Thai Audio/Video Club

คุยกันฉันท์เพื่อน => สนทนาประสา Hi-Fi => Topic started by: poj on 16 March 2013, 05:37:11 pm

Title: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 16 March 2013, 05:37:11 pm
กระทู้นี้ ให้สมาชิกเสนอ เครื่องเสียง ที่มีความสำคัญต่อวงการเครื่องเสียง ทั้งในอดีต และ ปัจจุบัน ครับ

เสนอกันได้โดยอิสระ    และ คนที่จะคัดค้านว่า มันไม่ได้ classic หรือ พลิกวงการจริง  ก็ค้านได้โดยอิสระครับ  :)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 16 March 2013, 05:48:51 pm
Dahlquist DQ-10
ลำโพงคู่แรก ที่ออกแบบด้วยหลักการ Phased Array

(http://dahlquistspeakers.com/DQ-10%20Pic%20Angle%20shot.jpg)

(http://www.vintagehificlub.com/wp-content/uploads/2013/02/dahlquist-dq10a-frontansicht_226546-550x513.jpg)

Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 16 March 2013, 06:07:50 pm
มี DQ10 แล้ว ไม่มีพี่ใหญ่ตัวนี้คงจะไม่ได้

(http://usr.audioasylum.com/images/4/49339/esl57neu.jpg)

ESL ที่ผลิตเป็นการค้าตัวแรก ทดลองจำหน่ายตั้งแต่ 1955 แต่มาได้รับการยอมรับและมีสถานะภาพมั่นคงในปี 1957
สร้างตามแนวคิดของ Edward W. Kellogg แห่ง General Electric (U.S. Patent 1,983,377 - 1934)
http://www.google.com/patents?id=uW15AAAAEBAJ&printsec=abstract&zoom=4#v=onepage&q&f=false

เป็นลำโพงที่ผลิตเสียงแบบไร้สีสรรค์ แต่ไม่สามารถถ่ายทอดความถี่ได้ครบทุกย่าน
จึงเหมาะกับดนตรีบางประเภทเท่านั้น

มีจุดอ่อนในการใช้งานมากมาย แต่ก็ยังเป็นที่นิยมแม้จะผ่านมาแล้วร่วม 60 ปี
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 16 March 2013, 06:15:11 pm
Roger LS 3/5
ลำโพงขนาดเล็กในตำนาน

(http://www.hifiengine.com/files/images/759_item_pict_big_ls3-5a_b.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: trens on 17 March 2013, 03:18:43 am
ขอเสนอผู้พลิกวงการในอนาคตอันใกล้

ICEpower โดย B&O
(http://www.icepower.bang-olufsen.com/images/history/250asx2s_h200.jpg)

มีลิ้งค์มาฝากด้วยครับ
http://www.icepower.bang-olufsen.com/
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: nutsaint on 17 March 2013, 07:30:19 am
เจ็บ แต่จริง

(http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/3/35/Ipod_1G.png)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Witti on 17 March 2013, 07:47:24 am
(http://www.cameraeyes.net/forum/index.php?action=dlattach;topic=2987.0;attach=12168;image)

จะไม่พูดถึง หลอดสุญญากาศ ได้อย่างไร  B)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 17 March 2013, 08:07:16 am
เมื่อยกเทคโนโลยี่เข้ามา
ก็ต้องไม่พลาดยี่ห้อนี้

(http://www.whistleout.com.au/blog/wp-content/uploads/2012/04/Dolby-Digital-Logo1.jpg)



กับสิ่งนี้ ที่เปลี่ยนพฤติกรรมคนทั้งโลก

(http://farm5.static.flickr.com/4113/5179369888_8394a1297b_o.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 17 March 2013, 01:42:52 pm
NAD  3020
ทำให้ NAD เกิดมาได้ ก็เพราะรุ่นนี้แหละ

(http://asset2.cbsistatic.com/cnwk.1d/i/tim/2011/07/15/NAD_610x311.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: jtr on 17 March 2013, 06:30:33 pm
เด็กต่างจังหวัด
ได้ฟังเพลงครั้งแรก
ก็เครื่องยี่ห้อนี่เลยครับ
ที่พลิกวงการ จากยิงนกตกปลา
หันมาหาเพลงฟังประกอบการยิงนกตกปลาไปด้วย
อ้าววว ซะงั้น นิ่งๆริงมายเบล
(http://www.thaigramophone.com/wboard_images/1411255521094-1_original.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 17 March 2013, 07:50:37 pm
Quote from: jtr on 17  March  2013, 06:30:33 pm
เด็กต่างจังหวัด
ได้ฟังเพลงครั้งแรก
ก็เครื่องยี่ห้อนี่เลยครับ
ที่พลิกวงการ จากยิงนกตกปลา
หันมาหาเพลงฟังประกอบการยิงนกตกปลาไปด้วย
อ้าววว ซะงั้น นิ่งๆริงมายเบล
(http://www.thaigramophone.com/wboard_images/1411255521094-1_original.jpg)



ตรูว่าแร้ว...ต้องมีคนยกยี่ห้อนี้มา

:supergrin: :rof: :dribble:

:whistling:

สารภาพครับ
ผมไม่เคยฟังยี่ห้อนี้ รวมทั้งโซนี่คนผู้ชายวิ่งด้วย
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 17 March 2013, 07:56:01 pm
Bose 301
สมัยวัยรุ่น  เพิ่งสนใจเรื่องเครื่องเสียงแรกๆ  นี่เป็นลำโพงที่ผมอยากได้มากที่สุด     ตื่นเต้นกับโฆษณา  direct/reflecting มาก  (เด็ก.. หนอเด็ก)     มันน่าจะเป็นลำโพงที่ขายได้ดีมากๆเป็นลำดับต้นในยุคสมัยของมัน

(http://reconingspeakers.com/wp-content/uploads/2011/09/BOSE%20301%20DSCN4195%20(14).JPG)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 17 March 2013, 08:02:50 pm
ทุกวันนี้ ลำโพงเกินหมื่นเหรียญไม่รู้กี่ตัว
ก็ลอกเลียนแนวคิด direct/reflecting 

เพียงแต่ไม่ประกาศออกมา


:clown:

Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 18 March 2013, 02:17:16 am
Wilson Watt/Puppy
ต้นแบบ ที่มีผู้ผลิตลำโพง เดินตามรอย กันอย่างมากมาย

(http://www.soundstage.com/revequip/wilson_wp8/history.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 18 March 2013, 02:32:21 am
Mark Levinson
LNP-2  ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรก  ที่เริ่มต้นนิยามของคำว่า Hi-end  ?
ทำเต็มที่   ส่วนราคาขายจะเป็นเท่าไร  ฉันไม่สน ?

กล่องข้างๆ เป็น power supply    มีช่วงหนึ่ง ที่ทุกคนจะแยกกล่อง power supply ออกมาข้างนอกแบบนี้

(http://audio-database.com/MARK%20LEVINSON/amp/lnp-2l.JPG)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 18 March 2013, 02:53:33 am
Infinity  IRS
ต้นแบบของลำโพง 4 unit  แยกตู้เบส ออกจากเสียงกลาง และ แหลม 
ลำโพงในฝันของคนในยุคนั้น

(http://www.pstracks.com/wp-content/uploads/2012/06/InfinityIRS.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Melody on 18 March 2013, 04:15:51 am
คุณพจน์พอยกอะไรขึ้นมา ถ้าไม่เป็นการรบกวนกรุณาอธิบายประกอบอย่างที่ทำทุกครั้งเลยได้ไหมครับ ผมอยากรู้เรื่องพวกนี้มาก   เพราะตัวผมเองเพิ่งเริ่มเล่นเครื่องเสียงมาได้แค่ประมาณปีกว่าๆแต่ก็ดันเลิกเล่นแล้ว (ได้เสียงที่ดีที่สุดที่หูชอบตอนนี้แล้ว-อนาคตถ้าเจอเพลงที่มันเล่นไม่ได้ค่อยว่ากันใหม่) แต่ก็ยังสนใจและอยากรู้ทุกอย่างอยู่เหมือนตอนเริ่มเล่นใหม่ๆ เช่น ทำไม Nad 3020 ถึงถูกใจตลาด อย่างนี้เป็นต้น..ช่วยเด็กหลังห้องสักคนนะครับ   :help:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: sw on 18 March 2013, 04:27:46 am
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Etc/ARconcert1_zpsca4bee73.jpg)

(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Etc/ARconcert2_zps65873953.jpg)

(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Etc/ARconcert3_zps0dd4e508.jpg)

AR3 โดย Edgar Villchur ต้นแบบของเทคโนโลยีลำโพงตู้ปิด ที่ยังใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 18 March 2013, 04:32:05 am
ใช่ๆ  AR3  ก็เป็นตัวหนีึ่งที่เด่นมากครับ 

สำหรับ NAD 3020   เป็นแอมป์ราคาประหยัดครับ  ที่โดดเด่นในด้านคุณภาพ  และ  ทำตลาดโดยเน้นคุณภาพเสียง  ไม่เน้นหน้าตา   ก็เลยมีหน้าตาเรียบๆอย่างที่เห็น  (แอมป์สมัยโน้น จะชอบให้หน้าตามีสีสัน มีลูกเล่นเยอะๆ  หรือใช้วัสดุไฮโซ แต่ NAD ฉีกออกมาเลย)   ด้วยความที่ ราคาประหยัด คุณภาพเสียงเกินราคา  และ รีวิวที่ออกมาเป็น +  โดดเด่นเหนือคู่แข่ง  จึงทำให้ มันเป็น แอมป์ที่เป็นขวัญใจของมือใหม่ ทุกๆคน ในยุคนั้นครับ

(แต่ผมเอง  ตอนไปลอง  ผมไม่ได้เลือก NAD  แต่ผมไปซื้อ Arcam แทน   เพราะผมคิดว่า NAD  ติด dark เกินไปสำหรับผม)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 18 March 2013, 04:35:07 am
3020 นี่ ผมบอกได้
ราวๆ ครึ่งปีที่มันเข้ามาขาย พ่อผมก็ให้เงินผมก้อนนึง บอกว่าอยากได้เครื่องเสียง
ไปจัดมา

ผมก็ไปที่โคไนส์ ข้างโรงแรมอินทรา เจอพี่ชายนั่งอยู่ก่อนแล้ว
แล้วก็บอกว่า กูเลือกได้แล้ว NAD 1 ชุด มี 3020 มีจูนเนอร์ แล้วก็เทป
ลำโพงเป็น AR 38s

ผมฟังชุดนี้สัก 15 ปีเห็นจะได้ แต่ไม่ต่อเนื่องเพราะพอเรียนศิลปะก็ใจแตก
ไม่สนใจเพลงแบบที่เคยชอบ ต้องโดสแรงกว่านั้น แล้วยังไม่ค่อยกลับบ้าน ก็เลยไม่มีเวลาฟังเพลง

ถามว่าคุณภาพเป็นอย่างไร ผมบอกได้ว่า เป็นอุปทานล้วนๆ มันไม่ถึงกับห่วยหรอก
แต่มันไม่ได้ดีขนาดเป็นตำนาน เป็นแอมป์ที่เสียงกระด้าง ค่อนข้างดุด้วยซ้ำ ฟังดังไม่ได้ฟังค่อยก็ไม่ได้
ฟังร๊อคก็ไม่ดี ฟังคลาสสิคก็ไม่ไหว .....สรุปว่า ไม่ได้เหนือกว่าแอมป์ญี่ปุ่นในยุคนั้นเลย

ที่ห่วยกว่าแอมป์ คือเทป NAD นึกงัยไม่รู้ ตัดถาดรองรับตลับเทปทิ้งไป
เวลาเล่น ต้องเอาเทปยัดเข้าไปดื้อๆ เวลาเลิกก็งัดออกมาตรงๆ เป็นการออกแบบที่บัดซบสุดจะเปรียบปาน
เพราะไม่นาน การงัดเข้างัดออก ก็ทำให้แกนเทปเบี้ยว มันก็เลยกินเทป ส่งซ่อมก็ซ่อมไม่ได้....เฮ้อ

ส่วนวิทยุนั่น ธานินทร์ดีกว่าครับ (นี่ขนาดไม่เคยใช้นะ อาศัยฟังตามบ้านเพื่อน) รับคลื่นได้นิ่งกว่า
วิทยุ NAD มีปุ่มไฟให้ 3 เม็ด ถ้าสัญญานดีดวงกลางจะเป็นสีเขียว ฟังมาถึงวันนี้ ยังไม่มีหนใหนที่สัญญานเขียวเต็มดวงกลาง
ผมเพิ่งรู้ว่ามันห่วยโคตรขนาดใหน ก็ตอนที่ใช้ Quad FM3 ฟังวิทยุชุมชน 101.75
คลื่นเพลงไทยเก่าๆ ที่เคยดีตอนเปิดสถานนีใหม่ๆ เพราะได้ยินเสียงสุเทพถอนหายใจในเพลงหรีดรัก  :ahha:

http://www.youtube.com/watch?v=_odosEoDXu0

NAD คือการหลอกลวงด้วยสื่อครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เครื่องเสียงสมัยใหม่
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Melody on 18 March 2013, 05:01:52 am
งั้นถามต่อ Nad 3020 หรือ The Absolute Sound หรือหูคนฟังสมัยนั้น ใครสตรอเบอรี่ครับ (ถ้าเป็นจรรยาบรรณคนมีร้านขายเครื่องเสียง คนพจน์ไม่ต้องตอบก็ได้) เพราะ the ab แม้เขียนตอนแรก "NAD 3020 อาจจะไม่ได้มีพลังมากมายก่ายกอง หรือให้เสียงระดับที่ทำให้พวกเราคนรักเครื่องเสียงต้องตื่นตระหนกตกใจขนาดหนักเหมือนเครื่องไฮ-เอ็นด์ อื่นๆ" แต่ตอนหลัง "มันได้สร้างนักเล่น นักฟัง ระดับออดิโอฟายล์มาประดับวงการนับแสนๆคนทั่วโลก และแม้มันจะไม่ใช่แอมป์ที่ให้รายละเอียดได้ดีเลิศ หรือให้เสียงแหลมใสพิสุทธิ์ แต่เสียงดนตรีที่มีออกมาจาก 3020 นั้น เต็มไปด้วยความอบอุ่น นุ่มนวล เชื้อชวน ไร้ซึ่งความหยาบกร้านแห้งผากของเครื่องระดับMass ในยุคสมัยเดียวกัน" คำชื่นชมลักษณะนี้มันทำให้หลายคนเข้าใจไปเป็นอื่นได้ยาก นอกจาก..หลุดมากรูต้องช้อนไว้ (เห็นปล่อยแล้วตามเก็บกันใหญ่ในเว็บหนุ่ม)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Melody on 18 March 2013, 05:06:39 am
คุณพจน์ครับ แล้วการที่ Mark Levinson ทุ่มงบไม่อั้นเพื่อวิจัยและพัฒนา ทำให้มันกลายเป็นสินค้า Hi-End ที่ Hi-Fi ได้จริงไหมครับ คุณพจน์เคยฟังยี่ห้อนี้มาบ้างไหม
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 18 March 2013, 05:26:58 am
ผมไม่รู้ว่าแอ๊ปซะหลุดเขาฟัง 3020 มากี่ชั่วโมง แต่ผมฟังมาเกินพันชั่วโมงแน่ๆ
ฟังตั้งแต่หมอรำยันโอเปร่า ก่อนฟังชุดนี้ ก็ฟังเทคนิคคลาส Aa อยู่ปีกว่า

ที่บรรยายมานั่น เอาไปแปะเครื่องยี่ห้อใหนก็ได้ครับ เพราะมันเป็นคำยกย่องที่เลื่อนลอยมาก
สมที่คำไทยบอกว่า หวานเป็นลม ขมเป็นยา มันไม่ได้บอกความจริงเลย

ภาคปรีของ 3020 นั้น ดีกว่าภาคแอมป์ เรียกว่าภาคแอมป์เป็นของแถมก็ได้
นี่เป็นเทคนิคขายสินค้าที่ยอดเยี่ยม เพราะมีลูกค้าเป็นอันมากที่อัพเกรดโดยซื้อเพาเวอร์มาพ่วง
แล้วก็พบว่า มันให้เสียงที่ดีขึ้นมาก โดยลืมไปว่า เอาราคา 3020 บวกกับเพาเวอร์ตัวใหม่
ซื้ออินตริเกรทดีๆ ได้สบายๆ

ที่จริงจะทดสอบในวันนี้ก็ย่อมได้ เอาพวกที่ผลิตราวๆ 1975-80 มากัดกัน แป๊ปเดียวก็จบข่าว

(http://audio-database.com/PIONEER-EXCLUSIVE/amp/a-500.JPG)
(http://www.hifiengine.com/images/model_add/nad_3020_integrated_amplifier.jpg)
(http://audio-database.com/DENON-COLUMBIA/amp/pma-501.JPG)
(http://audio-database.com/MARANTZ/amp/pm-4-e.html)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Karin Preeda on 18 March 2013, 05:31:33 am
Williamson Poweramp
ถือเป็น design ที่มีพัฒนาการด้านวิศวกรรมที่ล้ำหน้ามากในยุค 1940's เป็นต้นแบบของแอมป์หลอดในยุคถัดๆมา จะเรียกว่าเป็นบิดาของแอมป์หลอดยุคใหม่ก็ได้ครับ

ขอยืมรูปกับ Link บทความจาก web เพื่อนบ้านครับ
(http://www.stereophile.com/hifinews2006/WILLIAMSON.jpg)

http://www.thaidiyaudio.net/index.php/topic,5532.0.html (http://www.thaidiyaudio.net/index.php/topic,5532.0.html)

Acrosound Untra-linear design
Ultralinear output transformer เป็นการต่ยอดจาก Williamson อีกทีนึงครับ ผลลัพธ์ของมันคือทำให้หลอด output ทำงานอยู่ตรงกลางระหว่าง triode (ความเพียนต่ำ แต่ gain ก็ต่ำด้วย) กับ pentode (ความเพี้ยนสูง แต่ก็ให้ gain สูง) แอมป์หลอดในยุคปัจจุบั้นนี้ถ้าเห็นหลอด EL84/6V6/6L6/EL34/KT88 เป็นหลอด output ก็เชื่อขนมกินได้เลยว่า 80-90% ของแอมป์พวกนี้ใช้ภาค output แบบ Ultra-Linear ครับ

รุป Acrosound UL II

(http://xa.yimg.com/kq/groups/21236292/homepage/name/homepage.jpg?type=sn)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Melody on 18 March 2013, 05:34:59 am
ไม่น่าเชื่อว่าเซียนเครื่องเสียงเว็บนี้จะมีคุณพจน์กับพี่พีแค่สองคนที่เคยฟัง 3020 มือใหม่อย่างผมกำลังดูถูกพวกท่านอยู่นะ รู้ไหมครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Krairerk on 18 March 2013, 05:38:16 am
Quote from: Melody on 18  March  2013, 05:34:59 am
ไม่น่าเชื่อว่าเซียนเครื่องเสียงเว็บนี้จะมีคุณพจน์กับพี่พีแค่สองคนที่เคยฟัง 3020 มือใหม่อย่างผมกำลังดูถูกพวกท่านอยู่นะ รู้ไหมครับ


ขอโทษนะครับ
จะโพสอะไร กรุณาสำรวมนิดนะครับ 

ขอร้อง 
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Melody on 18 March 2013, 05:42:08 am
ถ้าอย่างนั้นขออภัยที่ผมอยากรู้มากเกินไปจนไม่สำรวม ขอโทษครับ ผมจะระวังไม่ใช้คำพูดลักษณะนี้อีกแล้ว
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 18 March 2013, 05:46:52 am
ขอแก้ไขด้วยว่า ผมไม่ใช่เซียนเครื่องเสียง
ผมไม่ได้มีประสบการณ์อะไรมากมายขนาดนั้น
บอกได้แต่สิ่งที่เคยผ่านหูเท่านั้นครับ

Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: sw on 18 March 2013, 05:47:45 am
แต่ก่อนเคยใช้ UNISON SR1 ซื้อมามือสอง 35000 ต่อมาเอาแอมป์หลอดไทยสั่งทำราคา 18000 มาใช้สลับกันไปมาอยู่เดือนนึง สรุปชัดเจนว่าของไทยดีกว่า ก็ขายของอิตาลีไป เมื่อปีก่อนน้องที่ตจว.ฝากมาขาย NAD 3020 กะว่าจะขาย 4-5000 ผมก็เอามาเล่นลองดูก่อน พอดีได้ AR3a มา ผมก็ใช้แอมป์สองตัวนี้ สลับกันไปมา แอมป์หลอดไทยมีรูปวงกว้างใหญ่และลึก ชิ้นดนตรีห่างกันมากกว่าเล็กน้อย อย่างอื่นพอๆกัน ตอนนี้ผมใช้แต่ 3020 เพราะว่าเปิดได้ทั้งวัน 12 ชม. ไม่ร้อน ไม่ต้องอุ่นเครื่อง ไปกินข้าว ไปซื้อของ ก็ไม่ต้องปิด ถ้าจะซื้อแอมป์ในราคาไม่ถึงหมื่น ผมว่าตัวนี้คุ้มมาก ดีกว่า UNISON SR1 ตอนนี้ไม่กล้าเปลี่ยนแอมป์ เพราะคิดว่าถ้าจ่ายไม่ถึง 50000 อาจจะไม่ได้ดีขึ้น ที่มันมีชื่อเสียงมากตอนนั้นเพราะว่ามันให้คุณภาพเท่ากับแอมป์อื่นที่แพงกว่าสองสามเท่า

พออ่านความเห็นพี่พีแล้วผมก็อยากหาแอมป์ยุค 70-80 มาฟังเทียบดู รบกวนพี่พีช่วยแนะนำรุ่นให้หน่อยครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Melody on 18 March 2013, 05:48:37 am
เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำสอง กระทู้นี้ผมขอตามอ่านอย่างเดียวละกัน ถ้าใครพอจะเล่าอะไรเป็นวิทยาทานได้ก็ขอขอบคุณล่วงหน้าอย่างสูง...ขออภัยจริงๆ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 18 March 2013, 06:04:34 am
Quote from: Melody on 18  March  2013, 05:48:37 am
เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำสอง กระทู้นี้ผมขอตามอ่านอย่างเดียวละกัน ถ้าใครพอจะเล่าอะไรเป็นวิทยาทานได้ก็ขอขอบคุณล่วงหน้าอย่างสูง...ขออภัยจริงๆ


ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกครับ
คุณหมอแกเตือนด้วยความหวังดีปนสงสัย คือที่นี่สมาชิกค่อนข้างคอเดียวกัน
มีเมโลดี้มาเป็นลูกขัด ก็อาจจะรู้สึกแปร่งๆ ไปหน่อย

แต่ระวังไว้ก็ดีครับ

สำหรับเฮียหวัง  3020 อายุมากแล้ว อย่าเปิดทิ้งไว้เด็ดขาดครับ
ไฟไหม้ได้ทุกเมื่อ เพราะการเชื่อมต่อแต่ละจุดเริ่มเสื่อม และเคลือบที่หม้อแปลงก็เริ่มไปด้วย

แอมป์ญี่ปุ่นหรือยุโรป ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป คือผลิตก่อน 1980
กำลัง 40-50 วัตต์ ราคาแรกจำหน่าย 5-6 พันบาท ล้วนแต่น่าสนใจทั้งนั้นครับ
เป็นกลุ่มเป้าหมายเดียวกันกับ 3020 ครองตลาดส่วนใหญ่ในยุคนั้น

อีกเหตุหนึ่งที่ทำให้มันติดลม อาจจะเป็นเพราะการจับคู่กับ AR ซึ่งเป็นลำโพงที่ดีมาก
แอมป์อื่นเอามาขับ AR ผมว่าให้ผลไกล้ดีเคียงกัน อาจจะต่างแนวเสียงเท่านั้น
ต้องให้คุณนรินทร์มาเล่าว่า B&O ของแก เสียงเป็นอย่างไร

อ้อ เคยฟัง creek 4040 ของคุณหมอ ก็เหยียบ 3020 แบนแต๊ดแต๋เหมือนกัน
แต่ไม่รู้ว่าราคาในสมัยนั้นแพงกว่ามากใหม

ที่จริงแมกซีนเมกานี่ เห็นๆ อยู่ว่าไบแอส ของดีมีแต่ใน US เท่านั้น
พอเปลี่ยนเจ้าของ ........โหย มีแต่ซุปเปอร์ไฮเอนด์ยุโรปซะงั้น
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Jibjoy on 18 March 2013, 06:11:11 am
Quote from: Melody on 18  March  2013, 05:48:37 am
เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำสอง กระทู้นี้ผมขอตามอ่านอย่างเดียวละกัน ถ้าใครพอจะเล่าอะไรเป็นวิทยาทานได้ก็ขอขอบคุณล่วงหน้าอย่างสูง...ขออภัยจริงๆ


3020  มันเป็นแอมยุคปี70 กว่าผมจะรู้จักเครื่องเสียงก็ปี95 ไปแล้ว ปี95นั้นมีอินทีเกรตเสียงกว่า3020เยอะเลย ยอมรับเกิดไม่ทันครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: sw on 18 March 2013, 06:13:00 am
ขอบคุณครับพี่ จะลองหามาแอมป์ยุค 75-80 มาลองเล่นดู
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: sw on 18 March 2013, 06:15:32 am
(http://i1108.photobucket.com/albums/h402/wang22/Etc/Sony-Walkman_zps1dad7448.jpg)

สิ่งที่ไม่น่าทำที่สุดตั้งแต่เริ่มเล่นเครื่องเสียงก็คือซื้อเจ้าตัวนี้แหละ ยังใช้เงินพ่อแม่พี่น้องที่ช่วยกันเจียดคนละนิดมาส่งเรียนหนังสือ ด้วยความเป็นออฟายตั้งแต่เด็กม.ต้น ถึงกับเก็บเงินซื้อมันได้ พร้อมด้วยความอยากกระตึ้บของคนที่ส่งเสีย

ที่เสียดายที่สุดคือไม่รู้เอาไปทิ้งที่ไหนซะแล้ว The First Walkman by SONY
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 18 March 2013, 06:26:52 am
Quote from: sw on 18  March  2013, 06:13:00 am
ขอบคุณครับพี่ จะลองหามาแอมป์ยุค 75-80 มาลองเล่นดู


เออ ท่านปู่ภีษมะมีเทคนิคตัวเจ๋งนี่นา

(http://audio-database.com/TechnicsPanasonic/amp/su-v8x.JPG)

ซาเป๊กดูเหมือนขี่ 3020 ไปพอดู แสนเย็นในวันนั้นน่าจะราวหมื่นเศษ เพราะเงินเย็นมาแข็งเอา 1985
แต่มาดูราคาวันนี้ กลับกลายเป็นไกล้กันซะฉิบ...สรุปว่า น่าซื้อกว่าแยะ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Hexaphonic on 18 March 2013, 06:31:13 am
ผมว่าพวกนักวิจารณ์กะพ่อค้านี่แหล่ะที่มีส่วนทำให้เครื่องเสียง"บางตัว"เขยิบขึ้นชั้นไปเป็นระดับ State Of The Art

ทีนี้จะรู้ได้ไงครับว่า...มีของใหม่ตัวไหนบ้างในตอนนี้ ที่จะเป็นตำนานในอนาคต? แบบว่าถามไว้เผื่อโลกยังไม่แตกน่ะครับ

Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Krairerk on 18 March 2013, 06:32:33 am
ผมชอบแอมป์ตัวนี้ครับ  ผมว่าเสียงมันดีมากๆ โดยเฉพาะเวลาขับกับลำโพงเล็กๆอย่าง totem mite

ถ้ามีโอกาสได้เจอสภาพดีๆ ก็ว่าจะซื้อเก็บไว้สักตัวนึง   มีแถมภาพโฟโน MM , MC มาด้วยเสร็จสรรพ

(http://www.avx.hu/forum/uploads/monthly_08_2011/post-21490-055625800%201312198309.jpg)

ซีรีย์เดียวกันของยี่ห้อนี้  ที่เป็นซีดีหลอดก็เสียงดีครับ แต่อ่านแผ่นช้า
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 18 March 2013, 06:35:41 am
ราวๆ 2510-11

พี่ชายผมทำงานมีเงินเดือนมากพอที่จะซื้อของเล่นผู้ชายได้

สิ่งแรกคือ แกซื้อวิทยุโซนี่ตัวขนาดวอล์คแมนนี่แหละ
มันน่าทึ่งมาก เพราะที่บ้านเคยมีวิทยุกรุนดิกใช้หลอด (สมัยนั้นเมืองไทยใช้ไฟ110)
ได้มาจากใหนก็ไม่รู้ แต่เสียไปนานแล้ว แล้วก็ระบบไฟเปลี่ยน ทั้งทรานซิสเตอร์ก็เข้ามาแทน
ก็ได้แต่ฟังวิทยุที่ห่วยลงพอแก้ขัด ซึ่งก็แพ้กรุนดิกแยะ

เจ้าโซนี่ตัวน้อยนี่ ตีกรุนดิกกระจุย เสียงดังฟังชัด เดินถือฟังได้ เอาไปวางข้างๆ กะละมังซักผ้าหรือในครัวก็ได้
แม้แต่ฟังในรถยังได้เลย (สมัยนั้นไม่มีวิทยุติดรถยนตร์ด้วยแหละ)

เทียบกับระบบส่งเสียงตามสายที่ข้างบ้านมี โหย ฟังดีกว่าแยะ ไม่มีเสียงรบกวนวิ๊งๆๆๆๆๆ ให้รำคาญ
คิดไปแล้ว ญี่ปุ่นก็สร้างความ "พลิกวงการ" หลายหนเหมือนกันแฮะ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 18 March 2013, 06:37:21 am
Quote from: Krairerk on 18  March  2013, 06:32:33 am
ผมชอบแอมป์ตัวนี้ครับ  ผมว่าเสียงมันดีมากๆ โดยเฉพาะเวลาขับกับลำโพงเล็กๆอย่าง totem mite

ถ้ามีโอกาสได้เจอสภาพดีๆ ก็ว่าจะซื้อเก็บไว้สักตัวนึง   มีแถมภาพโฟโน MM , MC มาด้วยเสร็จสรรพ

(http://www.avx.hu/forum/uploads/monthly_08_2011/post-21490-055625800%201312198309.jpg)

ซีรีย์เดียวกันของยี่ห้อนี้  ที่เป็นซีดีหลอดก็เสียงดีครับ แต่อ่านแผ่นช้า


ให้ตาแจ๊คสั่งพอดีไว้สิครับ แต่อย่าให้เจ้าป๊อกรู้นะ มันตัดหน้าเฮียหมอแน่นวล
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Krairerk on 18 March 2013, 06:49:31 am
เปลี่ยนใจดีกว่าครับพี่ pee  อยากได้เม่นน้อยตัวนี้มากกว่า

(http://www.stereophile.com/stephenmejias/pass-aleph-3.jpg)

เคยได้ครอบครองมาช่วงหนึ่ง แต่ผมว่าตัวของผมเสียงมันแปลกๆ(ของมือสอง) เลยขายทิ้งไป

เรื่องความร้อนนี่ หายห่วง  ดูภาพละกัน
(http://www.audiofil.net/data/upload/Gasho/2004-10-10_182021_Aleph3-2.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 18 March 2013, 07:11:38 am
เว่อร์น่ะ เฮียหมอ  :ahha:

ความร้อนขนาดทำไข่ดาวนี่ แตะมือพองนา
เคยใช้ผลงานของเนลสันคู่นี้....ไม่ประทับใจเลยครับ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร


(http://thaigramophone.com/wboard_images/143255511052-Forte%20model%201.jpg)
(http://www.fineav.com/forum/TBoard/Tboard_avphoto/243/Model2&3_6.jpg)


อุ๊ปส โทษที คู่ล่าง เพาเวอร์เป็นโมเดล 3 ไม่ใช่ 1
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 18 March 2013, 07:30:25 am
แก้งค์วินเทจเว็บลุงพง กล่าวถึง Quad 405/2 ไว้เสียหรู

"เรื่องของเรื่องคือเพื่่อนคอJBL ด้วยกันชวนไปฟัง JBL studio 4333 (ซึ่งเป็นฝาแผดกับ Home use L300 คู่ทุกข์คู่ยากของผม ..ทั้งคู่ใช้อุปกรณ์ภายในเหมือนกัน แต่ต่างกันแค่การใช้ cross overคนละตัวเท่านั้น) ซึ่งรายนี้เขาใช้Pre Amp หลอดของ Conrad Johnsonแล้วต่อเข้ากับ Quad 405/2 ทำนองการเล่นแบบHybrid..

Undecided..ฟังเสร็จ กิเลสผมก็กำเริบขึ้นมา... Vintage Quad 405/2ที่จับคู่กับJBL ตัวนี้มันให้เสียงเบสส์/กลองที่แน่นและเฉียบขาดเร้าใจคอแจ๊สอย่างผมซะเหลือเกิน.. แถมเสียงร้องก็หวานออกแนวหลอดจ๋ามากกว่าSSอื่นๆ.. ทั้งที่มันเป็นAmp Solid State...เสียงของมันเมื่อใช้กับ JBL.มันลงตัวพอดีๆระหว่างข้อดีของ Tube&Solid state....ทั้งหวานและดุได้พร้อมๆกันไป...เปรียบเหมือนสาวห้าวใจถึง..อยู่ด้วยกันแล้วน่าตื่นเต้นไม่เงียบเหงา...ในขณะที่แม่แก่ Conrad Johnson PP Tube ที่บ้านของผมจะดูใจเย็นและอ่อนหวานกว่าอยู่ด้วยกันแล้วอารมณ์ผมดีทั้งวัน....Undecidedใครทำให้ผมพึงพอใจมากกว่ากันตอบตอนนั้นลำบาก..เพราะไม่สามารถหามาฟังเพื่อเปรียบเทียบในรายละเอียดอื่นๆพร้อมกันได้..

Smileกลับมาแอบฝันถึงหล่อนอยู่หลายวัน...จึงตัดสินใจค้นประวัติเธอดู ก็ไม่ธรรมดา...http://www.hi-fi-insight.com/quad-405-current-dumping-amplifier.html

มันเป็นAmp  ระบบ Current Damping เจ้าเดียวของโลก ที่เดิมออกแบบมาใช้กับลำโพง Electrostatic ของQuadโดยเฉพาะ...ซึ่งแฟนๆQuadก็รู้จักมันดีทุกคน (นอกจากผม!)..แต่ที่มันดังมากจนออกนอกวงการของสาวกQuad ก็เพราะมันเจ๋งมากเมื่อนำไปเล่นกับลำโพงVintageอื่นๆที่มีความต้านทานเปลี่ยนแปลงในช่วงกว้างมากๆขณะทำงาน..อย่างพวกRoger 3/5 และพี่น้องของมัน   หรือ ลำโพงStudioในห้องบันทึกเสียงของฝั่งอังกฤษ หรือแม้นแต่ในอเมริกาที่ นิยมนำไปใช้ในงานแสดงดนตรีRock และสถานีวิทยุต่างๆกันมากมาย...

Undecided Vintage Quad 405 ออกแบบไว้ให้เหมาะกับการทำงานลำโพงElectrostatic ของQuad เอง.... Guru ฝรั่งจอมModifyจึงหาทางกำจัดจุดอ่อนต่างๆของมัน ( ตามวิธีที่คุณต๋อง ได้บอกกล่าวไปแล้วนั้น)..เพื่อจะนำมาใช้กับลำโพงประเภทDynamicและFront End รุ่นใหม่ๆในเทคโนโลยีปัจจุบัน....โชคดีที่มันถูกออกแบบมาเพื่อจะผลิตในแบบที่เรียกว่า ระบบสายพานการผลิต...ซึ่งไม่ต้องมีการFineTune ค่าทางไฟฟ้าหลังการประกอบเหมือนเครื่องเสียงHi endทั่วๆไป...นั่นหมายความว่าคุณภาพของเสียงที่ได้จากAmp ประเภทนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของอุปกรณ์&C & R ต่างๆที่นำมาใช้เป็นหลัก...เหมาะกับการModify โดยมือสมัครเล่นอย่างเราๆมากทีสุด โดยไม่ต้องพึ่งการReset ของโรงงานฯ"

ที่เขาบรรยายไว้ ต้องถามเสี่ยป๊อกว่าจริงป่าว
แต่ตามหูของผม ผมชอบ 606 มากกว่า

อ้อ ถามน้องเอ้าท์กับคุณคฤณก็ได้ เห็นเล่นอยู่เหมือนกัน
แต่แอมป์ตัวนี้ มีสิ่งสำคัญก็คือ มันเป็นเครื่องเสียงชิ้นแรกที่ได้รับรางวัลสมเด็จพระราชินี
เป็นแอมป์ Current Damping ตัวแรก ให้กำลัง class A ได้ถึง 80 วัตต์


แต่เอามาปิ้งไข่ไม่ได้อะ เพราะไม่ร้อน

(http://www.retrohifi.co.uk/q405.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 18 March 2013, 01:01:36 pm
Quote from: Melody on 18  March  2013, 05:34:59 am
ไม่น่าเชื่อว่าเซียนเครื่องเสียงเว็บนี้จะมีคุณพจน์กับพี่พีแค่สองคนที่เคยฟัง 3020 มือใหม่อย่างผมกำลังดูถูกพวกท่านอยู่นะ รู้ไหมครับ

มีคนเก่งๆ กว่าผมเยอะครับ ในบอร์ดนี้   ผมเองนั้น ต้องไปยืนอยู่ท้ายๆแถว   :)
และก็ต้องขอนิดนึงครับ  ระวังข้อความนิดหนึ่ง   เพราะคุณ Melody ยังใหม่ๆอยู่ทีนี่  อาจจะยังไม่ได้สนิทกัน  จนจะพูดเล่นกับสมาชิกเก่าๆได้   คงต้องใช้เวลาไปอีกสักระยะครับ :)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 18 March 2013, 01:04:06 pm
สำหรับ NAD  ผมคิดว่า  คุณภาพเสียงมัน ok นะครับ   เสียงกลาง-แหลม  soundstage อะไร อาจจะสู้ Arcam ไม่ได้   แต่ในแง่ของ dynamic, impact  เบส อะไรพวกนี้ ดีครับ    หากเทียบกับ แอมป์ญี่ปุ่น ในยุคเดียวกัน จะเป็นอย่างไร  ผมเองไม่รู้   เพราะช่วงนั้นยังเป็นเด็กอยู่เลย จะไปทำตัวเรื่องมาก กับร้านขายเครื่องเสียง ก็ลำบาก
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 18 March 2013, 01:05:47 pm
Quote from: Krairerk on 18  March  2013, 06:49:31 am
เปลี่ยนใจดีกว่าครับพี่ pee  อยากได้เม่นน้อยตัวนี้มากกว่า

(http://www.stereophile.com/stephenmejias/pass-aleph-3.jpg)

เคยได้ครอบครองมาช่วงหนึ่ง แต่ผมว่าตัวของผมเสียงมันแปลกๆ(ของมือสอง) เลยขายทิ้งไป

ตัวนี้เสียงดีมากครับ  แต่กินไฟหายห่วง
ส่วน Musical Fidelity  ก็เป็นรุ่นที่ดังมาก  เป็น integrate ตัวแรก ที่ทำขายเป็น class A ครับ  (เท่าที่ผมรู้)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 18 March 2013, 01:07:36 pm
Quote from: Hexaphonic on 18  March  2013, 06:31:13 am
ผมว่าพวกนักวิจารณ์กะพ่อค้านี่แหล่ะที่มีส่วนทำให้เครื่องเสียง"บางตัว"เขยิบขึ้นชั้นไปเป็นระดับ State Of The Art
ทีนี้จะรู้ได้ไงครับว่า...มีของใหม่ตัวไหนบ้างในตอนนี้ ที่จะเป็นตำนานในอนาคต? แบบว่าถามไว้เผื่อโลกยังไม่แตกน่ะครับ

ไม่มีใครรู้หรอกครับ  แถมต้องให้มันผ่านไปสัก 10 ปีเป็นอย่างน้อย จึงพอจะบอกได้ครับ  :)
เพราะแนวคิดใหม่ๆ บางครั้ง ก็ล้มเหลว
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Melody on 18 March 2013, 01:37:32 pm
Quote from: poj on 18  March  2013, 01:01:36 pm
Quote from: Melody on 18  March  2013, 05:34:59 am
ไม่น่าเชื่อว่าเซียนเครื่องเสียงเว็บนี้จะมีคุณพจน์กับพี่พีแค่สองคนที่เคยฟัง 3020 มือใหม่อย่างผมกำลังดูถูกพวกท่านอยู่นะ รู้ไหมครับ

มีคนเก่งๆ กว่าผมเยอะครับ ในบอร์ดนี้   ผมเองนั้น ต้องไปยืนอยู่ท้ายๆแถว   :)
และก็ต้องขอนิดนึงครับ  ระวังข้อความนิดหนึ่ง   เพราะคุณ Melody ยังใหม่ๆอยู่ทีนี่  อาจจะยังไม่ได้สนิทกัน  จนจะพูดเล่นกับสมาชิกเก่าๆได้   คงต้องใช้เวลาไปอีกสักระยะครับ :)


ที่จริงคนอย่างผมโดนซะบ้างก็ดีแล้ว  แต่ก็ขอบคุณที่เข้าใจว่าผมไม่ได้มีเจตนาดูถูก แค่ยั่วให้โกรธแล้วมาตอบ ซึ่งพอดีมันผิดกาละเทศะนี่ซิเลยไปกันใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามผมจะระวังให้มากกว่าเดิมครับ...สำหรับกระทู้นี้ขอให้คุณพจน์ยึดที่ reply แรกของผมนะครับ เพราะตัวตนของผมเป็นอย่างนั้นจริงๆ คือ ไม่ค่อยรู้อะไรเลย
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 18 March 2013, 02:55:53 pm
บอร์ดนี้  เราไม่ซีเรียสครับ  สมาชิกจะตอบก็ได้   ไม่ตอบก็ได้
เราตั้งบอร์ดขึ้นมา  เพื่อพูดคุยกันอย่าง อิสระ  ตามใจชอบ

ผมไม่สนใจเรื่องความนิยม  หรือ  สร้างอิทธิพล หรือ หารายได้   ผมไม่สนแม้แต่น้อย
เพราะหากว่า ผมจะทำ  ผมก็ทำไปนานแล้ว  เพราะผมทำบอร์ดเกี่ยวกับเครื่องเสียงเป็นที่แรกๆของไทย
(เคยมี หนังสือเชิญให้ไปร่วมงาน เปิดตัวสินค้า  แต่ผมไม่ไปครับ)

และผมก็รู้ด้วยว่า ผมทำอะไรหลายอย่าง ขัดใจ คนทั่วๆไป
(แม้แต่เรื่อง ลงทะเบียนยุ่งยาก นี่ก็อย่างหนึ่ง  ที่อื่นเขาไม่ขนาดนี้หรอก)

การทำบอร์ดให้มีคนมาโพสต์เยอะ เข้ามาเยอะๆ  ไม่ใช่เรื่องยาก   แค่ตามใจตลาด เท่านั้นเอง
แต่ผมต้องการทำบอร์ด ที่เป็นอิสระ และ เปิดกว้างครับ 

ดังนั้น   ไม่จำเป็นต้องกระตุ้นครับ  บอร์ดเราเงียบมา แต่ไหน แต่ไร   และ มันจะเงียบต่อไป
ซึ่ง.....  ช่างมัน  ผมไม่แคร์....   อิ อิ   :)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Hexaphonic on 18 March 2013, 03:06:36 pm
ผมคุยแต่ที่นี่ เพราะที่อื่นสมาชิกคึกคักขวักไขว่ฝุ่นตลบเกินน...ผมคิดช้าคุยไม่ค่อยทัน  :huh:

แต่อันที่จริงต้องพูดว่า แต่ละบอร์ดก็เหมือนเราๆท่านๆนี่แหล่ะที่มีบุคลิกเป็นตัวของตัวเอง

ก็แล้วแต่ชอบบุคลิกนิสัยแบบไหนน่ะครับ  :supergrin:

Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: blackmore on 18 March 2013, 03:55:06 pm
Quote from: pee on 18  March  2013, 06:37:21 am
Quote from: Krairerk on 18  March  2013, 06:32:33 am
ผมชอบแอมป์ตัวนี้ครับ  ผมว่าเสียงมันดีมากๆ โดยเฉพาะเวลาขับกับลำโพงเล็กๆอย่าง totem mite

ถ้ามีโอกาสได้เจอสภาพดีๆ ก็ว่าจะซื้อเก็บไว้สักตัวนึง   มีแถมภาพโฟโน MM , MC มาด้วยเสร็จสรรพ

(http://www.avx.hu/forum/uploads/monthly_08_2011/post-21490-055625800%201312198309.jpg)

ซีรีย์เดียวกันของยี่ห้อนี้  ที่เป็นซีดีหลอดก็เสียงดีครับ แต่อ่านแผ่นช้า


ให้ตาแจ๊คสั่งพอดีไว้สิครับ แต่อย่าให้เจ้าป๊อกรู้นะ มันตัดหน้าเฮียหมอแน่นวล


ผมไม่เอาอะ แอมป์คลาสเอ อายุ 20 ปี  รอยืมพี่หมอดีก่า :lol: :lol:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: blackmore on 18 March 2013, 03:57:38 pm
Quote from: pee on 18  March  2013, 07:30:25 am
แก้งค์วินเทจเว็บลุงพง กล่าวถึง Quad 405/2 ไว้เสียหรู

"เรื่องของเรื่องคือเพื่่อนคอJBL ด้วยกันชวนไปฟัง JBL studio 4333 (ซึ่งเป็นฝาแผดกับ Home use L300 คู่ทุกข์คู่ยากของผม ..ทั้งคู่ใช้อุปกรณ์ภายในเหมือนกัน แต่ต่างกันแค่การใช้ cross overคนละตัวเท่านั้น) ซึ่งรายนี้เขาใช้Pre Amp หลอดของ Conrad Johnsonแล้วต่อเข้ากับ Quad 405/2 ทำนองการเล่นแบบHybrid..

Undecided..ฟังเสร็จ กิเลสผมก็กำเริบขึ้นมา... Vintage Quad 405/2ที่จับคู่กับJBL ตัวนี้มันให้เสียงเบสส์/กลองที่แน่นและเฉียบขาดเร้าใจคอแจ๊สอย่างผมซะเหลือเกิน.. แถมเสียงร้องก็หวานออกแนวหลอดจ๋ามากกว่าSSอื่นๆ.. ทั้งที่มันเป็นAmp Solid State...เสียงของมันเมื่อใช้กับ JBL.มันลงตัวพอดีๆระหว่างข้อดีของ Tube&Solid state....ทั้งหวานและดุได้พร้อมๆกันไป...เปรียบเหมือนสาวห้าวใจถึง..อยู่ด้วยกันแล้วน่าตื่นเต้นไม่เงียบเหงา...ในขณะที่แม่แก่ Conrad Johnson PP Tube ที่บ้านของผมจะดูใจเย็นและอ่อนหวานกว่าอยู่ด้วยกันแล้วอารมณ์ผมดีทั้งวัน....Undecidedใครทำให้ผมพึงพอใจมากกว่ากันตอบตอนนั้นลำบาก..เพราะไม่สามารถหามาฟังเพื่อเปรียบเทียบในรายละเอียดอื่นๆพร้อมกันได้..

Smileกลับมาแอบฝันถึงหล่อนอยู่หลายวัน...จึงตัดสินใจค้นประวัติเธอดู ก็ไม่ธรรมดา...http://www.hi-fi-insight.com/quad-405-current-dumping-amplifier.html

มันเป็นAmp  ระบบ Current Damping เจ้าเดียวของโลก ที่เดิมออกแบบมาใช้กับลำโพง Electrostatic ของQuadโดยเฉพาะ...ซึ่งแฟนๆQuadก็รู้จักมันดีทุกคน (นอกจากผม!)..แต่ที่มันดังมากจนออกนอกวงการของสาวกQuad ก็เพราะมันเจ๋งมากเมื่อนำไปเล่นกับลำโพงVintageอื่นๆที่มีความต้านทานเปลี่ยนแปลงในช่วงกว้างมากๆขณะทำงาน..อย่างพวกRoger 3/5 และพี่น้องของมัน   หรือ ลำโพงStudioในห้องบันทึกเสียงของฝั่งอังกฤษ หรือแม้นแต่ในอเมริกาที่ นิยมนำไปใช้ในงานแสดงดนตรีRock และสถานีวิทยุต่างๆกันมากมาย...

Undecided Vintage Quad 405 ออกแบบไว้ให้เหมาะกับการทำงานลำโพงElectrostatic ของQuad เอง.... Guru ฝรั่งจอมModifyจึงหาทางกำจัดจุดอ่อนต่างๆของมัน ( ตามวิธีที่คุณต๋อง ได้บอกกล่าวไปแล้วนั้น)..เพื่อจะนำมาใช้กับลำโพงประเภทDynamicและFront End รุ่นใหม่ๆในเทคโนโลยีปัจจุบัน....โชคดีที่มันถูกออกแบบมาเพื่อจะผลิตในแบบที่เรียกว่า ระบบสายพานการผลิต...ซึ่งไม่ต้องมีการFineTune ค่าทางไฟฟ้าหลังการประกอบเหมือนเครื่องเสียงHi endทั่วๆไป...นั่นหมายความว่าคุณภาพของเสียงที่ได้จากAmp ประเภทนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของอุปกรณ์&C & R ต่างๆที่นำมาใช้เป็นหลัก...เหมาะกับการModify โดยมือสมัครเล่นอย่างเราๆมากทีสุด โดยไม่ต้องพึ่งการReset ของโรงงานฯ"

ที่เขาบรรยายไว้ ต้องถามเสี่ยป๊อกว่าจริงป่าว
แต่ตามหูของผม ผมชอบ 606 มากกว่า

อ้อ ถามน้องเอ้าท์กับคุณคฤณก็ได้ เห็นเล่นอยู่เหมือนกัน
แต่แอมป์ตัวนี้ มีสิ่งสำคัญก็คือ มันเป็นเครื่องเสียงชิ้นแรกที่ได้รับรางวัลสมเด็จพระราชินี
เป็นแอมป์ Current Damping ตัวแรก ให้กำลัง class A ได้ถึง 80 วัตต์


แต่เอามาปิ้งไข่ไม่ได้อะ เพราะไม่ร้อน

(http://www.retrohifi.co.uk/q405.jpg)


กลองแน่นและเฉียบขาดใช้ครับ  เพราะเสียงมันแข็งเป๊ก 555   เค้าคงไม่เคยฟัง 606 มั้งครับ 
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: blackmore on 18 March 2013, 04:20:54 pm
First Hiend phono stage มั้งครับ
(http://www.kogerer.ru/subj/pic/vr.jpg)

Vendetta's newest product, the SCP-2 preamplifier, is typical of the JC design approach. To begin with, while it is a preamplifier, it is not a control preamplifier. The SCP-2 accepts the output from a MC cartridge and delivers an RIAA-equalized output at line level; ie, suitable for feeding a power amplifier. Second, it inverts polarity, at a time in audio history when this is not considered a good thing. (The instructions call attention to this and suggest that it be "taken into account when making comparisons," as though this was always possible.) Third, at $1895, it is the most expensive stand-alone solid-state phono-preamplifier on the market. And fourth, it is not just a dual-mono unit, it is actually two completely separate--physically as well as electrically--mono units. (Curl explains that that's what Japanese consumers wanted, and he targeted them first because they are less price-conscious than Americans.) The two channels are, however, available on request in a special frame that ties the two units together side by side in a rack-mount adaptor.

http://www.kogerer.ru/subj/vr.html
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pakorn on 19 March 2013, 06:06:08 pm
Quote from: poj on 17  March  2013, 07:56:01 pm
Bose 301
สมัยวัยรุ่น  เพิ่งสนใจเรื่องเครื่องเสียงแรกๆ  นี่เป็นลำโพงที่ผมอยากได้มากที่สุด     ตื่นเต้นกับโฆษณา  direct/reflecting มาก  (เด็ก.. หนอเด็ก)     มันน่าจะเป็นลำโพงที่ขายได้ดีมากๆเป็นลำดับต้นในยุคสมัยของมัน


แล้วได้ซื้อสักตัวไหมครับ โบสนี่น่ะครับ?

Quote from: pee on 18  March  2013, 06:04:34 am
อ้อ เคยฟัง creek 4040 ของคุณหมอ ก็เหยียบ 3020 แบนแต๊ดแต๋เหมือนกัน
แต่ไม่รู้ว่าราคาในสมัยนั้นแพงกว่ามากใหม


เอ .. ผมจำได้เลาๆ ว่า creek มาทีหลัง 3020 อยู่พอสมควรเหมือนกันนะครับ น่าจะทัน 3020 รุ่นหลังๆ เท่านั้นเอง
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 19 March 2013, 06:25:28 pm
Quote from: pakorn on 19  March  2013, 06:06:08 pm
แล้วได้ซื้อสักตัวไหมครับ โบสนี่น่ะครับ?

ไม่ได้ซื้อครับ   ไม่มีเงิน  :)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Jibjoy on 19 March 2013, 06:50:31 pm
ขอเสนอ Klipshorn ซักตัวนะครับ เป็นต้นแบบตู้ Bass Folding อันลือลั่น ที่ลำโพงไฮเอนต์ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สองยังต้องเลียนแบบและซื้อลิขสิทธฺ์ไปทำตามอีกมากมาย และยังเป็นลำโพงตลอดกาลของแอปโซลูดซาวนด์อีกหลายสำนัก.. แถมปัจจุบันก็ยังมีการผลิตอยู่.. เสียงไม่เอาอ่าวเท่าไรแต่เป็นตำนานที่ยังคงอยู่ตัวนึง..
(http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcT-HjfAT-1eSALdsBb_tO7vMzXJm97prw6TXgJ6AAj8Hqco71zu)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 19 March 2013, 07:09:49 pm
ใช่ครับ  เดี๋ยวนี้หายไปแล้ว   :)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 19 March 2013, 07:49:49 pm
Quote from: pakorn on 19  March  2013, 06:06:08 pm

เอ .. ผมจำได้เลาๆ ว่า creek มาทีหลัง 3020 อยู่พอสมควรเหมือนกันนะครับ น่าจะทัน 3020 รุ่นหลังๆ เท่านั้นเอง



ห่างกันไม่กี่ปีกระมัง
3020 ออกราว 1978
4040 ออก 1982

The first Creek amplifier, the £99 CAS4040, was launched on the UK market in 1982 and created somewhat mixed response. Praise for its sound quality was tempered with disbelief that a fledgling British Hi-Fi company could be successful taking on the established brands and undercutting their prices. However, what was not realised by the reviewer of the first Creek amplifier was that Michael Creek already had a long experience in the audio industry.
http://www.creekaudio.com/history/

ดูเรทราคาแล้วก็ออกมาสู้กับ 3020 ชัดๆ (ช่วงนั้นปอนด์ละ 60 บาท ราคาเดียวกันเลย)
ต้องให้ตาป๊อกเอามากัดกับเฮียหมอ....แต่ผมถือหาง Creek จ้า


(http://audio.cyberkata.org/creek4040s2.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 19 March 2013, 07:58:48 pm
ProAc Tabllette
รุ่นสุดดังจาก ProAc  แปลกด้วยท่อระบายอากาศแบบ หลอดกาแฟ  อิ อิ
ผมประทับใจมาก กับ soundstage และ image ของมัน

(http://img.canuckaudiomart.com/uploads/large/131078-proac_tablette_3_monitors_see_photo.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 19 March 2013, 08:03:08 pm
ไม่ทราบว่ายังจำแอมป์แหกคอก Audio Innovations กันได้หรือเปล่า
โคไนส์นำเข้าราวๆ 2531-2 ช่วงนั้นแอมป์หลอดตายสนิทมาได้หลายปีแล้ว
แต่เจ้านี้กล้าส่งประกวด....ราคาก็แพงเอาเรื่องทีเดียว

นับว่าเป็นตัวปลุกกระแสหลอดให้กลับคืนที่สำคัญทีเดียว


(http://www.drtube.com/schematics/ai/ai1000-what-hifi-october-1992.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 19 March 2013, 08:05:23 pm
เกือบจำไม่ได้
พูดถึง conice ตอนนี้ น่าห่วงนะครับ  สินค้าเด่นๆ ไม่ค่อยมีเท่าไร
คงมี แต่ PSB กับ NAD ที่น่าจะยัง ok อยู่ครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Karin Preeda on 19 March 2013, 08:22:09 pm
ไม่มีใครพูดถึง AudioNote Ongaku เลยแฮะ
ผมว่ามันเป็น milestone ของแอมป์หลอดเลย ที่เน้นความสำคัญของการคัดเลือกอุปกรณ์ที่มาใช้กับแอมป์ เพราะวงจรก็ธรรมดาๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ความพิเศษของมันคืออุปกรณ์ที่ใช้ประกอบแอมป์ตัวนี้ที่มีแต่ AudioNote เท่านั้นที่ทำได้

(http://www.audionote.co.jp/images/products/ongaku_img1.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Jibjoy on 19 March 2013, 08:26:00 pm
Quote from: poj on 19  March  2013, 08:05:23 pm
เกือบจำไม่ได้
พูดถึง conice ตอนนี้ น่าห่วงนะครับ  สินค้าเด่นๆ ไม่ค่อยมีเท่าไร
คงมี แต่ PSB กับ NAD ที่น่าจะยัง ok อยู่ครับ


เค้าว่าในเมืองไทย Leona ยอดขายมากกว่าโซนี่ ผมว่า PSB กับ NAD ก็ไม่เบานะครับ สองยี่ห้อนี้โคไนซ์ตีตลาดวางห้างฯเลย ดูจากฐานะเจ้าของคุณลานทิพย์แล้ว.. ผมว่าไม่ต้องห่วงเลย ไม่มีวันเจ๊ง..
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 19 March 2013, 08:28:18 pm
Quote from: Karin Preeda on 19  March  2013, 08:22:09 pm
ไม่มีใครพูดถึง AudioNote Ongaku เลยแฮะ



อยากจะพูด แต่เกรงใจมือกลองแถวนี้....ฮา
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: dht_tubes on 19 March 2013, 10:03:13 pm
Quote from: pee on 19  March  2013, 08:28:18 pm
Quote from: Karin Preeda on 19  March  2013, 08:22:09 pm
ไม่มีใครพูดถึง AudioNote Ongaku เลยแฮะ



อยากจะพูด แต่เกรงใจมือกลองแถวนี้....ฮา


เดี๋ยวทำใจได้เมื่อไหร่ ก็ว่าจะปล่อยออกมาครับพี่ เก็บไว้นานแล้วไม่ค่อยได้เล่นครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Hexaphonic on 20 March 2013, 11:53:01 pm
 :dribble:

(http://i1157.photobucket.com/albums/p596/hexaphonic2/A3C6CEF2-B2F5-4636-8C4E-E38C3D2848EC-42444-0000089646981D80.jpg)

http://highfidelity.pl/@main-133&lang=en (http://highfidelity.pl/@main-133&lang=en)

Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 20 March 2013, 11:58:48 pm
วิตติ ตีราคาค่าวัตถุดิบ


ด่วน  :wacko:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Witti on 21 March 2013, 01:22:24 am
ตัวนี้โวลุ่มแพงนะครับ  :dribble:

โวลุ่ม 20000
เคส ลูกบิด สวิทช์ ซ๊อกเก็ต RCA 7750
PCB R Cอิเล็กโตรไลท์ transistor FET รีเลย์ สายไฟ ซ๊อกเก็ตหลอด 5000
SUT 8000
Cฟิล์ม 9000
หลอด 7500
รวมภาคขยาย 57250 บาท

ไม่เห็นภาคจ่ายไฟ ????

โห!!ราคาอุปรณ์สูงนะเนี่ยตัวนี้  :thumbup:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 21 March 2013, 02:09:09 am
Quote from: Witti on 21  March  2013, 01:22:24 am

โห!!ราคาอุปรณ์สูงนะเนี่ยตัวนี้  :thumbup:


79000 Polish Zloty
equals
714401.74 Thai Baht
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 21 March 2013, 02:24:25 am
฿80k
20วัตต์สเตอรีโอ
แพงไปใหม สำหรับงานของคนที่ถูกยกย่องว่าเป็นตำนาน

(http://ih.constantcontact.com/fs152/1102026330879/img/276.jpg?a=1111485127000)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: trens on 21 March 2013, 02:51:31 am
แพง เมื่อเทียบกับ Quad 22 ราคาพอกันแต่ได้ mono block 2 ตัว อ่ะ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Karin Preeda on 21 March 2013, 04:16:29 am
Quote from: Witti on 21  March  2013, 01:22:24 am
ตัวนี้โวลุ่มแพงนะครับ  :dribble:

โวลุ่ม 20000
เคส ลูกบิด สวิทช์ ซ๊อกเก็ต RCA 7750
PCB R Cอิเล็กโตรไลท์ transistor FET รีเลย์ สายไฟ ซ๊อกเก็ตหลอด 5000
SUT 8000
Cฟิล์ม 9000
หลอด 7500
รวมภาคขยาย 57250 บาท

ไม่เห็นภาคจ่ายไฟ ????

โห!!ราคาอุปรณ์สูงนะเนี่ยตัวนี้  :thumbup:


ขอแย้งค่า chassis กับ PCB ครับ

จากที่เคยทำ fixture กับพับกล่องสำหรับเครื่อง prototype มา chassis แบบนี้ใบเดียวประมาณ 20,000 เศษๆ
ถ้าทำทีละร้อยใบน่าจะเหลือซัก 10,000 หน่อยๆไม่รวมอย่างอื่นครับ

ส่วน PCB ผมได้ยินมาว่าเป็น PCB สามชั้นหรือมากกว่าและหนาเป็นพิเศษ ขนาแบบนี้ถ้าทำแผ่นเดียว รวม tooling อะไรต่างๆแล้วตกประมาณ $1000
แต่ถ้าทำซัก 100 แผ่นขึ้น น่าจะตกแผ่นละ $150 ครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Hexaphonic on 21 March 2013, 04:48:40 am
ปรีแอมป์ C.A.T. ราคาสูงมากขนาดนี้ ถามว่าถ้าใช้งานปกติจะใช้ได้นานกี่ปีครับ?
(ที่จะต้องเปลี่ยนCAP,ซึ่งคงต้องใช้ของจากโรงงานเอง)

อายุหลอดกี่ปีครับ? และถ้าจะเอาแบบสุดๆใช้หลอดNOS ประเมินราคาหลอดทั้งหมดเท่าไหร่ดีครับ?
สงสัยรวมๆคงจะทะลุล้าน(ปรีอย่างเดียว)...เอาไว้บนหิ้งสเตทออฟดิอาร์ตเหมือนเดิมดีแระ...สาธุ

แต่ถ้ามีเงินเหลือๆและชอบจริงๆก็น่าสนนะครับ

http://www.soundstagelive.com/factorytours/cat/ (http://www.soundstagelive.com/factorytours/cat/)




Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Karin Preeda on 21 March 2013, 06:10:08 am
ไม่ควรจะต่ำกว่า 5 ปีนะครับ หลอด preamp เล็กๆแบบนี้ ถ้าออกแบบดีจริงๆ  อายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 5,000 ชม เผลอๆถึง 10,000 ชม.ด้วยซ้ำ
ภาค Linestage อายุใช้งานน่าจะนานหน่อย คือหลอดอาจจะเสื่อมเหลือแค่ 60-70% แต่ยังใช้งานได้ตาม spec เครื่อง ส่วนหลอด phono อาจจะต้องเปลี่ยนเร็วเพราะ noise อาจะเพิ่มขึ้นตามอายุหลอด

ถ้าใช้หลอด NOS นี่เผลอๆ 10,000 ชม. หรือมากกว่าครับ

แต่ส่วนมากผมเห็นเปลี่ยนหลอดเพราะอยากลองหลอดใหม่มากกว่า
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 21 March 2013, 06:19:16 am
คุณ kpj แกใช้อยู่
รอแกมาตอบละกัน
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Art on 21 March 2013, 07:05:38 am
ขอเสนอตัวที่พลิกวงการ 3 รอบเลยละกันครับ  :supergrin:

(http://takoyakiongaku.c.blog.so-net.ne.jp/_images/blog/_f39/takoyakiongaku/we91b_1.jpg?c=a0)

Western Electric No.91A เป็นแอมป์ Single Ended ใช้หลอด 300B เป็น Output และ 311A เป็น Pre และ Driver ครับ

มันพลิกวงการแอมป์โรงหนังช่วงปลาย 192X ทีนึง แล้วมาพลิกวงการ Hi-End ช่วงต้น 199X อีกทีนึงครับ แถมพลิกวงการ DIY จาก SS เฉียด 1kW มาเป็น SE ต่ำ 10W ด้วย  :thumbup:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Art on 21 March 2013, 07:19:12 am
เฟอร์นิเจอร์ก็ไม่ใช่ ลำโพงก็ไม่เชิง

(http://www.audioheritage.org/images/jbl/extracts/paragon.jpg)

JBL Paragon นั่นเองคร๊าบ มันไม่ได้พลิกวงการในแง่ของความนิยมหรือยอดขายถล่มทลาย แต่ถ้าพูดถึง State of the Art ละก็ ต้องมีเค้าอยู่ด้วยแน่นอน
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Art on 21 March 2013, 07:38:13 am
อันนี้ก็น่าจะเข้าข่ายพลิกวงการ Hi-Fi

(http://www.tronola.com/assets/images/CDP-101_CD_Player.JPG)

Sony CDP-101 CD Player ตัวแรกของโลก Hi-Fi แต่ดันขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น เลยต้องพูดถึงตัวนี้ด้วย Philips CD-100

(http://www.audioscope.net/images/philipscd1005.jpg)

กำลังนึกถึง Cassette Tape ตัวแรกอยู่ แต่นึกไม่ออกซะที นึกออกแต่ตัว Top อย่าง Nakamichi Dragon เครื่องเล่นเทปบ้าอะไรตัวเป็นแสน  :lol:

(http://www.thaigramophone.com/wboard_images/254255520560-Nakamichi-Dragon-Front-25cm.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 21 March 2013, 12:57:05 pm
เออ.. ใช่..  เออ...ใช่....
ตอนเด็กๆ  ผมเคยอยากได้  เพราะเห็นเซียนเขาเล่นกัน   เขาจะมีแข่งกันเรื่องสเปค ว่า  wow/flutter ใครต่ำกว่ากัน   มี 3 หัว อะไรทำนองนี้

Dragon นี่ยังหลังๆมา
รุ่นแรกที่แพงจริงๆคือ  1000  ครับ
สารพัดปุ่มควบคุม  สั่งงานแบบสัมผัส นุ่มนวล  ไม่ต้องกดกัน ปึ๊งปั้ง เหมือนเทป ทั่วไป   หรูปานควบคุมยานอวกาศ

(http://1.bp.blogspot.com/_ZXi59Kk9sRU/TIDbgLiWUjI/AAAAAAAAA9U/T9JvzdLe7P8/s1600/NAKAMICHI+1000sblog.jpg)

(http://www.bimpianti.it/images/stories/Naka1000.jpg)

(http://picdb.thaimisc.com/n/newagelism1/131-6.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: dht_tubes on 21 March 2013, 04:12:28 pm
convergent รุ่นหลังๆมานี่ ราคามันเกินเอื้อมไปมาก เล่นไม่ไหวยิ่งคนที่เคยเล่นรุ่นแรกๆมา เจอราคาเข้าไปถอยกรูด

CAP เค้าทำเองเลย ซื้อเครื่องพันคอยล์มาจ๊าบจริงๆ อยากได้ซักเครื่อง

เอวัน เห็นทีไรนึกถึงแต่โรงแรม 555
WE91 นี่ผมเกือบมีวาสนาได้ครอบครองอยู่หนนึง เฉียดได้แต่ไม่สำเร็จด้วยเงินแค่ 200 $

มาถึงวันนี้ยังเจ็บใจไม่หาย
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: meng on 21 March 2013, 04:24:54 pm
นากามิชิ 1000 สมัยก่อนโชว์ที่ห้างดัง Lucky Plaza สิงคโปร์

ผ่านหน้าร้านทีไรต้องยืนมองน้ำลายหกทุกที :dribble:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Art on 21 March 2013, 05:34:08 pm
เ้อา Paragon ไปประดับบ้านซักชุดไม๊ครับคุณเชฏฐ์ มีคนปล่อยแบบเสีัยดายๆ ล้านนึงครับ  :D
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: dht_tubes on 21 March 2013, 05:41:00 pm
Quote from: Art on 21  March  2013, 05:34:08 pm
เ้อา Paragon ไปประดับบ้านซักชุดไม๊ครับคุณเชฏฐ์ มีคนปล่อยแบบเสีัยดายๆ ล้านนึงครับ  :D


cryyyyyyyyyy
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pakorn on 21 March 2013, 07:32:26 pm
ผมเพิ่งรู้ว่า Nakamichi มันมีรุ่น 1000 ด้วยครับ เคยเห็นแต่ 1000ZXL ตัวล่าง
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 21 March 2013, 07:42:26 pm
มีครับ  และมีคนไทยเล่นด้วย  ผมเคยเห็นในหนังสือ Hi-Fi Stereo
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Hexaphonic on 21 March 2013, 09:01:30 pm
อินทิเกรตเต็ดแอมป์ 4706 GainCard

http://www.6moons.com/audioreviews/47labs5/gaincard.html (http://www.6moons.com/audioreviews/47labs5/gaincard.html)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 21 March 2013, 10:03:36 pm
Quote from: Hexaphonic on 21  March  2013, 09:01:30 pm
อินทิเกรตเต็ดแอมป์ 4706 GainCard

http://www.6moons.com/audioreviews/47labs5/gaincard.html (http://www.6moons.com/audioreviews/47labs5/gaincard.html)


เสียงดีกว่าพวกนี้ป่าว
ราวๆ 120000 บาท
(http://audio-database.com/PIONEER-EXCLUSIVE/amp/c-90a.JPG)
(http://audio-database.com/PIONEER-EXCLUSIVE/amp/m-90.JPG)


ราวๆ 240000 บาท
(http://audio-database.com/TechnicsPanasonic/amp/su-c7000ver4.JPG)
(http://audio-database.com/TechnicsPanasonic/amp/se-a7000ver4.JPG)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pakorn on 21 March 2013, 10:07:11 pm
โห ... เท็คนิคคู่นี้สวยจริงๆ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 21 March 2013, 10:47:54 pm
แอมป์ญี่ปุ่นรุ่นใหญ่ ผมว่าสวยไม่แพ้พวกไฮเวอร์ตัวละแสนเหรียญเลย
ที่สำคัญ ทำขายมาตั้งแต่ 1990+ โน่น


(http://www.instablogsimages.com/1/2012/02/24/gryphon_mephisto_solo_monoblock_power_amplifier_rmf7l.jpg)
(http://audio-database.com/DENON-COLUMBIA/amp/poa-s1.JPG)
(http://audio-database.com/DENON-COLUMBIA/amp/pra-s1.JPG)

(http://audio-database.com/PIONEER-EXCLUSIVE/amp/c7.JPG)
(http://audio-database.com/PIONEER-EXCLUSIVE/amp/m7.JPG)
(http://audio-database.com/PIONEER-EXCLUSIVE/amp/m7(3).JPG)





Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 21 March 2013, 10:51:53 pm
ยิ่งยี่ห้อนี้ เรียบหรูสุดขีด
ออกแบบมาตั้งแต่พวกนั้นยังกินนมเป็นทารกอยู่เลย

1999
(http://audio-database.com/LUXMANALPINE-LUXMAN/amp/b-10ii.JPG)
(http://audio-database.com/LUXMANALPINE-LUXMAN/amp/c-10ii-e.html)


อันนี้ปี 2000
(http://audio-database.com/LUXMANALPINE-LUXMAN/amp/sq-88.JPG)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pakorn on 21 March 2013, 10:55:12 pm
ผมชอบลักซ์แมนจริงๆ ครับ ... ฝังใจมาตั้งแต่ series L อะไรพวกนั้นเลยครับ
เพราะเห็นโฆษณาแล้วมันสวยจริงๆ กะๆ ว่าจะหายี่ห้อนี้มาชมสักตัวนึงน่ะครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 21 March 2013, 11:05:56 pm
Quote from: pakorn on 21  March  2013, 10:55:12 pm
ผมชอบลักซ์แมนจริงๆ ครับ ... ฝังใจมาตั้งแต่ series L อะไรพวกนั้นเลยครับ
เพราะเห็นโฆษณาแล้วมันสวยจริงๆ กะๆ ว่าจะหายี่ห้อนี้มาชมสักตัวนึงน่ะครับ


หนับหนุุนครับ

ผมเห็นมือสองสวยๆ ปล่อยออกมาเรื่อยๆ
ลองปรึกษาคุณหมอ ที่ปรึกษาไฮเอ็นอ๊อปชั่นดูสิครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 21 March 2013, 11:44:16 pm
สวยมากครับ   แต่เสียดาย ตัวแทนแอมป์ญี่ปุ่น  ขายของให้กลุ่ม audiophile ไม่เป็น 
ทั้งไม่สนใจจะสั่งเข้ามาขาย  และไม่สนใจจะ demo ให้ฟังด้วย
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: dht_tubes on 22 March 2013, 12:29:01 am
หูผมอาจจะเพี้ยนก็ได้นะ แต่ผมว่าแอมป์ญี่ปุ่นมันไม่ใช่อ่ะครับ

คือมันอาจจะถูกต้องก็ได้ แต่มันจืดสำหรับผม

เลยไม่ได้หามาเล่นกะเค้าเลยตั้งแต่เล่นๆเครื่องเสียงมา

ท่านใดจัดๆมาแล้ว รบกวนขอไปฟังมั่งนะครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 22 March 2013, 12:50:49 am
ดีแระ....ตัดคู่แข่งไปหนึ่ง  :yahoo:



แต่เห็นด้วยถ้าเป็นยี่ห้อแอคคิวซัง.......อิอิ
แต่ถ้าเดนน่อลนี่ เถึยงหัวชนฝาเลย
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: trens on 22 March 2013, 03:30:35 am
แอมป์ญี่ปุ่นที่พี่พีนำเสนอ สวยดี แต่เสียงเทียบแอมป์ฝั่งเมกาไม่ได้ครับ ... เชื่อผมกับคุณทู๊ปเถอะ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 22 March 2013, 03:56:12 am
Quote from: trens on 22  March  2013, 03:30:35 am
แอมป์ญี่ปุ่นที่พี่พีนำเสนอ สวยดี แต่เสียงเทียบแอมป์ฝั่งเมกาไม่ได้ครับ ... เชื่อผมกับคุณทู๊ปเถอะ


ตัดไปสอง

:thrilled: :thrilled:


:rof:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 22 March 2013, 04:43:11 am
สมัยก่อน  นักเล่น turn  จะติดตั้ง  tonearm 3 อัน เข้าไปใน แท่นๆเดียว
แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นแล้ว  และ Turntable ต่างๆ  ก็ไม่ได้ให้ที่ติดตั้งมาด้วย

(http://img84.imageshack.us/img84/548/microdual1.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 22 March 2013, 04:45:33 am
เครื่องเล่นแผ่นเสียง  แต่ก่อน จะแบ่งออกเป็นสองฝ่าย
ฝ่ายหนึ่ง เบา  แล้ว ติดสปริง 
อีกฝ่าย  หนัก แน่น  ปานหินผา  ฝ่ายนี้  นำโดย Micro Seiki

(http://www.hifido.co.jp/photo/09/328/32844/a.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 22 March 2013, 05:02:17 am
ตัวนี้ราคาเท่าคอนโดกลางเมือง
ไม่รู้ใช้หลักอารัย

(http://29.media.tumblr.com/tumblr_m1hnpaqNRv1qznbido1_r1_500.jpg)

http://www.youtube.com/watch?v=UT3wmvLuPMI
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 22 March 2013, 05:02:34 am
และ....  วิทยุชั้นดี  เคยเป็นส่วนหนึ่งของชุดเครื่องเสียงหลักในบ้าน
ราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ   และมักจะแข่งกันว่า เครื่องไหน จะไวต่อการรับสัญญานมากกว่ากัน...
ผมจำไม่ได้จริงๆว่า  เครื่องยี่ห้ออะไร  ที่โดดเด่นในด้านเครื่องรับวิทยุ

(http://img.canuckaudiomart.com/uploads/large/196828-marantz_125_amfm_audiophile_tuner_classic_.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Hexaphonic on 22 March 2013, 05:48:48 am
สุดยอดจูนเนอร์ในยุค'70s....เดย์ ซีเควียร์ร่า โมเดลวัน

http://www.radiomuseum.org/r/sequerra_fm_tuner_model_1.html (http://www.radiomuseum.org/r/sequerra_fm_tuner_model_1.html)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 22 March 2013, 05:52:46 am
ประเทศอื่นป๋มม่ายรุ แต่ที่นี่ ธานินทร์พ่อทุกสถาบัน

มีคนเล่าว่า บริษัทใช้วิธีจูนเครื่องให้เหมาะกับภูมิประเทศ
เพราะเวลาส่งขาย แยกเป็นภาค ทำให้ครองใจลูกค้าได้ชงัดนัก

ผมไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า
แต่ช่วงที่ผมออกภาคสนามหนักๆ แถวอีสานใช้กันแต่ธานินทร๋

:cop:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Hexaphonic on 22 March 2013, 06:11:50 am
 :bowdown:  :bowdown:  :bowdown:

http://www.youtube.com/watch?v=SK6i2FlfyVw (http://www.youtube.com/watch?v=SK6i2FlfyVw)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 22 March 2013, 06:16:34 am
โอว....ขรอบคุณคร๊าบ

แชนแน่ลเทสต์ของผม ผ่านฉลุย ถูกต้อนครบด้วน

:clown:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Hexaphonic on 22 March 2013, 06:34:12 pm
แหล่งโปรแกรมที่เป็นฮาร์ดดิสก์รุ่นแรกๆของวงการไฮเอนด์

http://www.automatedhome.co.uk/new-products/linn-launch-kivor.html (http://www.automatedhome.co.uk/new-products/linn-launch-kivor.html)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: prisna on 22 March 2013, 06:57:02 pm
Quote from: pee on 22  March  2013, 05:52:46 am
ประเทศอื่นป๋มม่ายรุ แต่ที่นี่ ธานินทร์พ่อทุกสถาบัน

มีคนเล่าว่า บริษัทใช้วิธีจูนเครื่องให้เหมาะกับภูมิประเทศ
เพราะเวลาส่งขาย แยกเป็นภาค ทำให้ครองใจลูกค้าได้ชงัดนัก

ผมไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า
แต่ช่วงที่ผมออกภาคสนามหนักๆ แถวอีสานใช้กันแต่ธานินทร๋

:cop:


บ้านผมทางเหนือก็ใช้ธานินทร์ครับ รุ่นที่บ้านใช้รูปทรงแบบเดียวกับของฝรั่งเลยครับ
วันหนึ่งปรากฏว่า ปุ่มจูนหาสถานีมันหมุนฟรีตลอด เปิดดูพบว่าใช้เชือกคล้ายๆ กับที่ใช้ห่อพัสดุคล้องระหว่างแกนหมุนครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pakorn on 22 March 2013, 08:51:16 pm
Quote from: prisna on 22  March  2013, 06:57:02 pm
บ้านผมทางเหนือก็ใช้ธานินทร์ครับ รุ่นที่บ้านใช้รูปทรงแบบเดียวกับของฝรั่งเลยครับ
วันหนึ่งปรากฏว่า ปุ่มจูนหาสถานีมันหมุนฟรีตลอด เปิดดูพบว่าใช้เชือกคล้ายๆ กับที่ใช้ห่อพัสดุคล้องระหว่างแกนหมุนครับ



ผมเคยมีรีซีฟเวอร์ของ Fisher เครื่องนึง ก็ใช้เชือกเหมือนกันอย่างนี้ล่ะครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 22 March 2013, 09:08:58 pm
Quote from: pakorn on 22  March  2013, 08:51:16 pm
Quote from: prisna on 22  March  2013, 06:57:02 pm
บ้านผมทางเหนือก็ใช้ธานินทร์ครับ รุ่นที่บ้านใช้รูปทรงแบบเดียวกับของฝรั่งเลยครับ
วันหนึ่งปรากฏว่า ปุ่มจูนหาสถานีมันหมุนฟรีตลอด เปิดดูพบว่าใช้เชือกคล้ายๆ กับที่ใช้ห่อพัสดุคล้องระหว่างแกนหมุนครับ



ผมเคยมีรีซีฟเวอร์ของ Fisher เครื่องนึง ก็ใช้เชือกเหมือนกันอย่างนี้ล่ะครับ



เด๋วเหล่าออฟายก็จะมีประเด็นต่อว่า
เชือกห่อของรุ่นใหน เสียงดีที่สุด



ฮา
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: prisna on 22 March 2013, 09:16:22 pm
Quote from: pee on 22  March  2013, 09:08:58 pm
Quote from: pakorn on 22  March  2013, 08:51:16 pm
Quote from: prisna on 22  March  2013, 06:57:02 pm
บ้านผมทางเหนือก็ใช้ธานินทร์ครับ รุ่นที่บ้านใช้รูปทรงแบบเดียวกับของฝรั่งเลยครับ
วันหนึ่งปรากฏว่า ปุ่มจูนหาสถานีมันหมุนฟรีตลอด เปิดดูพบว่าใช้เชือกคล้ายๆ กับที่ใช้ห่อพัสดุคล้องระหว่างแกนหมุนครับ



ผมเคยมีรีซีฟเวอร์ของ Fisher เครื่องนึง ก็ใช้เชือกเหมือนกันอย่างนี้ล่ะครับ




เด๋วเหล่าออฟายก็จะมีประเด็นต่อว่า
เชือกห่อของรุ่นใหน เสียงดีที่สุด



ฮา


:thumbup:

เล่นเครื่องเสียงมันสนุกตรงนี้หละครับ  :lol:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 22 March 2013, 09:28:22 pm
ฮ่าๆ....   
อย่าลืมวัดค่าความตึงด้วยนะครับ
เชือกไม่ตึง  เสียงเบสจะไม่กระชับนะครับ  อิ อิ  :P
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Art on 22 March 2013, 09:38:13 pm
Quote from: prisna on 22  March  2013, 06:57:02 pm
บ้านผมทางเหนือก็ใช้ธานินทร์ครับ รุ่นที่บ้านใช้รูปทรงแบบเดียวกับของฝรั่งเลยครับ
วันหนึ่งปรากฏว่า ปุ่มจูนหาสถานีมันหมุนฟรีตลอด เปิดดูพบว่าใช้เชือกคล้ายๆ กับที่ใช้ห่อพัสดุคล้องระหว่างแกนหมุนครับ


พวกเป็นหน้าปัดบอกความถี่สถานี เกือบ 100% จะเป็นเชือกฉุดแบบนี้แหล่ะครับ

(http://www.rewindmuseum.com/images3/trio.jpg)

เค้าจะเอาเข็มบอกช่องความถี่เกี่ยวกับเชือกไว้ครับ พอหมุน Tuning เข็มก็เลื่อนตามไป
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 22 March 2013, 09:50:45 pm
Spica TC60 
ลำโพงอีกรุ่นหนึ่ง ที่โด่งดังครับ

(http://spicaspeakers.com/images/specs/tc-60-pair.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Art on 22 March 2013, 10:23:37 pm
อ้าว โดนคุณพจน์ตัดหน้า กะจะกลับเข้าเรื่องด้วยลำโพงคู่นี้เหมือนกันเลย ไม่เป็นไร เดี๋ยวหาใหม่

Spica TC-50 TC-60 ดังมาจาก Time Alignment เหมือนกัน แต่ไม่แน่ใจว่ากับ DQ-10 แล้วใครเกิดก่อนครับ (อ้าว ลงเลขผิดซะงั้น  :lol:)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 22 March 2013, 10:56:23 pm
DQ-10 ครับ  เกิดก่อน

Spica TC60 นี่ เสียงดีครับ   sounstage , image อะไรดีเลย  แถมราคาไม่แพงด้วย
สมัยนี้ จะหาลำโพงที่คุ้มค่าอย่าง Spica ไม่รู้จะหาเจอไหม

ตัวต่อไป รีบๆหานะ  ผมนึกอยู่ในใจแล้ว  แต่จะต่อให้คุณ Art โพสต์ก่อน  ฮ่าๆ...  :lol:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: trens on 23 March 2013, 02:19:19 am
(http://1.bp.blogspot.com/-RaOmi0Qxajw/TWl8OdckpLI/AAAAAAAADCk/mhS2UY-EegQ/s1600/naked%2Bfronts.jpg)

(http://3.bp.blogspot.com/-gbad6-VYhMU/TWl8Nw5A2tI/AAAAAAAADCc/1XYUDuhg6eU/s1600/naked%2Bbacks.jpg)

Bose 901 series I รูปที่โชว์เป็นภาพเปลือยให้รู้ว่านี่ของปลอมอิๆ ของจริงดอกลำโพงหน้าจะอยู่คนละตำแหน่งกัน
Series I หรือ II ดอกทำด้วยใยใหมจึงไม่เปื่อยเหมือน Series หลังๆที่ใช้โฟม
Series I หรือ II ผมว่าเสียงดีกว่า  Series หลังๆ แม้มันขับยากกว่า และต้องใช้แอมป์ 150 watt ขึ้นไป
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: jtr on 23 March 2013, 04:51:23 am
ที สำหรับ ธานินท์ ไปแล้ว
ที สำหรับ เทรสโชลด์ ต้องตามมา

หนึงในตำกันเมื่อยมือ(นาน)
ด้วยวงจรสตาซิส
แต่มันคืออะไร  O0 ผมอยากทราบจักนัก  :bowdown:

(http://www.hifiengine.com/images/model_add/threshold_audio_stasis_1_mono_power_amplifier.jpg)
Threshold Audio Stasis 1

Mono Power Amplifier (1979-81)
Power output: 200W into 8Ω (mono)
Frequency response: 7Hz to 100kHz
Gain: 26.5 dB
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Art on 23 March 2013, 05:53:11 am
ไม่รู้ท่านประธานกำลังคิดถึงแอมป์อารมณ์ดีตัวนี้อยู่รึเปล่า

(http://www.avrev.com/images/stories/news/May09/GFA-555SE-Front-383.jpg)

ขนาดแอมป์ยังหัวเราะเลย คนฟังจะไม่อารมณ์ดีได้ไง GFA ฮ่าฮ่าฮ่า จาก Adcom ครับ สมควรยกมาประดับกระทู้นี้ไม๊ครับ  :D
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Art on 23 March 2013, 06:04:09 am
Quote from: jtr on 23  March  2013, 04:51:23 am
ด้วยวงจรสตาซิส
แต่มันคืออะไร  O0 ผมอยากทราบจักนัก  :bowdown:


ถามสั้นตอบยาวละครับพี่แจ๊ค จะพยายามย่อละกันครับ

Stasis เป็นคำเรียกรวมๆ ของวงจรที่ออกแบบอย่างแหวกแนว(ในยุคนั้น) โดยการใช้วงจร Cascode เพื่อให้ได้ Bandwidth กว้างกว่าปกติ ใช้วงจร Current Source เพื่อให้วงจรขยายแรงดันมีความเป็นเชิงเส้น (Linear) กว่าแบบปกติ และใช้วงจรชดเชยการทำงานของคู่ Output Transistor แบบ Complementary ให้สมดุลกันมากกว่าวงจรแบบปกติครับ ทำให้ได้ความเพี้ยนต่ำ แม้ในช่วงกำลังขับสูงๆ ของวงจร และแม้ในช่วงความถี่สูงด้วยครับ

ยุคที่ Stasis เกิดขึ้นมา เป็นยุคที่แอมป์ SS เริ่มเข้ามาแทนที่แอมป์หลอด แต่วงจรแอมป์ SS ยังเป็นวงจรแบบพื้นๆ ทั่วไปครับ ทีมออกแบบของ Threshold จึงนำเอาเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในโลก SS มารวมกันเป็น 1 วงจรครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 23 March 2013, 02:35:53 pm
Quote from: Art on 23  March  2013, 05:53:11 am
ไม่รู้ท่านประธานกำลังคิดถึงแอมป์อารมณ์ดีตัวนี้อยู่รึเปล่า
ขนาดแอมป์ยังหัวเราะเลย คนฟังจะไม่อารมณ์ดีได้ไง GFA ฮ่าฮ่าฮ่า จาก Adcom ครับ สมควรยกมาประดับกระทู้นี้ไม๊ครับ  :D

คิดครับ..​  กำลังจะลงอยู่เลย  อิ อิ  :)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: prisna on 23 March 2013, 05:33:32 pm
(http://i106.photobucket.com/albums/m247/prisnakunja/KrellKAS2_zps3b2e3128.jpg)

ผมขอเสนอรุ่่นนี้ครับ Krell KAS ไม่เฉพาะในยุค 90 ผมว่าปัจจุบันก็ยังไม่เป็นรองใคร
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 23 March 2013, 05:50:26 pm
สวยมากครับ  แม้แต่ในทุกวันนี้   ก็ยังดูสวยอยู่

เฮียเม้ง..  ครับ   ใจคอ  จะไม่เสนอ Linn Turntable  หรือครับ
ผมจะเขียนเอง ก็เกรงใจ  อิ อิ....   :)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 23 March 2013, 06:06:06 pm
เกริ่นให้

ก่อนการมาถึงของ Linn   เครื่องเล่นแผ่นเสียงที่เขานิยมกันคือ  Technic Direct drive  รุ่นต่างๆ    ซึ่งจะแข่งกันเรื่อง  ความผิดพลาดต่อรอบหมุน ใครต่ำกว่ากัน   ใครเข้ารอบการหมุนได้เร็วกว่ากัน    ส่วนเรื่องเสียง...   สมัยนั้น  เขาไม่คิดครับว่า  ตัวแทน Turntable  มีผลกระทบต่อเสียงที่ได้

จะให้เจ๋ง  ต้อง fully automatic   แค่วางแผ่นอย่างเดียว  ส่วนเริ่มเล่น  เล่นเสร็จแล้วยกอาร์ม กลับเข้าที่พักอาร์ม   เครื่องทำให้โหม๊ด..  มันถึงจะเท่ห์    :)

(http://www.vinylengine.com/images/model_add/technics_sl-1700.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 23 March 2013, 07:01:42 pm
ผมมาค้าน..... :wacko:

ผมว่าลินน์เป็นสินค้าที่ทำผิด แล้วลูกค้ามาแก้ให้ถูก.....5555555
:rof:




โดนเฮียเม้งเตะแน่เรยตรู
:bowdown:



ปล
ไม่มีใครพูดถึงไซเตชั่น แอมป์ไวด์แบนด์ตัวแรกหรือครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Karin Preeda on 23 March 2013, 07:03:15 pm
หมายถึง Harman Kardon Citation หรือเปล่าครับ?
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 23 March 2013, 07:05:46 pm
Quote from: pee on 23  March  2013, 07:01:42 pm
ผมมาค้าน..... :wacko:

ผมว่าลินน์เป็นสินค้าที่ทำผิด แล้วลูกค้ามาแก้ให้ถูก.....5555555
:rof:

โดนเฮียเม้งเตะแน่เรยตรู
:bowdown:

เฮียเม้ง..​อย่ายอม  ผมอยู่ข้างเฮียเม้งนะครับ...
ราวี.. ราวี.. ราวี..   อิ อิ    :P
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 23 March 2013, 07:45:53 pm
Quote from: Karin Preeda on 23  March  2013, 07:03:15 pm
หมายถึง Harman Kardon Citation หรือเปล่าครับ?


แม่นแล้วครับ

อยากรู้ว่าทำไมจึงถูกยกย่อง
และยิ่งอยากรู้ว่า
ทำไมเซียนไทยๆ ถึงเมิน

(http://www.audioheritage.org/vbulletin/attachment.php?attachmentid=28850&stc=1&d=1191705935)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Karin Preeda on 23 March 2013, 07:49:51 pm
ฮ่าๆ ผมรู้จักแต่ Citation หลอดครับ Citation solidstate นี่ไม่รู้เลย  :P
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 23 March 2013, 07:55:46 pm
อยากรู้ครับ  เล่าเลย  เล่าเลย
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 23 March 2013, 08:07:47 pm
JBL  L-100

เมื่อตอนผมเด็กๆ  นี่คือลำโพงรุ่นหนึ่งที่ขายดีที่สุดในเมืองไทยครับ
แต่หลังจาก Harman   ซื้อ JBL ไป   ก็จบครับ  เละ

(http://cheneworthgap.com/blog/l100.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 23 March 2013, 08:08:36 pm
Quote from: poj on 23  March  2013, 07:55:46 pm
อยากรู้ครับ  เล่าเลย  เล่าเลย


หนับหนุนอีกเสียงครับ  :bowdown:
ที่จริงไซเตชั่นเริ่มที่หลอดแล้วมากลายเป็นแอมป์แห้งทีหลัง
จำได้ว่า ผูสร้างอิเลคโตรคัมปาเนียต ก็โตมาจากไซเตชั่น



เอ๊ะ มันดียังงัย
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 23 March 2013, 08:13:54 pm
ลำโพงวางหิ้งอีกรุ่น ที่โด่งดังในไทยครับ
Celestion SL600

(http://pic5.audiogon.com/i/c/f/1303509744.jpg)

The first popular compact supermonitor, introduced in 1983. The English company's Graham Bank and Gordon Hadaway decided that, as the main source of coloration in a box speaker is the box, they would effectively do away with it by making it from the Aerolam material used in airplane construction. The copper-dome tweeter used in the SL-600 and its wooden-box SL-6 sibling also pioneered the resurgence of interest in moving-coil drivers with pistonic metal diaphragms. "Had anyone even 1) tried to make a compact monitor sound this uncolored, or 2) charge as much?" asks Wes Phillips. Nope. But what a sound!
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 23 March 2013, 08:27:50 pm
เห็นคนบอกขายแอมป์ญี่ปุ่นถูกๆ
ถูกกว่า 3020 กว่าสองเท่า

เลยสงสัยว่า เราหลงผิดอะไรไปหรือเปล่า
เราถูกฝรั่งปั่นหัวหรือเปล่า
เราฟังเพลงไม่เป็นหรือเปล่า
หรือว่าเราฉลาดกว่าญี่ปุ่น ถึงไม่ยกย่องงานของพวกเขา.... :clown:

(http://www.pantipmarket.com/_data/board/80/13373780/picture/13373780-2.jpg)

(http://thaigramophone.com/wboard_images/233255612402-IMG_3444.jpg)

(http://thaigramophone.com/wboard_images/233255612403-IMG_3447.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Karin Preeda on 23 March 2013, 08:28:56 pm
ตอน Harman Kardon Citation II ออกมาครั้งแรกเมื่อปี 59 นี่ spec มันล้ำยุคไปจริงๆครับ โดยเฉพาะการตอบสนองความถี่ของ output transformer ที่พันโดย Freed มันไปได้ถึง 60KHz รวมถึงการใช้ local feedback loop ที่ไม่ค่อยมีใครใช้กัน ประมาณว่าเทพมากในยุคของมันเอง แต่พอมีรุ่นเล็กๆลงมานี่ไม่ค่อยนิยมในยุคนี้เท่าไหร่เพราะเข้าใจว่า HK ลดต้นทุนลงมา

ในยุคที่หลอดกลับมานิยมใหม่ช่วงปลาย 80's Citation II ถูกผ่าเอา output transformer มาทำใช้อย่างเดียวก็เยอะครับ

รูป Citation II
(http://i14.tinypic.com/6agaiw4.jpg)
ส่วนนี่เป็นรูปโฆษณาในหนังสือเมือปี 1960
(http://img585.imageshack.us/img585/3253/hkcitation.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 23 March 2013, 08:33:26 pm
ลำโพงญี่ปุ่น มักไม่ดัง
แต่  ที่น้อยกว่าน้อยนั้น  มี Yamaha NS-1000 ครับ  ที่ขายดิบขายดี และ โด่งดังครับ

(http://medias.audiofanzine.com/images/normal/yamaha-ns-10m-studio-159215.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 23 March 2013, 08:37:23 pm
KEF 107
ตัวนี้ หน้าตา แปลกไปจากลำโพงในยุคเดียวกันครับ  แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของลำโพงที่ออกแบบมาในแนวๆนี้   ส่วนของเสียงกลาง และ แหลม  หมุนเพื่อปรับองศาได้ครับ

(http://www.hifidatabase.com/static/gallery/9/7079-kef_107_ref.jpg)

(http://baobab-audio.com/index_files/image4331.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 23 March 2013, 08:40:33 pm
Apogee
หายไปนานแล้วครับ  แต่ปัจจุบัน ก็ยังมีคนให้ข้อมูลของลำโพงยี่ห้อนี้อยู่ แลก็ยังมีคนเล่นมันอยู่ด้วยเช่นกัน

(http://www.lippaudio.org/MySystems/Scintilla/ScintillaGood.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 23 March 2013, 08:45:46 pm
ถัดจาก KEF  ก็มี  Vandersteen 2  ตามมาครับ

(http://www.audiofil.net/data/upload/Gasho/2004-11-13_021358_vandersteen_1c.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 23 March 2013, 08:57:57 pm
1975 Bose ส่ง 301 ออกมา
มันเป็นลำโพงตัวแรกที่แยกส่วนไดรเวอร์ และมีเลนส์ปรับมุมเสียง
ผมคิดว่า แนวทางนี้ ปัจจุบันใช้กันเกร่อ แต่ไม่ยอมรับว่าเดินตาม Bose


(http://forums.audioholics.com/forums/attachments/loudspeakers/1041d1113766198-bose-301-series-1-circa-1975-anyone-know-these-301.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 23 March 2013, 09:06:51 pm
อืมม์  ก็จริงนะครับ
ถ้าอย่างนั้น  KEF ก็เดินตามก้น Bose  301  ด้วย   :)

ถ้าจะต่างกันก็ตรงที่ว่า  Bose ยิงเสียงเข้าหา ฝาผนัง แล้วให้สะท้อนกลับไปหาคนฟัง
แต่ KEF ปรับมุมเสียง ยิงตรงเข้าหาคนฟังเลย
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 23 March 2013, 09:56:07 pm
301 ต่างจาก 901 พอสมควรครับ

901 จะยิงเสียงไปด้านหลัง 8 ดอก ยิงเข้าหาคนฟัง 1 ดอก
ส่วน 301 ยิงเสียงเข้าหาคนฟังทั้งหมด เพียงแต่ดอกเล็กนั้น ยิงเฉียงออกด้านข้าง
แล้วออกแบบเลนส์ให้ปรับมุมจำเพาะได้อีกหน่อย

301 มีคุณภาพเหนือกว่าลำโพงวางหิ้งที่แพงกว่าสองเท่าตัว
คิดว่าจะเหนือกว่า Spica ด้วยซ้ำ แต่นโยบายของเขาไม่เลี้ยงสื่อ ก็เลยไม่มีเสียงตอบรับที่ดี
ความจริงเอาเศษเงินโยนให้จอนาทั่น เด๋วมันก็จะบอกว่า 901 เป็นลำโพงเทพเองแหละ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 23 March 2013, 09:59:01 pm
จริงหรือเปล่า  ผมเคยฟัง spica ผมคิดว่าเสียงดีมากทีเดียว สำหรับลำโพงราคานั้น ขนาดนั้น
แต่เสียดาย  ผมไม่เคยได้มีโอกาสทดลองฟัง  Bose 301 จริงๆจังๆเลยครับ 
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 23 March 2013, 10:03:49 pm
จุดเสียของโบส ผมคิดว่าอยู่ที่ EQ
ถ้าเน้นให้ทำงานได้เทพกว่านี้ 901 จะติดลมบนได้ง่ายขึ้น

เช่นปรับให้ฟังแบบออฟาย แบบแจ๊ส แบบร๊อค ...ฯลฯ
แล้วก็เพิ่มจำนวนดอกที่ยิงเข้าคนฟังเพิ่มอีกสักดอกสองดอก

แค่นี้ลำโพงสองแสนก็สู้ไม่ได้


:rof:


Quote from: poj on 23  March  2013, 09:59:01 pm
จริงหรือเปล่า  ผมเคยฟัง spica ผมคิดว่าเสียงดีมากทีเดียว สำหรับลำโพงราคานั้น ขนาดนั้น
แต่เสียดาย  ผมไม่เคยได้มีโอกาสทดลองฟัง  Bose 301 จริงๆจังๆเลยครับ 


ผมใช้โบสมาเกือบหมดเหมือนกัน
901
301
201
101
Wave Radio
3-2-1
แม้แต่ลำโพงคอมสุดแพง ก็ยังเคย
(อิอิ สมัยหนึ่งเคยเป็นฝ่ายจัดซื้อให้พี่ที่เคารพน่ะครับ)

ในจำนวนนี้ 901 เยี่ยมจริงครับ
แต่ที่เหลือเชื่อคือ 201 กับ 101
เสียงสด ข้น และ spatial มาก

เหมาะกับฟังป๊อป ร๊อค แล้วก็ซาวด์แทรคเป็นพิเศษ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: trens on 24 March 2013, 03:18:42 am
มาย้ำว่า 901 ดีจริง แต่ต้อง series I & II เพราะเป็นแค่สองรุ่นที่ออกแบบเป็น acoustic suspension และไม่ต้อง refoam
ข้อเสียคือแอมป์ 150 w พอได้  แอมป์ 200 w ขึ้นไปลละก้อ ดีจริง
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 24 March 2013, 03:48:20 am
Quote from: trens on 24  March  2013, 03:18:42 am
มาย้ำว่า 901 ดีจริง แต่ต้อง series I & II เพราะเป็นแค่สองรุ่นที่ออกแบบเป็น acoustic suspension และไม่ต้อง refoam
ข้อเสียคือแอมป์ 150 w พอได้  แอมป์ 200 w ขึ้นไปลละก้อ ดีจริง


ที่สำคัญ ราคาถูกได้ใจเลย

แต่ผมว่าการรีโฟมก็ไม่ได้เสียหายอะไร
เพราะผมขาย 901serie VI ทิ้งก่อนจะต้องกระทำการ....5555555


เพิ่มเงินนิดหน่อย ได้ 57 มา 4 แผง
คิดว่าคงไม่ขาดทุน
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: trens on 24 March 2013, 04:21:53 am
Quoteเพิ่มเงินนิดหน่อย ได้ 57 มา 4 แผง
คิดว่าคงไม่ขาดทุน


นี่มัน Deal of the Century
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 24 March 2013, 08:26:37 am
Quote from: trens on 24  March  2013, 04:21:53 am
Quoteเพิ่มเงินนิดหน่อย ได้ 57 มา 4 แผง
คิดว่าคงไม่ขาดทุน


นี่มัน Deal of the Century


ตอนที่บอกว่าจะเอา 901 มาแลก เจ้าของทำท่ากระเหี้ยนกระหือรือมาก
ยกมาแล้ว ชี้ให้ดูว่า ตรงนี้วีเนียรมันเริ่มร่อนแล้วนะ....แกบอกว่า ไม่เป็นไรผมมีกาวอย่างดี
บอกว่ามีแต่ลำโพงนะ ขาตั้งทรงแชมเปญไม่มี มันแพงมาก ก็รีบบอกว่า ไม่ต้องใช้ก็ได้

เออ ผมเลยดีใจว่า เขาชอบ 901 เอาจริงๆ


:clown:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Art on 25 March 2013, 08:40:14 am
วันนี้ขอเสนอตัวนี้ครับ

(http://www.thaigramophone.com/wboard_images/256255518241-kit%20dynaco%20st-70%20original001.JPG)

(http://www.tubecad.com/2008/04/05/Dynaco%20ST-70.jpg)

Dynaco ST-70 ได้รับความนิยมมากในยุคของมันช่วง 196X และน่าจะเป็นแอมป์หลอดที่ขายดีที่สุดในโลกจนถึงปัจจุบันครับ แล้วมานิยมอีกทีในหมู่ DIYer ช่วง 10 กว่าปีก่อน มีทั้งบูรณะ, โมดิฟายด์ และสร้างใหม่
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 25 March 2013, 01:19:02 pm
มีแอมป์หลอด ดีๆ ที่เป็นชุด KIT พร้อมคู่มือในการประกอบอย่างละเอียด  แนะนำผมบ้างไหมครับ  ?
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Karin Preeda on 25 March 2013, 02:34:42 pm
เคยอ่าน instruction ของเจ้านี้ครับ ใช้ได้
http://www.transcendentsound.com/Transcendent/Products.html

เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมี kit แล้วครับ เพราะเจอแอมป์หลอดจีนราคาถูกกว่า kit ตีตลาดกระจุย  :(
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: meng on 25 March 2013, 02:44:48 pm
(http://www.vinylengine.com/images/model/linn_lp12.jpg)


มาตามแรงเชียร์ :supergrin:

Linn LP12 หนึ่งในตำนานเทิร์นเทเบิ้ลที่มีอายุครบ 40 ปีในปีนี้พอดี

มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงรุ่น SE ในปัจจุบันนี้ครับ  :rolleyes:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 25 March 2013, 04:16:30 pm
ผมเคยตามหาไดนาโกเมื่อสมัยได้ 57 มาใหม่ๆ
ไปเจอที่ร้านนึงบนฟอจูน เกือบสามหมื่น
ฟังเสียงแล้วมึลล์

สุดท้ายเดินไปร้านข้างๆ เพิ่มเงินอีกนิสส คว้า TS 21SE มาแทน
เสียงเหนือก่ามากมายก่ายกอง
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 25 March 2013, 04:17:40 pm
Quote from: meng on 25  March  2013, 02:44:48 pm
(http://www.vinylengine.com/images/model/linn_lp12.jpg)


มาตามแรงเชียร์ :supergrin:

Linn LP12 หนึ่งในตำนานเทิร์นเทเบิ้ลที่มีอายุครบ 40 ปีในปีนี้พอดี

มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงรุ่น SE ในปัจจุบันนี้ครับ  :rolleyes:


ขอลำดับพัฒนาการด้วยครับ
ปีใหนทำอะไรเพื่ออะไร

:bowdown:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: dht_tubes on 25 March 2013, 05:02:09 pm
Quote from: poj on 25  March  2013, 01:19:02 pm
มีแอมป์หลอด ดีๆ ที่เป็นชุด KIT พร้อมคู่มือในการประกอบอย่างละเอียด  แนะนำผมบ้างไหมครับ  ?


อย่าหาว่าขัดคอ

ถามท่านดำมาก (blackmore) ดูครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 25 March 2013, 05:09:54 pm
งั้นสรุปคือ  ไปหาแอมป์จีน ดีกว่า  :)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 25 March 2013, 05:18:07 pm
Eminent ET-2
Linear Tracking tonearm  ตัวดังแห่งยุค

(http://www.audioenz.co.nz/attachment.php?attachmentid=6677&d=1309326900)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Karin Preeda on 25 March 2013, 05:34:37 pm
Quote from: poj on 25  March  2013, 05:09:54 pm
งั้นสรุปคือ  ไปหาแอมป์จีน ดีกว่า  :)


แอมป์จีนต้องระวังหน่อยนะครับ ถ้าเป็นยี่ห้อฝรั่งที่ทำในจีน จะมีการควบคุมคุณภาพที่ดีกว่า แต่ถ้าเป็นยี่ห้อจีนเลย ต้องทำการบ้านเยอะๆครับ ซื้อแบบ noname นี่เล่นๆไปหม้อแปลงไหม้เอาดื้อๆ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 25 March 2013, 06:07:37 pm
ฮ่าๆ..  ปวดหัวจริงๆ.. 
แต่ไว้ว่างๆ   ผมจะลองคิดๆดูว่า เอาไงดี

หรือซื้อ audio research  หรือ conrad johnson แทน   ง่ายดี ไม่ต้องปวดหัว
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Karin Preeda on 25 March 2013, 06:21:41 pm
ซื้อ ARC หรือ CJ น่าจะเหมาะกับ life style อย่างคุณพจน์ครับ
หรือไม่ก็ Macintosh MC275 เรย ถ้าอยากสัมผัส vintage ยุคใหม่ :supergrin:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: blackmore on 25 March 2013, 06:56:15 pm
Quote from: dht_tubes on 25  March  2013, 05:02:09 pm
Quote from: poj on 25  March  2013, 01:19:02 pm
มีแอมป์หลอด ดีๆ ที่เป็นชุด KIT พร้อมคู่มือในการประกอบอย่างละเอียด  แนะนำผมบ้างไหมครับ  ?


อย่าหาว่าขัดคอ

ถามท่านดำมาก (blackmore) ดูครับ


ถามได้ ตอบไม่ได้  ............อับดุล
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: blackmore on 25 March 2013, 06:58:13 pm
(http://www.neatstuff.net/records/Turntables/AR-Turntable.jpg)

AR Turntable ครับ   ผู้นำเทอนแขวนลอย
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 25 March 2013, 07:07:36 pm
อ่านเจอว่าลินน์เคยเป็นตัวแทนขาย TT AR
แล้วเลยโคลนขายซะเลย

ไม่รู้จริงป่าว
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: blackmore on 25 March 2013, 07:10:29 pm
SME tonearm บรรลือโลก  ปรับได้เกือบทุกพารามิเตอร์ 

ตัวนี้ตัวแรกๆครับ

(http://www.smetonearms.com/bmz_cache/b/b649a9f6ba3c3e47abe4652da1149bbc.image.340x255.jpg)
(http://www.smetonearms.com/bmz_cache/2/2fe5d60474119d32e4ccee35093f4da0.image.255x191.jpg)
(http://www.smetonearms.com/bmz_cache/0/0e3ef5a764290294a5ba29c7fe9a3b07.image.255x191.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: blackmore on 25 March 2013, 07:15:00 pm
Oracle เค้าว่าเป็น TT ตัวแรกที่ไม่มีสวนผสมของไม้เลย  อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจแต่ ขึ้นหิ้ง คลาสสิกไปและ

(http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcS6haPyc_-6fVuzG9OJmOgATxUcjNyb-SHK2VeYE6_CTb_s0igukw)
(http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcTyJOFqZ0Q4cDz6pDLmR1-A8Q7_BP1JvIs2r-jZE6AIdSAkmUJ3hw)
(http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcS5Zvf5XRi-orNC9cVArS_Ks6jpB10dK_tjwJYKmXVPRKYwY4Fh)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: meng on 25 March 2013, 08:04:03 pm
Quote from: pee on 25  March  2013, 04:17:40 pm
Quote from: meng on 25  March  2013, 02:44:48 pm
(http://www.vinylengine.com/images/model/linn_lp12.jpg)


มาตามแรงเชียร์ :supergrin:

Linn LP12 หนึ่งในตำนานเทิร์นเทเบิ้ลที่มีอายุครบ 40 ปีในปีนี้พอดี

มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงรุ่น SE ในปัจจุบันนี้ครับ  :rolleyes:


ขอลำดับพัฒนาการด้วยครับ
ปีใหนทำอะไรเพื่ออะไร

:bowdown:


ข้อมูลในการพัฒนาอยู่ในเวปนี้ครับพี่พี

http://www.vinylengine.com/linn-lp12-history-and-upgrade-path.shtml (http://www.vinylengine.com/linn-lp12-history-and-upgrade-path.shtml)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 25 March 2013, 08:31:55 pm
ขอบคุณเฮียเม้งครับ

อ่านแล้วนึกถึงหมู่บ้านแถวราชพฤกษ์
อุตส่าห์เก็บเงินพอซื้อบ้านหลังละแปดล้าน
ราคานี้อยู่บางที่ได้คฤหาสถ์สุดหรู
มาอยู่ราชพฤกษ์



















ได้บ้านหลังกระจอกสุด อยู่ท้ายหมู่บ้าน
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 26 March 2013, 01:10:42 am
ขอย้ายวงมาที่ไทยทำ

นอกจากธานินทร์แล้ว มีอะไรขึ้นหิ้งบ้างครับ
แมกเนตพอได้หรือเปล่า



อ้อ
ต้องเชิญเฮียหมอมาให้การถึงงานของลุงแปะด้วยสินะ

:bowdown:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Jibjoy on 26 March 2013, 01:39:29 am
Quote from: pee on 26  March  2013, 01:10:42 am
ขอย้ายวงมาที่ไทยทำ

นอกจากธานินทร์แล้ว มีอะไรขึ้นหิ้งบ้างครับ
แมกเนตพอได้หรือเปล่า

อ้อ
ต้องเชิญเฮียหมอมาให้การถึงงานของลุงแปะด้วยสินะ

:bowdown:


ลุงแปะแกชอบใช้วัสดุหายากๆมาทำ แต่ละตัวที่ออกมาจึงทำได้ไม่กี่ตัว.. หลังๆแกรับงานต่อลำโพงฮอรน์ตัวใหญ่ๆ เลยไม่ค่อยได้มีผลงานแนวอิเล๊กฯออกมาโชว์เท่าไร ผมว่าลุงแปะ แกเป็นแนว ทำให้เพื่อนเล่น มากกว่าที่จะทำเป็นอาชีพ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: blackmore on 26 March 2013, 03:54:49 am
ถ้าเป็นของไทยเราผมว่าตัวนี่แรงสุดครับ  TS 50.2   ทำให้คนหลายๆคนอยากลองแอมป์หลอด ผมก็เป็น 1 ในนั้นครับ   ผมคิดเอาเองนะครับ

(http://www.audio-teams.com/webboard/img-lib/webboard/wba_172243.jpg)
(http://www.thaigramophone.com/wboard_images/510255417412-2.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Karin Preeda on 26 March 2013, 04:00:30 am
ของไทยนี่ก็น่าจะมี Audio Spectrum ที่กลายเป็น TAS ในตอนหลัง
แต่หารูปยากเหมือนกันแฮะ ผมรู้จักแต่รุ่นแรกๆ
(http://tiggersound2.com/upload/imagesMember/2011/08/16/50852_1313457131.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 26 March 2013, 04:04:34 am
Quote from: Karin Preeda on 26  March  2013, 04:00:30 am
ของไทยนี่ก็น่าจะมี Audio Spectrum ที่กลายเป็น TAS ในตอนหลัง
แต่หารูปยากเหมือนกันแฮะ ผมรู้จักแต่รุ่นแรกๆ
(http://tiggersound2.com/upload/imagesMember/2011/08/16/50852_1313457131.jpg)


นี่เลยครับ
http://www.thaiaudiosystem.com/

(http://www.thaiaudiosystem.com/wp-content/uploads/2011/06/05-Optima-AD.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 26 March 2013, 04:12:53 am
ok รวบรวมเท่าที่นึกออก
TS audio, 
Magnet,
Centco,
BT Phoenix,
TAS
ธานินทร์

ทั้งหมดนี่  จะยกให้ยี่ห้อไหน เด่นที่สุดครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 26 March 2013, 04:24:57 am
TS ทำต่อเนื่องมาสองเจนเนอเรชั่น ก็ต้องยอมรับว่าเจ๋ง

นอกจากนั้น ยังมี XAV ที่ยืนหยัดจนมีงานส่งออกในนามเกาหลี
แล้วก็ ผมว่าแมกเนต ไปไกลที่สุด เพราะทำแอมป์ขึ้นทำเนียบหูทองสำเร็จ
(แต่จะด้วยวิธีใหน แทคติคอะไร อันนั้นอย่าไปพูดถึง)

(http://www.marshsounddesign.com/index_files/coveted_award.gif)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Karin Preeda on 26 March 2013, 04:36:51 am
ผมคิดว่า Magnet ไปได้ไกลเพราะมีระบบการจัดการที่ดี และใช้วิธีการผลิตสมัยใหม่ เลยประสบความสำเร็จครับ
คุณพจน์ลืม CDE ได้ยังงายยย  :)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: sw on 26 March 2013, 05:29:53 am
Marsh กับ Magnet เป็นคนละแบรนด์ เสียงก็ไม่เหมือนกัน ไม่เกี่ยวกันนะครับ
Magnet เกี่ยวข้องกับ Marsh ในฐานะเป็นโรงงาน OEM ผลิตแอมป์ให้กับ Marsh ตามดีไซน์และสเป็คของ Marsh เองครับ

ตัวดังของ Magnet น่าจะเป็นรุ่น PV-02

Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 26 March 2013, 06:01:25 am
Quote from: sw on 26  March  2013, 05:29:53 am
Marsh กับ Magnet เป็นคนละแบรนด์ เสียงก็ไม่เหมือนกัน ไม่เกี่ยวกันนะครับ
Magnet เกี่ยวข้องกับ Marsh ในฐานะเป็นโรงงาน OEM ผลิตแอมป์ให้กับ Marsh ตามดีไซน์และสเป็คของ Marsh เองครับ

ตัวดังของ Magnet น่าจะเป็นรุ่น PV-02


วงในเล่าว่า มารชเอาแมกเนทมาใส่ C ลิขสิทธิ์ของตัวเอง
เปลี่ยนโน่นนี่นิดหน่อย ออกแบบหน้าตา แล้วก็ใช้เส้นให้เปียสั้นรีวิวให้

ผมฟังแล้ว ถ้าแอมป์มาร์ชได้รางวัลหูทอง
แอมป์ในโลกนี้ประมาณ 80 % ก็ควรจะได้หูทองทั้งนั้น
แต่ที่ไม่ได้ เพราะไม่ได้ส่งไปให้เปียสั้นดม




ฮา
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Karin Preeda on 26 March 2013, 06:28:10 am
ผมเคยอ่านนิตยสารที่มีสัมภาษณ์เจ้าของ Magnet จำได้ว่าเค้าแชร์วงจรบางจุดกันครับ ประมาณว่าเป็น partner กัน ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะถ้ารับผลิตให้ก็ต้องเห็นตับไตไส้พุงกันหมดอยู่แล้ว
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: PandaZ on 26 March 2013, 07:14:56 am
ของไทยที่นึกออกอีกก็ VCL audio-The old siam hi-fi และก็ POEM ครับ
มีรุ่นที่ทำเป็นปรี-เพาเวอร์หน้าทองออกมาสวยดีครับ :)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 26 March 2013, 08:45:40 am
Quote from: Karin Preeda on 26  March  2013, 06:28:10 am
ผมเคยอ่านนิตยสารที่มีสัมภาษณ์เจ้าของ Magnet จำได้ว่าเค้าแชร์วงจรบางจุดกันครับ ประมาณว่าเป็น partner กัน ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะถ้ารับผลิตให้ก็ต้องเห็นตับไตไส้พุงกันหมดอยู่แล้ว


แกคงพูดให้ออกมาดี

แต่ข้อเท็จจริงคือ ถ้าผมจะจ้างผลิต ผมคงไม่จ้างโรงงานที่มีแบรนด์ของตัวเอง
แล้วถ้าผมเป็นโรงงานที่มีแบรนด์เป็นของตัวเอง ก็คงไม่ OEM สินค้าที่ทับไลน์ตัวเอง
สุดท้ายแล้ว มาร์ชก็ไปอยู่เมืองจีน...อ้าว ทำไมไม่ให้โรงงานเก่า OEM ให้ล่ะ

ผมเชื่อว่า แกเป็นพวกเร่ขายเส้นสายและชื่อเสียงรวมทั้งผลิตภัณท์ตัวเอง
มาที่นึงก็มีแบรนด์นึง ไปอีกที่ก็มีอีกแบรนด์


ไม่รู้ผมมั่วเกินไปหรือเปล่า...อิอิ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 26 March 2013, 12:49:08 pm
สรุปยี่ห้อไทยอีกครั้งครับ  (ขอบคุณสำหรับ รายชื่อเพิ่มเติม ที่ผมตกหล่นครับ)

TS audio,

Magnet,
(http://forum.munkonggadget.com/upload/2010/01/20100113154146.jpg)

Centco,
(http://www.thaigramophone.com/wboard_images/112255519095-Centco_1.jpg)

BT Phoenix,
(http://www.audio-teams.com/webboard/img-lib/webboard/wba_112391554471.jpg)

TAS

ธานินทร์

CDE
(http://www.thaigramophone.com/wboard_images/102255695930-IMG_0399.JPG)

Poem
(http://www.thaigramophone.com/wboard_images/2410255521222-poem12.jpg)

VCL
(http://www.thaimtb.com/webboard/343/171672-1.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 26 March 2013, 12:55:08 pm
ผมคิดว่า   ผมยังชื่นชม  ผู้ผลิตไทยทุกๆราย  ว่ามีความกล้าในการทำธุรกิจ ที่มีความเสี่ยงแบบนี้ครับ   และ  ผมเห็นด้วยว่าในทั้งหมด  Magnet ดูจะมีการบริหารที่มีระบบมากที่สุด

ส่วนในแง่คุณภาพนั้น ผมคิดว่า  ไม่ว่า Marsh หรือ Magnet เอง ในที่สุด  คุณภาพสินค้าจะเป็นตัวฟ้องออกมาเองครับว่า  สินค้าจะได้รับการยอมรับในวงกว้างหรือไม่ ?   ตัว Marsh เอง เขามีเส้นสายในวงการอยู่แล้ว   อาจจะช่วยให้ สินค้าได้รับการรีวิว ง่ายขึ้น

แต่รีวิวแล้ว ก็ไม่ใช่ว่า  สินค้าจะติดลมบน  เพราะผมก็ไม่พบว่า สินค้าของ Marsh จะไปได้ดีแต่อย่างใด ในหลายๆปีมานี้    บางทีธุรกิจนี้  ก็เป็นธุรกิจที่หินมากเช่นกันครับ    อย่าว่าแต่ของไทยเลย   ของฝรั่งเองอย่าง  audible illusion  ก็เงียบไปเช่นกัน
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 26 March 2013, 01:22:37 pm
Audible Illusion Modulus 3
pre amp ตัวโด่งดัง

(http://www.audibleillusions.com/wp-content/themes/audible/images/M3B-1-R4SMALL.png)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Art on 26 March 2013, 04:31:45 pm
เป็น Partner กันนั่นถูกแล้วครับ เพราะ Marsh รุ่นแรก ใช้วงจร MA-400 เป็นฐานในการพัฒนาครับ แล้ว Magnet ก็เอาผลลัพธ์นั้นมาทำเป็น MA-300F อีกทีนึงครับ คนที่ออกแบบทั้ง PCB Layout และ Fabrication ก็เป็นคนของ Magnet ครับ (เชื่อว่าหลายคนคงไม่ทราบว่าเจ้าของ Magnet ทำธุรกิจ PCB ระดับ High Quality ของเมืองไทยด้วย) คนที่เหมาะที่จะผลิตทั้ง Marsh และ MA-300F จึงเป็น Magnet ครับ

ส่วนเรื่องเปลี่ยน C เฉยๆ อันนี้ผมไม่แน่ใจครับ Marsh รุ่นแรกจากมือ Magnet ใช้ WIMA เป็นหลักเหมือน MA-400 ครับ ส่วนรุ่นหลังๆ ผมออกมานอกวงแล้ว เลยไม่ทราบรายละเอียดครับ

Quote from: pee on 26  March  2013, 08:45:40 am
Quote from: Karin Preeda on 26  March  2013, 06:28:10 am
ผมเคยอ่านนิตยสารที่มีสัมภาษณ์เจ้าของ Magnet จำได้ว่าเค้าแชร์วงจรบางจุดกันครับ ประมาณว่าเป็น partner กัน ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะถ้ารับผลิตให้ก็ต้องเห็นตับไตไส้พุงกันหมดอยู่แล้ว


แกคงพูดให้ออกมาดี

แต่ข้อเท็จจริงคือ ถ้าผมจะจ้างผลิต ผมคงไม่จ้างโรงงานที่มีแบรนด์ของตัวเอง
แล้วถ้าผมเป็นโรงงานที่มีแบรนด์เป็นของตัวเอง ก็คงไม่ OEM สินค้าที่ทับไลน์ตัวเอง
สุดท้ายแล้ว มาร์ชก็ไปอยู่เมืองจีน...อ้าว ทำไมไม่ให้โรงงานเก่า OEM ให้ล่ะ

ผมเชื่อว่า แกเป็นพวกเร่ขายเส้นสายและชื่อเสียงรวมทั้งผลิตภัณท์ตัวเอง
มาที่นึงก็มีแบรนด์นึง ไปอีกที่ก็มีอีกแบรนด์


ไม่รู้ผมมั่วเกินไปหรือเปล่า...อิอิ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 26 March 2013, 04:37:32 pm
Magnet นี่  ผมเองก็พร้อมจะฟังนะครับ   แบบเปิดใจกว้างๆ
แต่หาร้าน ที่พร้อมจะ demo ดีๆ ไม่เจอ  ก็เลยไม่เคยมีโอกาสได้ฟังจริงๆจังๆสักครั้ง
ที่หาดใหญ่  ร้านตัวแทน Magnet ก็ setup แบบ  ผิดไปหมดน่ะครับ  สภาพห้อง demo นี่ไม่ไหว

ในแง่ของการสร้าง  ผมว่า  ทำมาได้ดีครับ   เหลืออยู่แต่เสียงเท่านั้น ที่ผมไม่รู้ว่าเป็นเช่นไร
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 26 March 2013, 05:35:51 pm
ผมได้ฟังปรีหลอดตัว 2000 เทียบกับออดิโอรีเสิร์ชรุ่นเล็ก
มารชเหนือกว่าอย่างไม่ต้องจับผิดเลย

เสียงเปิด ไดนามิคดี และที่ดีสุดคือเสียงมีเนื้อหนังมีรายละเอียดเป็นดนตรีมากกว่า
ผมว่าออโอ้นั่น เสียงกร้าวเกินไป ไม่เป็นธรรมชาติ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 26 March 2013, 05:39:27 pm
งานออกแบบและผลิตของแมกเนตนี่ เข้าขั้นเวิล์ดคลาสได้

(http://www.magnet.co.th/picture/product/45/MA-320_20120721144044_0.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 26 March 2013, 05:45:32 pm
อ้างมา 2005
------------

ที่ผมชอบที่สุดคือห้อง Horn Club ครับ เปิดเสียงดังมาก (มากที่สุดในงานเลยมั้งผมว่านะ) เสียงดังเต็มห้องเลย (จนรู้สึกว่าห้องเล็กไปหน่อย) แต่ไม่มีความรู้สึกว่าหนวกหูเลย ฟังรอบแรก เป็นการตีกลอง คิดว่าเป็นการเดี่ยวกลองชุดนะครับ ไม่น่าเชื่อว่าผมกับภรรยา จะสามารถฟังเพลงที่มีแต่เสียงกลองอย่างเดียว (ฟังไม่เป็นเพลง) แถมเปิดเสียงดังมาก ได้นาน โดยไม่รู้สึกล้าหูเลย ฟังเพลินจริงๆ จากนั้นลองไปฟังห้องอื่นๆ กลับมาฟังห้องนี้อีกที เปิดเพลง Classic ของ Tchaikovsky น่าจะ Swan Lake (ขออภัยถ้าเขียนผิด) นะครับ ไพเราะมากครับ
เทียบกับห้องของ Conice โชว์ Digital Amp กับลำโพง NHT กระมัง ตัวเล็กนิดเดียวแต่เสียงใหญ่มากครับ เปิดเพลงเดี่ยวกลองชุดเช่นกัน ในความรู้สึกของผม เสียงมันใหญ่เกินตัวจริงๆ ครับ แต่ฟังแล้วรำคาญ ไม่ไพเราะเท่า Horn Club
--------------
ผมชอบห้องนี้มากที่สุดในงาน
ราคาของอาจจะสูงแต่ผมก็ว่าเขาเสียงดีคุ้มราคา...ดีกว่าเครื่องเสียง Hi-End หลายชุดจากต่างประเทศที่ดีไม่คุ้ใงนเลยครับ
ผมนะไม่ค่อยชอบเครื่องเสียงไทยที่ตั้งราคาไม่อยากขายคนไทย(แพงมากเกิน)....แต่กรณีนี้ผมว่าพอรับได้...ก็เรียกว่าเป็นเครื่องเสียงไทยที่ราคาสูงมากๆๆๆ...แต่ยังไม่ใช่เครื่องเสียงไทยที่ราคาแพง(ราคาแพงหมายถึงไม่คุ้มเงินที่กัดฟันจ่ายจนเลือดกลบปาก)

Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: meng on 26 March 2013, 06:03:00 pm
ของไทยอีกยี่ห้อนึงครับ Tula ตุลา

ถูกและเสียงดี  :thumbup:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 26 March 2013, 06:12:49 pm
เออ. ใช่  ผมลืม ตุลา ไปสนิททีเดียว

(http://tiggersound2.com/upload/imagesMember/2012/07/06/37887_1341581801.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 26 March 2013, 06:15:24 pm
Quote from: meng on 26  March  2013, 06:03:00 pm
ของไทยอีกยี่ห้อนึงครับ Tula ตุลา

ถูกและเสียงดี  :thumbup:


เห็งล่วย

เรามาสะสมแอมป์ไทยกันเถอะ


(http://tiggersound2.com/upload/imagesMember/2012/09/22/11717_1348311721.jpg)
(http://tiggersound2.com/upload/imagesMember/2012/07/10/10151_1341887078.jpg)
(http://upic.me/i/vv/cegeg.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 26 March 2013, 06:22:00 pm
ตกลงเรา ให้ของไทยทุกยี่ห้อ ติด list หมดเลยใช่ไหม ?
ลำเอียงจริงๆ  อิ อิ  :P
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: sw on 26 March 2013, 06:24:44 pm
การออกแบบและผลิตของ Magnet ผมว่าได้ระดับมาตรฐานสากลเลย เคยเข้าไปชมโรงงานครั้งนึง คนออกแบบตัวถังเครื่องเป็นคนพาไปชมเอง บังเอิญเป็นรุ่นน้องเรียนม.เดียวกันห่างผมสามปี แถมให้ยืม p2000t กับ MA400 มาเล่นกับ spica tc50 ตั้งเดือนนึง ได้สัมผัสเสียงหลุกตู้จาก spica ก็ตอนนั้นเอง เจ้านายเขา(น่าจะเป็นภรรยา)ใจดีเจงๆ 55  คนออกแบบคนนี้เขาจะไปยืนที่งานตรงบู้ทแอคเซสซอรี่ทุกงานครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: dht_tubes on 26 March 2013, 06:56:24 pm
แมกเนท พร้อมมากในหลายๆด้าน

เสียอย่างเดียว ถ้าไปเปิดออฟฟิสที่ยุโรป จ้างฝรั่งนั่งเป็นซีอีโอซักคน เวลาออกงานอย่าเป็นคนไทย

มีโอกาสดังครับ เพราะในบ้านเราที่คนดูแคลน เพราะไม่ใช่เเบรนด์ฝรั่ง

ผมจำได้ ตอนมาร์ชออกขาย ตั้งราคาแสนปลาย
มีแต่คนบอกซื้อทำไม ซื้อ MA-400 ก็ไม่ต่าง เอามาโม เผลอๆ เสียงดีกว่ามาร์ช

หรือว่าเค้าหมายถึงนิสสันมาร์ชหว่า
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 26 March 2013, 07:04:33 pm
Quote from: dht_tubes on 26  March  2013, 06:56:24 pm
แมกเนท พร้อมมากในหลายๆด้าน
เสียอย่างเดียว ถ้าไปเปิดออฟฟิสที่ยุโรป จ้างฝรั่งนั่งเป็นซีอีโอซักคน เวลาออกงานอย่าเป็นคนไทย
มีโอกาสดังครับ เพราะในบ้านเราที่คนดูแคลน เพราะไม่ใช่เเบรนด์ฝรั่ง

ผมจำได้ ตอนมาร์ชออกขาย ตั้งราคาแสนปลาย
มีแต่คนบอกซื้อทำไม ซื้อ MA-400 ก็ไม่ต่าง เอามาโม เผลอๆ เสียงดีกว่ามาร์ช
หรือว่าเค้าหมายถึงนิสสันมาร์ชหว่า


เฮียเมาแล้ว
คนดูถูกมาร์ช บอกว่าโม 400 แล้วดีกว่า ก็แปลว่าเขาดูถูกฝรั่งนี่

แต่มันก็จริงอยู่เรื่อง คือคนไทยนี่ลูกอีช่างติ แล้วก็ชอบโมของคนอื่นเพราะคิดว่าตัวเองเก่ง

ส่วนเรื่องให้แมกเนตเปลี่ยนเป็นแบรนด์นอก อันนี้ก็ดูถูกน้ำใจสินค้าไทยไปหน่อย
แมกเนตสร้างแบรนด์มาอย่างเหนื่อยยาก ทำไมต้องทุบยี่ห้อตัวเอง
ที่เขาแตกแบรนด์ออกไปก็เพราะจะถนอมแบรนด์ต้นกำเนิด อันนี้ต้องชมเขาครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Krairerk on 26 March 2013, 09:48:06 pm
Quote from: poj on 26  March  2013, 01:22:37 pm
Audible Illusion Modulus 3
pre amp ตัวโด่งดัง

(http://www.audibleillusions.com/wp-content/themes/audible/images/M3B-1-R4SMALL.png)


เห็นกิ๊กเก่าแล้วช้ำใจ  เสียดายไม่น่าขาย
ถ้าเก็บไว้ตอนนี้ เล่นกะ step up trans ละก็ happy สุดๆ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 26 March 2013, 10:05:51 pm
ซื้อสิครับ

At Audible Illusions, our design philosophy remains the same today as when we were founded thirty years ago; "Simpler is Better". Audio designs must have at their epicenter the goal of being true to the music. Each product we create, and every innovation employed, is in pursuit of this singular goal. Our engineers work tirelessly to implement designs that preserve the music signal and ensure truthful recreation of the musical event.

As recognized leader in High End Audio with thousands of enthusiastic owners worldwide, Audible Illusions has earned the reputation as a pioneer in modern day tube design. Each product is hand-built to exacting standards combining leading edge technologies with proven designs to produce products that define the state-of-the-art.

Our products have received critical acclaim from the audio press and buying public worldwide. Completely handcrafted, they offer an unrivaled combination of sonics, quality and value. We're very proud that!

We hope you will find the information on our website informative and look forward to being of service to you. In the upcoming year, Audible Illusions plans to introduce several new products. We hope you will check our website regularly as we continue to bring to our customers products of uncompromising quality and value. We are confident that all our products will provide you with many years of musical enjoyment!

http://www.modulusindustries.com/index2.php

ราคาเมื่อ  วันที่ : 1/10/2012
38000 เอง .....ถูกกว่าลวดเสียบตูดเครื่องอีก
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Krairerk on 27 March 2013, 04:16:26 am
พี่คูณยังไงอ่ะ ผมคูณกี่ทีๆก็แสนกว่าบาทครับ (3895 USD ตีซะว่า 4000 USD ละกัน)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 27 March 2013, 04:31:20 am
Quote from: Krairerk on 27  March  2013, 04:16:26 am
พี่คูณยังไงอ่ะ ผมคูณกี่ทีๆก็แสนกว่าบาทครับ (3895 USD ตีซะว่า 4000 USD ละกัน)



โคทมาครับ
ขออนุญาตลงขาย ปรีแอมป์ Audible illusions รุ่น modulus 3 ตัวนี้ติด stereo phile class A
มีบอร์ด MC Gold ที่ออกแบบโดย JohnCurl (ออกแบบให้ Mark Levinson)เล่นหัว MC Low ได้เลย
ใครกำลังมองหา ปรีโฟโน เดี่ยว ๆ ราคานี้
ลองเล่นตัวนี้ดูก่อนครับ นอกจากจะได้ภาคโฟโนสุด ๆ แล้ว ได้ทั้งภาคไลน์คุณภาพสุด ๆ ไปเล่นด้วยครับ
สภาพสะสม งามหมดจดทุกสัดส่วนครับ  ภายในใช้หลอด 6922 จำนวน 4 หลอด



ขอลงขาย 38500 บาท ครับ
โทรมาคุยกันก่อนได้ครับ
สนใจเชิญเข้ามาฟังเสียงดูก่อนได้ครับ อยู่แถวบิ๊กคิงบางใหญ่ครับ

(http://i235.photobucket.com/albums/ee311/qoogolf/PreAmp/IMG_AUDIO013.jpg)
(http://i235.photobucket.com/albums/ee311/qoogolf/PreAmp/Modulus1.jpg)
(http://i235.photobucket.com/albums/ee311/qoogolf/PreAmp/Modulus2.jpg)




ขายแล้วครับ ปิดการขาย
โดย : ///////////      วันที่ : 6/3/2012 12:40:51 AM
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 27 March 2013, 04:43:09 am
ตัวล่าสุด 3B ครับ    ตอนนี้ที่ไทย มีตัวแทนไหมครับ ?
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: blackmore on 27 March 2013, 04:46:27 am
Quote from: pee on 27  March  2013, 04:31:20 am
Quote from: Krairerk on 27  March  2013, 04:16:26 am
พี่คูณยังไงอ่ะ ผมคูณกี่ทีๆก็แสนกว่าบาทครับ (3895 USD ตีซะว่า 4000 USD ละกัน)



โคทมาครับ
ขออนุญาตลงขาย ปรีแอมป์ Audible illusions รุ่น modulus 3 ตัวนี้ติด stereo phile class A
มีบอร์ด MC Gold ที่ออกแบบโดย JohnCurl (ออกแบบให้ Mark Levinson)เล่นหัว MC Low ได้เลย
ใครกำลังมองหา ปรีโฟโน เดี่ยว ๆ ราคานี้
ลองเล่นตัวนี้ดูก่อนครับ นอกจากจะได้ภาคโฟโนสุด ๆ แล้ว ได้ทั้งภาคไลน์คุณภาพสุด ๆ ไปเล่นด้วยครับ
สภาพสะสม งามหมดจดทุกสัดส่วนครับ  ภายในใช้หลอด 6922 จำนวน 4 หลอด



ขอลงขาย 38500 บาท ครับ
โทรมาคุยกันก่อนได้ครับ
สนใจเชิญเข้ามาฟังเสียงดูก่อนได้ครับ อยู่แถวบิ๊กคิงบางใหญ่ครับ

(http://i235.photobucket.com/albums/ee311/qoogolf/PreAmp/IMG_AUDIO013.jpg)
(http://i235.photobucket.com/albums/ee311/qoogolf/PreAmp/Modulus1.jpg)
(http://i235.photobucket.com/albums/ee311/qoogolf/PreAmp/Modulus2.jpg)




ขายแล้วครับ ปิดการขาย
โดย : ///////////      วันที่ : 6/3/2012 12:40:51 AM


ตัวนี้ผ่านมือผมมาแล้วคครับ อยู่กัยผมคืนเดียว ยกกลับเจ้าของเดิม แต่ไม่ใช้เจ้าของคนนี้นะครับ  ก่อนหน้านั้นค่าตัว 50,000
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: blackmore on 27 March 2013, 04:50:26 am
Quote from: poj on 27  March  2013, 04:43:09 am
ตัวล่าสุด 3B ครับ    ตอนนี้ที่ไทย มีตัวแทนไหมครับ ?


เข้าใจว่า AI มีปัญหาเรื่องการ ติดต่อกับ ซัพพอร์ทหลังการขขายครับ   เค้าเลยไม่เอากัน
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Krairerk on 27 March 2013, 05:24:04 am
มือสองถ้าเล่นก็ต้องเล่นตัว 3A ล่าสุดครับ โวลุมเป็น step ลูกเบ้อเร่อ  แล้วก็ไม่เอา MC board เพราะมี SUT ในมือหลายลูกอยู่

รุ่นเก่า ตามภาพ 3 ธรรมดา เสียงจะขุ่น ไม่ transparent เท่า 3A
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: trens on 27 March 2013, 05:39:39 am
เผื่อคุณหมอยังสนใจAudible illusions รุ่น modulus 3  มีสีดำอยู่ที่อ่าวครับ
http://sfbay.craigslist.org/sfc/ele/3691143192.html
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Karin Preeda on 27 March 2013, 05:53:44 am
เสาร์นี้ว่างแล้วจ้าาา
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 27 March 2013, 07:27:35 am
Quote from: Karin Preeda on 27  March  2013, 05:53:44 am
เสาร์นี้ว่างแล้วจ้าาา


รับมุกม่ายทัน..... :dizzy:

:dribble:

:bowdown:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Karin Preeda on 27 March 2013, 07:29:21 am
คือเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ผมต้องระเห็จจากอพาร์ตเมนต์ไปอยู่โรงแรมครับ เลยไม่ว่าง แต่เสาร์นี้ว่างแล้ว ก็เลยไปดูของให้ได้น่ะครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 27 March 2013, 08:12:10 am
อะจ๊าก

ตามหา
State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
เหรอ.....ฮา

:clown:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: K. PJ on 27 March 2013, 03:08:24 pm
5.6MHz DSD!! - Korg MR-2000S
http://theartofsound.net/forum/showthread.php?t=17079


Tascam DV-RA1000HD
http://tascam.com/product/dv-ra1000hd/

ถ้าเอาความเร็ว 5.6 ของ Korg มาใส่ลงใน Tascam ที่ใช้แค่ 2.8 (ซึ่งผมเคยใช้เครื่องอัดสัญญาณความสั่นสะเทือนระดับ 2.8mHz นี้เมื่อยี่สิบที่มาแล้วโน่น) ก็อยากจะให้ TASCAM ติด State Of The Art ของเครื่องบันทึกเสียงที่ใช้ในบ้านครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Art on 28 March 2013, 06:32:23 pm
เคยเห็นโฆษณาในนิตยสารเมื่อก่อน เค้าบอกว่าเค้าเป็น State of the Art นึกขึ้นได้ก็เลยยกมาประดับกระทู้ครับ

(http://www.bungaz.com/wp-content/uploads/2011/07/Goldmund-Apologue-Speaker-System-Manual.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 28 March 2013, 06:35:44 pm
Goldmund  เดี๋ยวนี้ เงียบไปแล้ว
ยังมีตัวแทนไหมครับเนี่ย
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Art on 28 March 2013, 06:38:33 pm
แล้วก็นึกเลยไปถึงเจ้านี่ด้วย

(http://www.wilsonaudio.com/images/product_thor2a.jpg)

จำได้ว่าสำหรับ WAMM ต้องซื้อเป็นชุดกับแอมป์/ปรีที่เค้าระบุด้วย แอมป์ Mark + ปรี Spectral รึไงนี่แหล่ะครับ แล้ว Wilson จะบินมา Setup ให้ด้วยตัวเองเลย
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 28 March 2013, 06:39:52 pm
เมืองไทย มีอย่างน้อย หนึ่งชุด   ผมเคยเห็นในนิตยสารครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Art on 28 March 2013, 06:46:42 pm
อาจจะแอบๆ อยู่ใน web เราก็ได้  :lol: :lol:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 28 March 2013, 08:55:50 pm
(http://3.bp.blogspot.com/-IQKusG3IhqA/TuzWAPzdoaI/AAAAAAAABfE/PZOIrmhYUoc/s1600/IMG_5008.JPG)

น้อยใจ...วิลสันทำบอกว่าเทพ
ทีผมทำบอกว่า มั่ว



:rof:

Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 28 March 2013, 10:13:44 pm
อ้าว..  จริงป่ะ  เจ้าของ อยู่ใน web เราเหรอครับ    ไม่รู้เลยนะครับเนี่ย  :)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 28 March 2013, 10:32:36 pm
Quote from: poj on 28  March  2013, 10:13:44 pm
อ้าว..  จริงป่ะ  เจ้าของ อยู่ใน web เราเหรอครับ    ไม่รู้เลยนะครับเนี่ย  :)


thai AV
WEB เทพ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 28 March 2013, 10:38:48 pm
ไม่เทพ ได้ไง  มีจตุคาม   อิ อิ   :P
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: dht_tubes on 28 March 2013, 11:48:41 pm
งามมากๆ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 29 March 2013, 05:16:48 pm
สงสัยมานาน
เครื่องเสียงญี่ปุ่นมือสองที่ขายกัน ทำไม Luxman ราคาดีจัง

ยี่ห้ออื่นสมมติว่าแสนเย็น มักจะบอกขายกันที่ราวๆ หมื่นนึง เกินก็นิดหน่อย
แต่สบู่ลักส์ ราคาเดิมแค่เจ็ดหมื่น กลับขายได้หมื่นกว่าเฉยเลย คนแย่งซื้อด้วย

คนแก่ งง


(http://thaigramophone.com/wboard_images/253255610130-l-45a.jpg)
(http://audio-database.com/TechnicsPanasonic/amp/su-v8.JPG)

ตัวล่างแสนเย็น เห็นขายแค่หก-เจ็ดพัน แพงสุดก็ยังไม่ถึงหมื่น
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Karin Preeda on 29 March 2013, 05:55:18 pm
ผมคิดว่าเครื่อง vintage solid state ราคาไม่ดีเพราะมันไม่มีนวัตกรรมที่โดดเด่นกว่าคนอื่นครับ คุณภาพการผลิตอาจจะดีก็จริง แต่ก็จบแค่นั้น ยิ่งถ้าเกิดเสียขึ้นมาไม่รู้จะซ่อมยังไง เพราะพวก transistor ก็เลิกผลิตไปนานแล้ว ทำให้ไม่มีใครอยากเล่น ราคาถึงได้ถูกมากๆ ไม่ใช่เฉพาะของญี่ปุ่นเท่านั้นครับ ของฝรั่งก็เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น Vintage McIntosh ที่เป็น solidstate ราคาก็ไม่แพงมากนัก เทียบกับหลอดนี่จับไม่ลงเลย
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 29 March 2013, 06:11:36 pm
Quote from: Karin Preeda on 29  March  2013, 05:55:18 pm
ผมคิดว่าเครื่อง vintage solid state ราคาไม่ดีเพราะมันไม่มีนวัตกรรมที่โดดเด่นกว่าคนอื่นครับ


ตามตัวอย่างที่ยกมา เป็นโซหลิททั้งคู่นะครับ
เทคนิคมีสเปคที่เหนือกว่าทุกอย่าง อาจจะรวมถึงน้ำเสียงด้วยซ้ำ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Karin Preeda on 29 March 2013, 06:43:54 pm
อ้อ.. หมายถึงเครื่องของ Luxman ทำไมราคาดีกว่ายี่ห้ออื่นใช่ไม๊ครับ? ผมนึกว่าเป็นเรื่อง Solidstate ราคาตกกว่าหลอด ขอโทษครับ ตีความผิด  :clown:
อันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ รู้แต่ว่าในแง่ของเครื่อง vintage แล้ว Luxman จะมีคุณค่าในการสะสมมากกว่าน่ะครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Witti on 29 March 2013, 06:59:55 pm
เพราะ design ครับ ทั้งเครื่อง font โทน องค์ประกอบโดยรวม  :thumbup:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 29 March 2013, 07:06:43 pm
Quote from: Witti on 29  March  2013, 06:59:55 pm
เพราะ design ครับ ทั้งเครื่อง font โทน องค์ประกอบโดยรวม  :thumbup:


ราคาห่างกันนิดหน่อย 12000 กับ 15000

(http://audio-database.com/LUXMANALPINE-LUXMAN/amp/l-45a.JPG)
(http://audio-database.com/PIONEER-EXCLUSIVE/amp/m-90.JPG)




ส่วนตัวนี้เป็นเพาเวอร์ ราคายังถูกกว่าอินตะระเกรทลักสแมนตัวบนอีก
(http://audio-database.com/PIONEER-EXCLUSIVE/amp/m-25.JPG)

Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: trens on 29 March 2013, 07:59:44 pm
แต่ที่เมกา ไพโอเนีย 22 แพงกว่า ลักซ์แมนอินติเกทอ่ะ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 29 March 2013, 08:24:36 pm
Quote from: trens on 29  March  2013, 07:59:44 pm
แต่ที่เมกา ไพโอเนีย 22 แพงกว่า ลักซ์แมนอินติเกทอ่ะ



อ้าว

ใครฉลาดใครโง่น่ะ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 08 April 2013, 04:50:17 am
Marantz  63SE  ตัวดังในยุคหนึ่ง

(http://www.hifiengine.com/files/images/Marantz%20CD63SE%20CD%20player.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 08 April 2013, 04:52:57 am
สมัยก่อน ถ้าพูดถึงเครื่องเล่นเทป  ก็ต้องนึกถึง Akai

(http://www.openobject.org/objectsinflux/wp-content/uploads/2008/07/akai_tape_player.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 08 April 2013, 04:54:19 am
สมัยเด็กๆ ย่างเข้าวัยรุ่น  ผมจะฟังเพลงฝรั่ง ผ่าน open reel ที่ไปจ้างร้านขายแผ่นเสียง อัดลงเทป ให้ผมครับ
เครื่องที่ผมเล่น คือ รุ่นนี้เลยครับ  รุ่นนี้เป๊ะๆ

มันมีแอมป์ และ ลำโพงในตัวเบ็ดเสร็จ ครบถ้วน  มีฝาครอบปิดด้วยครับ

(http://members.home.nl/hcmjanssen/hifi/AKAI%201710W%20voorkant.JPG)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 08 April 2013, 04:59:25 am
อีกเครื่องที่ผมอาศัยของพ่อเล่นแผ่นเสียง  ก็คือ Garrard ครับ
ฟังเพลง เคนโด้  ก็ผ่าน Garrard นี่แหละครับ

(http://www.oaktreevintage.com/web_photos/Stereo_Turntables_CD/Garrard_630S_Stereo_Turntable_web.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 08 April 2013, 05:03:44 am
และนี่คือ เครื่องเสียงส่วนตัวของผม  เครื่องแรก
เปิดเพลง Rock ฟัง  ก็ผ่านเครื่องนี้แหละ   หมุน volume 10  แล้วก็เปิด Bohemian Rhapsody
(พจน์ ชอบฟังดังๆ ตั้งแต่เด็กละ)  :)

(http://i1193.photobucket.com/albums/aa357/chay_santa/CF-575S/3IMG_9511_zps7797680f.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Krairerk on 08 April 2013, 05:28:54 am
hifi stereo เครื่องแรกของบ้านผม รุ่นนี้เลยครับ
http://www.youtube.com/watch?v=YqW-968MMLo
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Krairerk on 08 April 2013, 05:33:48 am
Quote from: poj on 08  April  2013, 04:52:57 am
สมัยก่อน ถ้าพูดถึงเครื่องเล่นเทป  ก็ต้องนึกถึง Akai



ผมกลับนึกถึง teac ครับท่านประธาน สำหรับ cassette deck
(http://audio-heritage.jp/TEAC-ESOTERIC/player/v-1010.JPG)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 08 April 2013, 05:41:56 am
อิอิ

ของป๋ม นอร์ดเมนเด้ครับ
รับคลื่นได้ทั่วโลก เสียงดีอย่างน่าขนลุก
4 พันบาทในวันที่ทองบาทละ 400

นึกไม่ออก ก็บอกสั้นๆ ว่าเวฟเรดีโอของโบส
ประมาณนั้นเลย

(http://www.radiomuseum.org/images/radio/nordmende/globetraveler_ii_644584.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Dukesir on 14 April 2013, 10:17:16 pm
 :angry:(http://i1270.photobucket.com/albums/jj611/dukesir/KlipschheresyII_zps7863475b.jpg)

Klipsch Heresy II

ได้ยิน Klipsch คู่นี้ขับด้วย Amp Cary 805 แล้วอ้าปากหวอเลยเลยคับ ไม่รู้วันนี้ต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะได้เสียงที่ใหญ่ๆอิ่มๆแบบนี้
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Dukesir on 15 April 2013, 12:27:48 am
(http://i1270.photobucket.com/albums/jj611/dukesir/Marantz8B_zps759458ca.jpg)
(http://i1270.photobucket.com/albums/jj611/dukesir/Marantz7C_zps91ffd3fd.jpg)

Marantz 8 กับ 7

ผมฝันเอาเองว่า  :P Klipsch Heresy II ขับด้วย Marantz คู่นี้ ที่เปลี่ยนเป็นหลอดของปรีเป็น Tele ทั้งหมด แล้วหลอดแอมป์เป็น mullard (เก่า) EL34 คงจะเสียงดีมาก แฮะ แฮะ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 18 April 2013, 10:55:57 pm
รุ่นนี้ใช่ป่าว ที่ลุงไมค์ให้เปลี่ยนใช้สายลำโพงหมื่นแปด แล้วจะเทพตุดตุด



(https://fbcdn-sphotos-h-a.akamaihd.net/hphotos-ak-frc1/p206x206/644661_494747963922226_2063765428_n.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 18 April 2013, 11:14:14 pm
ุฮ่าๆ...  ผมมีรุ่นนี้อยู่นะ  ทุกวันนี้ ก็ยังใช้อยู่ครับ  ที่ห้องออกกำลังกาย  :)
สงสัย ต้องเปลี่ยนสายลำโพงเสียแล้ว แบบนี้   อิ อิ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 18 April 2013, 11:30:56 pm
Quote from: poj on 18  April  2013, 11:14:14 pm
ุฮ่าๆ...  ผมมีรุ่นนี้อยู่นะ  ทุกวันนี้ ก็ยังใช้อยู่ครับ  ที่ห้องออกกำลังกาย  :)
สงสัย ต้องเปลี่ยนสายลำโพงเสียแล้ว แบบนี้   อิ อิ


แนะนำรุ่นนี้ครับ
แมทชิ่งสุดๆ


(http://cybwiz.zenfolio.com/img/v4/p646691086-4.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 18 April 2013, 11:34:07 pm
ฮ่าๆ...  ไม่เอา   sony ของผม  โดนสายดึง หงายหลัง ตกจากชั้นวาง แหงๆ  ฮ่าๆ   :lol:
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: Krairerk on 19 April 2013, 12:04:21 am
Quote from: pee on 18  April  2013, 10:55:57 pm
รุ่นนี้ใช่ป่าว ที่ลุงไมค์ให้เปลี่ยนใช้สายลำโพงหมื่นแปด แล้วจะเทพตุดตุด



(https://fbcdn-sphotos-h-a.akamaihd.net/hphotos-ak-frc1/p206x206/644661_494747963922226_2063765428_n.jpg)


พี่ชายผมซื้อตอนออกใหม่ๆ เสียงโคตรดีเลยในตอนนั้น  ชอบไปแอบเปิดฟัง
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 19 April 2013, 12:05:13 am
Quote from: poj on 18  April  2013, 11:34:07 pm
ฮ่าๆ...  ไม่เอา   sony ของผม  โดนสายดึง หงายหลัง ตกจากชั้นวาง แหงๆ  ฮ่าๆ   :lol:


แหม.... ก็เอาเต่าไฮเอนด์วางกับพื้นแหละครับ
แล้วเอาลวดห้อยลงมาเชื่อม...เอ่อ สายโฮมโกร๋นก็ด้ายยย

ว่าแล้ว ต้องไปหาลำโพงคอมที่ลุงไมค์บอกว่า
ราคาสองพัน แต่เสียงเทียบชุดสองแสนของแกได้

สมัยนั้นเห็นโปสเตอร์ติดเต็มพันทิพ

เอ...แต่จำอะไรไม่ได้ จำได้แต่ชื่อลุงไมค์
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 19 April 2013, 12:37:56 am
ฮ่าๆ..  แกเขียนแบบนั้นจริงๆหรือครับ  ฮ่าๆ..​ :lol:

ส่วน โฮมโกร๋น นี่เขาดีนะครับ   
ใช้เมื่อไร  รับรอง  Sony ชุดนี้   ขึั้นไปสูสีกับ  Alexia แน่นอน

เอ้า..  ไม่เชื่อเหรอครับ   ต้องเชื่อสิครับ  ไม่งั้นเดี๋ยวผมส่งให้ลุงไมค์รีวิว นะ  อิ อิ   :P

ไม่ได้พูดเล่นนะ    พร้อมท้าพิสูจน์   ด้วยการอุ้ม  sony compo  ไปสีกับตู้  Alexia เบาๆ   พร้อมถ่ายรูปให้ดู  ฮ่าๆ     :D
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 19 April 2013, 04:55:33 pm
Quote from: poj on 19  April  2013, 12:37:56 am
ฮ่าๆ..  แกเขียนแบบนั้นจริงๆหรือครับ  ฮ่าๆ..​ :lol:

ส่วน โฮมโกร๋น นี่เขาดีนะครับ   
ใช้เมื่อไร  รับรอง  Sony ชุดนี้   ขึั้นไปสูสีกับ  Alexia แน่นอน

เอ้า..  ไม่เชื่อเหรอครับ   ต้องเชื่อสิครับ  ไม่งั้นเดี๋ยวผมส่งให้ลุงไมค์รีวิว นะ  อิ อิ   :P

ไม่ได้พูดเล่นนะ    พร้อมท้าพิสูจน์   ด้วยการอุ้ม  sony compo  ไปสีกับตู้  Alexia เบาๆ   พร้อมถ่ายรูปให้ดู  ฮ่าๆ     :D


อิอิ...ท่านประธานต้องทำ A/B test แล้วจะพบว่า Alexia มีหนาว

ส่วนลำโพงคอมในตำนาน
นี่เลย

(http://forum.munkonggadget.com/upload/2009/07/20090721141520.JPG)

BOSTON BA635 สภาพขาวหมวย กล่อง คู่มือ อุปกรณ์ครบ เก็บไว้ไม่ได้ใช้จริงๆ ตามรูป
เทสแล้วลมจากท่อซับ วางใต้โต๊ะ ห่างครึ่งเมตรชนหน้าขา แซทเสียงใสๆครับ
ขาย 2600...ส่งพัสดุผู้ซื้อออกครับ (ผมอยู่ ตจว.)ใครหาอยู่รีบเลยสินค้าชัวร์ครับ
08-0000-6672

ใช้งานเสียงปกติครับลองเอามาเทสแล้ว ไฟ AC-DC ด้านหลังซับไปๆมาๆ
แต่ไม่มีผล เรื่องเสียงนี่สมกับที่คุณไมตรีฯ เค้าพรีวิวใน what hi-fi ฉบับ 160 ก.พ.2542
คุ้มครับ ซื้อไปเป็นของฝากให้สาวได้เลย แถมกล่องเก่าๆใบนึง

โอ้ว ขนาดลำโพงคอม ลุงไมค์ยังฟังทิศทางได้
ไม่เทพก็บ้าแล้วละ

ลำโพง BOSTON BA635 ชุดนี้  ถือว่าเป็นลำโพงที่ให้เสียงดีมากระดับเป็นตำนานขึ้นหิ้ง   ที่ทำงานผมก็มีใช้อยู่   คุณไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ แห่ง What hifi ? เคยชึ่นชมไว้มาก    แต่ก็เคยเตือนไว้  จำไม่ได้ว่า สายลำโพง หรือสายสัญญาณของเดิมที่ติดมากับมัน  อาจมีบางส่วนย้อนทิศทาง     หากใครมีก็ขอให้ลองสับทิศทางสายที่ละเส้นแล้วดูหนังหรือฟังเพลงดู   อาจตกใจ เจอเพชรในตรมก็ได้     ได้ความยังไง ช่วยนำมาเล่าไว้เป็นวิทยาทานด้วยนะครับ
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 19 April 2013, 05:03:01 pm
ทั้งหนังสือ ทั้งแอมป์ในหน้าปกหนังสือ

ตำนานทั้งนั้น
(คิดดู ขายเลมละ 100 โอว อาเมน เอ้ย อาเมสสิ้ง)


(http://www.hifi55.com/file-lib/webboard/Hifi55.com-20130402141857.jpg)
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: poj on 19 April 2013, 06:46:45 pm
Quote from: pee on 19  April  2013, 04:55:33 pm
คุณไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ แห่ง What hifi ? เคยชึ่นชมไว้มาก    แต่ก็เคยเตือนไว้  จำไม่ได้ว่า สายลำโพง หรือสายสัญญาณของเดิมที่ติดมากับมัน  อาจมีบางส่วนย้อนทิศทาง     หากใครมีก็ขอให้ลองสับทิศทางสายที่ละเส้นแล้วดูหนังหรือฟังเพลงดู   อาจตกใจ เจอเพชรในตรมก็ได้     ได้ความยังไง ช่วยนำมาเล่าไว้เป็นวิทยาทานด้วยนะครับ


http://www.youtube.com/watch?v=O9xRhwmHBBE
Title: Re: State Of The Art เครื่องเสียงในอดีต และ ปัจจุบัน ที่ classic และพลิกวงการ
Post by: pee on 25 May 2015, 05:22:11 am
Quote from: pee on 18  March  2013, 04:35:07 am

ถามว่าคุณภาพเป็นอย่างไร ผมบอกได้ว่า เป็นอุปทานล้วนๆ มันไม่ถึงกับห่วยหรอก
แต่มันไม่ได้ดีขนาดเป็นตำนาน เป็นแอมป์ที่เสียงกระด้าง ค่อนข้างดุด้วยซ้ำ ฟังดังไม่ได้ฟังค่อยก็ไม่ได้
ฟังร๊อคก็ไม่ดี ฟังคลาสสิคก็ไม่ไหว .....สรุปว่า ไม่ได้เหนือกว่าแอมป์ญี่ปุ่นในยุคนั้นเลย

ที่ห่วยกว่าแอมป์ คือเทป NAD นึกงัยไม่รู้ ตัดถาดรองรับตลับเทปทิ้งไป
เวลาเล่น ต้องเอาเทปยัดเข้าไปดื้อๆ เวลาเลิกก็งัดออกมาตรงๆ เป็นการออกแบบที่บัดซบสุดจะเปรียบปาน
เพราะไม่นาน การงัดเข้างัดออก ก็ทำให้แกนเทปเบี้ยว มันก็เลยกินเทป ส่งซ่อมก็ซ่อมไม่ได้....เฮ้อ


NAD คือการหลอกลวงด้วยสื่อครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เครื่องเสียงสมัยใหม่


เจอตัวละ NAD 6050c
ผลิต 1982-3

(http://greencitizen.dreamhosters.com/ebay/BG1303062433/006.JPG)

(http://www.hifidatabase.com/static/gallery/8/8698-nad_6050c_2.jpg)

(http://thaibigplaza.com/img/abe/6c0/abe6c0ba2007d16e214df77455b90b52_0.jpg)

นี่เรย การออกแบบที่แสนริยำ ไม่รู้ใช้หัวแม่ตรีนใครคิด
เทียบกับนากามิชิแล้ว

NAD นี่มันยังอยู่ในอารยธรรมทุบหัวผู้หญิงลากไปทำเมียอยู่เลย

:angry: