Author Topic: ตุหรัด ตุเหร่ทัวร์  (Read 3092 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline niko

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 982
ตุหรัด ตุเหร่ทัวร์
« on: 22 October 2008, 08:27:38 PM »
ตุหรัด ตุเหร่ไปมาหลายประเทศ มีคนขอให้เขียนเป็นบันทึกความทรงจำไว้ นั่งคิดๆว่า จะเขียนเก็บไว้อ่านส่วนตัวดี หรือว่าเอามาแปะไว้ตรงนี้ ช่วยคุณเชอทำมาหากินดี  ^_^ จำได้ว่า เคยเชียร์ให้คุณเชอเขียนเรื่องทริปอิตาลี ดังนั้น ก็จะขอเริ่มด้วยการเขียนเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของทริปอิตาลี(มิลาน เลคโคโม ฟลอเรนซ์ เวนิส เซียนนา ทัสคานี ปิซ่า โรม ซอเรนโต้ คาปรี)ก่อนก็แล้วกันนะคะ ส่วนรูป ก็ขอให้กลับไปดูรูปสวยๆของคุณเชอประกอบค่ะ

ข้อมูลที่จะเขียน หากผิดพลาด ก็ขอให้ท่านผู้รู้ ช่วยแบ่งปันละแก้ไขให้ด้วยนะคะ หากเกร็ดที่เอามาเล่า ล่วงเกินหรือทำให้บางท่านไม่สบายใจก็ขอประทานโทษมาล่วงหน้าค่ะ

ขอประเดิมด้วย Lastjudgement โดย Michelangelo ซึ่งในที่นี้ ขอตั้งฉายาว่า จอมยุทธ์ "งูกัดจู๋" ทายาทจูกัดเหลียง

 Michelangelo เกิดในตระกูลขุนนางที่มีเกีรยติ แต่ยากจน ตอนอายุ 6 ขวบ พ่อให้ไปอยู่กับช่างสกัดหินซึ่งทำงานบนภูเขา ไมเคิลจึงได้ถือเครื่องมือหัดสกัดหิน เรียนรู้เกี่ยกับธรรมชาติของหินตั้งแต่เล็กๆ
และในขณะเดียวกัน เขาก็มีโอกาสได้เห็นรูปร่างทีเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่แข็งแกร่งของบรรดาคนงานทั้งหลาย ทำให้เขาเริ่มสนใจในเรื่องของ Anatomy

ไมเคิลรู้ตัวว่าอยากทำงานปฏิมากรรมตั้งแต่วัยแรกรุ่น (11,12 ปี) เขาจึงไปขออนุญาตพ่อศึกษาด้านนี้ แต่พ่อปฏิเสธ เพราะงานประเภทนี้ ถือเป็นงานชั้นต่ำ ไม่เหมาะกับชนชั้นในตระกูลขุนนาง Michelangeloจึงไปขอสมัครเป็นลูกศิษย์กับศิลปินดังของยุคนั้น แต่ได้รับคำปฏิเสธ ด้วยเหตุว่า นักเรียนเต็ม แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ อาจารย์รำคาญ จึงบอกว่าให้เขาวาดภาพอะไรก็ได้มาให้ดูในเวลาสั้นๆ หลังจากนั้น สักพัก เขาก็เอาภาพวาดไปให้อาจารย์ดู พออาจารย์เห็นภาพที่ไมเคิลวาด อาจารย์ก็บอกว่า ฉันคิดว่าเรามีที่ว่างหนึ่งที่สำหรับเธอ (ภาพที่ไมเคิลวาดในเวลาสั้นๆ เป็นภาพวาดเกี่ยวกับสตูดิโอของอาจารย์ที่มีนักเรียนทำงานต่างๆนาๆ โดยในภาพวาดนั้น จะมีรายละเอียดของสตูดิโอและรายละเอียดงานที่นักเรียนแต่ละคนทำงานอยู่ด้วย) พอได้เข้าไปเป็นลูกศิษย์ เขาก็ทำงานได้โดดเด่น จนเพื่อนนักเรียนอิจฉา นักเรียนคนหนึงจึงทำร้ายไมเคิล เอาหินปาไปโดนดั้งจมูกของเขาหัก ทำให้ไมเคิลมีปมด้อย รู้สึกว่าตัวเองน่าเกลียด และ สิ่งนั้น ก็เป็นแรงบันดาลใจให้เขาอยากสร้างสิ่งสวยๆงามๆขึ้นมา ไมเคิลเป็นศิลปินรุ่นเยาว์ ผู้ยากจน แต่มีพรสวรรค์
พออายุ 13 ความสามารถของไมเคิลก็เข้าตาของผู้นำตระกูล Medici ซึ่งปกครอง Florence ในสมัยนั้น ท่านผู้นำจึงรับไมเคิลมาเลี้ยงดูในฐานะบุตรบุญธรรม ทำให้เขามีโอกาสได้คลุกคลี สมาคมกับสังคมชั้นสูง แถมยังเป็นเพื่อนเล่นกับทายาทของตระกูลนี้ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น Pope ถึงสองคน และสาเหตุนี้ทำให้ไมเคิลได้รับงานจาก Pope มากมาย ความที่ไมเคิลประสบความสำเร็จแต่อายุน้อยๆ ทำให้ตอนตาย เขากลายเป็นคนร่ำรวย มีสมบัติมากมาย และเขาได้ทำพินัยกรรมยกสมบัติให้หลาน ตอนที่ไมเคิลตาย เขาอยู่ที่โรม แต่ตัวเขามีความปราถนาก่อนตายอยู่สามอย่างคือ หนึ่งได้เห็นรูปปั้นเดวิดอีกครั้ง สอง อยากจะถูกฝังที่ฟลอเรนซ์ อย่างที่สาม แหะๆ พี่ลืมแล้ว ถ้านึกได้จะมาบอกทีหลัง หลังจากไมเคิลตาย หลานของเขาจึงรีบเดินทางไปโรม แล้วลักลอบเอาศพมาฝังที่ฟลอเรนซ์ โดยก่อนที่จะทำการฝัง หลานชายได้พาไมเคิลไปหาเดวิด ตามความปรารถนาครั้งสุดท้ายของไมเคิล
 
กลับเข้าเรื่องLastjudgementดีกว่า

ก่อนที่จะเขียนรูปที่Sistine Chapel, Vatican City ด้วยความจำใจเพราะโดนคำขอกึ่งบังคับที่ปฏิเสธไม่ได้จากPope Julius II (also known as Giulio II and "Il papa terribile") ให้หยุดงานปั้นรูปปั้น 40 รูปที่โป๊ปจ้างให้ทำเพี่อตกแต่งสุสานของโป๊ปไว้ชั่วคราว  (เขาเพิ่งปั้นไปเกือบๆเสร็จเพียงรูปเดียว) และให้ไมเคิลไปเขียนรูปที่ ที่Sistine Chapelก่อนนั้น Michelangeloไม่แฮ๊ปปี้เลย เขาคิดว่า สถาปนิกคนออกแบบตึก ซึ่งไม่ถูกกับไมเคิล เป็นคนยุPope ให้สั่งให้ไมเคิลทำ เพื่อให้ไมเคิลนักปั้นหน้าแตก เพราะทำไม่ได้ (ก่อนเขียนรูปที่Sistine Chapel  ไมเคิลเคยเขียนรูปแค่เพียงรูปเดียว ในตอนที่ฝึกเรียนศิลปะกับ Ghirlandaio's workshop) แต่ไมเคิลซะอย่าง ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง เขาสามารถเขียนภาพ buon fresco, the most difficult method ที่ยากมาก ออกมาได้งดงาม ภายในระยะเวลาสี่ปีกว่าๆ (July of 1508 to October of 1512)

ความที่มีความแค้นฝังใจ ไมเคิลก็เลยฝากภาพเล็กๆน้อยๆไว้แก้เจ็บใจ เช่น ภาพเทวดาตัวน้อยๆ give a finger ซึ่งเขาว่ากันว่า นิ้วจะตรงไปที่โป็ป อีกรูป ก็จะเป็นรูป ก้นของพระเจ้า ซึ่งจะอยู่เหนือหัวของโป๊ปพอดี๊ๆ รูปสุดท้ายก็คือรูป งูกัดจู๋ ในLastjudgement ภาพจะอยู่มุมล่าง ขวาสุด ลองหากันดูนะคะ

http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/6/64/Lastjudgement.jpg
http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/6/64/Lastjudgement.jpg

เขาเล่ากันว่า ไมเคิลเกลียดคาดินัลท่านนี้มาก ก็เลยวาดภาพของท่านให้ถูกงูกัดจู๋อยู่ในนรก คาดินัลท่านเห็นภาพวาดนี้ ท่านเดือดร้อนมากจึงไปขอร้องให้โป๊ปช่วย แต่โป๊ปตอบว่า ยูอยู่ใน hell ดังนั้น แม้แต่โป๊ปก็ช่วยไม่ได้นะจ๊ะ....พวกเราก็เลยได้มีโอกาสชื่นชมภาพของท่านคาดินัลผู้น่าสงสารท่านนี้แล

Offline niko

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 982
Re: ตุหรัด ตุเหร่ทัวร์
« Reply #1 on: 22 October 2008, 08:56:08 PM »
http://mv.vatican.va/3_EN/pages/CSN/CSN_Main.html


รูปก้นของพระเจ้า ซึ่งจะอยู่เหนือหัวของโป๊ปพอดี๊ๆ

http://en.wikipedia.org/wiki/Image:Creation_of_stars_and_planets.jpg

Pope Julius II
http://en.wikipedia.org/wiki/Image:09julius.jpg

Offline Cherokee

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 2030
Re: ตุหรัด ตุเหร่ทัวร์
« Reply #2 on: 22 October 2008, 11:25:26 PM »
ขอบคุณมากครับ  ข้อมูลแน่นปึ้ก  ผมสงสัยเรื่องความไม่ลงรอยระหว่างมิเคลอันเจโลกับลีโอนาร์โด ดาวินชี  ผมอ่านใบปลิวสมัยไปอิตาลีว่ามิเคลอันเจโลไม่ยอมยกโทษให้ลีโอนาร์โด  แต่ไม่ทราบว่าเรื่องอะไร  อยากรู้ต้องซื้อทัวร์เขาครับ เลยยอมโง่จนทุกวันนี้ 555

Offline niko

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 982
Re: ตุหรัด ตุเหร่ทัวร์
« Reply #3 on: 23 October 2008, 01:52:14 PM »
ขอบคุณค่ะ  :) เล่ามากไป ก็ไม่ทราบว่า จะน่าเบื่อสำหรับบางท่านหรือเปล่า

พี่เคยไปโรมมาเมื่อประมาณปี 92, 93 ตอนนั้น ก็ดูไปเรื่อยๆ ไม่ได้หาความรู้อะไรมากมาย รู้แต่ว่า สิ่งทีเห็นคืออะไร ยิ่งใหญ่ หรือ สวยดี แต่ไม่ได้รู้อะไรไปมากกว่านั้น

ไปครั้งนี้ ก็เลยตั้งใจไปเที่ยวแบบเจาะลึก แล้วก็รู้สึกว่าได้รสชาด(สะกดถูกไหมเอ่ย?) ซาบซึ้ง สนุกกว่า คราวที่แล้ว (ก็ต้องขอบคุณ ว่าที่ Dr. Brandon ณ. Cambridge สำหรับความรู้มากมายที่ท่านได้กรุณาแบ่งปันให้อย่างสนุกสนาน มาณ.ที่นี้ด้วยค่ะ) ก็เลยคิดว่า เอาข้อมูลมาแบ่งปัน เผื่อหลายๆท่าน หากได้มีโอกาสไปเที่ยวที่อิตาลี จะได้มีข้อมูลประกอบการเที่ยว และได้รับอรรถรสมากขึ้น

กลับมาเล่าเรื่องของ Michelangelo ต่อดีกว่า

มีภาพเขียน Holy Family/Sacra Famiglia

http://it.wikipedia.org/wiki/Sacra_Famiglia_(Michelangelo)

เป็นภาพเขียนแบบ easel paintingเพียงภาพเดียว ที่เขียนได้เสร็จสมบูรณ์ โดย Michelangelo นักปั้นผู้ยิ่งใหญ่

ภาพนี้เป็นภาพที่ Angelo Doni จ้างให้ ไมเคิลเขียนเพื่อมอบเป็นของขวัญวันแต่งงานแก่คู่หมั้นของเขา แต่ไมเคิลไม่ค่อยอยากรับงานเท่าไรจึงเรียกค่าจ้างในราคา 70 ducats ซึ่งจัดว่าแพงมาก แต่เพื่อเจ้าสาวที่รัก Angelo Doni ตกลงจ่ายให้ในราคาที่ไมเคิลเรียกร้อง

ไมเคิลวาดรูปเกี่ยวกับ Holy Family ซึ่งมี Mary, Joseph + baby Jesus เป็นศูนย์กลาง โดยมีภาพเปลือยของหนุ่มๆหลายๆคนอยู่ด้านหลังเป็น backgroundและมีภาพ John the Baptist ในวัยเด็กอยู่ด้านขวา
Angelo Doni ไว้ใจไมเคิลมาก ก็เลยไม่เคยแวะไปดูภาพในระหว่างที่ไมเคิลวาดเลย พอไมเคิลวาดเสร็จ Angelo Doni ก็แวะไปรับรูป แต่พอเขาเห็นรูป เขาก็ตกใจมาก และเขาก็บอกว่า เขาเอาภาพที่มีผู้ชายโป๊ๆ
เยอะแยะแบบนี้ ไปให้ว่าที่เจ้าสาวของเขาไม่ได้หรอก รับไม่ด๊าย รับไม่ด้าย แล้วเขาก็กลับไปบอกคู่หมั้นของเขาว่า ซอรี่นะ ภาพวาดโดยไมเคิลที่ไอตั้งใจจะให้เป็นของขวัญยูน่ะ มันโป๊ น่าเกลียด ไอเลยบอกเลิกไมเคิลไปแล้ว ไอไม่เอา คู่หมั้นได้ยินดังนั้น ก็บอกว่า แต่ฉันอยากได้นี่ Angelo Doni ก็เลยกลับไปหาไมเคิล และเสนอว่า จะเอาภาพนั้นก็ได้ แต่เขาจะจ่ายเพียง 35-40 ducats เท่านั้น ไมเคิลก็เวย์โน
Angelo Doni ก็กลับไปเล่าให้ดาร์ลิงฟัง เธอก็บอกว่า เธออยากได้ Angelo Doni ก็เลยต้องกลับไปหาไมเคิลและบอกว่า โอเค ไอจะจ่ายให้ตามที่ตกลงกัน แต่ไอจะให้ ลีโอนาโด แก้ไขภาพbackgroundใหม่
ไมเคิลได้ยินก็โกรธมาก บอกว่าถ้ายูทำอย่างนั้นนะ ฉันจะฟ้องยู การซื้อภาพจึงไม่เกิดขึ้น Angelo Doni ก็กลับไปบอกคู่หมั้น คราวนี้ เธอโกรธมาก บอกว่า ฉันต้องได้ภาพนั้น ถ้าเธอเอามาไม่ได้ เราเลิกกัน
Angelo Doni ก็เลยต้องจำใจกลับไปหาไมเคิลอีกครั้ง คราวนี้ เขาเสนอว่า จะจ่ายให้เต็มราคาและไม่แก้ไขภาพ ไมเคิลตอบว่า ดีมาก แต่ตอนนี้ ราคาเปลี่ยนใหม่แล้วนะจ๊ะ ฉันปรับราคาขึ้น 100percent = 140 ducats, take it or leave it! แน่นอนอยู่แล้ว Angelo Doni ก็ต้องกัดฟันจ่าย เพราะไม่งั้นถูกทิ้งแน่....เรื่องก็จบด้วยประการฉะนี้แล....

มีการตีความถึงความตั้งใจของไมเคิลในการวาดภาพนี้ว่า ไมเคิลต้องการแสดงถึงพวกคนโป๊ๆด้านหลังว่าเป็นพวก Old Pagan World (พวกที่เชื่อและเคารพในเทพทั้งหลาย แต่ไม่เชื่อใน New age of Christianity) มี Mary, Joseph + baby Jesus เป็นตัวแทนของNew age of Christianity และมี John the Baptist เป็นตัวเชื่อมเพื่อนำพวกOld Pagan World มาสู่โลกใหม่ Christianity (คือถ้าคุณได้รับการ
แบ๊บไทส์ คุณก็จะกลายเป็นคริสต์)

เขาพูดกันว่า ภาพวาดของไมเคิลแสดงถึงรายละเอียดต่างๆได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการที่เราสามารถมองเห็นเข้าไปในรูจมูกของMary ท่าทาง ตลอดจนมัดกล้ามเนื้อที่เขม็งตึงของผู้คนในภาพ สีสันสดใส...ที่ตัดกัน ซึ่งสร้างความรู้สึกให้แก่คนดูได้ลึกซึ้งกว่า ภาพที่งดงาม แต่ขาดองค์ประกอบของ dramatic tension (ไม่รู้ว่าจะแปลเป็นไทยให้สวยๆว่าไง) ของ Leonardo + Botticelli

 พูดถึง Leonardo คงจะไม่ถูกกับไมเคิลและเป็นคู่แข่งที่ไม่กินเส้นกัน ตอนบั้นปลายชีวิต Leonardo ก็เลยขนข้าวของสมบัติไปรับจ้างสร้างปราสาท Chenonceau  อยู่ที่ Ambois , France และ Leonardo ก็เสียชีวิตที่นั่น

http://www.pixmac.com/picture/chenonceau-france/000000006080
http://travel.webshots.com/album/63693482SzTmPt 


Offline Cherokee

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 2030
Re: ตุหรัด ตุเหร่ทัวร์
« Reply #4 on: 23 October 2008, 03:57:24 PM »
เอาลิงค์ดีกว่ามั้งครับพี่นิโก้
Sacra Famiglia (Michelangelo)
http://it.wikipedia.org/wiki/Immagine:Michelangelo_Buonarroti_046.jpg

Offline niko

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 982
Re: ตุหรัด ตุเหร่ทัวร์
« Reply #5 on: 23 October 2008, 06:42:07 PM »
ขอบคุณค่ะ :)

Offline niko

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 982
Re: ตุหรัด ตุเหร่ทัวร์
« Reply #6 on: 23 October 2008, 06:58:37 PM »
หากท่านทั้งหลายได้มีโอกาสเดินดูรูปปั้นนู๊ดของชายหนุ่มนู๊ดทั้งหลาย ในวาติกัน จะสังเกตุเห็นได้ว่า จะถูกตอนและมีใบไม้แปะไว้ทั้งหมด

http://www.christusrex.org/www1/vaticano/SC-Apoxyomenos.jpg

แบรนดอนเล่าให้ฟังว่า วาติกันไม่เคยทิ้งอะไร ดังนั้น ของรักของหวงที่ถูกตัดออกในยุคที่มีการต่อต้านรูปนู๊ดนั้น ยังถูกเก็บไว้อยู่ในชั้นใต้ดินของวาติกันเป็นอย่างดี และตอนนี้ มีเพื่อนคนหนึ่งของแบรนดอน กำลังทำ PHD. เรื่องนี้ เขาคงจะใช้เวลาในการค้นหาว่า ชิ้นส่วนที่ถูกตัดเก็บไว้แต่ละชิ้นนั้น เป็นของรูปปั้นใด ส่วนจะรีเสิรชเพื่อหาชิ้นส่วน หรือจะแซะใบไม้ออก แล้วเอาของเดิมมาต่อให้สมบูรณ์หรือไม่ พี่ไม่รู้ค่ะ

Offline niko

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 982
Re: ตุหรัด ตุเหร่ทัวร์
« Reply #7 on: 23 October 2008, 09:00:27 PM »
ภาพที่Sistine Chapel
http://images.google.co.th/images?q=sistine+chapel&hl=th&rlz=1T4TSHB_enTH290TH290&um=1&ie=UTF-8&sa=X&oi=images&ct=title

พูดถึงเรื่องการวาดภาพที่Sistine Chapelนั้น เขาว่ากันว่า Michelangeloไม่ได้นอนวาด อย่างที่พี่เคยเข้าใจ (เขาบอกว่าหากนอนวาด เขาคงจะต้องใช้พู่กันยาวมาก ซึ่งคงไม่ใช่) เขาสันนิษฐานว่าMichelangeloใช้วิธีสร้างห้างขึ้นมา และยืนหงายคอวาด เพราะเขาค้นพบบันทึกของไมเคิลเขียนไว้ตอนหนึ่งในทำนองว่า ฉันกลับมาบ้าน ปวดเมื่อยเนื้อตัว สีเปื้อนเต็มหน้า อีกทั้งMichelangeloยังบอกว่า การวาดภาพที่Sistine Chapel ทำให้สายตาของเขาสูญเสียการมองเห็นที่ดี

อีกอย่างหนึ่งก็คือ Michelangelo ใช้เวลาสี่ปีกว่าๆในการวาดภาพบนเพดานก่อน หลังจากนั้นเขาได้กลับมาวาดภาพThe Last Judgement ทีหลัง โดยเขาต้องการวาดภาพเต็มผนังทั้งหมด ซึ่งทำให้เขาต้องวาดภาพบางส่วนทับภาพที่วาดโดยศิลปินยุคเก่าด้วย สีฟ้าที่ใช้นั้น เขาเล่าว่าเอามาจากหินประเภทหนึ่ง ซึ่งมีราคาแพงมาก

บนเพดานของSistine Chapelนั้น จะมีรอยโหว่ขนาดตัวคนอยู่รอยหนึ่ง ซึ่งเขาเล่ากันว่า ในช่วงหลังๆ Michelangelo ได้ใช้ผู้ช่วยให้ช่วยผสมวัตถุดิบในการวาดให้ และผู้ช่วยผสมไม่ถูกสัดส่วน ทำให้ต้องมีการซ่อมแซม และเมื่อเวลาผ่านไปประมาณสองร้อยปี ได้เกิดแผ่นดินไหว (บางคนก็บอกว่าแรงระเบิด) แรงสั่นสะเทือนทำให้ภาพส่วนนั้นล่วงหล่นลงมาแตกเป็นเสี่ยงๆ และบังเอิญ Michelangelo ท่านก็ไม่อยู่ซ่อมให้แล้ว เขาก็เลยปล่อยให้โหว่ไว้ ซึ่งรอยโหว่นี้ หากไม่ตั้งใจดูให้ดี ก็จะมองไม่เห็น (เสียดายที่เขาห้ามเอากล้องเข้าไป ก็เลยถ่ายให้ดูไม่ได้ค่ะ)

Offline niko

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 982
Re: ตุหรัด ตุเหร่ทัวร์
« Reply #8 on: 25 October 2008, 03:18:18 PM »
ขอบคุณค่ะ  :)  พูดถึง Leonardo คงจะไม่ถูกกับไมเคิลและเป็นคู่แข่งที่ไม่กินเส้นกัน ตอนบั้นปลายชีวิต Leonardo ก็เลยขนข้าวของสมบัติไปรับจ้างสร้างปราสาท Chenonceau  อยู่ที่ Ambois , France และ Leonardo ก็เสียชีวิตที่นั่น

/quote]

ขอโทษทีค่ะ จำผิดไป (ไปเที่ยววันเดียวสามชาโตว์ เลยจำสับสน) ความจริงแล้ว เป็น Château Amboise นะคะ ไม่ใช่ Chenonceau

http://en.wikipedia.org/wiki/Ch%C3%A2teau_d'Amboise

Offline niko

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 982
Re: ตุหรัด ตุเหร่ทัวร์
« Reply #9 on: 08 November 2008, 05:06:45 PM »
กลับมาเล่าต่อค่ะ

Sistine Chapel เป็น Chapel ส่วนตัวของโป๊ป แล้วก็เป็นสถานที่สำคัญที่ใช้ในการเลือกโป๊ปองค์ใหม่ โดยจะมีการเกณฑ์ให้ พระผู้ใหญ่เข้าไปอยู่ใน Sistine Chapel ปิดประตูและห้ามออกมา จนกว่าจะมีการเลือกโป๊ป องค์ใหม่เรียบร้อย โดยเขาจะส่งสัญญานด้วยการปล่อยควันออกมาให้ผู้คนที่รอคอยอยู่ด้านนอกเห็น และโป๊ปองค์ใหม่ก็จะเดินออกไป ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกให้โลกเห็น

ตอนที่ Michelangelo มาทำงานที่นี่ ท่านมีอายุ33 ปี Sistine Chapel ถือเป็นศิลปะยุค Renaissance ( Re-birth )ชิ้นยอดเยี่ยม ภาพพระเจ้าสร้างโลก อาดัม อีฟ เรื่องราวต่างในไบเบิ้ล....แสดงถึง อารมณ์ ความรู้สึก ความหวัง การมองโลกในแง่ดี ไม่ซึมเซา เศร้าหมอง ดูแล้ว จืดชืด ไร้อารมณ์ ชวนฆ่าตัวตายเหมือนภาพในยุค Byzantine  (อันนี้ เป็นความรู้สึก ความเห็นส่วนตัวค่ะ)

Sistine Chapel อยุ๋ในส่วนของ Vatican Museum ซึ่งมีสิ่งต่างให้เดินดูประมาณ 4 miles เป็น 4 miles ที่รวมงานเจ๋งๆสุดยอดของโลก ประเภทต้องดูๆไว้มากมาย ถ้าให้พี่แนะนำ ก็ให้ใช้เวลาสักหนึ่งวัน หรือมากกว่าก็ได้ ถ้าชอบมาก รองเท้าดีๆ สักคู่ กล้องสองทางไกล ถ้ามี อย่าไปเสียเวลาเที่ยวดัวยการเข้าคิวซื้อตั๋ว เพราะจะเสียเที่ยวเปล่าๆ พี่คิดว่า ซื้อทัวร์ดีกว่าค่ะ ไหนๆ อุตส่าห์มาถึงโรมแล้ว พี่ใช้บริษัท Through Eternity ราคา 48 euro 5 ชั่วโมง สำหรับ St. Peter and Vatican Musuem ไกด์ส่วนมากเป็นนักศึกษาด้านศิลปะ โบราณคดี... ส่วนมาก ทำงานเพื่อหาเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในการศึกษา มีความรู้ดี ทุ่มเทกับงานที่ทำ บริการเกินคุ้มค่ะ

วันปกติ จ-ศ วาติกัน จะเปิด 10.00-16.45 แต่ Sistine Chapel จะปิดก่อน เพราะฉนั้นพยายามไปดูก่อนก็ดี

สำหรับพี่ ไกด้เริ่มด้วยการพาเดินผ่าน Egypt and Mesopotamia ไปสู่ Pio Clementino Collection ซึ่งมีรูปปั้นกรีกและโรมัน สิ่งที่ต้องดูคือ Laocoon group (1st century B.C.), Apollo Belvedere (2nd century Roman copy of a Greek original), Belvedere Torso (2,000-year-old Torso) (มีอิทธิพลต่องานของ Michelangelo มาก)...เดินผ่านห้อง Tapestries (กรุณาอย่าใช้แฟลชในการถ่ายรูปเพื่อเป็นการถนอมไว้ให้รุ่นลูก รุ่นหลานเราดูต่อๆไป) , ห้องแผนที่โบราณ...ไปเรื่อยๆ ก็จะมาถึงห้องสำคัญอีกห้อง (the Stanze of Raphael ) ที่ Fresco ทำโดย Raphael และผู้ช่วย ภาพสำคัญคือ School of Athens ( pre-Christian classical orientation) ( ภาพนี้เคยใช้ตกแต่งห้องของ Pope Julius II ).  Raphael วาดภาพรวมศิลปินที่เขาชื่นชมไว้ที่นี่  Aristotle, Plato (จริงๆแล้วคือ หน้าของ Leonardo da Vinci), Michelangelo...

http://www.travelpod.com/travel-photo/flashpackers/1/1208219400/in-the-raphael-room.jpg/tpod.html

http://www.travelpod.com/travel-photo/flashpackers/1/1208219400/raphaelxs-school-of-athens-painting.jpg/tpod.html

ผู้ชายสวมเสื้อสีม่วง กางเกงสีกากี สวมบู๊ท นั่งเท้าคาง อยู่ด้านหน้า มุมซ้าย คือ Michelangelo

(In the centre Plato points upwards with a finger and holds his book Timeus in his hand, flanked by Aristotle with Ethics; Pythagoras is shown in the foreground intent on explaining the diatesseron. Diogenes is lying on the stairs with a dish, while the pessimist philosopher, Heracleitus, a portrait of Michelangelo, is leaning against a block of marble, writing on a sheet of paper. Michelangelo was in those years executing the paintings in the nearby Sistine Chapel. On the right we see Euclid, who is teaching geometry to his pupils, Zoroaster holding the heavenly sphere and Ptolemy holding the earthly sphere. The personage on the extreme right with the black beret is a self-portrait of Raphael.
(http://mv.vatican.va/3_EN/pages/SDR/SDR_00_Main.html))

Raphael นับเป็นคู่แข่งคนสำคัญของ Michelangelo แต่พอเขาไปแอบดูงานของ Michelangelo ตอนที่กำลังทำ Sistine Chapel เขาก็อดชื่นชมจนต้องวาดภาพของ Michelangelo ลงในภาพ School of Athens