• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
21 May 2019, 12:51:45 am

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


Miles Davis

Started by supada, 11 July 2003, 05:59:59 pm

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

poj

ผมว่าไม่น่าห่วงนะครับ  หัวข้อกระทู้มาก ไม่ใช่ปัญหา

เพราะ เราแบ่งบอร์ดออกเป็นหน้าๆ  จึงไม่มีปัญหาว่า จะโหลดนานเกินไป  คนที่มาใหม่ๆ  ก็ต้องคลิ๊กอ่านหัวข้อกระทู้ไปทีละหน้าอยู่แล้วครับ  ถ้าเขาไม่เห็นชื่อ duke ในหัวข้อกระทู้  เขาก็อาจจะพลาดโอกาสในการอ่านบทความดีๆเกี่ยวกับ duke ไปได้
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

Night Owl

:aktion033:   :aktion033:

เห็นด้วยคะว่าน่าจะแยก  :D  เพราะเป็นบทความในเชิงให้ข้อมูลของแต่ละศิลปิน
คนอ่านจะได้เลือกอ่านได้คะ  หรือถ้าไม่อยากแยกจริงๆก็ต้องเปลี่ยนชื่อกระทู้ซะหน่อย  ประมาณแบบของคุณณัฐพงษ์นะคะ :D  

nattapong

ผมก็เห็นด้วยนะว่าน่าจะแยกออกไปเลย ผมก็จะทำลิงค์ออกจาก guide to jazz ของผมด้วยแบบว่าถ้าอยากอ่านรายละเอียดของ Duke ก็ไปอ่านที่ดังกล่าว กระทู้เยอะไม่เป็นไรหรอกครับผมว่ามันค้นหาสะดวกอยู่แล้ว

แล้วก็มาขยายความอีกนิดนึงเกี่ยวกับ sideman คือว่าดนตรีแจ๊สนั้นไม่ได้มีรูปแบบที่ตายตัวเหมือนคลาสสิค หรือ ป๊อปที่จะรู้ว่าขึ้นตรงไหนจบตรงไหน มีแค่ไกด์คร่าว ๆ เท่านั้น (สังเกตุว่าเพลงส่วนใหญ่จะเป็นที่เขาเรียกว่า cover ) ดังนั้นในแต่ละ session จึงมักจะมีใครคนใดคนหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำทิศทางของ session นั้น ๆ ผมจึงมักพูดเสมอ ๆ ว่า ผมไม่ฟังแผ่นที่เป็น compilation ถ้าหากว่าเลือกได้ เพราะมันจะขาดความชัดเจนของ session นั้น ๆ คราวนี้เมื่อมีผู้นำที่เราเรียกว่า leader แล้ว ที่เหลือเราก็เรียกว่า sideman คราวนี้ถ้าวงดนตรีนั้น ๆ อยู่ค่อนข้างนานสักหน่อยมีผู้นำที่คงที่ตลอด คำว่า sideman ก็จะดูกลาย ๆ ว่าเป็นลูกน้องของวงอะไรทำนองนี้ แต่บางทีเป็นการรวมวงเฉพาะกิจ sideman ก็เป็นสำหรับ session นั้นเพียงอย่างเดียว หรือ บางครั้ง sideman ถูกกำหนดเพราะข้อกฏหมายอย่างเช่นในชุด Somethin' Else เป็นต้น และก็ไม่จะเป็นว่า leader จะเป็นคนที่ดังกว่า หรือ มีชื่อเสียงกว่า sideman นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ มันเป็นเพียงแค่การจัดตั้งสำหรับกิจนั้น ๆ เท่านั้น อย่างเช่น งานของ Oliver Nelson ที่มี sidemen ดัง ๆ ทั้งนั้นถึงขนาดว่า ทางค่ายตัดสินใจให้เขาถูกเขียนชื่อปนหน้าปกไว้เป็นอันดับที่สี่

หวังว่าคงชัดเจนมากขึ้นจนจุใจนะครับ
ผมมีบริษัทผลิตผลิดภัณฑ์เครื่องนอนยางพารา กระทู้ใดที่เกี่ยวกับเครื่องนอน ท่านผู้อ่านควรใช้วิจารณญานในการอ่านนะครับ

supada

แยกหัวข้อแล้วนะคะ อิอิ
"The more mediocre your music is, the more accessible it is to a larger number of people in the United States." ~ Frank Zappa ~

lapath

16 February 2005, 02:13:23 am #24 Last Edit: 16 February 2005, 02:14:19 am by lapath
Miles Davis
I just skim through the article at the beginning real fast and it reminds me of the one in the link above.  There is Davis' remark that was quoted in the link which, I think, tells a lot about him.
QuoteIn 1987 Davis attended a reception in honor of Ray Charles at Ronald Reagan's White House. A Washington society lady, seated next to him, asked him what he had done to be invited. "Well," Davis replied, "I've changed music four or five times. What have you done of any importance other than be white?"
Yeah we knew we had to leave this town
But we never knew when and we never knew how

supada

โห... ลุงไมล์สฮาร์ดคอร์มาก  :bow:  
"The more mediocre your music is, the more accessible it is to a larger number of people in the United States." ~ Frank Zappa ~

nattapong

จริง ๆ แล้วมีเยอะครับเกี่ยวกับพวกนี้ แล้วเม้นท์แบบนี้มีมาจากอีกหลาย ๆ คนด้วย แต่นึกไม่ค่อยออกตอนนี้ แล้วถ้าเจอจะเอามาฝาก แล้วเรื่องที่ว่าไมส์จะชอบพูดอีกอย่างคือ การที่เขาไม่ได้เกิดมายากจน เพราะเขาไม่ชอบการแปลดนตรีแจ๊สในลักษณะดนตรีทาส หรือ สิ่งที่ออกมาจากความยากลำบาก เขาอยากให้ถูกมองในลักษณะว่าเป็นผลงานสร้างสรรค์ทางดนตรีอย่างแท้จริง
ผมมีบริษัทผลิตผลิดภัณฑ์เครื่องนอนยางพารา กระทู้ใดที่เกี่ยวกับเครื่องนอน ท่านผู้อ่านควรใช้วิจารณญานในการอ่านนะครับ

lapath

Quoteจริง ๆ แล้วมีเยอะครับเกี่ยวกับพวกนี้ แล้วเม้นท์แบบนี้มีมาจากอีกหลาย ๆ คนด้วย

If there's lots of wordings like this from him, it seemed to me that he's the kind of guy that is very difficult to get along with.  Though it's not always the case, it seemed like a perfect reason for his frequent propensity to narcotics.
Yeah we knew we had to leave this town
But we never knew when and we never knew how

nattapong

Well,... he is diffinitely a very difficult guy for sure however listen to him working with his crew sometimes hard to tell he was like that. Though if you listen to his interview you might feel it right away.

For Miles though.. his narcotic practice weren't seem to be much of a problem. Only few bad years probably around 51-54 something like that in which he almost has no output at the time... right after his "Birth of the Cool" album... until his album.. Walkin' something liek that if I am correct.  Nevertheless.. his bad name about heavy commenting.. um.. never seem to stop. .. on everything .. white, critique .. or some other kind of music .. musician ...  he even sort of doesn't like the way Monk played.
ผมมีบริษัทผลิตผลิดภัณฑ์เครื่องนอนยางพารา กระทู้ใดที่เกี่ยวกับเครื่องนอน ท่านผู้อ่านควรใช้วิจารณญานในการอ่านนะครับ

Cherokee

18 February 2005, 07:07:37 am #29 Last Edit: 18 February 2005, 07:15:46 am by Cherokee
มีหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับ Miles ที่ผมชอบมากชื่อ Kind of Blue: The Making of the Miles Davis Masterpiece โดย Ashley Kahn เนื้อหาจะเกี่ยวกับที่มาที่ไปของ Miles Davis ก่อนจะมาถึงวันที่อัดอัลบั้มนี้ ตั้งแต่เริ่มเล่นกับ Charlie Parker เรื่อยมาถึงยุคที่ตั้งวง quintet ที่มี John Coltrane เป็นสมาชิก รวมทั้งชุดที่เล่นกับ Gil Evans Orchestra

เป็นหนังสือที่อ่านสนุกมากเล่มหนึ่ง ตอนที่อ่านจากห้องสมุดนี่วางไม่ลงทีเดียว  มีเกร็ดต่างๆน่าสนใจ เช่น ตอนที่ John Coltrane เล่นร่วมกับ Miles Davis ครั้งแรก สองคนเข้ากันไม่ได้ ขณะนั้น Miles Davis มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ Coltrane นั้นยังไม่เป็นที่รู้จัก ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะมีอายุเท่ากันก็ตาม Coltrane จะคอยถาม Miles อยู่ตลอดว่าจะให้เล่นอย่างไร เล่นอย่างนี้ดีหรือยัง แต่ Miles แค่มองหน้าและไม่ตอบคำถามของ Coltrane เมื่อเจอแบบนี้ Coltrane จึงเดินทางกลับ แต่ Miles เห็นแล้วว่า John Coltrane มีฝีมือและศักยภาพที่จะพัฒนาต่อไปได้ จึงตั้งใจว่าอย่างไรก็ตาม ต้องได้เขามาอยู่ในวงให้ได้ จึงไปตาม Coltrane กลับมา

นี่คือสิ่งที่ Miles พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
 
I think the reason we didn't get along at first was because Trane liked to ask
all these motherfucking questions back then about what he should or shouldn't
play. Man, fuck that shit; to me he was a professional musician and I have
always wanted whoever played with me to find their own place in the music.
So my silence and evil looks probably turned him off.  


มีเกร็ดอะไรที่น่าสนใจอีกเยอะ  ใครว่างๆ เอามาแปลให้กันอ่านก็ดีเหมือนกันนะ

nattapong

ผมก็เคยอ่านคร่าว ๆ แต่ก็ลืมไปหมดแล้ว
ผมมีบริษัทผลิตผลิดภัณฑ์เครื่องนอนยางพารา กระทู้ใดที่เกี่ยวกับเครื่องนอน ท่านผู้อ่านควรใช้วิจารณญานในการอ่านนะครับ