• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
13 November 2019, 04:15:43 am

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


My little (collective) system

Started by bhisma, 22 December 2011, 05:21:40 am

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

wachara

แล้วถ้าเราไม่ต้องการให้เสียงมาด้านหน้าเพื่อหักล้างกันทำไมมีลำโพงพวก backload horn ซึ่งนำเสียงจากด้านหลังมาปล่อยออกข้างหน้าอีกทีครับ หรือการที่เราหน่วงเวลาให้กับเสียงด้านหลังเดินทางมาข้างหน้าให้ช้าลงมันไม่ทำให้เกิดการหักล้างกันครับ  :huh:

pee

Quote from: wachara on 06  March  2013, 11:06:52 pm
แล้วถ้าเราไม่ต้องการให้เสียงมาด้านหน้าเพื่อหักล้างกันทำไมมีลำโพงพวก backload horn ซึ่งนำเสียงจากด้านหลังมาปล่อยออกข้างหน้าอีกทีครับ หรือการที่เราหน่วงเวลาให้กับเสียงด้านหลังเดินทางมาข้างหน้าให้ช้าลงมันไม่ทำให้เกิดการหักล้างกันครับ  :huh:


มาตอบก่อน เพื่อนทดสอบว่าฟังเล็คเชอร์คุณครูอาร์ตเข้าใจ

เราจะเอาระบบอื่นมาเทียบกับ OB ไม่ได้ครับ เพราะแนวคิดต่างกัน
คุณอาร์ตต้องการสร้างระบบที่มีแต่เสียงจากไดรเวอร์เท่านั้น เสียงอื่นใดที่ไม่ได้มาจากการทำงานของไดรเวอร์ ถือว่าเป็นน๊อยส์ ซึ่งบางแนวคิดยอมรับว่าเป็นว๊อยส์

แต่ แอ๊บสะหลูด OB ไม่ยอมรับ

Art

Quote from: wachara on 06  March  2013, 11:06:52 pm
แล้วถ้าเราไม่ต้องการให้เสียงมาด้านหน้าเพื่อหักล้างกันทำไมมีลำโพงพวก backload horn ซึ่งนำเสียงจากด้านหลังมาปล่อยออกข้างหน้าอีกทีครับ หรือการที่เราหน่วงเวลาให้กับเสียงด้านหลังเดินทางมาข้างหน้าให้ช้าลงมันไม่ทำให้เกิดการหักล้างกันครับ  :huh:


ใช่ครับ เสียงหลังกรวยต้องเดินทางไกล กว่าจะออกจาก Horn ได้เสียงหน้ากรวยก็ไปไหนๆ แล้วครับ การหักล้างเกิดขึ้นบ้างแต่ไม่สมบูรณ์ครับ เช่นหน้ากรวย 100 หลังกรวย -20 ก็ยังเหลือ 80 อยู่ ส่วนตู้ที่ทำงานโดยใช้หลักการนี้เลยคือ Transmission Line ครับ
Art

wachara

แล้วถ้าเราสามารถทำให้ทางเดินทางของเสียงยาวมากๆจนมันไม่หักล้างกันมันจะทำให้เบสมากขึ้นด้วยหรือไม่ครับ แล้วมันอาจกลายเป็นเสียง echo หรือเปล่าครับ  ;)

Art

Quote from: wachara on 07  March  2013, 02:09:23 am
แล้วถ้าเราสามารถทำให้ทางเดินทางของเสียงยาวมากๆจนมันไม่หักล้างกันมันจะทำให้เบสมากขึ้นด้วยหรือไม่ครับ แล้วมันอาจกลายเป็นเสียง echo หรือเปล่าครับ  ;)


ทำได้ครับ ตรงกับ Concept การออกแบบของ B&W Nautilus ลำโพงหอยทากครับคุณใหญ่ แต่ Nautilus ก็ประพฤติตัวเป็นตู้ปิดไปด้วยครับ

ส่วนเรื่องทำให้เบสเพิ่มขึ้นนั้นใช่ครับ แต่ผมขอเรียกว่าทำให้หายไปน้อยลงแทนละกันครับ ตู้ Transmission Line จะออกแบบความยาวท่อ = 1/4 ความยาวคลื่นเสียงเบสที่ต้องการ คือความยาวคลื่น 1/4 นี่ทำให้คลื่นหน้ากรวยกับหลังกรวยมีเฟสต่างกัน 90 องศาครับ จึงไม่เกิด Cancellation แต่ถ้าคุณใหญ่เพิ่มความยาวไปมากๆ ก็อาจจะเป็นเสียง Echo ได้ครับ หูคนเราจะรับรู้ Echo ได้ที่ความต่างของเวลาประมาณ 0.1S ครับ ในขณะที่ความเร็วเสียงในอุณหภูมิห้องตกประมาณ 340m/S ถ้าจะทำให้เกิดเสียง Echo จากลำโพง TL ได้ต้องใช้ท่อยาว 34m ครับ ในขณะที่ TL ที่ออกแบบที่ 20Hz จะมีความยาวท่อ 340/(20x4) = 4.25 เมตร นักออกแบบลำโพง TL จึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่อง Echo จากความยาวท่อครับ
Art

wachara

ขอบคุณคุณอาร์ตมากครับสำหรับคำอธิบาย ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วครับ ขอถามอีกนิดครับ แล้วพวกตู้ปิดที่มี port ระบายอากาศมันทำงานอย่างไรครับ ทำไมมันเหมือนจะให้เสียงเบสที่หนักกว่าตู้ backload horn ครับ หรือว่ามันปิดตู้จนไม่มีเสียงจากด้านหลังมา cancel เสียงด้านหน้าเลยจึงทำให้เสียงเบสมันดีขึ้นครับ

dht_tubes

อ่านมานาน อ่านหลายรอบด้วย  อ่านแล้วนึกถึง...........................


อ้าว นึกไม่ออกแระ เดี๋ยวกลับไปนึกก่อน สงสัยจะอ่านนานไป อิอิอิ
I love classical but I play rock'n roll

คำว่า รวย กับคำว่า จน มันคืออะไรกันแน่ เมืองไทย คนจนมีหนี้สินเยอะ เพราะยืมเงินไม่ได้ เค้าไม่ให้เพราะคิดว่าไม่มีปัญญาใช้คืน แต่... เมืองนอก คนรวยมีหนี้สินเยอะ เพราะเค้าให้ยืมเงิน เพราะคิดว่ามีปัญญาใช้คืน  งง..................

เพราะสังคมประเมินค่าคน ที่จนรวย คนจึงสร้างเปลือกสวยไว้สวมใส่ หากสังคมวัดค่าคนที่ภายใน คนจะสร้างจิตใจที่ใฝ่ดี............

jtr

Quote from: dht_tubes on 07  March  2013, 07:44:02 pm
อ่านมานาน อ่านหลายรอบด้วย  อ่านแล้วนึกถึง...........................


อ้าว นึกไม่ออกแระ เดี๋ยวกลับไปนึกก่อน สงสัยจะอ่านนานไป อิอิอิ


หาใบแปะก้วยต้มน้ำซดตลอดวันเด้อ...  :dizzy:
Music is a universal language, and needs not be translated, with it soul speaks to soul.

Art

Quote from: wachara on 07  March  2013, 06:15:33 am
ขอบคุณคุณอาร์ตมากครับสำหรับคำอธิบาย ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วครับ ขอถามอีกนิดครับ แล้วพวกตู้ปิดที่มี port ระบายอากาศมันทำงานอย่างไรครับ ทำไมมันเหมือนจะให้เสียงเบสที่หนักกว่าตู้ backload horn ครับ หรือว่ามันปิดตู้จนไม่มีเสียงจากด้านหลังมา cancel เสียงด้านหน้าเลยจึงทำให้เสียงเบสมันดีขึ้นครับ


ลำโพงที่เป็นตู้ปิด เรียกรวมๆ ว่า Sealed Box ครับ ส่วนที่มีท่อระบายอากาศ เรียกรวมๆ ว่า Ported Box (หรือ Bass Reflex) บ้านเราเรียกตู้เปิดครับ ทั้งตู้ปิดและตู้เปิดอยู่บนหลักการเดียวกันคือใช้ Spring อากาศมาปรับการทำงานของ Driver ในช่วงเสียงเบสครับ

ขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบโดยใช้ขวดน้ำพลาสติก เพื่อให้เข้าใจความเป็น Spring อากาศครับ ตู้ปิดจะเหมือนขวดที่ปิดสนิท พอเราออกแรงบีบ มันก็จะออกแรงต้าน พอเราปล่อยมือมันก็จะดีดกลับที่เดิม ลำโพงที่ติดตั้งกับตู้ปิดก็เช่นกันครับ เมื่อกรวยขยับ อากาศในตู้จะออกแรงต้านการเคลื่อนของกรวยครับ ส่วนตู้เปิดเราจะไม่ปิดฝาขวดครับ แต่เราจะเอาลูกโป่งมาครอบปากขวดไว้แทนครับ พอเราออกแรงบีบ เราจะรู้สึกว่าเบาแรงกว่าและลูกโป่งจะโป่งออกเพราะอากาศจากขวดไหลเข้าไปในลูกโป่ง พอเราปล่อยมือลูกโป่งก็จะดันอากาศกลับเข้าขวดครับ ขวด+ลูกโป่งทำงานร่วมกันเป็น Spring อากาศเหมือนตู้ปิด แต่ส่งผลกับกรวยลำโพงในอีกลักษณะหนึ่งครับ

ผมข้ามกระบวนการคณิตศาสตร์ไปที่ผลลัพธ์เลยนะครับ คือ Spring อากาศที่ออกแบบมาเหมาะสมกับ Driver จะทำให้การตอบสนองความถี่ต่ำของ Driver เพิ่มขึ้นครับ เพื่อให้เห็นภาพผมขอเอาทั้งขวดน้ำและลูกโป่งมาทำตู้ปิดนะครับ ถ้าเราออกแรงบีบทีนึงแล้วปล่อยแรงมันก็จะเด้งมือเรากลับเหมือนๆ กัน แต่ถ้าเราบีบ-ปล่อยถี่ๆ ละครับ ขวดน้ำจะแข็งเกินกว่าที่จะเด้งตามมือเราทัน แต่ลูกโป่งจะเด้งทันมือเรา และบางทีดันมือเราออกจนห่างจากลูกโป่งด้วยซ้ำ เปรียบไปก็คือ Spring อากาศช่วยออกแรงเสริมให้กรวยขยับมากขึ้นนั่นเองครับ กรวยขยับจากสัญญาณไฟฟ้าส่วนหนึ่ง และขยับจาก Spring อากาศอีกส่วนหนึ่งครับ

Spring อากาศของตู้เปิดจะช่วยเสริมการทำงานของ Driver แค่ช่วงความถี่หนึ่งครับ โดยมากจะออกแบบให้ช่วยเสริมช่วงความถี่ต่ำที่ Driver เริ่มจะไม่ตอบสนองแล้วครับ บางคนออกแบบให้ Flat บางคนก็ออกแบบให้ Overshoot ขึ้นมาเลยก็มี ทำให้ภาพรวมของระบบให้เสียงเบสที่มากและต่ำกว่าระบบตู้ชนิดอื่นๆ ครับ หลายๆ คนจะเข้าใจว่าเบสเกิดที่ท่อ จริงๆ แล้วเบสเกิดจาก Driver แหล่ะครับ ท่อกับตู้มีหน้าที่แค่ส่งเสริมให้ Driver มันเก่งขึ้นต่างหากครับ
Art

dht_tubes

Quote from: jtr on 07  March  2013, 07:51:16 pm
Quote from: dht_tubes on 07  March  2013, 07:44:02 pm
อ่านมานาน อ่านหลายรอบด้วย  อ่านแล้วนึกถึง...........................


อ้าว นึกไม่ออกแระ เดี๋ยวกลับไปนึกก่อน สงสัยจะอ่านนานไป อิอิอิ


หาใบแปะก้วยต้มน้ำซดตลอดวันเด้อ...  :dizzy:


แสดงว่าพี่เป็นเหมือนป๋ม 555
I love classical but I play rock'n roll

คำว่า รวย กับคำว่า จน มันคืออะไรกันแน่ เมืองไทย คนจนมีหนี้สินเยอะ เพราะยืมเงินไม่ได้ เค้าไม่ให้เพราะคิดว่าไม่มีปัญญาใช้คืน แต่... เมืองนอก คนรวยมีหนี้สินเยอะ เพราะเค้าให้ยืมเงิน เพราะคิดว่ามีปัญญาใช้คืน  งง..................

เพราะสังคมประเมินค่าคน ที่จนรวย คนจึงสร้างเปลือกสวยไว้สวมใส่ หากสังคมวัดค่าคนที่ภายใน คนจะสร้างจิตใจที่ใฝ่ดี............

wachara

Quote from: Art on 07  March  2013, 08:18:55 pm
Quote from: wachara on 07  March  2013, 06:15:33 am
ขอบคุณคุณอาร์ตมากครับสำหรับคำอธิบาย ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วครับ ขอถามอีกนิดครับ แล้วพวกตู้ปิดที่มี port ระบายอากาศมันทำงานอย่างไรครับ ทำไมมันเหมือนจะให้เสียงเบสที่หนักกว่าตู้ backload horn ครับ หรือว่ามันปิดตู้จนไม่มีเสียงจากด้านหลังมา cancel เสียงด้านหน้าเลยจึงทำให้เสียงเบสมันดีขึ้นครับ


ลำโพงที่เป็นตู้ปิด เรียกรวมๆ ว่า Sealed Box ครับ ส่วนที่มีท่อระบายอากาศ เรียกรวมๆ ว่า Ported Box (หรือ Bass Reflex) บ้านเราเรียกตู้เปิดครับ ทั้งตู้ปิดและตู้เปิดอยู่บนหลักการเดียวกันคือใช้ Spring อากาศมาปรับการทำงานของ Driver ในช่วงเสียงเบสครับ

ขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบโดยใช้ขวดน้ำพลาสติก เพื่อให้เข้าใจความเป็น Spring อากาศครับ ตู้ปิดจะเหมือนขวดที่ปิดสนิท พอเราออกแรงบีบ มันก็จะออกแรงต้าน พอเราปล่อยมือมันก็จะดีดกลับที่เดิม ลำโพงที่ติดตั้งกับตู้ปิดก็เช่นกันครับ เมื่อกรวยขยับ อากาศในตู้จะออกแรงต้านการเคลื่อนของกรวยครับ ส่วนตู้เปิดเราจะไม่ปิดฝาขวดครับ แต่เราจะเอาลูกโป่งมาครอบปากขวดไว้แทนครับ พอเราออกแรงบีบ เราจะรู้สึกว่าเบาแรงกว่าและลูกโป่งจะโป่งออกเพราะอากาศจากขวดไหลเข้าไปในลูกโป่ง พอเราปล่อยมือลูกโป่งก็จะดันอากาศกลับเข้าขวดครับ ขวด+ลูกโป่งทำงานร่วมกันเป็น Spring อากาศเหมือนตู้ปิด แต่ส่งผลกับกรวยลำโพงในอีกลักษณะหนึ่งครับ

ผมข้ามกระบวนการคณิตศาสตร์ไปที่ผลลัพธ์เลยนะครับ คือ Spring อากาศที่ออกแบบมาเหมาะสมกับ Driver จะทำให้การตอบสนองความถี่ต่ำของ Driver เพิ่มขึ้นครับ เพื่อให้เห็นภาพผมขอเอาทั้งขวดน้ำและลูกโป่งมาทำตู้ปิดนะครับ ถ้าเราออกแรงบีบทีนึงแล้วปล่อยแรงมันก็จะเด้งมือเรากลับเหมือนๆ กัน แต่ถ้าเราบีบ-ปล่อยถี่ๆ ละครับ ขวดน้ำจะแข็งเกินกว่าที่จะเด้งตามมือเราทัน แต่ลูกโป่งจะเด้งทันมือเรา และบางทีดันมือเราออกจนห่างจากลูกโป่งด้วยซ้ำ เปรียบไปก็คือ Spring อากาศช่วยออกแรงเสริมให้กรวยขยับมากขึ้นนั่นเองครับ กรวยขยับจากสัญญาณไฟฟ้าส่วนหนึ่ง และขยับจาก Spring อากาศอีกส่วนหนึ่งครับ

Spring อากาศของตู้เปิดจะช่วยเสริมการทำงานของ Driver แค่ช่วงความถี่หนึ่งครับ โดยมากจะออกแบบให้ช่วยเสริมช่วงความถี่ต่ำที่ Driver เริ่มจะไม่ตอบสนองแล้วครับ บางคนออกแบบให้ Flat บางคนก็ออกแบบให้ Overshoot ขึ้นมาเลยก็มี ทำให้ภาพรวมของระบบให้เสียงเบสที่มากและต่ำกว่าระบบตู้ชนิดอื่นๆ ครับ หลายๆ คนจะเข้าใจว่าเบสเกิดที่ท่อ จริงๆ แล้วเบสเกิดจาก Driver แหล่ะครับ ท่อกับตู้มีหน้าที่แค่ส่งเสริมให้ Driver มันเก่งขึ้นต่างหากครับ


ยกตัวอย่างได้เยี่ยมมากครับคุณอาร์ต ขอบคุณมากๆครับ   :worshippy:




bhisma

ทำลำโพงเสร็จพอดี เลยอลากลองอัดเสียงแล้วฟังเล่นๆ ยังไม่ได้ burn ครับ
เป็นการอัดเสียงแบบธรรมาด ใช้กล้องถ่ายรูปครับ

http://youtu.be/wgXkLXXorb8?list=UURiRmjrOCWIgcd21tSGIVkQ
Audiophile is Technology
Music is Art

bhisma

ที่จริงลำโพงแบบ resonance ก็ทำมามากพอ แต่คิดว่า คู่นี้ก็ไม่เลว เลยอยากนำมาลงให้ลองฟังเล่นกันครับ
Audiophile is Technology
Music is Art

bhisma

คลิปนี้ดัดที่บ้านเพื่อนรุ่นพี่ Nebula กำลังจะปรับปรุง เพิ่ม ribbon tweeter อีกข้างละ 6 ดอก ครับ
http://youtu.be/xsEcOzfFBfY?list=UURiRmjrOCWIgcd21tSGIVkQ
Audiophile is Technology
Music is Art