• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
08 April 2020, 03:23:59 pm

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


หนังสือใกล้มือ..

Started by Hexaphonic, 07 April 2013, 11:21:40 pm

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

pee

08 June 2016, 08:01:09 am #280 Last Edit: 08 June 2016, 08:03:39 am by pee
การเมืองฝ่ายขวากับผลลัพธ์ประชาธิปไตยในไทยและสเปน

ฝ่ายขวา (Rightist/Right Wing) คืออะไร ยังคงซ่อนนัยตีความที่ซับซ้อนในทางการเมือง หากแต่ก็พอบ่งชี้ได้ว่า ฝ่ายขวา อาจหมายถึงกลุ่มอนุรักษ์นิยมซึ่งเชื่อว่าการปกครองโดยกระจายอำนาจแบบเท่าเทียมกันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ฉะนั้นกลุ่มฝ่ายขวาจึงมักเห็นพ้องต้องกันว่าการบริหารปกครองรัฐ ควรจะเป็นเรื่องของชนชั้นนำและอภิสิทธิ์ชนเท่านั้น

ขณะเดียวกัน หากยึดตามประวัติศาสตร์การปฏิวัติฝรั่งเศส ซึ่งเคยมีการแบ่งพื้นที่นั่งประชุมในสภาสมัชชาแห่งชาติ ออกเป็นสองปีก คือ ปีกซ้ายซึ่งประกอบด้วยตัวแทนชนชั้นกรรมกร ชาวนา และ ชาวไร่ กับ ปีกขวาที่เต็มไปด้วยตัวแทนฝ่ายขุนนาง ทหาร และนักบวช จนกลายเป็นที่มีของศัพท์เทคนิครัฐศาสตร์ว่าด้วยเรื่องการเมืองเอียงซ้าย-เอนขวา ก็พอจะพบนิยามหรือคำอธิบายเกี่ยวกับกลุ่มพลังฝ่ายขวาที่ค่อนข้างชัดเจนอยู่บ้าง

สิ่งที่ผมต้องการตั้งคำถาม คือ โลกทัศน์ พฤติกรรม ความพึงพอใจในสถานภาพ
หรือการตัดสินใจทางการเมืองของกลุ่มอำนาจฝ่ายขวามีผลแค่ไหนต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย
ซึ่งในแง่ของ Case Studies อาจถือว่า ไทย กับ สเปน คือ คู่เปรียบเทียบที่มีนัยสำคัญในทางรัฐศาสตร์

ในงานเขียนเรื่อง "The Source of Democratic Consolidation" (2002) ของ Gerald Alexander ได้ประดิษฐ์กลไกความสัมพันธ์เชิงเหตุผล (Causal Mechanism)
โดยตั้งสมมุติฐานว่าความพึงพอใจของฝ่ายขวา (Rightist Preference) ทั้งความปลอดภัยในรายได้ทรัพย์สินและความมั่นคงเชิงกายภาพใต้สภาวะเปลี่ยนผ่านทางการเมืองย่อมส่งผลกระทบต่อรูปแบบการปกครองและการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบประชาธิปไตย โดย Alexander ได้เลือกสเปนช่วงสงครามกลางเมืองในทศวรรษ 1930 กับช่วงเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตยหลังระบอบฟรังโกในปี ค.ศ. 1978 เป็นกรณีศึกษาหลัก

กล่าวอีกนัยหนึ่ง Alexander มองว่า หากกลุ่มพลังฝ่ายขวา รู้สึกว่าสถานภาพและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจการเมืองของฝ่ายตน มิได้ถูกคุกคามมากนักจากขบวนเคลื่อนไหวปฏิวัติฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวามักมีแนวโน้มที่จะยอมรับหรืออดทนอดกลั้นต่อการพัฒนาประชาธิปไตย

แต่เมื่อใดก็ตาม ที่หลักประกันผลประโยชน์ได้สูญสลายลงพร้อมถูกแทนที่ด้วยความเสี่ยงในลักษณะที่ว่าฐานอำนาจชนชั้นนำฝ่ายขวาหรือฐานรายได้ทรัพย์สินประชาชนฝ่ายขวาย่อมถูกคุกคามจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอันเป็นผลจากการก่อหวอดปฏิวัติของฝ่ายซ้าย กลุ่มพลังฝ่ายขวาก็ย่อมเลือกที่จะสนับสนุนระบอบอำนาจนิยมหรือชักชวนให้ทหารออกมาทำรัฐประหารเพื่อสกัดกั้นการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่

จากกรณีดังกล่าว จึงน่าคิดต่อว่า เกิดอะไรขึ้นกับพฤติกรรมและการประเมินความเสี่ยงทางการเมืองของฝ่ายขวาในรัฐไทย หรือการปรับตัวทางเศรษฐกิจการเมืองของฝ่ายขวา มีผลแค่ไหนต่อการพัฒนาประชาธิปไตยในสยาม/ไทย

ประเด็นที่น่าคิด คือ เหตุการณ์ที่เป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ (Critical Juncture) ทางประวัติศาสตร์ซึ่งมีผลต่อวิวัฒนาการประชาธิปไตยไทย มักเต็มไปด้วยฉากทัศน์ที่ว่าด้วยเรื่องความขัดแย้งระหว่างฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวา โดยการปรับตัวหรือการโต้กลับทางยุทธศาสตร์ของฝ่ายขวา มักนำไปสู่การทำรัฐประหาร หรือการฟื้นคืนชีพขึ้นมาของระบอบอำนาจนิยม ตัวอย่างสำคัญ คือ เหตุการณ์ 6 ตุลา ที่การปะทะทางการเมืองระหว่างฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวา
นำไปสู่โศกนาฏกรรมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พร้อมสภาวะถ้อยหลังของกระบวนการทำให้เป็นประชาธิปไตยในเมืองไทย

ส่วนกรณีคนเสื้อเหลืองกับคนเสื้อแดง หรือ ตัวแสดงทางการเมืองที่มีทั้งกรรมกร ชาวนา ชาวไร่ ทหาร ขุนนางและนักบวช ก็อาจมีนัยยะหลายๆอย่างที่ซ่อนชนวนความขัดแย้งเชิงจุดยืน ความคิดและอุดมการณ์แบบซ้าย-ขวา ในลักษณะที่ค่อนข้างซับซ้อน ขณะที่ เส้นทางพัฒนาประชาธิปไตยไทย เราก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า หากฝ่ายขวายังคงประเมินว่าสถานภาพและผลประโยชน์ตนอาจต้องสูญสลายลงไปในพริบตา (ถ้าฝ่ายซ้ายได้รับชัยชนะในการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง) ความเสี่ยงในการทำรัฐประหารหรือการคงอยู่ของระบอบอำนาจนิยม/อนุรักษ์นิยม ก็ยังคงมีปรากฏให้เห็นอยู่ร่ำไปบนเส้นทางพัฒนาประชาธิปไตย


โม้ซะยาว ถอดความได้ประโยคเดียว
พวกขวากลัวซ้ายครองเมืองแล้วตัวเองเสียประโยชน์ เลยหนุนให้ทหารยึดอำนาจ
คงว่างมาก ถึงบันจงเรียงความอย่างน้ำท่วมทุ่ง มีผักบุ้งต้นเดียว

ที่น่าสมเพชคือ มันเป็นสมมติฐานที่ผิด และไร้เดียงสามาก
การเมืองของไทย ไม่มีฝ่ายซ้าย ที่เคยมีคือปู่แคล้ว นรปติ ก็ไปสวรรค์เสียแล้ว พันเอก สมคิด ศรีสังคมก็อายุร้อยกว่า ดังนี้ ฝ่ายซ้ายจะครองเมืองได้อย่างไร

และถ้าถือว่าทหารยึดอำนาจจากฝ่ายซ้าย ก็แปลว่า พลเอกชาติชาย ทักษิณ และยิ่งลักษณ์ เป็นฝ่ายซ้ายอย่างนั้นหรือ ...โอ้ว แม่จ้าวววว นี่มันทฤษฎีการเมืองรุ่นใหนฟะ มั่วสาดดดด

Hexaphonic

อ๋อ ฝั่งที่เฮียจารย์สมาทานอยู่ไม่มั่วเลย งั้นดิ?  -_-

ทฤษฎีขวา-ซ้าย ใช้ไม่ได้
แนวคิดอนุรักษ์นิยม-เสรีนิยม ก็ใช้ไม่ได้
สังคมไทยไม่เหมือนสังคมไหนๆ จะเอามาใช้กับคนไทยไม่ได้  >:(

ถ้ายังงั้นคงต้องอธิบายเหตุการณ์ในรัฐไทย
ด้วยเรื่อง "รามเกียรติ์" แล้วล่ะ

คคห.ของผม ผมว่า "รัฐไทยเปนรัฐนาฏกรรมรามเกียรติ์" น่ะครับ
Scenario-เหตุการณ์ทางการเมืองไทย-เอามาเทียบกับฉากในรามเกียรติ์ได้เป๊ะๆ เช่น..
โครงการบริหารจัดการน้ำของพวกเผาไทย = กุมภกรรณทดน้ำ


หากคิดในกรอบนี้ ก็จะเห็นว่ารัฐไทยคือสมรภูมิรบระหว่าง
กรุงอโยธยา(ฝ่ายเทพ) กับกรุงลงกา(ฝ่ายยักษ์) นั่นเอง
อันนี้โอเคไหม?  :wacko:
"คุณหลอกดาว" :sad2:

sw

Quote from: Hexaphonic on 08  June  2016, 02:44:45 pm
อ๋อ ฝั่งที่เฮียจารย์สมาทานอยู่ไม่มั่วเลย งั้นดิ?  -_-

ทฤษฎีขวา-ซ้าย ใช้ไม่ได้
แนวคิดอนุรักษ์นิยม-เสรีนิยม ก็ใช้ไม่ได้
สังคมไทยไม่เหมือนสังคมไหนๆ จะเอามาใช้กับคนไทยไม่ได้  >:(

ถ้ายังงั้นคงต้องอธิบายเหตุการณ์ในรัฐไทย
ด้วยเรื่อง "รามเกียรติ์" แล้วล่ะ


ก็เมื่อวานเฮียจะอธิบายด้วยทฤษฎี "ก่อนสมัยใหม่ กับหลังสมัยใหม่"

วันนี้เฮียพาไปอ่านรามเกียรติ์อีกแระ  :lol:

Hexaphonic

เอ๊ะ เฮียหวังนี่ยังไง  >:(

ผมเคยบอกแล้วไงว่า อารยธรรมมนุษย์ในตอนนี้ ยังไปไม่ถึงสภาวะหลังสมัยใหม่นะครับ

ฉะนั้นจะเอาสภาวะหลังสมัยใหม่ มาอธิบายพฤติกรรมมนุษย์ตอนนี้ไม่ได้หรอก

"คุณหลอกดาว" :sad2:

pee

ทฤษฎีจิ้งจกครับ
เปลี่ยนสีได้ทุกโพสต์ ไม่มีสาระอะไรพอที่จะคุยด้วยได้ แค่อยากจะอวดว่า อ่านแยะ แค่นั้น

เอาข้อความของคนที่ถูกจริตมาลง พอโดนแฉว่ามั่ว รู้ไม่จริง ก็ทิ้งซะ  :clown:
หันไปคว้าอันใหม่มา รอทิ้งเป็นอันดับต่อไป
ผมไม่อยากจะเสวนาดอก แต่มาทิ่มคนกันเองอย่างเฮียหวัง ก็ต้องจัดซะดอก

:jab:

ได้ผล จากสเปนไปรามเกียรติ์โน่นเลย ไม่วายตัดเสื้อให้สังคมใส่อีกนั่นแหละ
ใหนว่าเลยอะไรพวกนี้ไปแล้วนี่นา ทำไมยังกอดทฤษฎียังกะกอดขวดนมเลย

ปัญญายุคหลังสมัยใหม่นี่ ไม่มีทฤษฎีครอบโลกแล้ว
เฮียเขาคงยังอ่านไปไม่ถึง :dribble:

อือ หรือจะเป็นปลาไหล เอ๊ ตัวอะไรนะ ที่ไปทั้งน้ำขุ่นๆ

pee

ส่วนเรื่อง "หลังสมัยใหม่" ที่เฮียเขาเทิดทูนน่ะ
อาจารย์จิ๋วถกเถียงมาตั้งแต่สมัยที่ Charl Jencks ออกหนังสือใหม่ๆ ว่ามันมีสิ่งนี้หรือไม่ ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้จักกันซักเท่าไหร่ เริ่มตั้งแต่ประเด็นแรกที่บอกว่า "สมัยใหม่" ล่มสลายแล้ว หมดฟังก์ชั่นแล้ว จากการทำลายโครงการ pruitt-igoe ที่เซ็นต์หลุยส์ และความล้มเหลวของเลอกอร์บูซีเยที่ chandigarh




ผลสรุปก็คือ อาจจะจริง หรืออาจจะไม่จริง
มันก็แค่ชื่อเรียก และบางส่วนก็เป็นสไตล์ส่วนตัว ที่อยากจะขยายแทรกซึมใส่คนอื่น

แต่ที่จริงแท้แน่นอนคือ เราไม่สามารถจับยัดสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในสังคมอื่น
นอกจากจะผิดฝาผิดตัวแล้ว มันยังเป็นความน่าอายชั่วกาลนาน

เหมือนพวกนักออกความเห็นที่เฮียเฮ๊กซ่าเทิดทูนนั่นแหละ
ภาษาไทยยังไม่ชำนาญ ดันมาเขียนอะไรบื้อๆ ให้คนไทยอ่านซะอีก
ขยะดีๆ นี่เอง

Hexaphonic

สภาวะก่อนสมัยใหม่
เริ่มตั้งแต่ มนุษย์กลุ่มแรกๆที่เริ่มมีการสื่อสารด้วยระบบภาษา
ลากยาวมาจนถึงก่อนปรากฎการณ์เคลื่อนย้ายองค์อำนาจเทวสิทธิ์

พอสังคมไหนมีกระบวนการเคลื่อนองค์อำนาจเทวสิทธิ์จากเบื้องบน(เทวนิยม)
ลงมาสู่เบื้องล่าง(มนุษยนิยม) สังคมนั้นก็จะเปลี่ยนจากสภาวะก่อนสมัยใหม่ ไปสู่สภาวะสมัยใหม่
การเปลี่ยนแปลงไปสู่สภาวะสมัยใหม่ มันจะเกิดกับรัฐแต่ละรัฐ

แต่การเปลี่ยนจิตสำนึกไปสู่สภาวะหลังสมัยใหม่
มันจะเปนอะไรที่ต่างออกไปเลย คือผมคิดว่าถ้ามันมีสภาวะหลังสมัยใหม่จริงๆนะ
มันจะต้องเกิดปรากฏการณ์ที่ "เปลี่ยนจิตสำนึกของมนุษยชาติทั้งหมด"
จะไม่ใช่แค่เกิดการเปลี่ยนแปลงในบางรัฐบางสังคม แบบสภาวะสมัยใหม่

และการเปลี่ยนผ่านจิตสำนึก มันจะคู่ขนานกับการค้นพบทางวิทยาศาสตร์
การค้นพบ กลศาสตร์นิวตัน ควอนตัมฟิสิกส์ ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
ส่งผลต่อการเปลี่ยนจิตสำนึกแบบก่อนสมัยใหม่ไปสู่แบบสมัยใหม่

ดังนั้นในการเปลี่ยนจิตสำนึกแบบสมัยใหม่ ไปสู่แบบหลังสมัยใหม่
มันจะต้องเกี่ยวกับการไขปริศนาทางฟิสิกส์ เรื่องกาลเวลา แรงโน้มถ่วง

"คุณหลอกดาว" :sad2:

pee

สรุปว่า พี่ท่านจะคุยถึงปัญหาโลก หลังพวกเราตายหมดแล้ว  :clown:

เออ


เพ้อเจ้อดีแท้

:dribble:

Hexaphonic

Quote from: pee on 08  June  2016, 07:10:54 pm
สรุปว่า พี่ท่านจะคุยถึงปัญหาโลก หลังพวกเราตายหมดแล้ว  :clown:

เออ


เพ้อเจ้อดีแท้

:dribble:



ก็ใช่ไง อันนั้นมันไม่รู้จะเกิดเมื่อไหร่ไง
แต่ถ้าจะพูดถึงโพสต์โมเดิร์น มันก็ต้องแนวนี้ล่ะ
ซึ่งผมว่าแม้แต่จารย์จิ๋วก็คิดไม่ถึงหรอก แนวคิดผมล้ำกว่าครับ  :ahha:
"คุณหลอกดาว" :sad2:

Hexaphonic

Quote from: pee on 08  June  2016, 05:30:58 pm
ทฤษฎีจิ้งจกครับ
เปลี่ยนสีได้ทุกโพสต์ ไม่มีสาระอะไรพอที่จะคุยด้วยได้ แค่อยากจะอวดว่า อ่านแยะ แค่นั้น

เอาข้อความของคนที่ถูกจริตมาลง พอโดนแฉว่ามั่ว รู้ไม่จริง ก็ทิ้งซะ  :clown:
หันไปคว้าอันใหม่มา รอทิ้งเป็นอันดับต่อไป
ผมไม่อยากจะเสวนาดอก แต่มาทิ่มคนกันเองอย่างเฮียหวัง ก็ต้องจัดซะดอก

:jab:

ได้ผล จากสเปนไปรามเกียรติ์โน่นเลย ไม่วายตัดเสื้อให้สังคมใส่อีกนั่นแหละ
ใหนว่าเลยอะไรพวกนี้ไปแล้วนี่นา ทำไมยังกอดทฤษฎียังกะกอดขวดนมเลย

ปัญญายุคหลังสมัยใหม่นี่ ไม่มีทฤษฎีครอบโลกแล้ว
เฮียเขาคงยังอ่านไปไม่ถึง :dribble:

อือ หรือจะเป็นปลาไหล เอ๊ ตัวอะไรนะ ที่ไปทั้งน้ำขุ่นๆ




ศิษย์พี่ โปรดรักษาสุขภาพด้วย  :bowdown:
(เด๋วเฮียจารย์ก็จะตอกกลับว่า "ใครเปนศิษย์พี่เมง" 55)

แบบว่าไม่ต้องไล่ตามจิกตามรีพลายผมตัลหลอดก็ล่ายนาครับ
เล่นกับหมาเด๋วหมาเลียปากนะครับ

ส่วนตัวผมเปนพวก "กลับเฟส"
คือชอบเล่นกับป๋า,ป๋าเลียหมาก น่ะครับ  :supergrin:

"คุณหลอกดาว" :sad2:

pee

เก่งแบบนี้ ที่เว็บตาสว่าง มีแยะ

:clown:

Hexaphonic

10 June 2016, 06:18:27 am #291 Last Edit: 08 March 2017, 02:45:15 pm by Hexaphonic
Quote from: pee on 08  June  2016, 05:30:58 pm
ทฤษฎีจิ้งจกครับ
เปลี่ยนสีได้ทุกโพสต์ ไม่มีสาระอะไรพอที่จะคุยด้วยได้ แค่อยากจะอวดว่า อ่านแยะ แค่นั้น



ผมอ่านไม่แยะหรอกครับ และที่โพสต์มาตลอดนี่ ไม่ใช่การอวดนะครับ
ผมอวดในสิ่งที่คนอื่นอ่านโพสต์ของผมไม่รู้เรื่องเนี่ยนะ?  :rof:

ขอย้ำว่าผมอ่านไม่แยะหรอกครับ
แต่ซื้อหนังสือแยะอยู่นะ ถ้าเทียบกับมาตรฐานของคนไทย
ตีเปนเงิน ก็ประมาณแสนห้าในรอบ 12ปี
หลายตังค์มั้ย? ก็หลายอยู่ แต่โลกนี้มันไม่มีอะไรฟรีอยู่แล้ว

จะว่าไปแล้ว กิจกรรมของเราๆท่านๆที่ล้างผลาญหมดไปยิ่งกว่านี้ ก็ยังมี ใช่ป่ะ?
ไม่เสียอันนี้ ก็ไปหมดกับอันโน้นอยู่ดี ก็ถือว่าซื้อวิชาล่ะกัน

ซื้อมาบางทีก็ไม่ค่อยได้อ่าน หรืออ่านไม่จบเล่ม
เด๋วนี้ผมไม่ค่อยได้ซื้อหนังสือแล้วครับ
มันหมดอยากที่จะหาความรู้น่ะ เด๋วนี้พอเห็นหนังสือออกใหม่ที่อยู่ในความสนใจ ก็หยิบมาดู
แต่อีกใจหนึ่ง มันรู้สึกอิ่มตัว ขี้เกียจอ่านแระ ไม่อยากรู้ไม่อยากเห็น ช่างหัวเนื้อหาในหนังสือมันเถอะ


เอ่อ..2-3วันก่อน ผมเพิ่งไปซื้อมาดองอีกจำนวนหนึ่ง  :D


ปล.แนวคิดหลายอย่างๆ ผมไม่ได้จากการอ่านหรอก
แต่ได้จากการเจริญกายานุปัสนากรรมฐานจ๊อกกิ้งน่ะครับ
แต่สิ่งที่ได้จากการอ่าน อาจจะเป็นเชื้อไฟไป ต่อ-ยอด อีกทีหนึ่ง

"คุณหลอกดาว" :sad2:

Karin Preeda

การวิ่งนี่ก็ช่วยให้ผมคิดอะไรได้หลายอย่างเหมือนกันครับ เมื่อก่อนวิ่งไป ฟังเพลงไปให้เพลินๆ หลังๆเลิกฟังเพราะพบว่าวิ่งไปเรื่อยๆ คิดอะไรไปเรื่อยๆมันได้มากกว่าวิ่งแล้วฟังเพลงอีก  :thumbup:

Hexaphonic

17 May 2017, 04:28:04 pm #293 Last Edit: 19 May 2017, 05:37:00 pm by Hexaphonic
Quote from: sw on 08  June  2016, 03:57:46 pm
Quote from: Hexaphonic on 08  June  2016, 02:44:45 pm
อ๋อ ฝั่งที่เฮียจารย์สมาทานอยู่ไม่มั่วเลย งั้นดิ?  -_-

ทฤษฎีขวา-ซ้าย ใช้ไม่ได้
แนวคิดอนุรักษ์นิยม-เสรีนิยม ก็ใช้ไม่ได้
สังคมไทยไม่เหมือนสังคมไหนๆ จะเอามาใช้กับคนไทยไม่ได้  >:(

ถ้ายังงั้นคงต้องอธิบายเหตุการณ์ในรัฐไทย
ด้วยเรื่อง "รามเกียรติ์" แล้วล่ะ



ก็เมื่อวานเฮียจะอธิบายด้วยทฤษฎี "ก่อนสมัยใหม่ กับหลังสมัยใหม่"

วันนี้เฮียพาไปอ่านรามเกียรติ์อีกแระ  :lol:



ผมคิดว่าเฮียหวังก็จัดเป็น "พลเมืองกัมมันตะ (active-citizen)" ที่สนใจการบ้านการเมืองไทยอยู่มากนะ
แต่เฮียพลาดมากๆ ที่ไม่เข้าใจเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งจะทำให้มุมมมองต่อการเมืองไทยของเฮีย ผิดพลาดไปหมด
และนั่นหมายความว่า ความกระตือรือร้นกัมมันตะของเฮียจะกลายเป็นเรื่องที่.... "เสียของ"




"คุณหลอกดาว" :sad2:

Hexaphonic

04 February 2018, 03:55:44 am #294 Last Edit: 04 February 2018, 04:12:33 am by Hexaphonic




เห็นขบวนแห่ล้อการเมืองอันนี้
ทีมงานอุปมา "นนทก"ว่าเป็นคสช.
ผมคิดว่าเค้าอุปมาแบบ "ผิดฝาผิดตัว" นะครับ
น้องๆเค้า "อ่านหนังสือไม่แตก" น่ะครับ
และผมคิดว่ายังมีคนไทยอีกมาก...ที่ตีความวรรณกรรมนี้ไม่แตก

หากจะยกเอาวรรณรรมนี้มาสวมทับลงในการเมืองไทยแล้วล่ะก็...
ถ้างั้น "นนทกแห่งการเมืองไทย" คือใครล่ะ?

ตัวอย่างที่ผ่านมาก็เช่น ทักษิณหรือปรีดี ไงล่ะครับ อิๆ
ปรีดีคือนนทกในเจเนอเรชั่นที่แล้ว
ทักษิณคือนนทกในเจเนอเรชั่นนี้ 555
"คุณหลอกดาว" :sad2:

poj

ต่างกันตรง ปรีดี ไม่มีข้อครหา เรื่องการโกงกิน คอรัปชัน ครับ
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

Hexaphonic

มีโกงกินก็แต่ยิ่งลักทักสิน ส่วนคนอื่นๆเค้าคืนส่วนต่างไปหมดแล้ว 555
"คุณหลอกดาว" :sad2:

Hexaphonic

21 August 2018, 06:00:48 am #297 Last Edit: 24 August 2018, 07:47:03 pm by Hexaphonic


ผมไปเที่ยวปท.แอฟริกาใต้มาครับ

12-19 AUG 2018 : Suvarnabhumi Airport - Doha - Cape Town - West Coast Ostrich Farm - Table Mountain - Radisson Blu Waterfront - Maiden Cove Beach - Penguin Village - The Boulders - Cape of Good Hope - Groot Constantia -  Cape Town Airport - Johannesburg - Bakubung Bush Lodge - Pilanesberg National Park - Sun City - Lion Park - Carnivore Restaurant - Pretoria - Johannesburg - Doha - Suvarnabhumi Airport(สนามบินปลายทาง) ใช้เวลาบินไป-กลับ 32 ชั่วโมง บินในปท.อีก 2 ชั่วโมง

นี่เป็นอนุสรณ์สถานแห่งการต่อสู้ของชาวบัวร์ (ชาวดัชต์ที่อาศัยในแอฟริกาใต้) ตั้งอยู่ ณ เมืองพรีทอเรีย
ชึ่งในที่สุดชาวบัวร์ก็พ่ายแพ้ต่อจักรวรรดิอังกฤษ
ขณะนั้นจักรวรรดิดัตช์ฮอลันดาเองก็อ่อนแอเกินกว่าจะต้านอิทธิพลของจักรวรรดิอังกฤษ

กลับมาถึงบ้านจึงพอจะปะติดปะต่อลำดับเรื่องราวได้ ดังนี้...

ลำดับไทม์ไลน์

0.5 อารยธรรมอาหรับเริ่มปิดตัวเอง โลกอาหรับมีฉันทามติว่า "ความรู้ทางโลกคือความบาป"
โลกอาหรับหยุดพัฒนาวิทยาการต่างๆ พันธกิจหลักคือ "มุ่งเดินทางไปเฝ้าพระเจ้า"
นักวิชาการอาหรับบางส่วนลักลอบเอาพิมพ์เขียวสหวิทยาการไปเก็บซ่อนไว้ที่คาบสมุทรไอบีเรีย (โปรตุเกส สเปน)

1.โปรตุเกส ได้องค์ความรู้การเดินเรือจากอารยธรรมอาหรับ
ใช้วิชาเดินเรือไปสำรวจโลก ออกไปตักตวงทรัพยากรจากโลกล้าหลัง

2.สเปน ต่อยอดออกไปอีก กอบโกยทรัพยากรจนมั่งคั่งกว่าโปรตุเกส

3.ฮอลันดา มีการคิดค้นระบบระดมทุน ทำให้ระดมทุนได้มาก เกิดตลาดหุ้น
จักรวรรดิฮอลันดาจึงมีทุนสร้างกองเรือเอาชนะสเปนได้ แต่ต่อมาเกิดฟองสบู่ตลาดหุ้นที่อัมสเตอร์ดัม
เศรษฐกิจฮอลันดาตกต่ำจากเคสปั่นราคาหุ้นดอกทิวลิปดำ

4.อังกฤษ เกิดการปฏิวัติทั้งระบบอย่างต่อเนื่อง..รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐกิจ สังคม..
ก่อนชาติอื่นๆ อังกฤษจึงมีต้นทุน-โนว์ฮาวชนะชาติฝรั่งล่าอาณานิคมอื่นๆ

5.ฝรั่งเศส ปฏิวัติทางการเมืองสำเร็จ แต่ช้ากว่าอังกฤษ จึงสู้อังกฤษไม่ได้

6.อังกฤษ หมดตูดจากสงครามโลกครั้งที่ 1+2

6.5 เยอรมัน คือตัวการที่ทำให้ชาติตะวันตกที่เคยเป็นเจ้าอาณานิคมทั้งหมด
(โปรตุเกส สเปน ฮอลันดา ฝรั่งเศส อังกฤษ) หมดตูด! (เยอรมันคือตัวการก่อสงครามโลกครั้งที่ 1+2)

7.อเมริกา ได้ผลพวงจากการปฏิวัติทางสังคมของอังกฤษและยุโรปมาต่อยอดขึ้นไปอีก
..การเลิกทาส ระบบสายพานการผลิต ตลาดทุน..(พลเมืองแกนนำสังคมอเมริกันมาจากเกาะอังกฤษ)
ประกอบกับในบรรดาประเทศตะวันตกด้วยกัน อเมริกาเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 1+2 น้อยที่สุด
อเมริกาจึงกลายเป็นเจ้าโลกอย่างที่เห็น

ดังนี้ การไปเที่ยวจึงเหมือนกับการอ่านหนังสือในอีกรูปแบบหนึ่ง
มันช่วยต่อภาพจิ๊กซอจากการอ่านให้สมบูรณ์
บางทีการอ่านหนังสือโดยไม่เห็นของจริง คงจะยากที่จะเข้าใจ


"คุณหลอกดาว" :sad2:

Hexaphonic

23 August 2018, 04:59:24 am #298 Last Edit: 23 August 2018, 05:02:56 am by Hexaphonic
น่าอ่านมากๆ

http://gmlive.com/interview-Yuval-Noah-Harari-about-sapiens-book

ลองอ่านตัวอย่าง โดยการสไลด์หน้าปก

http://online.anyflip.com/dkap/dibc/mobile/index.html
"คุณหลอกดาว" :sad2:

jon che

ปีที่แล้ว ดร.นิเวศน์ ณ VI ก็แนะนำหนังสือเล่มนี้ไว้ในหลายโอกาส ผู้แต่งเขียนไว้อีกเล่มคือ Homo Deus: A Brief History of Tomorrow เห็นขายออนไลน์ในเมืองไทย 2 เล่มไม่ถึงเก้าร้อยครับ (คืนได้ใน 7 วัน)