• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
18 June 2019, 06:53:50 am

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


เรื่องทั่วๆ ไป เกี่นวกับหลอดครับ

Started by K. PJ, 26 April 2002, 07:29:55 pm

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

K. PJ

เรียนคุณอาร์ท ผมเข้ามาในWeb นี้ทุกวันดูมันเงียบเหงาจังครับ (ใน DIY) อยากอยากได้ความรู้จากที่คนอื่นถามเกี่ยวกับหลอดก็ไม่มีเลยในช่วงนี้ ผมขอถามเลยนะครับจาก Project 300B ที่ตอบมาผมรบกวนนถามต่อนะครับ แต่ถ้ามีหนังสือดีๆ ในเมืองไทย กรุณาบอกแหล่งซื้อให้ด้วยครับ ถามมากก็เกงใจ ก็ถูกสอนมาให้ช่วยเหลือตัวเองก่อน. จากคำตอบครั้งก่อนดังนี้

“””หลอดอีกกลุ่มคือพวก tranmitting tube หรือพวกหลอดเครื่องส่งวิทยุ พวกนี้จะออกแบบมาให้ grid สามารถเป็น + ได้ เพราะใช้งานแบบ Class C ครับ (ใช้ในงานส่งวิทยุ ไม่เกี่ยวกับ Audio Freq ครับ แต่ถ้าต้องการรู้ก็ถามมาได้ครับ) และต้องการกำลังส่งสูงๆ หลอดพวกนี้จะต้อง Bias แบบ A2 ครับ คือ Bias ด้วยแรงดัน - ต่ำๆ หรือ Zero bias หรือบางหลอดอาจจะ Bias ด้วยแรงดัน + เลยก็มีครับ ทำให้มีกระแส grid ไหลตลอดเวลา เพราะฉะนั้นหลอด drive ต้องจ่ายกระแสได้และมี impedance ที่ต่ำพอ โดยมากจะใช้วงจร cathode follower ครับ หลอดอย่าง 807, 811A, 813 พวกนี้ จะเป็นหลอด Transmitting ครับ มันเหมาะกับการทำงานใน Class A2 มากกว่า A1 ครับ หลายๆ คนจะบอกว่าหลอด 807 นั้นเหมือน 6L6GC และใช้แทนกันได้ ผมคิดว่าถูกครึ่งหนึ่งครับ คือมันทำงานแทนกันได้ แต่จะไม่ได้ประสิทธิภาพของ 807 อย่างแท้จริงครับ””

1. ผมกับมาดู Curve ของ 6L6GC กับ 807 ซึ่งสามารถ ใช้ Class A2 ได้เช่นกัน คือ Control Grid ได้ถึงแดน + เท่ากัน 15 v. ผมยังไม่เข้าใจถึงความแตกต่างอย่างที่บอกครับ แต่เคยอ่านพบว่า 807 เพื่อป้องกันไฟแรงสูงจึงย้าย Plate ขึ้นไปอยู่ข้างบน
2. ผมดูจาก Curve ช่วงที่จะเกิด Distortion น้อยที่สุดคือช่วง +15v. ถึง –45v. ฉะนั้น ควร ปรับ Bias ไว้ที่  -15v. จะทำงานใน Class A2 ได้เหมาะสมที่สุด ถูกต้องหรือเปล่าครับ?
3. จากข้อ 2. ถ้าใช้ไฟ B+ 600v. ตามที่แนะนำ ควรใช้ OPT กี่ K? และ ได้ Power เท่าไร? ผมดูจาก Curve ใน Triode mode ดูมันน้อยจัง แต่ถ้าคำนวลตามในหนังสือ Se-ed แล้วมันน่าจะได้มากกว่านี้ มันอย่างไรกันแน่? ในการขนานหลอด Power เพื่อให้ได้กำลังมากขึ้น เกิดผลเสียอย่างไร? เป็นค่านิยมหรือเปล่าถ้า Class A SE ต้องหลอดเดี่ยว ผมไม่ชอบทำอะไรตามกระแสโดยไม่มีเหตุผล (กำลังคิดจะลองขนาน 6550 ดู จะได้กำลังมากกว่า 807 มากไหม?)
4. ใช้ Cathode Follower จะใช้ต่อออกจาก Cathode ของ Stage #2 12Au7 ซึ่งผมต้องเปลี่ยนเป็น Auto. Bias ก่อน แล้วจำเป็นต้อง ใช้ Condenser ด้วยไหม? ความเพี้ยน หรือ Grain ยังคงเดิมไหม?
5. จากข้อความ “”ใช้งานแบบ Class C ครับ (ใช้ในงานส่งวิทยุ ไม่เกี่ยวกับ Audio Freq ครับ แต่ถ้าต้องการรู้ก็ถามมาได้ครับ)”” อยากรู้ตรับ แบบสั้นๆ ก็ได้ครับ
6. ผมอ่าน Specification ของ 5R4 ไม่เข้าใจ Plate to Plate ไฟ AC. 1500v. หมายความว่าอย่างไร? คือ PT 750-0-750v. มันรับไหวหรือไม่?  ดู  Rated ในCurve DC 900v. 250 mA (ตัวเลขไม่มั่นใจว่าถูกต้อง)  หรือควรใช้หลอดอะไรกับ 845 ผมอ่าน Spec. หลอดไม่ค่อยมั่นใจ มีข้อมูลศึกษาได้ที่ไหน? ครับผมหาไม่พบ มันเหมือนศัพท์ช่าง การเดาอาจก่อความเสียหายได้ ผมยังมีคำที่ไม่ค่อยเข้าใจอีกมาก
ขอขอบคุณ มาล่วงหน้าครับ!!!!!

poj

K.PJ ลองสมัครเป็นสมาชิกของกลุ่ม TAOTN สิครับ DIYer จะอยู่ในนั้นเกือบทั้งหมดครับ ที่บอร์ดนี่ เขาจะไม่ค่อยได้เข้ามาคุยกันเท่าไร เพราะสมาชิก TAOTN บางท่าน ไม่สะดวกกับการใช้ webboard ครับ

สำหรับที่บอร์ดนี่ จะเงียบกว่ามาก  ผมก็อยากให้มาคุยกันที่นี่เหมือนกัน เพราะมีข้อมูล ความรู้ดีๆมากมาย  คนอื่นจะได้อ่านด้วย  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของสมาชิกในกลุ่ม TAOTN ด้วยครับ
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

Karin Preeda

ข้อ 1 กับ ข้อ 2 นี่ผมไม่มี curve ของ 807 ครับ เลยตอบไม่ได้

ส่วนข้อ 3 ที่ว่าขนานหลอดเพื่อได้กำลังเพิ่มขึ้น เป็นข้อดีที่ได้จากการขนานหลอดครับ แต่ข้อเสียคือตัว OPT จะพันยากขึ้นและมีขนาดใหญ่ขึ้นเนื่องจากต้องยอมให้กระแสไหลผ่านมากขึ้น ถ้าไม่ติดตรงนี้ก็จะเจอข้อเสียอีกข้อนึงคือการทำงานของหลอดที่ขนานกันจะไม่ทำงานเหมือนกัน 100% ตรงนี้บางครั้งก็ฟังออก ในขณะที่บ้างครั้งก็ฟังไม่ออกครับ

4 การใช้ cathode follower ไม่จำเป็นต้องใน C bypass ครับ gain ของ cathode follower จะประมาณ 0.9

5 class C จะ bias หลอด (หรือทรานซิสเตอร์) ให้ช่วง cut off อยู่สูงกว่า class B ครับ ต้องมีสัญญาณ input ที่แรง (มากกว่าเมื่อเทียบกับ class B) จึงจะทำให้มีสัญญาณ output

6 ใช่ครับ 750-0-750 คือ maximum ครับ แต่มันก็เกือบจะสุดความสามารถของมันแล้ว อีกวิธีนึงคือใช้ 5R4 สองตัว ต่อ plate เข้าด้วยกัน ก็จะกลายเป็น diode ตัวเดียว ซึ่งตอนนี้คุณก็ใช้หม้อแปลงที่ไฟสูงขึ้นอีกได้ เท่าไหร่นี่ก็คงประมาณไม่น่าจะเกิน 80% ของ maximum inverse plate voltage ครับ อันนี้เพื่อความปลอดภัยครับ

K. PJ

ขอขอบคุณในคำแนะครับ ผมยังมองภาพใน TAOTN ไม่ออกจะลองเข้าไปดูครับ ผมเป็นมือใหม่ ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่ค่อยเชื่อว่าเราจะทำได้เทียบเท่าของนอก (บางท่านในนี้อาจทำได้ดีกว่าของนอก ซะอีก… ผมก็กำลังพยายาม) ยากให้คนที่เป็นเหมือนผมเมื่อก่อนหน้านื้ (สองเดือนที่แล้ว) เชื่อว่าเราก็ทำได้ ผมก็มีเครื่องที่มียี่ห้อดีใช้อยู่ (ตอนนี้อยากจะขายซะแล้ว) และเมื่อฟังเปรียบเทียบ กับที่ทำเองแล้วก็ไม่แตกต่างกัน  แต่ราคาถูกกว่ากันมากๆ…  ช่วยประเทศชาติ ลดการขาดดุลย์การค้า ใช้อุปกรณ์ที่ยังมีอยู่ใน Stock เมืองไทยนี่แหละครับ เมื่อบ้านเมืองเรารวยขึ้นแล้วค่อยสั่งนอกกันครับ หากมีคนต้องการรายระเอียดการทำ Project ที่ผ่านมาของผม (ตามประสามือใหม่เหมือนกันนะครับ) บอกมาได้เลย (ขอแซว! คุณ Xex หน่อยนะครับ หายไปเลย เข้าใจเรื่อง Bias หรือยังครับ) คนที่เข้ามาในนี้ถ้าจับหัวแร้งเป็น อย่ากลัวทำไม่ได้ครับ ถ้าไม่ขี้เกรียด  จะซื้อของแพงกว่าทำไมครับ
ถึงคุณปรีดาครับ ข้อ 6 จะเป็น Half Wave Rectify หรือเปล่าครับ?

Karin Preeda

ใช่ครับ ถ้าใช้สองตัวก็จะกลายเป็น fullwave rectifier

Art

1. หลอด 6L6 นั้นถูกออกแบบมาเป็น Receiving tube ตั้งแต่ต้นครับ ไม่ได้คำนึงถึง Grid Current ต่างกับ 807 ที่ออกแบบมาเป็น Transmitting tube ครับ แต่ถ้าถามว่ามันน่าจะใช้ได้ไม๊ ตอบว่าได้ครับ แต่นั่นคือคุณต้องรับความเสี่ยงที่ Grid ของ 6L6 จะขาดด้วย
2. อันนี้ไม่ทราบเหมือนกันครับ
Art

Xex

เรียนคุณ PJ ผมยังไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ ก็แวบเข้ามาดูบอร์ดนี้ทุกวันแหละ ถ้าคุณพจน์มีสถิติก็น่าจะรู้แฮ่ๆ ส่วนเรื่อง Bias พอเข้าใจแต่ไม่กระจ่างคงต้องลองทำสักตัวถึงจะรู้ครับ ได้ไปงาน SOD5 ที่บ้านคุณวิทยา คนส่วนใหญ่สร้าง AMP หรือ int amp ก็จะใช้ Bias ด้วย DC ที่มาจากถ่าน ผมเองก็มึนๆเลยังไม่ถามอะไรมาก ได้แต่ใช้หู ฟังเปรียบเทียบไปเรื่อย ถูกบ้างผิดบ้างเป็นประสบการณ์ แต่อย่างหนึ่งก็คือ ดีใจที่พอฟังออกเรื่องความแตกต่างถึงแหมจะไม่ละเอียด เท่าไรนัก คราวหน้า เชิญมา Shoot out กันนะครับ

Art

คำว่า \"ของนอก\" นี่แหล่ะครับ ที่เป็นกำแพงกั้นไม่ให้นักเล่นหลายคนที่คิดอยากจะลองทำเองดูบ้าง ได้แต่นั่งมองครับ :angry: ผมกลับคิดว่า \"ของนอก\" ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย จะเครื่องอะไรมันก็ \"คน\" ทำเหมือนๆ กันครับ ถ้าเราศึกษาและพัฒนาตัวเองจนเก่งกว่า Designer ที่ออกแบบ \"ของนอก\" เหล่านั้น ทำไมเราจะทำเครื่องที่ดีกว่าไม่ได้ครับ :) แต่ก็อย่างที่รู้กันครับ ว่าต้องจ่ายเวลาออกไปเยอะเหมือนกันกว่าจะถึงจุดนั้น :sprachlos024:

\"คุณภาพเสียง\" ก็เป็นกำแพงเหมือนกันครับ :angry: ช่วงที่ผ่านมาผมได้สัมผัสกับ DIYer มือใหม่หลายคนครับ เวลาที่คุยกับผมเรื่องโครงงานจะทำ Amp หรือลำโพงซักชุดนึง ผมมักจะเจอคำถามว่า แล้วมันจะเทียบกับ....... ได้รึเปล่า? หรือว่าเสียงมันจะเหมือนกับ......... รึเปล่า? ผมก็มักจะตอบว่า ถ้าต้องการแบบนั้นก็ไปซื้อเอาสิ จะมาทำเองทำไม? :waffen017: ไม่มีใครจะมีโอกาสฟังเครื่อง DIY ตราบเท่าที่มันยังเป็นแค่ Idea ครับ ทางเดียวที่จะรู้คือต้องลงมือก่อนเท่านั้น (ฮ่า :lol:  อันนี้ขัดกับหลักของคุณพจน์ครับ เพราะต้องลงทุนก่อนถึงจะได้ฟัง :p) ประสบการณ์จะช่วยให้คุณทำตัวที่ 2 ได้ดีกว่าตัวที่ 1 เสมอครับ

พอดีวันนี้มี DIYer มือใหม่คนหนึ่งโทรมาถามผมเรื่อง Voight Pipe ที่ลงใน Audiophile ว่าจะไปสั่ง Driver ที่ Radioshack มาทำบ้าง เมื่อประมาณครึ่งปีที่แล้วผมแนะนำ Driver Full-range ที่คุณภาพดีกว่าตัวที่ใช้ในโครงงานนั้นมากให้ พร้อมออกแบบตู้ Voight Pipe ให้ไปด้วย แต่เค้าก็ไม่ตัดสินใจสร้าง ผมก็เลยถามกลับไปว่า \"ถ้าไม่ลงหนังสือมันก็ไม่น่าสร้างงั้นเหรอ?\"  ???
Art

poj

ไม่ขัดกับหลักการของผมหรอกครับ :)
คือ เรื่องการซื้อมาใช้ �กับ การ DIY นั้น เป็นคนละส่วนกันเลย

การซื้อมาใช้ ผมเน้นว่าควรลองก่อนซื้อ เพราะอยากยกมาตรฐานการบริการให้ดีขึ้น และ คนขายควรรับความเสี่ยงในการลงทุนแทนผู้ซื้อ �ไม่ใช่โยนทุกอย่างให้คนซื้อรับความเสี่ยงแทน �เขาได้กำไร เขาควรให้บริการที่ดี �ซึ่งแต่ก่อนวงการมันแย่มากๆในประเด็นนี้ และทุกวันนี้ ผมว่าเรายังต้องต่อสู้รณรงค์ในเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ

ส่วน DIY นั้น ไม่มีใครได้กำไร �มันมีความเสี่ยงก็จริง หากว่าสร้างมาเสร็จมันเสีย หรือ เสียงไม่ดี �เราก็เสียเงินฟรี �แต่ในขณะเดียวกันเราก็มีความรู้ติดตัวมากขึ้น และเอามาแชร์กับคนอื่นได้ด้วย �ดังนั้น ทกุคนที่เข้ามาในวงการ DIY จึงรับความเสี่ยงพร้อมกันทุกคน �หากไม่เข้าใจตรงจุดนี้ ผมว่า ก็อย่าเป็น DIYer เลย

ผลตอบแทนที่ได้ คงเป็นเรื่องความภูมิใจ และหากสร้างสำเร็จ �ก็ได้ของดีราคาถูกไว้ใช้ �และเป็น หนึ่งเดียว ที่เป็นของคนสร้างจริงๆ

ดังนั้น ผมจึงไม่ค้านเลยครับ แต่เห็นด้วยกับคุณอาร์ตทุกอย่าง
ส่วนคนที่จะเข้ามาในโครงงานต่างๆ ก็คงไม่มั่นใจเป็นธรรมดา �ซึ่งต้องทำใจตรงนี้ให้ได้ก่อน �หากว่าทำไม่ได้ �ก็ปล่อยให้เขาไปซื้อใช้ (เหมือนผม) �เถอะครับ �:) �เราแนะนำไป เราก็ไม่ได้อะไร �คนที่ขอคำแนะนำก็ควรจะเข้าใจตรงนี้ด้วย

** เพิ่มเติม **
ยกเว้น กรณีรับจ้างทำนะครับ  เหมือนที่รายหนึ่งเคยอ้างว่า ทำลำโพง copy ProAc Response 3.8 ได้ในราคาประหยัด โดยอ้างว่า ตัว driver หาซื้อในไทยได้อยู่แล้ว  แล้วใครอยากได้ ก็ให้จ่ายเงินมาล่วงหน้า

ถ้าเป็นกรณีอย่างนั้น ผมถือว่า ทำโดยแสวงหาผลกำไรแล้วครับ ในกรณีอย่างนั้น เขาสมควรจะต้องทำตัว Demo ขึ้นมาพิสูจน์ก่อนว่า ทำได้ดีจริงอย่างที่โฆษณาไว้ครับ  ไม่ควรบอกให้ลูกค้าเชื่อใจ หรือ เชื่อถือ ความเห็นของเขชา



[!--EDIT|poj|May 03 2002,08:45--]
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

K. PJ

ถึงคุณ Xex ผมพักร้อนไปหลายวัน จึงเขียนมาคุยช้าไปหน่อย เรื่อง Bias ผมอยากจะตอบคุณแต่บอกตามตรง ผมก็ยังไม่รู้เรื่องหลอดมากนัก บาง Wording ใน Tube Data Sheets ผมยังไม่เข้าใจทุกตัวอย่างแท้จริง ปกติผมจะทำอะไรต้องคิดว่ามีความรู้ 100% ก่อนจึงจะทำ แต่เรื่องนี้ มั่นใจเเค่ 50%
แต่ผลออกมาเกิน 100% ที่คาดไว้ ผมขออธิบายเรื่อง Bias ซึ่งนิยมทำกัน 2 วิธี คือ:- �1. Fixed Bias คือการต่อ Cathode ลง Ground แล้วใช้ไฟลบต่อ Bias เข้าที่ Grid (ชาว DIY �นิยมใช้ Battery ซึ่งจะทำให้เสียงนิ่งมากยิ่งขึ้น) � 2. Cathode Bias ใช้ Resistor ต่อ Cathode ลง Ground วิธีนี้ จะมีการคำนวณเล็กน้อย ไม่ทราบว่าเป็นจุดที่คุณ Xex ไม่เข้าใจจึงถามผมมาหรือเปล่า R ตัวนี้จะเกิดความต่างศักย์อยู่ค่าหนึ่ง เมื่อใช้ Volt Meter วัดคร่อมตัวมัน จากสูตร I = E / R เมื่อเรารู้ค่า R เราจะได้ค่า I ซึ่งค่า I นี้จะเป็นกระแสที่ผ่านหลอดโดยประมาณ และไม่ควรเกินค่าตาม Spec ของหลอดกำหนด ผมอยากให้คนไทยในช่วงเศรษฐกิจไม่ดีนี้ ทำของใช้เองเพื่อช่วยเหลือประเทศชาติ �มีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นว่าเราก็ทำได้ไม่ด้อยไปกว่าของนอก ก่อนหน้านั้นผมเคยกลัวมากใน 2 สิ่ง ในการสร้างเครื่องขยายเสียงเอง คือ 1. Hum เพราะเห็นเด็กที่โรงงานทำแล้วเกิดปัญหาและเขาก็ได้ใช้ไฟ DC เลี้ยงไส้หลอดแล้ว ผมได้ทดลองทำโดยใช้ไฟ AC เลี้ยงไส้หลอด Driver ไม่กล้าใช้ในหลอด Power แต่คุณอาร์ทให้ทดลองดูก็ปรากฏว่าได้ผลดีไม่พบเสียง Hum เลยแม้จะเร่ง Volume จนสุด (ขณะไม่มีสัญญาณ) 2. Tone Balance เพราะมีน้องที่โรงงานเขาไม่คิดจะทำเองเพราะกลัวเรื่อง Tone Balance แต่ถ้าคุณทำ Amp class A (SE) คุณจะใช้ R เพียง 2 ตัวเท่านั้นในหลอด Pre + Driver และ Cap Coupled อีกหนึ่งตัวต่อกับ Power tube มันเป็นอะไรที่ Simple มากๆ เพราะฉะนั้นคุณภาพของเสียงจะมาจากคุณภาพของหลอดที่ใช้จริงๆ คุณลองสังเกตของที่ขายเป็น Commercial นั้น ไม่ว่าของในหรือของนอกจะเป็นหลอดที่ผลิตขึ้นใหม่ จะไม่พบหลอด NOS เนื่องจากการหาหลอด NOS ให้ได้ Spec เดียวกันหลายๆหลอดไม่ใช่เรื่องง่ายในปัจจุบัน แต่คุณน่าจะพอหาได้สัก 2 หลอดไม่ยากนัก ผมเคยทดลองซื้อหลอดที่ Printing ลบหมดแล้วแถวบ้านหม้อ ราคาไม่กี่ร้อยบาทให้เสียงได้ดีกว่าหลอดสมัยใหม่ที่แพงกว่าด้วย �ผมคิดว่าด้วยเหตุนี้ชาว DIY จึงทำเครื่องเสียงได้ดีกว่าเครื่อง Commercial ผมได้ลงลักษณะการวางอุปกรณ์ไว้ให้ด้านบนซึ่งบางท่านอาจจะอ่านวงจรไม่เป็นหรือไม่รู้จะวางสาย Layout อย่างไร ขอให้ทำตามนั้นโดยเฉพาะสาย Ground สายชีว์ลควรเดินตามนั้นทุกจุด �หากมีปัญหาอะไร?ตรงไหน? ผมยินดีให้คำแนะนำทุกท่านที่เป็นมือใหม่ครับ! �สำหรับพวกมือเก่าหากพบจุดใหนผิดช่วยแก้ไขให้ด้วยครับ                                                                                  



[!--EDIT|K. PJ|Aug 6 2002, 12:45--]

Xex

ขอบคุณคุณ PJ มากครับที่ให้คำแนะนำ ถือว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งเลยครับ ยิ่งเห็นภาพที่คุณนำมา POST เป็นสีด้วย อ่านเข้าใจง่าย ครับ ก็คงต้องลองสักตั้งนะครับ จะได้ฟังของดีๆกับเขาบ้าง แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผมว่า มันก็มีความสุขอีกแบบครับ นี่ก็เพิ่งว่างเข้ามาเหมือนกัน ยังไงก็ต้องขอขอบคุณอีกทีนะครับ

K. PJ

…Your welcome! ครับ คุณ Xex. ผมก็เป็นมือใหม่ คิดว่าพอเข้าใจมีอใหม่เทมือนกันว่า ต้องการอะไร? ผมคิดว่า DIYers มือใหม่ถ้าได้เห็นแล้วจะมีความมั่นใจ เพราะมันไม่ยากอย่างที่คิด. ภาค Power Supply ไม่ได้เขียนมาให้ ถ้าทำไม่ได้ก็ Post มานะครับ มันไม่จำเป็นต้อง 380v. (ที่ใช้ขนาดนี้เพาะผมมีอยู่แล้ว ประยัทครับ) ถ้าได้สัก 450v. ก็จะดี สำหรับ 300B ถ้าหลอดนี้แพงไป จะใช้ EL34, 6550, KT88, 6L6 หรือ 807 ได้สัก 500-600v. ก็จะดี ทรือจะใช้หลอดเล็กๆ อย่าง EL84, 6V6 หรือ 2A3 ก็ลดไฟลงมา
…สำหรับ Resistor 270 Ohm. Drop ไฟ มาเลี้ยง Stage แรกของ 12AU7 ควรลองใช้ดูนะครับ ผมมีความรู้สึกว่า มันช่วยให้ Transparent ดียิ่งขึ้นมากกว่าตอนที่เปลี่ยนมาใช้ Battery มา Bias ซะ! อีก เพราะมีเพื่อนที่เข้ามาฟัง เขาถามเลยว่าทำอะไรกับมันอีก ผมชอบลองไปเรื่อยๆ หากมีอะไรก้าวหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไปครับ.
…เรื่อง OPT อย่างกังวลมากนักว่าสั่งทำเมืองไทยแล้วไม่ดี ผมว่าไม่ด่อยไปกว่าของเมืองนอกมากนักลองใช้ดูก่อนถูกกว่าของนอกเป็น 10 เท่า แต่เสียงไม่ห่างกันขนาดนั้น ผมมีแหล่งขอให้โทรมาถามดีกว่าครับ สิ่งที่สำคัญคือขอให้ใช้ลำโพง สัก 90 db ขึ้นไป ใช้CD ที่มี HDCD ก็จะเยี่ยมครับ
…คุณอาจจะซื้อหลอด NOS ที่แพงหน่อย ผมคิดว่าลงทุนไปเถอะ คุณไม่ต้องไปจ่ายค่ายี่ห้อดังๆ ที่จะแพงกว่าคุณทำเองเป็น 10 เท่าเหมือนกัน วงจรไม่สุดยอดเท่าเราทำเองหลอกครับ เคยเห็นเครื่อง Commercial ใช้ Battery มา Bias ใหมครับ? ผมไม่เคยเห็น
...ผมเคยอ่านเรื่องของคุณ Xex เรื่อง Spectrun Analyser คุณวัดเสียงด้วย ไมโครโฟน หรือ วัดสันญานที่ Out put ผมมี Real time specturm 2 channal ครับ อยากลองเช็คเครื่องที่ทำมาเมือนกัน ว่าหลอดแต่ละหลอดมี Harmonic แตกต่างกันอย่างไร? คงต้องหา Signal Gen. ป้อน หรือ Pink Niose ครับ?

poj

นอกจากจะไม่มั่นใจแล้ว  ยังมีปัญหาเรื่องเวลาด้วยครับ ที่ผมไม่รู้ว่า จะเอาเวลาที่ไหนมาศึกษา และ ทำมัน

ความรู้ทางอิเลคทรอนิคส์ของผมมีน้อยมาก และมันดูเป็นสิ่งลึกลับสำหรับผมไปหมด  การเริ่มต้นของผม คงต้องไปเริ่มที่ชั้นอนุบาล 1 กันเลยทีเดียว  ผมก้เลยถอดใจ :)

ดีใจกับ DIY ทุกคนด้วยที่ได้ใช้ของดีราคาถูก  ผมว่าสื่อ internet จะช่วยขยายคนกลุ่มนี้ให้เติบโตได้เร็วขึ้นเยอะ ผิดกับเมื่อก่อนที่ผมไม่เคยรู้เลยว่า มีพวก DIYer อยู่ในโลกใบนี้
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

Art

Do It for You ก็ได้ครับ คุณพจน์ ยังไงก็หลวมตัวรับปากไปแล้ว :D

ข้อมูลเสริมทางวิชาการนะครับ R 270 ohm ที่คุณ K. PJ ว่า จะทำงานร่วมกับ C ที่ต่อลง Ground หลังจาก R ตัวนี้ครับ รวมกันเรียกว่า Decoupling circuit ครับ
วงจร Decoupling นี้จะช่วยกรองสัญญาณรบกวนที่มาจากไฟเลี้ยง และ ช่วยแยกวงจรแต่ละ Stage ให้มีความเป็นอิสระจากกันครับ
1. การกรองสัญญาณรบกวนก็ทำงานเหมือน Supply Filter ทั่วไปครับ
2. การแยกวงจรให้อิสระกัน ก็เพราะว่าแรงดันที่อยู่หลังจาก R จะน้อยกว่าที่อยู่หน้า R เสมอครับ ดังนั้นเมื่อวงจร Stage หลังๆ ดึงไฟไปใช้ ก็จะดึงจาก Power supply เสมอไม่ไปดึงจากวงจร Stage หน้าครับ วงจร Stage แรกๆ จะสามารถขยายสัญญาณขนาดเล็กๆ ได้ดีกว่า รายละเอียดเสียงก็จะดีกว่าด้วย
Art

poj

ขอบคุณมากครับ
แต่ผมคงไม่รบกวนคุณอาร์ตถึงขนาดนั้น  หากว่าจะทำจริงๆ อาจจะแค่รบกวนขอให้จัดชุด KIT ให้  หรือ บอก list พร้อมแหล่งที่ซื้อให้ผมไปหา  แล้วผมมาต่อเอง  เพราะผมคิดว่า ผมไม่ควรเอาแต่ยื่นมือขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล โดยที่ไม่ได้ \"move my ass\" เลย

อีกอย่างต้องระวังฝ่ายค้าน อย่างคุณ pan ด้วย  เดี๋ยวแกจะเปิดอภิปรายผม โดยการยื่นกระทู้ด่วนเรื่อง  \"พจน์ทำผิดประเพณีที่ดีงามของ DIY อยากใช้แอมป์ DIY แต่ไม่ยอมทำเอง น่าไม่อาย กริ๊วๆ\"  :p
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

K. PJ

มีจุดไหนอีกครับที่จะ Improve ขึ้นมาอีกได้ ตอนนี้ผมใช้ RCA, JRC 5814A ปี 59, Black Plate, Triple Mica. ผมเคยลอง 12AT7 & 12AX7 ของ Telefunken, Mullard, Brimar, Amperex เปลี่ยนแทนของ อเมริกา แล้ว Improve เสียงได้ชัดเจนมากๆ มีใครจะกรุณาแบ่งปันได้บ้างครับ หาไม่ได้จริงๆ อยากจะขอแบ่งจากคุณ อาร์ท สักคู่ได้ไหมครับ?

Art

ตกลงครับท่านประธาน :)

เรียนคุณ K. PJ ครับ
ผมก็แนะนำไม่ถูกนะครับ คือว่าผมขี้เกียจไล่วงจรจากรูปน่ะครับ :) มีพวก schematic ไม๊ล่ะครับ?
พวก AT / AX นั้นผมไม่ค่อยมีเท่าไหร่ครับ ผมจะมีสะสมอยู่ 2 เบอร์คือ AU กับ 6SN7 เท่านั้นเองครับ ปกติผมจะซื้อแค่คู่เดียวเอาไว้ใช้เองครับ ผม Anti ระบบ \"เหมาไว้ก่อน\" ผมก็ต้องไม่ทำเองด้วยน่ะครับ ก็เลยไม่มีไว้แบ่งครับ
Art

pan

อ้าว ไหงมาพาดพิงผมอย่างนี้ล่ะครับ  :crazy:

จริง ๆ ผมต้องยื่นกระทู้ด่วนถึงคุณอาร์ตต่างหากครับ ที่เปลี่ยนระบบแจกพิมพ์เขียว อยากได้ทำเอาเอง มาเป็น Made to Order เฉพาะราย   น้อยใจจริง ๆ ทีผมละก็แจกแค่วงจรแบบร่าง แถมไม่เขียนซัพพลายให้ด้วย ฮือ ๆ  :p  :p

การประกอบวงจรตามแบบเป็นเรื่องไม่สนุกเลยครับ เสี่ยงทั้งตะกั่ว สุขภาพเสีย ถ้าไม่ชำนาญยังมีโอกาสต่อผิดให้ตูมตามเล่นอีกต่างหาก ถ้าเลือกได้ ผมก็จะซื้อใช้เหมือนกัน (ขู่เสียน่ากลัวใหมครับ  :blush:  )

poj

น่ากลัวทีเดียว  :eh:
นี่ถามจริง  คือ ถ้าผมมีอะไหล่อยู่ข้างหน้า แล้วผมก็เอามาเชื่อมๆต่อๆตามแบบนี่พอจะเป็นไปได้ไหมครับ  คือ หัด บัดกรี ผมคงพอจะหัดได้บ้าง  ถ้าซับซ้อนมากกว่านี้อีก ผมอาจจะหมดปัญญา
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

Xex

เรียนคุณ PJ
เรื่อง อุปกรณ์ Analyser นั้น โปรแกรม ที่ผมลงนั้นมี ฟั่งชั่นในการ ทดสอบ Pink noise อยู่ด้วยครับ แต่หลักการ ผมไม่แม่นเท่าไรว่า ค่าอย่างไร ถึงจะ หเหมาะสมถึงจะ ได้มาตรฐาน แต่อย่างว่าครับ Sound Card ไม่ดีก็ให้เสียงมาไม่เที่ยงตรงครับ ผมเคยวัด กราฟ สี่เหลี่ยม มัน เพี้ยนพอสมควร
เรียนคุณพจน์
ทำเลยครับผมเชียร์อีกคน  :aktion033: การทำ DIY นี่ถือว่าได้ความรู้ ของดีราคาถูก แล้ว แต่สำหรับคุณพจน์ ผมว่าเป็นพื้นฐาน ในการ ที่จะเลือกเครื่องเสียงคอมเมอร์เชียลได้ระดับหนึ่งครับว่ามาตรฐานการผลิตเป็นอย่างไร ย้อมแมวไหม แต่ก็อีกนั่นแหละ บางทีรู้มากไปก็ Bias ครับ เห็นของดีแล้วต้องเสียงดีตาม ผมเองว่า มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องไปทั้ง หมด มีคนเคยบอกว่า ทำเครื่องเสียงก็เหมอืนกับ การทำกับข้าว กุ๊ก เก่ง หยิบอะไรในตู้เย็นก็อร่อย แต่ถ้า กุ๊กที่ฝีมือทำอาหารไม่ได้เรื่อง ใช้ของดีก็อาจจะไม่อร่อยก็ได้ ครับ ผมเองเพิ่งสัมผัส โลก DIY ก็เป็นความสุขอีกแบบ หนึ่งเป็นงานอดิเรก เพลินอีกแบบครับ ไม่เชื่อถามคุณอาร์ทว่าทำไมชอบเดินบ้านหม้อ ฮา นัก DIY เมืองไทยนี่ ไม่เดินบ้านหม้อ นี่ก็ เป็นนัก DIY แบบ แปลกๆอยู่นะ ผมว่า อิๆๆ นี่ล่าสุดผมเพิ่งทำสาย Power ไป กับปลั๊กลอย เมื่อยมือมากเลยขอบอก ตอนนี้ที่บ้านห้องนอนนี่เป็น ปฏิมากรรมเลยก็ว่าได้ แม่บอกระวังไฟดูดนะลูก ฮะ ชักเสียวๆเหมอืนกัน แต่อย่างว่าก็ต้องระวังครับ