• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
17 November 2019, 10:15:23 pm

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


Re: ดูจบ..แต่เหมือน(หนัง)ยังไม่จบ

Started by Hexaphonic, 04 June 2013, 10:53:39 pm

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Hexaphonic

หลังจากที่ผมได้ดูหนังเรื่อง "หมู่บ้านสาปสยอง : The Village 2004" ไปหลายรอบแล้ว
รู้สึกว่ามันยังไม่จบสำหรับผมอ่ะครับ ผมได้แค่คิดคำนึงถึงหนังเรื่องนี้ตลอดเวลา
ราวกับว่า ตัวผมได้ติดกับดักอยู่ในหนังเรื่องนี้ เหมือนตัวเองหลงทางอยู่ในป่าที่หาทางออกไม่เจอ
"คุณหลอกดาว" :sad2:

poj

ผมเคยดูครับ  แต่ผมจบนะ.. 
เดินออกมา ไม่มีอะไรติดค้างครับ..
แค่ชมว่า  คนทำหนัง เขาหลอก เราได้สนิท เท่านั้นเองครับ :)
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

Hexaphonic

ผมดูตอนที่มันใกล้จะถูกถอดออกจากโรงแล้วครับ ทีแรกก็รู้สึกเป็นมุขหักมุมหลอกคนดู ประมาณนั้น
แต่ก็รู้สึกแปลกๆว่าทำไมผมคิดถึงมันบ่อยๆ พอคิดจะไปดูซ้ำอีกทีหนังก็ออกจากโรงซะแล้ว

หลายเดือนต่อมาก็เลยซื้อแผ่นมาดูซ้ำ โอ...มันมีสัญญะหลายอย่างในนั้น มันไม่ใช่หนังสยองหักมุมธรรมดาซะแล้ว
ดูครั้งที่สองเนี่ย พอเห็นฉากเด็กสาวหนึ่งในสองคนนั้น เอาต้นไม้ที่ออกดอกเป็นสีแดง กลบไว้ใต้ดิน...

มันรู้สึกกระแทกใจสุดๆ เหมือนกับหมู่บ้านนี้กำลังพยายามจะหลอกตัวเอง

ไม่รู้ว่ามีใครคิดลึกเหมือนอย่างที่ผมคิดบ้างรึเปล่า? บังเอิญรึเปล่า? แต่หลายๆฉากก็เป็นอย่างนี้

นี่หรือครับ...สังคมใหม่ที่พวกคุณ(ผู้นำหมู่บ้าน)พยายามสร้างมันขึ้นมา?
"คุณหลอกดาว" :sad2:

Hexaphonic

ในห้วงปี 2004-2005 ผมดู The Village ไปสี่รอบ
ในห้วงเวลานั้น มันเป็นหนังเรื่องแรกที่ทำให้ผมมองอะไรลึกๆอย่างนี้
ตอนนั้นมันเป็นอะไรที่ผมสงสัยสุดๆ ว่าสังคมนี้มันทำไมมีแต่เรื่องงมงาย?
คอยเงี่ยหูฟังคนโน้นที คนนี้ที นี่เราคิดเองไม่เป็นหรือ?
มันเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ในทางพระท่านว่า"วิจิกิจฉา มงคลตื่นข่าว"
ข่าวการเข้าแถวแย่งชิงสิ่งงมงายจตุคามต่างๆนาๆมีให้เห็นบ่อยๆ
ตอนนั้น สงครามกีฬาสีกำลังจะก่อตัวพอดี จตุคามฟีเว่อร์กำลังไต่ทะยานเรตติ้ง มันโดนสุดๆ อิๆ

เมื่อผมดูถึงรอบที่สาม ผมเริ่มไม่ชอบ Costume และบรรดาอาคารบ้านเรือนของสมาชิกใน The Village...
คือมัน"เป๊ะเว่อร์"เกิน  สังคมที่ปิดตัวเองอย่างนั้น จะต้องเน้นเรื่องปากท้อง+สุขสภาวะเป็นหลัก
สมาชิกในหมู่บ้านคงไม่มีเวลามาทำเสื้อผ้าหน้าผมสวยๆใส่กันร๊อก
และถ้าจะไปซื้อจากนอกหมู่บ้าน ถามว่าพวกคุณเอาเงินมาจากไหน?

แต่เอาเถอะ ประเด็นหลักของเรื่องยังอยู่

นานมาแล้ว...คณะผู้นำหมู่บ้านแต่ละคนต่างได้เจอะเจอกับอาชญากรรมอันเลวร้าย
พวกเขาโทษว่าเป็นเพราะสังคมมีคนชั่วมากเกินไป
พวกเขาจึงพยายามสร้างสังคมใหม่ขึ้นมา สังคมที่ไม่แปดเปื้อนจากอาชญากรรม

เมื่อพวกผู้นำหมู่บ้านได้สร้างสังคมใหม่ขึ้นมาแล้ว
เพื่อให้แน่ใจว่าสังคมใหม่นี้จะปลอดภัยจากความชั่วร้ายของสังคมภายนอก
พวกเขาได้สร้างสิ่งประดิษฐ์/วาทกรรมอันหนึ่งขึ้นมา...
มันคือประดิษฐกรรม/วาทกรรม .... "Those we don't speak of."

โอ....พวกคุณใช้ความกลัวมาสร้างสังคมบริสุทธิ์นี้หรือครับ?
พวกคุณ(กรรมการหมู่บ้าน)กำลังใช้สมาชิกในหมู่บ้านที่ไร้เดียงสา เอามาเป็นโล่หมนุษย์
เพื่อหลบหนีบาดแผลในอดีตอย่างนั้นหรือ?

นั่นคือ...พวกกลุ่มผู้นำหมู่บ้าน กำลังก่ออาชญากรรม(ต่อบรรดาสมาชิกในหมู่บ้าน)เสียเอง
อีกทั้งพวกเขายังยืนกรานว่า...ความคิดของพวกกลุ่มผู้นำยังคงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
ทั้งๆมันมีความเสียหายเกิดขึ้นให้เห็นบ้างแล้ว
และสิ่งที่พวกคุณไม่รู้ สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ สิ่งที่เกินกำลังญาณทัศน์อันคับแคบของมนุษย์
มันจะทำลายสังคมบริสุทธิ์นี้ในอนาคต อย่างแน่นอน
อย่างนี้ต้องพูดว่า "เห็นแก่ตัวและใจดำจริงๆ"

ถามว่าเมื่อพวกคุณที่เป็นกลุ่มผู้นำหมู่บ้านจากโลกนี้ไปแล้ว
สมาชิกในหมู่บ้านสาปสยองจะเป็นยังไง?

โดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ตรรกวิบัติ เป็นเหตุแห่งอาชญากรรมทุกระดับ!







"คุณหลอกดาว" :sad2:

Hexaphonic

หนังเรื่องใดก็ตาม ถ้ามันอยู่ในตำแหน่งแห่งที่ของมัน มันก็เป็นแค่หนังในจอ
แต่ถ้าหากหนังเรื่องนั้นจะเป็นที่จดจำ มันต้องทำตัวเกินหนัง ก็เหมือนกับงานศิลปะแขนงอื่นๆนั่นแหละ
ทีนี้มันมีหนังหลายๆเรื่องที่พยายามกระแดะทำตัวเกินหนัง พยายามกระโดดออกมานอกจอ
เพื่อแสดงตัวตนว่าตัวมันมีคุณค่าเกินหนัง
อย่างเช่นพวกหนังไซไฟแอคชั่นฮีโร่ทั้งหลาย ที่เจ้าของหนังผลิตโมเดลตุ๊กตุ่นตุ๊กตาออกมาหลอกขาย

ผมอยากจะบอกว่าพวกฮีโร่ทั้งหลายน่ะมันตายไปนานแล้วล่ะครับ

ท่านอินทรีแดงที่เคารพครับ ตอนนั้น พศ.2498 ท่านทำอะไรอยู่?  ทำไมท่านถึงปล่อยให้คนชั่วลอยนวลครับ?
http://th.wikipedia.org/wiki/อินทรีแดง
และผมพยายามจินตนาการถึงสไปเดอร์แมนเมื่ออายุ 78 ที่พยายามจะสอดส่องดูแลมหานครนิวยอร์ค?....
คือมันไม่ใช่อ่ะครับ!

ผมไม่เชื่อว่าพวกฮีโร่ทั้งหลายจะเพียรทำเรื่องฝืนกฎอนิจจังของสังคม
จะเพียรพยายามทำเรื่องจำเจไร้สาระอะไรอย่างนั้นตลอดชีวิต
เว้นแต่ว่าสไปเดอร์แมนตนนั้นเป็นโรคหลงตัวเอง คิดไปเองว่า..."สังคมนี้ขาดฉันไม่ได้"
ที่ชอบดูหนังฮีโร่กัน ผมว่ามันก็เหมือนกับที่ชอบดูหนังผีนั่นแหละ
มันคือการหลบหนีจากความเป็นจริงในอีกรูปแบบหนึ่ง

แต่หนังอย่าง The Village (2004) นี่แหละ ที่เป็นหนังที่กระโดดออกมาจากจอจริงๆ
โดยที่ไม่ต้องทำของเล่นหลอกเด็กออกมาขายเลย
"คุณหลอกดาว" :sad2:

Karin Preeda

พวกการ์ตูน Superhero นี่ก็มีพัฒนาการของมันเองนะครับ คนเขียนการ์ตูนก็เปลี่ยนเนื้อเรื่องไปตามสภาพสังคม ผมก็เพิ่งรู้ว่าการ์ตูนพวกนี้มีสามยุคคือยุค Golden, Silver และ Bronze ซึ่งโทนเรื่องของมันจะ dark ลงเรื่อยๆ แต่ละยุคจะมีเหตุการณ์ที่ตัวละครหลักของเรื่องตายไป

Superhero บางคนที่เป็นมนุษย์ธรรมดาอย่าง batman เองก็ส่งต่อชุด batman ให้รุ่นถัดไปเหมือนกันครับ Spiderman ก็มารู้ตัวที่หลังว่าตัวเองเป็นร่างโคลน

ยุค Bronze นี่บางคนก็วิจารณ์ว่าสภาพสังคมปัจจุบันนี้ superhero ที่เป็นคนดีๆอาจจะรับมือกับความเลวร้ายในยุคนี้ไม่ได้แล้ว ต้องไปเอาผีนรกอย่าง Spawn หรือ Hellboy มาต่อสู้กับความชั่วแทน

Hexaphonic

Quote from: Karin Preeda on 05  June  2013, 04:42:36 am
พวกการ์ตูน Superhero นี่ก็มีพัฒนาการของมันเองนะครับ คนเขียนการ์ตูนก็เปลี่ยนเนื้อเรื่องไปตามสภาพสังคม ผมก็เพิ่งรู้ว่าการ์ตูนพวกนี้มีสามยุคคือยุค Golden, Silver และ Bronze ซึ่งโทนเรื่องของมันจะ dark ลงเรื่อยๆ แต่ละยุคจะมีเหตุการณ์ที่ตัวละครหลักของเรื่องตายไป

Superhero บางคนที่เป็นมนุษย์ธรรมดาอย่าง batman เองก็ส่งต่อชุด batman ให้รุ่นถัดไปเหมือนกันครับ Spiderman ก็มารู้ตัวที่หลังว่าตัวเองเป็นร่างโคลน

ยุค Bronze นี่บางคนก็วิจารณ์ว่าสภาพสังคมปัจจุบันนี้ superhero ที่เป็นคนดีๆอาจจะรับมือกับความเลวร้ายในยุคนี้ไม่ได้แล้ว ต้องไปเอาผีนรกอย่าง Spawn หรือ Hellboy มาต่อสู้กับความชั่วแทน



ผมคิดว่ามันเป็นไปตามพลวัตของสังคมน่ะครับ จากที่สมัยแรกๆที่ฮีโร่มีความเป็นอุดมคติมากๆ
เมื่อเกิดการเรียนรู้มากๆเข้า หรือสังคมมันซับซ้อนมากขึ้นๆ เราก็จะพบว่าฮีโร่ที่ขาวสะอาดเป๊ะเว่อร์น่ะมันไม่มีหร๊อก
มันไม่มีที่ให้พวกฮีโร่เป๊ะเว่อร์ยืนหรอกครับ แม้จะแค่ในจินตนาการก็เถอะ!
หลังๆฮีโร่ของเราก็เลยมีเฉดออกไปทางเทาๆบ้าง และขึ้นอยู่กับผู้เขียนผู้สร้างฮีโร่ด้วยว่า ไปอ่านไปเสพงานสะเทือนใจอะไรมาบ้าง!
"คุณหลอกดาว" :sad2:

Hexaphonic

มีคำถามต่อมาอีกว่า
ถ้าสังคมบริสุทธิ์ที่พวกคุณ-หัวหน้าหมู่บ้าน-สร้างขึ้นมา เกิดเหตุการณ์ชั่วร้ายอย่างที่พวกคุณเคยเจอในอดีต
ถ้าหากเหตุการณ์ร้ายๆ ถ้าหากอาชญากรรมที่พวกคุณหลบหนีมา มันเกิดขึ้นในหมู่บ้านเสียเอง
พวกคุณจะหนีไปไหนอีก?

พวกคุณรู้ได้อย่างไรว่า อาชญากรรมมันจะหาพวกคุณไม่พบ?
และพวกคุณจะรับผิดชอบต่อชะตากรรมของสมาชิกในหมู่บ้านไหวหรือ?



ในโลกแห่งความเป็นจริง อาชญากรรมที่เกิดขึ้น มันเลวร้ายกว่าในหนังอย่างเทียบกันไม่ได้
และจากการดู The Village ซ้ำกันหลายๆรอบ
มันทำให้หลังจากปี 2005 ผมไม่สามารถเข้าไปดูหนังในโรงได้อีกเลย
มันทำลายจินตนาการในการดูหนังในโรงของผมจนหมด(ซึ่งก่อนหน้านั้นก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว)
ผมไม่สามารถหลบหนีความเป็นจริงเข้าไปซุกตัวปล่อยใจในโรงหนังได้อีกเลย
และมันยังลามมาถึงการดูหนังอื่นๆที่บ้าน
จะดูจากเคเบิ้ล หรือจากแผ่น หรือจากยูทู้ป ส่วนใหญ่ผมหยุดดูมันกลางคันซะงั้นแหละ
จะเป็นระบบมัลติแชลแนลไฮเดฟสามมิติ ก็ช่วยไม่ได้ มันไม่ทำให้ผมอยากดูหรอก

เพราะมันเหมือนกับว่า ผมดูหนังเรื่องนี้ไม่จบสักที ใครก็ได้ ช่วยผมด้วย มันหลอนสุดๆ ฮือๆๆๆ
ผมเห็นภาพ The Scream ของเอ็ดเวิร์ด มงค์ ทีไรก็นึกถึง The Village ทุกที...หรือในทางกลับกัน!

ต่อให้ผมได้ดูหนังที่สนุกที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยผลิตออกมา
แต่เมื่อดูจบแล้ว ก็ยังต้องมาหลอนกันต่อในโลกแห่งความเป็นจริง
เพราะมันยังไม่จบ 55555

ในโลกแห่งความเป็นจริง
ผมว่าหัวหน้าหมู่บ้านที่มีมิจฉาทิษฐิ ที่พยายามจะสร้างสังคมปิดขึ้นมา มี 2 ประเภท
1.พวกที่เชื่ออย่างนั้นจริงๆ เป็นโรคหลงตัวเองขั้นร้ายแรง เช่นฮิตเล่อร์ พลพต
พยายามสร้างสังคมบริสุทธิ์ด้วยกองกระดูก
2.พวกที่โกหกคนอื่นมาตลอดชีวิตแห่งความทะเยอทะยานทางการเมือง
ก็เลยพยายามสร้างสังคมปิดที่ดูเหมือนบริสุทธิ์ขึ้นมา
เพื่อห่อหุ้มความชั่วร้ายของตัวเอง อันนี้น่าจะเป็นพวกเผด็จการในอัฟริกา หรือกลุ่มประเทศลาติน


จะว่าไป 1 กับ 2 นี่มันก็  Overlab กันอยู่นะ โกหกมากๆก็เหมือนสะกดจิตตัวเอง
ในที่สุดก็กลายเป็นพวกหลงตัวเองนั่นแหละ
หรือพวกหลงตัวเองเนี่ย พอเกิดความผิดบาปทับถมมากเข้าๆ
ก็พยายามโกหกตัวเองหลอกตัวเองซื้อเวลาไปเรื่อยๆจนกระทั่ง...


"คุณหลอกดาว" :sad2:

Karin Preeda

ต้องทำใจครับ อะไรๆรอบตัวเรามันเป็นอย่างงี้เพราะมันเป็นอย่างงี้เอง เราคงแบกความทุกข์ของคนอื่นไว้ไม่ได้หมดทุกคน การหาคำตอบของพฤติกรรมและการกระทำของมนุษย์มันไม่มีวันได้คำตอบที่อธิบายได้ทุกอย่างแน่ๆ เพราะมีปัจจัยหลายอย่าง

ผมคิดว่าเราทำได้ก็แค่เข้าใจ และก็ปล่อยวางเท่านั้นเอง กรรมใครกรรมมันน่ะครับ ถ้าจะช่วยเหลือหรือเสียสละอะไรแก่สังคม ก็ทำตามกำลังที่มีอยู่ แต่ก็ไม่ใช่ทำจนตัวเราเป็นทุกข์ไปเอง

Hexaphonic

Quote from: Karin Preeda on 05  June  2013, 06:44:11 am
ต้องทำใจครับ อะไรๆรอบตัวเรามันเป็นอย่างงี้เพราะมันเป็นอย่างงี้เอง เราคงแบกความทุกข์ของคนอื่นไว้ไม่ได้หมดทุกคน การหาคำตอบของพฤติกรรมและการกระทำของมนุษย์มันไม่มีวันได้คำตอบที่อธิบายได้ทุกอย่างแน่ๆ เพราะมีปัจจัยหลายอย่าง

ผมคิดว่าเราทำได้ก็แค่เข้าใจ และก็ปล่อยวางเท่านั้นเอง กรรมใครกรรมมันน่ะครับ ถ้าจะช่วยเหลือหรือเสียสละอะไรแก่สังคม ก็ทำตามกำลังที่มีอยู่ แต่ก็ไม่ใช่ทำจนตัวเราเป็นทุกข์ไปเอง



แหะๆๆ ผมไม่แบกความทุกข์ของใครทั้งนั้นล่ะคร๊าบบ ผมไม่ใช่คนที่มีอุดมการณ์หรือใจกว้างอะไรขนาดนั้นดอก ลำพังตัวเอง ยังจะเอาตัวไม่รอด
สิ่งที่ผมต้องการคือ ในเมื่อญาณทัศน์ของผมมันคับแคบตื้นเขิน ทำอย่างไรหนอ ที่ผมจะมีเครื่องมือเพื่อจะหลีกหนีหัวหน้าหมู่บ้านทั้งสองประเภทไปให้ไกลๆ?
ผมขอแค่นี้พอแระคร๊าบบ เพราะผมจะฟังเพลง อิๆ
"คุณหลอกดาว" :sad2:

poj

ผมเห็นด้วยกับคุณ  Karin ครับ
บางอย่างก็ทำอะไรไม่ได้แล้วครับ
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

Hexaphonic

เมื่อดูหนังเรื่องนี้ในรอบท้ายๆ ผมมีคำถามอีกข้อหนึ่ง และผมคิดว่าคำถามข้อนี้นี่แหละ..คือแก่นของเรื่องนี้!

ทำไม หัวหน้าหมู่บ้าน..ซึ่งเป็นพ่อของไอวี่ที่เป็นหญิงตาบอด..จึงใช้เธอให้ออกไปนอกหมู่บ้านเพื่อไปเอายามารักษาเพื่อนชายของเธอ?

เพราะหัวหน้าหมู่บ้านรู้ว่าลูกสาวตัวเองซึ่งตาบอด จะด้วยสภาพร่างกายหรืออะไรก็ตาม ลูกสาวคงจะไม่คิดอยากจะไปอยู่นอกหมู่บ้านหรอก
ถึงแม้เธอจะรู้ความจริงจากพ่อของเธอ ตั้งแต่ก่อนออกไปจากหมู่บ้านก็ตามว่า "สัตว์ร้ายตนนั้นมันไม่มีอยู่จริง"
เพราะความที่เธอตาบอด ทำให้เธอสัมผัสความจริงแค่บางส่วนเท่านั้น

นั่นคือคนที่รู้ว่าประดิษฐกรรม "Those we don't speak of."  มันไม่มีจริง ได้แก่....
หัวหน้าหมู่บ้าน กรรมการหมู่บ้านและลูกสาวตาบอด

แล้วทำไมกลุ่มหัวหน้าหมู่บ้าน ไม่ออกไปทำภารกิจนี้เสียเอง?
คงเป็นเพราะพวกเขา ขลาดกลัวเกินกว่าที่จะออกไปเจออดีตที่ตัวเองหลบหนีมา


สรุปว่า..หัวหน้าหมู่บ้านและพวกได้ตัดสินใจแล้วว่า จะปกป้อง"สังคมปิด"นี้ต่อไป แม้ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
แม้พวกเขาจะเริ่มรู้ตัวบ้างแล้วว่า พวกเขาไม่สามารถหนีสิ่งที่ไม่อาจหนีได้
กลุ่มหัวหน้าหมู่บ้าน ขลาดกลัวเกินกว่าจะยอมรับความจริงและยอมรับความผิดพลาดในการตัดสินใจของตนได้


และพวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะหนีไปไหนได้อีกแล้ว

"คุณหลอกดาว" :sad2:

jtr

พยายามอ่านให้เข้าใจครับ
เลยอยากคุยด้วย แต่ไม่รู้ว่าผิดหรือเปล่า..

หนังเรื่องนี้ ผมดูแล้ว คิดว่าได้ไอเดียจาก "จ้าวแมลงวัน" หรือ Lord of the flies

บวกกับปรัชญาสาย เอ็กซิสต็องเชียลิสท์ เข้าไปอีกหน่อย

ดูได้เพลินๆครับ แต่ไม่ติดตา ติดใจ
เดอะริง ภาคญี่ปุ่น ยังติดตามากกว่าอ้ะ  :)
Music is a universal language, and needs not be translated, with it soul speaks to soul.

Hexaphonic

อัตถิภาวนิยมหรือครับ....อืมมม น่าสนๆ
แน่นอนล่ะครับว่า...อิสรภาพ มันมาพร้อมกับความรับผิดชอบ
แต่ก็ไม่แน่นะครับ สมาชิกในหมู่บ้านสาปสยอง อาจจะพอใจกับสังคมปิดก็เป็นได้ ใครจะรู้?

แต่ผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า
ในอาณาจักรแห่งความกลัว ไม่มีทางที่สังคมแบบนี้จะผลิตสมาชิกหมู่บ้านที่มีคุณภาพมากๆเยอะๆได้หรอก
ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพในทางโลก หรือคุณภาพในทางธรรม
เพราะอะไรหรือครับ? เพราะต้องเอาทรัพยากรทั้งหมดไปฝืนสัจจะ..รึเปล่า?



เรื่อง The Ring ผมยังไม่ได้ดูครับ  มีอะไรน่าสนใจบ้างครับ?
ผมว่าผีสาว,ผีเด็กญี่ปุ่นเนี่ย น่ากลัวฝุดๆแล้วล่ะ
แบบว่าพวกเธอดูโชกเลือดตลอดเวลา แถมไม่ค่อยพูดค่อยจา เอาแต่คืบคลานๆๆๆๆ
หนังผียี่ปุ่นเคยดูตอนประถม ที่ททบ.5 เอามาฉายมั้ง โอยฉี่ราดเรย ฮ่าๆๆๆ



แต่ผมเคยดู Deathnote ภาคแรก อันนี้ก็ขอบอกว่า "โดนเต็มๆ"

อีกแระ :'(
"คุณหลอกดาว" :sad2:

Karin Preeda

The ring ญี่ปุ่นไม่เคยดูครับ ดูแต่ของฝรั่ง มีภาพหลอนๆเยอะ แต่ถามว่ามีเนื้อหาอะไรที่จะเอาไปขบคิดได้หรือเปล่านี้คงไม่มีเท่าไหร่ครับ บันเทิงอย่างเดียว

ยังแนะนำ series Law and Order Original หรือ Special Victim Unit ถ้าต้องการแบบว่าดูแล้วเอาไปคิดต่อได้ครับ

Hexaphonic

Quote from: Karin Preeda on 06  June  2013, 06:12:13 am
The ring ญี่ปุ่นไม่เคยดูครับ ดูแต่ของฝรั่ง มีภาพหลอนๆเยอะ แต่ถามว่ามีเนื้อหาอะไรที่จะเอาไปขบคิดได้หรือเปล่านี้คงไม่มีเท่าไหร่ครับ บันเทิงอย่างเดียว

ยังแนะนำ series Law and Order Original หรือ Special Victim Unit ถ้าต้องการแบบว่าดูแล้วเอาไปคิดต่อได้ครับ


ขอบคุณครับที่แนะนำถึงสองครั้ง เป็นแนวหดหู่ที่เห็นผู้ร้ายหลุดคดีรึเปล่า? 
คือแค่ผมเห็นคำว่า Law หรือ Victim ก็ไม่กล้าดู(ในเวลานี้)แล้วล่ะครับ
แบบว่ากลัวความสมจริงของซีรี่ส์ทั้งสองเรื่องน่ะครับ  อิๆ
"คุณหลอกดาว" :sad2:

Karin Preeda

มีทุกแบบครับ ทั้งที่คนร้ายถูกลงโทษและรอดไปได้ หรือยกฟ้องไปตั้งแต่ตอนแรกเลยก็มี แต่ละตอนจะแบ่งเป็นสามช่วงคือ คนพบเหยื่อในสถานที่เกิดเหตุ, ตำรวจสืบสวนและจับคนร้าย, นำคนร้ายขึ้นศาลเพื่อตัดสินความผิด

Law and Order original ก็จะเป็นคดีทั่วไป ส่วน Law and Order Special Victim Unit จะเป็นพวกคดีทางเพศ คดีเยาวชน ครอบครัว อะไรพวกนี้ครับ คือดูแล้วทำให้เข้าใจระบบยุติธรรมของอเมริกันได้ดีพอสมควร ไม่ drama เวอร์ๆเบบ The Practice หรือปัญญาอ่อนอย่าง Ally Mcbeal อะไรพวกนั้น เลยคิดว่าเหมาะกับคุณ Hexa น่ะครับ

Hexaphonic

คือผมรู้สึกอย่างนี้ครับ
ผู้ที่ดูหนังแนวๆนี้ แต่เป็นหนังที่สร้างจากสังคมอื่นที่มีกฎเกณฑ์ต่างกัน
ผมว่ามันจะมีการตีความเกี่ยวกับกฎเกณฑ์+หลักคิดของแต่ละสังคม+วิธีคิดของแต่ละชนชาติ มาเปรียบเทียบกันด้วย

อย่างนี้น่าดูเหมือนกันนะครับ


"คุณหลอกดาว" :sad2:

Hexaphonic

จัดไปแจ่มๆอีกหนึ่งดอก.....

สมมติว่า ผมเก็บสมุดวิเศษได้อย่างในหนังเรื่อง Death Note
ที่สามารถฆ่าใครก็ได้ โดยการเขียนชื่อคนๆนั้นลงไป
ถามว่าผมจะใช้มันทำอะไรบ้าง?
ทีแรก ผมอาจจะลองใช้มันฆ่าคนเลว...
ผมเริ่มคิดถึงสังคมอุดมคติ สังคมที่บริสุทธิ์ สังคมที่ไม่มีคนชั่ว อาชญากรต้องถูกกำจัด
แต่เมื่อผมฆ่า ฆ่า และฆ่า โดยเขียนชื่อคนที่คิดว่าเลวลงไปในสมุดวิเศษมากขึ้นๆๆ แล้วก็จะมีคนตายมากขึ้นๆๆ

แต่เดี๋ยวก่อน!
คุณอยากจะถามผมไหมครับว่า ผมเคยตัดสินใจผิดไหม?
ผมเคยพลาดพลั้งฆ่าคนบริสุทธิ์ไหม? ผมมีอคติรึเปล่า?
คุณอยากจะถามผมไหมครับว่า ผมรู้ได้อย่างไรว่าวิจารณญาณของผมถูกต้อง?
ผมเปรียบเทียบความดีความชั่วกับอะไร?
และในที่สุด คุณก็จะถามผมว่า...ก็ในเมื่อฆาตกรคนสุดท้าย...คือตัวผม
ยังไม่ถูกกำจัด แล้วผมจะสร้างสังคมที่บริสุทธิ์ได้อย่างไร?

กว่าจะรู้ตัว ผมก็ขายวิญญาณให้กับซาตานไปแล้ว
เมื่อผมได้ใช้อำนาจวิเศษนั้นไปสักครั้งหนึ่ง ผมก็จะไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
และผมจะต้องใช้มันบ่อยขึ้นมากขึ้นอย่างแน่นอน สุดท้ายผมก็ฆ่าหมดทุกคนนั่นแหละ ที่มาขวางทางผม


แค่ผมคิด...คิดว่าถ้ากำจัด"พวกมัน"ให้หมด สังคมนี้คงจะสงบสุข
และถ้าสังคมไหน ผู้คนคิดแบบนี้กันมากๆ มันก็คือจิตสำนึกรวมหมู่ที่คิดปาณาติปาต
เป็นจิตสำนึกรวมหมู่ที่ยินดีในการฆ่าโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ นั่นคือผิดศีลกันทั้งสังคม มันบาปกรรมมากๆ
บาปหนักอย่างนี้ ถามว่าแล้วบุญกุศลอันใดจะช่วยสังคมนี้ได้?
จะให้ทาน ถือศีล ภาวนา อะไรก็ทำไปเถิด แต่ถ้าจิตสำนึกรวมหมู่เป็นอย่างนี้.....?



จากการรับรู้ข่าวสารของผม ผมรู้สึกเกลียดรัฐบาล ผมคิดอยากให้มีการทำรัฐประหาร
เพื่อให้คณะรัฐบาลใหม่ที่ผมคิดว่ามีคุณธรรมกว่ามาบริหารประเทศ
"รัฐประหาร" ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า"ประหัตประหารความเป็นรัฐ" ถ้าพูดในแง่บุคลาธิษฐาน รัฐ ก็คือ คน นั่นแหละ

หากผมยินดีในรัฐประหาร นั่นก็คือ ผมยินดีในการฆ่าคนนั่นเอง ไม่ว่าจะฆ่าคนดีหรือคนเลว
(นี่ยังไม่ได้คิดในแง่ที่ว่า ผมถูกหลอกให้เชื่อว่า..นั่นดี..นี่เลว เพราะอิทธิพลครอบงำรึเปล่า?
หรือผมกำลังพายเรือให้โจรนั่งอยู่รึเปล่า?)
และนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ประเทศเราไปไม่ถึงไหนสักที เพราะจิตใหญ่ของเราถูกฆ่าแล้วๆเล่าๆ

ฆ่าคนก็บาปหนามากแล้ว แต่ในทางอุปมา ถ้ารัฐเปรียบเหมือนคน รัฐก็คือพ่อคือแม่ของเราเอง
เราจึงเรียกรัฐ เรียกแผ่นดินเกิดว่า"มาตุภูมิ"ไงล่ะ!

ถ้าต่อจิ๊กซอไม่ได้ หรือถ้ามีใครคำถามว่า.."คุณ-เห็นควรด้วย-กับรัฐประหารหรือไม่?"
แล้วเกิดอาการ "มะงุมมะงาหงา" ไม่รู้จะตอบยังไง?
ก็ให้เอาความหมายของรากนิรุกติศาสตร์มาช่วยถอดรหัส อิๆ
เมื่อถอดรหัสออกมาก็จะเห็นว่า..
ถ้าใครที่แม้แต่แค่คิดหรือเห็นดีเห็นงามต่อการประหัตประหารรัฐ...จะบาปกรรมสักแค่ไหน?
แล้วถ้ามันผู้ใดเป็นผู้ลงมือ-เป็นผู้บงการล่ะ จะบาปหนักบาปหนาสักเพียงใด?
เพราะมันเข้าข่ายกรรมหนักอย่าง"ปิตุฆาต-มาตุฆาต"เลยนะนั่น!

ประเทศเราอาจมีประวัติศาสตร์ยาวนาน
แต่จิตใหญ่ของเรากลับมีอายุขัยที่แสนสั้น ตายตั้งแต่ยังแบเบาะ
จิตใหญ่ของเราก็เลยอ่อนแอ และถูกครอบงำ

ในโลกแห่งความเป็นจริง สมุดวิเศษคือการยึดครองกลไกรัฐ จนถึงขั้นทำรัฐประหารได้สำเร็จ
และถ้าสมมติว่าผู้ที่เก็บสมุดวิเศษได้ เป็นคนชั่วเสียตั้งแต่ต้นมือล่ะ มันจะเป็นยังไง
สมุดวิเศษมันก็คืออาวุธที่ใช้ทำลายล้างอำนาจรัฐนั่นเอง

ในเรื่อง Death Note รัฐเป็นฝ่ายถูกกระทำ (ตรงกันข้ามกับ The Serbian Film เลย)

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&month=10-2006&date=01&group=1&blog=1

ตรรกวิบัติ เป็นสาเหตุแห่งอาชญากรรมทุกระดับ!
"คุณหลอกดาว" :sad2:

Hexaphonic

เมื่อเร็วๆนี้ ผมมีความรู้สึกบางอย่างต่อหนังจีนกำลังภายใน
มันทำให้ผมไม่สามารถทนดูหนังพวกนี้ได้ตลอดเรื่องเหมือนอย่างแต่ก่อน

คือผมไม่เข้าใจว่าจอมยุทธ์ทั้งหลายจะท่องยุทธภพไปทำไม?
ยุทธภพมันมีอะไรน่าตื่นเต้นที่แถวบ้านท่านไม่มีหรือ?
วรยุทธที่ท่านทั้งหลายฝึกฝนมา มันไม่ได้ช่วยลดอัตตาตัวตนของท่านเลยหรือ?
ทำไมพวกท่านถึงต้องออกจากบ้านไกลๆ เพื่อไปยืนยันถึงความมีตัวตนของพวกท่านด้วยล่ะ?

ผมว่าวิทยายุทธทั้งหลาย มันไม่ได้ต่างอะไรกับกายานุปัสสนากัมมัฎฐานเลย
มันคือการเจริญวิปัสสนาภาวนาชั้นสูงนั่นเอง
"วิชาตัวเบา" ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ถ้าอัตตาในใจพอกหนา กายเนื้อจะเบาได้หรือ?
ผมไม่เชื่อว่าอาเฮียอาเจ๊ที่เดินเหิรบนยอดไม้ไผ่ ลอยไถลไปตามน้ำ(แม้จะทำได้แค่ในจอ)
จะมาเล่นเกมแย่งของเล่นยุทธภพอะไรกันหรอกครับ!

โดยเฉพาะจอมยุทธตัวร้ายที่เป็นฝ่ายมาร ผมยิ่งไม่เข้าใจ
การที่จอมยุทธฝ่ายมารมีวรยุทธแก่กล้า ถึงระดับที่ปล่อยแสงอะไรต่างๆนาๆออกมาจากฝ่ามือได้
แต่กลับมีจิตใจหยาบช้าอำมหิต แล้วถามว่าถ้าเฮียยึดครองยุทธภพได้เนี่ย มันดียังไงอ่ะ?  งง



นั่นคือ..แก่นแกนของหนังจีนกำลังภายใน มันไม่ใช่เรื่องการบรรลุปรมัตถ์ขั้นสูงอะไรหรอก
แต่มันเป็นเรื่องของ "เกียรติ"...มันคือ ก.ไก่ตัวหนึ่งใน 3 ก. ที่ท่านพุทธทาสกล่าวถึงนั่นแล
(เกลียดและสากสี จะพบได้เฉพาะในหมู่สัตว์สังคมสายพันธ์ุโฮโมเซเปี้ยนส์เท่านั้น
มันคือวิวัฒนาการขั้นสุดของสังคมสัตว์ฝูง?)

ในสังคมชาวจีนเขาให้ความสำคัญกับ "เกียรติ" มากๆ
ลองสังเกตดูตามโต๊ะแชร์หรืองานการกุศลก็ล่าย
ในความเห็นส่วนตัว ผมว่าวัฒนธรรมจีนมีชุดความคิดอยู่ 2 ก้อน
คือเต๋า.....(โลกุตระ,ปรมัตถสภาวะ) เน้นไปที่สภาวะแห่งการ "ไม่-กระทำ"
มันคือสภาวะแห่งการบรรสารสอดคล้องสามประการ..ฟ้า..คน..ดิน
กับขงจื้อ...(สังคมรัฐมนุษย์ปุถุชนยูโทเปลี้ย) เน้นไปที่การวางลำดับชั้นวรรณะหน้าที่ เพื่อการจัดระเบียบระบบ

ผมว่าสังคมจีนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นชุดก้อนความคิดแบบขงจื้อเกินกว่า 90%
รวมทั้งก้อนความคิดของผู้แต่งนิยายจีนกำลังภายในทั้งหลายด้วย
ผมว่าพวกท่านใช้ชุดขนบขงจื้อเป็นแก่นแกนของเรื่องครับ

มันดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลยที่เหล่าจอมยุทธซึ่งมีคุณวุฒิแบบเต๋า
(คัมภีร์วรยุทธอันสูงส่งทั้งหลายมีการพรรณาถึงสิ่งที่เป็นนามธรรมคล้ายเคียงกับสิ่งที่เต๋ากล่าว)
แต่กลับมีนิสัยการใช้ชีวิต,วิธีคิดแบบขนบขงจื้อ(ยึดมั่นกับเกียติยศศักดิ์ศรีลำดับชั้น)....? ??? ?

เหตุที่มันดูไม่สมเหตุสมผลในพฤติกรรมของเหล่าจอมยุทธ เพราะผมคิดว่า....
"เต๋า" มันเป็นอะไรที่เอกเทศ ไม่เกี่ยวข้องกับใคร เน้น "อกรรมกริยา"(การไม่แทรกแซง,สภาพแห่งการ ไม่-กระทำ)
ผมรู้สึกว่า "เต๋า" เป็นสิ่งแปลกปลอมในวัฒนธรรมจีนอ่ะครับ
แล้ว "พุทธ" ล่ะ เป็นสิ่งแปลกปลอมในวัฒนธรรมอินเดียรึเปล่า?

ซึ่งนั่น(วรยุทธอันสูงส่งทั้งหลาย)ก็ดีนะไม่ใช่ไม่ดี แต่ผมเห็นแล้ว ผมเหนื่อยแทนจอมยุทธทั้งหลายอ่ะครับ
กว่าจะได้คำภีร์หรือเจอสุดยอดอาจารย์ผู้มีเมตตาก็แสนจะยากอยู่แล้ว
ยังจะต้องฝึกวิทยายุทธกันเลือดตาแทบกระเด็นอีก
แทนที่จะไปแย่งชิงยุทธภพ เอาแรงมาทำไร่ทำสวน พัฒนาชุมชนท้องถิ่นดีกว่าไหม?

เดี๋ยวนี้พอผมเห็นหนังจีนกำลังภายใน ก็ถึงกับเบือนหน้าหนีกันเลยทีเดียว


เอ้อ...มันจะอะไรกันนักกันหนาล่ะครับเนี่ย มันก็แค่หนังในจอ
อย่างนี้อาจจะมีบางท่าน ถามคำถามกับกระผม
แบบเดียวกับที่ถามสมาชิก thai a/v club รุ่นพี่ท่านหนึ่งว่า...

"เป็นอะไรมากไหมจ๊ะ งุงิ?".....ฮาาาา



"คุณหลอกดาว" :sad2: