Author Topic: สุขภาพแข็งแรง ชีวีเป็นสุข  (Read 11565 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline Hexaphonic

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1619
  • Gender: Male
  • วิญญูชนจอมปลอม
Re: สุขภาพแข็งแรง ชีวีเป็นสุข
« Reply #200 on: 19 December 2018, 05:12:02 AM »


วันนี้ผมตัดสินใจลด-ละ-เลิกการกินอาหารที่ใช้น้ำตาลทรายปริมาณมากๆมาเป็นส่วนผสมล่ะครับ
มันคือ “คาร์โบไฮเดรตขยะ” นี่ล่ะครับตัวการที่ทำให้เราแก่ลง,อ้วนขึ้น
ถึงผมจะจำกัดการกินแบบ Intermittent Fasting แล้ว ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้ว
แต่การกินคาร์บขยะเข้าไป มันเท่ากับสร้างภาระให้ร่างกายโดยใช่เหตุ

คาร์บขยะคืออะไร? คืออาหารจำพวกแป้ง,น้ำตาล ตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา… น้ำตาลอุตสาหกรรม
รวมถึงข้าวเจ้า (ข้าวที่ขัดสีด้วยแรงงานไพร่ทาสจนมีสีขาว ข้าวที่ชนชั้นปกครอง-ชนชั้นเจ้ากิน ไพร่ทาสกินข้าวไม่ขัดขาว)
เส้นแป้งต่างๆในยุคปัจจุบัน

ในสมัยโบราณที่ยังไม่มีการผลิตน้ำตาลอุตสาหกรรม ลองจินตนาการถึงการทำทองหยิบทองหยอดฝอยทองสิครับ
น้ำตาลเป็นของหายากราคาแพง เราจะหาน้ำตาลยังไง?  ทั้งวิธีทำที่ยุ่งยากซับซ้อน
ต้องใช้เเรงงานมาก อีกทั้งต้องทำแข่งกับเวลาและสภาพอากาศที่จะทำให้อาหารบูดเสีย
ขนนหวานจึงเป็นของกินในโอกาสพิเศษจริงๆ สามัญชนจะได้กินก็ในงานเทศกาลงานบุญเท่านั้น
การณ์นี้อาจจะพอมีการระดมแรงงานเพื่อทำขนมหรืออาหารพิเศษได้

สามัญชนแค่ได้กินอาหารหลักในแต่ละวันก็ยากอยู่แล้ว
จะมากินขนมหวานหลังอาหารนี่ยากมาก
“กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่” จึงเป็นเช่นนี้เอง

คาร์โบไฮเดรตพวกนี้ระบบย่อยของมนุษย์ไม่รู้จัก
ระบบย่อย,อวัยวะภายในเราวิวัฒนาการไม่ทันต่อผลผลิตจากการปฏิวัติเขียว
ระบบร่างกายเราตื่นตระหนกต่อคาร์บแคลอรี่สูงลิ่วพวกนี้ มันไม่รู้จะรับมือยังไง
 และที่สำคัญมันกระตุ้นฮอร์โมนอินซูลินอย่างรุนแรง…แล้วมันไม่ดียังไง?

อันว่า..เมื่อเรากินอะไรเข้าไป เมื่อระบบย่อยทำงาน ตับอ่อนจะหลั่งอินซูลินออกมา
หน้าที่ของอินซูลินคือลำเลียงกลูโคสและสารอาหารผ่านกระเเสเลือดไปยังหน่วยเซลล์
มันสัมพันธ์กับอาหารคาร์โบไฮเดรต คาร์บชนิดไหนปลดปล่อยกลูโคสออกมามาก GI : Gluecose Index สูง
อินซูลินจะหลั่งออกมามาก ผลข้างเคียงคือเมื่ออินซูลินไปที่ไหน เนื้อเยื่อตรงนั้นจะเสื่อมสภาพ
เพราะอินซูลินเอากลูโคสเข้าไปแจกเยอะเกิน จนเนื้อเยื่อบริเวณนั้นมีภาวะเป็นกรด
ถ้าอินซูลินผ่านหลอดเลือดแล้วไปตกค้างนานๆ
(การอุดตันของหลอดเลือดบางส่วนจากไขมันไม่ดี กลายเป็นภาวะคอขวดในหลอดเลือด)
หลอดเลือดตรงนั้นก็จะเปราะแตกง่าย
ถ้าอินซูลินพากลูโคสไปแช่ที่ลูกตา ก็จะเป็นเบาหวานขึ้นตา

ต่อให้ไม่ป่วยเป็นเบาหวานเลย และอินซูลินมีประโยชน์ในการพาสารอาหารไปให้เซลล์ก็จริงอยู่
แต่อินซูลินที่หลั่งออกมามากเกินไป มันจะทำให้เซลล์รับกลูโคสจนล้นเกินจนเสียหายจากภาวะกรด เราจะแก่ลง

กลูโคสที่ยังคงตกค้างในกระเเสเลือด ปล่อยไว้ไม่ได้การล่ะครับ ระบบร่างกายจะเป็นกรดจัด
ร่างกายจะเเก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยเอาไปเก็บเป็นไขมันสะสม เราจะอ้วนฉุ
ชั้นไขมันบังมวลกล้ามจนมองไม่เห็น นั่นล่ะครับ…อ้วนแล้ว

ถ้าจะกินคาร์บ ควรกินแบบที่ระบบร่างกายคุ้นชินตั้งแต่ในยุคโบราณ
แบบที่เรายังมองเห็นสภาพเดิมของมันอยู่ เช่นเผือก มัน ฟักทอง ถั่วธัญพืชที่ไม่ขัดสี น้ำตาลมะพร้าวแท้ๆ

ไม่ใช่แต่กับคน ที่คาร์บขยะทำให้ระบบร่างกายเสียสมดุล
ในสัตว์ก็เช่นกัน เคยเห็นไหมครับ?
บางคนเลี้ยงน้องหมาน้องแมวจนอ้วนเป็นหมูน่ะ

ถ้าไม่อยากอ้วน ไม่อยากแก่เร็ว…ต้องเลี่ยงคาร์บขยะ!
« Last Edit: 19 December 2018, 09:20:01 AM by Hexaphonic »
"คุณหลอกดาว" :sad2:

Offline vichien

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 862
ช่วงนี้เข่าเจ็บ แต่ไม่ได้เจ็บเพราะวิ่งนะ แต่เจ็บเพราะเดือนก่อนกลับไปตีแบด แล้วเข่าพลิกเล็กๆข้างขวา เลยเจ็บยาวมาเป็นเดือน แต่ตอนนี้ดีขึ้นหน่อยแล่ะ ไม่ได้กินยาใดๆ
ได้แต่ทายาเอาครับ กับบริหารเข่าเป็นประจำ ปรับท่าวิ่งที่มักวิ่งลงส้น มาเป็นลงปลายเท้าแบบจริงจัง เริ่มจากค่อยๆช้าๆ ตอนนี้เลยคุ้นเคยกับวิ่งลงปลายเท้าไปแล้ว
ดีเลย คงไม่วิ่งเร็วแล่ะ ค่อยไปดีกว่า แต่เวลาก็ยังถือว่าดี เพราะถึงช้า แต่ก็ยังไม่เลย 8 นาที/กม.

แถมรู้สึกว่า ช่วงนี้ hr. ไม่สูงเหมือนแต่ก่อนเสียด้วย วันก่อนวิ่งช้าๆโซน 2 ไป 10 โล hr. ดีสุดตั้งแต่วิ่งมา คือ เกาะโซน 2 ที่ 99%

เดือนก่อนไปวิ่งงาน บุรีรัมย์มา สมใจอยากไปเลย งานนี้ต้องล็อตโต้ ด้วยนะครับ ใช่ว่าใครๆจะสมัครก็ได้ แต่งานนี้ วิ่งเสร็จ ทำเอาท้อไปเลย
เพราะวิ่งจบ ฮาล์ฟฯ ล่อไปเกือบ 3 ชม. ช้ามากๆ

เหตุหลักๆเลย คือหมดแรงครับ เพราะไม่ได้ไปนอนพักที่ จว. แต่ผมจับรถทัวร์ไปคืนวันเสาร์ คิดว่าได้นอนสักสามสี่ ชม. ก็น่าจะพอ
แต่เอาเข้าจริง มันนอนไม่หลับเลย หลับตา แต่ตื่นในหัวตลอด ไปถึง บรร. ~ตีสาม ก็ต่อ มอไซด์ , สองแถว ไปสนามช้างเซอร์กิต ไปนั่งรอในสนาม

รอดูชุด มาราธอน ปล่อยตัว ตอนนตีสี่ อลังการณ์ นักวิ่งมากๆ ไอ้เราก็ปวดหัว ปวดตาหนึบๆ เพราะไม่ได้นอนมาทั้งคืน
ถึงตอนเราลงวิ่ง ตอนวิ่งในสนามช้างฯ ที่ระยะเกือบๆ 5 โลได้มั๊ง อาการก็ยังดีอยู่ แต่ไม่เฟิร์มเหมือนทุกครั้ง วิ่งมาแตะที่ ~10 โล แรงเริ่มหมดแล้วครับ
หมดเร็วมากๆ ทั้งๆก็พยายามไม่ได้วิ่งเร็วแล้วด้วย ..ในใจ อยากนั่งสองแถว dnf. ด้วย

แต่อีกความคิด ไหนๆถ่อมาแล้ว มันก็ต้องจบให้ได้สิน่า เลยประคอง วิ่ง+เดินไปจนจบครับ รายการนี้ ตั้งแต่วิ่งออกจากสนามช้างฯ
ตลอดเส้นทางนี่บอกได้คำเดียว มันสุโค่ยมากๆ คือกองเชียร์ครับ กองเชียร์มีตลอดเส้นทาง ถึงจะเหนื่อยยังไงๆ ก็ต้องวิ่งเข้าไปแตะมือ กับกองเชียร์เกือบทุกกองเลยครับ

จากเหนื่อยๆ กลายเป็นยิ้มเหงือกแห้งไปเลย เพราะเพ่แกเลยปิดเมืองวิ่ง ชาวบ้าน เด็ก โรงเรียน สารพัด มาตั้งเชียร์กันแบบเอาเป็นเอาตายกันเลย
สุดยอดมากๆ ตั้งแต่ผมลงงานวิ่งมานี่ งานบุรีรัมย์ นี่สุดยอดความประทับใจเลยครับ

https://www.facebook.com/vichien.mongkonrujipanit.1/posts/1467991489997893