• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
18 August 2019, 11:38:49 pm

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


ไม่เพราะ ก็ต้องฟัง

Started by pee, 12 June 2010, 03:46:24 am

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

pee



ตัวอย่างของเหตุการประวัติศาสตร์ที่รัฐบาลโดยกระทรวงต้นสังกัดไม่เคยทราบและคิดจะทำอะไรต่อ
ห้าศิลปินแห่งชาติ ร่วมบรรเลงในงาน 55 ปีราชบัณฑิตสถาน นับปีแล้ว ตรงกับ 2531

วีดีโอทำเองของเอกชน
https://www.youtube.com/user/konjanart1/videos
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=kamwarn&month=24-02-2008&group=10&gblog=1
คุณภาพไม่เต็มร้อย แต่คุณค่าเกินร้อย

K. PJ

คลิปนี้ร้องและทำนองสุดยอดจริงๆ​ ครับ​ ดูจากผู้เล่นก็ทำนายได้ล่วงหน้าว่า​ คลิปต้องไม่ธรรมดา

ผมว่ากระทู้นี้น่าจะชื่อ​ "อัด​มาไม่ดี​ ก็ต้องฟัง" มากกว่าละมั้งครับ?

jon che

21 March 2016, 01:24:40 am #102 Last Edit: 21 March 2016, 01:36:14 am by jon che
www.youtube.com/watch?v=QW4PIb5eRRc
โดย จารุณี ใจแก้ว
"ไพรวัลย์ ลูกเพชร (14 ธันวาคม พ.ศ. 2484 - 17 ตุลาคม พ.ศ. 2545) มีชื่อจริงว่า สมนึก นิลเขียว นักร้องเพลงลุกทุ่งชาวตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เข้าสู่วงการจาการที่พ่อแม่นำไปฝากคณะลิเกเมืองเพชร แต่ใจไม่รัก จึงไปสมัครวงดนตรีบางกอก ช่ะ ช่ะ ช่า ของครูสมพงษ์ วงศ์รักไทย และครูชุติมา สุวรรณรัตน์ เมื่อวงบางกอก ช่ะ ช่ะ ช่า ยุบวงลง ครูได้นำไปฝากกับวงดนตรีของสุรพล สมบัติเจริญ ซึ่งแต่เพลงและอัดแผ่นเสียงให้ เพลงที่มีชื่อเสียงเช่น คำเตือนของพี่, ดาวบ้านนา, แม่ผักบุ้งบ้านดอน, เสียงจากไพรวัลย์, คำประณาม

ต่อมาไพรวัลย์ ลาออกจากวงของครูสุรพล และตั้งวงดนตรีเอง มีผลงานโด่งดังจากเพลงคู่จากการประพันธ์ของครูไพบูลย์ บุตรขัน เช่น มะนาวไม่มีน้ำ, กีฬารัก, ไม่รู้ไม่ชี้ และได้แสดงภาพยนตร์ไทยหลายเรื่อง และร้องเพลงนำในภาพยนตร์ เช่น มนต์รักลูกทุ่ง, มนต์รักแม่น้ำมูล, ชาติลำชี, เพลงรักบ้านนา

ไพรวัลย์ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน ในปี พ.ศ. 2514 จากเพลง "เบ้าหลอมดวงใจ" ของครูไพบูลย์ บุตรขัน รางวัลเสาอากาศทองคำพระราชทาน ในปี พ.ศ. 2521 จากเพลง "ไอ้หนุ่มตังเก" ของครูชลธี ธารทอง และได้รับรางวัลพระราชทาน จากงานกึ่งศตวรรษลูกทุ่งไทย จากเพลง "มนต์รักลูกทุ่ง" ของครูไพบูลย์ บุตรขัน และเพลง "ไอ้หนุ่มตังเก" ของครูชลธี ธารทอง ในปี พ.ศ. 2532

ถูกลอบยิง
ราวปี พ.ศ. 2528 ไพรวัลย์ ลูกเพชร มีข่าวพัวพันกับคดีฆาตกรรมนายอุทัย ถัดหลาย โดยมีชนวนเหตุมาจากการที่นางวรรณา ชูเปีย ผู้กว้างขวางในสถานีขนส่งหมอชิตและเป็นหญิงคนสนิทของไพรวัลย์ ได้ร่วมขบวนการปลอมตั๋ว บขส. แต่ถูกนายอุทัย ที่เป็นช่างเครื่องจับได้ จึงทำการขู่แบล็คเมล์นางวรรณา สร้างความไม่พอใจให้นางวรรณา อย่างมาก หลังจากนั้นนายอุทัย ถัดหลาย ถูกยิงเสียชีวิต โดยนายบุญส่ง สิทธิน้อย มือปืนที่ตกเป็นผู้ต้องหาให้การซัดทอดไพรวัลย์ ลูกเพชร (ในเวลาต่อมาศาลฎีกาตัดสินยกฟ้องนายบุญส่งในคดีฆาตกรรมนายอุทัย)

หลังเกิดเหตุที่นายอุทัย ถูกยิงเสียชีวิตไม่นาน ขณะที่ไพรวัลย์ ลูกเพชรกำลังขับรถยนต์ยี่ห้อวอลโว่เพื่อไปทำธุระ โดยมีนางวรรณา ชูเปีย สาวคนสนิทโดยสารไปด้วยได้ถูกคนร้ายลอบยิง ในพื้นที่ สภ.ปากเกร็ด ทำให้นางวรรณา เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ส่วนไพรวัลย์ถูกยิงที่ต้นคอ และถูกนำส่งร.พ.ชลประทาน แม้แพทย์จะสามารถช่วยชีวิตไว้ได้ แต่เนื่องจากประสาทไขสันหลังขาด ทำให้ไพรวัลย์ ลูกเพชรเป็นอัมพาตครึ่งตัว แต่ยังนั่งรถเข็นบันทึกเสียงและตระเวนร้องเพลงบนเวทีต่อไป

ชีวิตส่วนตัว
ไพรวัลย์ ลูกเพชร มีบุตรชายและบุตรสาวที่เกิดกับวิภารัตน์ เปรื่องสุวรรณภรรยาคนแรก 2 คน คือเลิศชาย และวิรัตน์ตา ลูกเพชร และมีบุตรชายที่เกิดกับนางพรรณี ภรรยาคนสุดท้าย 1 คน คือนายกฤติวุฒิ ลูกเพชร"
จาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เป็นเพลงของนักร้องท่านนี้ ที่ผมชอบฟังถัดจาก "นิราศรักนครปฐม" ครับ
"... โอ้ คุณไพรวัลย์ คุณอย่าไปเชื่อ ขี้ฮกทั้งเพ..." :D

pee

ผมเคยพูดเรื่องนี้ไปแล้ว ขอพูดซ้ำหน่อย

ผมเริ่มอ่านหนังสือพิมพ์เมื่อเริ่มมัธยมที่อำนวยศิลป์ อ่านบ่อยก็คือ "พิมพ์ไทย" ดูหมือนจะอ่านตามพี่ชาย ปรากฏว่าชอบอ่านคอลัมน์มากกว่าพาดหัว เพราะได้สาระสมใจ

ครั้งหนึ่งในหน้าบันเทิง มีคอลัมน์หนึ่งบ่นเสียดายฝีมือของครูเพลงที่ล้มหายตายจาก จะเนื่องจากมรณกรรมของท่านใดท่านหนึ่งในช่วงนั้นกระมัง เขาเลยบอกว่า ควรบันทึกเสียงเพลงเหล่านี้เอาไว้ แนะนำวิธีพร้อมค่าใช้จ่ายไว้ด้วย

ให้พาครูเพลงไปฮ่องกง ซึ่งมีห้องอัดดีที่สุดของเอเซีย ค่าเครื่องบินไปกลับไม่กี่บาท ค่าห้องพัก ค่าเช่าสตูฯ....รวมๆ แล้ว ก็ตกท่านละหมื่นกว่าบาท (ตอนนั้นน้ำมันซุปเปอร์ ลิตรละสองบาทห้าสิบ ทองบาทละ 470 บาท) ทำไว้สิบท่านก็แสนกว่า ...มากกว่านั้นก็คูณไป

ผมอ่านแล้วประทับใจมาก นับถือนักหนังสือพิมพ์คนนั้นอย่างจริงใจ แต่ไม่มีใครสักคนยอมสานต่อ รวมทั้งนักหนังสือพิมพ์ท่านนั้น

ต้องรอจนคุณอเนก นาวิกมูลเรียนจบ มาทำงานให้คุณบุญชู ที่แบ้งค์กรุงเทพ กับพี่เนาวรัตน์ จึงมีการบันทึกเสียงแบบนี้เกิดขึ้น...ตอนนั้น ปรมาจารย์รุ่นหลวงไพเราะห์เสียงซอ ท่านก็ไปเฝ้าพระอินทร์กันหมดแล้ว




jon che

ช่วงนี้เอา mp3 เพลงเก่าๆ มาฟัง ชอบเพลงนี้ครับ

www.youtube.com/watch?v=Ym1SP_V8SWE
โดย Jirawan Buajeeb

เรื่องราวของครูเพลงที่เขียนเพลงนี้ครับ น่าสนใจดีครับ
..."ทำไร่ไม่รุ่ง"

สันต์ ศิลปะสิทธิ์ ในวันนั้น หรือ สัญญา จุฬาพร ในวันนี้พูดเหมือนเหนื่อยหน่ายชีวิต

การทำไร่ที่อาศัยพันธุ์ข้าวโพด ปุ๋ย ยา จากนายทุน แล้วขายผลผลิตเมื่อเก็บเกี่ยว อันเป็นการทำไร่แบบพันธสัญญา แบบไทย ๆ ที่เปิดโอกาสให้นายทุนเอาเปรียบเกษตรกร และไม่มีทางที่เกษตรกรจะลืมตาอ้าปากได้ สันต์ ศิลปะสิทธิ์ ทนก้มหน้าทำไร่ข้าวโพดอยู่เพียงปีเดียวก็เริ่มมองหาทางออกให้ชีวิต

เมื่อวงดนตรีจุฬารัตน์ ของ ครูมงคล อมาตยกุล มีนักร้องชูโรงอย่าง ทูล ทองใจ, พร ภิรมย์ กำลังดังสุดขีด ปอง ปรีดา ที่โด่งดังมานมนาน "กุงกาดิน" ชื่อนักร้องของ ครูนคร ถนอมทรัพย์พร้อมด้วย วันทนา สังข์กังวาน ประจวบ จำปาทอง ขณะที่ยังไม่มีแววของนายห้าง ได้เดินสายมาทำการแสดงที่โรงภาพยนตร์ที่ปากช่อง เขาจึงนำเพลงที่แต่งไว้ในช่วงที่ทำไร่ และร้องคร่าว ๆ ให้ "ครูมงคล" ฟัง เพลงนี้คือเพลง กระท่อมชาวไร่ เนื้อร้องมีว่า

พี่นี้ไม่มีสมบัติพัสถาน ที่จะบันดาลวิมานห้องหอ มีเพียงกระท่อมไม้ไผ่ ของชาวไร่มอซอ....

เมื่อครูมงคลตอบตกลง เขาจึงอำลาไร่ข้าวโพดเข้ากรุง ตรงไปที่สำนักงานย่านวัดโบสถ์ สามเสนและร่วมงานกับจุฬารัตน์ และที่นี่ ครูมงคล ได้เปลี่ยนชื่อให้ สันต์ ศิลปะสิทธิ์ เป็น "สัญญา จุฬาพร" และที่นี่อีกเช่นกัน ที่ทำให้สัญญา จุฬาพร ได้รู้จักกับ "นพดล ดวงพร" ซึ่งขณะนั้นยังเป็นนักร้องจุฬารัตน์

สัญญา จุฬาพร ได้แต่งเพลงให้กับ นพดล ดวงพร ซึ่งเป็นเพลงที่ได้เค้าทำนองมาจากลาว ที่นำมาให้โดยตัวนพดล จนเป็นเพลง หนุ่มอุบล ดังเนื้อร้องมีว่า

... เดือนหก นกกาเหว่ามันฮ้อง ยูงทองออกมาร้องรำแพน จากถิ่นหากินไกลแดน นกยูงรำแพนจากแดนมาไกล

ครูสัญญา จุฬาพร ในวัย ๘๐ ที่ยังดูแข็งแรงแม้จะเดินเหินไม่ค่อยสะดวกนัก ต้องถือไม้เท้าเดินไปมา แต่ใบหน้าท่านยังอิ่มเอิบ และระบายยิ้มเสมอ

พอถามว่า รู้สึกอย่างไรกับการที่มีคนเห็นคุณค่าและยังไม่ลืมเรา จัดงานให้วันนี้ ท่านบอกว่า "ปลื้มใจที่มีวันนี้ ที่มีการจัดงานให้กับคนรุ่นเก่า ๆ ที่เริ่มจะหายไป การร้องรำทำเพลงภาษาอีสานของเราเริ่มหายไป หากสืบทอดกันไว้ก็จะดี"

พอถามถึงวงการลูกทุ่งสมัยก่อนกับสมัยนี้ต่างกันไหม ท่านบอกว่า "ต่างกันมาก ทุกวันนี้เขาจะประยุกต์เข้าสู่สากลมากขึ้น ในขณะที่สมัยก่อนจะรักษารูปแบบ และคำไทย การเอื้อน เอาไว้หมดแต่จะว่าไป ทุกอย่างเป็นไปตามยุคสมัย ประเทศไทยก็เป็นแบบนั้น หากไม่ดีจริงก็จะอยู่ไม่ได้ ของเก่าแม้จะเก่าแค่ไหน หากดีจริงก็ยังมีคนฟังอยู่"

"อยากฝากไปถึงเด็ก ๆ รุ่นหลังว่า แต่งเพลงเขียนเพลง ให้คิดถึงความเป็นไทย อย่าให้โป๊ อย่าให้เปลือยมาก เอาแต่พองาม สนุกสนานได้ เสียดสีสังคมได้ แต่ต้องรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของเรา นึกถึงเด็กรุ่นหลังต่อไปด้วย เราเขียน เราแต่งเพลง แต่เด็กเป็นคนเสพ เป็นคนฟัง เขาจะเป็นอย่างไร กว่าเขาจะคิดเองได้ก็นาน"

"การเข้าสู่วงการบันเทิงสมัยนี้ง่ายไป สมัยก่อนแต่ละคนกว่าจะดังได้ ต้องคอยถือกระเป๋าตามครูเพลง คอยทำงานให้ครูเพลงก่อน อย่างทูล ทองใจ, ปอง ปรีดา กว่าจะได้ร้องหน้าเวที ก็ต้องช่วยงานในวงก่อน แต่เด็กทุกวันนี้แค่ประกวดออกทีวีก็ดังแล้ว แต่ดังเร็วไปเร็ว เพราะพื้นฐานยังไม่ดี แต่หากดีจริงเก่งจริงก็จะอยู่ได้นาน แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกดังเร็ว ไปเร็วมากกว่า"

"ทุกวันนี้สื่อมันเยอะ ทีวี ดาวเทียม อินเตอร์เน็ต แต่ดังช้าเร็วไม่ว่ากัน แต่อยากจะให้รักษาความดีความเก่งของตัวเองเอาไว้นาน ๆ ศิลปินเยอะก็จริง แต่มีคนคุณภาพไม่กี่คน อยากให้เด็กรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่รักษาคุณภาพเพื่อจะได้ทำให้วงการบันเทิงบ้านเราดี และสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้สังคมยิ่งขึ้น"...
จาก http://e-shann.com/?p=3105 โดย แดง ชบาบาน

jon che

อีกเพลงครับ
www.youtube.com/watch?v=cHdcQ6JniFQ
โดย rukchon
...เพลงเว้าสาวอีสาน ดัดแปลงทำนองมาจากเพลงพื้นเมืองภาคอีสาน คำร้องโดย อาจินต์ ปัญจพรรค์ (๒๔๗๐-ปัจจุบัน) ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. ๒๕๓๔ ทำนองโดยสง่า อารัมภีร (๒๔๖๔-๒๕๔๒) ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล) พ.ศ. ๒๕๓๑ .....
จาก ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ อัจฉริยศิลปิน ขับร้องเพลงทำนองไทยได้หลายรูปแบบ ล้วนแต่ไพเราะน่าฟัง..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/402916

jon che

www.youtube.com/watch?v=zW7niA5glGI
โดย Tee Teerapat

รำวงหนุ่มบ้านแต้
ผู้ขับร้อง : ศรีสุดา รัชตะวรรณ-เลิศ ประสมทรัพย์ นำหมู่
คำร้อง สุรินทร์ ภาคศิริ
ทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนาน นำมาจากทำนองพื้นเมือง

สร้อย) เดียนฮกนกกาเหว่ามันฮ้อง
นกยูงทองมันมาฮ้องว่อนวี
จากไปสะหวี วี่ วี (รับ)
ถ้าบุญเฮามีคงจะได้เชยชม
ถ้าบุญเฮามีคงจะได้ชมเชย

ช.) พ.ศ.สองพันห้าร้อย สาวซำน้อย แม้ได้คู่อุดร
เลิกเรียนเจ้าคงเปลี่ยนใจฟ้อน (รับ)
บ้านแต้สำออนนกยูงหอนนั่นไง (รับ)
ญ.) เสียใจบ้านอยู่ไกลไปห่าง ป่าฮ่างเห็นอยู่ไวไว
สักขะยานน้องขี่ไม่ไหว (รับ)
บ้านแต้แสนไกลคงไม่ได้เจอะกัน (รับ)
.....สร้อย
ญ.) จากกันตั้งแต่วันที่ห้า นัดกันว่าจะมาหาที่เนิน
อ้ายอย่าซิว่าหลายเด้อ
ซิเฮ็ดเป้อเซ่อ คือกระด้งฟัดข้าว
หนุ่มบ้านแต้ฮักไม่แน่เหมือนเฮา (รับ)
เปรียบก็เหมือนเจ้าที่ดูเขาแล (รับ)
ช.) แต่ก่อนน้องฮักกับพี่ เดี๋ยวนี้น้องไปฮักกับไผนั่น
เมื่อไม่ฮักก็ส่งจดหมายคืนกัน (รับ)
ไปฮักผู้ได๋นั่น หาล่ะเผิ่น หาล่ะเผิ่น
.....สร้อย
ญ.) ยามเย็นตะเว็นแล่ๆ ผู้บ่าวบ้านแต้ขี่รถสักขะยาน
ขี่ไปถลาขึ้นโพน (รับ)
จั๊กว่าปีนหลือโตน ขาซี้ป่างง่าง (ขาซี่ขาซี่ป่างง่าง)
ช.) สายัณห์ตะวันแล่ๆ สาวบ้านแต้ใส่เสื้อบั้กกะแหลง
เมื่อยาม เราขึงกลองแลง (รับ)
ใส่เสื้อบั้กกะแหลงล่ะไปสหวีวี่วี (รับ)
........สร้อย

โดย สุนทรีย์บันเทิงและศศิธรารัตน์

จาก http://www.websuntaraporn.com/suntaraporn/lyric/postlyric.asp?GID=1471

jon che

ประวัติ....สุรินทร์ ภาคศิริ....ศิลปินมรดกอีสาน
โดย Sakarin

นายสุรินทร์ ภาคศิริ  มีชื่อจริงว่า ชานนท์ ภาคศิริ ชื่อจัดรายการวิทยุ ทิดโสโปข่าว หรือ ทิดโส สุดสะแนน  เกิด พ.ศ.2485 ที่อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบันคือ อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ จบการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 6 (ม.6 เดิม) จากโรงเรียนอำนาจเจริญ พ.ศ.2503
           
            มีพรแสวงและพรสวรรค์ในการประพันธ์มาตั้งแต่เด็ก เพราะได้มีโอกาสเรียนรู้จากคณะละครอุลิตราตรีศิลป์ และคณะเทพศิลป์ 2  ที่ไปปักหลักเปิดการแสดงที่บ้านต่างจังหวัดสมัยเรียนมัธยมปีที่ 3  และเริ่มแต่งกลอน นวนิยาย เรื่องสั้น และแต่งเพลงเชียร์กีฬาของโรงเรียน  พอจบ ม.6 จึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตามหาความฝันของชีวิต ศึกษาด้านการเป็นนักร้องนักประพันธ์ด้วยการอาศัยชาคากุฏิวัดนรนารถสุนทริการาม เทเวศร์ พึ่งใบบุญข้าวก้นบาตรพระ มีอุปสรรคด้านการศึกษาเล่าเรียน จึงหันมาแต่งเพลง ประพันธ์กลอน เรื่องสั้น และฝากตัวเป็นศิษย์ของครู ก.แก้วประเสริฐ  ครูเพลงชื่อดังในยุคนั้น ได้รับการสนับสนุนอย่างดี ขณะเดียวกันก็ได้สอบเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรมราชทัณฑ์ กระทรวงมหาดไทย จึงหมดโอกาสที่จะเดินสายเป็นนักร้อง หันมาเอาดีกับงานประจำและแต่งเพลง มีผลงานให้กับนักร้องดังในสมัยนั้นเริ่มจากผลงานชิ้นแรก คือ คนขี้หึง ขับร้องโดย ชื่นกมล ชลฤทัย  เพลง คนขี้งอน ร้องโดย ไพรวัลย์ ลูกเพชร เพลง เมษาอาลัย ร้องโดย หมาย เมืองเพชร และเพลง เต้ยเกี้ยวสาว ขับร้องโดย กบิล เมืองอุบล ซึ่งเป็นเพลงที่สร้างชื่อด้วยแนวการร้องแบบศิลปะของหมอลำ จากนั้นก็แต่งเพลงป้อนให้นักร้องดังๆ อีกหลายคน เช่น ศักดิ์ศรี ศรีอักษร, ไวพจน์ เพชรสุพรรณ, สนธิ สมมาตร, กาเหว่า เสียงทอง, ศรคีรี ศรีประจวบ, ศรชัย เมฆวิเชียร, เรียม ดาราน้อย, คณะรอยัลสไปร์ท, ศักดิ์สยาม เพชรชมพู, สันติ ดวงสว่าง, เอ๋ พจนา, สายัณห์ สัญญา, ชาย เมืองสิงห์ เป็นต้น  เพลงที่สร้างชื่อให้มากที่สุดคือ วอนลมฝากรัก, อ.ส.รอรัก, ทหารเกณฑ์ผลัด 2, หนาวลมที่เรณู, ทุ่งกุลาร้องให้, หอมกลิ่นดอกคำใต้, หนุ่ม น.ป.ข., ลำกล่อมทุ่ง

             รางวัลเกียรติยศที่ได้รับ 

ปี 2514  รางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
             เพลง งานนักร้อง ขับร้องโดย พรไพร เพชรดำเนิน

ปี 2534-2538 รางวัลเพลงลูกทุ่งดีเด่นจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
             เพลง ทุ่งกุลาร้องให้ ขับร้องโดย ศักดิ์สยาม เพชร ชมพู
             เพลง หนี้กรรม ขับร้องโดย สุมิตร สัจเทพ และยุพิน แพรทอง
             เพลง หนาวลมที่เรณู ขับร้องโดย ศรคีรี ศรีประจวบ

ปี 2551 ศิลปินมรดกอีสาน สาขาวรรณศิลป์ ประเภทประพันธ์เพลง (ลูกทุ่ง) จากหอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ข้อมูลจาก: หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น



    พูดถึงครูสุรินทร์แล้วถือว่าเป็นนักเพลงลูกทุ่งอีสานรุ่นบุกเบิกคนหนึ่งซึ่งรอยต่อระหว่าง เบญจมินทร์ ซึ่งเป็นชาวอุบลราชธานี ในภาพนักร้องเบญจมินทร์ โดดเด่นทั้งความเป็นนักร้อง นักแต่งเพลง นักเขียนบทและผู้กำกับภาพยนตร์ และเบญจมินทร์คือ ต้นแบบเสียงของสุรพล สมบัติเจริญ

    ยุคที่เพลงอีสานแผ่วงกว้างในวงการเพลงลูกทุ่งนั้น นักร้องหลายๆ คนได้เพลงจากครูสุรินทร์ เช่น เทพพร เพชรอุบล,ศักดิ์สยาม เพชรชมพู,สนธิ สมมาตร และดาว บ้านดอน เป็นอาทิ

     จะว่าไป ถ้าบอกว่าเมืองนักร้องต้องสุพรรณบุรี อันนี้ไม่เถียงใดๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้าถามว่าอีสานมีพลังในบทเพลงสูงอยู่อุบลราชธานี (รวมทั้งอำนาจเจริญด้วย) นักแต่งเพลงลูกทุ่งอีสานที่เป็นธารกระแสในยุคยังไม่เรียกว่าเป็น "ลูกทุ่ง" แต่ยังเป็น "เพลงตลาด" เริ่มจาก " เบญจมินทร์" ที่นำวงรำวงเข้ามาในเพลง "รำเต้ย" เป็นต้นมา

จนมายุคครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา - สุรินทร์ ภาคศิริ ที่มีนักร้อง ๔ เด็ดเพชรอีสานเป็นขุมกำลังสำคัญ

แต่ต้องไม่ลืมว่าเพลงดังๆ ในเรื่อง "มนต์รักลูกทุ่ง" ของรังสี ทัศพยัคฆ์ นั้น นอกจากเพลงครูไพบูลย์ บุตรขัน แล้ว เพลงของ สุรินทร์ ภาคศิริอยู่หลายเพลงเช่นกัน

นอกจากนี้ครูสุรินทร์ ถูกกล่าวขานกันในวงการเพลงลูกทุ่งว่าเป็นคู่แฝดแห่งวงการกับ ครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา นักแต่งเพลงรุ่นพี่ชาวอุบลฯ

อีสานมีนักร้อง นักแต่งเพลงมากมายแล้วจะฟูมฟายอะไรกับความคิดที่ถูกสร้างกลให้ว่าตัวเองไม่มีพลัง แต่พลังยังเต็มเปี่ยมอยู่บนความเป็นพลังลาวคักๆ อยู่เต็มภูมิ

จาก http://saisampan.net/index.php?topic=3075.0

jon che



เครดิตภาพ : เคณ
นางแบบ  :  เสื้อห้อยตัวเก่งของแม่สีไฟ
จาก http://www.oknation.net/blog/ting/2007/06/28/entry-1

เสื้อหมาก (บัก) กะแหล่ง ครับ :D

trens

ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ... อยากให้ดู+ฟังคลิปนี้


Sadly, he's no longer. As a young boy some of my friends and I, mostly when we bunk off school, would follow him and his gypsy band as they were making their way through town . He was blind and could not walk, but played like a titan. He was honoured with a statue in his home town Kowary (Poland). The only statue in honour of a gypsy that I've ever heard of.
เขาไม่มี...แต่ผมมี
ທ່ານບ່ມີ...ແຕ່ຂ້າພເຈ້າມີ

jon che