Author Topic: อยากทราบวิธีคำนวนค่า R หากต้องการลด V จุดใส้หลอด  (Read 4693 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline alex

  • Newbie
  • *
  • Posts: 16
อยากทราบวิธีคำนวนค่า R และขนาดกำลัง W หากต้องการลดค่า V ของไฟจุดใส้หลอด จาก 5V ( 2 A ) เหลือ 4V ( 1.1 A ) พอดีจะเปลี่ยนหลอด rectify จากเบอร์ 80 เป็น AZ1 แล้วไม่อยากเปลี่ยนหม้อแปลงครับ
 1.ต้องใส่ R ค่าเท่าไร และกี่ W รวมถึงต้องใส่ทั้ง 2 ตัวระหว่างหม้อแปลงกับขาหลอดหรือใส่แค่ตัวเดียวขาหลอดข้างเดียว
 2.ก่อนใส่หลอดจะวัดค่า V ได้ไหมครับ หรือต้องใส่หลอดให้เกิด load ก่อน จึงค่อยวัด แล้วจะ simulate load ได้อย่างไรครับ เช่นเอา R ใส่แทน แล้วจะคำนวนค่า R อย่างไรครับ กลัว V เกินเดี๋ยวใส้หลอดขาด ( อันนี้กรณีวันหลังจะคำนวนเล่นเอง )

    ขอบคุณครับ

Offline tubeman

  • donor
  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 360
:D คำนวนง่ายๆเลยครับ..ตามกฏของโอห์มธรรมดาครับ
1.แรงดันจากหม้อแปลง =5V
2.ต้องการลดแรงดันเป็น 4V กระแส 1.1A  
3.ใช้ R ตัวเดียว ต่ออนุกรมกับไส้หลอด

จะได้ดังนี้
1.แรงดันตกคร่อม R เท่ากับ 5V-4V = 1V
2.กระแสไหลผ่าน R = กระแสไส้หลอด = 1.1A
3. R=E/I = 1/1.1 = 0.909 ohm
4. P=ExI = 1x1.1 = 1.1W

เลือกใช้ R= 0.909 โอห์ม สัก 5W ครับ
หรือ 4.7ohm/2W ขนานกันสัก 5 ตัว
ก็ได้ = 0.94 ohm ก็พออนุโลมได้ครับ

หรือถ้าจะใช้ R สองตัวต่อสองขาของไส้หลอดก็จะได้ 0.909/2 = 0.4545 ohm

ก็เลือกใช้ R = 0.45 ohm 5W สองตัวก็ได้ครับจะได้ไม่ร้อนมากครับ

การวัดแรงดันต้องอยู่ในสภาวะมีโหลดเท่านั้นครับ ถ้าต่อแต่ R แล้วใช้มิเตอร์วัด
ก็วัดได้ 5V เท่าเดิมครับ ต้องใส่หลอดด้วย :D  

อย่าไปกังวลมากครับ..ไส้หลอดไม่ขาดง่ายหลอกครับ..  :woot:  

Offline DRC

  • moderators
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1507
    • http://
แสดงว่าหลอดอันใหม่ใช้ไฟ 4V 1.1 A ใช่มั้ยครับ  วิธีคำนวนครับ เราจะลด V 5>4 แสดงว่าลดไป 1Volt โดยที่กระแสไหลผ่าน 1.1 A  ดังนั้น V=I*R , 1= 1.1*R ดังนั้น R=0.9 ohm   ค่าความทนwatt ก็ คำนวน P=I*V =1.1*1=1.1watt แต่ต้องเผื่อไว้ครับ 3-5 W ก็น่าจะสวยครับ

ผมเคยลองคำนวนแบบนี้ครับ บางครั้งมันก็ขาดๆเกินๆครับ สงสัยว่าตัว R มันคงไม่ได้เรียนหนังสือครับมันเลยไม่เป็นไปตามเรา ก็ต้องปรับแต่งนิดหน่อยครับ แต่ค่าคร่าวๆก็ตามที่คำนวนครับ

  1. ผมคิดว่าใส่แค่ขาเดียวพอครับ  ยังไงรอการ confirm จากท่านอื่นด้วยครับ
  2. ทุกทีผมก็ต่อกับหลอดเลยครับ แต่คิดว่าถ้าไม่ต่อก็น่าจะวัดได้นะครับ(รอการยืนยันเช่นเคยครับ)
หวังว่าซักวันหนึ่ง จะหยุดเล่นเครื่องเสียงซะที

Offline DRC

  • moderators
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1507
    • http://
อ้าวววว คุณ Tubeman มาเมื่อไหร่ครับเนี่ย  ผมเลยได้ความรู้ตามไปด้วยครับ งั้นข้อที่ 2 ก็ตามคุณTubeman เลยครับ
หวังว่าซักวันหนึ่ง จะหยุดเล่นเครื่องเสียงซะที

Offline alex

  • Newbie
  • *
  • Posts: 16
:) ขอบคุณคร๊าบ  พอดีไม่มีความรู้เรื่องพื้นฐานอิเลคโทรนิคเลยครับ
แต่ชอบ diy ครับ  

Offline kva

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 73
สูตรที่คุณ tubeman และ คุณ DRC ให้ไว้ คุณ alex นำไปประยุกต์ใช้สำหรับหาค่า R สำหรับ drop ไฟในวงจรได้ด้วยนะครับ

Offline Art

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1792
    • http://
ถ้าจะใช้ AZ1 ระวังค่า C ตัวแรกหลัง Rectifier ด้วยครับ ผมใช้แค่ 10uF ยังมี Spark ให้เห็นเลยครับ ถ้าเป็น 5uF ผมไม่แน่ใจครับ ตอนนี้คิดว่าคราวหน้าถ้าใช้ AZ1 อีกจะใช้ Choke Input อย่างเดียวครับ

แล้วก็ควรใส่ R ทั้ง 2 ข้างให้เท่ากันครับ อาการ Spark ของผม เกิดที่ Diode ข้างเดียว ผมทดลองดูแล้วเป็นเพราะผมต่อ R ลดแรงดันไส้หลอดแบบที่คุณ alex จะทำแค่ตัวเดียวครับ มันจะ Spark ในหลอดข้างที่ไม่ได้ต่อ R ครับ แต่ถ้าต่อ R ทั้ง 2 ข้าง ก็จะ Spark ทั้ง 2 ข้าง แต่เบาหน่อย เอ๊ะ แล้วดียังไงเนี่ย? คือประเด็นเรื่อง Spark นี่เป็นที่ C Input ค่าเยอะไปครับ แต่จากเหตุการณ์นี้ทำให้สรุปได้ว่าถ้าใส่ R ข้างไหนไว้ กระแสจะพยายามไปไหลในข้างที่ไม่ได้ใส่ R ไว้ครับ คิดว่าเป็นตอนเฉพาะเปิดเครื่องที่ C ดึงกระแสมหาศาลในเสี้ยววินาทีเท่านั้นครับ ไม่ได้มีผลต่อช่วงการทำงานปกติครับ (เพราะแค่ 1 ohm เอง)  ^_^

อันนี้เป็นกรณีที่เกิดกับ AZ1 เท่านั้นนะครับ ผมยังไม่เจอกับหลอดอื่นๆ ครับ อย่าเพิ่งเหมานะครับ แต่โดยทฤษฎีแล้วก็น่าจะเป็นหนทางปฏิบัติได้ครับ :lol:  
Art

Offline alex

  • Newbie
  • *
  • Posts: 16
คุณ Art ครับ
 
               C ตัวแรกตอนนี้ 2 uF ครับ ไม่น่าจะอันตรายใช่ไหมครับ คิดว่าคงใช้ต่อ R 2 ตัวอย่างที่แนะนำกันครับ ขอบคุณครับ

Offline Art

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1792
    • http://
Quote
C ตัวแรกตอนนี้ 2 uF ครับ ไม่น่าจะอันตรายใช่ไหมครับ

คิดว่าไม่น่ามีปัญหาครับ คอยสังเกตตอนใช้งานละกันครับ ถ้ามี Spark ก็ค่อยลดลงอีก หรือไม่ก็อาจจะเอา R ซัก 50R ไปใส่ไว้ก่อนเข้า Plate ก็ได้ครับ  ^_^  
Art

Offline kva

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 73
จากกรณีข้างต้น จะเป็นอันตรายต่อหลอดมั๊ยครับคุณ Art  :huh:  

Offline Art

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1792
    • http://
Quote
จากกรณีข้างต้น จะเป็นอันตรายต่อหลอดมั๊ยครับคุณ Art

หมายถึง Spark ในหลอดใช่ไม๊ครับ? เมื่อก่อนผมเคยปล่อยให้มัน Spark อย่างนี้ในหลอด 5V3A นานทีเดียวครับ การ Spark จะ Spark ที่จุดเดิมๆ เสมอ ระยะหนึ่งผมจึงสังเกตว่าจะมีผงขาวๆ เพิ่มขึ้นในหลอดเรื่อยๆ ทีละน้อย ซึ่งผมคิดว่าเป็น Oxide ที่เคลือบอยู่บนไส้หลอดหลุดออกมา เหมือนกับกระเทาะออกน่ะครับ

ผมจึงคิดว่าหลอดจะอายุสั้นลงครับ ประสิทธิภาพการปล่อย Electron จาก Cathode (Filament) จะลดลงเร็วกว่าการใช้งานปกติครับ และถ้าปล่อยไปนานๆ และชะตาถึงฆาตจริงๆ ไส้หลอดอาจจะขาดได้ครับ พอดีผมไม่รอให้ถึงตอนนั้น รีบแก้ไขซะก่อนครับ ทุกวันนี้หลอดนั้นก็ยังใช้งานดีอยู่ครับ  ^_^
« Last Edit: 31 August 2005, 01:35:42 AM by Art »
Art

Offline kris9999

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1273
ของผมเกิดกับหลอด 80 ครับ sparkไปเรื่อยจนไส้หลอดขาดเลยครับ...... T-T

Offline bint

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 263
ในกรณีของผมครับ ผมใช้ 83อยู่ มันมีแสงที่ไม่นิ่งครับ(แว๊บๆ)ในไดโอดตัวหนึ่ง ส่วนอีกข้างไม่เป็นครับ แสงจะนิ่ง อาการของข้างที่แว๊บนี่คือการสปาร์คป่าวครับ :huh:  

Offline kris9999

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1273
sparkนี่เหมือนเวลา อ็อคเหล็กแล้วเป็นสเก็ดไฟสวยงามนะครับ.... กรณีคุณbint เข้าใจว่าปรอทร้อนไม่เต็มที่ครับ

Offline Art

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1792
    • http://
Quote
ผมใช้ 83อยู่ มันมีแสงที่ไม่นิ่งครับ(แว๊บๆ)ในไดโอดตัวหนึ่ง ส่วนอีกข้างไม่เป็นครับ แสงจะนิ่ง อาการของข้างที่แว๊บนี่คือการสปาร์คป่าวครับ

ไม่ใช่ครับ Spark ที่ผมกล่าวถึง จะเกิดเฉพาะตอนเปิดเครื่องเท่านั้นครับ กรณีที่ 83 แสงไม่นิ่งผมไม่เคยเจอครับ แต่คิดว่าเป็นที่กระแสไม่สม่ำเสมอครับ ถ้าเป็นไปได้เขียนวงจรภาคจ่ายไฟมาให้ดูหน่อยซิครับ อาจจะพอนึกสาเหตุออกครับ  ^_^  
Art

Offline Art

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1792
    • http://
Quote
ของผมเกิดกับหลอด 80 ครับ sparkไปเรื่อยจนไส้หลอดขาดเลยครับ

ชะตาถึงฆาตจริงๆ  :cry2:  :cry2:  :cry2:  
Art

Offline tubeman

  • donor
  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 360
Quote
ในกรณีของผมครับ ผมใช้ 83อยู่ มันมีแสงที่ไม่นิ่งครับ(แว๊บๆ)ในไดโอดตัวหนึ่ง ส่วนอีกข้างไม่เป็นครับ แสงจะนิ่ง
 :D ผมเคยเจอครับ..กับหลอด 83 นี่ละครับ..ผมมีอยู่หลอดนึง..แค่เอาไป Test บน TV-7D/U ก็จะเห็นเลยครับว่า เวลาวัดข้างหนึ่งแสงสีฟ้าจะสว่างนวลและนิ่งครับ...ส่วนเวลาสลับไปวัดอีกซีกนึง..แสงสีฟ้ามันจะกระพริบถี่ๆ..ไม่แรงมากแต่เห็นได้ชัดว่ากระพริบครับ..
แต่ไม่ใช่ spark แน่นอนครับ  :D
แต่ว่าก็ไม่ถึงกับเสียนะครับ..แต่ค่าที่วัดได้บน TV-7 จะเห็นชัดว่าต่ำกว่าข้างที่ไม่กระพริบครับ  :)