• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
23 July 2019, 03:14:42 pm

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


บทความจาก Night Owl

Started by Night Owl, 09 February 2003, 12:55:37 am

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Night Owl

นี่เป็นบทความที่ดิฉันเขียนไปลงในส่วน \" บทความจากผู้อ่าน \" ของเซ็คชั่น  จุดประกายหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  เลยอยากนำมาลงให้พวกเราได้อ่านกันด้วยคะ  เพราะมันเป็นงานที่ดิฉันตั้งใจเขียนมากและก็อยากจะเขียนถึงมานานแล้ว   ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะไปจุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรอกคะ  แค่อยากพูดในฐานะพลเมืองคนหนึ่งเท่านั้นเอง   แต่ก็จะยินดีมากหากอย่างน้อยมันจะไปสะกิดอะไรขึ้นได้บ้างไม่มากก็น้อย



จริงๆแล้วเนื้อหามันจะเยอะกว่านี้คะ  แต่จำเป็นต้องตัดรายละเอียดบางอย่างออกไปด้วยข้อจำกัดในเนื้อที่ของคอลัมภ์   บทความจึงต้องกลายเป็นบทความต่อเนื่องไป   เพราะมีเนื้อหาที่ยังไม่ได้เขียนถึงอีกเยอะมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนลงลึกของสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเราตลอดที่ผ่านมา   ซึ่งดิฉันคงจะทยอยเขียนเท่าที่เวลาอำนวยให้ :D

Night Owl

Hong Kong Arts Festival ……เมื่อไรเราจะก้าวไปถึงขั้นนั้นกัน



ทุกเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคมของทุกปีจะมีไปรษณีย์สิ่งตีพิมพ์จากฮ่องกงมาถึงดิฉัน  บางปีสองรอบด้วยซ้ำไป  ในนั้นคือโปรแกรมการแสดงล่วงหน้าของ Hong Kong Arts Festival  ซึ่งจะจัดขึ้นทุกปีในราวเดือน ก.พ -มี.ค  เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม  พร้อมกับนิตยสาร  FestArt   และโปสการ์ดภาพการแสดงหนึ่งชุด  นั่นเป็นผลพวงจากการที่ดิฉันได้เคยไปดูเทศกาลนี้เมื่อปี 1997  เพียงครั้งนั้นครั้งเดียวเท่านั้น   แต่ดิฉันก็ยังคงได้รับข่าวสารจากผู้จัดอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้  ทั้งๆที่เขาไม่จำเป็นต้องส่งให้ดิฉันอีกแล้วก็ได้หากการกระตุ้นนี้ไม่ได้เกิดผลในการสนองตอบอันใดเลยในช่วงระยะ 5 ปีที่ผ่านมา และดิฉันเชื่อว่าเขาทำเช่นนี้กับ mailing list ที่มีอยู่ทั่วโลกเช่นเดียวกัน    นั่นเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจมากๆให้กับดิฉัน  เพราะมันสะท้อนถึงรากฐานความคิดอันตกผลึกในสิ่งที่ทำกันได้อย่างชัดเจน



Hong Kong Arts Festival  เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มบุคคลภาคเอกชนเมื่อปี 1972  ที่เห็นพ้องต้องกันว่า   ฮ่องกงสมควรที่จะต้องมี Arts Festival  เป็นของตนเองเพื่อเสริมความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมของประเทศอย่างต่อเนื่องในระดับมาตรฐานสากลขั้นสูง   และต้องการให้สิ่งนี้เป็นแรงกระตุ้นและปลุกเร้าผู้คนในระดับกว้างให้ซึมซาบกับงานเชิงศิลปะ  ทั้งเป็นแรงสนับสนุนให้เกิดการเคลื่อนไหวและแลกเปลี่ยนในเชิงวัฒนธรรมต่อกัน    Arts Festival ครั้งแรกจึงเกิดขึ้นในปีถัดมาและต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้เป็นเวลา  21 ปีแล้ว    และนั่นคือ  เป้าหมายหลักที่คำนึงถึงผู้คนในประเทศเป็นสำคัญก่อน   ซึ่งเมื่อดิฉันย้อนกลับไปดูโปรแกรมการแสดงตั้งแต่ปี 1973 ในเว๊ปไซท์ของพวกเขา   ก็รู้สึกทึ่งมากๆกับโปรแกรมการแสดงที่เคยมีมาทั้งหมด   เพราะมันเริ่มด้วยมาตรฐานที่สูงมากจริงๆนับแต่ปีแรก  เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ปัจจุบัน  Hong Kong Arts Festival  จะกลายเป็นหนึ่งใน Arts Festival ระดับนานาชาติไปแล้ว    ไม่ใช่เพียงแค่ดูกันเองหรือแค่ระดับภูมิภาคเท่านั้น



เมื่อเป้าหมายหลักในการทำงานชัดเจนแล้ว   ระบบวิธีคิดและการดำเนินงานทุกอย่างจึงสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันหมด  ตั้งแต่ระบบการจัดการ  ไปจนถึงการวางโปรแกรมการแสดงที่ได้มาตรฐานสากลขั้นสูง   ทั้งหลายทั้งปวงอยู่บนรากฐาน \" รู้จริง ทำจริง \"  และการร่วมแรงร่วมใจกันอย่างตั้งมั่นและต่อเนื่องของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีวิสัยทัศน์อยู่ในระนาบเดียวกัน  การระดมเงินทุนจำนวนมากเกิดจากทั้งสองฝ่าย  ฉะนั้นอย่าแปลกใจที่ได้เห็นผู้สนับสนุนหลักทางการเงินที่นอกเหนือไปจากภาครัฐ  คือ Leisure and Cultural Service   แล้วยังมี  The Hong Kong Jockey  Club Charity Trust  ที่มีเงินกองทุนเพื่อการบริจาคคืนกลับสู่สังคมปีหนึ่งนับพันล้านเหรียญ  ไม่นับรวมถึงรายย่อยอย่าง สถาบันต่างๆ องค์กรเอกชนไปจนถึงอภิมหาเศรษฐีบางคน   รวมไปถึงผู้คนทั่วๆไปที่เขาต้องการสร้างให้เกิดสำนึกแห่งการเป็นเจ้าของร่วมกัน  ให้ร่วมบริจาคมากน้อยแล้วแต่กำลังและศรัทธา  ธนาคารบางแห่งร่วมสมทบ 1 เปอร์เซนต์ของราคาตั๋วทุกใบที่ขายได้คืนกลับสู่ผู้จัด



ปีแล้วปีเล่าที่ดิฉันได้เห็นพัฒนาการในเชิงก้าวหน้าของพวกเขา  ตั้งแต่ระบบการจัดการที่แต่เดิมก็ได้มาตรฐานสากลอยู่แล้ว   แต่ก็มีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปกว่าเดิมอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลข่าวสารล่วงหน้าอย่างเต็มที่ในทุกๆด้านที่เอื้อประโยชน์ต่อการพิจารณาและตัดสินใจของผู้ชม  ทั้งในเรื่องโปรแกรมการแสดง  สิทธิประโยชน์ในเรื่องส่วนลดแต่ละเพดานสำหรับการจองตั๋วล่วงหน้าในแต่ละกลุ่มสมาชิกและผู้ชมทั่วไป  ความชัดเจนของกติกาและเงื่อนไขของระบบและวิธีการจองตั๋วแบบต่างๆ ที่สามารถทำได้จากทั่วโลกเพียงแค่ปลายคลิกเท่านั้น  ( ยังเวียนหัวไม่หายกับการหาตั๋วจากงาน International  Bangkok Film Festival  )  กฎระเบียบในการเข้าชมการแสดง  และที่ดิฉันชื่นชมมากๆก็คือ  พวกเขาเปิดโอกาสให้ผู้ชมทุกระดับในสถานภาพที่แตกต่างกันมีสิทธิเท่าเทียมกันในการเข้าชมการแสดงได้ตามอัตภาพของตัวเอง   ไม่ใช่จัดขึ้นมาเพื่อสนองกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น และต้องการวางรากฐานระยะยาวสำหรับการสร้างกลุ่มคนดูในอนาคตด้วย  จึงมีตั้งราคาตั๋วครึ่งราคาสำหรับเยาวชน  พลเมืองอาวุโสที่อายุ 60 ปีขึ้นไป  บุคคลทุพพลภาพ ซึ่งระบบวิธีคิดตรงจุดนี้ต่างหากที่ถือเป็น \" หัวใจ \"  ของทั้งปวงเลยก็ว่าได้   เพราะเหนืออื่นใดแล้ว  \" ผู้ชม \" ต่างหากที่สำคัญที่สุด  จะมีประโยชน์อันใดเล่าหากสิ่งที่กระทำกันอยู่ไม่ได้ตอบสนองกลุ่มคนส่วนใหญ่ในสังคมที่ต้องการและสมควรจะได้ดู    แต่กลับไม่ได้ดูเพียงเพราะไม่สามารถจ่ายในราคาที่ไม่สมเหตุผลได้  ตรงนี้เป็นสิ่งที่ดิฉันใคร่ฝากไปถึงบุคคลผู้เกี่ยวข้องในบ้านเราทุกภาคฝ่ายหลายๆองค์กร  (  ขอย้ำว่าบางองค์กรทำดีอยู่แล้ว  แต่ถือว่าเป็นเพียงส่วนน้อยมาก ) ว่าเคยบ้างไหมแม้เพียงแค่ \" นึกถึง \"  จุดๆนี้กัน   มิบังอาจคาดหวังไปถึงระดับ  \" จิตสำนึก \" ให้หดหู่ไปกว่านี้หรอก  



ที่น่าถือเป็นแบบอย่างอย่างยิ่ง ก็คือ  การวางแผนพัฒนากลุ่มคนดูของพวกเขาเป็นไปอย่างมีระบบและจริงจังในระยะยาว   มิใช่เพียงแค่สักแต่จัดเทศกาลแล้วก็จบกันไป   แต่เขายังสร้างโครงการต่างๆขึ้นมารองรับอย่างต่อเนื่องด้วย   อย่างโครงการ \" Young Friends \" ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นการสร้างฐานกลุ่มคนดูรุ่นใหม่  โดยการรณรงค์อย่างต่อเนื่องตามโรงเรียนและมหาวิทยาลัยนับแต่ปี 1992 เป็นต้นมา   โดยการให้ดูพรีเซนเทชั่นเพื่อสร้างการรับรู้และเข้าใจเบื้องต้น  แล้วหากใครเข้าร่วมในโครงการก็จะมีสิทธิพิเศษต่างๆมากมาย  อย่างเช่นได้ดูการแสดงในเทศกาลฟรี 2 ครั้งไม่ว่าจะเป็นรอบซ้อมหรือรอบแสดงจริงของศิลปินระดับประเทศไปจนถึงระดับโลกก็ตาม   รวมไปถึงโอกาสในการร่วมเสวนา  การบรรยาย-สาธิต   การเวิร์คช๊อบ  การพบปะศิลปิน  และการเข้าชมเบื้องหลังโปรดักชั่น   การได้สิทธิพิเศษในการเข้าชมการแสดงฟรีขององค์กรทางศิลปะอื่นๆ  นอกจากนี้ยังมีระบบสะสมคะแนนสำหรับเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ   สามารถแลกเปลี่ยนเป็นของขวัญไปจนถึงได้รับรางวัลสูงสุดคือ Young Friends Prize Award ด้วย   ปีที่แล้วมีจำนวนนักเรียนและนักศึกษาได้เข้าชมพรีเซนเทชั่นมากถึง 33,000 คน   และเข้าร่วมโครงการมากกว่า 6,000 คน  ซึ่งเด็กๆเหล่านี้แหละที่จะกลายเป็นฐานผู้ชมที่แข็งแกร่งในอนาคตนั่นเอง



ขอย้อนกลับมาที่เรื่องการวางโปรแกรมการแสดง   ดิฉันดูโปรแกรมแต่ละปีอย่างตื่นตาตื่นใจเกมอิจฉาชาวฮ่องกงเหลือเกินที่ได้มีโอกาสได้ดูการแสดงชั้นเยี่ยมนานาประเภทระดับโลกทุกปี   ขอย้ำว่าระดับโลกจริงๆ แม้จะมิใช่ทั้งหมดแต่ก็จะมีระดับแม่เหล็กที่เป็นไฮไลท์ของทุกปี    มิใช่เป็นโปรดักชั่นเกรดบีแล้วมาอุปโหลกย้อมแมวขายในราคาเกรดเออย่างที่บ้านเราชอบทำกันเป็นนิสัย     อันนี้ชัดเจนมากกว่าคนวางโปรแกรมนั้นมีความรู้ในด้านนี้อย่างลึกซึ้งและรอบด้าน   มีความเข้าใจความเป็นไปของกระแสวัฒนธรรมโลกอย่างชนิดเกาะติด   ดังนั้นนอกจากความหลากหลายครบสูตรของการแสดงนานาประเภทที่เป็นพื้นฐานหลักของ Arts Festival  แล้ว ความโดดเด่นและร่วมสมัยของการแสดงที่เลือกมานับว่าทั้งผสานด้วยมุมมองทางการตลาดที่ไม่เคยตกกระแส   ขณะเดียวกันก็มีความล้ำยุค ( innovative) เสมอโดยเปิดโอกาสให้กับงานกลุ่มแนว Avant-garde  หรือแนว Experimental ด้วย   เรียกว่าครบเครื่องกันทีเดียว   อย่างเช่น  ฝั่งดนตรีคลาสสิคที่มีตั้งแต่  Opera , Symphony Orchestra , Ensemble , Quartet , Recital   ฝั่งดนตรีแจ๊สและป๊อบและเวิรลด์   ฝั่งละครที่มีทั้ง Music Theatre และ Theartre  ฝั่งบัลเล่ตและการเต้นแบบร่วมสมัย   ฝั่งการแสดงสำหรับเด็ก   ฝั่งภาพยนตร์  และฝั่งงานแสดงและนิทรรศการ  ทุกปีจะมีการแสดงหรือศิลปินระดับแม่เหล็กในแต่ละฝั่ง  ดิฉันขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพกันอย่างชัดเจนเลย   อย่างปีที่ดิฉันไปดูนั้น  ดิฉันได้ดูสามมือกีตาร์ระดับพระกาฬของโลก   ที่เคยออกอัลบั้มซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานระดับคลาสสิคของวงการแจ๊ส  คืออัลบั้ม Friday Night in San Francisco  ทั้งสาม คือ  Al DiMeola , John McLaughlin , Paco de  Lucia  ใครที่เป็นคอแจ๊สคงจะทราบกันดีว่า นี่คือ หนึ่งในสุดยอดการแสดงที่ใครๆต่างใฝ่ฝันที่จะได้ดูสักครั้งหนึ่งในชีวิต  จริงๆพวกเขาน่าจะเลิกทัวร์ร่วมกันไปแล้วด้วยซ้ำ   แต่ดิฉันกลับได้ดูพวกเขาที่ประเทศฮ่องกงนี่เอง  น่าเสียดายที่พลาด Joe Henderson  ที่เล่นปีเดียวกันไปเพราะไม่สามารถอยู่ดูได้ถึง    หลังจากนั้นโปรแกรมฝั่งแจ๊สแต่ละปีที่ได้เห็น  ล้วนแต่เป็นศิลปินระดับแนวหน้าที่มีความร้อนแรงของแต่ละยุคสมัยกันทั้งสิ้น   ไม่ว่าจะเป็น  Wynton Marsalis ,Joe Zawinul , Joshua Redman , Paul Motian Trio ( Bill Frisell & Joe Levano ) , Buana Vista Social Club , McCoy Tyner Trio , Mingus Big Band , Don Byron Quintet  และปีนี้เป็นวงเฉพาะกิจอย่าง  Herbie Hancock + Michael Brecker+ Roy Hargrove   เชื่อว่าคอแจ๊สที่ได้เห็นรายชื่อเหล่านี้ต้องออกอาการกันเป็นแถวแน่    กลับมาทางฝั่งคลาสสิคกันบ้าง   ปีที่ดิฉันดูนั้นเป็นโอเปร่าเรื่อง Marco Polo  ของ  Tan Dun ที่อำนวยเพลงโดยผู้แต่งเอง  เป็นโอเปร่าร่วมสมัย   โปรดักชั่นของ Martha Clark ที่ฮือฮามากของแวดวงคลาสสิคในช่วงนั้น   และถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่ส่งให้ Tan Dun ก้าวขึ้นทำเนียบคีตกวีร่วมสมัยระดับโลกในทันที   เท่าที่ได้ดูโปรแกรมดนตรีคลาสสิคทั้งหมดมา  ก็จะมีทั้งโปรดักชั่นนำเข้าระดับโลก อย่างวงซิมโฟนีออเคสตร้าระดับโลก  หรือวงระดับประเทศแต่มีผู้อำนวยเพลงหรือศิลปินเดี่ยวรับเชิญระดับโลก ซึ่งศิลปินระดับนี้คิวการแสดงจะถูกวางล่วงหน้าไว้ถึงสองปีเป็นอย่างน้อย  นั่นแสดงว่าต้องมีการวางแผนการทำงานล่วงหน้าตามไปด้วย   สิ่งที่ดิฉันชอบใจอีกอย่างก็คือ   พวกเขาไม่ได้บ้าเห่อตะวันตกกันจนไม่ลืมหูลืมตา  แต่ขณะเดียวกันก็พยายามธำรงไว้ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมของตัวเองทั้งในแง่อนุรักษ์และแบบร่วมสมัย  ฉะนั้นโปรแกรมของทุกปีจะมีสัดส่วนของตรงนี้อย่างชัดเจน    แต่ที่สร้างความแปลกใจให้กับดิฉันซะเหลือเกินก็ คือ  ทำไมถึงไม่มีการแสดงจากประเทศไทยไปร่วมด้วยเลยทั้งๆที่เราเองมีอะไรที่น่าอวดอยู่ตั้งมากมาย   ขณะที่ปีที่แล้วยังมีการแสดงจากประเทศเขมรเลยด้วยซ้ำ  ( อันนี้ไม่ได้ตั้งใจปลุกกระแสใดๆทั้งสิ้น )   ประเด็นคือ  หน่วยงานที่ทำหน้าที่ด้านนี้ของบ้านเรา  มัวไปอยู่ซะที่ไหน  เคยรับรู้ความเป็นไปของโลกภายนอกบ้างไหมว่าเขาก้าวไปถึงไหนกันแล้ว



ที่ร่ายยาวมาตั้งนานเพียงเพื่อจะบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเป็นไปได้ทั้งนั้น   หากมีการวางแผนและปฎิบัติกันอย่างจริงจัง  มิใช่เพียงแค่วางนโยบายสวยหรูกันแค่ช่วงหาเสียงเท่านั้น  แล้วจากนั้นก็เลือนหายไปกับลมปากจอมปลอม   เผลอๆหากย้อนกลับไปถามกันอีกครั้งว่านโยบายด้านวัฒนธรรมของ พณ ท่านในครั้งกระโน้นคืออะไร   ดูซิว่าจะตอบกันได้ไหม  ความสำเร็จของ  Hong Kong Arts Festival  เกิดจากความมุ่งมั่นและการร่วมแรงร่วมใจที่จะบรรลุในเป้าหมายที่ตั้งไว้   ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในบ้านเราโดยเฉพาะจากภาครัฐที่ไม่เคยให้ความสำคัญต่อสิ่งเหล่านี้เลย   เพราะมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีความจำเป็นต่อชีวิต  ทั้งๆที่มันควรเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตด้วยซ้ำไป   การเติบโตทางวัฒนธรรมในบ้านเราจึงเป็นไปแบบไร้ทิศทางอย่างที่เห็นกัน   แต่ทุกอย่างไม่มีอะไรที่สายเกินไปสำหรับการเริ่มต้น   สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้เพียงชั่วข้ามคืน   หากต้องสร้างกันแทบชั่วชีวิตก็ว่าได้   ไหนๆรัฐบาลชุดนี้ก็ได้ชื่อว่า  \" คิดใหม่ ทำใหม่ \"  อย่างไรเสียก็น่าจะลองคิดใหม่ ทำใหม่  แบบใช้ \" สมองและหัวใจ \"  มิใช่เพียงแค่หว่านเม็ดเงินกันดูบ้าง  บางทีอาจจะซึ้งขึ้นมาบ้างว่ามันมีความหมายมากกว่าแค่การร้องเพลงชาติในเวอร์ชั่นใหม่เป็นไหนๆ


Night Owl
3.ก.พ .46


หมายเหตุผู้เขียน :   บทความนี้เป็นภาคโหมโรงของบทความต่อเนื่อง  Thailand Arts Festival









poj

เยี่ยมครับ  :daumenpos:

เห็นด้วยทุกประการ  แต่ก็คงได้แค่หวัง

ดูแต่หอศิลป์กรุงเทพที่สี่แยกปทุมวันสิครับ  จากหอศิลป์ที่กำลังจะสร้างอยู่แล้ว ยังโดนเบรคจนตัวโก่ง  แล้วแปลงโครงการไปเป็น ตึกจอดรถ + ศูนย์การค้า  แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้เป็นหอศิลป์ (อย่างเสียมิได้ ?)   :(

เรามีศูนย์การค้าเต็มพรืดไปหมดแล้ว จะมีหอศิลป์ที่เอาไว้เชิดหน้าชูตากันสักตึกเดียวไม่ได้เลยหรือครับ  

หอศิลป์นะครับ  เป็นการลงทุนทางสังคม ไม่ใช่โครงการเซ็งลี้ ที่ต้องมานั่งคิด return on investment กันอยู่นั่นแล้ว เฮ้อ.....  :angry:
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

Night Owl

คนไทยเราเลยโตมากับวัฒนธรรมศุนย์การค้าไงคะ  
เศร้าไหมละคะ

Karin Preeda

ผมนั่งรถเมล์ผ่านตรงสี่แยกปทุมวันเมื่อวานนี้เอง ดูแล้วก็อ่อนใจถ้ามันจะกลายเป็นศูนย์การค้าอีกทีนึง กรุงเทพมีศูนย์การค้ามากเกินไปแล้วละครับ

แต่ก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะยังไม่พอก็ได้ เพราะเค้ากำลังจะทำให้กรุงเทพเป็นเมือง shopping นี่นา

ทุกวันนี้การสนับสนุนการท่องเที่ยวก็เหมือนกับการแก้ผ้าออกทีละชิ้นนะครับ ซักวันพอเราเหลือแต่ตัวเปล่าๆก็ไม่รู้จะมีใครยังอยากมาดูหรือเปล่า

สังคมที่เจริญแล้วเค้าดูจากคนในสังคมนั้นมีสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ คนชรา หรือคนพิการ

ตอนทำงานอยู่เมืองนอก อ่านข่าวของเมืองไทย ผมจำได้ไม่ลืมเรื่องการสร้างลิฟท์สำหรับคนพิการที่จะขึ้นรถไฟฟ้า ผู้รับผิดชอบบอกว่าไม่คุ้มที่จะทำเพราะคนพิการไม่สร้าง revenue

ทางเดินข้างถนนนี่เกือบจะไม่เห็นเลยที่สร้างเผื่อเอาไว้ให้คนพิการสามารถเข็นรถของตัวเองขึ้นไปได้

อะฮ่า เมืองไทย

ถ้าจะเปลี่ยนแปลงอนาคต ผมคงต้องเริ่มจากการอบรมสั่งสอนลูกหลานของตัวเองละครับ เพราะใกล้ตัวที่สุด

อาจารย์ฮกหลง

ออกอาการไปเรียบร้อยแล้วครับ
Hancock+Brecker+Hagrove....อยากดูอ่ะ :cry2:  

nattapong

Um.....  Do you have site for the festival?   See if it is possible for me to sneak out from work at all...  
ผมมีบริษัทผลิตผลิดภัณฑ์เครื่องนอนยางพารา กระทู้ใดที่เกี่ยวกับเครื่องนอน ท่านผู้อ่านควรใช้วิจารณญานในการอ่านนะครับ

udomdog

ถ้าจะแย่ครับ  ..... อนาคตสงสัยได้เดินแต่ห้างอ่ะ แล้วเวลาไปดูคอนเสิร์ตดี ๆ ต้องบินไปเมืองนอกแทน ฮ่วย :angry:

เรื่องหอศิลป์ตรงปทุมวันนี่ไม่ชอบนโยบายท่านผู้ว่าฯ มาก ๆ เลยครับ เฮ้อ  :o  
อัพเดทข่าวภาพยนตร์จากทั่วโลกได้ที่นี่จ้า \\^o^// PopcornMag.Com
Udomdog's Blog ขอเกาะกระแสกับเขาหน่อยน่ะ >_<

Night Owl

นี่เลยคะ http://www.hk.artsfestival.org/index.php/homepage
ปีนี้เริ่ม 14 Feb -9 Mar. คะ
แต่ตั๋วพวกตัวแม่เหล็กหมดไปแล้วคะ
ของแจ๊ส จะเหลือแต่บัตรแพงแล้วคะ  ป่านนี้ไม่รู้หมดไปแล้วยัง

nattapong

Well... too busy.... very interesting event afterall...   Keep us posted for next year na krub.
ผมมีบริษัทผลิตผลิดภัณฑ์เครื่องนอนยางพารา กระทู้ใดที่เกี่ยวกับเครื่องนอน ท่านผู้อ่านควรใช้วิจารณญานในการอ่านนะครับ

Night Owl

จัดทัวร์ไปดูกันเลยดีไหมคะ

supada

อิอิ พี่ Night Owl เราตามถึงนี่เลยค่ะ พี่ช่วยทิ้งอี-เมล์ของพี่ไปที่ krshna74@hotmail.com ด้วยเด้อค่ะ อิอิ
"The more mediocre your music is, the more accessible it is to a larger number of people in the United States." ~ Frank Zappa ~

poj

Quoteจัดทัวร์ไปดูกันเลยดีไหมคะ

ฮ้า...  :huh:  เอางั้นเลยเรอะ...  ^_^  
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

Night Owl

Quoteอิอิ พี่ Night Owl เราตามถึงนี่เลยค่ะ พี่ช่วยทิ้งอี-เมล์ของพี่ไปที่ krshna74@hotmail.com ด้วยเด้อค่ะ อิอิ

อ่าฮ้า........เรานี่เอง :D
ส่งไปแล้วค่าาา :D  

Night Owl

Quote
Quoteจัดทัวร์ไปดูกันเลยดีไหมคะ

ฮ้า...  :huh:  เอางั้นเลยเรอะ...  ^_^

ลองดูกันไหมละคะ :D
แต่จริงๆน่าจะเอาในก.ท ให้รอดก่อนนิ :P  :lol:

poj

11 February 2003, 12:28:34 pm #15 Last Edit: 11 February 2003, 12:30:32 pm by poj
ผมว่าคนจัดเหนื่อยตายก่อน :P
ถ้าไป ต้องแบบพอจะรู้นิสัยกันบ้าง  และอย่าไปเป็นกลุ่มใหญ่นัก  คนที่ไปต้องพรัอมไปแบบลุยๆหน่อย

ไม่รู้นะ  เวลาผมเห็นกลุ่มทัวร์ใหญ่ๆแล้วปวดหัว    อย่างพี่สาวผมเคยพาไปเที่ยว Disney land  ก็เห็นกรุ๊ปทัวร์ไทยนี่แหละ  มาจับกลุ่มถกกันใน Disney land ว่า จะเล่นอะไร ไม่เล่นอะไร

คือผมไม่เข้าใจว่าจะมาคุยอะไรกันในนั้น  ต่างคนต่างแยกไปเล่นตามอัธยาศัยเลย  คิวก็ยาว  เวลาก็มีน้อยๆอยู่ด้วย  มาเสียเวลาเถียงกันเรื่องนี้ทำไม  ถ้าผมอยู่กรุ๊ปทัวร์นั้นละก็ ผมคงโมโหน่าดู

จริงๆแล้ว พี่สาวผมจัดทัวร์เก่งนะ (แต่แกจะเผด็จการหน่อย) :P  เพราะจะกำหนดเวลาแบบเป๊ะๆ ว่าตอนไหน ไปทำอะไรใน park บางช่วงไม่ทันต้องวิ่งด้วย  แต่ก็คุ้มแหละครับ  เพราะได้เล่นทุกอย่างเกือบๆครบ และได้ดูพาเหรด  ดูพรุไฟด้วย
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

udomdog

จัดทัวร์ก็ดีครับพี่ owl ... แต่ผมขอเป็นปีหน้านะครับ ขอเวลาเก็บสตางค์ก่อนครับ อิอิ :P  
อัพเดทข่าวภาพยนตร์จากทั่วโลกได้ที่นี่จ้า \\^o^// PopcornMag.Com
Udomdog's Blog ขอเกาะกระแสกับเขาหน่อยน่ะ >_<

nattapong

hehe...  Don't like tour format... in general.. like freedom.. but have friend to go with is always nice...  will see... will see...
ผมมีบริษัทผลิตผลิดภัณฑ์เครื่องนอนยางพารา กระทู้ใดที่เกี่ยวกับเครื่องนอน ท่านผู้อ่านควรใช้วิจารณญานในการอ่านนะครับ

Night Owl

ทัวร์ของดิฉันไม่ได้หมายถึง package tour หรอกคะ  เพราะไม่มีปัญญาจัดแน่  ไม่มีเวลามากถึงขนาดนั้น  แลวก็ไม่ชอบเหมือนกันคะ  :P แต่หมายถึงว่าเราสามารถนัดแนะกันได้ว่าจะไป แล้วก็รวบรวมจำนวนคน แล้วดิฉันอาสาจัดการเรื่องตั๋วให้  นัดรับตั๋วกันที่ก.ท  โดยต่างฝ่ายต่างบินไปเจอกันเองดีกว่า   น่าจะคล่องตัวกว่านะคะ :D  แล้วถ้าโอกาสอำนวยก็อาจจะสังสรรค์กันพอหอมปากหอมคอ  จากนั้นก็ตามสะดวกของแต่ละท่านคะ :D  

nattapong

ผมมีบริษัทผลิตผลิดภัณฑ์เครื่องนอนยางพารา กระทู้ใดที่เกี่ยวกับเครื่องนอน ท่านผู้อ่านควรใช้วิจารณญานในการอ่านนะครับ