• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
21 November 2019, 05:20:10 am

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


ไปเที่ยวอิตาลีเอารูปมาฝากครับ

Started by Cherokee, 26 April 2007, 12:36:20 pm

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Cherokee

ไปเที่ยวอิตาลีมา 2 อาทิตย์ครับ  เอารูปและเรื่องมาฝาก  เดินจนขาลากเลยทริปนี้ ไปเองกับเพื่อนคนอิตาลีครับ มีเจ้าของประเทศไปด้วยก็เลยไม่ต้องลำบากไปงมเองมากนัก

ก่อนจะไปเที่ยวต้องเตือนไว้อย่างครับว่าให้ไปขอวีซ่าแต่เนิ่นๆ อย่างน้อยซัก 6 สัปดาห์ ระบบราชการอิตาเลียนนี่แย่กว่าระบบของไทยเยอะครับ  ใครบ่นระบบของไทยต้องลองเจอระบบอิตาเลียนหน่อยแล้วจะชมว่าของไทยมีประสิทธิภาพกว่าเยอะ แล้วบริการด้วยความเต็มใจมากกว่า  แล้วเวลาขอวีซ่าต้องโทรไปนัดล่วงหน้านะครับ จะตื่นแต่เช้าไปต่อคิวไม่ได้แล้ว และหมายเลขที่ให้ใช้ก็เป็นหมายเลขระบบ 1-900 นาทีละ 9 บาท  ไม่โทรเบอร์นี้ก็ไม่ได้ครับ ยังไงก็ต้องยอมเสีย โทรช้านัดช้าอาจจะอดไปเที่ยวนะครับ ของผมต้องอ้อนวอนกันแทบตายกว่าจะได้นัด  ก่อนจะไปยื่นให้เตรียมหลักฐานการจองที่พักที่โน่นไปแสดงด้วย เอาหลักฐานการจองตั๋วเครื่องบินไปแสดง พอได้แล้ววันรับเล่มให้เอาตั๋วเครื่องบินไปแสดงด้วย  เดี๋ยวนี้ไปประเทศในกลุ่ม EU ต้องมีประกันสุขภาพด้วยนะครับ ลองติดต่อพวกบริษัททัวร์เขาจะรับทำให้อยู่แล้ว

Cherokee

เข้าเรื่องดีกว่า  ประเทศอิตาลีเป็นประเทศที่มีความน่าใจเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม  มีความเป็นท้องถิ่นสูง   แต่ละภูมิภาคจะมีเอกลักษณ์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่ค่อนข้างแตกต่างกันอย่างมาก    มีประวัติศาสตร์ซ้อนทับกันหลายระนาบ  เช่นยุคก่อนโรมันเข้ามาปกครอง  ยุคโรมันรุ่งเรื่อง  ยุคศาสนจักรเฟื่องฟู  ยุคไบแซนไทน์  ยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการซึ่งเกิดขึ้นที่เมืองฟลอเรนซ์เป็นแห่งแรก ก่อนจะแพร่กระจายไปทั่วยุโรป   สมัยที่โรมันรุ่งเรือง ได้ยึดเอาแว่นแคว้นต่าง ๆ  เป็นปึกแผ่นกว้างขวาง   แต่เมื่ออาณาจักรโรมันเสื่อมอำนาจลง เมืองต่าง ๆ ก็แยกตัวเป็นอิสระ และเป็นเช่นนี้มาเป็นเวลานับพันปี   ทำให้แต่ละเมืองสร้างเอกลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเองขึ้นมา   จนกระทั่งเมื่อมีลัทธิรวมชาติสร้างประเทศขึ้นมาในศตวรรษที่ 19  แว่นแคว้นต่างๆ จึงได้รวมตัวกันเป็นปึกแผ่นจนเกิดเป็นประเทศอิตาลีขึ้น   ผู้นำในการรวมชาติก็คือการิบัลดี (Garibaldi)  ซึ่งเคยเป็นทหารอาสาไปรับจ้างรบในประเทศบราซิลก่อนจะหวนคืนประเทศของตน   ไปที่ไหนในอิตาลีก็จะเห็นรูปปั้นอนุสาวรีย์ของนายคนนี้แทบจะทุกที่ทุกเมืองไป โพสท่าในอิริยาบถต่างๆ   

ว่ากันว่าคนอิตาลีเองนอกจากเรื่องฟุตบอลโลกแล้ว พวกเขาแทบจะไม่มีความรู้สึกของความเป็นชาติอิตาลีเลย   เขาภูมิใจในท้องถิ่นของตนมากกว่าความเป็นชาติ  เขาจะแนะนำตัวว่าเขาเป็นชาวเมืองไหนแคว้นไหนมากกว่าจะบอกว่าเป็นคนอิตาเลียน    ท้องถิ่นต่างๆ ก็มีภาษาถิ่นของตน  ภาษากลางของอิตาลีที่แพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบันเป็นอิทธิพลของสื่ออย่างโทรทัศน์โดยแท้จริง   จากประสบการณ์ที่สัมผัสมาก็ต้องยอมรับครับว่าเป็นเรื่องจริง  เวลาเดินทางจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง เหมือนกับไปในสถานที่ใหม่เลย มีประวัติศาสตร์เฉพาะของตัวเอง บ้านเรือนก็ดูแตกต่างกันจนแทบจะไม่ค่อยมีอะไรร่วมกันซักเท่าไหร่  เพียงแต่ว่าเป็นประเทศในยุโรป คนตะวันออกอย่างเราก็เลยอาจจะมองไม่ค่อยออกถึงความแตกต่างอย่างลึกๆ ที่คนตะวันตกด้วยกันคงจะมองเห็นได้

Cherokee

เริ่มจากเมืองปอมเปอีก่อนแล้วกันครับ เมืองนี้อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ ใกล้เมืองเนเปิลส์  เมืองปอมเปอีเคยเป็นศูนย์กลางทางการค้าในสมัยโรมัน เมื่อประมาณ 2 พันกว่าปีมาแล้ว ตั้งอยู่บนอ่าวเนเปิลส์ ซึ่งมีภูเขาไฟวิซุเวียสตั้งเป็นฉากหลัง   เมืองนี้ถูกถล่มด้วยเถ้าถ่านจากการระเบิดของภูเขาไฟลูกนี้เมื่อปี ค.ศ.76  และได้กลืนกินเมืองทั้งเมืองอยู่ใต้เถ้าถ่านที่ประทุออกมา   เวลาผ่านไปพันปี เมืองนี้ก็กลายเป็นตำนานที่ลางเลือนจนกระทั่งมีคนที่ขุดพบโดยบังเอิญเมื่อประมาณ สองร้อยปีก่อน  จึงทำการขุดเมืองทั้งเมืองขึ้นมา   ไม่น่าเชื่อว่าเมืองใหญ่โตขนาดนั้นจะถูกกลบมิดเป็นเวลาเกือบสองพันปี   มีสนามกีฬา โรงละคร ศาสนสถาน ร้านค้าบ้านเรือนตั้งเรียงรายเป็นจำนวนมาก   

รูปนี้จะเห็นภูเขาไฟวิซุเวียสเป็นฉากหลัง


Cherokee

รูปนี้จะเห็นถนนตั้งแต่ยุคโน้น มีบ้านเรือนร้านค้าเรียงรายสองข้างจนแน่นขนัด


Cherokee

โรงละครกลางแจ้ง


Cherokee

รูปนี้เป็นข้างในบ้านของคนที่มีฐานะ กลางบ้านเขาจะทำหลังคาเปิดไว้ และขุดบ่อเล็กๆ กลางบ้านไว้รองรับน้ำฝน พวกโรมันนี่ชอบอาบน้ำมาก มีระบบการชลประทานที่ดี


Cherokee

ช่วงที่อยู่ทางใต้ ผมพักที่เมืองซอร์เรนโต้ (Sorrento) เป็นเมืองสวยริมอ่าวเนเปิลส์ อยู่อีกฝั่งของอ่าวกับเมืองเนเปิลส์ ถ้าใครไปแถวนั้นไม่ควรพลาดเมืองนี้เป็นอย่างยิ่ง เป็นเมืองที่น่ารักมาก ตัวเมืองตั้งอยู่บนหน้าผา


Cherokee

รูปนี้มองจากมุมข้างล่างริมอ่าวขึ้นไป


Cherokee

ถนนที่เชื่อมเมืองบนหน้าผากับอ่าวข้างล่าง น่าดูมากครับ แต่รูปถ่ายมุมกว้างได้เท่านี้


Cherokee

โค้งหักศอก


Cherokee

บรรยากาศตอนค่ำของเมืองซอร์เรนโต้ เต็มไปด้วยร้านค้าเล็กๆ และร้านอาหาร โรแมนติกสุดๆ


Cherokee

บรรยากาศกลางคืนอีกซักรูป


Cherokee

ถ้าไปเที่ยวแถวเนเปิลส์ ก็ควรจะไปแวะไปเที่ยวเกาะคาปรี อยู่ห่างฝั่งออกไปประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นเมืองรีสอร์ทตากอากาศตั้งแต่ยุคโรมันโบราณ


Cherokee

เมืองนี้ก็ตั้งอยู่บนหน้าผา มีเคเบิ้ลคาร์จากข้างล่างขึ้นไปข้างบน มีรถเมล์คันเล็กๆ บริการ  เมืองนี้มีร้านค้าหรูๆ แพงๆ ไว้ให้คนดังช้อปปิ้ง ได้ยินว่านักฟุตบอลชื่อดัง ฟาบิโอ คันนาวาโรก็ชอบมาตากอากาศที่เมืองนี้เป็นประจำ เพราะเขาเป็นคนแถบนี้ ถ้าไปเดินอาจจะได้กระทบไหล่คนดังก็ได้ ต้องเตือนไว้นิดว่าทุกอย่างบนเกาะนี้แพงหมด


Cherokee

ไฮไลท์ของเกาะนี้ก็คือถ้ำสีน้ำเงิน Blue Grotto ต้องนั่งเรือออกจากฝั่งไปยังปากถ้ำซึ่งเล็กนิดเดียว


Cherokee

แต่พอเข้าไปแล้ว สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจก็ปรากฏขึ้น น้ำทะเลภายในถ้ำซึ่งมืดสนิทส่องแสงสีน้ำเงินเป็นประกายสวยงามอย่างยิ่ง


Cherokee

ขออีกซักรูป


Cherokee

กลับออกมาดีกว่า รูปนี้เป็นเมืองอนาคาปรี (Anacapri) ซึ่งอยู่บนเกาะ  เมืองนี้ไม่ค่อยไฮโซเท่าเมืองคาปรีข้างล่าง ที่พักจึงค่อนข้างถูกกว่า แต่ก็ยังถือว่าแพงอยู่  คนสองเมืองนี้จริงๆ แล้วไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ สมัยก่อนที่ยังไม่มีถนน ก็แทบจะไม่มีการไปมาหาสู่กันเลยเพราะเดินทางลำบากมาก

รูปนี้ถ่ายเมืองข้างล่างจากอนาคาปรีซึ่งอยู่ข้างบน


Cherokee

ทางภาคใต้จะนิยมปลูกเลมอนกันมาก ลูกโตๆ ลองเทียบขนาดดูกับสตรอแบร์รี่และส้มที่อยู่ด้านหลัง  ถ้าขึ้นไปอิตาลีเหนือแทบจะไม่เห็นต้นเลมอนเลย จะกลายเป็นไร่องุ่นแทน


Cherokee

มีเลมอนเหลือเฟือจนเอามาทำเป็นเหล้าเลมอน มีขายทั่วประเทศอิตาลี แต่มาจากแถบนี้