• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
20 July 2019, 11:40:43 pm

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


ไปเที่ยวอิตาลีเอารูปมาฝากครับ

Started by Cherokee, 26 April 2007, 12:36:20 pm

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Cherokee

Quote from: phokha on 27  April  2007, 12:57:48 am
Quote from: Cherokee on 26  April  2007, 09:35:01 pm
ลองดูตัวอย่างวิธีการตากผ้าของชาวเมืองนี้กันก่อน

เดินลอดราวผ้าฝรั่ง พระจะเสื่อมมั้ยครับเนี่ย  :D


จะบอกว่า ...



คิดเหมือนกันเลยครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า  ไม่กล้าเดินลอดเลยแหละ  ขนาดเดินเขาไปใกล้ๆ ยังเสียวเลย

เอาไปดูอีกรูป



Cherokee

ก่อนขึ้นเหนือ เอารูปถนนสายหลักในเมืองเนเปิลส์มาให้ดู ถนนนี้ชื่อถนนโทเลโด้ (Via Toledo) ดูแล้วคล้ายๆ กับ Fifth Avenue ในเมืองนิวยอร์ก มีคนเดินกันแน่นไปหมด มีร้านค้าร้านอาหารเรียงราย มีคนมาตั้งแผงลอยขายของ แสดงดนตรีข้างถนน  จะมาเดินดูของหรือดูคนก็ตามสะดวก  บรรยากาศแบบนี้หาไม่ได้ที่เมืองอื่นในอิตาลีเลยครับ


Cherokee

ต่อไปจะข้ามกรุงโรม แล้วพาขึ้นไปแคว้นทัสคานีก่อน มีเมืองสำคัญในแคว้นนี้หลายเมือง เช่น ฟลอเรนซ์ ปิซ่า เซียน่า ซานจิมิญาโน่ เป็นแคว้นที่มีศิลปกรรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นต้นกำเนิดนักคิดนักเขียน  ภาษาเขียนของอิตาเลียนที่ใช้ในปัจจุบันก็เป็นภาษาที่เอาต้นแบบมาจากของแคว้นนี้  จริงๆ แต่ละเมืองก็มีวัฒนธรรมของตัวเองและยังคงรักษาสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน 

การไปเที่ยวเมืองแถบนี้น่าจะใช้เวลาซัก 3-4 วันเป็นอย่างน้อยและตั้งหลักที่เมืองฟลอเรนซ์  หาโรงแรมที่เมืองนี้พักหลายคืนจะได้ไม่ต้องย้ายกระเป๋าบ่อยๆ  แล้วขึ้นรถไฟหรือรถบัสไปเที่ยวเมืองอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ในแต่ละวัน  เมืองฟลอเรนซ์เองก็มีอะไรให้ดูเยอะแยะ น่าจะใช้เวลานานหน่อย อย่างน้อยก็เข้าไปดูพิพิธภัณฑ์ซักหนึ่งแห่งถ้ามีเวลา   


Cherokee

มาเมืองฟลอเรนซ์ก็ต้องเห็นมหาวิหารใหญ่ซึ่งเป็นมหาวิหารที่สร้างขึ้นในแบบเรอเนสซองส์ (ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ) เมืองนี้เป็นจุดกำเนิดของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการก่อนจะแพร่ขยายไปทั่วยุโรป  มีการใช้คณิตศาสตร์มาช่วยคำนวณในเรื่องของการออกแบบ perspective  ศิลปินหลายๆ คนย้อนกลับไปค้นหาความรู้เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมของชาวโรมันที่สูญหายไปเป็นพันปี แล้วนำกลับมาพัฒนางานสร้างอีกครั้งหนึ่ง  โดมของวิหารนี้ถูกออกแบบขึ้นให้มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (ในสมัยนั้น) แต่มีน้ำหนักเบา


Cherokee

ด้านหน้าของวิหารประดับด้วยหินอ่อนสีเขียว ประดิษฐ์ประดอยอย่างวิจิตรพิศดารสวยงามมากครับ


Cherokee

เมืองนี้ถูกปกครองด้วยตระกูลเมดิชี่ (Medici) เป็นเวลายาวนาน  คนในตระกูลนี้ก็ทำให้เมืองฟลอเรนซ์กลายเป็นศูนย์กลางของศิลปะตะวันตกอย่างแท้จริงด้วยการอุปถัมถ์ศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น มิเคลันเจโล (Michelangelo), บอตติเชลลิ (Botticelli)

อาคารมหึมานี้เรียกว่าปาลัซโซเวคคิโอ แปลเป็นไทยว่าปราสาทเก่า เป็นศูนย์กลางในการบริหารแผ่นดิน  ปัจจุบันด้านหน้าอาคารนี้จะประดับประดาไปด้วยรูปประติมากรรมทั้งของจริงของจำลอง ไว้ให้ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวได้ชื่นชมฟรี (สังเกตรูปปั้นหน้าตึก)


Cherokee

รูปปั้นด้านหน้าหรือข้างๆ ตึกครับ










Cherokee

รูปปั้นของชายหนุ่มที่หล่อที่สุดในโลกชื่อเดวิด ฝีมือของมิเคลันเจโล  รูปปั้นนี้เป็นรูปจำลองจากของจริงซึ่งเอาไปไว้ในพิพิธภัณฑ์ ต้องเสียเงินเข้าไปดู แต่เขาว่าของจำลองก็ทำได้เหมือนทุกประการ เลยดูของฟรีหน้าตึกก็พอ  เห็นด้วยตาตัวเองแล้วต้องยอมรับว่าเขาปั้นได้สุดยอดจริงๆ ได้สัดส่วน มีรายละเอียดชัดเจน เส้นเลือด กล้ามเนื้อ  นายมิเคลันเจโลนี่ต้องเข้าใจกายวิภาคมนุษย์ผู้ชายอย่างดีมากจนคนเขาสันนิษฐานว่าต้องเป็นพวกรักร่วมเพศแน่ๆ 

รูปปั้นนี้ต้องไปดูด้วยตาครับ ดูแค่รูปไม่ค่อยเห็นความงามเท่าไหร่   


Cherokee

ลองถ่ายกลางคืนดู


Cherokee

สะพานเก่าแก่ของเมืองชื่อปองต์เวคคิโอ  สองข้างบนสะพานเป็นร้านค้า สมัยก่อนเป็นร้านขายเนื้อสัตว์ ต่อมามีการปรับปรุงทัศนียภาพเลยเปลี่ยนให้กลายเป็นร้านขายทองทั้งหมด  แต่คนไทยอย่าไปซื้อเชียวนะครับ เพราะทองแค่ 18K ของเราดีกว่าเยอะ  สะพานนี้เป็นสะพานเดียวที่หลงเหลือจากสงครามโลกครั้งที่ 2  เป็นสะพานที่มีชื่อเสียงมาก


Cherokee

อีกรูปจากอีกมุม


Cherokee

ไปฟลอเรนซ์ มีโอกาสก็ควรแวะเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์บ้าง ที่สำคัญที่สุดคือ อุฟฟิซี (Uffizi) มีภาพวาดฝีมือบอตติเชลลี (Botticelli) ที่สำคัญ 2 รูปคือ Birth of Venus และ Spring  ผมไปยืนต่อแถวเพื่อซื้อตั๋วเข้าชมนานมากเกือบ 3 ชั่วโมง อยู่ข้างในจริงๆ ไม่ถึง 2 ชั่วโมง  แต่ถ้าใครไม่อยากรอสามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้โดยจ่ายเพิ่ม 3 ยูโร  เรื่องของการเข้าแถวคอยเป็นเรื่องธรรมดาของประเทศนี้ครับ ตั้งแต่สนามบินยันพิพิธภัณฑ์ทุกที่  เขาน่าจะมีวิธีการจัดการที่ดีกว่านี้ แต่ปัญหาคือค่าแรงครับ ค่าแรงสูงมาก เขาจึงจัดคนบริการไม่เพียงพอ คนรอก็ยืนรอกันไป

มาชมภาพ Birth of Venus ดีกว่า ของจริงงามมากครับ


Cherokee

คราวนี้พาไปเที่ยวเมืองซีเอน่า (Siena) ที่อยู่ห่างจากฟลอเรนซ์ไป 1 ชั่วโมงโดยทางรถบัส  เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนานเช่นเดียวกัน เป็นเมืองคู่แข่งสำคัญของฟลอเรนซ์ในอดีต แต่ตอนหลังถูกยึดรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรฟลอเรนซ์ เมืองนี้มีระบบธนาคารเก่าแก่ ธนาคารซีเอน่าปัจจุบันเป็นธนาคารระดับชาติที่เปิดติดต่อกันมาเป็นเวลา 6-7 ร้อยปี  บ้านเรือนเป็นเมืองแบบยุคกลาง

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดก็คือโบสถ์ดูโอโม เป็นโบสถ์แบบโกธิกที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ มีความงดงามทั้งด้านหน้าและด้านใน  ในรูปจะเห็นเครน ไปเที่ยวประเทศนี้ก็มักจะเจอเครนสูงเกือบทุกที่ เพราะพอซ่อมอันนี้เสร็จก็ไปซ่อมอันอื่นต่ออีก ก็ทุกอย่างเก่าแก่หลายร้อยปีก็ต้องคอยซ่อมบำรุงกันตลอด


Cherokee

ภายในโบสถ์ประดับด้วยหินอ่อน พื้นก็หินอ่อน ลวดลายดำสลับขาวแบบนี้เรียกว่าเป็นศิลปะแบบซีเอน่าเลยทีเดียว


Cherokee

ตึกที่สำคัญอีกตึกในเมืองซีเอน่า คล้ายๆ กับศาลากลางบ้านเรา มีหอนาฬิกาสูงเด่น ด้านหน้าเป็นลานกว้างมาก เอาไว้จัดเทศกาลแข่งม้าประจำปี เมืองนี้จะแบ่งออกเป็น 17 เขตการปกครอง เมื่อถึงเทศกาลแต่ละเขตก็จะส่งคนมาเข้าร่วมขบวนพาเหรดโดยแต่งตัวเหมือนในยุคกลาง เสร็จแล้วจะมีการแข่งม้ารอบลานนี้ เขาค่อนข้างเอาจริงเอาจังกันทีเดียวกับเทศกาลนี้ 




Cherokee

บ่ายวันเดียวกันก็เดินทางต่อมาเที่ยวอีกเมืองชื่อซานจิมินญาโน (San Gimignano) เป็นเมืองในยุคกลางโดยแท้  มาเมืองนี้ก็จะเห็นหอคอยสูงๆ  หอสูงเหล่านี้ก็เหมือนกับตึกระฟ้า skyscrappers ของไทยในปัจจุบ้นแหละครับ  แต่ละบ้านจะสร้างหอสูงไว้โอ้อวดฐานะแข่งกันทั้งที่ความรู้ทางวิศวกรรมก็แทบไม่มี หลายแห่งก็ทรุดบ้างเอนบ้าง ในอดีตเคยมีถึง 150 หอ ปัจจุบ้นเหลือประมาณ 7 หอ บางหอก็มีเครนสูงประกบอยู่




Cherokee

บรรยากาศถนนในเมือง ยังเป็นบ้านเรือนแบบยุคกลางอยู่


Cherokee

ร้านขายแฮม น่าทานไหมครับ ที่เห็นแขวนอยู่คือขาหมู เขาจะฉีดน้ำเกลือเข้าไปแล้วแขวนให้แห้ง เป็นวิธีทำสุกอย่างหนึ่ง  ร้านนี้ขายแฮมหมูป่าด้วย


Cherokee

เหนื่อยหรือยังครับ แวะทานไอศครีมอิตาลีกันก่อน ประเทศนี้เขามีชื่อเสียงเรื่องไอศครีมมาก มีแทบจะทุกที่ทุกเมือง คนก็ทานกันได้ทั้งวันทั้งคืน จะหนาวแค่ไหนก็ยังทานกัน แต่ละร้านก็มีสูตรเด็ดของตัวเอง มีรสให้เลือกกันไม่หวาดไม่ไหว ไปที่โน่นผมทานเกือบทุกวัน มีร้านเดียวที่ไม่อร่อยที่เกาะคาปรี เขาถือว่าอยู่ในทำเลดีใกล้ท่าเรือ ผมก็รอเรือจะกลับเข้าฝั่งเลยไปซื้อมาทาน ไม่อร่อยครับ วิธีเลือกร้านก็ให้สังเกตร้านที่คนเยอะๆ ไว้ก่อน ไอศครีมภาษาอิตาเลียนเรียกว่าเจลาโต้ (Gelato)  ไปอิตาลีต้องทานเจลาโต้นะครับ


Cherokee

ทราบไหมครับว่าพินอคคิโอเป็นคน (หรือว่าหุ่น) จากแคว้นทัสคานี  แถวนี้จะมีพวกตุ๊กตาพินอคคิโอเยอะแยะ

รูปนี้ย่อแล้วไม่สวย มีคำแนะนำไหมครับ