• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
20 November 2019, 04:26:22 pm

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


QUAD family ชุดที่อยู่กับผมตอนนี้

Started by pee, 15 August 2006, 07:43:17 am

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

pee

สวัสดีครับ
ขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับท่านที่สนใจนะครับ
ชุดที่ผมใช้อยู่ ณตอนนี้ ออกจะสุดโทรมแล้วก็เก่าหงั้กเต็มที
สิริรวมอายุก็เกือบครึ่งศตวรรษมาแล้ว เท่าที่ฟังอยู่ก็พอทนครับ
ลำโพง stacked ESL (57 x 4)
ปรี Quad 33
เพาเวอร์ Quad 303
จูนเนอร์ Quad FM 3
ซีดี dvd player Tagwood

ชุดสำรอง
ลำโพง platinum audio SOLO + Quad 66 (pre/power/cd)

รูปที่เอามาอวดนี่ ไปได้มาจากในเวบต่างๆนะครับ ของผมหน้าตาขี้เหร่มากครับ
ลำโพงอิเลคโตรสแตติคนี่ เสียงมันแปลกๆครับ บอกไม่ถูกว่าเป็นอย่างไร
ถ้าไม่ตั้งใจฟัง ก็จะนึกว่าข้างห้องเขาเล่นดนตรีกัน
ที่แปลกก็คือคุณสามารถยืนคุยโทรศัพท์ที่หน้าแผงลำโพงครับ ในกรณีฟังธรรมดานะครับ
เพราะยิ่งอยู่ห่างเสียงจะดังกว่าเอาหูแนบลำโพง

ถ้ามีคนสนใจ เราค่อยมาคุยเรื่องประวัติศาสตร์ของลำโพงนี้กันนะครับ

รูปหนุ่มหน้ามนที่มุมนั่นคือคุณเลวินสันครับ สมัยหนุ่มแกไม่มีปัญญาซื้อแอมป์ควอด
แกเลยต้องไปดีไอวาย ML II มา 4 ตัว (หรือ 6 ก็ไม่รู้ มีซับด้วย) ขับลำโพงนี้

แหะ แหะ ล้อเล่นครับ เดี๋ยวแฟนพันธุ์แท้พ่อมาร์คจะโกรธเอา
แกเคยใช้ลำโพงนี้เป็นตัวอ้างอิงน่ะครับ
แต่เดี๋ยวนี้คงไม่สนแล้ว
เพราะตอบสนองความถี่แค่ มิดเอนด์ ราวๆ สองร้อยถึงหมื่นหกหมื่นแปดมังครับ



pee

ลืมเล่าเกี่ยวกับเพลงที่ฟัง
แผ่นเสียงรุ่นแรก สักราว 300 แผ่นเป็นพวกเพลงวัยรุ่น(ผม) หนักไปทางป๊อบร้อค ร็อค ไปจนถึงโปรเกรสสีฟ และบลูส์
ที่จำได้ก็มี beatles pink floyd Zeppelin Yes K crimson Doors Who ...คงพอเห็นแนวนะครับ
สมัยนั้นแผ่นละร้อยนิดหน่อย อย่างแผ่นอิเมจินนี่ ข้างในแถมโปสเตอร์ใบโตเท่าหน้าต่าง เท่สุด สติ๊กกี้ฟิงเงอ่อร์นี่มีซิบให้รูดเลย
เท่ระเบิด
พอแก่ตัวลงก็ฟังเพลงคลาสสิค เหมือนคนทั่วไปอะครับ มีอยู่สัก 5-600 แผ่น แต่ไม่ได้เป็นของดีเด่อะไรนะครับ
ซื้อจากแบล๊คแอนด็ไวท์และเซ็นทรัลเป็นหลัก อ้อ ที่ไทยซอฟต์ด้วย สมัยนั้นร้านขายหนังสือต้องมีแผนกขายแผ่นเสียงด้วย
คิดดูดิ ผมไปได้ In a Ga Da Vi Da ของ Iron Buterfly จากศรีย่านสโตร์ ได้บีโธเฟ่นเบอร์เก้า ฝีมือสะโตคอฟสกี้จากวงเวียนใหญ่

เลิกซื้อเมื่อตอนที่ระบบอัดเสียงแบบดิจิตอลเข้ามา แล้วแผ่นราคากระโดดขึ้นสองเท่า ตามด้วยตลาดไฮเอ็นด์เกิด
คิดดูสิครับ ผมต้องเก็บเงินกี่ปี กว่าจะซื้อเทอร์นแบบลิเนียร์ของเทคนิคส์ได้ (พวกพี่ต้องร้องในใจว่า โชคดีแล้วที่เอ็งไม่ซื้อ)
ก็เลยเปลี่ยนแนวไปอ่านกำลังภายในดีกว่า ถูกกว่ากันแยะ ค่าเช่าแค่วันละสองบาท

กลับมาซื้อแผ่นอีกที ก็มีแต่ซีดี ซื้อๆไป อ้าว มันเอาแผ่นเสียงที่เรามีแล้วมาทำซีดีนี่หว่า แถมขายแพงกว่า ปกก็เล็กกระติ๋วหลิว
อ่านหนังสือแทบไม่เห็น กระดาษอาร์ตมันไม่มีคุณค่าเลย แผ่นเสียงน่ะ 12 นิ้ว ไม่ใช่ 5 นิ้วแทรกในกล่องปลาสติกราคาถูก
เคยหยิบแผ่นออกจากกล่อง ไอ้ตัวจับแผ่นมันแน่นจัด ผมก็คีบด้วยสองนิ้ว พยายามยกออกมา ซีดีแตกคามือครับ ห้าร้อยกว่าบาทหายไปตรงนั้นเลย

ทุกวันนี้ไม่ซื้อของพันธุ์อย่างนั้น หรืออย่างใหนทั้งสิ้น เอ็มพีสาม อย่างเดียวครับ
ซีดีที่มี เอามาแปลงหมด แล้วยกให้ชาวบ้านไป ไม่ต้องรกบ้านด้วย
แต่แผ่นเสียงนี่มันฝังความทรงจำไว้มาก ก็เลยยังเก็บไว้บ้าง แต่เก็บไม่ดีครับ อีกหน่อยก็เจ๊งหมด

พักหลังเริ่มรู้สึกว่าเพลงที่จำได้ เพราะกว่าเพลงที่ได้ยินมากมายหลายเท่า
คงเข้าข่ายไฮเปอร์เอ็นด์ได้แล้วกระมังครับ....5555

Krairerk

จากที่อ่านนี่ ขอเรียนเชิญเป็นผู้อาวุโสประจำบอร์ดเลยคร้าบ  :bowdown:
ไม่ทราบว่าได้ใช้ sub กับชุดนี้ด้วยหรือเปล่าครับ (sub อย่างในรูปเนี่ยเคยเห็นที่ร้านเสี่ยเปา)

poj

เป็นลำโพงที่แพง และอยู่ใน system ใหญ่ๆ   น่าสนใจมากครับ
ผมยังไม่เคยได้ฟังลำโพงแบบนี้เลย ไม่แน่ใจว่า เสียงจะต่างจาก magnepan มากมั้ยครับ
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

meng

Quote from: Krairerk on 15  August  2006, 02:23:46 pm
จากที่อ่านนี่ ขอเรียนเชิญเป็นผู้อาวุโสประจำบอร์ดเลยคร้าบ  :bowdown:


ใช่ครับ เห็นด้วย  :)

ไม่มีประสบการณ์กับลำโพงนี้มาก่อนครับเลยไม่มีความเห็น แต่อยากฟังเป็นบุญหูเหมือนกันครับ  :)

pee

ขอบคุณในความสนใจครับ
ถ้ามีซับ ก็ต้องหาทวีตเตอร์ของเดคคามาร่วมให้ครบสูตร HDQ ของเฮียมาร์คแก
ทวีตเตอร์ผมยังเคยเห็นในเน็ต แต่ซับขนาด 24 นิ้วนี่ ปัจจุบันคงไม่ต้องหาแล้วกระมังครับ
ผมเกือบจะได้ซับมาแล้ว แต่การสื่อสารเพี้ยนไปหน่อย เลยไม่ได้มาซึ่งนับเป็นโชคดีครับ
เพราะนึกไม่ออกว่าจะจัดสรรแอมป์ได้อย่างไร และจะต้องหาห้องขนาดใหนให้พวกนี้กินอยู่หลับนอน
ในขณะที่ผมต้องนั่งเฝ้าทั้งแก๊งค์ กลัวไฟไฟม้....แหะ แหะ
ถ้าท่านใดสนใจ กรุณาแวะมาที่ห้องทำงานผมที่สีลมได้เลยนะครับ วันอาทิตย์เป็นวันเหมาะ
แต่คงฟังเล่นพอเห็นแนวทางของลำโพงโบราณเท่านั้น เพราะผมฟังเพลงไม่เป็นเรื่องเป็นราว
หนักไปทางเปิดดังๆ พอให้รู้สึกมัน ระหว่างทำงานอย่างอื่นน่ะครับ
อีกอย่างเพลงที่ผมฟัง มันแย่มากๆ(ในเรื่องคุณภาพเสียง) อย่าง Toscanini/Furtwangler สองคนนี้ตายก่อนมีระบบสเตริโอ
ไครส์เลอร์/รัคมานินอฟ ก็อัดแผ่นสมัยเป็นแผ่นครั่ง เพลงของคำรณนี่ก็อัดเสียงมาเหลือทน
ถ้าจะแวะมา รบกวนหยิบแผ่นโปรด เสียงดีๆ ของท่านมาด้วย ผมจะได้มีบุญหู ได้อาศัยฟังของดีๆมั่ง

ผมไม่รู้จะบรรยายเสียงของ ESL ได้ยังไง อย่างหนึ่งผมก็ไม่มีประสบการณ์กับลำโพงดีๆมากพอ
ถ้าให้เทียบกับแมกกี้ก็อาจจะไม่ยุติธรรม เพราะที่เคยไปฟังที่อิเมจ น้องแกไม่เคยเบิร์นเลยทั้งลำโพงและแอมป์ แถมห้องฟังของเขาก็ดีเกินไป ซับหางเสียงจนเหี้ยน อีกอย่างเครลล์จะเหมาะกับลำโพงแผ่นหรือเปล่าก็ไม่รู้ ขอไม่วิจารณ์นะครับ

คนเขาลือกันว่า ESL ต้องขับด้วยหลอด ที่เป็นเนื้อคู่กันก็ ชุด II/20 ของQUAD ใช้หลอดเคที 66 กำลังสัก 15-20 วัตต์พุชพูล
เคยเห็นอยู่ชุดหนึ่ง สภาพเดิมๆเลย คือออกจากกองขยะแถวมัณฑะเลย์(หรืออาจจะเป็นกัลกัตตา...5555) สนิมงี้ พราวเลยครับท่าน
แต่ราคาพอซื้อ Linn LP12 ชุดย่อมๆ(ไม่รวมเข็มนะครับ) ผมก็เลยมองผ่านอย่างอาฆาตมาดร้าย

มาลงเอยที่ QUAD series III เพราะเป็นทรานซิสเตอร์ที่ร่วมยุคกัน
ลำโพงนี้เกลียดแอมป์ทรานซิสเตอร์ครับ (ยกเว้น NAIM...555) เพราะจะทำแผ่นไมลาร์อาร์คง่ายๆ
อิมพีแดนส์(ซึ่งน่าจะเรียก dance มากกว่า) วิ่งขึ้นลงระหว่าง 60-2 โอห์ม แต่เมื่อจับมาสะแต็กกันแล้ว ก็นิสัยเรียบร้อยลงมาหน่อย
เหลือแค่ 15-30 เขาจึงบอกว่าไม่ชอบแอมป็กำลังสูงๆ พวกวัตต์ 100+ นี่อันตรายครับ
ไม่รู้จริงหรือเปล่า ไม่เคยมีเงินซื้อแอมป์กล้ามโตขนาดนั้น ขนาด QUAD 606 เขายังไม่ถูกกันเลยครับ ถ้า 306 ก็พอไหว
แต่แปลกที่ 303 ซึ่งเป็นแอมป์ทรานซิสเตอร์ตัวแรกของ QUAD และตัวแรกๆของอังกฤษ กลับเข้าขากันดีกว่า
อ้อ พิงค์ฟลอยด์ในชุดพระจันทร์มืด ก็ใช้ควอดเป็นมอนิเตอร์นะครับ.....คุณพจน์คงต้องมองๆหาดูซะละมั้ง
57 สภาพดีๆ มีในตลาดประมูลครับ ราคาก็น่ารักเชียว ตก 1000 เหรีญ บวกลบนิดหน่อย ไม่รวมค่าส่ง และค่าเสี่ยง(ไมลาร์อาร์ค)
ลองดูรูปตัวอย่างสักชุดนะครับ

poj

เขียนเล่าได้สนุกมากครับ  :cheer: :thumbup:

ผมจำลำโพงในรูปนี้ได้  Dalquist DQ-10 (ใช่ไหมหว่า...) :huh:
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

meng

 :huh: อ้าวว ไม่ใช่ Quad ESL หรอกเหรอ

jtr

ตะละที่ ที่ท่านผู้อาวุโส จัดหาซื้อแผ่นเสียงนั้น
ล้วนแต่ทุบทิ้งไปซะหมดแหล่น..

สมัยที่ท่านเล่น เรายังเล่นวิทยุแร่อยู่เลยมั้งครับ
แต่แนวเพลงก็ดูวัยรุ่นๆ เหมือนวัยรุ่นแถวๆนี้เอง

ส่วนอุปกรณ์ แต่ละชิ้นน่ะสุดอลังการณ์
หนักทั้งราคา และน้ำหนัก 555

ผมฃอบคำนี้ครับ
แต่แผ่นเสียงนี่มันฝังความทรงจำไว้มาก ก็เลยยังเก็บไว้บ้าง แต่เก็บไม่ดีครับ อีกหน่อยก็เจ๊งหมด
ถะ ถะ ถูกต้องนะคร้าบบบ..
Music is a universal language, and needs not be translated, with it soul speaks to soul.

pee

แฮ่ม ...คุณพจน์เล่นจำแบบจี้จุดอ่อนแบบนี้ ดัลควิสไม่ชอบครับ
ในรูปคือ ESL แบบดั้งเดิม แล้วมีคนจำเอาไปใช้(ขอไม่ใช้ว่าลอกเลียนนะครับ มันยังไม่ถึงขั้นนั้น)
รูปแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้านอนนี่ อาจจะลงตัวจนสร้างปัญหา เพราะหากใครใช้ตามก็ดูเหมือนจะไม่มีความคิดสร้างสรรค์
แต่ถ้าหนี ก็เจอจุดด้อย ใครที่ฟังพวกลำโพงแผ่นแนวสูง จึงต้องกลายเป็นเหยื่อของการลองผิดลองถูก
เพราะการทำหน้าลำโพงให้แคบ มันไม่ได้ใช้จุดแข็งของการกระเพื่อมเลย
ลองนึกถึงว่าตีฆ้องใบเท่าจานข้าว เสียงมันจะสู้ใบที่โตเท่ากระด้งได้ใหม
หลายยี่ห้อเลยต้องออกแนวลูกผสม เอาลำโพงกรวยเสริมฐานเสียง เลยถูกดูหมิ่นซะเสียเลย ว่า เป็น"ของปลอม"
ผมว่าคนเรานี่ก็แปลก เขาพยายามหาทางออกหลายๆทาง ยังไปว่าเขาอีก ทั้งๆที่เสียงก็ออกมาไม่ขี้เหร่เลย

จะขอตอบเรื่องซับอีกนิดนะครับ
พีท วอล์คเกอร์ไม่แนะนำระบบ HDQ ครับ(เป็นใครก็ไม่แนะหรอกนะครับ) แต่ยอมรับการสแต็ก ว่ามันจะช่วยเรื่องคุณภาพเสียง
การแสต็กครั้งมโหฬารก็คือ ทำเป็นกำแพงครับ 16 ตัวถ้าจำไม่ผิด (4 x 4)
ได้ผนังกำแพงขนาด สี่คูณห้าเมตร(โอ้สวรรค์ ....ใช้เงินเท่าไรครับเพ่)
วอล์คเกอร์อ้อมแอ้มยอมรับว่า การเพิ่มจำนวนทำให้เพิ่มเสียงต่ำ
ทีนี้เสียงต่ำจากแผ่นฟิล์มนี่ มันต่างจากกรวยยักษ์มากมายมหาศาล เขาว่ามันจะเร็วและสะอาด(อันนี้ผมไม่ทราบว่ามันเป็นอย่างไรนะครับ จำเขาว่ามาอีกที) ต่างจากกรวยแบบอนุรักษ์นิยมที่ขนาด จะผกผันกับประสิทธิภาพ ยิ่งใหญ่ยิ่งหาดียาก หมายถึงเกินยี่สิบนิ้วนะครับ
ลองนึกถึงว่าเราต้องปั้มกรวยขนาด 20 นิ้ว+ ของฮาร์ทเล่ย์ ให้ไวเท่ากับการสั่นของไมล่าร์ ซึ่งเบากว่าอากาศ และเคลื่อนไหวที่ความเร็วเกือบเท่าอิเลคโทรนิค แค่คิด แอมป็ก็ราคาเกินล้านแล้วครับ สำหรับความถี่ที่นานๆจะโผล่มาสักที
(สมัย 1950-70 แผ่นเสียงลงต่ำไม่ลึกเหมือนปัจจุบันครับ ผมว่าสัก 60 นี่ก็เก่งแล้วมังครับ)
จึงเป็นการตำน้ำพริกละลายมหาสมุทรโดยแท้

ผมได้ฟังเจ้าฮาร์ทเล่ย์ 24 นิ้วตัวนี้แล้ว ก็ออกจะคล้อยตามท่านพีทครับ เสียงของมันก็เหมือนลำโพงฟูลเรนจ์แบบหนึ่ง(จริงๆมันเป็นฟุลเรนจ์นี่ครับ เอาครอสฯ มาจำกัดการทำงานของมันเอง) มันให้เนื้อเสียงคนละแบบกับ ESL คือต้องบอกว่า ESL นี่ไม่มีเนื้อเสียงครับ
ก็ตัวมันไม่มีอะไรเลย เป็นแผ่นใส หนาราว 8-10 ไมครอน ก็ราวๆแรปห่ออาหารประมาณนั้นน่ะครับ
ก็เลยมีคนบอกว่า ESL จะทรานสพาเรนท์มาก (อันนี้ผมก็ไม่รู้จักเหมือนกันครับ)
ต้องขอโทษคุณพจน์และคณะด้วย ที่ความรู้ความเข้าใจของผมมันตกๆหล่นๆ
จะใช้ศัพท์แบบพวกเซียน ก็ได้แต่จำมา ตัวเองไม่เคยฟังอย่างนั้นเลย
โถ ...เครื่องของผม ทั้งชุดรวมกันยังซื้อสายลำโพงระดับเทพไม่ได้เลยแม้แต่หนึ่งฟุต
ดังนั้น การเติมซับเข้าในระบบ ผมว่าสู้หาสแต็กมาอีกสักคู้ น่าจะคุ้มกว่ามังครับคุณพี่หมอ

เว้นแต่จะเล่นไฮเอ็นสุดกู่แบบคุณมาร์ค คือเอา ESL ผลิตเสียงกลาง ประมาณ 80% เอาริบบอนอย่างเริ่ด ผลิตแหลมบน สัก 12%
แล้วเสริมฐานต่ำลึกอีก 8% (สัดส่วนมั่วนะครับ)
ทีนี้ก็หาเงินสัก 4 ล้าน สำหรับสุปเปอร์แอมป็ 6 ตัว(คงพอ) สุปเปอร์ปรี และสุปเปอร์ครอสฯ บวกค่าสายไฟ ค่าสายสัญญาน ค่าสายลำโพง ค่าไฟฟ้า (เดินใหม่ ตู้ไฟใหม่) ค่าเครื่องคุมไฟ....เอ ถ้างั้น ผมขอแก้งบประมาณครับ
8 ล้านคงพอ ใครจะลงทุนเล่น ถ้าเก็บตังค่าเข้าฟัง ผมยอมกัดฟันจ่ายครับ...55555
มีข้อแม้ว่าห้องฟังต้องสูงอย่างต่ำสามเมตรครึ่ง พื้นที่ห้องอย่างน้อยต้องกว้าง 20 เมตร และขอนั่งห่างลำโพง 15 เมตรเป็นอย่างน้อย

นี่ผมเว่อร์อีกแล้วมังครับ


Karin Preeda

ผมเคยได้ฟัง ESL 57 ครั้งนึงตอนอยู่ที่ US ครับ ฟังกับแอมป์หลอด DIY ตัวเล็กๆ ใช้ EL34 เสียงฟังแล้วกลมกลืนมากครับ รู้ต่อมาว่ามีคนกลุ่มนึงที่เค้าเล่น ESL 57 และก็มีอุปกรณ์ refurbrish ขายด้วย คิดจะซื้อไว้คู่นึงเหมือนกัน เพราะราคาตกอยู่ประมาณ 5-600 USD ขึ้นอยู่กับสภาพ แต่ไปๆมาๆหาไม่ได้ก็เลยเลิกไป เคยคิดจะซื้อ Martin Logan อยู่พักนึงด้วย เพราะว่าติดใจกับเจ้า ESL 57

poj

อืมม์.. ผมเพิ่งรู้นะครับว่า Dalquist ลอก ESL มา
ผมเคยเห็น ESL แบบ stack เท่านั้นครับ
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

อ่านๆดูนี่ ผมว่า คุณ pee เป็นนักเล่นทีมีความรู้-ประสบการณ์มากทีเดียวนะครับ -_-
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

K. PJ

อ่านแล้วรู้สึกสนใจ ESL 57 บ้างแล้วละครับ!! ไม่ทราบว่ายังพอหาได้ในเมืองไทยบ้างไหมครับ? หรือว่าคุณฆฤณ ยังหาไม่ได้ผมคงหมดสิทธิ?? เพราะผมไม่ชอบซื้อของใน Ebay ครับ ผมเคยคิดและก็ยังคิดอยู่ว่าอยากจะมีลำโพงแบนๆ ไว้ในครอบครองซักคู่ ก็แอบเล็งรุ่นที่คุณหมอ Krairerk ใช้อยู่เหมือนกัน (เห็นคุณพีบอกว่ามันเหมาะกับแคล์ล ก็ซักจะสนใจมากขึ้น)  เขาว่ามันให้เสียงที่สดมากๆ เป็น Full Range ที่ไร้รอยต่อของ Cross-over Network เอาไว้ฟังเปลี่ยนแนวจากลำโพง OB บ้าง ลำโพงแต่ละชนิดก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป Altec VOT ก็เป็นแบบ Horn Style ผมเป็นคนหลายใจอยากมีหลายๆ คน โอ๊ะ! หลายๆ ชนิดครับ เอาไว้ฟังในแต่ละห้องเพราะผมทำแอมป์เอง (DIY) ไว้หลายตัวที่ยังหางานให้เขาทำไม่ได้เลย!! ผมอาจจะขอรบกวนเข้าไปขอประสบการณ์ฟังสักครั้งละครับ หากคุณพีอนุญาติ พวก Vintage นี่ผมชอบอยู่แล้วครับ

ดูคุณพีอาจเป็นคนสมัยเดียวกับผมแน่เลยครับ แต่รสนิยมฟังเพลงอาจมีไม่ตรงกันบ้าง เมื่อก่อนเพื่อนๆ ซื้อ The Beatles หรือ Pink Floyd ผมกับไม่สนใจ กลับไปฟังเพลงเพราะๆ ตามแบบฉบับของคุณพ่อ เลยคุยกับเพื่อนๆ ในสมัยเรียนหนังสือเรื่องเพลงกันไม่ได้เลย

เอ! ผมยังสงสัยว่าฟังมันแล้วเหมือนมีวงดลตรีมาเล่นอยู่ข้างห้องครับ งั้น! คนข้างห้องเขาก็โชคดีที่มีคนมาเล่นสดในห้องให้เขาฟังซิครับ 555!!!

pee

ดัลควิสเสียใจแย่ ที่คุณพจน์เข้าใจอย่างนั้น
หน้าตาคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกันที่เป็นคนละระบบ
จะเปรียบไปก็เหมือนออกแบบเก้าอี้สี่ขา ยังไงมันก็ต้องมีสี่ขาอยู่วันยังค่ำ...เอ มันจะเกี่ยวกันใหมเนี่ย
คือดัลควิส เป็น Multi Driver Panel Speaker แต่ ESL เป็น full range อิเลคโตรสแตติค
ลองดูรูปนะครับ เป็นรุ่นที่คุณพจน์จำได้นั่นแหละครับ จัดเป็นตำนานลำโพงก็คงได้ (กระมัง)

ผมขอเดาว่า ท่านดีคิว คงปิ๊งรูปแบบที่เป็นพาแนล ซึ่งให้การกระจายเสียงที่สมจริงตามธรรมชาติ
ก็เลยหาทาง คัดเลือกและจัดเรียงไดรเวอร์ให้สัมพันธ์กันเพื่อผลิตเสียงตามเป้าหมาย
ก็เลยหนีหน้าตา แบบ ESLไม่พ้น
สังเกตว่ายุคนั้น เล่นกับเสียงอีกแบบนะครับ โบส 901 ก็มาแนวเดียวกับดีคิว แต่มีการตลาดที่เหนือชั้นกว่า

ปัจจุบันหันมาเล่นกับคุณภาพไดรเวอร์ การออกแบบครอสส์ ออกแบบตู้....สารพัดจะส่งเสริมตู้ลำโพงทรงโลง(แห้ม...ว่าเข้านั่น)
เรื่องนี้มีผู้รู้มากมายนะครับ ผมไม่ขอข้องแวะด้วย แต่แถมนิดเดียวว่า เริ่มเห็นแนวโน้มว่าลำโพงแบบกระจายคลื่นเสียง
ประเภทก่อกองไฟ หรือตะเกียงเจ้าพายุ จะฟื้นคืนชีพมาบ้าง
ส่วนลำโพงประเภทเด็ดใบหู ชนิดตัดผมเมื่อไหร่เสียงเปลี่ยนจะค่อยๆเฟดลง
อันนี้เดาว่าเป็นเพราะไลฟ์สไตล์ด้วยกระมัง สมัยนี้ บ้านหรูๆ แพงๆ นี่สเปสต้องเชื่อมทะลุถึงกันหมด
แต่เมื่อสิบกว่ายี่สิบปีก่อน มันยุคมุมใครมุมมัน ลำโพงแบบสวีทสป็อตเลยเป็นจ้าวอยู่นาน

pee

คุณ jtr เคยได้ยินร้านบุญดีสกุลโชคใหมครับ ผมไปได้แผ่นเสียงเดคคามาฟ่อนใหญ่เลยทีเดียว ก่อนเขาจะปิดกิจการ
ร้านนี้ทำห้องฟังเรียงเป็นแถว ห้องโตกว่าตู้โทรศัพท์สาธารณะ มีเครื่องเล่นแผ่นเสียงพร้อม สังคมฟังเพลงเมื่อก่อน ออกแนวเอาจริงกว่าเดี๋ยวนี้แยะทีเดียว ทุกอย่างมาแปลกเปลี่ยนไปเพราะไฮเอ็นด์ ผมเป็นวัยรุ่น เลือกแผ่นที่แบ็คแอนด์ไวท์ ไม่เคยรู้สึกต้อยต่ำ
คุณน้าผู้หญิงที่เฝ้าแพนก ไม่เคยแม้แต่จะปรายตาสังเกต ซื้อแผ่นเดียวแกก็ให้ฟัง ฟังกี่แผ่นแกก็ไม่มีท่าทีอะไรทั้งนั้น
ไม่ตีสนิท แต่ก็ไม่ทำท่าตีราคาเรา
ต่างกับที่ราชดำริอาเขตต์ เดินตีนเย็น หน้าชา และใจแป้ว ตลอดเวลา
มีอยู่วันหนึ่ง เห็นแผ่น Otto Klemperer กำกับซิมโฟนี่ของชูมันน์ เป็นแผ่นที่อยากได้มาก เดินเข้าไป พอขอดูแผ่น
ความรู้สึกเสียใจยังปุดๆอยู่ตอนเล่านี่เลย เกือบสามสิบปีแล้ว
เจ๊คนขายมองผมอย่างกับมองพวกขอทานมาขอเศษตัง
คือมันเป็นของที่ถูกที่สุดในร้านน่ะครับ ตั้งร้อยกว่าบาท(สำหรับผม) แต่สำหรับแก คงเป็นเหมือนของแถมลูกค้ามากกว่า
คิดดูว่าโตโยต้าโคโรลล่ารุ่นสมัยนั้น เริ่มเปิดราคาที่ 39,000 บาท แต่ไอ้เครื่องเล่นแผ่นเสียงเฮงซวย ตัวละสองหมื่น
หัวเข็มอีกเกือบสามพัน...แกก็คิดถูกเหมือนกันแหละ ว่าไปแล้ว ยังไงผมก็ไม่มีวันเป็นลูกค้าแก

เสียใจกับคุณ Karin Preeda ที่พลาด 57 ไปในราคาแค่นั้น(บางคนได้มาแค่ 50$ ก็เคยได้ยิน)
แต่ขอแสดงความยินดีที่ไม่ได้มาร์ตี้ เสียงคนละแบบครับ ไม่ใช่แนวของ 57 เว้นแต่รับความแตกต่างได้ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ท่านที่อยากฟังเสียงเจ้าบุโรทั่งของผม ขอเรียนเชิญนะครับ มาเล่นสนุกกัน ผมทิ้งมันไว้ที่สีลมแกลเลอเรียชั้น 4
ไปมาสะดวก ที่จอดรถกว้างขวาง แต่ขอเป็นวันอาทิตย์เท่านั้น วันธรรมดาจะรบกวนชาวบ้านเขา

ขออวดรูปพวกสาวก 57 ที่พบในเน็ต ของผมไม่ใช่อย่างนี้นะครับ เป็นโกดังเก็บขยะเท่านั้น

poj

ครับ Dalquist ที่ว่านี่ รู้สึกจะเป็นลำโพงตัวแรก ที่ใช้แนวคิด Time Coherent
ใช้มาก่อน Thiel ด้วย
แต่หน้าตานี่ ก๊อปกันมาเด๊ะๆเลยครับ 
ไม่แก้ผ้าออกมานี่ ไม่รู้ว่า คนละยี่ห้อกัน :)

เจ้าของห้องข้างบนนี่ แผ่นเยอะจริงๆ น่ายกพวกไปปล้น.. :P
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

pee

เรียนคุณ K. PJ ผมเคยเห็น QUAD 988 บอกขายอยู่ที่ KS ค่าตัวก็น่ารักมาก ไม่ทราบว่ายังอยู่หรือไม่
ไม่อยากแนะนำให้เล่น 57 ความเสี่ยงมีมากกว่าความสุข ผมคว้าชุดนี้มาเพราะคิดว่าช่างมัน ยังไงเราก็มีลำโพงที่พอใจอยู่กับตัว
และหลังจากเล่นแล้ว จึงรู้ว่าปัญหามาก (ทุกวันนี้ก็เล่นอย่างมหาเศรษฐีครับ พังช่างมัน รวยซะอย่าง.....รวยความบ้าน่ะครับ)

เมื่อห้าหกปีก่อน QUAD ขายสะต๊อก 57 ทั้งหมดให้สาขาที่เยอรมัน เชื่อใหมครับ ว่าโรงงานแม่เก็บอะไหล่ทุกชิ้น (ถูกต้องครับ...ทุกชิ้น)
เผื่อลูกค้าต้องการ แม้ว่าจะเลิกผลิตมากว่า 20 ปี ทุกวันนี้ของประกอบใหม่จึงกลับสู่ตลาดในราคาที่เอาเรื่องทีเดียว
สแต็ก 57 คู่ละ(คือ 4 แผงเล็ก) เกือบหมื่นเหรียญ ถ้า อย่างธรรมดาที่ผมลงรูปไปตอนต้น ก็ลดไปตามส่วน
ที่นำออกประมูลกัน ราคาก็ต่ำลงประมาณ 25-30 % ตามแต่สภาพ ที่เพิ่งสรุปไป ก็ราวๆเกือบ 300 ปอนด์ ค่าส่งอีก 80 ไม่รู้รวมภาษีหรือยัง....แต่ หน้ากากบุบหลายแผล ก็ยังมีคนเอา (คงซื้อไปทำอาไหล่...ฮ่า ฮ่า..)

pee

จะไปปล้นเหมือ่ไหร่ ผมขอไปเฝ้าต้นทางครับ
รูปนี้ น่าสงสารเจ้าของ แกต้องย้ายบ้าน เลยขายทิ้ง น้ำหนักน่าจะมากกว่าชุดละ 100 กิโล
ใหนจะค่าแพคอีก ค่าประกันอีก แกเลยขายทิ้งพอท้วมๆ เปิดราคาที่ 5000& ไม่รู้จบที่เท่าไร
ถ้าได้สภาพอย่างนี้ ค่อยน่าเล่นหน่อย

คิดว่าราคามาถึงบ้านคุณพจน์ จนได้เปิดสวิทช์วางเข็ม ฟังกิ๊กใหญ่ในท้องฟ้าพร้อมเบียร์เย็นเจ๊ยบบบบ
คงหมดไปแค่ 525,420 บาท อ้อลืมบวกค่าเบียร์ ยี่ห้อไรดีหว่า....55555

meng

Quoteของผมไม่ใช่อย่างนี้นะครับ เป็นโกดังเก็บขยะเท่านั้น


จะยอมเป็นคนเก็บขยะไปนั่งคุ้ยของในโกดังคุณพีครับ  :supergrin:
ได้ขึ้นไปกท.เมื่อไหร่จะไปรบกวนครับ

pee