• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
17 November 2019, 10:21:06 pm

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


The multispeakers in my (2.0ch) a/v system

Started by Hexaphonic, 29 July 2012, 08:58:28 pm

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Hexaphonic

21 July 2018, 04:49:18 pm #620 Last Edit: 21 July 2018, 08:36:10 pm by Hexaphonic
มีลำโพงฮอร์นอยู่ในระบบมา 5 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยฟังกับแอมป์หลอดเลย เหมือนมันไม่ครบสูตร
เผอิญเห็นนักเล่นประกาศขายคู่นี้ แล้วราคามันพอเล่นได้คือ 5.5 หมื่น ผมก็เลยไปสอยมาล่ะ

มันคือแอมป์หลอด Melody pure black 28 โมโนพุชพูล 300b
(หลอด PSVANE 300b แมทช์ควอต  4 หลอด)

สรุปว่า เสียงดีสมกับการรอคอยเนื้อคู่ให้กับ bi radial/3.5 centi (ความยาวท่อเบสในตู้ 3.5 ม.)
เพิ่งได้ฟังเสียงของ compression drivers + ปากฮอร์นแบบตูดเด็ก ที่แท้จริง เมื่อวานนี้นี่เอง
ฟังเพลินยาวๆ 5-6 ชั่วโมงนี่ แทบไม่อยากปิดเครื่องล่ะครับ







"คุณหลอกดาว" :sad2:

jon che

น่าจะเป็น Melody Pure Black 28 ใช่มั้ยครับพี่ ไม่แน่ใจว่า 6sn7 เค้าให้หลอดอะไรมาครับ แต่ตัวละ 20 โลนี่ ยกกันหลังแอ่นเลยนะครับ
อ้อ! 300b ของ psvane เป็น WE300B รึว่า UK DESIGN 300B-L ครับ ถ้าพี่ได้ 1:1 Replica (WE300B) ที่เหลือชั่วโมงอีกเยอะนี่ แค่หลอด 300b ก็คุ้มแล้วมั้งครับ

Hexaphonic

21 July 2018, 08:27:51 pm #622 Last Edit: 21 July 2018, 08:34:01 pm by Hexaphonic
300b เจ้าของเดิมเค้าว่าเป็นหลอด 1:1 Replica  western ครับ
ดูแล้วน่าจะใช้น้อยมากครับ เพราะมีรอยดำที่หลอดนิดเดียวเอง ตัวแอมป์ใหม่กริ๊บ



(ตอนนี้เค้าเปลี่ยนไปใช้ TS โมโนบล็อค 211 ขับโปรแอค 3.5)

ส่วนหลอด 6sn7 ผมจำไม่ได้ว่าเป็นหลอดของเจ้าไหน
น่าจะเป็นหลอดเดิมจากเมโลดี้มั้งครับ
"คุณหลอกดาว" :sad2:

jon che

ยินดีด้วยครับพี่ Hexaphonic ที่ได้แอมป์ถูกใจ แถมน่าจะคุ้มค่ามากด้วย
300b คงแทบไม่ต้องหาหลอดอัพแล้ว (แต่ถ้าจะอัพ ผมว่าน่าจะแพงกว่าค่าตัวแอมป์ไปอีกพอประมาณครับ)

Hexaphonic

22 July 2018, 12:14:58 am #624 Last Edit: 23 July 2018, 02:42:38 am by Hexaphonic
ก่อนผมจะปรับสมดุลร่างกาย
ในเวลา 2 ปี ('59-'60) นับครั้งที่ผมเปิดเครื่องเสียง มีน้อยครั้งมากๆครับ
2 ปีรวมกัน ผมคงเปิดเครื่องเสียงแค่ไม่กี่วันล่ะมั้ง
เป็น 2 ปีที่ผมบ้าวิ่งออกกำลังกาย วิ่งเยอะเกินจนเพลีย กลับมาถึงบ้านฟังเพลงต่อไม่ไหวล่ะครับ
แต่ก็อยากฟังเพลงอยู่นะ ถึงกับเลี่ยงไปเล่นหูฟังบ้างเพื่อความสะดวก

พอปรับสมดุลชีวิตจนได้ "ปกติใหม่" แล้ว
ไม่ได้บ้าวิ่งเหมือนแต่ก่อน จึงมีแรงเหลือสำหรับกิจกรรมอื่นๆ
พอดีเจอเค้าประกาศขาย pure black คู่นี้ (ลำโพงก็มีอยู่แล้ว)
ก็เลยให้รางวัลตัวเองนี่ล่ะครับ

ปล.หลอด 6sn7 ที่ว่า เป็นยี่ห้อ OTK ของรัสเซียครับ อันนี้ไม่เเพง
"คุณหลอกดาว" :sad2:

jon che

น่าจะเป็น 6h8c ที่ได้ quality control stamp (otk) อาจจะไม่ได้บอกแหล่งผลิต (โรงงาน) ที่แน่ๆ เป็นหลอด russia ครับ
เคยใช้ครั้งนึง มาจาก Novosibirsk แต่ไม่มีหลอดอื่นเทียบครับ

leeteng

ลำโพงก็สวย แอมป์ก็สวยครับ ได้เสียงถูกใจอีก สวรรค์รำไร :thumbup:

Hexaphonic

22 July 2018, 11:13:31 pm #627 Last Edit: 22 July 2018, 11:16:08 pm by Hexaphonic
Quote from: jon che on 22  July  2018, 06:55:28 pm
น่าจะเป็น 6h8c ที่ได้ quality control stamp (otk) อาจจะไม่ได้บอกแหล่งผลิต (โรงงาน) ที่แน่ๆ เป็นหลอด russia ครับ
เคยใช้ครั้งนึง มาจาก Novosibirsk แต่ไม่มีหลอดอื่นเทียบครับ


อ่อ... OTK เป็นคิวซีสแตมป์ นี่เอง

Quote from: leeteng on 22  July  2018, 09:08:56 pm
ลำโพงก็สวย แอมป์ก็สวยครับ ได้เสียงถูกใจอีก สวรรค์รำไร :thumbup:


ได้ขนาดนี้ก็พอใจมากแล้วล่ะครับ
"คุณหลอกดาว" :sad2:

leeteng

หลอดรัสเซียผมใช้อยู่หลายเบอร์ เทียบยุโรป หรือเมกา หูผมฟังว่าหลายๆเบอร์ เสียง โดนกว่าหลอดยุโรป หรือ เมกาด้วยซ้ำนะครับ
ไม่ต้องเทียบราคากับ ความเสี่ยงในการซื้อหลอด สำหรับผมเล่นสบายใจ สบายตัง สบายหูเลยครับ แจ่มม :thumbup:

Hexaphonic

ผมไม่มีความรู้เรื่องหลอดเลย
นี่เป็นแอมป์หลอดตัวแรกที่ซื้อมาฟังครับ

โชคดีที่ไม่ฮัมไม่จี่ อันนี้กลัวมาก
ผมลองยกอาร์มขึ้นขณะเล่นเเผ่นเสียง แล้วเร่งโวลุ่มไปถึงบ่ายโมง
เอาหูไปแนบกับลำโพง ไม่มีเสียงฮัมใดๆ  เงียบสนิทดีจริงๆ

"คุณหลอกดาว" :sad2:

vichien

Quoteถึงกับเลี่ยงไปเล่นหูฟังบ้างเพื่อความสะดวก

ก็เพราะว่าช่วงนี้ผมก็วิ่งเยอะ เข้าห้องฟังเดืนละครั้งสองครั้งเอง อีกทั้งนั่ง mrt มาทำงาน ระหว่างทางมีเวลาเกือบ ชม. (รวมเดิน) เลยฟังเพลงกับ มือถือบ้าง dap บ้าง
เลยหันมาหาหูฟังเพิ่ม จากที่ชอบเสียงของ sound magic e10 (เสียงกลาง) มาได้ ks ks10 วาว เสียงมันสุโค่ย ทิ้งห่าง e10 ไปไกลเลยครับ
ทั้งรายละเอียด ปลายเสียง ที่ฟังจาก e10 แทบไม่เคยได้ยินมาก่อน แบบฟัง e10 นี่เสียงทึบไปเลย

นี่ก็เลยไล่สั่งหู ที่เค้าว่าเทพ เสียงดี มาอีกหลายคู่เลยครับ แต่ของยังไม่ถึง คือ Emx500 , Vido , Yincrow X6 ครับ สั่งจากเวบจีน ร้าน shopee
มีอีกหลายหูที่ลองสั่งมา แต่เสียงมันก็ดีต่างกันนิดหน่อย

แอมป์ melody นี่ถ้าคนซื้อมือ 1 นี่ ก่อนซื้อต้องค่อนข้างมั่นใจว่าชอบเสียงมันจริงๆครับ เพราะอีตอนปล่อยต่อนี่ ออกยากมากๆ แถมราคาก็ต้องลง มากกว่า 35% ขึ้นไป
เมื่อก่อนเคยเปิดเวบซื้อขายเครื่องเสียง ก็เห็นยี่ห้อนี้ค้างอยู่เป็นเดือนๆ ทั้งๆที่แอมป์มันก็เสียงดีจะตายไป งง...= ดีใจด้วยครับเพ่

ขณะที่เฮียเลิกวิ่งยาวๆ ผมนี่กลับกำลังพยายามจะเพิ่มระยะอยู่ครับ เมื่อต้นเดือนไปวิ่ง 14 โล มา นี่ก็ลง ฮาร์ฟฯไว้ 3 งาน แล่ะ (เป็นการบังคับตัวเองกลาย)
ทั้งๆที่ก็วิ่งไม่ค่อยจะอึดกะเค้าสักเท่าไหร่ 10กว่าโล ก็ให้เลิดก่อนทุกที ทั้งที่คากว่า เดินพักสัก 100 ม. ก็วิ่งต่อได้ (แล้วเดินต่อ....อิอิ)
ลงงานวิ่งให้มันหายบ้าไปเลย.....ปีหน้าอยากไป งานจอมบึง หง่ะ แฮ่ะๆๆ

Hexaphonic

24 July 2018, 05:30:32 pm #631 Last Edit: 24 July 2018, 06:30:43 pm by Hexaphonic


เฮียแก้วจะวิ่งยาวแค่ไหนก็ตาม อย่าให้ชีพจรเต้นในโซน anaerobic มากๆนะครับ
มันจะกินกล้ามตัวเอง อาการที่ว่าก็คือ ปวดล้ากล้ามเนื้อ ถ้าถึงขั้นเดินกระย่องกระแย่งนี่หนักละ หรือเป็นตะคริว
ถ้ากินกล้ามเนื้อตัวเองถือว่าขาดทุนครับ เราจะต้องมาฟื้นฟูร่างกายอีก
การจะดูว่าตอนนี้ชีพจรเราอยู่ในโซน anaerobic รึเปล่า มันต้องมีนาฬิกาวัด HR ครับ
ถ้าเป็นการแข่ง ผมยอมให้ HR ตัวเองไปอยู่ในโซน anerobic ได้แค่ 1 นาทีเท่านั้น

ความเห็นผมตอนนี้ผมว่าการวิ่งระยะไกลเกิน 10 กม. ไม่เหมาะกับมนุษย์หรอกครับ
การวิ่งระยะไกลไม่มีความจำเป็นต่อการสร้างความแข็งแรงของร่างกาย
ตรงกันข้าม นักวิ่งที่ผมเห็นมีแต่จะร่างกายทรุดโทรมลงเรื่อยๆ
เพราะนักวิ่งมักจะเสพติดการวิ่ง ถึงเจ็บก็ไม่ยอมหยุดพัก

เดี๋ยวนี้ผมวิ่งวันละ 6 กม.แต่กลับรู้สึกว่าเเข็งแรงขึ้นกว่าตอนวิ่งวันละ 10 กม.อีกครับ
เพราะตอนนี้ผมยกดัมเบลล์ วิดพิ้น เล่นกล้ามท้อง รวมๆกันวันละ 10 นาที ทุกวัน
ไขมันสะสมลดลง กล้ามเนื้องอกขึ้นมา สโตรคการวิ่ง+ระเบียบร่างกายของผมดีกว่าแต่ก่อนมาก
นักวิ่งมาราธอนรุ่นใหญ่ที่สนามถึงกับทักว่าเดี๋ยวนี้ผมวิ่งตัวปลิวเลยนะ สโตรคดีมาก

ตอนนี้กลายเป็นว่า ถ้าผมจะวิ่งโซน fat burning ผมต้องวิ่งที่ pace 5 ปลายๆ - 6 ต้นๆ ล่ะครับ

ถ้าเอาตัวผมตอนนี้ไปวิ่งแข่งกับตัวเองในสภาพก่อนการปรับร่างกาย รับรองว่าตัวผมในตอนนี้ชนะขาดลอยแน่ๆ

"คุณหลอกดาว" :sad2:

vichien

จริงตามเฮียแฮ็กเลยครับ กับตัวผมนี่ วิ่งครั้งละ 5 กม. นี่กำลังดี หลับง่ายหลับสบายเลย
เมื่อวานวิ่ง 6 โล ตอนทุ่มนึง นอนไม่หลับทั้งคืน เป็นแบบนี้ประจำครับถ้าวิ่งเยอะๆ

ส่วนฮาร์ฟฯ กับ ฟูลฯ มันเป็นอะไรๆ ที่หันมาวิ่งแล้ว ก้อยากทำให้ได้สักครั้งครับ ถ้าผ่านฮาร์ฟ แบบไม่เจ็บ หรือไม่เดินมากกว่าวิ่ง
ก็จะลองไปฟูลฯ แต่ยังไม่ผ่านฮาร์ฟ แบบดีๆหน่อย ก็คง วิ่งธรรมดา 4-5 โลดีกว่า

มี fr35 ใช้อยู่ครับ แต่ส่วนใหญ่ดูแค่ว่าครบกิโลเป็นหลัก ส่วน hr กับ โซน เต็มที่ไม่เคยเกิน โซน 4 ครับ hr ก็อยู่ในเกณฑ์ไม่สูง
นาฬิกา เลยดูแค่ครบโลเป็นหลัก กับซิงค์มาดูบนมือถือเท่านั้นเอง

อ้ายยยหย่ะ z2 เฮีย เพซ 5-6  ผมนี่ ช่วงแรกๆ ก็ 8 กว่า พอเลย 3 โลไป นานๆนี่แตะ 10 เอา ทั้งๆเมื่อก่อนก็พยายามวิ่งให้ช้า คุมโซนไว้
ตอนหลังๆนี่เลยเลิกวิ่ง z2 ไปครับ แต่วิ่งให้ช้าๆลง แต่จังหว่ะก้าวเท้าไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ซอยสั้นๆเพื่อไม่ให้ hr กระโดด
แต่ก็นั่นแหล่ะ ผมวิ่งยาวๆเกิน 10 โลน้อยครั้ง เลยยังไม่อึกถึงทุกวันนี้ครับ

...เป้า 12 แต่วิ่งจริงได้ 6 เงี้ย...แฮ่ะๆ

Hexaphonic

24 July 2018, 10:31:06 pm #633 Last Edit: 24 July 2018, 10:50:16 pm by Hexaphonic
เฮียแก้วลองทำแบบผมนะ โดยการปรับสมดุลร่างกาย

1.ให้กินอาหารแค่ 1/4 ของวัน คือระยะเวลาในการกินอาหาร 6 ชั่วโมง
ตื่นนอนกี่โมงให้กินหลังจากนั้น 2 ชั่วโมง แล้วนับต่อไปจนครบ 6 ชั่วโมง นั่นคือคาบเวลาที่เรากินต่อวัน
(ทีเเรกอาจจะกินได้ไม่เยอะ แต่อีกไม่กี่วันเฮียจะกินได้จุกว่าเดิม)
ที่ทำแบบนี้เพื่อปั๊มน้ำย่อยให้ออกมาแบบมีคุณภาพ กับปั๊มโกรทฮอร์โมนมา reboot ตัวเองตอนที่เราหลับ
โกรทฮอร์โมนนี่ล่ะครับจะเป็นตัวชุบชีวิตเราในแต่ละคืน

2.กระตุ้นมัดกล้ามต่างๆ ยกดัมเบลล์ วิดพื้น ซิทอัพ รวมๆกันวันละ 10 นาที

3.วิ่งจ๊อกกิ้งเอาความเร็วแค่โซน 2 ครั้งละ 6 กม. ทุกวันหรือวันเว้นวัน

ทำซักเดือนนึง เฮียแก้วจะมีมัดกล้ามงอกขึ้นมาตามส่วนต่างๆแทนชั้นไขมัน
กล้ามเนื้อนี่ล่ะครับคือผู้ช่วยของหัวใจและตับ
มันจะทำให้เฮียแก้ววิ่งเร็วขึ้น+อึดขึ้น โดยไม่รู้ตัว

ตอนนี้ผมวิ่ง 10 กม.บ้าง นานๆทีเดือนละ 2-3 ครั้ง
โดยผมจะเลี้ยงความเร็วในโซน 2 วิ่งจบที่เวลา 1 ชม.นิดๆ
แบบเฉยมากๆ การหายใจปกติมาก ไม่มีฟืดฟาดใดๆ ไม่มีเหนื่อยไม่ล้าเลย ชิลล์ๆสบายๆ
ถ้าผมเร่งความเร็วขึ้นไปเป็นโซน 3 aerobic อาจจะจบที่ราวๆ 55-57 นาที
แต่เดี๋ยวนี้ผมไม่เอาหรอกครับ

ผมว่าการที่เราจะมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่จำเป็นจะต้องวิ่งเร็ว-วิ่งไกลขนาดนั้น

"คุณหลอกดาว" :sad2:

vichien

Quote from: Hexaphonic on 24  July  2018, 10:31:06 pm
เฮียแก้วลองทำแบบผมนะ โดยการปรับสมดุลร่างกาย

1.ให้กินอาหารแค่ 1/4 ของวัน คือระยะเวลาในการกินอาหาร 6 ชั่วโมง
ตื่นนอนกี่โมงให้กินหลังจากนั้น 2 ชั่วโมง แล้วนับต่อไปจนครบ 6 ชั่วโมง นั่นคือคาบเวลาที่เรากินต่อวัน
(ทีเเรกอาจจะกินได้ไม่เยอะ แต่อีกไม่กี่วันเฮียจะกินได้จุกว่าเดิม)
ที่ทำแบบนี้เพื่อปั๊มน้ำย่อยให้ออกมาแบบมีคุณภาพ กับปั๊มโกรทฮอร์โมนมา reboot ตัวเองตอนที่เราหลับ
โกรทฮอร์โมนนี่ล่ะครับจะเป็นตัวชุบชีวิตเราในแต่ละคืน

2.กระตุ้นมัดกล้ามต่างๆ ยกดัมเบลล์ วิดพื้น ซิทอัพ รวมๆกันวันละ 10 นาที

3.วิ่งจ๊อกกิ้งเอาความเร็วแค่โซน 2 ครั้งละ 6 กม. ทุกวันหรือวันเว้นวัน

ทำซักเดือนนึง เฮียแก้วจะมีมัดกล้ามงอกขึ้นมาตามส่วนต่างๆแทนชั้นไขมัน
กล้ามเนื้อนี่ล่ะครับคือผู้ช่วยของหัวใจและตับ
มันจะทำให้เฮียแก้ววิ่งเร็วขึ้น+อึดขึ้น โดยไม่รู้ตัว

ไม่เลวๆครับ แบบนี้คือ ผมตื่น 6 โมง ให้กินมื้อแรก ที่ 8 โมง
แล้วอีก 6 ชม. คือที่ บ่าย 2 แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ต้องกินอีกใช่มั๊ยครับ

หากินที่บ่าย 2 ตกเย็น วิ่งตอน 6โมงเย็น ก็ยังพอมีแรงวิ่งได้อยู่ (แต่ผมมักกินกล้วย หรือขนมปัง ช่วง 4 โมง แบบไม่ให้ท้องมันว่างนัก)

วิ่ง โซน 2 คุม hr ยากมาก มันต้องช้าๆ แบบค่อนข้างฝืนมาก ช่วงหลังผมเลยปล่อยให้ทะลุมา z3 แต่แบบไม่มากนัก หากวันไหนจะวิ่งแบบช้าๆ ครับ

งดอาหาร วันธรรมดา จ-ศ คิดว่าทำได้ไม่ยาก แต่ เสาร์อาทิตย์ นี่ท่าจะยากหน่อย อีตรงถ้าไม่ได้ออกไปข้างนอกนี่ ดุทีวีไป มันมักเหงาปาก หาผลไม้ ขนมกินอยู่ประจำ
แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ เพราะแฟนผม เค้าก็กิน วันละแค่ 2 มื้อเหมือนกัน มื้อเย็นเค้าไม่ค่อยกิน อย่างมากก็กินผลไม้แทน

ขอบคุณครับ สำหรับคำแนะนำ ที่แน่ๆ ที่เห็นผล แล้วก็น่าจะทำมาตั้งนานแล้วก็คือ ยิ่งกินมากๆ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์นี่ มันจะทำให้เราแก่เร็ว
ดันมารู้สึกตัวเอาอีตอนอายุมากโขแล้วนี่ดิ

Hexaphonic

28 July 2018, 03:42:57 am #635 Last Edit: 28 July 2018, 03:56:29 am by Hexaphonic
ตะกี้ ลองคิดเล่นๆกับค่าเครื่องเสียงที่เล่นมา 20 ปี
หมดไปเป็นล้านล่ะครับ...อะจึ๋ยยย

นี่ขนาดว่าเล่นแค่เครื่องมิดเอนด์นะครับ
ส่วนใหญ่มักจะซื้อมาแล้วเก็บไว้พอกเข้าไปในระบบเรื่อยๆ
แทบจะไม่ได้ขายต่อเลย

ผมมักจะซื้อมือ 2 มาฟังครับ
ผมจะะคิดว่าหากใช้เกืน 5 ปี มูลค่าทางบัญชี = 0
ยิ่งใช้นานๆ เท่ากับว่าผมใด้ใช้มันฟรีๆ

แต่ถามว่าคุ้มมั้ย ส่วนตัวผมเอง ผมว่าคุ้มครับ!
มีผลพลอยได้ที่ไม่ใช่เครื่องเสียงด้วย
ได้ความรู้อื่นๆ ช่วยเปิดกะลา
เพราะนักเล่นเครื่องเสียงบางท่านให้ความรู้อื่นๆแถมมาด้วย

"คุณหลอกดาว" :sad2: