คุยกันฉันท์เพื่อน > ดูหนัง - ฟังเพลง

กรณี ตั๊ก - บงกช กับรูปโป๊

<< < (4/14) > >>

poj:
ต้องขอบคุณครับ ท่านมุ้ยจริงๆที่เข้าไปช่วย   ผมรู้ว่าตอนที่น้องเขามอบตัว ก็เพราะเขาคิดว่า เขาไม่ได้ผิดอะไรมากมาย ก็เลยออกมารับผิดชอบแต่แรกด้วยการติดต่อกับ pantip

แต่โชคร้ายเหลือเกินครับ ที่กระแสข่าวเชี่ยวกรากมาก  พอมีแพะสักตัวให้รุมทึ้ง (ลองนึกถึงภาพ ไฮยีน่า กำลังรุมสกรัมแพะสักตัวก็ได้)  น้องเขาเลยซวยชนิด..... น่าสงสารจนบอกไม่ถูกครับ  กลายเป็นคนจิตวิปริตไปโน่น... :(

poj:
ย้อนหลังไปอ่าน ความเห็นของตั๊ก  เรื่อง  ไอ้ฟัก นะครับ

--- Quote ---สรยุทธ : ฉากที่มีคนวิจารณ์เยอะเรื่องแก้ผ้า ถอดผ้า ยั่วยวน ที่ถูกเซ็นเซอร์ ในฐานะคนเล่น มันจำเป็นไม๊บทเหล่านี้

ตั๊ก : ถ้าบทประพันธ์เป็นแบบนั้น หนูว่าจำเป็น และไม่ได้ยั่ว เพราะทุกฉากที่ถ่ายเป็นฉากที่มีอารมณ์ต่อเนื่องในการแสดง แล้วก็เป็นฉากที่มีความหมาย คนบ้าแก้ผ้าอาบน้ำ คนปกติก็ต้องแก้ผ้าอาบน้ำ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว อีกอย่างเราต้องการสื่อให้เห็นว่าพี่ฟักเห็นมันแค่ไหน ทำไมฟักถึงต้องกั้นห้อง ทำไมถึงอยู่ด้วยกันไม่ได้ หนูว่าเป็นเรื่องดีมากกว่าที่ผู้ชายพยายามกั้นอารมณ์ของตัวเอง พยายามทำในสิ่งที่ดี ไม่เอาเมียพ่อของตัวเอง จากหนัง “คำพิพากษา” แต่เดิม ชาวบ้านตัดสินไอ้ฟัก เพราะคิดว่าไอ้ฟักมีอะไรกับสมทรง แต่ตอนนี้เราย้ายคนดูมานั่งฝั่งฟักกับสมทรง แล้วให้คนดูได้เห็นเลยว่าทำไมฟักกับสมทรงทำให้ชาวบ้านเข้าใจผิด เพราะอะไร และทำไมสมทรงถึงบ้าขนาดนี้ และไอ้ฟักมีอะไรกับสมทรงหรือเปล่า

สรยุทธ : ถ้ามีคนนินทาและวิจารณ์ว่าเอาเรื่องไอ้ฟักเวอร์ชั่นนี้ เอาเรือนร่างของบงกชมาขาย คนอยากดูบงกช ก็เข้ามาดู เรารู้สึกไม๊

ตั๊ก : แล้วแต่ใครจะคิด แต่หนูว่าไม่ใช่ หนูว่ามันไม่แปลกที่จะมีนักแสดงดีๆ คนนึงที่กล้าที่จะทำอะไรแปลกไปกว่าคนอื่น ไม่ใช่อะไรๆ ก็เหมือนเดิมๆ แล้วคนดูก็ไปดูหนังฝรั่ง แล้วเงินไปอยู่ที่หนังฝรั่งหมด

สรยุทธ : หนังเรื่องไอ้ฟัก เจตนาให้ได้เงิน เพราะเหตุนี้ส่วนหนึ่งด้วยไม๊

พลาดิศัย : ต้องดูเจตนาคนทำหนัง และพอดีเรื่องคำพิพากษาในยุคแรก ผมก็ได้ดู อ่านเรื่องก็อ่านแล้ว แต่มาดูเจตนาแล้ว ผมว่าเป็นการสร้างสรรค์งานที่ใช้ได้ แต่พอมาพิจารณาเรื่องหนัง เราก็เอาเกณฑ์ศีลธรรมและเพศเข้ามาตรวจวัด การพิจารณาภาพยนตร์ในคณะกรรมการก็พูดกันหลายเสียง ก็ต้องฟังเหตุผล อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับประธานด้วย

วิฑูลรย์ : ในฐานะที่ผมเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้ามาโดยคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปและวัฒนธรรม สภาผู้แทนฯ ได้ตระหนักถึงภาระที่จะตกถึงสังคมเป็นหลัก เราคงต้องวางเกณฑ์ไว้ว่าภาระที่นักแสดงได้แสดงออกไป มันเข้าไปถึงลูกถึงหลาน เพราะโรงภาพยนตร์ขณะนี้ทุกคนเข้าดูได้หมด ซึ่งมีฉากขายเกินไปมี 2 ช็อต ช็อตแรกคือช็อตอาบน้ำ มีการถูสบู่ ยกเท้าขึ้นเพื่อแสดง แล้วฟักก็แอบดู ฉากนั้นบ่งบอกอารมณ์ที่จะเข้าไปถึงความรู้สึกทางเพศค่อนข้างสูงต่อเด็ก แต่คณะกรรมการไม่ได้ตัดหมดนะครับ แต่ตัดเฉพาะส่วนที่จะเห็นเต้าและถัน

สรยุทธ : และอะไรอีก ลูบไล้ที่คุณคิดว่าไม่สมควร

วิฑูลรย์ : ถ้าลูบไล้นิดหน่อยก็ OK ไม่มีปัญหา แต่จะเน้นเรื่องไม่ให้เห็นทรวงอกและถัน

พลาดิศัย : มันมีกฎหมายห้ามอยู่แล้ว

ตั๊ก : ในฐานะของเยาวชนที่หนูอยากจะรู้ว่า ถ้าไม่ให้ทางสื่อเห็นหัวนม แล้วทำไมหนังฝรั่งถึงเห็นได้ ใช่กรรมการชุดเดียวกันหรือเปล่า และถ้าไม่อยากให้เยาวชนเห็นในสิ่งที่ไม่ดี แต่เขาไปซื้อแผ่นซีดี หรือหนังสือแฟชั่นหรือต่างประเทศ หนูว่าอยู่ที่เยาวชนของเรามากกว่า เพราะเราปิดกั้นได้แค่หนังไทย แต่อย่างอื่นเราปิดกั้นไม่ได้ ถ้าจะปิดกั้นหนังไทย หนูว่าปิดกั้นสื่ออื่นๆ ด้วยดีไม๊

พลาดิศัย : ในเรื่องการเห็นหัวนมถือเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพียงแต่ว่าจะเห็นนานหรือไม่เท่านั้นเอง ถ้านานเกินไป เราก็ตัดให้สั้นลง ให้เห็นแค่แวบๆ

วิฑูลรย์ : ในส่วนหนังต่างประเทศ ทางคณะกรรมาธิการของเราคงไม่ได้ลงมาตรวจ เพราะไม่มีหนังสือเชิญมา

ตั๊ก : แต่มาฉายในเมืองไทยนะคะ

วิฑูลรย์ : เราเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการเชิญ และคณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ สามารถใช้ดุลยพินิจตรงนี้ได้เลย ขึ้นอยู่กับมติเสียงส่วนมาก

สรยุทธ : คุณใส่เยอะเกินไปไม๊ฉากโป๊เปลือย

พันธุ์ธัมม์ : ไม่ครับ เนื่องจากผมก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการเซ็นเซอร์ด้วย

สรยุทธ : แต่ดูเรื่องอื่น พอคุณมาสร้างเอง ก็ให้คนอื่นตรวจ

พันธุ์ธัมม์ : ใช่ครับ สิ่งที่ผมใส่เข้าไป ผมคิดว่าไม่เปลือง

สรยุทธ : ฉากสมทรงอาบน้ำที่เขาบอกว่าเห็นเยอะไป

พันธุ์ธัมม์ : ซีนที่ไอ้ฟักแอบดูสมทรงอาบน้ำมีความยาวประมาณ 1 นาที แต่มีแค่คัตเดียวเท่านั้นที่คณะกรรมการคิดว่ามีปัญหา

สรยุทธ : คัตนึงกี่วินาที

พันธุ์ธัมม์ : ประมาณ 5 วินาที

สนานจิตต์ : การทำหนังก็คือการเล่าเรื่อง ต้องดูที่มาที่ไปของเรื่อง จู่ๆ สมทรงจะแก้ผ้าอาบน้ำ มันมีคำอธิบายมาหมดแล้วก่อนสมทรงจะแก้ผ้า

สรยุทธ : ทำไมไม่ให้มุมกล้องเห็นจากด้านหลังสมทรง ทำไมต้องเห็นด้านข้าง

ตั๊ก : มันเป็นการแทนสายตาของไอ้ฟักค่ะ

สนานจิตต์ : คุณสมทรงไม่ได้แก้ผ้าให้จอหนัง คนดูไม่เห็นฟรอนท์นู้ด คือต้องเห็นทั้งหมด ไม่มีแม้แต่คัตเดียวสมทรงแก้ผ้าให้เห็นอะไรข้างหน้าเลย

สรยุทธ : มันจำเป็นไม๊ล่ะ

สนานจิตต์ : จำเป็นในแง่ของภาษาหนัง เถียงกันตายเลยถ้าอย่างนี้น่ะ

พันธุ์ธัมม์ : มีจังหวะที่สมทรงยกตัวขึ้นมา แล้วเห็นหน้าอก ไอ้ฟักที่แอบดูอยู่ก็ไม่กล้าดูหน้าอก นี่คือเหตุว่าทำไมต้องมีการยกหน้าอก

สรยุทธ : ฉากนี้ให้รู้ถึงความดีของไอ้ฟัก

ตั๊ก : ทำไมสถานบริการย่านสีลมและสุขุมวิท มีผู้หญิงรูดเสาได้ และแก้ผ้าหมดเลย

สรยุทธ : ตอนแรกท่านคิดว่าจะให้แบนหนังเรื่องนี้ด้วยซ้ำไป คือไม่ให้ฉายเลย

พล.ต.ต.เดชชัย : ที่มาของคณะกรรมการ หรือเจ้าพนักงานพิจารณาภาพยนตร์ แต่งตั้งขึ้นมาโดย พ.ร.บ.ภาพยนตร์ พ.ศ.2473 ซึ่งมีผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน ประกอบด้วยกรรมการอีกประมาณ 9-10 ท่าน จากตัวแทนของหน่วยงานต่างๆ รวมถึงผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล จากกองทะเบียน จากสารนิเทศด้วย

สรยุทธ : ในที่สุดคณะกรรมการมีมติให้ตัดออกไป 4 ฉาก ท่านเห็นว่าเรื่องนี้มันเกินเลยตรงไหน

พล.ต.ต.เดชชัย : ที่ดูตั้งแต่ต้นจนจบ ตอนแรกก็ไม่ทราบว่าเรื่องนี้มีการถ่ายทำจากบทนิยายเรื่อง “คำพิพาษา” ซึ่งได้รับรางวัลกวีซีไรท์ของชาติ ซึ่งผมก็เห็นว่าเรื่องนี้ค่อนข้างโป๊เปลือย และหมิ่นเหม่ขัดต่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดี เข้าในความผิดตามมาตรา 4 ของ พ.ร.บ.ภาพยนตร์ พ.ศ.2473 ซึ่ง 4 ฉาก มีฉากตีสุนัขจนตาย ฉากดูอาบน้ำ ฉากทายาหม่องที่ตัวนางเอก และฉากเปิดกระโปรงต่อหน้าพระภิกษุและสามเณร ซึ่งหลังจากที่ดูหนังเรื่องนี้แล้วค่อนข้างโป๊มาก ก็เลยตั้ง 2 ประเด็น คือจะให้แบนหรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการลงมติว่าไม่สมควรแบน เราก็พูดถึงประเด็นที่ 2 ถ้าไม่แบน ก็สมควรที่จะตัดหรือไม่ ก็เห็นว่าสมควรจะตัด แต่จะตัดอย่างไร ก็ตัดออกมา 4 ฉากดังกล่าว อย่างฉากตีสุนัขค่อนข้างยืดเยื้อ ตีสุนัขจนขาหักแล้วตะกรุยตะกายหนีจนขาลาก แล้วไอ้ฟักใช้จอบตีจนตาย คณะกรรมการเห็นว่าควรเป็นฉากตีทีเดียวแล้วก็ตายเลย เพราะจะเป็นการทรมานสุนัข ส่วนฉากไอ้ฟักแอบดูการอาบน้ำ เห็นเต้าและหัวนม หนังทำลักษณะสลับมาระหว่างสายตากับปทุมถันนานพอสมควรไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง เหมือนกับว่าแอบดูแล้วก็ดูอีก ไม่อยากดู แล้วก็ดูอีก เหมือนกับฝืนใจ ทางคณะกรรมการก็เลยตัดภาพที่ชัดออกไปให้เป็นภาพเบลอๆ แต่ไม่ได้ตัดทั้งหมด

สรยุทธ : ทำไมต้องไปตีหมาให้มันทุกข์ทรมานขนาดนั้น

พันธุ์ธัมม์ : ในเรื่องเราพูดถึงคำพิพากษาที่เราตัดสินมนุษย์โดยที่เราไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร เขาทำอย่างนั้นหรือเปล่า ผมรู้สึกว่ามันเป็นเหมือนเป็นสัญลักษณ์ว่าแม้กระทั่งสุนัข มนุษย์ก็ยังพิพากษาว่าเขาบ้าหรือไม่บ้า ฉากนี้สิ่งที่ต้องถ่ายทอดให้เห็นก็คือว่าฟักไม่ได้อยากตี และที่ต้องยืดเยื้อเพราะฟักต้องเล็งว่าสุนัขตัวนี้ไม่น่าบ้านะ แต่เสียงครูใหญ่และเด็กๆ บอกว่าให้ตีมัน ฟักก็ต้องทำโดยหน้าที่ เพราะตอนนั้นไม่มีใครเอาแล้วครับ เมื่อเสียงบีบคั้น เขาก็ต้องทำ เมื่อตีปุ๊บ ฟักก็เบือนหน้าหนี ไม่อยากตีแล้ว แต่หมาดันวิ่งไปหาเด็ก จะไปกัดเด็กหรือเปล่า ครูใหญ่ด้วยความกังวลก็บอกว่า ฟักไปดักมัน ซึ่งก็ถ่ายทอดให้เห็นว่าฟักไม่อยากทำ แต่ถูกบังคับให้ทำ

สรยุทธ : จริงๆ สุนัขไม่ได้ตายจริง

วิฑูลรย์ : กรรมการเซ็นเซอร์นึกว่าตายจริง เพราะในวันนั้นพอตเรื่องต่างๆ เราไม่ทราบเลย เราจะดูเฉพาะภาพยนตร์ที่ออกมา แต่เราไม่ทราบเจตนารมย์ของคนสร้างต้องการจะสื่ออะไร

สรยุทธ : ฉากทายาที่พุงสมทรง มันเป็นยังไง ท่านประธานบอกว่าเจตนาขายเซ็กซ์เลย

พันธุ์ธัมม์ : เจตนาของฉากเมื่อฟักเห็นสมทรงถูกชาวบ้านตีหลังจากไปเปิดกระโปรง ก็เลยพาเข้าบ้าน ก็ต้องดูแลรักษา แต่ระหว่างที่ลูบไล้ ในหนังสือก็เขียนไว้ว่าเป็นการสัมผัสแรกระหว่างฟักกับสมทรง แต่ระหว่างลูบไล้ ฟักเป็นผู้ชาย ก็มีความรู้สึกเปลี่ยนไป แทบมีโอกาสที่จะนอนกับสมทรง แต่ด้วยความเป็นคนดี ในที่สุดก็ตัดใจได้ เพราะฉะนั้นฉากนี้ใช้แค่มือกับเนื้อโดยที่ไม่ได้เห็นอย่างอื่นเลย แค่เห็นพุงว่าเขาลูบไล้ แล้วให้เกิดจินตนาการว่าผู้ชายมีอารมณ์เตลิดไปได้ ถ้าไม่สื่อว่าฟักมีอารมณ์แล้ว มันจะไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ต้องอดกลั้นขนาดไหน

พลาดิศัย : มีแนวนโยบายในการพิจารณา 3 ข้อ คือศีลธรรมวัฒนธรรมของชาติ ความเรียบร้อย ความมั่นคง และการเมือง-การปกครอง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พอมาถึงศีลธรรมกับวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาติ มันแยกออกไปอีก ก็ต้องมานั่งดูว่าลามกอนาจารแค่ไหน อย่างไร มันก็อยู่ที่ตาคนดู กรรมการบางคนเห็นนิดนึงไม่ได้เลย บางคนบอกว่ายังพอรับได้

พันธุ์ธัมม์ : ก็ถูกตัดออกไปนิดเดียวเพื่อไม่ให้ยืดเยื้อ แต่ถ้าเอาอย่างที่ผมนำเสนอจะดีกว่า เพราะภาพที่ตัดออกไปก็เป็นเพียงภาพมือที่เลยขึ้นไปแล้วหายไปจากกล้อง แล้วให้คนดูจินตนาว่ามือหายไปไหน ก็ให้ไปคิดเอาเอง

สรยุทธ : ฉากนี้เห็นแล้วเป็นยังไง

ตั๊ก : หนูว่าเยาวชนไทยคิดเองได้ แต่หนูคงเถียงไม่ได้ในเรื่องของเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ในเรื่องของกฎหมาย ในเรื่องความคิดผู้ใหญ่ และที่แสดงกิริยามารยาทไม่ดี หนูต้องขอโทษด้วย เพราะหนูเป็นเด็กอายุ 18 ปี หนูคงไม่สามารถระงับอารมณ์ตัวเองได้ หนูคิดว่าถ้าหนังฝรั่งทำได้ หนังไทยก็น่าจะทำได้ อย่างนี้ยุติธรรมกว่า

สรยุทธ : ฉากทายาเป็นยังไงครับที่ท่านบอกว่าไม่ไหวจริงๆ

พล.ต.ต.เดชชัย : ในเรื่องนี้เองผมไม่อยากให้มีดับเบิลสแตนดาร์ด คือหนังฝรั่งทำได้ แต่หนังไทยทำไม่ได้ ผมอยากฝากถึงคณะกรรมการทุกท่านให้พิจารณาเป็นมาตรฐานเดียวกัน

สรยุทธ : ในฐานะตำรวจ ดูหนัง เซ็นเซอร์ วิจารณ์หนัง ไม่รู้จักศิลปะของการทำหนัง

พล.ต.ต.เดชชัย : ผมว่าไม่จริง ข้าราชการตำรวจทุกคนรู้ว่างานศิลปะเป็นยังไง อะไรที่ยืดเยื้อและดูแล้วหมิ่นเหม่ พยายามทำให้สั้นลง ก็สื่อความหมายได้ ไม่เกิดความเสียหายด้วย อย่างเปิดกระโปรงต่อหน้าพระภิกษุ-สามเณร ก็ไม่ได้ตัด แต่จะคงไว้ให้เห็นแค่แว๊บเดียว นอกนั้นก็เป็นศิลปะ เราก็ยังยอมรับ ความจริงมันไม่น่าจะทำอย่างนั้น แต่กรรมการก็ลงความเห็นว่า OK ปล่อยให้ผ่าน แต่ขอให้เหมือนกับหนังตัวอย่าง

สนานจิตต์ : คือทั้งหมดเราพูดในรายละเอียด เราไม่ได้พูดหลักการ คณะกรรมการเซ็นเซอร์เป็นตัวแทน ไม่ใช่สาธารณชนคิด แต่พวกคุณ 8 คนคิดเอง วรรณคดีไทยทั้งหมด เซ็กซ์ซีนเต็มไปหมด อย่างเช่น ลิลิตพระลอ ขุนแผน โคตรอีโรติก คุณอินเตอร์เพลทลิลิตพระลอ คุณทำหนังไม่ได้เลย ผมจะบอกคุณให้ คุณให้เด็กอ่านยังไม่ได้เลย ขุนแผนไปอ่านดูเถิดอีโรติกล้วนๆ ลิลิตพระลอมีทั้งหญิงกับหญิง หญิงกับชาย ชายกับชาย สาม-หนึ่ง สี่-หนึ่ง แล้วที่บอกว่าห้ามสร้างภาพยนตร์กระทบต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ผมถามว่าสโคปมันอยู่ตรงไหน มันกว้างเป็นมหาสมุทรเลย คณะกรรมการเซ็นเซอร์มีกรอบว่าอะไรกระทบ คนทำหนังเป็นคนทำงานศิลปะ ก็มีกรอบของเขา

สรยุทธ : ผู้กำกับมีทั้งคนดีและไม่ดี

สนานจิตต์ : ไม่มีใครเอาเงินเป็นสิบล้านมาละลายเล่นกับเรื่องพวกนี้

สรยุทธ : เขาไม่ได้ละลายเล่น เขาเอาเงินไปลงทุนเพื่อขายเรื่องเซ็กซ์เรื่องโป๊

สนานจิตต์ : ไม่จริง เพราะบ้านเราไม่อนุญาตให้ฉายหนังเอ็กซ์ ทำผมทำหนังเอ็กซ์ คุณว่าผมสิ หนังโคลด์เมาเท่น หนังฝรั่งที่เพิ่งฉาย นิโคล คิดแมน ได้ออสการ์ นมทั้งเต้าบนจอ 3 นาที ไม่ตัด แล้วทำไมแค่สมทรงยกกระโปรงให้พระดูต้องถูกตัด อ่านเรื่องคำพิพากษาของชาติ กอบกิตติ หรือเปล่า รู้ไม๊ว่าเขาเขียนเรื่องนี้เพื่ออะไร เขาบอกว่าสังคมไทยยังไม่ทันได้รู้ข้อเท็จจริงเลย มันพิพากษากันก่อนแล้ว

ตั๊ก : แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

สนานจิตต์ : นี่ไง เขายังไม่ทันทำอะไรเลย คุณไปพิพากษาว่าเขาขายเซ็กซ์

สรยุทธ : เรากำลังพูดถึงหนัง ไม่นิยาย

สนานจิตต์ : ก็นี่ไง นิโคล คิดแมน เราเห็นเต้า 3 นาทีบนจอหนัง

สรยุทธ : เอ้อ ทำไมไม่ตัด

สนานจิตต์ : เอ้อ ตอบโจทย์ผมสิ

ตั๊ก : ตอนนี้เยาวชนไทยและประชาชนไทยดูหนังเป็นค่ะ ไม่งั้นหนังฝรั่งขายไม่ได้หรอก แม้กระทั่งซาวนด์แทร็ค คนไทยยังเข้าใจเลย บางคนอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกด้วยซ้ำ แต่มีภาษาไทยข้างล่าง หนูยอมรับว่าคนไทยเดี๋ยวนี้ไม่ได้โง่เหมือนแต่ก่อนแล้วว่า เขาดูไม่เป็น หรือคิดไม่เป็น

พลาดิศัย : แต่การดูหนังต้องกำหนดเรทการดูของผู้ชมนะครับ

สรยุทธ : โพลล์ “คุณเห็นด้วยกับใคร” กองเซ็นเซอร์ 47.02% ผู้กำกับ 52.98%.
--- End quote ---

poj:

--- Quote ---ว่าไอ้ตัวเลขแค่นี้นี่ในแวดวงนักท่องเว๊ปนี่
ถือว่าธรรมดามากๆ
อย่าบอกนะว่าในคอมผู้ชายคนไหนไม่มีรูปโป๊ผู้หญิงบ้าง
เฮ้อออ........เวร
--- End quote ---
ไม่มี๊... ไม่มี....  ห้องผมไม่มี๊....
ภาพน่าเกลี๊ยด... น่าเกลียด... มีได้ไง...

ห้องผมมีแค่..
แส้
โซ่
เชือก
หน้ากาก
กุญแจมือ
ชุดชั้นในแบบหนัง ฝังหมุดเหล็ก
ฯลฯ...
เท่านั้นเอง  :P  :lol:

DRC:

--- Quote ---
อย่าบอกนะว่าในคอมผู้ชายคนไหนไม่มีรูปโป๊ผู้หญิงบ้าง
เฮ้อออ........เวร



 
--- End quote ---
คอมผมไม่มีรูปโป๊ครับ  มีแต่งานศิลป์  :D

อ้อ อีกอย่างผมไม่มีคอมครับ ทุกวันนี้ใช้คอมภรรยาครับ  เพราะฉนั้นถ้าเป็นรูปโป๊ก็อยู่ในคอมผู้หญิงครับ   :P

เรื่องคุณตั๊กนั้น  ผมว่าเราดูในเว็บก็คงทราบกันดีว่าคนที่ไม่สงสารคุณตั๊กนั้นมีมากครับ  ไม่รู้ว่าคุณตั๊กจะได้แง่คิดหรือเปล่า   หรือยังจะทำเป็นไร้เดียงสาอยู่อีก :donot:  

smileguy:
ขอบคุณคุณพจน์ที่จุดประการขึ้นมา
ผมเห็นด้วยทุกข้อแหละ
รวมถึงข้อความท่านอื่นๆด้วย

ผมสรุปด้วยตัวผมเองสั้น ๆ

เมื่อกล้าแก้ผ้าถ่าย
ก็ต้องกล้ารับ

รูปนั้นเป็นรูปจริง ไม่มีตัดต่อ
ถามว่าลามกไม้ อุบาทว์ไม้ ดูแล้วเกิดกิเลสตัณหาไม้

ผมว่า ธรรมดามาก

แถมข่าวคราวที่ออกมาก่อนหน้านี้ ขนาดผมเป็นคนไม่ดูหนังไทย
ผมยังทราบเลยว่า เธอไม่ธรรมดา

ขอใช้คำพูดแรงๆนิดนึง ผู้หญิงคนนี้ทุเรศจริง ๆ ผ่าเถอะ
ลองอ่านความเห็นนี้ดูนะครับ จากรายการเมืองไทยรายสัปดาห์
ศุกร์ 2 ก.ค.47



เมืองไทยรายสัปดาห์โดยสนธิ ลิ้มทองกุล


 :daumenneg:  

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

[*] Previous page

Go to full version