• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
20 November 2019, 09:26:14 pm

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


เครื่อง Commercial ชุดเล็กๆ และคุยซะปะ!

Started by K. PJ, 07 February 2006, 04:15:11 pm

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

meng

ครับคงต้องใช้แอมป์เพิ่มขึ้น หรือแบบที่คุณ Mike ใช้ เพราะตอนแรกแกก็ใช้ Amp DartZeel stereo แค่ตัวเดียว ก็รู้สึกว่าไม่เพียงพอที่จะขับ Von VR9 ได้เต็มที่ แกก็เพิ่ม Amp stereo อีกตัวโดยขับแบบ Vertical Bi Amp แต่จะต้องเพิ่มสายสัญญาณและลำโพงรุ่นเดียวกันอีกอย่างละคู่ :wacko:  งบบานแน่ๆๆ  ^_^

เพิ่มเติมเกี่ยวกับห้องของนาย Mike...
http://www.positive-feedback.com/Issue16/lavigneroom.htm  

K. PJ

ผมคงไม่หวังอะไรไว้มากสักเท่าใดหลอกครับ ได้เท่าไรก็เท่านั้น งบต้องไม่เกิน 1.5M  เครื่องครึ่งนึง ห้องครึ่งนึงอะครับ ผมวางแผนเกี่ยวกับการแก้ปัญหา Resonance ที่จะเกิดขึ้นในห้อง อยากให้ช่วยพิจารณาในส่วนที่ผมคิดไม่ถึงด้วยครับ
1.   ผมจะนำ System ที่ผมคิดว่าจะใช้ (ยกให้มันเป็น Ideal ทำ 20Hz-20kHz ได้อย่างราบเรียบ) จัดวางตำแหน่งลำโพงที่ฟังเบาๆ แล้วดีที่สุด  แล้วเอาแผ่น Sweep Frequency มาเปิดดังเท่าฟังปกติ โดยวาง Microphone ที่จะวัด Sound Level ไว้ที่ตำแหน่งศีรษะเราขณะนั่งฟังเพลง จะวัดค่าตอนที่ห้องยังไม่มีการปรับแต่ง Acoustic ใดๆ, ผมคิดว่าที่ Freq F1 ของแต่ละด้านที่คำนวณไว้จะมี Amplitude สูงขึ้นมา แต่ค่าของ Freq อาจ Shift จากการคำนวณไปบ้าง ซึ่งผมจะถือเอาค่าจากการวัดจริงเป็นตัวเลขในการทำ Membrane Absorber ครับ
2.   ติดตั่ง Membrane Absorber โดยจะมีการวัดด้วย Non-contact Sensor (หากใช้หัววัดธรรมดาจะไปเพิ่ม Mass ให้กับผนัง) เพราะตัวแปรที่สำคัญ 3 ตัวคือ น้ำหนักของผนัง (Membrane Absorber), Stiffness ของผนังและค่า  Damping (จากอากาศที่ถูกกั้นเป็นช่องๆ อยู่ภายใน) แล้วเราจะใช้มือทุบที่ผนังจนทำให้เกิดความสั่นสะเทือนเพื่อวัดค่าความถี่ Resonance ของผนัง, เราจะมีวิธีการจูนให้ผนังสั่นออกมาแสดงเป็น Spectrum Plot ที่ Freq ของ F1, ผมจะทำ Membrane Absorber  30% ของผนังด้านข้าง (ส่วนหน้าห้อง) และ 30% ที่เพดาน
3.   จากนั้นก็จะนำ System เดิมเข้ามาวัดหาความแตกต่างของ Amplitude และ Frequency เปรียบเทียบกับครั้งก่อน แล้วจึงจะทำส่วนอื่นๆ ต่อไป ซึ่งมันน่าจะช่วยได้อีก

K. PJ

วันนี้ปรับปรุง System นิดหน่อยครับ เปลี่ยนอาร์มจาก SME Model 10 เป็น Series V ครับ

มีคำถามเกี่ยวกับ Truntable ของผมหน่อยครับ หากผมจะทำ Washer ไว้ลองแผ่นเสียง 3 ระดับความหนา เพื่อใช้กับแผ่น 120, 180 และ 200g ควรใช้แผ่น Washer ที่ให้มาอยู่ที่ระดับของแผ่นกี่กรัม? ดีครับ… เพื่อที่จะไม่ต้องปรับ VTA, หรือไม่ควรทำอาจทำให้เสียงไม่ดีได้ครับ

ผมหาข้อมูลไม่พบว่าทำไม SME เขาจึงใช้ Washer แทน Mat ไม่เหมือนเครื่องทั่วๆ ไปเขาใช้กันครับ? Mat ต่างชนิดกันยังให้เสียงที่แตกต่างกัน แล้วมันลอยๆ แบบนี้…มันแปลกดีนะ!

ผมสนใจ Vibrapod มาช่วยยกระดับของ Turntable หน่อยครับ แต่อยากจะได้ข้อมูลบางอย่างจากมันก่อนซื้อครับ ในนี้น่าจะมีคนใช้กันบ้างนะครับ ผมจะคำนวณหาค่า Resonance ที่จะเกิดกับแท่นของผมก่อนซื้อน่ะครับ ด้วยสูตร

Resonance Freq = {Square Root (k/m)}/2*3.14 หน่วย Hz ค่าที่ได้ควรห่าง 20Hz-20kHz มากๆ ครับ

k = ค่า Stiffness ของระบบ = (F/x) หน่วย N/m
m = มวลทั้งหมดที่วางบน Vibrapod หน่วย kg.

ผมอยากจะให้ผู้ที่ใช้ช่วยวางน้ำหนักที่กึ่งกลางของแท่นที่ลองด้วย Vibrapod โดยให้แท่นนี้ยุบตัวโดยเฉลี่ยสัก 1-2mm แล้วเอาน้ำหนักไปชั่ง เราจะได้ค่า K ด้วยการเอาน้ำหนักที่ใส่คูณ 9.81 หารด้วยระยะที่ Vibrapod ยุบตัวหน่วยเป็นเมตรนะครับ ค่านี้คือสิ่งที่ผมอยากได้ครับ ผมไม่ทราบว่ามันมี Specification มาให้แล้วหรือไม่?

ผมคิดว่าการเลือกของใช้บางอย่างเราควรใช้ทฤษฎีเข้ามาช่วยเลือกซื้อของให้ถูกต้องเหมาะสม เพื่อประโยชน์สูงสุด ค่า k คือค่า Constant ฉะนั้นมันจะมีน้ำหนักที่เราใส่เข้าไปอยู่ช่วงหนึ่งแล้วค่ามันจะอยู่ใน 20Hz-20kHz แน่นอน เมื่อมีคลื่นเสียงที่ช่วงนี้ออกมา มันก็จะทำให้ อุปกรณ์ที่อยู่บน Vibrapod เกิดการสั่นสะเทือนมากกว่าปกติมากๆ ซึ่งมันจะมีผลต่อเสียงแน่นอน ผมจะสมมุติว่าถ้ามีน้ำหนัก 10 kg อยู่บน Vibrapod หรือบน Spring ต่างๆ

Resonance Freq = [Square Root (k/10)]/2*3.14

ฉะนั้นถ้าได้ค่า k อยู่ในช่วง 1577.5 N/m ถึง 1577536000 N/m ใช้ไม่ได้ครับ (อย่าลืมระยะยุบตัวหน่วยที่อ่านเป็น มิลิเมตร 1mm = 0.0001m นะครับ ถ้าเอาน้ำหนัก 1kg วางแล้วยุบตัว 1mm ค่า k คือ 1*9.81/0.0001 เท่ากับ 98100 N/m อยู่ใน Rang ที่จะต้องเปลี่ยน Vibrapod ไปใช้รุ่นอื่นแล้วนะครับ รู้สึกว่าเขาจะมีหลายระดับค่า Stiffness ให้เราเลือกซื้อได้นะครับ) หากคุณ Panu ผ่านมาช่วยเช็คการคำนวณของผมด้วยครับ  
:musik004:  

blackmore

ผมละชอบ sme model 10 ตัวนี้จังเลยชอบมากกว่า 20 กะ 30 ด้วย แต่เคยฟังกะ series iv  :musik004:  :musik004:  
ฝรั่งไม่ได้ฉลาด....ไปกว่าคนไทย   you know!!!

"There is no expedient to which a man will not resort to avoid the real labor of thinking."  Sir Joshua Reynolds

meng

Quote
มีคำถามเกี่ยวกับ Truntable ของผมหน่อยครับ หากผมจะทำ Washer ไว้ลองแผ่นเสียง 3 ระดับความหนา เพื่อใช้กับแผ่น 120, 180 และ 200g ควรใช้แผ่น Washer ที่ให้มาอยู่ที่ระดับของแผ่นกี่กรัม? ดีครับ… เพื่อที่จะไม่ต้องปรับ VTA, หรือไม่ควรทำอาจทำให้เสียงไม่ดีได้ครับ


พี่ PJ ครับ หลังจากที่ผมตั้งระดับน้ำตัว Linn ได้แล้วตามที่คุณหมอแนะนำ ผมก็ได้ตั้งVTAใหม่อีกครั้ง ผลออกมาคือค่าVTA(SRA)เพียงเล็กน้อยแค่มิลเดียวก็มีความแตกต่างเหมือนเดิมครับ แต่ผมได้ตั้งค่าเฉลี่ยที่ดีที่สุดสำหรับแผ่น 120 & 180g ครับ ซึ่งเมื่อฟังกับแผ่น 200g ก็ไม่เสียหายยังรับได้อยู่ครับ แต่ค่าของ bias(anti-skating)จะละเอียดกว่าอีก เพียงแค่เปลี่ยนค่าเล็กน้อยก็มีผลต่อเสียงอย่างมากครับ

ตอนนี้ผมไม่คิดที่จะซื้อ mat ที่บางกว่าของ Extreme Phona มาใช้กับแผ่นหนาอย่าง 200g แล้วครับ :)

ส่วนการใช้ washer ผมว่าไม่น่าจะดี ก็อย่างที่พี่บอกว่าแผ่นมันจะลอยอยู่กลางอากาศโดยที่ไม่ได้แนบกับ mat ครับ

K. PJ

Quoteผมละชอบ sme model 10 ตัวนี้จังเลยชอบมากกว่า 20 กะ 30 ด้วย แต่เคยฟังกะ series iv   
ผมก็ชอบมันที่ดูกลมๆ ไม่กินเนื้อที่ดีครับ แต่ระบบ Suspension ของมันจะสู้รุ่นใหญ่เขาคงไม่ได้  แต่ผมกำลังจะสั่ง Vibrapod มาใช้เพื่อเสริมจุดด้อยนี้อยู่ครับ ผมรอข้อมูลบางอย่างจากเพื่อนก่อน เพื่อจะสั่ง Vibrapod ได้ถูกรุ่นไม่อ่อนหรือแข็งเกินไป   ตอนนี้ผมได้เปลี่ยนตัวอาร์มมาใช้เป็นรุ่น Series V นี่เสียงมัน Improved ขึ้นมาจากอาร์ม Model 10 เดิมอีกชัดเจนมากครับ มันทำให้ผมรักลำโพงเล็กๆ ของผมขึ้นอีกเยอะเลยละ  เมื่อก่อนคุณพจน์บอกว่า System ผมฟังอย่าง Serious Listening ได้แล้ว ตอนนั้นผมยังไม่ค่อยเห็นด้วยนัก ผมคิดว่าลำโพง FOCUS FS68 ตัวเล็กๆ กระจอกไปหน่อย แต่ตอนนี้ต้องร้องว่า อื่อหือ!!! นี่ถ้าได้ Sub ดีๆ มาก็เต็มรูปแบบ Hi-end ได้เหมือนกันละครับ
Quoteตอนนี้ผมไม่คิดที่จะซื้อ mat ที่บางกว่าของ Extreme Phona มาใช้กับแผ่นหนาอย่าง 200g แล้วครับ 
ส่วนการใช้ washer ผมว่าไม่น่าจะดี ก็อย่างที่พี่บอกว่าแผ่นมันจะลอยอยู่กลางอากาศโดยที่ไม่ได้แนบกับ mat ครับ
คุณ Pollpo กรุณาแนะนำให้ใช้หัวเข็ม  Shelter 901   ผมได้อ่าน Review มาแล้วเขาว่ามันยืดหยุ่นกับ VTA ดี  แต่ VTF ของมันจะสามารถรับรู้ได้ แม้การเปลี่ยนแปลงเพียง 1/500th gram (อาร์มผมปรับ VTF ง่ายกว่า VTA ครับ แต่ตอนนี้ผมใช้ Trick สามารถปรับ VTA ขณะเล่นได้เลยละครับ)   ที่  Singapore ใต้ถุนโรงแรม Concord ราคาเพียง 1800$sig ถือว่าราคาใช้ได้ คุ้มค่าไปหิ้วเข้ามาเองครับ  ใครอยากฝากซื้อของแพง, มวลเบา, ความหนาแน่นสูงเชิญครับ

คุณ Meng ไม่ทดลองใช้ Washer อลูมิเนียมหนา 2mm. Dia 30mm. มารองแล้วหาน้ำหนักมากด ลงตรง Label แทน Mat ดูบ้างล่ะครับ   ผมก็ได้ทดลองใช้ Mat ดูกับ SME ของผมเหมือนกัน ผมเห็นชัดเจนว่าการใช้ Washer แล้วเสียงมันมีชีวิต ชีวา กว่าบน Mat ครับ (แต่อาจเป็นเพราะเครื่องผมถูกออกแบบมา ต้องใช้กับ Washer ที่เขาให้มากับเครื่องแล้วเท่านั้นนะครับ) สำหรับท่านอื่น (ที่มีตัวกดอยู่แล้วน่าทดลองครับ) ถ้าไม่ลำบากมากก็น่าลองนะครับ มันอาจจะไปได้ดีกับบางเครื่องก็เป็นได้ เพราะเห็นเครื่อง Hi-end หลายๆ เครื่องก็ใช้แบบนี้เหมือนกัน

ผมพอรู้ว่าไม่ได้ไปงานวันที่25 นี้แน่ๆ ผมก็พยายามอ่านวิธีการ Set-up จาก Manual และจากใน Web ก็พอจะช่วยเหลือตัวเองได้พอสมควร การทำให้มันถูกต้องมากขึ้นเสียงก็ออกมาดีขึ้นจริงๆ ครับ ก็ยังรู้สึกเสียดายไม่มีโอกาสได้ฟัง Turntable ดีๆ อย่าง Kuzma  

meng

Quote1800$sig

??? S$180 หรือ S$1,800 ครับ ถ้า 1,800 นี่ก็หลายหมื่นนะครับ  :wacko: มันเป็นอะไรกันแน่ครับ ไม่ทราบจริงๆครับพี่

Quoteคุณ Meng ไม่ทดลองใช้ Washer อลูมิเนียมหนา 2mm. Dia 30mm. มารองแล้วหาน้ำหนักมากด ลงตรง Label แทน Mat ดูบ้างล่ะครับ

Linn ไม่แนะนำพวก clamp ที่มีนน.มาทับแผ่นครับ :mellow:  

blackmore

Quoteผมคิดว่าลำโพง FOCUS FS68 ตัวเล็กๆ กระจอกไปหน่อย

โหคุณ K.PJ ครับ ถ้า fs 68 กระจอก  ของผมจะเรียกว่าอะไรดีเนี่ย :wacko:
Quoteแต่ระบบ Suspension ของมันจะสู้รุ่นใหญ่เขาคงไม่ได้

รุ่นใหญ่ดูแล้วไม่น่าจะเหมาะกับอากาศหนาวในเมืองไทยนะครับ  :hb:
Quoteตอนนี้ผมได้เปลี่ยนตัวอาร์มมาใช้เป็นรุ่น Series V

บางท่ามีผมเห็นเค้าปรับแบบไม่ใช้แรงสปริงนะครับ ลองหรือยังครับ :daumenpos:  
ฝรั่งไม่ได้ฉลาด....ไปกว่าคนไทย   you know!!!

"There is no expedient to which a man will not resort to avoid the real labor of thinking."  Sir Joshua Reynolds

K. PJ

Quote
Quote1800$sig

??? S$180 หรือ S$1,800 ครับ ถ้า 1,800 นี่ก็หลายหมื่นนะครับ  :wacko: มันเป็นอะไรกันแน่ครับ ไม่ทราบจริงๆครับพี่

Shelter 901 ราคาในสิงค์โปร์ประมาณ 45,000.- บาทครับ

Quoteโหคุณ K.PJ ครับ ถ้า fs 68 กระจอก ของผมจะเรียกว่าอะไรดีเนี่ย 
ต้องขออภัยครับ ผมหมายถึงว่าลำโพงผมมันยังไม่น่าจะถึงระดับกับการฟังอย่างจริงจังได้น่ะครับ แต่พอได้ Source ที่ดีขึ้น มันก็ถ่ายถอดออกมาได้ไม่แพ้ลำโพง Hi-end ทั้งหลาย แต่ด้อยที่ไม่มี  Deep Bass ให้ได้ยินเท่านั้น
Quoteรุ่นใหญ่ดูแล้วไม่น่าจะเหมาะกับอากาศหนาวในเมืองไทยนะครับ
ผมยังไม่เข้าใจเหตุผลข้อนี้ครับ  
Quoteบางท่ามีผมเห็นเค้าปรับแบบไม่ใช้แรงสปริงนะครับ ลองหรือยังครับ 
ผมขอทราบ Web ที่มีรายละเอียดเรื่องนี้หน่อยครับ

Washer ที่จะใช้ หนา 1mm ขนาดเส้นผ่า 0 กลางนอก 35mm วงในเท่ากับรูของแผ่นน่ะครับ  

K. PJ

ใช้เทิร์นดีๆ แล้วจะรู้ว่า สวรรค์มีจริงครับ ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาจึงแนะนำให้ลงทุนกับ Source มากที่สุดใน System จุดเปลี่ยนที่ผมเห็นชัดเจนมากเลย ก็ตอนที่เริ่มเปลี่ยนหลอด 12AX7 เป็นคู่ละ 1,000 กว่าเหลียนในภาค Phono ได้ความสงัดเงียบพร้อมรายละเอียดขึ้นมาอีกเยอะมาก และหลังสุดได้เปลี่ยนมาใช้อาร์ม SME Series V นี่พอปรับตั้งค่าต่างๆ เข้าที่เข้าทางแล้ว เห็นสวรรค์จริงๆ ครับ มันคนละเรื่องกับ P25 ที่ใช้อยู่เดิมมากกกกๆๆๆ มันนิ่ง มันสงัด เสียงมันออกมาทุกๆ อย่างยอดเยี่ยมจริงๆครับ   เมื่อก่อนผมใช้ P25 วางแผ่นบน Mat ผมไม่เคยสังเกตเห็นว่าแผ่นเสียงของเรามัน Bow เป็นชามข้าวเลยครับ ผมพบว่าแผ่นเสียงมันมีการ Bow มากบ้างน้อยบ้าง เมื่อใช้เทิร์น  SME 10 ซึ่งจะวางแผ่นบน Washer หนา 1mm ผมเห็นชัดเจนว่าริมขอบแผ่นเสียงมันมี Clearance จาก Platter ไม่เท่ากันในแต่และแผ่น หรือแต่ละ Side (จะเป็นชามคร่ำและหงายครับ) ตรงนี้ผมคิดว่ามันมีผลต่อมุมต่างๆ ที่เราปรับไม่มากก็น้อยละครับ อย่างน้อยก็  VTA, Azimuth และ VTF กรณี Bow มากๆ (มีพบ 5mm ยกตัวขึ้นมาตรงขอบแผ่น) แต่เจ้าปัญหานี้ และแผ่นที่บิดเบี้ยวจะถูกปราบโดย Clamp แบบที่กวดขันดันลงไปติดกับ Platter  ซึ่งจะทำให้แผ่นอยู่ในลักษณะ Flat บน Platter ได้ครับ ผมสังเกตเทิร์นรุ่นใหม่ๆ จะมี Clamp มาด้วย คงด้วยเหตุผลนี้กระมังครับ

ผมขอเล่าอย่างเคร่าๆ ในการปรับอาร์มของผม เผื่อท่านผู้รู้ในนี้ช่วยแนะนำแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนที่ไม่ถูกต้องให้ด้วยครับ  :bow:

1.   ผมปรับระดับ ด้วยระดับน้ำแบบกลม ที่แผ่นหินอ่อนใช้รองตัวเทิร์นก่อนอื่น แล้วไล่ขึ้นไปที่ส่วนของเทิร์นไปจนถึง Platter
2.   ปรับ Overhung (ระยะจากจุดหมุนของอาร์มถึงปลายเข็ม) ด้วย Protractor
3.   ปรับมุม Zenith เพื่อให้ได้  Phase มาพร้อมกันซ้ายขวา โดยการทำให้หัวเข็มขนานกับร่องเสียง โดยใช้ Alignment Protractor โดยเล็งอย่างละเอียดครับ (ขัน Screw ยึดหัวเข็มพอตึงมือด้วยแรงเท่าๆ กัน)
4.   เช็คมุม Azimuth ด้วยการมองจากด้านหน้าหัวเข็มเข้าไป ว่าเข็มอยู่ในแนวดิ่งดีหรือไม่? ผมจะใช้การฟังจากแผ่นเสียงที่คุ้นเคย และจะมีชิ้นดลตรีที่อยู่ตรงกึ่งกลาง ว่าอยู่ถูกตำแหน่งหรือไม่ด้วยการฟังอีกครั้ง
5.   ปรับ VTF (ปรับVTA คร่าวๆ ก่อน) ผมจะใช้ค่าที่กึ่งกลางที่ Spec. ให้มา แล้วจะปรับด้วยการฟังอีกครั้ง
6.   ปรับ VTA/SRA โดยให้อาร์มขนานกับแผ่น และจะปรับจากการฟังอีกครั้ง
7.   ปรับ Anti-skating Force ช่วงก่อนนี้นั้นให้มันอยู่ที่ 0, ปรับค่ามันให้เท่ากับค่า VTF

ใช้การฟังเพื่อ Fine Tune อีกครั้ง ด้วยแผ่นที่คุ้นเคย ผมจะฟังเพื่อปรับหลักๆ 3 ตัว คือ

1.   Azimuth อันดับแรกชิ้นดลตรีเพลงที่เราคุ้นเคยจะต้องมีชิ้นหนึ่งที่ต้องอยู่ตรงกลางแป๊ะ! แล้วฟังดูว่า Soundstage เลื่อนหรือไม่? Imaging เที่ยงตรงดีหรือไม่?
2.   VTA/SRA ถ้าอาร์มก้มหน้ามากไป เสียงเบสจะทึบ ปลายเสียงแหลมจะบาดหูเกินปกติ (ได้บนเสียล่าง) แต่ถ้าอาร์มเงยหน้าสูงกว่าด้านจุดหมุนมากไป เบสอาจจะดูมากเกินไปและปลายแหลมขาดรายละเอียด (ได้ล่างเสียบน) ปรับหาจุดที่ดีที่สุด
3.   VTF ปรับเพื่อแก้ไขมุม VTA/SRA  แล้วกลับมาปรับ VTA/SRA ฟังเสียงคนร้องให้ถูกใจอีกครั้ง ผมเสร็จแค่นี้ครับ

K. PJ

ผมได้ปรับปรุงเปลี่ยนหัวเข็มใหม่ครับ เมื่อทดลองฟังเปรียบเทียบกับของเก่าแล้ว ผมเกิดความคิดกับเครื่อง Commercial ว่าเขาจะตรีราคาของตามคุณภาพเสียงจริงๆ ครับ เหมือนกับการตั้งราคา Computer หรือรถยนต์ก็คล้ายๆ กันและจะมีการปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ ตามมาให้พวกเราต้องควักกระเป๋ากันได้เรื่อยๆ ในช่วงแรกก่อนมาเล่นเครื่อง Commercial สิ่งแรกที่ผมกลัวมากๆ คือความไร้เหตุผลของการตั้งราคาขาย ขณะที่ต้นทุนค่าอุปกรณ์จริงๆ แล้วต่ำมากๆ เมื่อเทียบกับราคาของ DIY ที่บางท่านใช้อุปกรณ์บางชิ้นแพงกว่า ตอนนี้รู้แล้วว่าเครื่องระดับล่างของ Hi-End ราคาของมันมีเหตุผลพอรับได้ครับเมื่อเราต้องจ่ายเพิ่ม แต่ในส่วนของพวกระดับสุดยอดนี่ เห็นเขาเล่ากันว่ามันไม่ค่อยมีเหตุผลสั๊กเท่าไร? เช่น SME 10 ถ้าเปลี่ยนเป็นรุ่น 20 จะได้อะไรๆ จากที่จ่ายกลับมาพอสมควร แต่ถ้าเปลี่ยนจากรุ่น 20 เป็น 30 นี่เขาว่ามันจะไม่ค่อยคุ้มกับที่จ่ายไป ผมคงไม่มีปัญญาพิสูจน์ครับ ใครเคยลองแล้วคุยให้ฟังบ้างครับ

K. PJ

ผมลอง A/B Test ระหว่าง Pre-phono Stage ของ CAT และ Benz Micro ผมมีความรู้สึกว่าเสียงกลางของ Benz ออกมาค่อนข้างจะบางกว่า CAT อย่างชัดเจนมาก และออกจะเก็งๆ ฟังเสียง Sax ตัวเล็กไปถนัดใจเลยเมื่อเทียบกับ CAT, เสียงแหลมของมันในความรู้สึกของผมค่อนข้างจะบาดหูมากไปหน่อย (อาจเกิดจากวงจรเป็นแบบ Direct Coupling ก็เป็นได้ครับ),  Mid Bass เก็บตัวเร็วกว่า CAT ครับ, ส่วน  Deep Bass ลำโพงของผมให้ไม่ค่อยได้ แต่พอทราบว่า CAT ดีกว่า, Benz คงเหมาะสมกับ System ที่ออกจะเฉื่อยๆ มากกว่าครับ, อีกสิ่งหนึ่งคือตำแหน่งชิ้นดลตรีของ Benz เขยิบมาข้างหน้าอย่างชัดเจน (Soundstage ร่นเข้ามาหาเรา ไม่เหมือนกับที่เขาคุยไว้ในโฆษณาเลย), Gain แตกต่างกันก็ประมาณชั่วโมงครึ่ง คือ Benz บิด Volume ที่ 10:30 มีเสียงดังเท่ากับ CAT ที่ 12:00 น., ผมชอบ CAT มากกว่าครับ ถึงว่าซิ! มี  Benz ใหม่ๆ ออกมาขาย Used กันมากในราคาลดไป 1000 US$, ส่วนหัวเข็ม Dynavector 10x5 กับ KOETSU Rosewood Signature คงเปรียบกันไม่ได้ครับ มันมวยคนละชั้น ปลายแหลมที่ละเอียดกว่ามาก เสียงกลางที่สดใสเหมือนจริงมากกว่าเยอะมากกกกส์ เบสที่ทอดตัวได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด, Dynavector ฟังแล้วดูเก็งๆ รู้สึกล้าหูไปเลย (คนเสียหูเพราะไปฟังของดีมา คงจะเป็นแบบนี้มั๊งครับ), ผมคิดว่ามันคุ้มค่าครับที่ตัดสินใจเอามันเข้ามาใช้ใน System ของผม, ผมได้อะไรต่างๆ กับมันจนผมไปฟัง Watt/Puppy 5.1 ที่จะขายที่ร้านหนึ่ง ผมมีความรู้สึกว่า System ของผมตอนนี้ให้เสียงช่วงที่เป็น Mid Bass ขึ้นไปถึงปลายสุด ผมชอบเสียงของ System ผมมากกว่า Watt 5.1 ที่ฟังจากร้านในวันนั้นเสียอีกครับ

blackmore

ผมมาต่อที่กระทู้พี่ดีกว่า  คือปรับแบบนี้มันคล้ายกลับการใช้ series iv ครับ คือ ตัว iv สเป็กจะต่างจาก v นิดหน่อย แต่ที่เห็นๆเลยไม่ได้ปรับ vtf โดยใช้สปริงครับ

ผมได้ยิน(ฝาหรั่ง)บอกกันว่า iv เสียงดีกว่าเพราะไม่มีสปริงเข้ามาเกี่ยวข้อง เลยทำตามวิธีที่บอกไป ผลออกมาก็อย่างที่บอกครับ แต่ผมไม่รู้ว่าดีกว่า iv หรือป่าว เพราะไม่เคยเล่น iv ครับ

rega ก็เหมือนกัน 250 ดีกว่า 300 ตรงที่ไม่มีสปริงนี่แหละครับ

แท่งปรับ vta นี่ถ้าพี่มี เวอเนีย ก็น่าลองวัดว่า หมุน 1 รอบ สูงไปกี่มิล (ผมก็อยากรู้ครับ เเต่ไม่มีเวอเนีย) แล้วเอาออกนะครับ เวลาจะลด vta ก็ใส่เข้าไปแล้วคลายเอา ครับ :beer2:  :beer2:  
ฝรั่งไม่ได้ฉลาด....ไปกว่าคนไทย   you know!!!

"There is no expedient to which a man will not resort to avoid the real labor of thinking."  Sir Joshua Reynolds

K. PJ

Quoteก็น่าลองวัดว่า หมุน 1 รอบ สูงไปกี่มิล (ผมก็อยากรู้ครับ เเต่ไม่มีเวอเนีย)

หมุน 1 รอบ สูงขึ้นไป 0.5 mm.,

หมุน 8 รอบ SRA จะเปลี่ยนไป 1 Degree ครับ

เมื่อคืนผมก็คิดแปลกใจเหมือนกันว่า Spring มันไม่ดีแล้วเขาทำมาทำไม? คนเล่นระดับนี้แล้วมีเครื่องชั่งกันทุกคนอยู่แล้ว เอ! ผมเห็นในรูปที่คุณ Post  มาเขาตั้ง Anti-Skating ไว้ที่ 0 จะดีหรือครับ? ผมลองเล่นเจ้า Viscous Damp ของเขาก็ให้ผลในการปรับเสียงคล้ายการปรับ SRA เหมือนกันก็สนุกดีครับได้ปรับแต่งเสียงหลายจุด เพราะแผ่นแต่ละแผ่นอัดเสียงมาไม่เหมือนกัน เหมือนเราเลือกปรับทุ้มแหลมกลายๆ ครับ เมื่อคืนลองเล่นแผ่นถูกๆ ดูนึกว่ามันจะฟ้องจนออกมาไม่ดีเหมือนพวกแผ่น CD มันกลับตรงกันข้ามครับ มันช่วยให้ดีขึ้นมาอีกเยอะเลย ผมขอถอนคำพูดหน่อยครับจากที่บอกว่าเสียง “กลอง” ของ CD แผ่น Manger เพลงที่ 13 เหนือกว่า  LP ของ Analogue Product (Limited) แผ่น Way out West ครับ ตอนนี้ผมได้ฟัง LP เหนือกว่าแล้วครับ ทั้งรายละเอียดและความหนักแน่นเหมือนจริง LP ให้ได้มากกว่าครับ หลังจากที่ได้เปลี่ยนหัวเข็นอันใหม่

ผมเริ่มจะศึกษาเรื่อง Compliance มานิดหน่อย แต่ยังหาWeb ที่มีเนื้อหาละเอียดไม่พบครับ (อยากทราบ Web เรื่อง Momentum ด้วยครับ) ผมอยากจะลองหาค่า Resonance ของ Arm รวม Cart แล้วเกิดปัญหาครับ ไม่มีค่าให้คำนวณแล้วจะทำอย่างไรถึงจะรู้ว่ามันถูกต้องหรือไม่ครับ?  หัวเข็มผมบอกแต่ว่า Compliance : Medium-Low, Recommend Tone arm: Medium-High น้ำหนักหัวเข็มก็ไม่บอก, ส่วน Tone Arm  ให้ค่า Effective Mass: 10.0/11.0 g. อย่างนี้ก็หมดสิทธิหาใช่ไหมครับ? ใครรู้ช่วยตอบที
:bow:  :beer2:  

blackmore

Quoteเมื่อคืนผมก็คิดแปลกใจเหมือนกันว่า Spring มันไม่ดีแล้วเขาทำมาทำไม?

คือมันเกาะแผ่นดีมั้งครับ แต่มีค่านิจมาเกี่ยวข้อง

ให้พี่ลอง ชั่งเข็มเบบที่พี่ทำปกตินะครับ  อ่านค่า  แล้วเอากล่อง cd มากล่องนึงวางบน platter แล้ววางตราชั่งบนกล่อง cd แล้วชั่งเข็ม ลองเปรียนเทียบค่าที่ น้ำหนักกดที่ได้ครับ ค่าที่ผมได้ต่างกัน

ผมลองกับ
ittok ค่าไม่ต่างกันครับ
แต่แปลกนะครับ rb300 ผมลองทำแบบนี้ ค่าก็ออกมาต่างกัน ทั้งๆที่ rb300 การออกแบบ เหมือน linn สองตวนี้สปริงจะวิ่งไปตามแกน Z ของอาร์ม ซึ่งต่างจาก sme

Quoteผมเห็นในรูปที่คุณ Post มาเขาตั้ง Anti-Skating ไว้ที่ 0 จะดีหรือครับ?

ปกติแล้วผมไม่ค่อยได้เล่นครับ เล่นเซ็ตกลับคืน แล้วถ่ายรูปให้ดู

ผมลองเล่นแล้วสังเกตุดู ถ้าผมเข้าใจผิดยังงัยโปรดชี้แนะครับ :aktion033:  
ฝรั่งไม่ได้ฉลาด....ไปกว่าคนไทย   you know!!!

"There is no expedient to which a man will not resort to avoid the real labor of thinking."  Sir Joshua Reynolds

meng

Quoteปกติแล้วผมไม่ค่อยได้เล่นครับ เล่นเซ็ตกลับคืน แล้วถ่ายรูปให้ดู

ผมลองเล่นแล้วสังเกตุดู ถ้าผมเข้าใจผิดยังงัยโปรดชี้แนะครับ

:D ไม่เข้าใจครับ ตกลงว่าไม่เคยใช้ไบแอสหรือว่ายังไงครับ งง งง  

blackmore

ขออภัยครับ ไม่ได้ตรวจสอบ ก่อน  คือว่าผมเล่นตัวอื่นอะครับ ตัวนี้ไม่ค่อยได้แตะครับ คือไม่ได้แตะมาเป็นเดือนแล้ว เลยเซ็ตไว้ที่ 0 (คือไม่ได้เซ็ตครับ แต่ไม่ได้เอาเข็มออกครับ) เวลาผมจะเล่น ผมจะเซ็ตใหม่อีกที

Quoteผมลองเล่นแล้วสังเกตุดู ถ้าผมเข้าใจผิดยังงัยโปรดชี้แนะครับ


ผมลองเล่นแล้วก็ลองสังเกตุ เปรียบเทียบจุดต่างๆดู   ถ้าเข้าผมใจผิดไปตรงไหน ยินดีรับความคิดเห็นครับ :D  :D  
ฝรั่งไม่ได้ฉลาด....ไปกว่าคนไทย   you know!!!

"There is no expedient to which a man will not resort to avoid the real labor of thinking."  Sir Joshua Reynolds

meng

พี่ลองดูที่นี่ มีพูดถึงค่าต่างๆเกี่ยวกับอาร์มและหัวเข็มครับ

Tonearm and Cartridge

ว่างๆผมจะลองปรับ VTF แบบตั้งค่าที่ 0 ดูบ้างว่าจะได้ผลอย่างไร  ^_^  

K. PJ

เรื่องน้ำหนักที่วัดได้ค่าแตกต่างและไม่แตกต่างกัน ผมพออธิบายได้ดังนี้ครับ กรณีอาร์มอิสระปราศจาก Spring (Seris IV) เมื่อชั่งบนกล่อง CD อาร์มจะถูกยกขึ้นจากแนวขนานกับพื้นโลกจากที่เราตั้ง VTA ไว้ในตอนวัดน้ำหนักครั้งแรก น้ำหนักกดลงของหัวเข็มจะลดลง และจะได้ค่าเท่ากับ น้ำหนักที่ตั้ง ณ ตอนแรก คูณ cos ของมุมที่อาร์มยกขึ้นครับ จะได้ค่าน้อยมากขึ้นถ้าเราชั่งอาร์มที่ยกยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ครับ กรณีที่ชั่งแล้วน้ำหนักไม่เปลี่ยนแปลงอาจเกิดจากแรง Spring (Ittok, see NOTE:-) ที่เขาออกแบบมาให้ช่วยเสริมแรงให้อ่านได้เท่ากันครับ แต่ RB 300 เมื่อคืนก่อนผมก็คุยเรื่องนี้กับคุณ Pollpo มาด้วยเหมือนกัน RB300 ออกแบบ Spring ให้ออกแรงตรงกันข้ามกับยี่ห้ออื่นๆ ครับ {ผมถึงเป็น งง!!! เรื่อง จุด ไหน? เป็นจุด Released ตัว Spring กันแน่ ระหว่างที่ 0 (Series V) กับ 3.5 (RB600)}

แต่มันก็ไม่น่าจะต้องกังวนเรื่อง VTF ครับเพราะแผ่นที่คดงอไม่ได้สูงแตกต่างกันถึงขนาดแผ่น CD ครับ แต่จากการฟังแผ่น Test แผ่นเก่าของผม ที่ปล่อย Sine Wave ที่ Frequency เดียวออกมา พอแผ่นหมุนผ่านช่วงที่แผ่นงอตัวขึ้นมาเล็กน้อยเท่านั้น มันมีการเปลี่ยนแปลงของเสียงอย่างชัดเจนครับ ผมยังนึกว่าถ้าเป็นแผ่นเพลงแล้วให้ปิดตาฟังเราจะรู้ไหม? เหนี่ยน!! ว่าแผ่นมันงอ เสียงเพลงช่วงนั้นมันไม่ถูกต้องแล้ว!!!...

NOTE:- อาร์ม Ittok ใช่ต่ำแหน่ง Released ตัว Spring อยู่ที่ 0 ใช่ไหมครับ? ถ้าไม่ใช่งานนี้ ผมคิดผิดนะครับ ต้องเป็นคำตอบจากผู้ผลิต คิดเอาเองไม่ได้นะครับ แต่มีมีวิธีพิสูจน์ครับ คือตั้งให้ Scale ไว้ค่ากลางๆ แล้ว Balance น้ำหนักด้วยตุ้มถ่วง แล้วลองปรับ Scale มาที่ 0 แล้วดูว่าอาร์ม ก้มหน้าหรือเงยหน้าครับ ของ RB300 กับ Ittok จะต้องตรงกันข้ามกัน ถ้าเป็นไปตามที่คุณ Pollpo บอกครับ


ขอขอบคุณ คุณ Meng มากๆๆๆ ครับ ที่หา Web ดีๆ มาให้อ่านอยู่เรื่อยๆ เลย :bow:  :bow:  :bow:  อยากได้อีก อ่ะครับ เกี่ยวกับ Momentum น่ะครับ ผมพยายามหาใน Goggle แล้วไม่พบว่าเป็นเรื่องเป็นราวเลยครับ

blackmore

ครับพี่ K. PJ ผมต้องการจะสื่อตรงนี้แหละ ตอนผมไม่ใช้สปริง ค่าได้เท่ากันครับ แต่ถ้าใช้สปริง แล้ววัดบนกล่องค่าที่ผมได้จะสูงมาเล็กน้อย จะไปมีผลกะแผ่นคดงอ แต่เนื่องจากน้อยมากอย่างที่พี่บอก เลยไม่เอามาเป็นปัจจัย


QuoteRB300 ออกแบบ Spring ให้ออกแรงตรงกันข้ามกับยี่ห้ออื่นๆ ครับ


ittok กับ rb300 น่าจะมาทางเดียวกันนะครับ(หมุนออก เพื่มน้ำหนัก) จะสวนทางกะ series v (หมุนเข้าหาตัวเพิ่มน้ำหนัก) rb600 จะไม่ได้ครับขายไปพร้องกะ p25 แต่น่าจะทางเดียวกัน

เคยลื้อ rb300 ข้างจะเป็นแผ่นโลหะ ขดเป็น ก้นหอย ทำหน้าที่แทนสปริง แต่ตัวอื่นไม่เคยลื้อครับ

ถ้า v กะ ittok เป็น สปริงแบบเดียวกัน การรออกแบบสวนทางน่าจะ แค่จุดยึดจุดต้นกับจุดปลายของสปริงตรงข้ามกัน ว่าแต่พี่ว่าวิธีไหนดีกว่ากันครับจากการมอง สนุกดีครับ เล่นแล้วมองความตั้งใจของการสร้างไปด้วย :musik004:  :musik004:

เค้าว่ากันว่าตัวนี้เป็น อาร์มที่ เสียงดีที่สุดในสมัยนู้น แล้วยังเป็นต้นแบบของ ittok อีกด้วย  http://www.vinylengine.com/phpBB2/album_page.php?pic_id=168 แต่อาจจะหายากหน่อย เพราะคนทำ ไม่ค่อยเป็นมิตรนัก
ฝรั่งไม่ได้ฉลาด....ไปกว่าคนไทย   you know!!!

"There is no expedient to which a man will not resort to avoid the real labor of thinking."  Sir Joshua Reynolds