Author Topic: ลองฟังเสียงแบบ Active filter ดูซะหน่อย  (Read 46310 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline akara

  • moderators
  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 374
    • http://
ขอขั้นรายการหลอดสักหน่อยนะครับ พอดีเพิ่งเสร็จเมื่อคืน ยังไม่ได้ลองฟังเพลงสักเท่าไหร่  กะว่าจะใช้เป็น project ส่งคุณ art ให้พิจารณาเผื่อว่าผ่านจะได้ลงใน DIY 2004 ด้วย แฮ่ะๆ..คิดว่ากว่าจะสมบูรณ์ก็คงปลายๆปีพอดี

หัวเรื่องครับ  Active filter เป็นแบบ 24db วงจรจาก web ESP ครับ เท่าที่ลองด้วยแผ่น sound checked ความถี่ที่ตัดไม่ได้ชันอย่างที่คิดเอาไว้ และเพิ่งลองฟังเพลงไปได้เพลงเดียวเอง(มัวแต่ลอง sound checked เด๊ยวกลับไปลองฟังเพลงดูบ้างถ้ามีเวลา)  และเสียงตอนเปิดปิด Power Amp นี่น่ากลัวดีเหมือนกัน เสียงดังเปรี๊ยๆเลยที่เดียว  และเพิ่งเสร็จข้างเดียวครับกะว่าจะลองเทียบ A/B กับ passsive เดิมๆ แบบข้างต่อข้างกันเลย ไม่รู้จะฟังออกหรือเปล่า เพราะลืมต่อทะเบียนหูทองมานานแล้ว เอาเป็นว่าจะมารายงานว่าชอบหรือไม่ทีหลังก็แล้วกันครับ ส่วนดีกว่าหรือเปล่าอันนี้ขอผ่าน เอาแค่ชอบหรือไม่ชอบก็คงเพียงพอ ...ที่จริง 2.5 clone ก็ยังติดเอาไว้ ยังไม่ได้ลอง XO ใหม่เลยด้วยซ้ำ

เหตุผลที่ลอง เพราะอยากกลองฟังเสียงแบบ active filter ดูก่อนครับ  ก่อนที่จะตัดสินใจลงมือกับ project Orion ของ linkwitz เพราะได้ยิน(ที่จริงอ่าน )มาว่า Orion เปิดเบาๆก็ได้รายละเอียด และ dynamic ดีมาก  เหมาะอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับ เพลง Classic ที่สำคัญผมว่ามันสวยมากๆ เหตุผลอีกอย่าง คือหลังจากอ่าน activer filter ที่ Linkwitz , bi-amp ที่ ESP กับ ล่าสุด active filter กับ FirstWatt ของ Nelson Pass ด้วยแล้ว ทำให้คิดว่า เรื่อง Phase, IMD(intermoduration distortion), กับการได้เปรียบเรื่อง กำลังของ power amp ทำให้อยากลองฟังเสียงดู

สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ รายละเอียด ที่อาจจะหายไปกับ L-pad และที่ passive cross , focus ที่น่าจะดีขึ้นจากเรื่อง Phase

รายการของ Orion ก็มี Orion plan 300$, ดอกลำโพง 1000$, ตู้ลำโพง,Filter แล้วไหนจะค่าส่งอีก บานเลยงานเนี้ย  ก็เลยต้องลองให้แน่ใจก่อนว่าชอบจริงๆ เพราะขายต่อคงไม่ต้องพูดถึง อีกอย่างจะซื้อโดยไม่ลองฟังก็กะไรอยู่ ไอ้ครั้นจะลองฟังก็ไม่รู้จะไปฟังที่ไหนได้ (ได้ข่าวว่ามีคนไทยอยู่เล่นเหมือนกัน) ก็เลยต้องลองดูเองก่อน ถ้าลองแล้วต่างกันแบบเห็นหน้าเห็นหลังค่อยลุยจริงๆกันอีกที

Link ครับ
Linkwitz Active filter
ESP bi-amp  
Nelson Pass Active filter

รูปวงจรสำหรับ pcb อเนกประสงค์ครับ
« Last Edit: 09 August 2004, 04:24:24 PM by akara »
Akara..

Offline akara

  • moderators
  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 374
    • http://
เมื่อกี้ไม่สามารถครับลองใหม่
รูป
Akara..

Offline Victory

  • Newbie
  • *
  • Posts: 12
เล่าสู่กันฟังครับ อ่านมาอีกทีแต่ไม่เคยลอง

การ เล่น bi-amp  crossover
crossover ที่ต่อขั้นระหว่าง pre amp และ  power amp นั้น
โดยปกติจะใช้ Active filter ทั้ง Low Pass และ High Pass

แต่ crossover ตัวเสียงดีๆ
จะใช้ Active filter ใน Low Pass
และ ใช้ Passive filter ใน High Pass คือ จาก pre amp ต่อผ่าน R กับ C แล้ว ออก power amp เลย


Passive Tone VS Active Tone อันนี้เคยลองครับ

Passive Tone
เสียงแหลมที่สดใสมาก ฟังไม่ระคายหู ไม่ล้าหู โดยเฉพาะเสียงแซทโซโฟน หวานมาก

เสียงเบส แห้งแล้งไปหน่อย ช้าไม่ฉับไว
โดยรวมเหมือนฟัง หลอด Single End

Active Tone
เสียงแหลมที่คม ระยิบระยับ เสียงฉาบลอยมาเป็นเส้น ๆเหมือนยืนฟังอยู่ หน้า มือกลอง
บางครั้ง เหมือนเน้นเกินจริง
เพลงร้อง บางเพลง จะระคายหู เสียงร้อง(ผู้หญิง)ขึ้นจมูก ฟังนานๆล้าหู
เพลงบรรเลง รายละเอียด ดีมาก ฟังไม่ล้าหู

เสียงเบส หนักแน่น เป็นลูก มีหัวและปลายเบสดี

สรุป
หลังจากที่ลองฟังกลับไปกลับมาทั้งสองแบบแล้ว
ผมจะทำ
Passive Tone เสียงแหลม
Active Tone เสียงเบส
ตอนนี้กำลังออกแบบอยู่ครับ



 

Offline akara

  • moderators
  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 374
    • http://
ผมกำลังลองแบบ open baffle ครับข้อดีของมันลองๆอ่านดูแล้วน่าสนใจไม่น้อย เลยจะลองเอง และที่ผมเลือก active ทั้งระบบนั้นเพราะข้อดีมันมากจนชวนมาลงไม้ลงมือนี่แหละแต่ไม่รู้จะไปได้แค่ไหนเพราะมันยากเลยมาเปิดประเด็นช่วยๆกันทำนี่แหละครับ

 
Akara..

Offline kris9999

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1273
เอาใจช่วยให้ทุกท่านทำโปรเจคสำเร็จครับ ส่วนผมคงขอแค่ฝันก่อน T^T โดยเฉพาะคุณvictoryนี่ สงสัยจะมีโปรเจคเยอะเลยครับ:P

Offline akara

  • moderators
  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 374
    • http://
24db filter ครับ
Akara..

Offline akara

  • moderators
  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 374
    • http://
ด้านหลังครับ
Akara..

Offline akara

  • moderators
  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 374
    • http://
สุดท้ายครับ open baffle
Akara..

Offline Art

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1804
    • http://
เอาใจช่วย+รอชมผลงานครับ (จะได้มีเรื่องลง YB2004  :supergrin: )
Art

Offline bint

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 263
ดีครับ ลำโพงแบบ Open Baffle มีลักษณะเสียงต่างจากลำโพงมีตู้อย่างไรหรือครับ แล้วเหมาะกับแอมป์หรือห้องฟังแบบไหนเป็นพิเศษหรือป่าวครับ :unsure:  

Offline Art

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1804
    • http://
ผมเล่น Open Baffle อยู่เหมือนกันครับ ผมรู้สึกว่า Bass มันเป็นอิสระกว่าลำโพงตู้ครับ Bass Note ต่างๆ จะชัดเจน เมื่อเทียบกับลำโพงตู้มันจะมี Resonance บางค่าหลอกหูอยู่น่ะครับ นอกจาก Bass แล้วอย่างอื่นไม่ได้แตกต่างกับลำโพงตู้ครับ และจากตัวอย่างอื่นๆ เพื่อนลองทำมา ผมคิดว่า OB เหมาะกับห้องเล็กๆ ครับ

ในรูปนั้นแผ่นหน้ามีขนาดเล็ก Cut-off จะอยู่สูงมากนะครับ Bass จะลงไม่ได้ลึกมากครับ คิดว่าน่าจะมี Subwoofer อีกตัวรึเปล่าครับคุณ Akara
Art

Offline akara

  • moderators
  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 374
    • http://
Quote
ในรูปนั้นแผ่นหน้ามีขนาดเล็ก Cut-off จะอยู่สูงมากนะครับ Bass จะลงไม่ได้ลึกมากครับ คิดว่าน่าจะมี Subwoofer อีกตัวรึเปล่าครับคุณ Akara
ใช่ครับ ต้องมี ซับวูฟเฟอร์ และ จริงๆแล้ว driver ควรจะใหญ่อย่างน้อย 8 นิ้วขึ้นไป (+ sub 10 นิ้ว) สำหรับเสียงกลาง (แต่นี่เพื่อทดลองก่อนครับ:D เท่าที่มี ) ส่วน ความถี่ำต่ำที่หายไป ถ้าเทียบกับตู้ธรรมดา ต้อง compensate ด้วย active filter ครับ เสาร์นี้แหละครับว่าจะเติมอีก2 module คือ ชดเชยความถี่ต่ำ กับ อีก moduleคือ ปรับระดับความดัง เพราะลองฟังเทียบกับ passive filter พบว่ากลางแหลมยังไม่ิ balance กันเท่าไหร่

Quote
Open Baffle มีลักษณะเสียงต่างจากลำโพงมีตู้อย่างไรหรือครับ แล้วเหมาะกับแอมป์หรือห้องฟังแบบไหนเป็นพิเศษหรือป่าวครับ
ต่างตรงที่ open เป็น dipole ครับ ส่วนลำโพงปกติเป็น monopole แล้วเสียงธรรมชาติเป็น omni กระจายรอบทิศ model ไหนกระจายเสียงได้ใกล้เคียงกว่า?
อีกอย่างหนึ่งครับ ถ้าพิจารณาสิ่งที่ทำให้เราแยกออกว่าอันไหนเสียงจากลำโพงหรือเสียงจริง มีเรื่องหนึ่งที่ควรใส่ใจเป็นลำดับต้นๆคือ slow decay of transients เหตุเพราะ store energy ครับ เพราะในตัวdriver การผลักเข้า-ออกของกรวยลำโพงสมควรเกิดขึ้นทันเวลาไม่ควรถูกหน่วงด้วยตู้( resonant, acustic ) และในขณะที่สัญญานผ่าน passive cross นั้นก็เป็นสาเหตุหลักในกรณีด้วยนี้เช่นกัน  ถ้าเราไม่ใช้ทั้งคู่  ได้ faster transient decays กลับมาแบบไม่ต้องลงทุนเห็นๆ แล้วอีกอย่าง open baffle ลดผลกระทบจากการก้องของห้องโดยเฉพาะความถี่ต่ำอีกด้วยครับ

เพิ่มเติมครับเรื่องทิศทางของเสียง ที่รอการพิสูจน์ก่อนที่จะเชื่อ
เชื่อว่า เจ้า decay of transients นี่ส่งผลในเรื่องทิศทางของเสียงด้วยครับ ทำให้เราจับทิศทางของเสียงได้ ถ้า decay of transients ยังถูกต้องขณะที่เสียงจากลำโพงมาถึงหูเรา หมายถึงเราจะสามารถรับรู้ทิศทางของเสียงที่เคลื่อนตัวช้าๆได้ ซึ่งสังเกตุว่าลำโพงในปัจุบันมักจะโยนเสียงเร็วๆเพื่อความเนียน หากช้าหูเราอาจจะตีความเพี้ยนไป
เพิ่มเติมอีกนิดครับ อาจส่งผลทำให้ focus ของเสียงนิ่งขึ้น สิ่งต่างๆเรื่องทิศทางเลยดีขึ้นครับ

ผมว่าการวัดและออกแบบ active filter  นั้นจะสามารถ DIY ง่ายกว่าออกแบบตู้ลำโพงและpassive XO ที่ต้องการเครื่องมือวัด และความถูกต้องใน percent ที่สูงๆ  เพื่อให้บรรลุผลข้างต้นเหมือนๆกันครับ

อีกอย่าง active filter จะทำให้ข้อจำกัดเรื่อง amp และ พวกสายต่างโดยเฉพาะ สายลำโพงลดลงด้วย เพราะการทำงานเฉพาะความถี่ชึ่งแคบลงและ เนลสัน พาส ยังกล่าวไว้ใน active manual(dl มาอ่านเล่นได้) ของเค้าด้วยว่า การขับด้วย amp 100 watt จะเสมือนขับด้วย 4 เท่าคือ 400 watt ถ้าเราแยกขับแบบ active ที่สำคัญคือเรื่อง Intermodulation เดี๊ยวจะมาเล่าวันหลัง ว่าอ่านมาได้ความอย่างไรบ้าง  :hb:หากช่วยๆกันตีความจะได้บรรลุจุดประสงค์
 
« Last Edit: 16 August 2004, 07:55:45 AM by akara »
Akara..

Offline bint

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 263
Oh-Yeh :hb:  

Offline akara

  • moderators
  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 374
    • http://

:expert: ต้องออกตัวก่อนนะครับ สิ่งที่ผมเขียนๆไปในตอนแรก อาจมีการปรับปรุง แก้ไขอยู่เรื่อยๆ  ที่อ่านไปในตอนแรก อาจจะทำให้เข้าใจผิดบ้าง เหตุเพราะผมเองก็กำลังเริ่มต้นครับ ทั้งหมดที่เขียนในตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นความเชื่อครับ ส่วนผลนั้นกำลังพิสูจน์อยู่ครับ

อย่างในตอนนี้ผมกำลังจะเปลี่ยนหรืออาจจะผสม วงจรจาก ESP กับ ฟีนิกส์ ของ ลิงค์วิส
ครับ อาทิตย์ที่ผ่านมา เพิ่ม output  buffer ที่มี volumn ( ที่จริงควรใช้ gain stage มากกว่า ) เข้าไปสำหรับส่วน HF ครับ ลองปรับให้เท่ากับอีกข้างที่เป็น passive แล้วลองฟังดู ยังบอกความแตกต่างได้ไม่มากในตอนนี้ เพราะยังฟังได้ไม่มากชั่วโมงพอ แต่ก็คิดเข้าข้างตัวเองนิดๆ ผมว่าเสียง piano มันมี dynamic ออกมาดีครับ อีกอย่างเสียงมันเงียบแล้วก็สะอาดดีด้วยครับ ไม่รู้เพราะไม่มี bass(ข้างที่เป็น passive ลงได้ลึกกว่านิดหน่อย) หรือเปล่าที่ทำให้รู้สึกอย่างนั้น
แต่เท่าที่ลองกวาดความถี่ ยังมีโด่งมียุบ(เสียงวูบเอียงไปทางซ้าย-ขวา บางความถี่)ให้สังเกตุได้  แต่ก็ไม่รู้ข้างไหนกันแน่ที่ให้ความถี่ไม่เรียบออกมา อาจเป็นข้างที่ใช้ passive(XO ของ CloneAc 2.5) ก็ได้ :D

ส่วนวงจรชดเชยนั้นยังไม่ได้ใส่เข้าไปครับ :P รู้สึกว่าจะต้องใส่หลายส่วน แล้ว R กับ C ค่าที่ต้องใช้ดันไม่มีด้วยครับ

     
Akara..

Offline akara

  • moderators
  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 374
    • http://
อีกหนึ่งหัวข้อของ Active filter และ Open baffle ครับ
ดูรูปประกอบนะครับ สมมุติ LF และ HF ต้องการกำลังขับ(แกนตั้ง) อย่างละ 100 watt ถึงจะเพียงพอรับมือกับการสวิงสัญญานที่เห็นได้อย่างไม่เสียรูป ที่นี่ลองใช้ excell บวกความถี่ทั้งสองดู จะได้กราฟ ล่างสุด สังเกตุที่แกนตั้งครับ ตอนนี้ต้องการกำลังเป็น 200 แล้วครับ ถามว่า bi-amp 100 watt สักสองตัว แบบรวมความถี่กับ passive XO จะได้ไหม? หรือจะต้องเบิ้น amp 200 watt 2 ตัว แล้วจะคุ้มไหม? จะเห็นว่าถ้ารวมความถี่แล้ว ย่อมต้องการกำลังขับของ power amp เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ถ้ากำลังน้อยที่ความดังสูง ยอดก็ด้วน distortiond ก็เกิดเพียบ  :o

Quote
แทรก
 ถ้าแบ่งความถี่ที่ 300Hz กำลังที่ใช้แยกขับจะเหลือเพียงครึ่งเดียว 50:50% (ถ้าจุดตัดที่ 3K กำลังขับ ทุ้ม:แหลม ก็จะประมาณ 80:20 % ref จากเวบ ESP และ true-audio )

สมมุติอย่างข้างต้น  ลองนึกดูว่าถ้าขับด้วย power 100 watt เสียงทุ้มอาจไม่กระทบมากเท่าไหร่ แต่เสียงแหลมนี่เกินกำลัง ก็เพราะความถี่สูง HF มันขี่อยู่บน คลื่นของ LF หมายความว่า ถ้าสัญญาน LF สวิงสูงเกือบ peak แต่ HF ที่ขี่อยู่บนหัวคนอื่นเค้านี่ซิทะลุเพดานไปแล้ว แล้วก็ทำให้เกิด distortion ขณะที่สัญญาน max ด้วยซิ ปล่อยไปนานๆ tweeter เดี้ยงแหง่ๆ ที่ไม่ค่อยพบว่า tweeter เสีย เพราะ สัญญาน peak ชั่วขณะไม่ต่อเนื่องนานจนเกินไป แล้วเนลสัน พาส บอกด้วยว่าขับด้วย 100 watt แต่จะเสมือนเราขับด้วย กำลัง 4 เท่า หรือ 400 watt ถ้าแยกขับแบบ active filter. งั้น 50watt ก็แปลงร่างเท่ากับ 200 watt :wow:  อื่ม....ผมว่าผมยกเลิกเรื่อง parallel clone ไว้ก่อน ดีกว่าทั้งๆที่กำลังจะลงมือบัดกรีอยู่แล้วเชียว. FAQ:Q6 ที่เวบของ ลิงค์วิส บอกว่า แค่ 5 watt ก็สามารถผลักกรวยของลำโพงซับ 12 นิ้วได้สุด( Xmax) แล้วหละครับ ถ้าคิดเผื่อที่จะต้องสูญเสียไปกับอุปกรณ์อิเลคโทรนิค ความร้อน หรืออื่นๆเข้าไปด้วย 50 watt ก็ยังเหลือๆ เขาว่างั้น โอโฮ้....GC มีเรื่องให้เริงร่ากันอีกรอบ

แต่ที่สำคัญกว่ากำลังขับ(ที่ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น)ก็คือ IMD ครับ หรือ intermodulation distrotion คือการรบกวนกันระหว่างความถี่   ถ้าแยกความถี่ออกไป โอกาศเกิดการกวนกันระหว่างความถี่ที่แยกก็ไม่มี
ยกตัวอย่างเสียงในธรรมชาติ ทำไมเราก็ยังฟังและแยกแยะออกว่านี่คือเสียงนี้นะ แต่ดังมาจากไกลๆโน้น หมายความว่าไง? ก็มันเหมือนเสียงที่ได้ยินใกล้แหล่งกำเหนิดนั้นแหละ แต่เบาลงเท่านั้นเอง นั้นแสดงว่า dynamic ไม่เกี่ยวซิ แล้วเสียงระฆังเบาๆจากลำโพง กับเสียงระฆังเบาๆลอยมาจากที่ไกลๆ หูเราแยกออกไหม? น่าจะมีอะไรบางอย่างที่เป็นส่วนสำคัญ  แล้วอะไรหละ อีตา ลิงค์วิส บอกว่าน่าจะเป็น โครงสร้างรายละเอียดของเสียงที่ยังสมบูรณ์อยู่ขณะมาถึงหูเราเพราะเสียงจริงเกิด IMD น้อย และถึงแม้นจะเสีย dynamic จากการเดินทางไกลไปบ้างก็ตาม มันก็ไม่ได้ส่งผลต่อการตีความของหูมากนัก นั้นหมายความว่า ลำโพง passive ซึ่งเป็นลำโพงส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ถ้าเราทำให้มี IMD น้อยลงก็อาจจะเปิดเสียงปืนใหญ่ผ่านลำโพงที่ว่าแล้วหลอกหูเราให้เชื่อว่าเป็นเสียงจริงๆแต่อยู่ไกลออกไปได้นะซิ?   อื่มยิ่งน่าสนใจ แล้วยิ่งถ้ารวมกับ transient decays ที่ยังคงสัดส่วนที่ถูกต้องขนะถึงหูเราด้วยแล้ว  เริ่มสนหรือยังหละครับ ผมเองกำลังพิสูจน์อยู่  แต่วัตถุประสงค์ ไม่ถึงกับต้องการได้ยินอย่างเสียงปืนใหญ่จริงๆในห้องหรอกครับ แค่เข้าใกล้ความเป็นดนตรีจริงๆอีกนิดเดียวก็พอ แค่คิดก็ขนลุกแล้ว  ทำไมจะเป็นไปไม่ได้หละ ก็ทีสายตายังโดนนักมายากลแหกตาทำให้เราเชื่อซะสนิทได้เลย แล้วกับหูก็ต้องมีวิธีซิน่า... อย่างน้อยก็นี่แหละที่น่าจะเป็นความแตกต่างระหว่างเสียงลำโพงกับเสียงจริงในธรรมชาติ

แล้วระบบ passive หละ ก็เป็นได้ครับ ถ้าได้ลำโพงที่ออกแบบ passive ดีๆ driver ดีๆ สัก 3 ทาง ถ้าจะให้ดีต้อง 4 ทาง และตัวตู้และห้องฟังต้องส่งผลเสริมกันได้เหมาะสม และทำงานร่วมกับ amp  ที่ต้องตอบสนองความถี่ตลอดย่านได้ราบลื่นdamping factor ดีๆ และที่สำคัญต้อง hi-power ก็เห็นจะมีแต่ super Hi-end กะมัง แล้วจะมีปัญญาไหมเนี้ยเรา .... ถ้าลดประสิทธิภาพลำโพงกับ amp เหลือแค่พอประมาณแล้วมาลองเพิ่มความสำคัญ กับ IMD และ transient decays นี้  อาจได้มาง่ายแค่เริ่มต้นกับ Active cross กับ Open baffle ส่วนจะไปจนถึง ความซับซ้อน และรายละเอียดละเอียด เพื่อเข้าสู่ super hi-end นั้นอีกเรื่องหนึ่งครับ ว่าเราจะสามารถหรือไม่?  ข้อสังเกตุ  เพราะต้องใช้ amp กับสาย หลายชุด อาจต้องใช้เงินจำนวนมากถ้าหากใช้ชุด Hi-end ก็เลยบอกว่า ไม่จำเป็นก็ได้

ใช้ active filter 3ทาง แยกความถี่ทำให้ลด IMD ได้ส่วนหนึ่ง และไม่ใช้ทั้ง passive XO และ ตัวตู้ อันนี้ได้ transients decay ที่ใกล้ของจริงกว่าเดิมแน่นอน เอาแค่ธรรมดาๆ ยังไม่ต้องถึง fine tune  circuit ก็น่าจะเห็นอะไรๆที่แตกต่างได้พอสมควรแล้วหละ

  ผมว่าการวัดและออกแบบ active filter  นั้นจะสามารถ DIY ง่ายกว่า เพราะออกแบบตู้ลำโพงและpassive XO ที่จะเล่นกับเรื่องนี้ อาจต้องการเครื่องมือวัด เพื่อให้ได้ความถูกต้องใน percent ที่สูงๆ  จึงจะบรรลุผลข้างต้น  แต่กับ  Active filter กับ Open baffle แบบง่ายๆ ที่ไม่ใช้ทั้ง passive cross, ตัวตู้ และแยกความถี่ตั้งแต่ต้น เท่านี้ก็ได้เรื่อง IMD ที่น้อยลงด้วย transient decays ก็น่าจะไม่เพี้ยนไปมากนัก น่าจะง่ายกว่าและพอที่จะ DIY ได้ไหม? แค่ขอให้เข้าถึงดนตรีแบบใกล้เคียงของจริงกว่านี้อีกนิดเถอะน่าพอแล้ว อย่างน้อยก็ในตอนนี้ ....
   
Akara..

Offline kris9999

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1273
เอ แล้วอย่างนี้ผมชักอยากทำactive crossoverด้วยหลอดซะแล้วสิ(ได้แต่นึกแต่ไม่ได้ลงมือทำครับ 55) น่าสนใจครับ ผมก็กำลังคิดอยู่เหมือนกันว่าลำโพง 3 ทางน่าจะเป็นตัวsolutionที่น่าจะดีที่สุด เพราะเสียงในช่วงกลาง(200-7Khz) น่าจะเป็นช่วงเสียงที่เรารับรู้ได้มากที่สุด ส่วน ความถี่อื่นเป็นตัวเสริมความรู้สึก(หรือเปล่า) แต่น่าสนใจมากครับสำหรับactive cross

Offline akara

  • moderators
  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 374
    • http://
ที่นี่เลย แบบหลอดก็มีครับ
Active Xo
 
Akara..

Offline kris9999

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1273
ขอบคุณคร้าบ

Offline akara

  • moderators
  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 374
    • http://
update ครับ  ภาค output buffer เฉพาะเสียงแหลม ทีแรก set gain ไม่ดีครับ เล่น cd ไปสัก 2-3 ก็ลองเอามือจับ heatsink ดู(GainClone) ปรากฎว่า ข้างที่ใช้ขับเสียงแหลมร้อนจี้เลย(ความจริงข้างที่ขับเสียงทุ้มควรจะทำงานหนักกว่า) เลยปรับเปลี่ยน gain ใหม่ คราวนี้ ok ครับ เล่นไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ ตอนเลิก ลองจับดูข้างที่ใช้ขับเสียงทุ้มร้อนกว่า
แต่กับข้างที่ใช้ passive นั้นร้อนกว่าเพื่อนครับ น่าจะพอสนับสนุนให้เชื่อได้ว่า การแยกความถี่ก่อนเข้า amp นั้นทำให้แต่ละตัว ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพกว่า
อีกอย่างครับ ผมพบว่ามีเสียงจี่ออกลำโพงเบาๆ ที่แรกนึกว่าข้างที่ใช้ Active filter แต่จริงๆกลับเป็น ข้างที่ใช้ passive ไม่รู้จะเป็นเพราะ GC หรือเปล่า? เดี๋ยววันนี้กลับไปลองเปลี่ยนข้างดู.....

วิธีวัดคร่าวๆแต่ได้ผล ก็ใช้ fullrange ขับอีกข้าง แล้วลองกวาดความถี่ดู โดย set ให้เสียงอยู่ตรงการก่อน จากนั้นเริ่มกวาด พอเสียงเอียงไปมาแสดงว่ามีการโด่ง-ยุบแถวๆความถี่นั้นแล้วก็จดเอาไว้ แล้วค่อยหาทางจักการกับมันต่อไป อาจจะไม่ถึงขั้นนั้น
แต่วัตถุประสงค์ของผมเพื่อที่จะลอง Active filter กับ Open baffle แบบง่ายๆเพื่อดูลักษณะเสียง ก่อนที่จะตัดสินใจเริ่ม project Orion

เสียงที่ได้ผมว่าผมพอใจครับ ถึงแม้นตอนนี้จะได้ยินความถี่แค่ 500Hz-18KHz มีแต่กลางแหลมล้วนๆ ต่ำกว่า 800Hz นี่เริ่มหายแล้ว เพราะ Open baffle ขนาดเล็กเลย rolloff เร็วไปหน่อย กะว่าจะลองเพิ่ม Active compensate ดูซักกะหน่อยถ้าbass ยังไม่พอ ก็ต่อ GC กับ Active filter เพิ่มอีกทาง (ต่ำกว่า 100Hz) สำหรับซับ (SS8535 ในตู้ 2.5clone)
เดี๋ยวมารายงานต่อ  ไม่รู้จะนานแค่ไหนนะครับ อาทิตย์ที่ผ่านมางานยุ่งกลับบ้างดึกได้แต่ฟังอย่างเดียวเอง.....แฮ่ะๆ
 :hb:  
Akara..

Offline akara

  • moderators
  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 374
    • http://
อีกเหตุผลของ OB
ปัญหาเสียงก้อง เสียงสะท้อนที่เราพยายาม ตีด้วย diffusor บ้าง ดักด้วย Tubetrap บ้าง พยายามลดบทบาทมันลงไปนั้น ทำให้เราต้องลงทุนกันหนักบางทีเผลออาจพอๆกับราคาของชุดเครื่องเสียงทั้งชุดก็เป็นได้
แต่กับ OB แก้ปัญหาได้ส่วนหนึ่งครับ เราจะได้ยินเสียงตรงจากลำโพงที่ sound eng จงใจอัดมาให้เราฟังซะส่วนใหญ่ เสียงสะท้อนนั้นลดบทบาทไป อธิบายตามภาพครับ เสียงที่เกิดจากการผลักของกรวย นั้นเกิดขึ้นพร้อมๆกัน แต่กลับเฟส แทนด้วยสีแดงกับน้ำเงิน  ซึ่ง ณ. ตำแหน่งนั่งฟัง ระยะเดินทางของเสียงจะเท่าๆกัน และจะหักล้างกันไปพอดีเพราะกลับเฟส   ส่วนสีเขียวแทนเสียงตรงครับ
Akara..