• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
15 November 2019, 03:05:02 pm

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


หนังสือใกล้มือ..

Started by Hexaphonic, 07 April 2013, 11:21:40 pm

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

prisna

Quote from: Karin Preeda on 08  April  2013, 05:16:36 pm
ถ้าไม่นับเรื่อง digital แล้ว เนื้อหาในหนังสือครอบคลุมเกือบทุกอย่างในเรื่อง audio แม้ว่าจะไม่มี math หนักๆ แต่ก็มีพอที่จะทำให้เข้าใจได้ครับ เล่มนี้ใช้เป็น reference ได้อีกหลายสิบปี

ข้อเสียของมันคือตัวหนังสือเล็กมากกกกก  :dizzy:


ไม่มี math นี่ ผมชอบเลยครับ  :D
แต่ราคาหนังสือใหม่ที่ Amazon 579.99 เหรียญ
คงต้องเก็บตังค์ซื้อนานหน่อย  :lol:
"ถ้าไม่มีฝีมือ, แรงบันดาลใจก็เป็นเพียงต้นอ้อที่โอนเอนไปตามสายลม." โยฮันเนส บราหมส์

pee

รวมค่าส่ง ร่วมสองหมื่นเชียว
หนังสือหรือทองน่ะ

โวแค่บกับเรื่องย่อพวกนี้ หาอ่านได้ทั่วไปไม่ใช่หรือครับ

dht_tubes

ห้าร้อยกว่าเหรียญ สงสัยผมต้องบากหน้าไปยืมคุณ Karin อ่านแทนแล้วหล่ะ
I love classical but I play rock'n roll

คำว่า รวย กับคำว่า จน มันคืออะไรกันแน่ เมืองไทย คนจนมีหนี้สินเยอะ เพราะยืมเงินไม่ได้ เค้าไม่ให้เพราะคิดว่าไม่มีปัญญาใช้คืน แต่... เมืองนอก คนรวยมีหนี้สินเยอะ เพราะเค้าให้ยืมเงิน เพราะคิดว่ามีปัญญาใช้คืน  งง..................

เพราะสังคมประเมินค่าคน ที่จนรวย คนจึงสร้างเปลือกสวยไว้สวมใส่ หากสังคมวัดค่าคนที่ภายใน คนจะสร้างจิตใจที่ใฝ่ดี............

Hexaphonic

Quote from: prisna on 08  April  2013, 06:10:40 pm
Quote from: Karin Preeda on 08  April  2013, 05:16:36 pm
ถ้าไม่นับเรื่อง digital แล้ว เนื้อหาในหนังสือครอบคลุมเกือบทุกอย่างในเรื่อง audio แม้ว่าจะไม่มี math หนักๆ แต่ก็มีพอที่จะทำให้เข้าใจได้ครับ เล่มนี้ใช้เป็น reference ได้อีกหลายสิบปี

ข้อเสียของมันคือตัวหนังสือเล็กมากกกกก  :dizzy:


ไม่มี math นี่ ผมชอบเลยครับ  :D
แต่ราคาหนังสือใหม่ที่ Amazon 579.99 เหรียญ
คงต้องเก็บตังค์ซื้อนานหน่อย  :lol:


Quote from: dht_tubes on 08  April  2013, 06:28:49 pm
ห้าร้อยกว่าเหรียญ สงสัยผมต้องบากหน้าไปยืมคุณ Karin อ่านแทนแล้วหล่ะ




อย่างนี้ต้องเรียกว่าเป็น "หนังสือไกลสุดมือจะเอื้อมถึง" แล้วล่ะครับ อิๆๆ
"คุณหลอกดาว" :sad2:

Karin Preeda

08 April 2013, 06:49:18 pm #24 Last Edit: 08 April 2013, 06:51:49 pm by Karin Preeda
Quote from: pee on 08  April  2013, 06:24:48 pm
รวมค่าส่ง ร่วมสองหมื่นเชียว
หนังสือหรือทองน่ะ

โวแค่บกับเรื่องย่อพวกนี้ หาอ่านได้ทั่วไปไม่ใช่หรือครับ


ผมซื้อ used ครับ ประมาณร้อยเหรียญนิดๆ ลอง click ส่วนที่เป็น used ใน Amazon ดูครับ

ถ้าซื้อเป็นเรื่องๆแยกไปก็สามารถหาได้ครับ แต่บางเรื่องอาจจะหายากกว่าที่อยู่ในรวมเล่มนี่  :dizzy: จริงๆผมซื้อมาเพื่อดูเรื่อง test เป็นหลัก แต่พบว่ามีเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจเช่นกันครับ เนื้อหาแบ่งเป็น 25 section ซึ่งครอบคลุมเรื่อง Audio ไว้เกือบหมด มันตั้ง 1,800 หน้า  :oops: อ่านไปเรื่อยๆน่ะครับ ประมาณอ่านก่อนนอน  :lol:

แบ่งตามนี้ครับ
Basic Principles of Sound
Acoustic, Studio Techniques and Equipment
Constant-Speed Devices, Motors and Generators
Microphones
Attenuators
Equalizers
Wave Filter
Transformer and Coils
Sound Mixers
VU and Volume Indicator Meters
Vacuum Tubes, Transistors and Diodes
Audio Amplifier
Disc Recording
Cutting Heads
Recording and Reproduction Styli
Pickups
Magnetic Recording
Optical Film Recording
Motion Picture Projection Equipment
Loudspeakers, Enclosures, Headphones and Hearing Aids
Power Supplies
Test Equipment
Audio-Frequency Measurement
Installation Techniques
General Information, Chart and Tables

บางอย่างผมก็ข้ามไปเหมือนกันครับ อย่างพวก motor นี่ดูผ่านๆ แต่ acoustic นี่น่าสนใจเพราะอ่านแล้วทำให้เราเข้าใจเรื่องการจัดการเสียงสำหรับ concert hall กับ studio ดีขึ้น แต่ไม่มีห้องฟังนะครับ  :lol: เพราะสมัยโน้นยังไม่มีคนทำห้องไว้ฟังเครื่องเสียงอย่างเดียว

บางเรื่องก็ยังไม่เข้าใจครับ แต่ข้ามไปก่อน วันหลังมาอ่านใหม่อาจจะเข้าใจมากกว่านี้  :scholar:

prisna

เห็นมีลงขายในอีเบย์ เสียดายไม่ส่งเมืองไทย ราคาน่าคบทีเดียวครับ
"ถ้าไม่มีฝีมือ, แรงบันดาลใจก็เป็นเพียงต้นอ้อที่โอนเอนไปตามสายลม." โยฮันเนส บราหมส์

Hexaphonic

10 April 2013, 04:25:35 am #26 Last Edit: 31 May 2015, 10:32:39 pm by Hexaphonic
ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือที่ผมซื้อมาว่า..ตอนนี้มีใครพูดถึงกันรึเปล่า?
เผอิญเห็นลุง ส. ไปโพสท์นิยายไว้ที่เวปพลังจิกซะล่วย ใช้ชื่อว่า "เทพอภิบาล"
ผมว่าลุงแต่งนิยายเก่งกว่า อ.มุซาชิ กะพี่ชัช ซะอีก....

"ศาสนาควรจักมีทั้งความผ่อนคลายในการสอนในการปฏิบัติ แลเรียน แต่ก็ไม่ใช่พูดคุยเอาแต่สนุกเหมือนดูตลก เพราะนั้นเท่ากับว่าจะไม่มีอะไร?เลยที่เกิดขึ้นกับเรา ตรงนี้น่ากลัวมากทีเดียวทีล่ะ บางคนไม่เข้าใจดอก บางคนเข้าหาศาสนาเพื่อมีเรื่องไว้คุยเล่นว่า เรามีศีลธรรม เราไปฟังพระรูปนั้นพูดงี้มานะ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆๆทั้งสิ้นในจิตสำนึกเรา ก็เท่ากับเราเสียพลังงานไปเปล่าๆๆ นั้นแลเกี่ยวกับการปฏืบัติธรรมนั้นอย่าคิดว่าเป็นหน้าที่พระเล่า ฆาราวาสก็ปฏิบัติก็เป็นพระได้ ไม่ใช่โกนหัวห่มเหลืองแลเป็นพระ เขาวัดที่คุณความดีแลการเห็นความจริงนั้นแล อันที่จริง โลกนี้มีนักบวชมากมาย บางท่านอยู่ในคราบอาชีพที่ดูต่ำต้อยที่สุดในสังคมเสียด้วยซ้ำ แต่คนไม่รู้เอง เช่นพวกอาสา ตามสถานสงเคราะห์ที่มาด้วยใจมาด้วยรักนี่พระแท้ล่ะ พระโพธิสัตว์ในคราบคนสวมเสื้อยืดนั้นแล แลพวกนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่พวกเอ็งควรจักเป็นให้ได้นะ ใช่ว่าห่มเหลือ ถือพรต เสื้อคลุมดำ จะเข้าถึงความจริงมากกว่าเรานี่จำไว้ล่ะท่องไว้ เหมือนท่านพุทธทาสตอบคึกฤทธิ์ ที่แกว่า แกมีภาระทางโลกแกเป็นายธนาคารแล้วจะไปเอาเรื่องจิตว่างมาใช้ได้ไง? นั้นมันเรื่องของนักบวช นั้นแล แลท่านพุทธทาสพูดว่า แล้วทำไมคุณชายไม่เป็นนักบวชในคราบนายธนาคารล่ะ บวชใจไม่บวชกายล่ะ"

http://board.palungjit.com/f2/ลุงเทพอภิบาลลุงเป็นใครค่ะ-360300-7.html

สำหรับผมแล้ว....ถึงแม้ลุง ส. จะชกไม่ค่อยเก่ง แต่ผมก็ถือว่าลุงเป็น"ครู"ของผมอีกคนหนึ่งเลยทีเดียว
อันเนื่องมาจากการได้อ่านหนังสือที่ลุงมีส่วนในการผลิต,จัดจำหน่าย

ส่วนอาจารย์ปู่เนี่ย...ผมคิดว่าเป็น"จิ๊กซอตัวสำคัญ"ในเกมแห่งอำนาจในยุคที่ท่านยังมี"ฤทธิ์"โลดแล่นอยู่ในยุทธภพ
ที่จะไม่ศึกษาไม่ได้เป็นอันขาด.




ผมว่า ผมสำคัญตนผิดซะแล้ว...ที่คิดว่าพกหนังสือพวกนั้นไปร้านกาแฟแล้วจะดูเท่ แบบนี้เขาเรียกว่า"ชงเอง..ซดเอง"รึเปล่า?
สมัยนี้เขาอวดแต่อุปกรณ์ไอทีล้ำๆกัน กับการพกหนังสือพวกนั้น..แทนที่จะดู"ล้ำ" กลับกลายเป็นดู"ลุง"
นั่นคือคนพกหนังสือก็แก่พอๆกับหนังสือนั่นแหละ

อีกอย่างแต่ละคนก็หมกมุ่นอยู่กับการแชร์,อยู่กับการพอกอัตตาในโลกออนไลน์กันอย่างขมักเขม้น
พอกกันไปพอกกันมา ก็เลยโอเวอร์แล็ปกันในโลกเสมือนจนได้ อิๆ
แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงไม่มีใครมาสนใจใครหรอก ขนาดมาด้วยกันนั่งด้วยกัน ยังไม่สนใจกันเลย หุๆ

"คุณหลอกดาว" :sad2:

Karin Preeda

อะโห ย่อหน้าสุดท้ายโดนจริงๆ  :)

jtr

อะฮ่า บรรทัดสุดท้ายนี้ มันเป็นอะไรที่ใช่จริงๆด้วย.. อิอิ  :filrt:
Music is a universal language, and needs not be translated, with it soul speaks to soul.

pee

ผมไม่ใช้มือถือ
ไม่เล่นเฟส
ไม่เอ็ม

แม้แต่ทีวีก็ไม่ดู หนังก็ไม่ดู หนังสือก็ไม่อ่าน
ห้างก็ไม่เดิน อาหารนอกบ้านก็ไม่กิน

ไม่อะไรซักอย่าง
:wallbash:

ยังงงอยู่ว่า
เอ....เราเป็นกลุ่มที่ใช้แมครุ่นแรกๆ ได้งัยหว่า


ฮา

klao

10 April 2013, 05:19:47 am #30 Last Edit: 10 April 2013, 05:44:33 am by klao
ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือครับ ตอนเด็ก ๆ นี่โดนผู้ใหญ่ดุประจำ แต่ถ้าให้ดูหนัง ฟังเพลง เล่นกีฬานี่ ถึงไหนถึงกัน

ที่บ้านผมแต่ก่อน หนังสือของลุง ส. นี่ค่อนข้างเยอะครับ เพราะแกส่งมาให้พ่อผมประจำ เท่าที่จำได้ ผมน่าจะอ่านจบไม่เเกิน 2 เล่ม (1 ในนั้นเป็นงานแปล - ปรัชญาการเมือง)

ส่วนของเจ้าสำนักสวนพลู คู่ปรับลุง ส. ผมชอบเรื่องหมา ๆ แมว ๆ ที่แกเขียน กับอีกเล่มคือสี่แผ่นดินครับ

ของยาขอบ ได้อ่านสามก๊กไป 2 เที่ยว กับพวกเรื่องสั้น-นิยายรัก ก็ซึ้งดีครับ

แต่หากเป็นพวก classic ภาษายาก ๆ อย่าง อิเหนา สามก๊กฉบับพยาคลัง รามเกียรติ์ ฯลฯ อย่างนี้ ด้วยวุฒิภาษาไทย ป.4 ของผมนี่ ยังไปไม่ถึงซักทีคร้าบ

Hexaphonic

10 April 2013, 05:45:30 am #31 Last Edit: 31 May 2015, 10:34:04 pm by Hexaphonic
Quote from: pee on 10  April  2013, 04:58:05 am
ผมไม่ใช้มือถือ
ไม่เล่นเฟส
ไม่เอ็ม

แม้แต่ทีวีก็ไม่ดู หนังก็ไม่ดู หนังสือก็ไม่อ่าน
ห้างก็ไม่เดิน อาหารนอกบ้านก็ไม่กิน

ไม่อะไรซักอย่าง
:wallbash:

ยังงงอยู่ว่า
เอ....เราเป็นกลุ่มที่ใช้แมครุ่นแรกๆ ได้งัยหว่า


ฮา



พี่เป็นครูบาอาจารย์อยู่ในแวดวงภาพถ่าย,ศิลปะ ใช้แมคเป็นกลุ่มแรกๆนั่นแหละครับ ถูกแล้ว  :thumbup:

ส่วนผม..เจียดเงินจากเครื่องเล่นซีดี ปรีแอมป์ เอามากินมาเที่ยวอะครับ
เท่าที่ประเมินราคาหนังสือทั้งหมดที่ผมซื้อมา ผมว่ายังถูกกว่าจตุคามออไฟล์บางชิ้นซะอีกนะครับ
เมื่อคิดได้ดังนั้น...ก็จงซื้อหนังสือมาดองต่อปายยย....
"คุณหลอกดาว" :sad2:

klao

ใน Collection ของพี่ Hex เท่าที่ดู ๆ

ผมเคยอ่านผ่านตาก็มีแค่ กามนิต วาสิธฐี (เส๊ยรโกเศศฯ) กับ The Prophet (ฉบับภาษาอังกฤษ) เท่านั้นเองครับ

Hexaphonic

Quote from: klao on 10  April  2013, 05:19:47 am
ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือครับ ตอนเด็ก ๆ นี่โดนผู้ใหญ่ดุประจำ แต่ถ้าให้ดูหนัง ฟังเพลง เล่นกีฬานี่ ถึงไหนถึงกัน

ที่บ้านผมแต่ก่อน หนังสือของลุง ส. นี่ค่อนข้างเยอะครับ เพราะแกส่งมาให้พ่อผมประจำ เท่าที่จำได้ ผมน่าจะอ่านจบไม่เเกิน 2 เล่ม (1 ในนั้นเป็นงานแปล - ปรัชญาการเมือง)

ส่วนของเจ้าสำนักสวนพลู คู่ปรับลุง ส. ผมชอบเรื่องหมา ๆ แมว ๆ ที่แกเขียน กับอีกเล่มคือสี่แผ่นดินครับ

ของยาขอบ ได้อ่านสามก๊กไป 2 เที่ยว กับพวกเรื่องสั้น-นิยายรัก ก็ซึ้งดีครับ

แต่หากเป็นพวก classic ภาษายาก ๆ อย่าง อิเหนา สามก๊กฉบับพยาคลัง รามเกียรติ์ ฯลฯ อย่างนี้ ด้วยวุฒิภาษาไทย ป.4 ของผมนี่ ยังไปไม่ถึงซักทีคร้าบ




ดูกระทู้  my maggie system ทำให้ผมรู้สึกว่า...

"ตรูไม่น่าเรียนเกิน ป.4 เลย" แงๆๆๆๆ  :'(
"คุณหลอกดาว" :sad2:

sw

ผมชอบอ่านหนังสือเล่มเล็กๆ บางๆ ข้อความน้อยๆ พิมพ์ห่างๆ ตัวโตๆ
เหมือนลายเซ็นท่านเจได ชอบมากกก
เพราะว่า versual memory is to low

ตอนวัยรุ่นชอบ พล นิกร กิมหงวน กับ เชอร์ล๊อคโฮม อ่านทุกตอน
สามก๊กของยาขอบกับพระยาพระคลังหน, โกวเล้ง, กิมย้ง
อายุมากขึ้นทำแต่งาน อ่านน้อยลงๆ โง่ลงเรื่อยๆ แหะ
ปัจจุบันอ่านแค่เว็บบอร์ด thaiavclub อย่างเดียว  <_<




Genzo

ผมชอบซื้อ แต่เพราะอ่านหนังสือช้าเลยอ่านไม่ค่อยทันครับ เล่มที่ยังไม่ได้อ่านหรืออ่านไม่จบเอามากองรวมกันได้ประมาณนี้  :rof:

สุวิชาโน ภวํ โหติ

Hexaphonic


โอ...มิน่าล่ะคุณ Genzo ถึงเป็นผู้รักษาประตู

เพราะ...ต้องรักษาหนังสือดีๆ ที่อยู่หลังประตูอีกทีหนึ่ง  :thumbup:

อ่านเยอะขนาดนี้  :scholar: คงจะมองรูปเกมขาดเลยซิครับ....ฮาา ล้อเล่ง





"คุณหลอกดาว" :sad2:

Karin Preeda

ผมเองหลังๆเริ่มมีปัญหาเรื่องการอ่านหนังสือยาวๆ คือถ้าไม่ใช่เรื่องที่สนใจจริงๆสมาธิจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ บางทีอ่านได้ครั้งละ 30-40 นาทีก็ต้องพัก เพิ่งมารู้ตัวเมื่อไม่นานมานี้เองครับ ส่วนหนึ่งคิดว่าเป็นผลจากการทำงานประจำที่ต้องควบงานหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน แถมโดนขัดจังหวะบ่อยๆด้วย  :dizzy:

jtr

ใกล้มือที่สุดของผม
น่าจะเป็น หนังสือในห้องน้ำครับ
ยิ่งอ่านซ้ำยิ่งจำแม่น  :oops:
Music is a universal language, and needs not be translated, with it soul speaks to soul.

Hexaphonic

13 May 2013, 07:06:54 am #39 Last Edit: 03 June 2015, 01:51:18 pm by Hexaphonic
มีคนคุยเรื่องอาจารย์ปู่กับลุงส. ด้วยแฮะ
น้องลักขณา ณ โว้ยทีวีแชลแนล เขาคิดเล่นเห็นต่างในรายการ เรื่องอาจารย์ปู่
คือน้องเขาว่าอาจารย์ปู่ไม่ได้ดัดจริตหรอก ตัวตนท่านเป็นอย่างนั้นจริงๆ...

และนี่เป็นส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์อาจารย์ปู่ ใน"ถนนหนังสือ" ตั้งแต่ปี พศ.2528  โอ....ล้ำจริงๆ  :bowdown:

"แม่พลอยเป็นคนเชยมากนะครับ เป็นคนอยู่กรอบ ใจดี ถูกจับคลุมถุงชนแต่งงานก็หลงรักคุณเปรมได้ ตามคติโบราณนั้นไม่เป็นไรหรอก แต่ไปก่อนแล้วรักกันเองทีหลัง แม่พลอยเป็นอย่างนั้นทุกอย่าง ทีนี้คนอ่านคนไทยปลื้มอกปลื้มใจเห็นแม่พลอยเป็นคนประเสริฐเลิศลอยก็เพราะคนไทยก็เป็นคนแบบนั้น ยังไม่ได้ไปถึงไหนเลย คนอ่านส่วนมากก็เป็นคนระดับแม่พลอยเท่านั้น (หัวเราะ) โง่ฉิบหายเลยจะบอกให้สี่แผ่นดินถึงได้ดัง (หัวเราะ)"



"อย่างจอมพลถนอม จอมพลสฤษดิ์ ผมตีเรื่อยมา พอหมดเรื่อง ผมก็หมด แต่ผมนี่หมดอำนาจวาสนาไปตั้งนานแล้ว แต่คนก็ยังด่ากันทุกวันนี้ อะไรก็ไม่รู้ผมไม่เข้าใจ ทุกวันนี้อ่านหนังสือพิมพ์หลายฉบับ วันไหนหนังสือพิมพ์ไม่ด่าสักฉบับนี่ไม่สบายใจเหมือนกับตายแล้ว ถ้ายังด่าอยู่ เออ ค่อยยังชั่ว ไม่ถือ ถือไม่ได้"

(อาจารย์ปู่ไปเฝ้าเง็กเซียนฮ่องเต้ตั้งนานเเล้ว แต่ก็ยังโดนวิจารณ์อยู่ นี่จะเรียกว่าให้ราคาอาจารย์ปู่ หรือจะเรียกว่ากดราคาตอนตลาดใกล้วายละเนี่ย? อิๆ)



"หรือบางคนก็รู้ๆจักกันพูดให้ฟังก็ได้ อย่างคุณ'รงค์ วงษ์สวรรค์นี่ผมไม่อ่านเลย ดัดจริตตลอดไป ตั้งใจเขียนไม่ให้เหมือนใครเท่านั้น ไม่มีสาระ ศัพท์คิดขึ้นมา ผิดๆถูกๆ ผมไม่เห็นด้วย  แกจะเอาแปลกเอาใหม่อยู่เรื่อย อ้ายเรื่องศิลปะอย่างภาพเขียนนี่อย่างซัลวาดอร์ ดาลี, ปิคาสโซ่นี่ เขาออกมาจากข้างในจริงๆ ของเขา เขามันเห็นอย่างนั้น  มันสวยอย่างนั้นก็เขียนออกมา แต่คุณ 'รงค์ แกเขียนสะเปะสะปะ มันบ้าผิดมนุษย์ไม่เหมือนใคร ไม่ใช่ มันไม่ได้ออกมาจากใจ"

(ผมว่างานเขียนของท่านพญาอินทรี เหมือนพวก"ศิลปะการจัดวาง"อะครับ คือจงใจวางคำเก๋ๆไว้บนหน้ากระดาษ ผมปวดหมองกับโครงสร้างประโยคของท่านจริงๆ อ่านไปไม่กี่หน้า ต้องหยุด ไม่ไหวๆ)



"ผมก็ต้องไปสอนแกว่า คุณโชตินี่ ผมจะสอนวิธีให้ คุณไปหาผ้าขาวม้ามาผืนหนึ่ง เอามาคล้องคอไว้ คุณรินเหล้าใส่แก้ว แล้วก็จับแก้วจับชายผ้าไว้ อีกมือหนึ่งจับอีกชายแล้วชักรอก (ฮา)  โอ๊ย แกทำตามผมแกดีใจใหญ่ กรึ๊บเดียวได้ผล (หัวเราะ) คุณโชติแกรักกับผม"

(นึกภาพตามแล้ว ขำโครต ไม่ทราบว่าเอาวิธีนี้มาช่วยเซ็ตอัพเทิร์นจะได้รึเปล่า? ฮาา)




บทสัมภาษณ์ฉบับเต็มๆ
http://tuktaravin.wordpress.com/2012/04/20/คึกฤทธิ์คิดลึก-ทศกัณฐ์ว/
"คุณหลอกดาว" :sad2: