• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
20 September 2019, 03:28:57 pm

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


ของดีในเน็ต

Started by pee, 24 April 2013, 06:24:30 am

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

pee

เจอเว็บดีๆ เรื่องดีๆ รูปดีๆ
ไม่รู้จะทำงัย


แปะไว้ วันหน้าวันหลังจะได้มาคลิก


http://www.komkid.com/

เว็บสำหรับเด็กที่ทำได้ดีมาก เขียนให้อ่านง่าย มีความถูกต้องและลึกซึ้งพอควร
เจ๋งครับ

Hexaphonic

ขอบคุณครับพี่ เพิ่มเป็นไอค่อนที่หน้าจอแล้วครับ  :thumbup:
"คุณหลอกดาว" :sad2:

sw

ผมชอบเว็บแบบนี้ครับ เนื้อหาเยอะๆกว้างๆ จัดหน้าเว็บแบบง่ายๆ เข้าถึงเนื้อหาที่ต้องการได้เร็วดี คนทำเว็บนี้ จริงใจ ไม่มีฟอร์ม

Hexaphonic

28 April 2013, 04:44:35 pm #3 Last Edit: 29 April 2013, 06:02:26 am by Hexaphonic
เพื่อนผมสมัยมัธยมบางคนที่สอบรับราชการทหารได้
จำเนียรกาลผ่านไป...ในตอนนี้บางท่านทำงานในฝ่ายเสนาธิการ...ขอบเขตการดูแลอยู่แถบชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณพิพาท
บางท่านเป็นหนึ่งในทีมร่างหลักสูตรฝึกหัดนักบินขับไล่
บางท่านเป็นนักบินเอฟ 5 ปลดประจำการ ที่กำลังจะไต่เต้าเป็นผู้ช่วยทูตทหาร
บางท่านเคยไปปฎิบัติภารกิจกับ UN มาแล้ว

ผมว่านายทหารระดับนายพันส่วนใหญ่เนี่ย เผลอๆอาจจะมีคุณวุฒิมากกว่านักธุรกิจเอกชนใหญ่ๆโตๆซะอีกนะครับ
ทั้งทางวิทยาศาสตร์-วิศวกรรมศาสตร์ขั้นสูง (วุฒิบัตรของนายทหารระดับสัญบัตรคือ วทบ.) การบริหารจัดการบุคคล เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สารสนเทศ ปรัชญา จิตวิทยา ภาษาต่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ฯลฯ แต่ละคนก็จะลงลึกไปตามสายงานที่ตัวรับผิดชอบ

คุยกับเพื่อนกลุ่มนี้ทีไร รู้สึกว่าตัวเองฉลาดมากขึ้นทุกที แต่เป็นความฉลาดที่ผมต้องรอนานมากๆ เพราะแต่ละท่านงานยุ่งมากๆๆๆ
(แต่ถ้าอยู่ในวงสนทนาระหว่างพวกนายทหารด้วยกัน อาจจะฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะศัพท์เทคนิคัลเทอมทางทหารเยอะมาก 555)

ผมว่ากองพลหนึ่งๆ ก็เปรียบได้กับองค์กรธุรกิจ กิจการใหญ่ๆโตๆอันหนึ่งนั่นแหละ มีครบหมด ทั้งทรัพยากรวัตถุอันซับซ้อน-ทรัพยากรมนุษย์
และถ้าหากขยายสเกลไปถึงระดับกองทัพล่ะ จะมีทรัพยากรที่เกี่ยวเนีื่อง(ทั้งทางตรงและทางอ้อม)มากสักแค่ไหน?

ผมว่าท่านทั้งหลายเหล่านี้แหละ เป็นฟันเฟืองสำคัญของประเทศเราที่จะชี้ว่ากลจักรของรัฐนาวาไทย จะหันไปในทิศทางใด?

http://www.crma32.net/index.php?lay=show&ac=webboard
"คุณหลอกดาว" :sad2:

phokha

ผมมีความเห็นต่างนะครับ
เมื่อหลายเดือนก่อน
เพื่อนผมที่เป็นเสธ.ทหาร แวะมาหาผมแล้วก็บอกข่าวดีที่เขาได้เลื่อนยศ
เขาได้ยศนี้ก่อนใครในรุ่น และข้ามหัวรุ่นพี่ไปเยอะพอสมควร
หลังกินดื่มกินกันได้ที่ เขาก็บอกว่า
" ถ้าฉันเก่งอย่างพวกแก หัวดีอย่างพวกแก ฉันคงไปได้เร็วกว่านี้อีก"
I dont like pop music.

pee

ฮา....


โภคาเล่นเจ็บ

Hexaphonic

ถึงว่า...ทำไมเช้านี้ผมรู้สึกเจ็บเเปล๊บๆ

"โดนธนูปักเข่า" นี่เอง  :'(
"คุณหลอกดาว" :sad2:

pee

BBC

ผมไม่ชอบจักรวรรดิอังกฤษ เรียกว่ารังเกียจเลยก็ได้
แต่ไอ้ประเทศห่าเหวนี่ แม่งก็ทำของดีที่เราไม่ยอมรับไม่ได้
บรรษัทกระจายเสียงที่ว่านี่ก็เป็นหนึ่งในของดีนั้น

ผมจะหาซีรี่ย์เทพของมันมาแปะไปเรื่อยๆ นะครับ



Connections is a ten-episode documentary television series created, written and presented by science historian James Burke. The series was produced and directed by Mick Jackson of the BBC Science & Features Department and first aired in 1978 (UK) and 1979 (USA). It took an interdisciplinary approach to the history of science and invention and demonstrated how various discoveries, scientific achievements, and historical world events were built from one another successively in an interconnected way to bring about particular aspects of modern technology. The series was noted for Burke's crisp and enthusiastic presentation (and dry humour), historical reenactments, and intricate working models.

The popular success of the series led to the production of The Day the Universe Changed (1985), a similar program but showing a more linear history of several important scientific developments. Years later the success in syndication led to two sequels, Connections² (1994) and Connections³ (1997), both for TLC. In 2004, KCSM-TV produced a program called Re-Connections, consisting of an interview of Burke and highlights of the original series, for the 25th anniversary of the first broadcast in the USA on PBS

pee

series ของ BBC ที่เป็นที่สุดของการผลิตสารคดี
เป็นงานของลอร์ด คลาร์ค ที่เคยพูดถึงไปหลายหน

เดิมผมต้องใช้แต่หนังสือเล่ม ที่ทำออกมาหลังเผยแพร่รายการ เพราะหาหนังดูไม่ได้
นักเรียนศิลปะควรดูสารคดีชุดนี้ทุกคน คนอื่นก็ด้วย

มี 13 ตอน ในยูทุปมีหมดครับ



Civilisation--in full, Civilisation: A Personal View by Kenneth Clark--is a television documentary series outlining the history of Western art, architecture and philosophy since the Dark Ages. The series was produced by the BBC and aired in 1969 on BBC2. Both the television scripts and the accompanying book version were written by art historian Kenneth Clark (1903-1983), who also presented the series. The series is considered to be a landmark in British Television's broadcasting of the visual arts.

The BBC remastered the original films onto HD in 2011. The series was re-broadcast on the BBC HD channel from 9 February to 4 May 2011, and shortly after was released on Blu-Ray.

pee

สนใจก็กดดูกันเอง
รับรองว่าดีกว่าธนูที่ปักเข่าตาเฮกแน่นวน



ฮา


http://www.youtube.com/results?search_query=bbc+documentary&oq=bbc&gs_l=youtube.1.0.0l10.272993.273437.0.280451.3.3.0.0.0.0.105.243.2j1.3.0...0.0...1ac.1.11.youtube.VHHSaK6Sv5k

Hexaphonic

เมื่อหกปีก่อน ผมได้อ่านหนังสือพระราชนิพนธ์แปลของในหลวงเรื่อง "นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ"
ใครยังไม่เคยอ่าน ลองหามาอ่านนะครับ ได้ความรู้และสนุกมากๆครับ

อ่านซ้ำมากกว่าสองรอบ ถึงได้รู้ว่าพวกอังกฤษนี่ไม่ธรรมดาเลย เอาชนะเยอรมันที่เทคนิคการผลิตสูงกว่าได้ ทั้งๆตัวเองร่อแร่เต็มทีแล้ว
นั่นเป็นเพราะ...การข่าว,ยุทธศาสตร์ประสานงานใต้ดิน...ทำเยอรมันงงเต็ก

ถึงตอนนี้ผมยิ่งมั่นใจว่าพวก แอลโกลแซกซั่น เป็นฝรั่งที่ฉลาด(แกมโกง)ที่สุด เหนือฝรั่งเศส เยอรมัน
ที่พวกอังกฤษฉลาดกว่าไม่ใช่อะไร เพราะพวกอังกฤษคบหาสมาคมกับพวกยิวมากกว่า
ก็เลยเกิดการ osmosis กลยุทธไปมา อิๆ

แต่จะหาว่าพวกอังกฤษมีเทคนิคในการผลิตสู้เยอรมันไม่ได้ ก็ว่าไม่ได้เต็มปากอีกแหละ
เพราะห้องฟังเฮียเม้ง ยังใช้ผลิตภัณฑ์ต้นทาง(แหล่งโปรแกรม)กับปลายทาง(ลำโพง)   มาจากเกาะอังกฤษเลย


"คุณหลอกดาว" :sad2:

pee

มา หัตถ์พระเจ้า

มี 6 ตอน

http://www.youtube.com/v/KIzrxk2BpX4

pee

เว็บจัดอันดับ

สมัยเด็กๆ เรียนป5 ป6 พวกเราชอบเล่นเกมส์ที่สุดในโลกกัน
อิอิ.....ปัจจุบันก็ยังชอบ

เอาไปก่อนหนึ่งเว็บ ไม่รู้ใช่เจ้าเดียวกับที่เคยเป็นรายการทีวีหรือเปล่า
รายการนั้น เคยเอากาแฟเพื่อนตาทุบไปออก หนึ่งในร้านค้าเก่าแก่ของเมืองไทย

http://www.toptenthailand.com/

Hexaphonic

07 April 2017, 05:32:29 pm #13 Last Edit: 09 April 2017, 05:49:06 pm by Hexaphonic
Quote from: phokha on 29  April  2013, 12:15:34 pm
ผมมีความเห็นต่างนะครับ
เมื่อหลายเดือนก่อน
เพื่อนผมที่เป็นเสธ.ทหาร แวะมาหาผมแล้วก็บอกข่าวดีที่เขาได้เลื่อนยศ
เขาได้ยศนี้ก่อนใครในรุ่น และข้ามหัวรุ่นพี่ไปเยอะพอสมควร
หลังกินดื่มกินกันได้ที่ เขาก็บอกว่า
" ถ้าฉันเก่งอย่างพวกแก หัวดีอย่างพวกแก ฉันคงไปได้เร็วกว่านี้อีก"



จากท้ายกระบะสู่การรู้ทันสื่อ : เราสนใจข่าวใดข่าวหนึ่งด้วยตนเอง หรือถูกใครบงการ?

...หลังจากคนหมดลุ้นไปว่าหน้ากากทุเรียนคือใครแล้ว สัปดาห์นี้ก็มีเรื่องร้อนอีกอย่างท่วมท้นนิวส์ฟีด นั่นคือเสียงด่าจากทุกสารทิศของคนไทย ต่อนโยบายจับและปรับเงินคนนั่งในท้ายกระบะหรือส่วนแคป หรือแม้แต่เบาะหลังของรถเก๋งที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
.
กลางเดือนมีนาคม หลายคนคงงงกับคำพูดของโฆษกคณะคสช.ที่ว่าจะใช้ม.44 แก้ปัญหาอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ และคงไม่มีใครคาดว่าจะใช้มาตราดังกล่าวบังคับใช้กฎหมายอย่างกระทันก่อนสงกรานต์ไม่กี่วัน เคราะห์ยังดีที่รัฐบาลฟังเสียงประชาชนอยู่บ้าง ก็เลยผ่อนผันว่ากันหลังช่วงเทศกาลอีกที
.
หลายคนว่ายุคนี้ดีเนอะ มีโซเชียลเน็ตเวิร์ค มีความเคลื่อนไหวหรือนโยบายใดๆ เราก็รับรู้ได้ทันท่วงที แต่หลายคนก็อาจจะรู้สึกเพลียจิตเบาๆว่า "แค่จะเคลียร์งานให้เสร็จก่อนหยุดยาวก็จะอ้วกแล้ว ทำไมต้องมีเรื่องไม่เป็นเรื่องมาทำให้เราต้องไปสนใจอีก ทำไมไม่ประกาศตั้งแต่เดือนมีนาคมล่ะ? ไหนๆตอนนั้นก็พูดว่าจะใช้กฎหมายบังคับอยู่แล้ว?

ปัจจุบันข่าวสารต่างๆ ไหลเวียนเข้ามาในนิวส์ฟีดของเราทุกๆ วินาที (โพสต์ที่กำลังอ่านนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเน้อ) หลายคนก็น่าจะเคยตั้งคำถามว่า "นี่เราต้องไปสนใจทุกข่าวเลยใช่ไหม จะได้คุยกับคนอื่นรู้เรื่อง?" แน่นอนว่าเราเป็นเลือกว่าจะสนใจอะไร และเลื่อนนิ้วปล่อยบางอย่างผ่านไปในหน้าจอ แต่มีใครเคยสงสัยไปไกลกว่านั้นไหมว่า ความสนใจของเราอาจไม่ได้มาจากตัวเองเสียทีเดียว แต่ถูกคนอื่นควบคุมเอาไว้?
.
"ถ้าคุณสามารถควบคุมความสนใจของคนอื่นได้ คุณจะมันทำอะไร?" นี่คือคำถามที่ Appllo Robbins ถามคนดูทุกคนใน Ted Talk เมื่อ 4 ปีก่อน เขามาพร้อมกับทฤษฎีที่พิสูจน์ว่าความสนใจของคนสามารถถูกคนอื่นควบคุมได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการพรางไม่ให้คนอื่นไม่ให้สนใจความจริงที่เห็นอยู่ตรงหน้า และนั่นคือทักษะระดับเทพของเขา
.
Apollo เป็นนักแสดงมายากลแนวสตรีท และทริคของการแสดงคือการเดินไปหาผู้คน ชวนคุย และแอบล้วงกระเป๋า ปลดสร้อย แหวน นาฬิกาออกไปอย่างเนียนๆ จากนั้นก็ถามผู้ร่วมเล่นกลว่า รู้สึกมีอะไรหายไปไหม
.
ความสนใจเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด และการ "เล่น" กับความสนใจนั้นถูกใช้ในกันหลายหลาย ตัวอย่างที่ชัดสุดคงเป็นเรื่องการตลาดที่ใช้อารมณ์ความรู้สึกให้เห็นความจริงเพียงครึ่งเดียวของสินค้าหรือบริการ เช่นเห็นว่า ของชิ้นนั้นถ้าซื้อแล้วจะคุ้มค่าเพราะจะได้ของแถม แต่พอซื้อไปแล้วอาจมารู้สึกภายหลังว่าจริงๆ แล้วเราไม่ได้อยากสินค้าชิ้นนั้นตั้งแต่แรก เพียงแค่ความรู้สึกได้ประโยชน์ที่เห็นของแถมอันโตๆ ในป้ายมันบดบังเหตุผลที่เรามีในใจตั้งแต่แรกแบบชั่ววูบ
.
ไม่ใช่แค่การค้า การจัดการความสนใจกับคนหมู่มากยังใช้ในเรื่องสังคมอีกด้วย  เช่น การสร้างภาพลักษณ์ของเหล่าคนดัง ว่าจะให้เป็นที่สนใจของสังคมในเรื่องไหน และเรื่องไหนต้องปิดข่าวเดี๋ยวเสียอิมเมจ รวมไปถึงศาสตร์ใหม่มาแรงที่เรียกว่า IO หรือ Information Operations แปลเป็นไทยได้ว่า "การจัดการข่าวสาร"
.
IO โดยมากถูกใช้ในความมั่นคง เพื่อให้คนอื่นรู้น้อยกว่าเรา หรือ รู้เท่าที่เราอยากให้รู้ ซึ่งนำไปสู่การสร้างโฆษณาชวนเชื่อ และการบล็อคหรือปิดกันข้อมูลบางอย่างไม่ให้คนสนใจ
.
.
จะรู้ทันสื่อนั้นต้องทำหลายวิธี ทั้งรับสื่อที่หลากหลายมากกว่าหนึ่งแหล่ง, ศึกษาที่มาที่ไปของมันว่าน่าเชื่อถือหรือไม่, วิเคราะห์ความนัยระหว่างบรรทัดของสื่อ ดูว่าบริบทสังคมเป็นอย่างไร ข่าวสารถึงถูกนำเสนอในทิศทางนี้ และเวลานี้เป็นต้น และนอกจากรู้ลึกแล้วก็ต้องรู้กว้างรับข่าวสารหลากหลาย ลองเปิดใจอ่านหรือฟังสิ่งใหม่ๆ นอกจากที่ตัวเองสนใจ หรือที่เป็นกระแสสังคม ณ ขณะนั้น
.
นอกจากจะแสดงอาการขุ่นเคืองกับข่าวกระแสหลักเรื่องรถกระบะแล้ว ลองมาสนใจเรื่องอื่นๆ ที่น่าเกิดขึ้นในสัปดาห์เดียวกันที่อาจเห็นในฟีดแต่เราอาจไม่ได้โฟกัสกับมัน เช่น การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ลงประชามติกันไปเมื่อปีที่แล้ว, การซื้อเรือดำน้ำจากจีนในราคา 36,000 ล้านบาท, การวิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ป่าแสที่คดีไม่คืบหน้า, การรุมซ้อมพลทหารวิเชียร เผือกสมจนถึงแก่ความตายเมื่อปีที่แล้ว และทหารเกณฑ์รุ่นใหม่กำลังจะต้องเดินทางเข้าค่าย... เป็นต้น
.
จะเสพสื่ออย่าง "รู้ทัน" ได้จริง นับว่ายากเอาการ ต้องทำการบ้านและขบคิดหนัก ต้องใช้เวลาสั่งสมความเข้าใจ แต่อย่างน้อยเราสามารถเริ่มต้นเรียนรู้มันตั้งแต่ตอนนี้ได้...

เครดิตโพสต์ :  We Think

ผมว่าทหารเขาล้ำลึกกว่าที่เราๆทั่นๆคิดครับ
ควบคุมคนอื่น-ที่ไม่ใช่วิชาชีพทหาร-ทั้งประเทศกว่า 6-70 ล้านคน
อีกทั้งองค์กรตัวเองบุคลากรก็เป็นแสนๆคน เป็น 1 ในองค์กรที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศนี้ มีวัฒนธรรมจารีตเฉพาะกลุ่ม
อีกทั้งมีกฏหมายบางข้อมาบังคับใช้เป็นพิเศษเป็นเอกเทศต่างจากเจ้าหน้าที่รัฐทั่วไป อย่างนี้ผมว่าพวกเขาไม่โง่แน่ๆ

ทุกอย่างที่แสดงออกมาให้เราเห็น ผ่านการวางแผนจากฝ่ายเสนาธิการมาอย่างรอบคอบ
ต่อให้เป็นหมอ วิศวะ อัจฉริยะเเค่ไหน ก็อยู่ใต้อำนาจทหารทั้งนั้น

การเบี่ยงประเด็นสังคมด้วยสื่อ หากเปรียบกับการรบแล้วล่ะก็
มันคงคล้ายๆกับยุทธวิธี "พรางควันเพื่อเข้าตีข้าศึกหรือปิดบังพิกัดฐานที่ตั้งของตน" นั่นแหละ.


"คุณหลอกดาว" :sad2: