• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
18 November 2019, 09:22:23 pm

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


จุดประกายคอนเสิร์ต..ซีรีส์ที่27 ตอน "ดิน น้ำ ลม ไฟ"

Started by Cherokee, 07 June 2008, 10:15:48 pm

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Cherokee

มีบัตรฟรีให้สมาชิกชาว ThaiAV Club ไม่จำกัดจำนวนครับ  ลงชื่อไว้เลยนะครับ  ขออภัยที่กระชั้นไปนิดนึง

สถานที่แสดง
หอประชุมเล็ก, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย 
ที่ตั้งสถานที่ ถ.รัชดาภิเษก ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 

วันเวลาแสดง
วันอาิทิตย์ที่ 8 มิถุนายน 2551 เวลา 5 โมงเย็น
ประตูเปิด 4 โมงครึ่ง (16:30 น.)

งานนี้คุณปรินซ์ หรืออาจารย์ปรินซ์ (พลวิทย์ โอภาพันธุ์) สมาชิกดั้งเดิมของบอร์ดเราประพันธ์และร่วมบรรเลงด้วยนะครับ

=============================================

จุดประกาย คอนเสิร์ต ซีรี่ส์ # 27
ตอน "ดิน น้ำ ลม ไฟ"

เช่นเดียวกันกับ 4 คอนเสิร์ตก่อนหน้านี้ ‘ จุดประกาย คอนเสิร์ต ซีรีส์ ' หมายเลข 27 ยังอยู่ในธีม Concert for Green Global Village หากในครั้งนี้เปลี่ยนบรรยากาศจากแนวดนตรีแจ๊สและฟังกีแจ๊ส มาเป็นการแสดงดนตรีคลาสสิกร่วมสมัย ( Contemporary Classical Music ) ด้วยบทประพันธ์ที่เขียนขึ้นใหม่สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ภายใต้แนวคิด ดิน น้ำ ลม ไฟ อันเป็นธาตุพื้นฐานของธรรมชาติตามแนวทางของปรัชญา
กรีกโบราณ รวมทั้งชุมชนโบราณแห่งอื่นๆ ของโลก (ซึ่งอาจจะมีธาตุพื้นฐานที่แตกต่างกันไปบ้าง)

‘ ดิน น้ำ ลม ไฟ ' เป็นผลงานของคอมโพสเซอร์ชาวไทยรุ่นใหม่ ประกอบด้วย ดร.เด่น อยู่ประเสริฐ , ดร.จิรเดช
เสตะพันธุ , ดร.อโณทัย นิติพน และ พลวิทย์ โอภาพันธุ์ ซึ่งนักประพันธ์ ดนตรีแต่ละท่าน ได้รับโจทย์ในการแต่งเพลงแตกต่างกันไปดังนี้

พลวิทย์ ดูแลในส่วนของ ‘ ดิน'

เด่น เขียนเพลงสำหรับ ‘ น้ำ'

ด้าน อโณทัย แต่งเพลงให้แก่ ‘ ลม'

ส่วน จิรเดช รับผิดชอบในท่อน ‘ ไฟ'

นักประพันธ์ดนตรีทั้ง 4 ท่าน เริ่มต้นการทำงานด้วยการแลก
เปลี่ยนมุมมองทางดนตรี จากนั้นกำหนดขอบเขตและโจทย์ของแต่ละคน แล้วกลับไปเขียนงานตามแนวทางและจารีตของดนตรีคลาสสิก โดยเลือกใช้เครื่องมือและเทคนิคในการประพันธ์ดนตรีที่แตกต่างกันไป ตามลักษณะเฉพาะของแต่ละคน ก่อนจะเสร็จสิ้นแล้วส่งผลบทประพันธ์ให้นักดนตรีที่คัดสรรมาทำหน้าที่ บรรเลงอีกครั้งหนึ่ง โดยแต่ละชิ้นงานจะมีลักษณะของการประสมวงที่
แตกต่างกันไป

"จุดประกาย คอนเสิร์ต ซีรีส์ # 27 จึงนับเป็นการแสดงดนตรีที่มีความท้าทาย ทั้งการให้ความหมายต่อธาตุทั้ง 4 ของธรรมชาติในมุมมองของศิลปินร่วมสมัย การเปิดโอกาสให้ศิลปินแสดงผลงานอันใหม่สดออกสู่สายตาของสาธารณะ รวมไปถึงการนำเสนอผลงานแสดงดนตรีรอบปฐมทัศน์ ซึ่งทุกๆ คนจะได้รับฟังผลงานชิ้นนี้เป็นครั้งแรกร่วมกัน "


Cherokee

บทความจาก นสพ กรุงเทพธุรกิจ โดยคุณอนันต์ ลือประดิษฐ์

จุดประกาย คอนเสิร์ต ซีรีส์ # 27
จากคอมโพสเซอร์ไทย ถึง สวีท 'ลำนำจตุรธาตุ'

ในความเชื่อของไทย เชื่อว่า โลกประกอบด้วย ธาตุ  ดิน น้ำ ลม ไฟ

ในความเชื่อทางจีน  เชื่อว่า โลกประกอบด้วยธาตุทั้งหก  คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง และ ไม้  ( ไม้คือ ธาตุ คาร์บอน เป็นอินทรีย์สาร  และ ทอง เป็นธาตุโลหะ เป็น อนินทรีย์สาร) 

ในทางซีกโลกตะวันตก  เชื่อว่า  สสารดำรงสถานะอยู่ได้ ด้วยสภาพที่เป็น   ของแข็ง (ดิน)  ของเหลว(น้ำ) ก๊าซ (ลม )  ปลาสมา (ไฟ)  สมัยก่อนมีแค่  ของแข็ง. ของเหลว ก๊าซ  ปัจจุบัน มีการบัญญัติ สภาวะใหม่เรียกว่า  ปลาสมา  ซึ่งเป็น ลักษณะสภาวะคล้ายสถานะของกลุ่มแก๊สที่อยู่รอบดวงอาทิตย์  เราน้ำก๊าซมาเพิ่มความร้อนสูงขึ้น  มันจะเปลี่ยนสถานะเป็น ปลาสมา  สามารถนำมาใช้ หลอมละลายและตัดโลหะได้... 

แม้ทั้งหมดจะเป็นความพยายามอธิบายปรากฏการณ์ทางกายภาพของโลกตั้งแต่สมัยโบราณจนมาถึงปัจจุบัน แต่ มหาภูติทั้งสี่  เป็นการบัญญัติสิ่งที่ถูกพบเห็นและปรากฏรู้  ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ   มหาภูติไม่ได้รวมตัวกันเป็นโลก  แต่โลกประกอบด้วยธาตุทั้งสี่  เป็นปัจจัยเกื้อหนุน  ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโลก..

เช่นเดียวกันกับ 4 คอนเสิร์ตก่อนหน้านี้ ‘จุดประกาย คอนเสิร์ต ซีรีส์’ หมายเลข 27 ยังอยู่ในธีมพิเศษ Concert for Green Global Village ในโครงการ '1 องศา รวมพลัง ลดวิกฤติโลกร้อน' หากในครั้งนี้ เปลี่ยนบรรยากาศจากแนวดนตรีแจ๊ส และฟังกี แจ๊ส มาเป็นการแสดงดนตรีคลาสสิกร่วมสมัย (Contemporary Classical Music) ด้วยบทประพันธ์ที่เขียนขึ้นใหม่สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ภายใต้แนวคิด 'ดิน น้ำ ลม ไฟ' อันเป็นธาตุพื้นฐานของธรรมชาติตามแนวทางของปรัชญากรีกโบราณ รวมทั้งชุมชนโบราณแห่งอื่นๆ ของโลก 

‘ดิน น้ำ ลม ไฟ’ ผลงาน Classical Eliment ของคอมโพสเซอร์ชาวไทยรุ่นใหม่ 4 คน ประกอบด้วย เด่น อยู่ประเสริฐ, จิรเดช เสตะพันธุ, อโณทัย นิติพน และ พลวิทย์ โอภาพันธุ์ ซึ่งนักประพันธ์ดนตรีแต่ละท่าน ได้รับโจทย์ในการแต่งเพลงแตกต่างกันไปเพื่อถ่ายทอดลำนำจากธรรมชาติสู่มวลมนุษย์

รายชื่อนักดนตรี-นักแสดง

ดิน
พลวิทย์ โอภาพันธุ์ - Saxophone
กิตติคุณ สดประเสริฐ - Cello
เผ่าพันธ์ อำนาจธรรม - Percussions

น้ำ
อัสยุช จำรูญ - Piano
ณัฐนันท์ สังข์ทรัพย์ - Double Bass
เผ่าพันธ์ อำนาจธรรม - Percussions

ลม
Terry Hatfield - Dancer
กฤษฏิ์ เลกะกุล - Shakuhachi
เผ่าพันธ์ อำนาจธรรม - Percussions
พงศธร เสถียรนิธิ - Harp
ศุภพร สุวรรณภักดี - Viola
อานันท์ นาคคง - Percussions
อโณทัย นิติพน - Piano

ไฟ
Shyey Lee - Saxophone

Cherokee

งดงามในม่านฝัน 'น้ำ' : เด่น อยู่ประเสริฐ

"การทำงานในครั้งนี้ เป็นเรื่องหนึ่งของโครงการเพื่อรณรงค์ในเรื่องภาวะโลกร้อน ซึ่งมีไอเดียเอานักประพันธ์ 4 คนมา บวกกับธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งผมถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยผมเลือกรับผิดชอบธาตุน้ำ เรามองตัวเองเหมือนกันว่า บุคลิกของเราเป็นยังไง พยายามให้มันใกล้เคียงกับคอนเซปต์การเขียนเพลงในครั้งนี้ให้มากที่สุด ก็น่าสนใจดี เพราะบางทีเวลาแต่งเพลงก็ไม่มีโจทย์อะไรมากมาย นึกอยากแต่งก็แต่ง แต่ครั้งนี้มีโจทย์มา

"ปกติการแต่งเพลงแบบสวีท (Suite) หมายถึง เหมือนกลุ่มเพลง 4 เพลง ปกติจะแต่งเพลงโดยนักประพันธ์เพลงคนเดียว แต่คราวนี้แบ่งกันแต่ง ซึ่งก็ดี มันจะได้ไม่น่าเบื่อด้วย เพราะแต่ละคนก็จะมีไลน์เสียงของตัวเอง ทำให้คอนเสิร์ตมีความหลากหลาย เนื่องจากผู้ประพันธ์แต่ละคนมีสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป  แต่ละคนก็มีอิทธิพลไม่เหมือนกัน

"โจทย์ที่ผมได้รับมา ตอนแรกคิดว่าจะเอาน้ำจริงๆ มาใช้เลย แต่กลัวว่าจะตรงเกินไป จึงเอาเครื่องดนตรีมาสื่อเรื่องของน้ำแทน ลักษณะของน้ำก็มีอยู่หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำฝน น้ำทะเล แม่น้ำ หรือแม้กระทั่งน้ำตา ทำให้เราต้องคิดอยู่นาน แต่ในที่สุดแล้ว ก็มาจบลงที่ผมเอาธีมทำนองหลักของเพลง 'คลื่นกระทบฝั่ง' เพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 7 เอามาเป็นทำนองหลักส่วนหนึ่ง แล้วขยายจากตรงนั้น เพราะเราเป็นคนไทย ในฐานะศิลปิน ก็อยากจะสื่อความเป็นไทยออกมาด้วย

"เวลาเราพูดถึง น้ำ มันก็คือความบริสุทธิ์ เราจะนึกถึงน้ำที่ใสสะอาด แต่ปัจจุบันไอ้น้ำที่เราว่าใสสะอาด มันก็ไม่ค่อยใสสะอาดซะแล้ว เพราะฉะนั้นมันก็จะมีส่วนที่เหมือนกับความหวังมากกว่า ผมจะไม่อยากเสนอเรื่องของน้ำในภาพลบเกินไป พยายามจะสื่อว่าน้ำดีนะ เหมือนเพลงของรัชกาลที่ 7 ที่หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ได้อธิบายถึงเพลงนี้ว่า น้ำกระทบฝั่ง มันก็พัดเข้าฝั่งไปเรื่อยๆ เหมือนมีการถามมีการตอบ มีการล้อเลียนกัน ในที่สุดแล้วน้ำก็แตกกระจายเป็นฟอง ซึ่งภาพมันสดชื่น มีความรู้สึกดี ผมก็จะไม่เสนอน้ำในแง่ลบจนเกินไปนัก แต่จะนำเสนอในแง่ของความสดใส ความหวัง หรือที่หลายๆ คนบอกว่า น้ำคือชีวิต..."

Cherokee

หนักแน่นและกว้างไกล 'ดิน' : พลวิทย์ โอภาพันธุ์

ด้วยบุคลิกที่ไม่ได้ยึดโยงอยู่กับรูปแบบเพราะความเป็นดนตรีคือสุนทรียะที่ไม่จำกัดแนวคิด ทำให้ พลวิทย์ โอภาพันธุ์ ออกตัวว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้ถือเป็นงานหนักอีกชิ้นหนึ่ง

"ผมเป็นคนธาตุทอง แล้วธาตุดินส่งเสริมธาตุทอง เลยคิดว่าน่าจะถูกโฉลกกับเราอยู่ (ยิ้ม)" เหตุผลติดตลกที่เจ้าตัวเลือกดินเป็นโจทย์ในการนำเสนองาน

"จริงๆ แล้ว ดินเป็นที่ที่คนเราผูกพันเป็นหลัก เพราะเรามาจากดิน เราอาศัยอยู่กับดิน และกลับไปสู่ดิน มันมีความหลากหลาย มีชีวิตชีวา มีการทำลายล้าง ดินก็มีคอนเซปต์ของเขาอยู่ อย่างไฟก็ให้ทั้งความร้อน เผาผลาญ ทรมาน น้ำหล่อเลี้ยงชีวิต แต่คลื่นมาทีก็ตาย ลมก็เหมือนกัน คือสิ่งที่เราหายใจเข้าไป แต่ถ้ามากไปก็เป็นพายุทำลาย ทุกสิ่งทุกอย่างมีทั้งคุณและโทษ ดินก็เหมือนกัน อย่างดินถล่ม แผ่นดินไหวที่ประเทศจีน

"ด้วยลักษณะของดินที่เป็นแบบนั้น ผมเลยเลือกเครื่องดนตรี 3 ชิ้นคือ แซ็กโซโฟน เชลโล่ และเพอร์คัสชั่น เพื่อให้มีความแตกต่างกัน แล้วเอามารวมกันอีกที มันจะประกอบไปด้วยหลายเท็กซ์เจอร์  ให้ออกมาในรูปแบบที่ช่วยไม่ได้ที่จะพาคนฟังให้จินตนาการไปถึงชื่อของมัน เพอร์คัสชั่นจะถูกสื่อในอารมณ์ที่หนักๆ ใหญ่ แน่น อย่างภูผา ดินถล่ม โทนจะหนัก ถึงผมจะไม่พูดตรงนี้ออกมาแต่ความรู้สึกของคนฟังที่โดนส่งต่อมาโดยอัฒโนมัติ ผมไม่ได้คิดมากอะไร แต่ผมอยากจะลองเอาเครื่องดนตรี 3 ชิ้นนี้มารวมกันดู เวลาผมคิด ผมจะไม่ได้ให้ความสำคัญว่ามันสื่อหรือไม่สื่อ เพียงแต่อยากจะลองทำตรงนี้ดู เพราะไม่เคยทำ มันจะดิน-ไม่ดิน ก็อยู่ที่คนฟัง ส่วนตัวคิดว่าดนตรีควรจะอยู่ที่ตัวของมัน แล้วที่เหลือปล่อยให้คนฟัง คิด จินตนาการไปเอง อย่างนั้นดีกว่า"

น้ำเสียงจริงจังและหนักแน่นบอกไว้แบบนั้น...

Cherokee

เพรียกกระซิบแว่วสัมผัส 'ลม'  : อโณทัย นิติพน
1.หายใจเข้า...
ลม คือ ลมหายใจ
ลม คือ ชีวิต
ลม คือ ความเปลี่ยนแปลง
ลม คือ การกลับคืนสู่ธรรมชาติ

2. หายใจออก...
ลม คือ การเดินทาง
ลม คือ ความเคลื่อนไหว
ลม คือ เสียงกระซิบจากแดนไกล
ลม คือ บทสนทนาของฟ้ากับดิน

1. หายใจเข้า...
ลม คือ ความคิดคำนึง
ลม คือ ความแปรเปลี่ยน
ลม คือ ความว่างเปล่า
ลม คือ ลมหายใจ

จากแนวคิดดังกล่าวทำให้นักประพันธ์หญิงคนเดียวในคอนเสิร์ตครั้งนี้เริ่มงานของเธอด้วยความเคลื่อนไหว เพื่อสื่อถึงลมที่แม้ไม่เห็นตัวแต่ก็สัมผัสได้

"เรามองว่า ลมพัด หมายถึงสภาวะแห่งการหายใจเข้า-ออก และการเดินทางของลมจากร่างกายคน สู่ธรรมชาติ สู่ร่างกายของคน และกลับคืนสู่ธรรมชาติ เกิดเป็นวนเวียนมิรู้จบสิ้น เกี่ยวโยงมนุษย์เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว มันจึงกลายเป็นที่มาของการใช้การผสมผสานกันของ ดนตรีญี่ปุ่น ปรัชญาเซ็น โยคะ ดนตรีจีน การหายใจ การเดินทาง และหนังสือเรื่อง The Alchemist ของ Paulo Coelho" อโณทัยอธิบาย

ด้วยวัตถุดิบอันหลากหลายนำไปสู่การแสดงออกที่แอบอิงกับธรรมชาติเป็นหลัก กลายมาเป็น 'ลม' ในแบบฉบับของเธอเอง

"การแสดงออกในส่วนนี้ จึงเป็นความพยายามที่จะนำเอาคนหลายคนมาพบกัน เพื่อสร้างบทสนทนาผ่านเสียง เป็นการประพันธ์ภาวะและปรากฏการณ์ที่เพิ่มขึ้นมาจากการประพันธ์โน้ตดนตรี ปรัชญาของเครื่องดนตรีที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการหายใจ การแลกเปลี่ยนของฟ้ากับดิน โดยร่างกายเป็นเพียงทางผ่านของลม เครื่องดนตรีที่เหลือเป็นเพียงเงาสะท้อนของลมและการหายใจ แดนเซอร์ที่เพิ่มเติมเข้ามา เพื่อทำให้แนวคิดเหล่านี้เป็นรูปธรรม และสื่อสารได้อย่างชัดเจน

"บทเพลงสำหรับ Dancer, Shakuhachi, piano, percussion, harp, viola และพัดลม ที่บรรยายถึงสภาวะแห่งการหายใจเข้า-ออก และการเดินทางของลม จากร่างกายของคน สู่ธรรมชาติ สู่ร่างกายของคน และกลับคืนสู่ธรรมชาติ เกิดเป็นวงเวียนมิรู้จบสิ้นที่เกี่ยวโยงมนุษย์เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว"

ในจังหวะของเสียงเพรียกกระซิบแผ่วของสายลม...


Cherokee

ไร้รูปแต่เห็นร่าง 'ไฟ' : จิรเดช เสตะพันธุ

"ผมมองไฟออกเป็น 2 แง่มุม คือไฟเป็นสิ่งที่ทำลาย และขณะเดียวกันไฟก็เป็นสิ่งที่สร้างด้วย" มุมมองแรกๆ ของ จิรเดช เสตะพันธุ เมื่อได้รับบทบาทให้ถ่ายทอด 'ไฟ'

เขาพยายามตีความให้เห็นเหรียญทั้ง 2 ด้าน เพราะเชื่อว่า ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ไม่มีอะไรขาวดำชัดเจน และนำไปสู่การแสดงบนเวทีในที่สุด

"ถ้ามองทุกอย่างชัดเจนหมด จะทำให้พลาดได้ง่ายๆ เราควรจะมองว่าแต่ละอย่างมีวิธีใช้ยังไง เราจะประยุกต์ยังไง ใช้ให้ถูกด้าน ไฟก็เป็นสิ่งที่เรามองเห็นได้ แต่รูปร่างไม่คงที่ และเป็นเรื่องของความสว่าง ความมืด และเป็นเรื่องของแสงกับเงา สิ่งที่จะทำ คือผมจะให้นักดนตรีของผม แซ็กโซโฟนอัดเสียงเก็บไว้ แล้วเอามาตัดเสียงให้เสียงยาวๆ มาอัดเป็นผงละอองเล็กๆ มากมาย เราจะใช้ผงมาเรียงต่อกัน โดยมีอังกอร์ริธึมให้ทริกเกอร์ว่า ผงไหนจะขึ้นมาดี และผงไหนจะต่อด้วยผงไหน เราจะพอเดาได้ว่าผงไหนเป็นผงไหน แต่ไม่รู้ว่าผงไหนมาก่อนตามหลัง ซึ่งเป็นลักษณะของไฟ ที่เราจะรู้ว่าไฟเป็นอย่างนี้ ลมพัดก็จะเอียงไปทางนี้ แต่เราจะไม่รู้ว่าจะเอนไหวไปไหน เราจะรู้เพียงคร่าวๆ แต่จะไม่รู้ถึงรายละเอียดทั้งหมด

"พอผงขึ้นมา มันก็จะทริกเกอร์ตัวคนเล่นเองว่า จะทำยังไงกับมันดี และคนเล่นก็จะต่อสู้โดยจุดที่ว่า เขาพยายามให้มันไปตรงนี้ให้ได้ คอมพิวเตอร์ก็จะดึงไปอย่างหนึ่ง คนเล่นก็จะดึงไปอีกอย่างหนึ่ง เหมือนเป็นเงาซึ่งกันและกัน เป็นสิ่งที่สำคัญเท่ากัน เหมือนกับคอมพิวเตอร์บังคับให้คนเล่นตาม และคนก็จะไม่พอใจก็บังคับคอมพิวเตอร์ให้เล่นตาม จะทำให้คนฟังเกิดความรู้สึกต่อต้าน และติดตามกัน

นอกจากเครื่องมือส่วนหนึ่งที่ถูกผลิตขึ้นมาใช้ในคอนเสิร์ตนี้โดยเฉพาะแล้ว การเดินทางตรงข้ามคุณสมบัติเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นเป็นอีกความสนใจหนึ่งที่เขาหยิบขึ้นมานำเสนอ

"ผมจะเน้นว่าเครื่องดนตรีนี้ทำอะไรบ้างที่ไม่ธรรมดา ดูผิดปกติ และรุนแรง อย่างแซ็กโซโฟนเป็นเครื่องที่ทำทำนอง ก็จะเอามาทำเสียงที่ไม่ใช่ทำนอง แต่เป็นเสียงกระทบ กระแทก หรือเสียงที่ฟังแล้วผิดปกติไป เพื่อแสดงให้เห็นถึงไฟ โดยนักดนตรีชาวไต้หวัน"

ไม่ไร้รูปแบบแต่ไม่สามารถคาดเดาได้คนดูคงเกิดคำถาม เขาตอบได้คำเดียวคือการเปิดใจกว้าง

"คนดูจะรับได้ คือคนที่ไม่มีความคาดหวังล่วงหน้าว่าเขาต้องเจอกับอะไร แต่นี่คือเสียง แล้วก็ลองเอ็นจอยกับเสียงที่ออกมาทั้งหมด นึกถึงแค่ว่ามันเป็นเสียงๆ หนึ่ง เท่านั้น ถ้าเราไปนึกว่าเมื่อไหร่จะมีเสียงหวานๆ ออกมา อาจจะต้องคอยทั้งคืนแล้วก็ไม่เรียงเป็นทำนองหวานๆ สักที แต่คนฟังก็จะรู้เองว่านี่คือทางของคนนี้ อยากจะทิ้งรูปแบบทั้งหมดไป เกือบไม่เหลือการคอนโทรลว่าอะไรจะเกิดขึ้น"

แล้วรูปร่างก็จะปรากฏให้เห็นตรงหน้า.

pakorn

อ้าว ... เสียดายจังครับ เพิ่งมาเห็นนี่ล่ะ

ไม่ได้เจอคุณปรินซ์นานแล้วเสียด้วยสิครับ

"โลกร้อน ธรรมเย็น"