• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
23 July 2019, 07:30:20 pm

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


ปรับเสียงกีตาร์ Tone, ตู้ Amp และ effect ให้ได้เสียงแบบนักกีตาร์ระดับโลก

Started by Bat, 08 January 2009, 09:36:23 pm

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Bat

สวัสดีครับ

ผมเชื้อว่าหลายๆ คนที่เล่นกีตาร์ล้วนต้องการปรับเสียงให้ได้เหมื่อนกับนักกีตาร์ที่ตัวเองชอบที่สุด ผมเองเสียเวลากับการหาเสียงเหล่านี้มาเยอะมากครับ ดังนั้นมาช่วยกันเขียนกันครับ ได้เอาไปลองใช้กัน จะได้ไม่เสียเวลามากไปกับการค้นหาเสียงของ Super star ต่างๆ ที่เราชอบ เอาเวลามาฝึกหัดกันดีกว่า

ก่อนอื่นต้องขอบอกไว้ก่อนครับว่า เราไม่จำเป็นที่จะไปซื้ออุปกรณ์แบบนักกีตาร์ที่เราชื่นชอบทั้งหมด เอาเป็นว่าพยายามซื้อในสิ่งที่จำเป็นครับ อย่างเช่นกีตาร์ ถ้าในแนว Stevie Ray Vaughan ก็ต้องใช้ Fender ถ้าเอากีตาร์แบบที่มี Pickup เป็น Hambucker มาใช้ก็จะ set เสียงออกมาให้เหมื่อนยากครับ หรือ Yngwie ใช้กำแพง Amp Marshall เราไม่จำเป็นที่จะซื้อกำแพง Amp Marshall อย่าง Yngwie มาใช้ในบ้าน เพียงแต่ set อย่างไรที่ให้เสียงออกมาให้เหมื่อนมากที่สุดหรือที่เราเรียกกันว่า ให้มีกลิ่นไอครับ

ผมขอเริ่มจาก Super Star ของผม Stevie Ray Vaughan (SRV) นักดนตรี Blues จาก Taxas (ไม่หน้าจากโลกนี้ไปเร็วเลย.....จริงๆ)

Stevie Ray Vaughan ใช้กีตาร์ของ Fender รุ่น Stratocaster, Pickup เป็นแบบ Single-Coil ทั้งหมด

โดยมาก Stevie Ray Vaughan ใช้ตู้ Amp ของ Fender

Stevie Ray Vaughan จะใช้ตู้ Amp อย่างน้อย 2 ตู้ครับบางครั้งก็ใช้ 4 ตู้ เพื่อเอาไว้แบ่งสัญญาณพวก Delay, Chorus ครับ วิธีนี้จะทำให้เสียงออกมาเป็น Stereo ครับ อย่างเช่น เสียง clean อยู่ที่ Amp ตัวด้านซ้ายและเสียง Delay ออกมาจาก Amp ทางขวาหรือบางที่ก็ออกทั้ง 2 ข้างไปมาครับ ตู้ Amp ที่ Stevie ใช้ส่วนใหญ่จะเป็น Fender รุ่น Vibroverb 1x15 และ Fender รุ่น Super Reverbs 4x10 ครับ

Stevie Ray Vaughan ตั้งค่าบนตู้ Amp ดังนี้ครับ

Bass ที่ 6 นาฬิกา

Middle ที่ 5 นาฬิกา

Trable ที่ 1 หรือ 2 นาฬิกา

ปิด Bright Switch บนตู้ครับ

Stevie Ray Vaughan ใช้ effect ของ Ibeanez รุ่น Tube Screamer ไว้สำหรับเพิ่ม Gain

เสียงแตกได้มาจาก TS-808

Stevie Ray Vaughan ตั้ง Overdrive, Tone และ Level บน TS ไว้ที่ 12 นาฬิกาครับ

วิธีการต่อ Effect ของ Stevie Ray Vaughan

เริ่มจาก กีตาร์ output ส่งเข้ามา Wah Wah ของ Vox
Ibanez TS808 Tube Scream
Ibanez TS808 Tube Scream
Univox Uni-Vibe Pedal ต่อตรงเข้าตู้ Amp เลยครับ

ใครมีวิธี Set up ดีๆ เข้ามาเขียนกันครับ ตอนนี้ผมมองหาของ Yngwie อยู่

เดียวจะมาเขียนใหม่ครับ วันนี้เอาแค่นี้ก่อน


poj

แอมป์อีกตัวที่ SRV ใช้ จนมีตามหากันมากคือ
Dumble Overdrive Special ครับ

ผมคิดว่า Tone ของ SRV นั้น เลียนแบบยากมาก 
เพราะ SRV เล่นแบบดุดัน เฉียบขาด
น้ำหนักการดีด  น้ำหนักนิ้ว 
ขนาดของสาย Action ของสาย
ยากครับ ที่จะหาคนที่เล่นแล้วได้ tone ของ SRV จริงๆ

ตั้งแต่ SRV จากไป  ผมยังไม่เคยเห็นมือกีตาร์ Blues คนไหน เล่นได้ดุเท่า SRV อีกเลย
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

Karin Preeda

มีคล้ายๆนะครับ Kenny Wayne Sheperd ผมว่าเค้าไม่เลวเลย แต่มีคนด่าเพียบ เพราะดันไปเล่นคล้าย SRV อยู่บ้าง

Bat

ที่พี่ Poj กล่าวมานั้นถูกต้องครับ ผมเห็นด้วย

เพียงแต่ผมตั้งใจที่จะเขียนกระทู้ไว้อันหนึ่ง สำหรับคนที่ต้องการ Set up Tone ให้ง่ายขึ้น พูดง่ายๆ ก็ Guide Line ครับ



poj

เข้าใจครับ  ผมเพียงแต่เพิ่มประเด็นเข้ามาเท่านั้นครับ

การศึกษา ชุดของศิลปินก็มีประโยชน์ดีครับ
อย่างคนที่เขียนเรื่องชุดของ David Gilmour อย่างละเอียดที่ Gilmourish.com ก็มีประโยชน์มาก
ถึงแม้จะไม่มีใครเล่นได้อย่าง David Gilmour แต่ก็ยังมีประโยชน์ในการศึกษาชุดของเขาครับ

ขอบคุณที่เขียนเรื่อง SRV ให้อ่านกันครับ

และถึงผมจะไม่มีปัญญา จะเล่นได้เหมือน SRV, Larry carlton หรือ Robben Ford
ผมก็ยังอยากซื้อ Overdrive Specail amp มาดูเล่นสักตัวเหมือนกัน   :supergrin:
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

Bat

555+ ผมอยากซื้อเต็มไปหมดเลยครับ ตอนนี้อยากจะได้ Amp มาเพิ่มอีกตัวครับ เอาไว้ใช้เสียงจาก effect

คือ Amp ที่ผมมีอยู่ผมจะเอามาใช้เป็นเสียง Dry (แห้งๆ) ส่วนอีกตัว อาจจะเป็น Amp ที่มีขนาดเล็กลงหน่อย จะเอามาใช้กับเสียง Wet (เสียงเปียกครับ) วิธีนี้จะช่วยให้ได้เสียงที่ดีขึ้นมาก

ตอนนี้ต้องพยายามหักห้ามใจตัวเอง ระงับความอยากให้ลดน้อยลง แต่จะมาเอาดีทางด้านฝึกหัดให้มากขึ้นครับ มีช่วงหนึ่ง หลังเลิกงานหัดเล่นทุกวัน วันละ 2 - 3 ชั่วโมง ได้อะไรมาเยอะครับ แต่พอหยุด เพลงที่เคยเล่นได้อย่าง Arpeggio to hell ของ Yngwie หยุดมาเดือนเดียว เล่นไม่ได้แล้วครับ ส่งกลับ Sweden ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 555+

sw

ชอบเพลง Little wing ที Stevie Ray Vaughan เล่นมากๆ ชอบรองลงมาจาก Jimi Hendrix
Jimi แต่งเพลงนี้สั้นมากแกล้งคนฟังให้อารมณ์ค้าง SRV เลยเอามาเล่นแบบมันแบบยาวๆสะใจไปเลย

Bat

วันนี้เรามาดูการ set up ของ Eric Peterson มือกีตาร์แนวเพลง Metal ของวง Testament ครับ

อุปกรณ์ที่ Eric ใช้มีดังนี้

ตู้ Amp เป็นของ Mesa

หัว Amp รุ่น Mesa Triple Rectifier ใช้ต่อเข้ากับ 4 x 12 Recto Cabinet Vintage 30s

Effect ที่ใช้ก็มี

Dunlop Jimi Hendrix Wah

Boss CE-5 Chorus Ensemble

Boss TU-2 Chromatic Tuner

Boss DD-5 Digital Delay

กีตาร์ที่ใช้

Dean Cadillac

Gibson Flying V

Dean Time Capsule V

สายกีตาร์เบอร์ .010 - .052

โดยมากเขาจะตั้งสายตำลง 1 step โดยเริ่มจากสายต่ำ - สูง ( D G C F A D)

วิธีที่ Eric ต่อ effect

จากกีตาร์ต่อเข้า Dunlop Jimi Hendrix Wah ต่อเข้า Boss CE-5 Chorus Ensemble ต่อเข้า Boss TU-2 Chromatic Tuner แล้วต่อเข้าหน้าตู้ของ Amp ส่วน Boss DD-5 Digital Delay Eric ต่อทาง Effect Loop หลังตู้ครับ Eric ปรับค่า Boss DD-5 Digital Delay ที่ 400 ms ครับ

สาย Cable ที่ใช้ก็เป็นของ Monster ครับ

sw

Quote
โดยมากเขาจะตั้งสายตำลง 1 step โดยเริ่มจากสายต่ำ - สูง ( D G C F A D)


เล่นแปลกมากๆครับ แล้วจะจับคอร์ดยังไงล่ะ คงต้องเปลี่ยนแบบการวางนิ้วทั้งหมดเลยนะเนี่ย

phokha

ยังไม่เคยดูแผ่นแสดงสดของของอีริค แพทเตอร์สันนะครับ
แต่เดาเอา
แนวเมทัล คงไม่ค่อยจับ full chord มั้งครับ

เล่น เพาเวอร์คอร์ด รูดทั้งคอ ปรู้ดๆๆๆๆ :D
I dont like pop music.

jtr

Quote from: sw on 11  January  2009, 01:43:29 am
Quote
โดยมากเขาจะตั้งสายตำลง 1 step โดยเริ่มจากสายต่ำ - สูง ( D G C F A D)


เล่นแปลกมากๆครับ แล้วจะจับคอร์ดยังไงล่ะ คงต้องเปลี่ยนแบบการวางนิ้วทั้งหมดเลยนะเนี่ย

ไม่ต้องเปลี่ยนนี่ครับ
แค่เลื่อนมือลงมา2ช่อง จากปรกติ
เช่นเดิมจับคอร์ด F ที่ช่อง1 ก็เลื่อนมาจับที่ช่อง 3 ครับ  :D
ตั้งแบบนี้ จะดันสาย หรือสเร่อเสียงได้มากกว่าปรกติ
ซึ่งแตกต่างจากการตั้งสายเปิดครับ  :)
Music is a universal language, and needs not be translated, with it soul speaks to soul.

sw

Quote from: jtr on 14  January  2009, 07:37:09 pm
ไม่ต้องเปลี่ยนนี่ครับ
แค่เลื่อนมือลงมา2ช่อง จากปรกติ
เช่นเดิมจับคอร์ด F ที่ช่อง1 ก็เลื่อนมาจับที่ช่อง 3 ครับ  :D
ตั้งแบบนี้ จะดันสาย หรือสเร่อเสียงได้มากกว่าปรกติ
ซึ่งแตกต่างจากการตั้งสายเปิดครับ  :)

แต่ก็คงต้องเป็นคอร์ดแบบไม่มีสายเปล่าใช่มั้ยครับ
ผมเคยเห็นมือกีต้าร์คนนึงเล่นแปลกกว่านี้ รู้สึกว่าจะเป็นวงโรเจอร์ วอเตอร์  แกเล่นดีดมือซ้าย มือขวาจับคอร์ด แต่แกไม่ต้องกลับสายอะ แบบเอากีต้าร์คนถนัดขวามาเล่นได้เลย เจ๋งจริงครับ

sw


:filrt: โปรดสังเกตุมือลี้ดกีต้าร์ครับ เล่นมือซ้ายแต่ไม่กลับสาย  เอาตำราที่ไหนมาหัดนี่ นับถือเลยเพ่ :worshippy:

ถามคุณ Bat ต่อหน่อยนะครับอยากเล่นเพลงของ Shadows จะปรับเสียงแบบ Hank B Marvin ได้อย่างไรครับ แกใช้เอฟเฟคอะไรรึป่าว


มือเบสคนใหม่ของเจฟเบ็ค  :thumbup: :dribble:

Bat

ก่อนอื่นผมต้องบอกตามตรงครับว่า ผมไม่ได้เล่นแนวเพลงของ The Shadows มานานมากแล้ว ผมเคยเล่นอยู่ประมาณ 10 ปีก่อน ตอนนี้มาเล่นหนักทาง Blues และ Rock เป็นส่วนใหญ่

ในความเห็นส่วนตัวของผม คุณต้องใช้กีตาร์ของ Fender Stratocastor เวลาเล่นลองใช้ neck pickup ดูครับ แต่การคุม volume, tone บนตัวกีตาร์ อันนี้สำคัญมากต้องค่อยๆลองดู

จากนั้นกีตาร์ Amp ถ้าคิดจริงจัง ผมอยากให้ไปลองกีตาร์ Amp ที่สามารถทำเสียง Tone ของ 60's stacks ได้ แต่ถ้าไม่จริงจังเกินไป ลองใช้ Amp ที่มีอยู่ก่อนครับว่าพอใจมากน้อยแค่ไหน ผมเองพยายามหา Tone เสียงของ Eric Clapton มานานมาก เคยไปร้านกีตาร์ที่เมืองนอกแล้วบอกกับคนขายว่า ผมต้องการกีตาร์ Amp ที่ให้เสียงแบบ Eric Clapton คนขายตอบผมมาว่า จะเอา sound ของชุด CD ปีไหน ทำให้ผมงงครับเพราะคนขายก็บอกเองว่า พวกนักดนตรีระดับโลกก็เปลี่ยน Amp ไปเลื่อยๆ แต่ตอนนี้ผมคิดว่า Fender Blue Junior ของผมทำหน้าที่ได้พอใจผมมาก

ส่วนในเรื่อง effect ผมคิดว่า Hank Marvin ใช้ delay และ reverb ในหลายๆเพลงที่เขาเล่น ลองเปิด reverb ให้มากครับแล้ว set delay ให้ลดน้อยลงหน่อย คือ set delay ให้มีกลิ่นไอก็พอครับ equalizers อาจจำเป็นต้องใช้ อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับ Amp ที่ใช้

ได้ผลยังไงเล่าให้ฟังบ้างครับ (ที่กล่าวมาเป็นความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ)

sw

ขอบคุณคุณ Bat ครับ ตอบอย่างละเอียดเลย ผมเอาไว้ปรับเล่นในบ้านเท่านั้นเองครับ ผมชอบเสียงของเดอะชาโดว์ในคอนเสิร์ทล่าสุด ชอบการปรับเสียง ฟังแล้วรู้สึกย้อนยุคได้บรรยากาศดี คุณภาพเสียงก็ดีขึ้นกว่าของเก่าด้วย แต่ผมก็ยังไม่ได้ซื้อแอมป์ซักที ของเก่ายกให้หลานไปแล้ว เล็งๆไว้ก็เจ้าตัวเล็กสีขาวนั่นล่ะ แต่ยังไม่ได้โอกาสไปลองซักที

Bat

ไม่ทราบว่า ที่บอกมา"เล็งๆไว้ก็เจ้าตัวเล็กสีขาว" เป็น Amp ของอะไรครับ Fender หรือเปล่า?

sw

ใช่ครับ Fender Champion 600 ที่คุณ poj รีวิวไว้ โครงการในฝันผมคือจะมีห้องฟังเพลงและห้องซ้อมดนตรีอยู่ในห้องเดียวกันครับ มีที่ตั้งกลองชุดและคีย์บอร์ดได้ด้วย แต่ยังไม่มีตังก็ฝันเอาไว้ก่อน สะสมไปทีละนิด อีกห้าปีสำเร็จก็ยังโอเค เอาไว้เล่นตอนแก่แก้เหงาครับ

จ๊อด ฟุลเรนจ์

Quote from: sw on 15  January  2009, 02:25:58 am

แต่ก็คงต้องเป็นคอร์ดแบบไม่มีสายเปล่าใช่มั้ยครับ
ผมเคยเห็นมือกีต้าร์คนนึงเล่นแปลกกว่านี้ รู้สึกว่าจะเป็นวงโรเจอร์ วอเตอร์  แกเล่นดีดมือซ้าย มือขวาจับคอร์ด แต่แกไม่ต้องกลับสายอะ แบบเอากีต้าร์คนถนัดขวามาเล่นได้เลย เจ๋งจริงครับ



อ้าว.... ก็จิมี่ เฮนดริกซ์ไงครับ
ผมอาจจะไม่มีพรสวรรค์ หรือทักษะที่สูงส่ง แต่สิ่งที่ผมมีคือ ผมไม่เคยยอมแพ้ต่อสิ่งใด
--ปาร์ค จี ซอง

poj

่๋Jimi เอาสาย 6 อยู่บนครับ
เพียงแต่เอากีตาร์มือขวา มากลับหัวเล่น



ส่วนคนที่คุณ SW พูดถึงคือ Doyle Bramhall II ครับ
เขาเอาสาย 6 ลงล่างครับ


อีกคนหนึ่งที่ทำแบบนี้คือ คนที่อยู่วง Air supply น่ะครับ
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

sw

แบบจิมี่ จะเล่นคอร์ดได้ตามแบบคนถนัดขวา เวลาดูรูปคอร์ดหรือแท็ปเพียงแต่กลับซ้ายขวาแบบส่องกระจกเงา แต่แบบของ Doyle การจับคอร์ดต้องเปลี่ยนรูปแบบหมดเลยครับ เวลาดันสายขึ้นแกก็ต้องดันสายลงแทน มันแปลกดีไม่ได้พูดถึงฝีมือนะครับ แต่มือกีต้าร์ที่ผมชอบที่สุดก็ยังเป็นจิมี่อยู่ครับ