบนี้ถ้าผมตอบว่า ไม่ ไม่ ถูก ผมจะเหลือความเป็นมนุษย์อยู่ไหมครับ... ใครๆก็ตอบได้ว่า ผิด จริง ไม่ คำถามแบบนี้ผมถึงบอกไง ว่าเอาไว้เล่นกับเด็กๆเหอะครับ

ผมไม่ได้เบี่ยงประเด็นนะครับ แต่คำถามมันปัญญาอ่อนเกินจะตอบ.. คำตอบที่ให้ได้มันไม่ต่างอะไรกับที่ควรจะต้องตอบ แบบนี้ถือว่าชี้นำไหมครับ..

สิ่งที่เฮียว่ามา ผมก็เห็นด้วย และเห็นด้วยอย่างยิ่งถ้าจะปรามตั้งแต่แรก ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดการดูถูกดูแคลนปลิวว่อนไปหมด..
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 06:28:20 pm
Quote from: sw on 04  June  2013, 06:06:33 pm
ถ้าไม่สนใจเรื่องภาคแล้วผลคะแนนทำไมออกมาเป็นอย่างนี้ละครับ
ทำไมไม่มีสีฟ้าแทรกอยู่ในกลุ่มสีแดง และทำไมไม่มีสีแดงแทรกอยู่ในกลุ่มสีฟ้า

อย่าไปเรื่องภาคเลยครับ   นั่นไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญ
มันจะยิ่งทำให้ ประเด็นยืดยาว  และ หาบทสรุปไม่ได้ครับ  ซึ่งจะน่าเบื่อมากๆครับ...

มันก็เหมือนเรื่อง ปตท. ครับ    เบี่ยงประเด็นไปเรื่องอะไรไม่รู้  ยืดยาว....
หากหลงตามเข้าไป  ก็เหมือนเข้าไปในเขาวงกตครับ
ลองไปถามประเด็นสำคัญที่เป็นหัวใจสิครับ   พวกโปร ปตท.  ก็จะไม่ยอมตอบคำถามเช่นกัน  แล้วก็เบี่ยงประเด็นไปอีก
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 06:31:05 pm
Quote from: Jibjoy on 04  June  2013, 06:27:15 pm
ผมมีคำตอบอย่างอื่นในเลือกด้วยหรือครับ คำถามแบบนี้ถ้าผมตอบว่า ไม่ ไม่ ถูก ผมจะเหลือความเป็นมนุษย์อยู่ไหมครับ... ใครๆก็ตอบได้ว่า ผิด จริง ไม่ คำถามแบบนี้ผมถึงบอกไง ว่าเอาไว้เล่นกับเด็กๆเหอะครับ

ผมไม่ได้เบี่ยงประเด็นนะครับ แต่คำถามมันปัญญาอ่อนเกินจะตอบ..

ในทีสุด ก็ยังไม่ตอบครับ
ผมเพียงต้องการทราบจุดยืนที่ชัดเจนครับ   ตรงนี้ต้องชัดเจนครับ
อย่าเบี่ยงประเด็นครับ  หากเป็นที่อื่น  แค่คำว่า  "คำถามปัญญาอ่อน"  ก็คงเกิดประเด็นกันใหญ่โต
แต่ไม่ใช่ที่นี่ครับ

อย่าเบี่ยงประเด็นครับ  กรุณาตอบ แสดงจุดยืนครับ   ไม่งั้น  ก็วนประเด็นไป  ไม่มีประโยชน์อะไรครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 06:35:13 pm
ผมตอบ แสดงจุดยืน ของผมให้ดูเป็นตัวอย่างนะครับ

การคอรัปชั่น  ผิดหรือไม่ ?
ผิดครับ

และ มีประชาชนกลุ่มหนึ่ง สนับสนุน นักการเมืองที่คอรัปชั่น  จริงหรือไม่ ?
จริงครับ

และ การสนับสนุนดังกล่าว  เป็นการกระทำที่ ถูก แล้วหรือครับ ?
เป็นกระทำที่ผิดครับ

แค่นี้เองครับ  จุดยืนของผม ชัดเจน แน่นอน  :)
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 06:40:28 pm
Quote from: poj on 04  June  2013, 06:35:13 pm
ผมตอบ แสดงจุดยืน ของผมให้ดูเป็นตัวอย่างนะครับ

การคอรัปชั่น  ผิดหรือไม่ ?
ผิดครับ

และ มีประชาชนกลุ่มหนึ่ง สนับสนุน นักการเมืองที่คอรัปชั่น  จริงหรือไม่ ?
จริงครับ

และ การสนับสนุนดังกล่าว  เป็นการกระทำที่ ถูก แล้วหรือครับ ?
เป็นกระทำที่ผิดครับ

แค่นี้เองครับ  จุดยืนของผม ชัดเจน แน่นอน  :)


จุดยืนผมเหมือนเฮียพจน์ครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Jibjoy on 04 June 2013, 06:56:58 pm
.
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 07:57:23 pm
หากเรามีจุดยืนตรงกัน  งั้นก็จะไปประเด็นต่อไปครับ ซึ่งจะซับซ้อนมากขึ้น

สิ่งแรกคือ  เราไม่จำเป็นต้องแยกภาคครับ  เพราะแกนนำ นปช ก็เป็นคนภาคใต้
เราไม่จำเป็นต้องแยกฐานะ  เพราะแกนนำ นปช หรือแม้แต่ ขวัญชัย  ก็ขับ เบนซ์
เราไม่จำเป็นต้องแยกการศึกษา  เพราะหัวขบวนฝ่าย เสื้อแดง ก็เรียนกันสูงๆทั้งนั้นครับ
สิ่งเหล่านี้ จึงไม่เป็นประเด็นเลยครับ

ผมคิดว่า ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ  เราจะทำอย่างไร ให้ประชาชนทุกๆคน  หยุดสนับสนุน นักการเมืองที่คอรัปชั่น ?

ที่คุณ Jibjoy บอกว่า ชาวนา ไม่ได้เสียภาษีนั้น  ไม่จริงครับ
คนไทยทุกคน  เสียภาษีทั้งสิ้น  เพราะไม่ว่าซื้ออะไรก็ตาม  จะมีทั้้งภาษีเงินได้ และ ภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ในนั้นอยู่แล้ว

และนี่เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้คนไทย ส่วนหนึ่ง  ไม่ต่อต้านการคอรัปชัน  เพราะคิดว่า  ไม่ได้โกงเงินของตัวเอง
เพราะตัวเองไม่ได้เสียภาษี   ซึ่งคิดผิดอย่างยิ่งครับ

เมื่อเราสามารถทำให้ประชาชน  รู้ว่า เงินที่คอรัปชั่นนั้น  เป็นเงินของตัวเอง เป็นเงินของทุกๆคน
เราจึงจะทำในขั้นต่อไป  ให้พวกเขาเห็นว่า  หากไม่มีการคอรัปชัน  ตัวเขา และ ประเทศชาติ จะได้อะไรบ้าง
และ พวกคอรัปชัน  ทำให้เรา เสียหายมากมายขนาดไหน ?

เมื่อทุกคน เข้าใจถึง พิษร้ายของการคอรัปชัน
จึงจะไปประเด็นต่อไปว่า  แล้วมีนักการเมืองรายใดบ้าง  ที่โกงกิน คอรัปชัน
หากเราพิสูจน์ได้ว่า  ใครบ้างที่โกงกิน   
ถึงวันนั้น ประชาชนที่ตื่นตัว จะหยุดสนับสนุนนักการเมืองขี้โกงไปเอง...

อีกประเด็นหนึ่งที่ ทุกๆคน ที่ต่อต้านการคอรัปชัน  จะต้องเข้าใจคือ หลักการในการถ่วงดุลอำนาจ และ การตรวจสอบ ภายใน

ตรงนี้จะสับสนประเด็นกันมากว่า  ชนะเลือกตั้ง คือ ทุกสิ่งของประชาธิปไตย
จริงๆแล้ว ไม่ใช่ครับ

การเลือกตึั้ง เป็นเพียงแค่การเลือกตัวแทน เข้าไปลงคะแนนเสียง เลือกฝ่ายบริหารเท่านั้น
และไม่ได้เป็นใบอนุญาต ให้ทำการ โกงกิน คอรัปชัน  รวบอำนาจเผด็จการรัฐสภา

เมื่อผ่านการเลือกตั้ง  เป็นฝ่ายบริหารแล้ว  การเลือกตั้งก​็จบไปแล้วครับ
ต่อไป เป็นการตรวจสอบ และ ลงโทษ   หากว่ากระทำผิด

ซึ่งตรงนี้  ประชาชนก็ต้องไม่หลงประเด็น   จะต้องถามประเด็นเดียวเท่านั้น
เขาโกงจริงไหม ?   มีหลักฐานหรือไม่  ?
หากโกงจริง ต้องลงโทษทันที   แล้วก็เลือกผู้บริหารรายใหม่

หากรายใหม่เข้ามาโกงอีก  ก็ลงโทษอีก  แล้วก็เลือกใหม่อีก
หากเราทำได้แบบนี้ไปเรื่อยๆ   เราจะหลุดพ้นจาก วงจรอุบาว์ท ครับ
และประเทศจะเจริญก้าวหน้าในทุกด้าน  คนจะมีคุณภาพ  มีการศึกษา  ได้รับการรักษาดูแลที่ดี
อาชญากรรม อบายมุขจะลดลง    เศรษฐกิจ จะดีขึ้น   ในทีสุดคือ ประเทศไทย  จะดีขึ้นอย่างชัดเจน

ปัญหาคือ  มันไม่ได้เป็นไปตามหลักการนี้

ตอนนี้  ปัญหาคือ   ไม่รับฟังหลักฐานใดๆทั้งสิ้น  บอกคำเดียว  ไม่เชื่อว่า โกง
บอกคำเดียว ชนะเลือกตั้งคือทุกสิ่ง  ทำได้ทุกสิ่ง  แม้จะผิดกฎหมาย  โกงกินอย่างไรก็ได้  ไม่ผิด เพราะชนะเลือกตั้ง

ประเทศไทย จึงเกิดอาเพศ และ ติดหล่ม ประชาธิปไตยมากว่า 80 ปีแล้ว
เพราะ ประชาชนไทย  ขาดความเข้าใจ ในหลักการที่แท้ของระบบประชาธิปไตยครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 04 June 2013, 09:39:54 pm
Quote from: pee on 04  June  2013, 05:02:28 pm
Quote from: Hexaphonic on 04  June  2013, 04:00:58 pm

ไม่ใช่อิสานที่ล้มเหลวครับ ประเทศไทยทั้งประเทศเลย ที่ล้มเหลวเพราะนโยบายชักศึกจีไอเข้าบ้าน
รัฐไทยอย่าสำคัญตนผิดว่าตนสามารถเอาชนะลัทธิคอมมิวนิสต์ได้ด้วยฝีมือตัวเอง
ที่สำคัญคอมมิวนิสต์ก็ล้มไปนานแล้ว แต่ยังหลงเหลือผลข้างเคียงจากการชักศึกเข้าบ้านในครั้งนั้น


ถ้าไม่มีจีไอ ป่านนี้ไทยกลายเป็นเมืองขึ้นรัสเซียไปแล้ว
แล้วปัจจุบัน บริวารรัสเซียเป็นยังงัยกันบ้าง

แล้วชักจีไอนี่ทำไทยล้มเหลว แต่ชักคอมมิวนิสต์เข้าบ้าน ไม่เป็นไร
แล้วแน่ใจหรือว่าคอมมิวนิสต์ล้ม

มันกลายพันธุ์ไม่ได้หรือ



ถ้าไทยเป็นเมืองขึ้นโซเวียตจริงๆรับรองว่าไม่เหงาครับ
อินเดีย บังคลาเทศ พม่า มาเลย์ สิงค์โปร์ ฟิลิปปินส์ อินโด ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ก็จะมาอยู่กับเราด้วย

ซึ่งนั่นแหละมันทำให้เมกายอมให้เราหลุดมือไปไม่ได้ และถ้าเมกาต้องการประเทศไหน ก็อย่าคิดว่าจะรอดไปได้
นั่นคือที่ผ่านมา เราก็ตกเป็นเมืองขึ้นอยู่แล่้วนี่ไง เพียงแต่เจ้าอาณานิคมไม่ใช่โซเวียตเท่านั้นเอง



สรุปว่าสภาพตอนนี้ดีกว่าคอมมิวนิสต์ว่างั้นเถอะ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 04 June 2013, 09:55:58 pm
Quote from: poj on 04  June  2013, 07:57:23 pm


ตอนนี้  ปัญหาคือ   ไม่รับฟังหลักฐานใดๆทั้งสิ้น  บอกคำเดียว  ไม่เชื่อว่า โกง
บอกคำเดียว ชนะเลือกตั้งคือทุกสิ่ง  ทำได้ทุกสิ่ง  แม้จะผิดกฎหมาย  โกงกินอย่างไรก็ได้  ไม่ผิด เพราะชนะเลือกตั้ง

ประเทศไทย จึงเกิดอาเพศ และ ติดหล่ม ประชาธิปไตยมากว่า 80 ปีแล้ว
เพราะ ประชาชนไทย  ขาดความเข้าใจ ในหลักการที่แท้ของระบบประชาธิปไตยครับ


ผมอยากจะตรวจสอบฝ่ายที่กล่าวหานักการเมืองโกงบ้าง
คนเราปกติจะไม่คุยโอ่ว่าตัวเองดีอย่างนั้นอย่างนี้หรอก มันไม่น่าสงสัยหรือครับ
มีจุดประสงค์ทางการเมืองอะไรรึเปล่า?
และผมไม่เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า"นักการเมือง"จะมีอยู่แต่เฉพาะในระบบเลือกตั้งเท่านั้นหรอก


ถ้าการคนดีสามารถเป็นกันได้ โดยการกล่าวหาคนอื่นๆ โดยที่ตัวเองไม่ถูกตรวจสอบบ้าง
ผมว่านี่แหละคือต้นเหตุของความอาเพศครั้งใหญ่ มันคือตรรกวิบัติชัดๆ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: sw on 04 June 2013, 10:19:42 pm
Quote from: poj on 04  June  2013, 07:57:23 pm

เมื่อผ่านการเลือกตั้ง  เป็นฝ่ายบริหารแล้ว  การเลือกตั้งก​็จบไปแล้วครับ
ต่อไป เป็นการตรวจสอบ และ ลงโทษ   หากว่ากระทำผิด

ซึ่งตรงนี้  ประชาชนก็ต้องไม่หลงประเด็น   จะต้องถามประเด็นเดียวเท่านั้น
เขาโกงจริงไหม ?   มีหลักฐานหรือไม่  ?
หากโกงจริง ต้องลงโทษทันที   แล้วก็เลือกผู้บริหารรายใหม่

หากรายใหม่เข้ามาโกงอีก  ก็ลงโทษอีก  แล้วก็เลือกใหม่อีก


คนตรวจสอบ กับคนลงโทษ ก็เป็นคนรับใช้ของคนทำผิด เค้าไม่จับพวกเดียวกันหรอก
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 10:26:21 pm
ไม่ครับ  เพราะมันเป็นคนละหน้าที่

นักการเมือง เป็นคนที่เข้ามาบริหารประเทศ  จะต้องถูกตรวจสอบอย่างหนักครับ
จะมาอ้างว่า  ทุกคนก็ผิดเหมือนกัน   ดังนั้น ห้ามตรวจสอบข้าพเจ้า...  ไม่ได้ครับ
นักการเมือง เป็นบุคคลสาธารณะ  ที่อาสา เข้ามาทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง  ซึ่ง จะต้องทำงานอย่างสุจริต เที่ยงตรง
ไม่มีใครบังคับให้มาเป็นนักการเมือง   หากไม่อยากรับผิดชอบ   ไม่อยากถูกตรวจสอบ  งั้นอย่า.. ทำงานการเมืองครับ
ไปอยู่เป็นคนธรรมดา  ไม่มีใครว่าครับ

อีกประการหนึ่ง ตอนหาเสียง  ก็ไม่มีนักการเมืองคนไหน ประกาศว่า  กรูจะเข้ามาโกง ให้บ้านเมืองพินาศ ฉิบหาย คาตา..
มีไหมครับ ?
ไม่มีสักคน  :)


หลังจากนักการเมืองดีแล้ว 
ทีนี้ จึงค่อยมาที่ประชาชน  ใครทำผิด  ก็ลงโทษไปตามกฎหมาย  ก็ว่ากันเป็นรายๆไป

ในที่สุด ทุกๆคน ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย  ที่ออกมาเพื่อประโยชน์ ของส่วนรวมครับ

แต่หากว่า เราต่างฝ่าย ต่างชี้นิ้ว ว่า ทุกคนก็ผิด..  ดังนั้น  เชิญทำผิดต่อไป  เพราะไม่มีใครถูกเลย
ผมว่า อย่างนี้ต่างหากครับ  ตรรกะ วิบัติ ครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 10:27:21 pm
Quote from: sw on 04  June  2013, 10:19:42 pm
คนตรวจสอบ กับคนลงโทษ ก็เป็นคนรับใช้ของคนทำผิด เค้าไม่จับพวกเดียวกันหรอก

เราถึงจะต้อง ไม่ยอมให้เขาทำลายระบบการถ่วงดุล อำนาจ และ การตรวจสอบไงครับ
ตอนนี้ เขากำลังทำอยู่  และ ใกล้สำเร็จแล้วด้วยครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Art on 04 June 2013, 10:44:40 pm
Quote from: Hexaphonic on 04  June  2013, 09:55:58 pm
ผมอยากจะตรวจสอบฝ่ายที่กล่าวหานักการเมืองโกงบ้าง
คนเราปกติจะไม่คุยโอ่ว่าตัวเองดีอย่างนั้นอย่างนี้หรอก มันไม่น่าสงสัยหรือครับ
มีจุดประสงค์ทางการเมืองอะไรรึเปล่า?
และผมไม่เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า"นักการเมือง"จะมีอยู่แต่เฉพาะในระบบเลือกตั้งเท่านั้นหรอก

ถ้าการคนดีสามารถเป็นกันได้ โดยการกล่าวหาคนอื่นๆ โดยที่ตัวเองไม่ถูกตรวจสอบบ้าง
ผมว่านี่แหละคือต้นเหตุของความอาเพศครั้งใหญ่ มันคือตรรกวิบัติชัดๆ


เรื่องที่อยากตรวจสอบนั้นเห็นด้วยและสนับสนุนให้ทำครับคุณเฮ็ก สงสัยเล็กๆ น้อยๆ ไม่ว่าฝ่ายไหน ก็หาข้อเท็จจริงมาดูเทียบพฤติกรรมเลย ใช้ตรรกะนะครับ อย่าคิดเอาเอง เป็นพอครับ

ส่วนเรืื่องการตรวจสอบโดยฝ่ายค้านในสภา อันนั้นเป็นหน้าที่ครับ ถ้าคุณเฮ็กจะช่วยตรวจสอบฝ่ายค้านด้วยก็ดีครับ แต่อย่าลืมว่าในกรณีนี้ฝ่ายบริหารสร้างความเสียหายได้มากกว่าฝ่ายค้านนะครับ ถ้าตรวจสอบฝ่ายบริหารได้ดีพอแล้ว จะใช้เวลาที่เหลือมาตรวจสอบฝ่ายค้านด้วยผมก็เห็นด้วยอีกนั่นแหล่ะครับ การแฉเรื่องทุึจริตนี่ ประเด็นหลักย่อมต้องเป็นเรื่องทุจริตก่อนครับ ผู้แฉจะมีจุดประสงค์ดีหรือร้ายอย่างไร ก็ไม่ได้ทำให้น้ำหนักของการทุจริตหายไป อย่าหลงประเด็นครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: klao on 04 June 2013, 10:54:16 pm
ขอออกตัว ว่าผมเป็นคนที่ไม่เอาไหนมาก ๆ ในเรื่องการบ้านการเมืองครับ นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งในหลาย ๆ คนซึ่งประกอบอยู่ในวัฒนธรรมการเมืองไทย ในกลุ่มประเภทที่ เบื่อหน่าย ช่างมัน ฉันไม่แคร์ ก็ไม่ผิดนัก เป็นพวกรักตัวกลัวตาย ไม่อยากออกไปลำบากประท้วง ต่อสู้ เพื่อเรียกร้องอะไรก็แล้วแต่ ที่อยากจะเรียกกัน

ผมเป็นคนคิดตื้น ๆ และไม่ซับซ้อนมาก เพราะสติปัญญา ความรู้ และข้อมูลในหัวข้อนี้ มีจำกัด แต่ก็อยากจะแสดงความคิดเห็นบ้าง ด้วยความสะเออะ...อิ อิ   :oops:

เท่าที่อ่าน ๆ ดู ผมคิดว่าหลักใหญ่ใจความ ก็ได้มีการแสดงไปแล้ว ว่าเรื่องมันมาจากศีลธรรม-จรรยา ครับ ความรู้ ความเจริญทางวัตถุ ระบบ ระเบียบ ระบอบ กฏหมาย ฯลฯ ที่ไม่มีฐานรองรับที่ดี มันก็ใช้ไม่ได้ทั้งนั้น

ตราบที่ประเทศนี้ ยังมีคนส่วนใหญ่ ซึ่งโดยธรรมชาติ ต้องเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตน ครอบครัว และพวกพ้อง มาก่อนคนอื่น แต่หากระดับจิตใจ ไม่เจริญพอ ที่จะประพฤติปฏิบัติอยู่ในหลักศีลธรรมอันดีงาม (รักษาให้ได้ซัก 3-4 ข้อใหญ่ จากศีล 5 ก็พอ) ไม่มีความเมตตากรุณา ไม่การให้อภัยกัน หาความยุติธรรมไม่ได้ ไม่รู้จักอิ่มจากพอ มันก็จะวนอยู่อย่างนี้ ไปเรื่อย ๆ ตามครรลองของโลกเค้าล่ะครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 04 June 2013, 11:18:40 pm
จริงๆแล้ว ที่พูดมา ตรงประเด็นทีเดียวครับ
ผมถึงเห็นว่า   อย่าไปเสียสละชีวิต หรือ เสียสุขภาพครับ
หากอีกฝ่ายไล่ตีเมื่อไร  ไม่ต้องสู้   ให้หนีทันที

ตายไป ก็เท่านั้น  นักการเมืองในระบบ  ไม่มีใครพึ่งได้แม้แต่คนเดียว
มันก็จะล้มเหลว อยู่แบบนี้   ให้ฝรั่งมันด่าว่าเป็นเมืองกะหรี่ไปเถอะครับ  มันพูดถูกแล้ว  อย่าไปโกรธฝรั่งมันเลยครับ

แล้วกลับมาดูแล ตัวเอง และ ครอบครัวครับ   เอาตัวเองให้รอด พอแล้วครับ
ผมเองก็ตั้งใจจะทำแบบนี้เช่นกัน   เพราะผมมองว่า ทักษิณ ชนะครับ  และ อนาคตประเทศไทย  ผมก็ทายไว้ในใจแล้วด้วยครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: klao on 04 June 2013, 11:27:26 pm
คนไม่มีเมีย และ/หรือ ไม่มีลูก ทำใจได้ง่าย เกี่ยวกับอนาคตของชาติครับ  :headphone:
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: HEAVYTOY on 05 June 2013, 12:17:29 am
Batman มาแน่

หน้ากาก V ก็มา

เอาว่ะ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 05 June 2013, 12:20:56 am
ไม่ง่ายหรอกครับ  มีหลายเรื่องต้องคิด และ ก็ยังคิดไม่ออกอยู่ในตอนนี้

จำได้ไหมครับ เวลามีเรื่องนี่  เขาทำกันแบบว่า จู่ๆ ก็บอกเลย ห้ามถอนเงินจากธนาคาร
หรือ ล่าสุด  จู่ๆก็ประกาศยึดเงินในธนาคารไปดื้อๆเลย
สิ่งพวกนี้เกิดขึ้นได้

หลังจากนั้น ก็เรื่องพวกเงินเฟ้อ และ ค่าเงินครับ  ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องคิด
หลังจากนั้น ที่จะเลี่ยงไม่ได้คือ  การโดนรีดภาษี ทั้งภาษีรัฐ และ ภาษีเถื่อน
แล้วก็อาชญากรรม

ในตอนนั้น เรียกว่า คงต้องอยู่บ้านนิ่งๆทั้งวันละครับ  ไม่โผล่ไปไหนเลย  แล้วก็อยู่ให้ประหยัดๆเข้าไว้
รอวันที่คนไทย จะลุกขึ้นมาฆ่าฟันกันอีกรอบ  หรือ หลายๆรอบ...  แล้วแต่เวร แล้วแต่กรรมครับ  :)
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: pakorn on 05 June 2013, 03:58:31 am
Quote from: poj on 04  June  2013, 05:12:27 pm
ผมคิดว่า ประเด็นเรื่องที่ ภาคไหน จะมีอะไรกิน อะไรใช้ 
ไม่ใช่ประเด็นครับ

ประเด็นเรื่องที่คนไหนจะรวย จะจน  ก็ไม่ใช่ประเด็นเช่นกัน
มันไม่ได้พิสูจน์อะไรเลยครับ

คนจะดี จะเลว  ไม่ได้ตัดสินตรงที่ว่า มีอะไรกิน มีอะไรใช้  จน หรือ รวย

ประเด็นคือ  อาเพศในไทย ในเวลานี้  เป็นเพราะคนไทย  ไมมีคุณธรรม ไม่มีศีลธรรม  ไม่มีจริยธรรม  ขาดหิริโอตัปปะ
นั่นละครับ ประเด็น


ใช่แล้วครับ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง!
ทุกอย่างมองที่แต่ละคนๆ ไป แต่ละกรณีไปครับ เหมาหมดไม่ได้

เก่งแค่ไหน ฉลาดแค่ไหน มีชื่อเสียงแค่ไหน รวยแค่ไหน .. ไม่เกี่ยว
สำคัญว่า 'ดีหรือเลวแค่ไหน อย่างไร' ต่างหาก

Quote from: Art on 04  June  2013, 10:44:40 pm
การแฉเรื่องทุึจริตนี่ ประเด็นหลักย่อมต้องเป็นเรื่องทุจริตก่อนครับ ผู้แฉจะมีจุดประสงค์ดีหรือร้ายอย่างไร ก็ไม่ได้ทำให้น้ำหนักของการทุจริตหายไป อย่าหลงประเด็นครับ

:thumbup:
เห็นด้วยครับ โดนเบี่ยงประเด็นกันบ่อยว่าคนแฉเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ .. ไม่เกี่ยวครับ คดีของใครของมัน ถ้าคนแฉผิดก็ต้องโดนเหมือนกัน แต่คนละกรณี-คนละคดีกัน
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 05 June 2013, 04:26:46 am
ผมฟังเพลง ไม่ค่อยมีความสุข มาร่วม 10 ปีแล้ว ตั้งแต่มีเรื่องของทักษิณขึ้นมานี่
คิดถึงสมัยก่อน ผมจะไม่กังวลเท่านี้   

ถึงจะโกงกินกัน  แต่ก็ไม่ถึงขนาดจะ ต้องการทำลายชาติให้สิ้นสลายกันไปให้สิ้นซาก เหมือนในยุคนี้...
แต่ก็ช่างเถอะ..  ผมก็ยังเห็นคนไทย ไม่สนใจกันอีกตั้งมากมาย..
ดังนั้น ก็ตัวใคร ตัวมัน...    จะเอาอะไรมากล่ะครับ  ช่วยไม่ได้จริงๆ...
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Karin Preeda on 08 June 2013, 04:56:59 am
ดูแถลงข่าวเรื่องรับจำนำข้าวแล้ว  :no:
http://www.youtube.com/watch?v=bxoPZsImqDM
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: meng on 08 June 2013, 02:21:12 pm
 :wallbash: :wallbash: :wallbash: แถไปเรื่อย ตอบไม่เคลียร์สักอย่าง

Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: dht_tubes on 08 June 2013, 02:35:13 pm
ทนกันต่อไป
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: pee on 08 June 2013, 04:04:03 pm
Quote from: Art on 04  June  2013, 10:44:40 pm
Quote from: Hexaphonic on 04  June  2013, 09:55:58 pm
ผมอยากจะตรวจสอบฝ่ายที่กล่าวหานักการเมืองโกงบ้าง
คนเราปกติจะไม่คุยโอ่ว่าตัวเองดีอย่างนั้นอย่างนี้หรอก มันไม่น่าสงสัยหรือครับ
มีจุดประสงค์ทางการเมืองอะไรรึเปล่า?
และผมไม่เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า"นักการเมือง"จะมีอยู่แต่เฉพาะในระบบเลือกตั้งเท่านั้นหรอก

ถ้าการคนดีสามารถเป็นกันได้ โดยการกล่าวหาคนอื่นๆ โดยที่ตัวเองไม่ถูกตรวจสอบบ้าง
ผมว่านี่แหละคือต้นเหตุของความอาเพศครั้งใหญ่ มันคือตรรกวิบัติชัดๆ


เรื่องที่อยากตรวจสอบนั้นเห็นด้วยและสนับสนุนให้ทำครับคุณเฮ็ก สงสัยเล็กๆ น้อยๆ ไม่ว่าฝ่ายไหน ก็หาข้อเท็จจริงมาดูเทียบพฤติกรรมเลย ใช้ตรรกะนะครับ อย่าคิดเอาเอง เป็นพอครับ

ส่วนเรืื่องการตรวจสอบโดยฝ่ายค้านในสภา อันนั้นเป็นหน้าที่ครับ ถ้าคุณเฮ็กจะช่วยตรวจสอบฝ่ายค้านด้วยก็ดีครับ แต่อย่าลืมว่าในกรณีนี้ฝ่ายบริหารสร้างความเสียหายได้มากกว่าฝ่ายค้านนะครับ ถ้าตรวจสอบฝ่ายบริหารได้ดีพอแล้ว จะใช้เวลาที่เหลือมาตรวจสอบฝ่ายค้านด้วยผมก็เห็นด้วยอีกนั่นแหล่ะครับ การแฉเรื่องทุึจริตนี่ ประเด็นหลักย่อมต้องเป็นเรื่องทุจริตก่อนครับ ผู้แฉจะมีจุดประสงค์ดีหรือร้ายอย่างไร ก็ไม่ได้ทำให้น้ำหนักของการทุจริตหายไป อย่าหลงประเด็นครับ


ผมว่าน่าจะสรุปให้ชัดเจนตรงนี้ไปเลยนะครับ

1 ใครจะตรวจสอบใคร เป็นสิทธิที่ห้ามกันไม่ได้อยู่แล้ว
แต่ไม่ควรเอามาเบี่ยงเบนว่า ทำไมตรวจสอบแต่คนเลว ไม่ตรวจสอบคนดีบ้างล่ะ
ทำไปเลยครับ ถ้าตรวจสอบแล้วสังคมดีขึ้น

2 แต่นักการเมืองเข้ามาทำสิ่งที่ "จำเป็นต้อง" ถูกตรวจสอบนะครับ
ในขณะเดียวกันเครือข่ายที่เกี่ยวเนื่องก็โดนหมด ข้าราชการก็มีปปท ศาลปกครอง พ่อค้าก็มีปปง และอื่นๆ
แต่การเน้นที่นักการเมือง เพราะอาชีพนี้เป็นต้นตอของหายนะ....ถ้าเขาคิดชั่วขึ้นมา
ก็เราอยู่ในระบอบที่เราเลือกคนมาปกตรองประเทศนี่
ถ้ารักระบอบนี้จริง ก็ไม่ควรใช้เหตุผลว่าอยากตรวจสอบคนตรวจสอบ เพราะนักการเมืองเขาตรวจสอบให้เราอยู่แล้ว

3 เรื่องการเมืองไม่ได้เล่นในสภา ก็จริงครับ
แต่งบประมาณมันผ่านสภา และการโกงกินงบประมาณคือหายนะของชาติ
ไอ้ที่เผาบ้านเผาเมืองหรือปิดสนามบินน่ะ มันเกิดแล้วก็จบ เดี๋ยวก็ลืม
แต่โกงจำนำข้าวอะรัยนี่...มันทำลายโครงสร้างประเทศ และต้องทำผ่านการเมืองในสภาไม่ใช่หรือ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 08 June 2013, 04:33:20 pm
ในโครงสร้างสังคมแบบรัฐซ้อนรัฐ ถามว่าอำนาจอธิปัตย์อยู่ที่ใครครับ?
ถ้านักการเมืองแน่จริงมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ถามว่าทำไมเอาตัวรอดจากการรัฐประหารไม่ได้ครับ?
นักการเมืองสั่งคนถืออาวุธได้หรือครับ?


รัฐประหาร แปลว่าประหัตประหารความเป็นรัฐ ถ้าไม่มีอำนาจหรือกลไกเหนือรัฐแล้วจะฆ่ารัฐได้หรือ
ตรรกะง่ายแค่นี้ทำไมคิดไม่ได้ครับ? พวกนั้นเขาไม่ได้ทำเพื่อประชาชนหรอก เขาทำเพื่อตัวเองต่างหาก

แล้วอย่าหวังว่านโยบายอะไรๆจะทำได้สำเร็จ ถ้าขาใหญ่เขาสั่งเบรค
ถ้าใครคิดจะทำ จะได้เจอเครือข่ายเจาะยางแน่ๆ


ผมว่าหลายคนๆในสังคมนี้ โดยเฉพาะพวกที่มีอำนาจลงโทษนักการเมือง
กำลังมีพฤติกรรมแบบกรรมการมวยปล้ำ WWF

ทนดูตรรกะวิบัติกันต่อไป! 
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: pee on 08 June 2013, 04:55:29 pm
ในโครงสร้างสังคมแบบรัฐซ้อนรัฐ ถามว่าอำนาจอธิปัตย์อยู่ที่ใครครับ?
ถ้านักการเมืองแน่จริง มีอำนาจเบ็ดเสร็จถามว่าทำไมเอาตัวรอดจากการรัฐประหารไม่ได้ครับ?
นักการเมืองสั่งคนถืออาวุธได้หรือครับ?
ที่ตายใน 3 จังหวัดภาคใต้ เขาไปตายเองหรือ
ร่มเกล้าโดนระเบิดกลางเมือง มาจากการทำงานให้การเมืองหรือเปล่า

รัฐประหาร แปลว่าประหัตประหารความเป็นรัฐ ถ้าไม่มีอำนาจหรือกลไกเหนือรัฐแล้วจะฆ่ารัฐได้หรือ
ตรรกะง่ายแค่นี้ทำไมคิดไม่ได้ครับ? พวกนั้นเขาไม่ได้ทำเพื่อประชาชนหรอก เขาทำเพื่อตัวเองต่างหาก
แล้วตรรกะที่ง่ายกว่าว่า นักการเมืองนั่นเอง ที่ได้ประโยชน์จากการรัฐประหาร ทำไมไม่เอามาอ้างล่ะ
อำนาจในการประหารรัฐ ทำได้หลายแบบ แบบที่เอาคนมาปิดเมือง ส่งกองกำลังติดอาวุธไล่ฆ่าคน
ก็เป็นรัฐประหารรูปแบบหนึ่ง

แล้วอย่าหวังว่านโยบายอะไรๆจะทำได้สำเร็จ ถ้าขาใหญ่เขาสั่งเบรค
จำนำข้าวนี่ ใครสั่งเบรคหรือ
กู้เงินมาผลาญ มีใครสั่งเบรคใหมครับ
นโยบายโง่ๆ โกหกไปวันๆ มีใครสั่งให้คิดใหม
ทั้งหมดมาจากการฉ้อฉลของนักการเมือง กระทำต่อชาติ โดยไม่มีใครเบรค

ถ้าใครคิดจะทำ จะได้เจอเครือข่ายเจาะยางแน่ๆ
มาแล้ว ทฤษฎีมือที่มองไม่เห็น....ก็ว่ากันปาย อิอิ

ผมว่าหลายคนๆในสังคมนี้ โดยเฉพาะพวกที่มีอำนาจลงโทษนักการเมือง
กำลังมีพฤติกรรมแบบกรรมการมวยปล้ำ WWF
อันนี้งงแฮะ ตกลงยอมรับว่า มีพวกที่มีอำนาจลงโทษนักการเมืองอยู่จริงใช่ใหม
พวกนี้เป็นกลุ่มเดียวกับมือที่มองไม่เห็น หรือพวกชอบรัฐประหารหรือเปล่า
หรือคือคนดูไบ ที่เสียงเดียวสั่งได้ทั้งรัฐบาล

ทนดูตรรกะวิบัติกันต่อไป!
กระทู้นี้ ตั้งมาเพื่อถกกันเรื่องนี้นี่นา เฮียเฮก
ที่ออกความเห็นกันมา ก็เพราะไม่ชอบตรรกะวิบัติกันมิใช่หรือ

:clown:
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 08 June 2013, 05:12:35 pm
Quote from: pee on 08  June  2013, 04:55:29 pm
ในโครงสร้างสังคมแบบรัฐซ้อนรัฐ ถามว่าอำนาจอธิปัตย์อยู่ที่ใครครับ?
ถ้านักการเมืองแน่จริง มีอำนาจเบ็ดเสร็จถามว่าทำไมเอาตัวรอดจากการรัฐประหารไม่ได้ครับ?
นักการเมืองสั่งคนถืออาวุธได้หรือครับ?
ที่ตายใน 3 จังหวัดภาคใต้ เขาไปตายเองหรือ
ร่มเกล้าโดนระเบิดกลางเมือง มาจากการทำงานให้การเมืองหรือเปล่า

......มันเกี่ยวอะไรกับ 3 จังหวัดภาคใต้ครับ ผมพูดถึงการรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาลที่ผ่านมาครับ
ส่วนกรณีท่านร่มเกล้า ผมขอไม่ออกความเห็นครับ



Quote from: pee on 08  June  2013, 04:55:29 pm
รัฐประหาร แปลว่าประหัตประหารความเป็นรัฐ ถ้าไม่มีอำนาจหรือกลไกเหนือรัฐแล้วจะฆ่ารัฐได้หรือ
ตรรกะง่ายแค่นี้ทำไมคิดไม่ได้ครับ? พวกนั้นเขาไม่ได้ทำเพื่อประชาชนหรอก เขาทำเพื่อตัวเองต่างหาก
แล้วตรรกะที่ง่ายกว่าว่า นักการเมืองนั่นเอง ที่ได้ประโยชน์จากการรัฐประหาร ทำไมไม่เอามาอ้างล่ะ
อำนาจในการประหารรัฐ ทำได้หลายแบบ แบบที่เอาคนมาปิดเมือง ส่งกองกำลังติดอาวุธไล่ฆ่าคน
ก็เป็นรัฐประหารรูปแบบหนึ่ง

......นักการเมืองที่ได้ประโยชน์จากการรัฐประหารกลุ่มไหนมิทราบ?



Quote from: pee on 08  June  2013, 04:55:29 pm
แล้วอย่าหวังว่านโยบายอะไรๆจะทำได้สำเร็จ ถ้าขาใหญ่เขาสั่งเบรค
จำนำข้าวนี่ ใครสั่งเบรคหรือ
กู้เงินมาผลาญ มีใครสั่งเบรคใหมครับ
นโยบายโง่ๆ โกหกไปวันๆ มีใครสั่งให้คิดใหม
ทั้งหมดมาจากการฉ้อฉลของนักการเมือง กระทำต่อชาติ โดยไม่มีใครเบรค

ถ้าใครคิดจะทำ จะได้เจอเครือข่ายเจาะยางแน่ๆ
มาแล้ว ทฤษฎีมือที่มองไม่เห็น....ก็ว่ากันปาย อิอิ

.....ปัญหาทั้งหมดมาจากความเจ้าเล่ห์เพทุบายของ "นักรัฐศาสตร์เจ้าเล่ห์นอกสภา" ที่มีอำนาจล้นมือต่างหากล่ะ!



Quote from: pee on 08  June  2013, 04:55:29 pm
ผมว่าหลายคนๆในสังคมนี้ โดยเฉพาะพวกที่มีอำนาจลงโทษนักการเมือง
กำลังมีพฤติกรรมแบบกรรมการมวยปล้ำ WWF
อันนี้งงแฮะ ตกลงยอมรับว่า มีพวกที่มีอำนาจลงโทษนักการเมืองอยู่จริงใช่ใหม
พวกนี้เป็นกลุ่มเดียวกับมือที่มองไม่เห็น หรือพวกชอบรัฐประหารหรือเปล่า
หรือคือคนดูไบ ที่เสียงเดียวสั่งได้ทั้งรัฐบาล

......คนดูไบคงจะลอกเลียนพฤติกรรมใครบางคนน่ะครับ
นั่นแหละพวกคุณกำลังสอนให้นักการเมืองเรียนรู้อะไรบางอย่าง(ที่พวกคุณจะต้องจ่ายด้วยราคาอันแสนแพง)



Quote from: pee on 08  June  2013, 04:55:29 pm
ทนดูตรรกะวิบัติกันต่อไป!
กระทู้นี้ ตั้งมาเพื่อถกกันเรื่องนี้นี่นา เฮียเฮก
ที่ออกความเห็นกันมา ก็เพราะไม่ชอบตรรกะวิบัติกันมิใช่หรือ

:clown:

.....ไม่จริงครับ เรื่องตรรกะวิบัติเราไม่สนอยู่แล้ว แมวขาวแมวดำไม่สำคัญ ขอให้สุขสบายอย่างนี้เป็นใช้ได้


Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 08 June 2013, 05:22:01 pm
Quote from: Hexaphonic on 08  June  2013, 04:33:20 pm
ในโครงสร้างสังคมแบบรัฐซ้อนรัฐ ถามว่าอำนาจอธิปัตย์อยู่ที่ใครครับ?
ถ้านักการเมืองแน่จริงมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ถามว่าทำไมเอาตัวรอดจากการรัฐประหารไม่ได้ครับ?
นักการเมืองสั่งคนถืออาวุธได้หรือครับ?

ทนดูตรรกะวิบัติกันต่อไป! 

รัฐประหาร ผิดไหม ?
ผิดครับ

แต่ในขณะเดียวกัน  นักการเมืองโกงกิน  รวบอำนาจเผด็จการ  ผิดไหม ?
ก็ผิดเช่นกันครับ

ระหว่าง เผด็จการทหาร  กับ  เผด็จการรัฐสภา ทุนสามานย์ นี่..  มันต่างกันตรงไหนครับ ?
มันก็ผิดเหมือนกัน
ทำไม...  ถึงยอมรับ  เผด็จการทุนสามานย์ได้   แต่ไม่ยอมรับ  เผด็จการทหาร ล่ะครับ ?

เมืองไทย มันถึงได้ล้มลุกคลุกคลานอยู่แบบนี้ไงครับ
เพราะประชาชน  ไร้คุณภาพ  แยกแยะ ดีชั่วไม่เป็น
หนุนคนเลว ส่งเสริมคนเลว   เห็นแก่ตัว   เห็นแก่ได้..    เดินหน้าทำลายชาติกันทุกคน...
ประเทศไทย เป็นแบบนี้ ก็เพราะ ประชาชนนี่แหละ.. ตัวดี !

ok..  รัฐประหารผิด ใช่..
แล้ว นักการเมืองที่โกงกิน ชนิด..  เอากันให้ฉิบหาย.. ชนิด.. ล่มสลายกันไปทั้งประเทศ...
ถ้าไม่รัฐประหาร....
จะหาทางออก เช่นไรดีครับ ?

จริงๆนะ..   ตอนนี้ผมคิดว่า ประเทศไทย ฉิบหายแน่นอน.. 
ตอนนี้ ยังด่าพวกมันได้  ผมก็รีบๆด่ามันไปก่อน..  อีกเด๊่ยว ผมก็คงต้องหุบปาก  แล้วเอาตัวรอดแล้วครับ
ผมคิดว่า ปล่อยให้ล่มไปเถอะ...  ผมถึงได้บอกว่า อย่าไปประท้วง อย่าไปเสียสละ..  ปล่อยให้ล่มไปเลย
แล้ว เตรียมตัว เอาตัวรอด..   เตรียมเผชิญกับความชั่วช้า สารเลว ที่จะเข้ามาครอบงำประเทศ...
นานเท่าไร... ผมไม่รู้..   อาจจะ ล่มสลายตลอดไปก็ได้...

ประเทศไทยนั้นดีทุกอย่าง... 
เสียอย่างเดียว...  ดันมี... คนไทย !
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: pee on 08 June 2013, 05:26:43 pm
นักการเมืองสั่งคนถืออาวุธได้หรือครับ?
ที่ตายใน 3 จังหวัดภาคใต้ เขาไปตายเองหรือ
ร่มเกล้าโดนระเบิดกลางเมือง มาจากการทำงานให้การเมืองหรือเปล่า
......มันเกี่ยวอะไรกับ 3 จังหวัดภาคใต้ครับ ผมพูดถึงการรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาลที่ผ่านมาครับ


สามจังหวัดภาคใต้ เกิดจากนโยบายผิดพลาดของนักการเมืองชื่อทักษิณ
แต่คนรับกรรมคือ ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่

ถามว่า ทหารพวกนั้น ลงใต้ไปตายเพราะใครสั่ง รัฐบาลใช่ใหม
แล้วรัฐบาลนี่ใครเป็น นักการเมืองใช่ใหม

หรือเฮียเฮกจะมาอ้างทฤษฎีรัฐซ้อนรํฐ บอกว่าทหารทำเองนักการเมืองสั่งไม่ได้


อย่างนั้นหรือครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 08 June 2013, 05:51:09 pm
Quote from: pee on 08  June  2013, 05:26:43 pm
นักการเมืองสั่งคนถืออาวุธได้หรือครับ?
ที่ตายใน 3 จังหวัดภาคใต้ เขาไปตายเองหรือ
ร่มเกล้าโดนระเบิดกลางเมือง มาจากการทำงานให้การเมืองหรือเปล่า
......มันเกี่ยวอะไรกับ 3 จังหวัดภาคใต้ครับ ผมพูดถึงการรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาลที่ผ่านมาครับ


สามจังหวัดภาคใต้ เกิดจากนโยบายผิดพลาดของนักการเมืองชื่อทักษิณ
แต่คนรับกรรมคือ ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่

ถามว่า ทหารพวกนั้น ลงใต้ไปตายเพราะใครสั่ง รัฐบาลใช่ใหม
แล้วรัฐบาลนี่ใครเป็น นักการเมืองใช่ใหม

หรือเฮียเฮกจะมาอ้างทฤษฎีรัฐซ้อนรํฐ บอกว่าทหารทำเองนักการเมืองสั่งไม่ได้


อย่างนั้นหรือครับ



แล้วพรรคการเมืองเจ้าถิ่นไม่น่าสงสัยบ้างหรือ?
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 08 June 2013, 06:05:50 pm
Quote from: poj on 08  June  2013, 05:22:01 pm
Quote from: Hexaphonic on 08  June  2013, 04:33:20 pm
ในโครงสร้างสังคมแบบรัฐซ้อนรัฐ ถามว่าอำนาจอธิปัตย์อยู่ที่ใครครับ?
ถ้านักการเมืองแน่จริงมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ถามว่าทำไมเอาตัวรอดจากการรัฐประหารไม่ได้ครับ?
นักการเมืองสั่งคนถืออาวุธได้หรือครับ?

ทนดูตรรกะวิบัติกันต่อไป! 

รัฐประหาร ผิดไหม ?
ผิดครับ

แต่ในขณะเดียวกัน  นักการเมืองโกงกิน  รวบอำนาจเผด็จการ  ผิดไหม ?
ก็ผิดเช่นกันครับ

ระหว่าง เผด็จการทหาร  กับ  เผด็จการรัฐสภา ทุนสามานย์ นี่..  มันต่างกันตรงไหนครับ ?
มันก็ผิดเหมือนกัน
ทำไม...  ถึงยอมรับ  เผด็จการทุนสามานย์ได้   แต่ไม่ยอมรับ  เผด็จการทหาร ล่ะครับ ?

เมืองไทย มันถึงได้ล้มลุกคลุกคลานอยู่แบบนี้ไงครับ
เพราะประชาชน  ไร้คุณภาพ  แยกแยะ ดีชั่วไม่เป็น
หนุนคนเลว ส่งเสริมคนเลว   เห็นแก่ตัว   เห็นแก่ได้..    เดินหน้าทำลายชาติกันทุกคน...
ประเทศไทย เป็นแบบนี้ ก็เพราะ ประชาชนนี่แหละ.. ตัวดี !

ok..  รัฐประหารผิด ใช่..
แล้ว นักการเมืองที่โกงกิน ชนิด..  เอากันให้ฉิบหาย.. ชนิด.. ล่มสลายกันไปทั้งประเทศ...
ถ้าไม่รัฐประหาร....
จะหาทางออก เช่นไรดีครับ ?

จริงๆนะ..   ตอนนี้ผมคิดว่า ประเทศไทย ฉิบหายแน่นอน.. 
ตอนนี้ ยังด่าพวกมันได้  ผมก็รีบๆด่ามันไปก่อน..  อีกเด๊่ยว ผมก็คงต้องหุบปาก  แล้วเอาตัวรอดแล้วครับ
ผมคิดว่า ปล่อยให้ล่มไปเถอะ...  ผมถึงได้บอกว่า อย่าไปประท้วง อย่าไปเสียสละ..  ปล่อยให้ล่มไปเลย
แล้ว เตรียมตัว เอาตัวรอด..   เตรียมเผชิญกับความชั่วช้า สารเลว ที่จะเข้ามาครอบงำประเทศ...
นานเท่าไร... ผมไม่รู้..   อาจจะ ล่มสลายตลอดไปก็ได้...

ประเทศไทยนั้นดีทุกอย่าง... 
เสียอย่างเดียว...  ดันมี... คนไทย !


บ้านเมืองเราลงโทษคนผิด เพราะระบบกล่าวหา เพราะการโฆษณาชวนเชื่อ ทำไมไม่คิดจะเรียนรู้อะไรกันบ้างครับ?

ผมขอทำนายว่าอีกไม่นาน เฮียพจน์จะรวยขึ้นกว่านี้มากๆ เฮียจะขายดีกว่านี้มากๆ เฮียจะเล่นเครื่องเสียงได้สนุกขึ้น
เหตุการณ์ที่เฮียกลัวน่ะ มันไม่เกิดขึ้นจริงหรอก เฮียคิดไปเองทั้งนั้นแหละครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: pee on 08 June 2013, 06:19:09 pm
Quote from: Hexaphonic on 08  June  2013, 05:51:09 pm

แล้วพรรคการเมืองเจ้าถิ่นไม่น่าสงสัยบ้างหรือ?


ตอบแบบนี้ เลิกคุยเลยดีกว่าครับ
มันออกแนว มึงว่ากูผิด แล้วมึงไม่ผิดหรือ
ก็คงวนเวียนกันอยู่อย่างนี้

สำหรับผมเอง ใครๆ ก็ผิดกันได้ทั้งนั้น
แต่ขอให้ชั่งน้ำหนักให้ดี ว่าอะไรก่อนอะไรหลัง

เหมือนพระพุทธองค์สอนว่า
ธนูปักหัวเข่าอยู่ ต้องเอาออกก่อน

ไม่ใช่มานั่งหาว่าใครยิง
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 08 June 2013, 06:54:06 pm
Quote from: Hexaphonic on 08  June  2013, 06:05:50 pm
บ้านเมืองเราลงโทษคนผิด เพราะระบบกล่าวหา เพราะการโฆษณาชวนเชื่อ ทำไมไม่คิดจะเรียนรู้อะไรกันบ้างครับ?
ผมขอทำนายว่าอีกไม่นาน เฮียพจน์จะรวยขึ้นกว่านี้มากๆ เฮียจะขายดีกว่านี้มากๆ เฮียจะเล่นเครื่องเสียงได้สนุกขึ้น
เหตุการณ์ที่เฮียกลัวน่ะ มันไม่เกิดขึ้นจริงหรอก เฮียคิดไปเองทั้งนั้นแหละครับ

ถ้าผม คิดไปเอง...
มูดี้ส์  คงไม่เริ่มออกมาพูดถึงเรื่องการลดเครดิต ประเทศไทยหรอกครับ
สิ่งที่ผมคิด  สามารถประมาณการณ์ได้   จากข้อเท็จจริงในปัจจุบันครับ  ไม่ได้คิดขึ้นมาลอยๆครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 08 June 2013, 06:58:06 pm
Quote from: pee on 08  June  2013, 06:19:09 pm
Quote from: Hexaphonic on 08  June  2013, 05:51:09 pm

แล้วพรรคการเมืองเจ้าถิ่นไม่น่าสงสัยบ้างหรือ?


ตอบแบบนี้ เลิกคุยเลยดีกว่าครับ
มันออกแนว มึงว่ากูผิด แล้วมึงไม่ผิดหรือ
ก็คงวนเวียนกันอยู่อย่างนี้

สำหรับผมเอง ใครๆ ก็ผิดกันได้ทั้งนั้น
แต่ขอให้ชั่งน้ำหนักให้ดี ว่าอะไรก่อนอะไรหลัง

เหมือนพระพุทธองค์สอนว่า
ธนูปักหัวเข่าอยู่ ต้องเอาออกก่อน

ไม่ใช่มานั่งหาว่าใครยิง




ไม่ได้ครับ! ต้องคุย
และผมท้าทายได้เลยว่า ในสภาพเครือข่ายซ้อนอำนาจอย่างนี้
พรรคนี้ไม่มีทางโดนยุบอย่างแน่นอน

อยู่มานานถึงป่านนี้ โดยที่ผ่านอะไรๆมาเยอะแยะ พวกเขาไม่ธรรมดาหรอกครับ
อยากจะหาสาเหตุอาเพศการเมืองแต่เว้นวรรคพรรคนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเจอเหตุอาเพศได้ยังไง?
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 08 June 2013, 07:01:11 pm
Quote from: poj on 08  June  2013, 06:54:06 pm
Quote from: Hexaphonic on 08  June  2013, 06:05:50 pm
บ้านเมืองเราลงโทษคนผิด เพราะระบบกล่าวหา เพราะการโฆษณาชวนเชื่อ ทำไมไม่คิดจะเรียนรู้อะไรกันบ้างครับ?
ผมขอทำนายว่าอีกไม่นาน เฮียพจน์จะรวยขึ้นกว่านี้มากๆ เฮียจะขายดีกว่านี้มากๆ เฮียจะเล่นเครื่องเสียงได้สนุกขึ้น
เหตุการณ์ที่เฮียกลัวน่ะ มันไม่เกิดขึ้นจริงหรอก เฮียคิดไปเองทั้งนั้นแหละครับ

ถ้าผม คิดไปเอง...
มูดี้ส์  คงไม่เริ่มออกมาพูดถึงเรื่องการลดเครดิต ประเทศไทยหรอกครับ
สิ่งที่ผมคิด  สามารถประมาณการณ์ได้   จากข้อเท็จจริงในปัจจุบันครับ  ไม่ได้คิดขึ้นมาลอยๆครับ


ก็ผลจากการซ้อนอำนาจเลยทำให้มันเป็นแบบนี้ มูสดิ้ส์เห็นที่ผลครับ ไม่ได้เห็นที่ต้นเหตุ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 08 June 2013, 07:01:48 pm
ฮ่าๆ... หยุดได้ครับ  :lol:

ถ้ากระทู้มันร้อนๆ  ผมอาจ ตี ระฆัง แก๊ง...   ให้ทุกคนกลับเข้ามุม   ด้วยการล๊อคกระทู้
ให้ไปพักกันสักพัก  แล้วค่อย เริ่ม ยกใหม่  อิ อิ   :)
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 08 June 2013, 07:03:04 pm
Quote from: Hexaphonic on 08  June  2013, 07:01:11 pm
ก็ผลจากการซ้อนอำนาจเลยทำให้มันเป็นแบบนี้ มูสดิ้ส์เห็นที่ผลครับ ไม่ได้เห็นที่ต้นเหตุ

ไม่เห็นด้วยครับ  เรื่องนี้ เกิดจาก นโยบาย จำนำข้าว  ซึ่งเป็นเรื่องของพรรค เพื่อไทย  คนเดียวครับ
ไม่มีอำนาจซ้อน ใดๆทั้งส้ิน
แต่เกิดจาก การใช้นโยบาย ประชานิยม  ซื้อเสียง  และ โกงกิน ครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 08 June 2013, 07:08:45 pm
Quote from: poj on 08  June  2013, 07:03:04 pm
Quote from: Hexaphonic on 08  June  2013, 07:01:11 pm
ก็ผลจากการซ้อนอำนาจเลยทำให้มันเป็นแบบนี้ มูสดิ้ส์เห็นที่ผลครับ ไม่ได้เห็นที่ต้นเหตุ

ไม่เห็นด้วยครับ  เรื่องนี้ เกิดจาก นโยบาย จำนำข้าว  ซึ่งเป็นเรื่องของพรรค เพื่อไทย  คนเดียวครับ
ไม่มีอำนาจซ้อน ใดๆทั้งส้ิน
แต่เกิดจาก การใช้นโยบาย ประชานิยม  ซื้อเสียง  และ โกงกิน ครับ


ครับ

Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: pee on 08 June 2013, 08:02:12 pm
ผมไม่รู้ว่าเฮียเฮกรู้เบื้องลึกของการเมืองไทยแค่ใหน

แต่เท่าที่ผมรู้ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่คนที่ทำให้เกิดวิกฤติรอบนี้แน่ๆ
อย่างไรก็ดี เราอาจจะมองกันคนละมิติ ในเรื่องวิกฤติก็ได้
เฮียเฮกก็คงเหมือนเสียงส่วนใหญ่ทั้งหลาย มองว่ามันมาจากวิกฤติประชาธิปไตย
คือเรายังอยู่ใต้เผด็จการซ่อนรูป บ้านเมืองจึงไม่ก้าวหน้า ประชาชนไม่อยู่ดีกินดี
เมื่อไหร่ที่โค่นล้มปัจจัยเหล่านี้สำเร็จ เมืองไทยจะสดใสเป็นสวรรค์ของคนรากหญ้า

ตัวผมเอง เคยรับรู้อะไรเบื้องหลังมาบ้าง กลับไม่คิดเช่นนั้น
ผมคิดว่าวิกฤตประเทศไทยครั้งนี้ เป็นเรื่องของสำนึกทางสังคมอย่างเดียว
เมื่อปี 2537-8 ผมเคยนั่งในวงสนทนาเล็กๆ ของนักปราชญ์ระดับประเทศ
ผลสรุปของการสนทนานั้น มีสั้นๆ ง่ายๆ ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤติทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญที่สุด นับจากเสียกรุง

นักคิดคนหนึ่ง บ่นในวันนั้นว่า ประเทศเราจะมีความหวังอะไรเหลือล่ะ
ผมไปบรรยายให้ TDRI ฟังเรื่องเศรษฐกิจชนบท พวกนักเรียนนอกนั่น ถามผมว่าแห่นางแมวคืออะไร...ผมไม่รู้จะพูดต่อยังงัยเลย

ในช่วงที่ทักษิณแพ้เลือกตั้งสว. เชียงใหม่ เปลี่ยนมาสร้างพรรคไทยรักไทย
ผมนั่งทำงานกับทีมงานสร้างพรรคของเขา ได้รู้ได้เห็นสิ่งที่เป็นไปหลายอย่าง

ผมรู้ตั้งแต่ตอนนั้นว่า ถ้าเราได้คนๆ นี้มาเป็นนายก
ประเทศเราจบแน่นอน
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: sw on 08 June 2013, 08:42:37 pm
Quoteโครงสร้างสังคมแบบรัฐซ้อนรัฐ

......เครือข่ายซ้อนอำนาจ

......อำนาจอธิปัตย์อยู่ที่ใคร


ผมคิดว่าท่าน Hexa อ่านหนังสือ+ดูหนัง เยอะไปรึเปล่า  :)

ถ้าประเทศเรามีคนที่มีอำนาจสูงสุด สามารถควบคุมพรรคการเมืองได้ และมีกองกำลังอาวุธอยู่ในมือพร้อมใช้

ผมว่าบ้านเมืองเราคงสงบสุข ไม่ต้องมาทะเลาะกันจนเกิดเหตุการณ์อย่างที่ผ่านมาหรอกครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 08 June 2013, 08:56:03 pm
Quote from: pee on 08  June  2013, 08:02:12 pm
ผมไม่รู้ว่าเฮียเฮกรู้เบื้องลึกของการเมืองไทยแค่ใหน

แต่เท่าที่ผมรู้ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่คนที่ทำให้เกิดวิกฤติรอบนี้แน่ๆ
อย่างไรก็ดี เราอาจจะมองกันคนละมิติ ในเรื่องวิกฤติก็ได้
เฮียเฮกก็คงเหมือนเสียงส่วนใหญ่ทั้งหลาย มองว่ามันมาจากวิกฤติประชาธิปไตย
คือเรายังอยู่ใต้เผด็จการซ่อนรูป บ้านเมืองจึงไม่ก้าวหน้า ประชาชนไม่อยู่ดีกินดี
เมื่อไหร่ที่โค่นล้มปัจจัยเหล่านี้สำเร็จ เมืองไทยจะสดใสเป็นสวรรค์ของคนรากหญ้า

ตัวผมเอง เคยรับรู้อะไรเบื้องหลังมาบ้าง กลับไม่คิดเช่นนั้น
ผมคิดว่าวิกฤตประเทศไทยครั้งนี้ เป็นเรื่องของสำนึกทางสังคมอย่างเดียว
เมื่อปี 2537-8 ผมเคยนั่งในวงสนทนาเล็กๆ ของนักปราชญ์ระดับประเทศ
ผลสรุปของการสนทนานั้น มีสั้นๆ ง่ายๆ ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤติทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญที่สุด นับจากเสียกรุง

นักคิดคนหนึ่ง บ่นในวันนั้นว่า ประเทศเราจะมีความหวังอะไรเหลือล่ะ
ผมไปบรรยายให้ TDRI ฟังเรื่องเศรษฐกิจชนบท พวกนักเรียนนอกนั่น ถามผมว่าแห่นางแมวคืออะไร...ผมไม่รู้จะพูดต่อยังงัยเลย

ในช่วงที่ทักษิณแพ้เลือกตั้งสว. เชียงใหม่ เปลี่ยนมาสร้างพรรคไทยรักไทย
ผมนั่งทำงานกับทีมงานสร้างพรรคของเขา ได้รู้ได้เห็นสิ่งที่เป็นไปหลายอย่าง

ผมรู้ตั้งแต่ตอนนั้นว่า ถ้าเราได้คนๆ นี้มาเป็นนายก
ประเทศเราจบแน่นอน


นั่นแหละครับที่ผมต้องการ!
ผมไม่เชื่อว่าประชาชนไทยจะโง่ยอมให้สังคมเลวร้ายขนาดนั้นครับ นี่พูดกันตามหลักอนิจจังเลยนะ ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้นแหละครับ
จะดีหรือชั่วเราต้องเรียนรู้ครับ ไม่มีหรอกครับไอ้วาทกรรม"ไม่มีแผ่นดินจะอยู่"น่ะ สังคมนี้มันไม่กลับไปเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

ถ้าสังคมไม่มีระบบการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี มันก็เป็นแค่การอยู่ที่รอวันพินาศอยู่ดี


ผมถึงบอกไงครับว่า ให้ทำสิ่งที่ยากก่อน แล้วสิ่งที่ง่ายจะตามมาเอง
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 08 June 2013, 09:03:11 pm
Quote from: sw on 08  June  2013, 08:42:37 pm
Quoteโครงสร้างสังคมแบบรัฐซ้อนรัฐ

......เครือข่ายซ้อนอำนาจ

......อำนาจอธิปัตย์อยู่ที่ใคร


ผมคิดว่าท่าน Hexa อ่านหนังสือ+ดูหนัง เยอะไปรึเปล่า  :)

ถ้าประเทศเรามีคนที่มีอำนาจสูงสุด สามารถควบคุมพรรคการเมืองได้ และมีกองกำลังอาวุธอยู่ในมือพร้อมใช้

ผมว่าบ้านเมืองเราคงสงบสุข ไม่ต้องมาทะเลาะกันจนเกิดเหตุการณ์อย่างที่ผ่านมาหรอกครับ



ไม่หรอกครับเฮีย ที่เป็นอย่างนี้เพราะสังคมมันซับซ้อนขึ้นกว่าสมัยก่อนต่างหาก
มันมีอะไรบางอย่างที่ปะทะกันในทางสังคมอย่างที่ในอดีตไม่เคยมี สมัยก่อนสังคมมันเหมือนมีฉนวนกั้นอยู่
แต่ปัจจุบันอำนาจเบ็ดเสร็จก็ได้รับผลกระทบนี้ด้วย ประชาชนก็ได้รับผลกระทบด้วย คือโดนทุกฝ่าย
และไหนจะเป็นทุกข์ภัยทางภูมิรัฐศาสตร์ จากการแทรกแซงของมหาอำนาจเจ้าโลกอีกล่ะ
ถ้าประเทศไทยมีประชากรแค่ 20 ล้าน ผมว่าเราคงจะเป็นอย่างนี้ไปอีกร้อยปี
แต่ทุกวันนี้มันไปไม่ไหวแล้ว

เฮียครับ หลังจากที่ผมดู The Village ผมดูหนังอื่นๆน้อยมากๆครับ
กลายเป็นคนเกลียดหนังเกลียดละครไปเลย
และหนังสือที่ผมซื้อมา ผมอ่านยังไม่ถึง 20% เลยอ่ะครับ

ซึ่งราคาหนังสือทั้งหมดนั่นรวมกันก็ยังไม่เท่ากับสายไฟงูหลาม 1 เส้นเลยนะคร๊าบบ
และมันจะเป็นการฉลาดกว่าไหม? ถ้าผมหูตะกั่วฟังโครงสร้างโมเลกุลไม่ออก
งั้นผมใช้สายไฟแถมมากับเครื่อง แล้วเอาเงินก้อนนั้นไปซื้อหนังสือแทน
ก็เห็นเขากำลังมีแคมเปญ "อ่านกันสนั่นเมือง" อยู่มิใช่รึ?  ผมก็ขอตามกระแสบ้างดิ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 08 June 2013, 09:55:22 pm
Quote from: Hexaphonic on 08  June  2013, 08:56:03 pm
นั่นแหละครับที่ผมต้องการ!
ผมไม่เชื่อว่าประชาชนไทยจะโง่ยอมให้สังคมเลวร้ายขนาดนั้นครับ นี่พูดกันตามหลักอนิจจังเลยนะ ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้นแหละครับ
จะดีหรือชั่วเราต้องเรียนรู้ครับ ไม่มีหรอกครับไอ้วาทกรรม"ไม่มีแผ่นดินจะอยู่"น่ะ สังคมนี้มันไม่กลับไปเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

ถ้าสังคมไม่มีระบบการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี มันก็เป็นแค่การอยู่ที่รอวันพินาศอยู่ดี

ผมถึงบอกไงครับว่า ให้ทำสิ่งที่ยากก่อน แล้วสิ่งที่ง่ายจะตามมาเอง

ไม่เห็นด้วยครับ  ผมเชื่อว่า ประชาชน ที่ไร้คุณภาพ และ เห็นแก่ตัว  และ มีความเลวอยู่ในตัว จะปล่อยให้ชาติล่มสลายได้แน่นนอน   ดูตัวอย่างจากประเทศที่ล่มสลายมาแล้วทั่วโลกได้

ทีนี้หลังจากประเทศล่มสลายแล้ว  อาจจะมีการลุกขึ้นสู่อีกครั้ง ล้มตายกันอีกครั้ง แล้ว หลุดรอดมา
หรือไม่ก็ตกอยู่ใน นรก ตลอดไป  เหมือนประเทศในอัฟริกา บางประเทศครับ

เชื่อผมเถอะ... คนไทยนั้น  ไร้คุณภาพ  คิดสั้นๆ และ เห็นแก่ตัวมากพอ ที่จะทำลายชาติของตัวเองครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 08 June 2013, 09:58:59 pm
Quote from: Hexaphonic on 08  June  2013, 09:03:11 pm
ไม่หรอกครับเฮีย ที่เป็นอย่างนี้เพราะสังคมมันซับซ้อนขึ้นกว่าสมัยก่อนต่างหาก
มันมีอะไรบางอย่างที่ปะทะกันในทางสังคมอย่างที่ในอดีตไม่เคยมี สมัยก่อนสังคมมันเหมือนมีฉนวนกั้นอยู่
แต่ปัจจุบันอำนาจเบ็ดเสร็จก็ได้รับผลกระทบนี้ด้วย ประชาชนก็ได้รับผลกระทบด้วย คือโดนทุกฝ่าย
และไหนจะเป็นทุกข์ภัยทางภูมิรัฐศาสตร์ จากการแทรกแซงของมหาอำนาจเจ้าโลกอีกล่ะ
ถ้าประเทศไทยมีประชากรแค่ 20 ล้าน ผมว่าเราคงจะเป็นอย่างนี้ไปอีกร้อยปี
แต่ทุกวันนี้มันไปไม่ไหวแล้ว

ผมไม่เชื่อหรอกครับ ว่า อำนาจนอกระบบ อะไร จะมาล้มรัฐบาล ที่ดีของประชาชนได้..
หาก รัฐบาลดี ไม่โกงกิน  ทำทุกอย่างเพื่อชาติ 
จะไม่มีอำนาจอะไร มาล้มได้เลย  เพราะความดี จะเป็น เกราะคุ้มครองตัวเอง....

การรัฐประหาร ไม่ใช่สิ่งง่ายๆ..  ต่อให้ทำสำเร็จ  ก็ปกครองต่อได้ยากมาก...

แต่ทุกวันนี้ คือ รัฐบาลโกงกิน ทำลายชาติ ไม่ยั้ง..   แล้วก็พยายามจะอ้าง.. แล้วก็โทษคนอื่นตลอดเวลาครับ...
ทั้งๆที่  ต้นเหตุของปัญหา ก็คือ  การกระทำชั่วของรัฐบาลเองครับ !
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: pee on 08 June 2013, 10:05:01 pm
ผมลงทุนเปิดบริษัท ใช้เวลานานกว่าจะรุ่งเรือง
ทุกวันนี้มีคนงานนับพัน

อยู่มาวันหนึ่ง คนงานก็บอกว่า เราต่างก็ร่วมสร้างบริษัท
เราต้องการความเป็นเจ้าของ

นี่ละครับ สิ่งที่เกิดในสังคมของเราตอนนี้
ความโลภในสิ่งที่ไม่ใช่ของเรา

ถ้าทุกคนเท่าเทียมกันหมด ทำไมผมจะด่านักการเมืองไม่ได้ครับ
แล้วอย่าบอกให้ผมด่าสถาบันนะ ผมด่ามาแล้ว และรู้ว่าผมด่าผิดครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 08 June 2013, 11:39:04 pm
Quote from: poj on 08  June  2013, 09:55:22 pm
Quote from: Hexaphonic on 08  June  2013, 08:56:03 pm
นั่นแหละครับที่ผมต้องการ!
ผมไม่เชื่อว่าประชาชนไทยจะโง่ยอมให้สังคมเลวร้ายขนาดนั้นครับ นี่พูดกันตามหลักอนิจจังเลยนะ ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้นแหละครับ
จะดีหรือชั่วเราต้องเรียนรู้ครับ ไม่มีหรอกครับไอ้วาทกรรม"ไม่มีแผ่นดินจะอยู่"น่ะ สังคมนี้มันไม่กลับไปเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

ถ้าสังคมไม่มีระบบการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี มันก็เป็นแค่การอยู่ที่รอวันพินาศอยู่ดี

ผมถึงบอกไงครับว่า ให้ทำสิ่งที่ยากก่อน แล้วสิ่งที่ง่ายจะตามมาเอง

ไม่เห็นด้วยครับ  ผมเชื่อว่า ประชาชน ที่ไร้คุณภาพ และ เห็นแก่ตัว  และ มีความเลวอยู่ในตัว จะปล่อยให้ชาติล่มสลายได้แน่นนอน   ดูตัวอย่างจากประเทศที่ล่มสลายมาแล้วทั่วโลกได้

ทีนี้หลังจากประเทศล่มสลายแล้ว  อาจจะมีการลุกขึ้นสู่อีกครั้ง ล้มตายกันอีกครั้ง แล้ว หลุดรอดมา
หรือไม่ก็ตกอยู่ใน นรก ตลอดไป  เหมือนประเทศในอัฟริกา บางประเทศครับ

เชื่อผมเถอะ... คนไทยนั้น  ไร้คุณภาพ  คิดสั้นๆ และ เห็นแก่ตัวมากพอ ที่จะทำลายชาติของตัวเองครับ


ผมยังไม่เคยเห็นสังคมหรืออารยธรรมที่เจริญก้าวหน้าอันไหนไม่เคยล่มสลายมาก่อนเลยครับ
แม้แต่สิ่งที่เรียกว่า"การล่มสลาย" หรือ"ความไร้คุณภาพของคน" ก็เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 08 June 2013, 11:52:31 pm
Quote from: pee on 08  June  2013, 10:05:01 pm
ผมลงทุนเปิดบริษัท ใช้เวลานานกว่าจะรุ่งเรือง
ทุกวันนี้มีคนงานนับพัน

อยู่มาวันหนึ่ง คนงานก็บอกว่า เราต่างก็ร่วมสร้างบริษัท
เราต้องการความเป็นเจ้าของ

นี่ละครับ สิ่งที่เกิดในสังคมของเราตอนนี้
ความโลภในสิ่งที่ไม่ใช่ของเรา

ถ้าทุกคนเท่าเทียมกันหมด ทำไมผมจะด่านักการเมืองไม่ได้ครับ
แล้วอย่าบอกให้ผมด่าสถาบันนะ ผมด่ามาแล้ว และรู้ว่าผมด่าผิดครับ



ผมว่าฟังดูไม่เป็นเหตุเป็นผลเลยนะครับ'จารย์  :bowdown:

แล้วอันนี้มันไม่ใช่ความเท่าเทียมแบบการ์ตูนเด็กยืนต่อลังอะไรนั่นเลยครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 08 June 2013, 11:59:16 pm
Quote from: Hexaphonic on 08  June  2013, 11:39:04 pm
ผมยังไม่เคยเห็นสังคมหรืออารยธรรมที่เจริญก้าวหน้าอันไหนไม่เคยล่มสลายมาก่อนเลยครับ
แม้แต่สิ่งที่เรียกว่า"การล่มสลาย" หรือ"ความไร้คุณภาพของคน" ก็เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้

เราไม่จำเป็น ที่จะต้อง ล่มสลาย 
หากเรา เรียนรู้จากประวัติศาสตร์  และ แก้ไข ป้องกัน ครับ 
และทุกสิ่งจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ  ใช่ครับ...

แต่จำเป็นหรือไม่  ที่เราจะต้องปล่อยให้ประเทศของเรา และ ลูกหลาน ผ่านการล่มสลายนั้น  ทั้งๆที่เราก็เห็นตัวอย่างแล้ว จากหลายๆประเทศ
คนฆ่าตัวตาย    อาชญากรรมเต็มไปหมด  ผู้หญิงขายตัว   สังคมมัน.. เละไปหมด
ทำไม เราไม่ป้องกัน รักษาประเทศของเรา ?
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: pee on 09 June 2013, 12:07:14 am
Quote from: Hexaphonic on 08  June  2013, 11:52:31 pm
Quote from: pee on 08  June  2013, 10:05:01 pm
ผมลงทุนเปิดบริษัท ใช้เวลานานกว่าจะรุ่งเรือง
ทุกวันนี้มีคนงานนับพัน

อยู่มาวันหนึ่ง คนงานก็บอกว่า เราต่างก็ร่วมสร้างบริษัท
เราต้องการความเป็นเจ้าของ

นี่ละครับ สิ่งที่เกิดในสังคมของเราตอนนี้
ความโลภในสิ่งที่ไม่ใช่ของเรา

ถ้าทุกคนเท่าเทียมกันหมด ทำไมผมจะด่านักการเมืองไม่ได้ครับ
แล้วอย่าบอกให้ผมด่าสถาบันนะ ผมด่ามาแล้ว และรู้ว่าผมด่าผิดครับ



ผมว่าฟังดูไม่เป็นเหตุเป็นผลเลยนะครับ'จารย์  :bowdown:

แล้วอันนี้มันไม่ใช่ความเท่าเทียมแบบการ์ตูนเด็กยืนต่อลังอะไรนั่นเลยครับ


นี่ละครับ ทำให้ผมไม่เหมือนคุณ เรามองโลกกันคนละมุม
ผมใช้เหตุผลแบบของผม ซึ่งไม่เหมือนของคุณ

แต่สิ่งเดียวที่ทำให้ความแตกต่างเช่นนี้ ประกอบขึ้นเป็นสังคมได้ ก็คือมันต้องมีหลักยึดเหนี่ยว
หลักพวกนี้ ได้แก่ กฏหมาย ประวัติศาสตร์ ระบบค่านิยม....และอะไรอื่นอีกมากมาย

อาศัยหลักเหล่านี้ ผมพบว่า ทักษิณละเมิดมันเสียทั้งหมด รวมทั้งละเมิดกฏหมายด้วย
ดังนั้น ผมจึงไม่ต้องการอบู่ร่วมกับคนอย่างนี้ และพวกที่ชื่นชมคนแบบนี้ด้วย
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 09 June 2013, 12:42:28 am
Quote from: pee on 09  June  2013, 12:07:14 am
Quote from: Hexaphonic on 08  June  2013, 11:52:31 pm
Quote from: pee on 08  June  2013, 10:05:01 pm
ผมลงทุนเปิดบริษัท ใช้เวลานานกว่าจะรุ่งเรือง
ทุกวันนี้มีคนงานนับพัน

อยู่มาวันหนึ่ง คนงานก็บอกว่า เราต่างก็ร่วมสร้างบริษัท
เราต้องการความเป็นเจ้าของ

นี่ละครับ สิ่งที่เกิดในสังคมของเราตอนนี้
ความโลภในสิ่งที่ไม่ใช่ของเรา

ถ้าทุกคนเท่าเทียมกันหมด ทำไมผมจะด่านักการเมืองไม่ได้ครับ
แล้วอย่าบอกให้ผมด่าสถาบันนะ ผมด่ามาแล้ว และรู้ว่าผมด่าผิดครับ



ผมว่าฟังดูไม่เป็นเหตุเป็นผลเลยนะครับ'จารย์  :bowdown:

แล้วอันนี้มันไม่ใช่ความเท่าเทียมแบบการ์ตูนเด็กยืนต่อลังอะไรนั่นเลยครับ


นี่ละครับ ทำให้ผมไม่เหมือนคุณ เรามองโลกกันคนละมุม
ผมใช้เหตุผลแบบของผม ซึ่งไม่เหมือนของคุณ

แต่สิ่งเดียวที่ทำให้ความแตกต่างเช่นนี้ ประกอบขึ้นเป็นสังคมได้ ก็คือมันต้องมีหลักยึดเหนี่ยว
หลักพวกนี้ ได้แก่ กฏหมาย ประวัติศาสตร์ ระบบค่านิยม....และอะไรอื่นอีกมากมาย

อาศัยหลักเหล่านี้ ผมพบว่า ทักษิณละเมิดมันเสียทั้งหมด รวมทั้งละเมิดกฏหมายด้วย
ดังนั้น ผมจึงไม่ต้องการอบู่ร่วมกับคนอย่างนี้ และพวกที่ชื่นชมคนแบบนี้ด้วย




:bowdown: :bowdown: :bowdown:



Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Karin Preeda on 09 June 2013, 11:48:36 am
จริงๆผมพอจะเข้าใจเรื่องที่คุณ Hexa เขียนอยู่บ้างนะครับ คุณ Hexa มองภาพใหญ่เรื่องระบบและการแย่งชิงอำนาจ ขณะที่คุณพจน์มองหน่วยย่อยที่เป็นสมาชิกในสังคม ผมเห็นด้วยกับคุณพจน์หลายๆอย่างที่ว่าถ้าสำนึกของคนมันไม่มีแล้ว ระบบดีแค่ไหนมันก็ไปไม่รอด เพราะมันต้องถูกขับเคลื่อนด้วยคน

จะว่าไปแล้วเรื่องพื้นฐานของระบบประชาธิปไตยแบบบ้านเรานี่ควรจะสอนให้เด็กๆเข้าใจตั้งแต่แรกเลยนะครับ คือแทนที่จะท่องปาวๆว่ามีผู้ใช้อำนาจอธิปไตยมี 3 องค์กรณ์คือ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ แล้วก็จบ ควรจะให้เด็กๆรู้ซะตั้งแต่แรกเลยว่ามันสัมพันธ์กันยังไง บอกตรงๆว่าปัจจุบันนี้ แม้แต่ผู้ใหญ่ยังไม่รู้เลย แล้วอย่างงี้มันจะพัฒนาได้ยังไง?

ใครมีลูกหลานนี่น่าจะลองถามเรื่องอำนาจอธิปไตยนะครับ ถามเล่นๆว่าทำไมต้องมี 3 ล่ะ มี 2 ไม่ได้เหรอ? หรือถามง่ายๆว่าถ้าเกิดสองในสามอานาจนี่ฮั้วกันจะเป็นยังไง? อะไรประมาณนี้ ผมเองก็ถามหลานผมนะครับ ถามตั้งแต่อยู่ม.ต้นแล้ว ตอนนี้อยู่ม.ปลายก็ยังงงๆเหมือนเดิม เห็นแล้วเป็นห่วงอนาคตจริงๆ

เพราะงั้นที่คุณพจน์บอกให้ทำข้อสอบก่อนเลือกตั้งนี่บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องประชดประชัน แต่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ควรทำสำหรับประเทศเราเลย เพราะถ้าคุณอยากได้สิทธิ์ คุณก็ต้องพิสูจน์ตัวเองก่อนว่าคุณมีคุณค่าพอที่จะได้สิทธิ์นั้นหรือไม่

เรื่องกฏหมายและการบังคับใช้กฏหมายนี่ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เมื่อก่อนผมก็เฉยๆนะครับ ไม่ได้สนใจ เพิ่งมาสนใจพักหลังๆนี่เอง เพราะผมสังเกตว่าถ้าสังคมไหนมีข้อบังคับหรือกฏหมายที่เขียนไว้ง่ายๆ มันพอจะบอกได้ว่าสังคมนั้นคนส่วนใหญ่มีระเบียบวินัย ไม่ค่อยออกนอกลู่นอกทาง แต่ถ้ามีกฏข้อบังคับซับซ้อนมากๆ แสดงว่าสังคมนั้นมีคนหลบเลี่ยงเยอะ ถึงได้เขียนดักไว้หมด ซึ่งที่เขียนมาในย่อหน้านี้ ก็ไม่พ้นเรื่องคนอีกเช่นกัน

เรื่องอาเพทนี่ผมว่ามีสองอย่างที่เราทำได้ อย่างแรกคือป้องกันอาเพท ซึ่งก็มีสองวิธีอีก คือสร้างคนให้มีสำนึกถึงส่วนรวม หรืออีกวิธีนึงคือปล่อยคนให้เป็นอย่างที่เป็นนี่แหละ แต่สร้างระบบที่จะควบคุมคนแทน จริงๆแล้วผมว่าก็ต้องทำทั้งสองอย่าง

อย่างที่สองคือรับมือกับอาเพท อยู่ร่วมกับมัน เพราะยังไงก็ต้องเกิดอยู่ดี ก็มีสองวิธีอีกนั่นแหละ วิธีแรกก็คือเอาตัวรอดให้ได้ อย่าให้อาเพทมันมาทำร้ายเรามากนัก วิธีที่สองคือรบไม่ชนะกรูขอเป็นพวกแมร่งเลย ใช้ประโยชน์จากอาเพทให้มันรู้แล้วรู้รอด วิธีนี้ไม่อยากนึกเลย  :no:

นี่ยังไม่ได้พูดถึงอาเพทจากสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้อย่างภัยธรรมชาตินะเนี่ย  :supergrin: ใครจะรู้ได้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น วิทยาการที่ก้าวหน้าในขณะนี้ก็ยังไม่สามารถเตือนภัยล่วงหน้าหลายๆได้ ทำได้แค่บรรเทาเท่านั้นเอง  :(
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 09 June 2013, 12:58:44 pm
ผมเห็นด้วยกับคุณ Karin ทุกอย่าง
และเรื่อง สอบขอใบอนุญาตลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนั้น  ผมไม่ได้ประชดครับ
แต่ผมซีเรียสจริงๆ   มันเป็นทางเดียวที่จะพาประเทศรอดพ้นครับ

เพราะคนมันไร้คุณภาพ และ คุณธรรมจริงๆ..  ขืนปล่อยให้ขับเคลื่อนประเทศ  มันก็ติดหล่ม วนๆเวียนๆ แบบนี้แหละครับ

เลือกแต่คนโกงเข้ามา   โกงจนประเทศพัง  แล้วก็รัฐประหาร...   
แล้วก็เลือกตั้งอีก   ก็เลือกแต่คนโกงเข้ามาอีก..  แล้วก็ประท้วงกัน..  คนบาดเจ็บล้มตาย...
แล้วไงต่อ..
ก็เลือกคนโกงเข้ามาต่อ..   ไม่จบ ไม่สิ้นครับ

ทางเดียวเท่านั้นครับ   ต้องสอบ   ซึ่งพวกสิทธิมนุษยชน จะมาว่าเราก็ไม่ได้   เพราะทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน
อยู่ที่ว่า  จะยอมมาสอบไหม   จะยอมอ่านหนังสือคู่มือเตรียมสอบไหม
ผมเชื่อว่า  พวกไร้คุณภาพประมาณ  70-80 %   จะไม่ผ่านการสอบครับ  ทั้งประเภทไม่มาสอบ  และ ไม่ยอมอ่านหนังสือ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 09 June 2013, 01:06:09 pm
ส่วนประเด็น  การแย่งชิงอำนาจ...
หากประชาชน มีคุณภาพ..  ใครก็แย่งชิงอำนาจไม่ได้หรอกครับ  เพราะประชาชนจะมีอำนาจอย่างแท้จริง....
ทุกคน ทุกฝ่าย จะทำงานเพื่อส่วนรวม..   และอำนาจที่มี ก็ทำเพื่อส่วนรวม...

แล้วจะไปแย่งอำนาจกันทำไม ?
ในเมื่อ  ใช้อำนาจเพื่อตัวเองไม่ได้...  เพราะจะโดนตรวจสอบอย่างเข้มข้น
และลงโทษอย่างรุนแรง...

ถึงเวลานั้น รับรอง  ไม่มีใครอยากแย่งชิงอำนาจหรอกครับ   เพราะมันโกงไม่ได้
ที่มันแย่งอำนาจกัน ชนิด  ไม่เคยเห็นชีวิตคนมีความสำคัญ   ก็เพราะมันโกงได้   และ โกงแล้ว  ดันได้รับการยกย่อง เชิดชู ด้วย
ประเทศบัดซบ   คนบัดซบ !
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 09 June 2013, 02:33:49 pm
เวลาเราสอบ ถามว่าใครเป็นผู้ออกข้อสอบ-ตรวจข้อสอบ?
ครูบาอาจารย์ ใช่มั้ยครับ! นั่นหมายความว่าผู้ตรวจข้อสอบคือผู้ที่อยู่เหนือกว่าเรา....เหนือกว่าในทางคุณวุฒิ

ในระดับมหภาคอย่างรัฐหนึ่งๆ ใครครับ จะเป็นคนออกข้อสอบ-ตรวจข้อสอบ?
1.ภัยธรรมชาติ ผมสังเกตดูบรรดาอารยธรรมโบราณหลายๆแห่งที่ใกล้จะเสื่อม จะมีภัยธรรมชาติมาซ้ำเติมจนล่มสลายไปเลย
2.ภัยจากต่างชาติที่เหนือกว่าเข้ามารุกราน พวกมหาอำนาจ พวกกองทุนเฮดจ์ฟันด์

ในระดับรัฐ ข้อสอบคือ"ระบบภูมิคุ้มกันของรัฐ" จะต้านทานอำนาจเหนือรัฐทั้ง 2 อันนั้นได้รึเปล่า?
ไม่ใช่มาออกข้อสอบกันเอง ตรวจกันเอง

ในโลกแห่งความเป็นจริง อย่าว่าแต่จะทำข้อสอบให้ถูกเลยครับ
แค่จะมองเห็นว่า..ข้อสอบอยู่ตรงไหน..ถามว่าอะไร ก็ยากแล้ว
ข้อสอบมันไม่ได้มองเห็นง่ายๆบนแผ่นกระดาษหรอกครับ
แต่มันก็ไม่ใช่ว่า...เราจะเห็นข้อสอบ-ทำข้อสอบทางนามธรรมอันนี้ไม่ได้ซะเลย

มันอยู่ที่การตั้งสมมติฐานของประชาชนในรัฐ
ถ้าตั้งสมมติฐานผิด การแก้ปัญหาก็จะผิด
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 09 June 2013, 02:49:17 pm
ข้อสอบ  ถามในเรื่องที่เป็นข้อเท็จจริงครับ  เช่น
อะไรคือเงินเฟ้อ ?
การขึ้น และ ลง ของดอกเบี้ย  มีผลเช่นไร ?
ฟองสบู่ คือ อะไร ?
การโกงกิน  ผิดหรือไม่ ?
การโกงกิน ทำให้ ประชาชน และ ประเทศ เสียหายเช่นไรบ้าง ?
ประชานิยม  มีผลเช่นไร ?
การใช้เงินในอนาคตคืออะไร ?  มีผลเช่นไร ?
การถ่วงดุลอำนาจ และ การตรวจสอบภายใน สำคัญอย่างไร ?
ฯลฯ.

ข้อสอบไม่ใช่เรื่องยาก ครับ  ไม่ใช่ความลับด้วย  เปิดให้อ่านคู่มือเตรียมสอบกันจะๆเลย
ถามให้ครอบคลุม ในทุกๆด้าน  เศรษฐกิจ  ศีลธรรม  การปกครอง  ฯลฯ

เชื่อผม  คนไร้คุณภาพ จะไม่ยอมอ่านแม้แต่ตัวเดียว.....
คนที่ออกข้อสอบ  ให้เป็นองค์กรกลาง 
คนที่คุมสอบ  ให้เป็นองค์กรกลาง
และให้ทุกๆคน  เข้ามาตรวจสอบได้เสมอ    ไม่มีความลับ
ถามกันซื่อๆนี่แหละ...

ภัยจากต่างชาตินั้น  จะเข้ามาเรื่อยๆครับ  หากเราอ่อนแอ  เขาจะเข้ามาโจมตี
แต่หากเราเข้มแข็ง  เขาจะเข้ามาแสวงหาความร่วมมือ
ส่วนการเปิดสงคราม ซึ่งหน้า  เขาคงไม่ทำ   เพราะเราเป็นประเทศเล็ก  ไม่มีประโยชน์อะไร....
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Karin Preeda on 09 June 2013, 03:04:43 pm
คุณพจน์ชิงตอบก่อน ผมพิมพ์แล้วแต่กด post ไม่ทัน  :lol:

เรื่องข้อสอบนี่เวลาออกข้อสอบก็ต้องมีจุดประสงค์อยู่แล้วครับ
การเลือกตั้งคือการใช้สิทธิ์ในการเลือกผู้แทนที่จะเป็นตัวแทนของเราไปออกกฏหมาย และก็ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร

เพราะฉนั้นข้อสอบก็ควรจะมีเนื้อหาแบบนี้


คำถามพวกนี้เป็นคำถามที่ถามความรู้ความเข้าใจเรื่องผู้แทน ซึ่งถ้าทำจริงๆผมคิดว่าไม่ยากนะครับ ถ้าสอบผ่านก็มีสิทธิ์ที่จะได้เลือกตั้งได้ คือผมมองว่ามันสามารถทำได้ ถ้าตั้งใจจะทำจริงๆ

การตั้งสมมติฐานของประชาชนในรัฐตอนนี้ก็คือยังไม่เข้าใจเรื่องระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยขณะนี้ว่ามีรูปแบบและวิธีการแบบไหน

ถ้ามีสอบแบบนี้จริงๆ อย่างน้อยที่สุดก็เป็นการบังคับให้คนต้องหาความรู้บ้าง ซึ่งอาจจะแก้ปัญหาไปได้อย่างนึง ยังมีปัญหาอีกหลายๆอย่างที่จะต้องแก้ครับ ถ้าจะแก้ทุกอย่างทั้งหมดในเวลาเดียวคงเป็นไปได้ ต้องแก้ไปทีละอย่าง
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Karin Preeda on 09 June 2013, 03:09:02 pm
แต่การทำแบบนี้ ก็ต้องตั้งอยู่ในสมมติฐานที่ว่าคนไทยที่มีสิทธิ์เลือกตั้งมีความตั้งใจที่ใช้สิทธิ์อย่างแท้จริง

แต่ถ้าสมมติฐานนี้ผิด ก็คงต้องใช้แผนสองของผมคือเตรียมรับมือกับอาเพท ซึ่งมีสองวิธีที่ผม post ไปแล้วน่ะครับ  ;)
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 09 June 2013, 03:20:10 pm
พวกที่ไม่เข้าใจ  หรือ ไม่ต้องการใช้สิทธิ์   ไม่มีความหมายครับ
จะเหลือแต่คนที่เข้าใจ  และ ต้องการใช้สิทธิ์ เท่านั้้น ที่จะมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง...

หลังจากนั้น  หากผมคิดถูก  คนกลุ่มนี้  จะเลือก ผู้แทนที่มีคุณภาพ  และ  เฝ้าจับตามองการทำงาน...
ประชาธิปไตย ก็จะเดินหน้า   เลือกตั้ง เอาฝ่ายบริหารเข้ามา
ตรวจสอบเข้มข้น  ลงโทษ ปลดออก  ขังคุก
เลือกใหม่...​   ซ้ำเป็นรอบๆ  สักไม่กี่รอบ  ผมเชื่อว่า  เข้าที่ครับ  แล้วประเทศ จะเจริญก้าวหน้า

การรัฐประหารจะสูญพันธ์    การแทรกแซงอำนาจจะสูญพันธ์  นักโกงเมืองจะสูญพันธ์
ประชาชน จะคุ้มครองระบบด้วยตนเอง..

ส่วนพวกที่ ไร้คุณภาพ  ก็ให้อยู่เงียบๆ เฉยๆ..  ไปจนกว่า ที่จะปรับปรุงตัวเองได้ครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: sw on 09 June 2013, 03:38:25 pm
ถ้าจัดการสอบสิทธิ์การเลือกตั้งได้ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีและได้ผล แต่ลองมาลำดับขั้นตอนดูว่าจะทำได้หรือไม่ ถ้าหากรัฐบาลนี้ปกครองประเทศอยู่ วิธีการได้สิทธิในการปกครองประเทศของรัฐบาลนี้ ต้องอาศัยคนที่ไม่มีความคิดอ่านจำนวนมากๆ เพื่อเป็นฐานเสียงมาเลือกตัวเอง ถ้าออกกฏหมายนี้ก็เท่ากับลดคะแนนเสียงตัวเอง เลือกคราวหน้า ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่

กฏหมายประเภทนี้ จะเกิดขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อมีรัฐที่มองประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งเราก็เคยได้กฏหมายแบบนี้มาก่อน เช่น ตั้งองค์กรที่จะทำหน้าที่คอยตรวจสอบผู้มีอำนาจไม่ให้ใช้อำนาจในทางผิดๆตามอำเภอใจ อย่างศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ดีเอสไอ แต่ว่ารัฐบาลนี้กลับจะยุบองค์กรเหล่านี้ให้หมด ซึ่งแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนอยู่แล้ว

เพราะฉนั้น กฏหมายนี้ไม่มีทางเกิดในรัฐบาลนี้แน่นอน ถ้าจะเกิดได้ต้องรอรัฐบาลใหม่ ที่ไม่ใช่เป็นพรรคนี้ ส่วนพรรคคู่แข่งก็ไม่เคยเห็นเหมือนกันว่า ทำเพื่อประเทศชาติมากกว่ารัฐบาลปัจจุบันรึเปล่า

เมื่อคนมีอำนาจเป็นคนไม่ดี คนดีเป็นคนไม่มีอำนาจ คนในชาติก็ต้องตัวใครตัวมัน ทุกๆอารยธรรมก็มีวัฏจักร ขึ้นสูงสุดแล้วก็ต้องลงต่ำจนกระทั่งล่มสลายไป อารยธรรมไทยเราสูงสุดคงเป็นยุคสุโขทัย ยุคนี้บรรยากาศเหมือนกับใกล้ล่มสลายเต็มที

ผมทำนายว่า ถ้าราชวงศ์ชินวัตรปกครองประเทศต่อไปอีก ภายในสิบปีจะเกิดสงครามประชาชนครั้งใหญ่ หลังจากนั้นประชาชนก็จะแยกกันเป็นกลุ่มๆตั้งอาณาจักรปกครองกันเอง หรือถ้ามองในแง่ดี ก็จะเป็นแบบเกาหลีเหนือ เป็นลัทธิใหม่ที่ยังไม่มีใครตั้งชื่อ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 09 June 2013, 03:40:54 pm
Quoteวิธีที่สองคือรบไม่ชนะกรูขอเป็นพวกแมร่งเลย ใช้ประโยชน์จากอาเพทให้มันรู้แล้วรู้รอด วิธีนี้ไม่อยากนึกเลย


ผมถึงบอกไง ว่าผมจะยึดบอร์ด  แล้วทำมาหาแดก...   
รับเงินบริจาค
รับเงินโฆษณา
รับเงินใต้โต๊ะ เชียร์สินค้า...
อะไร แดกได้..   แดกให้หมด....

ใครกล้า เปิดโปง..  ผม ban เลย  คนแรกที่เป็นเป้าหมาย  user ชื่อ Pee   อิ อิ  :P
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 09 June 2013, 03:43:39 pm
Quote from: sw on 09  June  2013, 03:38:25 pm
ถ้าจัดการสอบสิทธิ์การเลือกตั้งได้ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีและได้ผล แต่ลองมาลำดับขั้นตอนดูว่าจะทำได้หรือไม่ ถ้าหากรัฐบาลนี้ปกครองประเทศอยู่ วิธีการได้สิทธิในการปกครองประเทศของรัฐบาลนี้ ต้องอาศัยคนที่ไม่มีความคิดอ่านจำนวนมากๆ เพื่อเป็นฐานเสียงมาเลือกตัวเอง ถ้าออกกฏหมายนี้ก็เท่ากับลดคะแนนเสียงตัวเอง เลือกคราวหน้า ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่

กฏหมายประเภทนี้ จะเกิดขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อมีรัฐที่มองประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งเราก็เคยได้กฏหมายแบบนี้มาก่อน เช่น ตั้งองค์กรที่จะทำหน้าที่คอยตรวจสอบผู้มีอำนาจไม่ให้ใช้อำนาจในทางผิดๆตามอำเภอใจ อย่างศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ดีเอสไอ แต่ว่ารัฐบาลนี้กลับจะยุบองค์กรเหล่านี้ให้หมด ซึ่งแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนอยู่แล้ว

เพราะฉนั้น กฏหมายนี้ไม่มีทางเกิดในรัฐบาลนี้แน่นอน ถ้าจะเกิดได้ต้องรอรัฐบาลใหม่ ที่ไม่ใช่เป็นพรรคนี้ ส่วนพรรคคู่แข่งก็ไม่เคยเห็นเหมือนกันว่า ทำเพื่อประเทศชาติมากกว่ารัฐบาลปัจจุบันรึเปล่า

เมื่อคนมีอำนาจเป็นคนไม่ดี คนดีเป็นคนไม่มีอำนาจ คนในชาติก็ต้องตัวใครตัวมัน ทุกๆอารยธรรมก็มีวัฏจักร ขึ้นสูงสุดแล้วก็ต้องลงต่ำจนกระทั่งล่มสลายไป อารยธรรมไทยเราสูงสุดคงเป็นยุคสุโขทัย ยุคนี้บรรยากาศเหมือนกับใกล้ล่มสลายเต็มที

ผมทำนายว่า ถ้าราชวงศ์ชินวัตรปกครองประเทศต่อไปอีก ภายในสิบปีจะเกิดสงครามประชาชนครั้งใหญ่ หลังจากนั้นประชาชนก็จะแยกกันเป็นกลุ่มๆตั้งอาณาจักรปกครองกันเอง หรือถ้ามองในแง่ดี ก็จะเป็นแบบเกาหลีเหนือ เป็นลัทธิใหม่ที่ยังไม่มีใครตั้งชื่อ


ผมเห็นด้วยครับ  ผมเองก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่า กฎหมายแบบนี้  จะผ่านมาได้อย่างไร ?
มันก็กลับมาที่ประชาชนน่ะครับ   ขาดสำนึก  ขาดความตื่นตัว...

ก็คงต้องปล่อยให้ล่ม... ครับ   
ผมก็คิดเหมือนกันว่า  ทักษิณ จะชนะ ครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: sw on 09 June 2013, 04:13:26 pm
เวลานี้ ราชวงศ์ชิน ยังไม่สามารถรวบอำนาจได้เบ็ดเสร็จ เพราะบิ๊กน้ำเมาไม่เอาทักษิณ

ประเทศเราและชีวิต 65 ล้านคน ขึ้นอยู่กับคนสามสี่คนเท่านั้นเอง บังเอิญยังโชคดีที่เขาเหล่านั้นยังไม่รวมเข้าเป็นพวกเดียวกัน

ถ้าสามสี่คนนี้เป็นคนดีทั้งหมด สังคมเราก็จะเป็นไปตามนั้น ที่น่ากลัวคือ คนดีบ้างไม่ดีบ้าง นี่นะสิ

Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: Hexaphonic on 09 June 2013, 06:18:47 pm
Quote from: pee on 08  June  2013, 08:02:12 pm
ผมไม่รู้ว่าเฮียเฮกรู้เบื้องลึกของการเมืองไทยแค่ใหน

แต่เท่าที่ผมรู้ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่คนที่ทำให้เกิดวิกฤติรอบนี้แน่ๆ
อย่างไรก็ดี เราอาจจะมองกันคนละมิติ ในเรื่องวิกฤติก็ได้
เฮียเฮกก็คงเหมือนเสียงส่วนใหญ่ทั้งหลาย มองว่ามันมาจากวิกฤติประชาธิปไตย
คือเรายังอยู่ใต้เผด็จการซ่อนรูป บ้านเมืองจึงไม่ก้าวหน้า ประชาชนไม่อยู่ดีกินดี
เมื่อไหร่ที่โค่นล้มปัจจัยเหล่านี้สำเร็จ เมืองไทยจะสดใสเป็นสวรรค์ของคนรากหญ้า

ตัวผมเอง เคยรับรู้อะไรเบื้องหลังมาบ้าง กลับไม่คิดเช่นนั้น
ผมคิดว่าวิกฤตประเทศไทยครั้งนี้ เป็นเรื่องของสำนึกทางสังคมอย่างเดียว
เมื่อปี 2537-8 ผมเคยนั่งในวงสนทนาเล็กๆ ของนักปราชญ์ระดับประเทศ
ผลสรุปของการสนทนานั้น มีสั้นๆ ง่ายๆ ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤติทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญที่สุด นับจากเสียกรุง

นักคิดคนหนึ่ง บ่นในวันนั้นว่า ประเทศเราจะมีความหวังอะไรเหลือล่ะ
ผมไปบรรยายให้ TDRI ฟังเรื่องเศรษฐกิจชนบท พวกนักเรียนนอกนั่น ถามผมว่าแห่นางแมวคืออะไร...ผมไม่รู้จะพูดต่อยังงัยเลย

ในช่วงที่ทักษิณแพ้เลือกตั้งสว. เชียงใหม่ เปลี่ยนมาสร้างพรรคไทยรักไทย
ผมนั่งทำงานกับทีมงานสร้างพรรคของเขา ได้รู้ได้เห็นสิ่งที่เป็นไปหลายอย่าง

ผมรู้ตั้งแต่ตอนนั้นว่า ถ้าเราได้คนๆ นี้มาเป็นนายก
ประเทศเราจบแน่นอน



ผมน่ะเป็นแค่คนตัวเล็กตัวน้อย เป็นเจ๊กห้องแถวต่างจังหวัด เดิมทีผมก็อยู่ในกะลาทำมาหากินไปวันๆ
แต่ผมอยากจะบอกว่า พวกพี่นั่นแหละ ที่ทำให้ผมอยากรู้อยากเห็นเรื่องอะไรๆอย่างนี้
ซึ่งผมต้องขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

แล้วที่พี่คิดว่า ความคิดของผมเหมือนพวกมากลากไปทั้งหลาย
ผมอยากจะเปรียบเทียบความคิดอันนี้ของพี่และชนชั้นอีลีททั้งหลายว่า
ไอ้บรรดาพวกมากลากไปอย่างกระผม...มันเหมืือนกับตัวละครหนึ่งในรามเกียรติ์ นั่นก็คือ


นนทก (กับความเหิมเกริมของมัน!)


และนี่แหละครับ...คือต้นรากขนบความคิดของสังคมไทยที่ผมเห็นในตอนนี้
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 09 June 2013, 07:54:24 pm
Quote from: sw on 09  June  2013, 04:13:26 pm
เวลานี้ ราชวงศ์ชิน ยังไม่สามารถรวบอำนาจได้เบ็ดเสร็จ เพราะบิ๊กน้ำเมาไม่เอาทักษิณ
ประเทศเราและชีวิต 65 ล้านคน ขึ้นอยู่กับคนสามสี่คนเท่านั้นเอง บังเอิญยังโชคดีที่เขาเหล่านั้นยังไม่รวมเข้าเป็นพวกเดียวกัน
ถ้าสามสี่คนนี้เป็นคนดีทั้งหมด สังคมเราก็จะเป็นไปตามนั้น ที่น่ากลัวคือ คนดีบ้างไม่ดีบ้าง นี่นะสิ

ผมไม่คิดว่า ในส่วนของนักธุรกิจ  จะมีใครกล้ามาเปิดหน้าชกกับ ทักษิณครับ
อาจจะกลัวอยู่ลึกๆในใจ ว่าจะโดนฮุบกิจการหมดในอนาคต    แต่ก็เสี่ยงเกินไปที่จะออกมาชนครับ
และ..  พวกนี้ ไม่มีอำนาจอะไรในมือจะมายับยั้งทักษิณได้

ตอนนี้  ด่านสุดท้ายคือ กองทัพ ครับ
ที่เขากลัวๆกัน  ก็คือ  กลัวรัฐประหาร
ไม่งั้นละก็   ศาลทั้งหลาย ป่านนี้เละไปนานแล้ว
พวกประชาชน ก็ไม่ใช่ปัญหา..   ไล่ตีแป๊ปเดียวก็แตกพ่ายแล้ว..
ดูแต่ล่าสุด ที่ลำพูน  ก็เห็นกันชัดเจน...

หาก ทักษิณ ยึดกองทัพได้เมื่อไร  เมื่อนั้น เขาสถาปนา  อำนาจเผด็จการเต็มรูปแบบทันทีครับ
ผมเอง ก็ดูๆอยู่..  มันทำได้เมื่อไร  ผมปิดบอร์ด เมื่อนั้น..   :)
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: poj on 09 June 2013, 07:59:03 pm
Quote from: Hexaphonic on 09  June  2013, 06:18:47 pm
และนี่แหละครับ...คือต้นรากขนบความคิดของสังคมไทยที่ผมเห็นในตอนนี้

ผมคิดว่า เราเห็นต่างกันครับ
ผมไม่ห่วง ชนชั้น elite  หรืออะไรเลย   เพราะกลุ่มนี้ ไม่ได้มีอำนาจอะไรนักหนา
นักการเมืองต่างหาก ที่น่ากลัวที่สุด   เพราะมีอำนาจในมือ

ยิ่ง เขาแทงม้ากันว่า  เลือกกี่ครั้ง  ทักษิณจะชนะทุกครั้ง  เราจึงได้เห็นการสถาปนาอำนาจมาเฟียขึ้นมาไงครับ
ให้รางวัลจริง  ลงโทษจริง  เหมือนฝึกหมา....
ตอนนี้ หมาทุกตัว จึงสวามิภักด์กับทักษิณ เป็นส่วนใหญ่แล้ว....

สุดท้ายคือ...  ไม่ว่าจะนักการเมือง หรือ อำนาจพิเศษ 
จะแพ้แก่  ระบบประชาธิปไตยที่โปร่งใส  ตรวจสอบได้  และ  ทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎหมาย...

แต่ตอนนี้ ปัญหาคือ  การล้มกฎหมาย   การทำลายระบบตรวจสอบ และ การถ่วงดุลอำนาจทุกอย่างลงไป
นั่นละครับ  ปัญหา
ไม่ใช่ ชนชั้น elite ครับ
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: phokha on 09 June 2013, 10:56:33 pm
ผมเห็นด้วยกับแนวคิด สอบใบอนุญาติลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ของพี่พจน์นะครับ
ผมขอข้ามช็อตนิดนึง
สมมุติว่าให้กฎหมายนี้ผ่านแล้วด้วย
สมมุติว่า เราจะเตรียมสอบกันแล้ว

แล้วทำยังไงต่อดีครับ สอบตำรวจ สอบบรรจุครูตอนนี้ยังทุจริตกันอยู่เลย แฮ่ๆ

(ปาดหน้าผ่ากลางวง แล้วเลี้ยวเข้าซอย หนีไปก่อนนะครับพี่ๆ ฟริ้วสสสส์...)
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: pee on 09 June 2013, 11:14:09 pm
Quote from: poj on 09  June  2013, 03:40:54 pm
Quoteวิธีที่สองคือรบไม่ชนะกรูขอเป็นพวกแมร่งเลย ใช้ประโยชน์จากอาเพทให้มันรู้แล้วรู้รอด วิธีนี้ไม่อยากนึกเลย


ผมถึงบอกไง ว่าผมจะยึดบอร์ด  แล้วทำมาหาแดก...   
รับเงินบริจาค
รับเงินโฆษณา
รับเงินใต้โต๊ะ เชียร์สินค้า...
อะไร แดกได้..   แดกให้หมด....

ใครกล้า เปิดโปง..  ผม ban เลย  คนแรกที่เป็นเป้าหมาย  user ชื่อ Pee
   อิ อิ  :P



อ้าว..เฮ้ย !!!!!!!
Title: Re: อาเพศครั้งใหญ่
Post by: pee on 09 June 2013, 11:18:02 pm
Quote from: phokha on 09  June  2013, 10:56:33 pm
ผมเห็นด้วยกับแนวคิด สอบใบอนุญาติลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ของพี่พจน์นะครับ
ผมขอข้ามช็อตนิดนึง
สมมุติว่าให้กฎหมายนี้ผ่านแล้วด้วย
สมมุติว่า เราจะเตรียมสอบกันแล้ว

แล้วทำยังไงต่อดีครับ สอบตำรวจ สอบบรรจุครูตอนนี้ยังทุจริตกันอยู่เลย แฮ่ๆ

(ปาดหน้าผ่ากลางวง แล้วเลี้ยวเข้าซอย หนีไปก่อนนะครับพี่