• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
17 September 2019, 04:43:06 pm

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


ทริปจีน #3 ลี่เจียง ย่าติง คังติ้ง

Started by Art, 09 November 2015, 05:07:58 am

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Art

เพิ่งกลับจากทริปประจำปีครับ เอาทิวทัศน์สวยๆ มาฝากเพื่อนๆ เหมือนเคย

รอบนี้อยากจะไปดู Autumn Color บ้าง ไปดู Spring มา 2 รอบแล้ว เลยย้ายมาจัดปลายเดือนตุลาคมแทนครับ เป้าหมายหลักของทริปนี้คือ เขตอนุรักษ์ธรรมชาติย่าติง (Yading Nature Reserved) ในมณฑลเสฉวนครับ ปัจจุบันมีเส้นทางรองรับ 3 เส้นทางคือ นั่งรถไปจากคุนหมิง 2 วัน, นั่งรถจากเฉิงตู 2 วัน หรือบินไปจากเฉิงตู 45 นาที แน่นอนว่าไม่บินครับ ตังค์ก็ไม่ค่อยมี แรงก็เกือบจะหมด แต่ยังพอหาเวลาได้  :lol: เลยจัดแผนเดินทางรอบใหญ่ 1 รอบ 13 วันเลยครับ Start ที่คุนหมิงไปจบที่ฉงชิ่ง ดูใน Google Map จะได้เส้นทางออกมาแบบนี้ครับ



เราจะแวะเที่ยวตามรายทางไปเรื่อยๆ ครับ ค่อยๆ ไต่ระดับความสูงขึ้นไปเพื่อให้ร่างกายปรับตัวกับระดับความสูงและความหนาวเย็น เพราะที่ย่าติงระดับความสูงเฉลี่ยคือ 4,000m ASL และจุดสูงสุดในทริปที่ 4,700m ครับ โอกาสเจอ Altitude Sickness สูงมากสำหรับคนที่อยู่สูงจากทะเลแค่ 2m อย่างพวกเรา แถมอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 15 ถึง -5C ในช่วงนี้ครับ เส้นทางที่จะแวะเที่ยวคือ เมืองเก่าต้าหลี่ (Dali Old Town), เมืองเก่าลี่เจียง (Lijiang Old Town), โตรกเสือกระโจน (Hutiao xia), เมืองเก่าจงเตี้ยน (Zhongdian Old Town) ที่ทางการจีนเปลี่ยนชื่อเป็นแชงกรีล่า (Shangri-la) ไปแล้ว, วัดเฟยไหล ใกล้เมืองเต๋อชิง (Feilaisi, Deqin) เพื่อชมยอดเขาหิมะเหมยลี่ (Meili Snow Mountain) แล้วก็ถึงเขตอนุรักษ์ย่าติงครับ ออกจากย่าติงก็เป็นขาลงแล้ว แต่จะลงไปทางเมืองคังติ้ง (Kangding) แทน แวะเที่ยวมู่เก๋อชัว (Mugecuo) ซึ่งไม่ค่อยมีคนไทยไปแต่คนจีนรู้จักกันดี แล้วก็ผ่านเฉิงตู-ฉงชิ่งเพื่อกลับบ้าน เป็นอันจบทริปครับ

พวกเมืองเก่าทั้งหลายผมข้ามไปนะครับ ไปดูย่าติงกันดีกว่า เปิดไว้ก่อนซักรูปสองรูป เดี๋ยวไปคัดมาให้ดูต่อครับ



Art

Witti

ถ่ายรูปมาสวยมากๆเลยครับพี่อาร์ต  :thumbup:

รอชมนะคร้าบ  :worshippy:

trens

เขาไม่มี...แต่ผมมี
ທ່ານບ່ມີ...ແຕ່ຂ້າພເຈ້າມີ

Art

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงเพิ่งจะเคยได้ยินชื่อย่าติง ก็จะขอเล่าเรื่องสถานที่ให้ทราบพอสังเขปด้วยนะครับ

แต่เดิม พื้นที่แห่งนี้ถูกยกให้เป็น Holy Mountain ของชาวทิเบตครับ ดาไลลามะองค์ที่ 5 ได้เสด็จมาถึงที่นี่และเห็นภูเขาหิมะทั้ง 3 ลูกในพื้นที่เปรียบเสมือนองค์โพธิสัตว์ตามความเชื่อในนิกายมหายาน จึงได้สร้างวัดชงกู่ (Chonggu lamasary) ไว้ที่ปากทางเข้าหุบเขา ต่อมาก็กลายเป็นเส้นทางจาริกแสวงบุญของชาวทิเบตจำนวนมาก

พื้นที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักกันในระดับกว้างขวางขึ้น ในหมู่ผู้อ่านหนังสือ Lost Horizon ของ James Hilton ในชื่อ Shangri-la แต่ James ไม่ได้ระบุให้ชัดเจนว่าพื้นที่ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขียนถึง Shangri-la คือพื้นที่ใด และต่อมาถูกคาดเดาว่าน่าจะเป็น เมืองจงเตี้ยน (Zhongdian, Yunnan) ผ่านไปอีกหลายปี จนนักท่องเที่ยวเริ่มเข้าถึงพื้นที่ย่าติงและเห็นว่าตรงกับสิ่งที่บรรยายไว้ใน Lost Horizon ทุกประการ ย่าติงจึงเริ่มเป็นที่รู้จักกันในหมู่นักท่องเที่ยวในนามของดินแดนสวรรค์หรือ Aden ครับ (คุณแม่บอกว่า "ภาษาจีนไม่มีตัว A-Den ก็เลยใช้ 亞丁- traditional หรือ 亚丁- simplified อ่านว่า อาดิง" แทนครับ ถ้าเฮียเม้งหรือเพื่อนๆ ที่ชำนาญภาษาจีนผ่านมาเห็น รบกวนช่วยวิเคราะห์ความถูกต้องให้ด้วยนะครับ)

การเที่ยวย่าติงควรจะมีเวลา 2-3 วันเต็มครับ แต่ถ้าจะเดินตามเส้นทางแสวงบุญของชาวทิเบตต้องใช้ 4 วันขึ้นไปครับ ผมตั้งใจจะใช้ 2 วันที่นี่ วันแรกไปเส้นทางทะเลสาบไข่มุก (Zhouma's Lake) ชมยอดเขา Xiannairi อีกวันค่อยไปทางทุ่งเลี้ยงสัตว์รั่วหลง (Luorong Pasture) เพื่อไต่ขึ้นไปชมทะเลสาบน้ำนม, ทะเลสาบ 5 สีและยอดเขาหิมะอีก 2 ยอดที่เหลือครับ

อันนี้เป็นวิวแรกๆ ที่เห็นหลังจากเริ่มเดินเข้าหุบเขาครับ สีละลานตามาก




พอผ่านหุบเขาแรกเข้ามาแล้วก็เป็นพื้นที่กว้างครับ


Art

sw

สวยมากครับ มีเรื่องประกอบอย่างละเอียดด้วย  :thumbup:

Art

ต่อ










เขาหิมะยอดแหลมที่เห็นไกลๆ นั่นคือยอด Yangmaiyong (จีน) หรือ Jampelyang ในภาษาทิเบต บ้านเราจะเรียกว่า พระโพธิสัตว์มัญชุศรี ครับ พรุ่งนี้จะเข้าไปดูท่านใกล้ๆ กว่านี้ วันนี้จะเดินอีกทางไปสักการะยอด Xiannairi (จีน) หรือ Chenrezig ในภาษาทิเบต บ้านเราเรียกว่า พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร กันก่อนครับ
Art

wachara

สวยมากๆครับ  :thumbup: :thumbup: :thumbup: :thumbup: :thumbup: :thumbup:

ขอรูปอีกเยอะๆ  :D

Art

ทางเดินของวันนี้จะต้องเดินขึ้นเขาไปพอสมควรครับ ผ่านวัดชงกู่ (Chonggu Lamasery) จนไปถึงทะเลสาบไข่มุก (Zhouma's Lake) ซึ่งอยู่ตีนเขา Xiannairi

วัดชงกู่เมื่อมองจากลานกว้างด้านล่างครับ




ผ่านวัดไปแล้วก็ขึ้นๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆ ครับ








เห็นยอด Xiannairi อยู่ข้างหน้าแล้ว








แล้วก็มาถึงทะเลสาบไข่มุกครับ




มุมมหาชน


ตามตำนานทิเบต ทะเลสาบนี้มีสีเหมือนมณีที่ประดับอยู่บนเครื่องทรงของพระอวโลกิเตศวรครับ ชาวทิเบตจะเรียกตามชื่อของมณีเม็ดนั้นแต่คนไทยเราเอามาเรียกไข่มุกให้เข้าใจกันง่ายๆ ครับ

จริงๆ ทางขึ้นมาทะเลสาบไข่มุกนี้ ถ้าอยู่บ้านเราเดิน 15 นาทีก็ถึงแล้ว แต่พอไปอยู่ตรงนั้นต้องค่อยๆ เดินครับ น้องๆ ในทริปบางคนเดิน 3-4 ก้าวก็ต้องพักหายใจทีละครับ ต้องทำอะไรช้าๆ อย่ารีบครับ
Art

trens

โปรดสังเกต กระบอกอ๊อกซิเจนในเป้ อิๆๆ
เขาไม่มี...แต่ผมมี
ທ່ານບ່ມີ...ແຕ່ຂ້າພເຈ້າມີ

wachara

โอ้ ....  สงสัยทริปอย่างนี้ only for young people  :sad2:

Art

Quote from: trens on 09  November  2015, 08:02:06 pm
โปรดสังเกต กระบอกอ๊อกซิเจนในเป้ อิๆๆ


ใช่แล้วครับ เพื่อนในทริปซื้อพกติดตัวไว้คนละกระป๋อง หน้าอุทยานมีขาย 25-30 yuan ครับ "ซื้ด" ได้ประมาณ 20 เฮือกครับ เห็นน้องๆ ที่ใช้บอกว่าซื้ดแล้วมีแรง หายเวียนหัวครับ แต่วันแรกนี่ยังแทบไม่มีใครต้องซื้ดครับ

Quote from: wachara on 09  November  2015, 09:17:52 pm
โอ้ ....  สงสัยทริปอย่างนี้ only for young people  :sad2:


อายุประมาณคุณใหญ่นี่เที่ยวได้ครับ นักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ของที่นี่ตอนนี้เป็นชาวจีนอายุ 50-60 ปีครับ ราว 50% ได้ และเท่าที่เห็นก็เดินไปได้ทั่วเขตอนุรักษ์ครับ แต่คงต้องวางแผนให้เวลาร่างกายปรับตัวกับระดับความสูงซัก 2 วันก่อนเข้าพื้นที่ครับ ถ้าคุณใหญ่สนใจผมช่วยวางแผนให้ได้ครับ ที่นี่สวยจริงๆ ครับ ผมก็โดนรูปสวยๆ ดึงให้ไปเหมือนกัน แต่พอไปเห็นด้วยตานี่สุดจะบรรยายครับ

Quote from: sw on 09  November  2015, 04:55:58 pm
สวยมากครับ มีเรื่องประกอบอย่างละเอียดด้วย  :thumbup:


ทราบเรื่องราวไปก่อน จะได้ซาบซึ้งกับสถานที่ครับ แต่ถึงไม่ทราบเรื่อง ที่นี่ก็สวยโคตรๆ จริงๆ ครับเฮียหวัง  :)
Art

Art

พวกเราได้ข้อมูลมาผิดว่ารถอุทยานที่จะพาออกไปหมู่บ้านที่เราจะพักกัน จะหมดแค่ 4 โมงครึ่ง ก็เลยรีบเดินออกมาเพื่อให้ทันรถ สุดท้ายได้ข้อมูลจากคนขับว่าเฉพาะบางฤดูที่แสงอาทิตย์หมดเร็วเท่านั้น แต่พวกเราก็ไม่เดินเข้าไปใหม่แล้วครับ กลับไปพักเก็บแรงไว้ลุยหนักพรุ่งนี้ดีกว่า น้องๆ บางคนมีอาการปวดขมับตุ๊บๆ ซึ่งเป็นอาการแพ้ความสูงอยู่แล้ว

ห่างจากจุดขึ้นรถไปประมาณ 1km จะเป็นหมู่บ้านย่าติงครับ ที่นี่มีอาหาร-ที่พัก รองรับนักท่องเที่ยวได้ราว 400 คน พวกเราได้ที่พักเป็นชั้น 2 ของร้านอาหารร้านหนึ่ง ก็ประมาณโฮมสเตย์ครับ ห้องน้ำรวม แต่มีแผ่นทำความร้อนให้ทุกเตียง (ขอแค่คืนนี้ไฟอย่าดับ  :lol:) ผมออกไปเดินเล่นในหมู่บ้าน ส่วนน้องๆ บางคนก็ขอนอนเลย

อันนี้เป็นหน้าที่พักครับ


เจ๊คนนี้มานั่งตากแดดหน้าบ้านครับ เห็นแดดจัดๆ แบบนี้อุณหภูมิ 10C เองนะครับ พอหมดแสงก็เหลือ 4-5C และตอนเช้ามืด -3C ครับ


วิวจากที่นาหลังหมู่บ้านครับ เพิ่งเก็บเกี่ยวเสร็จไม่นาน






Art

Art

วันนี้ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเข้าอุทยานไปเช่าม้าครับ คือในเส้นทางจากทุ่งเลี้ยงสัตว์รั่วหลงไปถึงทะเลสาบน้ำนมด้านบน จะมีชาวบ้านมาให้บริการม้าครับ เรานั่งม้าแล้วเจ้าของมาก็จูงม้าไปส่งเราข้างบน แต่ม้ามีแค่ราว 20 ตัวเท่านั้นครับ เดิมผมตั้งใจมาเดิน แต่เห็นหลายคนอาการไม่ค่อยดีเลยเปิด Option ให้เลือก แล้วผมก็เป็นคนที่ถูกเลือกให้ต้องวิ่งเข้าไปต่อคิวแรกๆ ให้ได้ด้วย  >:D >:D

รถอุทยานมาจอดรอตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว พอ 7 โมงเช้ารถคันแรกก็ออกไปครับ ผมต่อแถวได้ขึ้นรถคันที่ 2 ไปก่อน ส่วนเพื่อนๆ รอไปคันที่ 3 ครับ พอรถจอดก็รีบเดินไปต่อคิวซื้อตั๋วรถไฟฟ้า ที่จะวิ่งไปส่งที่ทุ่งเลี้ยงสัตว์รั่วหลงครับ แล้วก็ต้องเดินไปอีกราว 300m จากจุดจอดไปถึงจุดต่อคิวเช่าม้าครับ



ดูจากแผนที่ก็คือจาก Chonggu Meadow ตามเส้นเหลืองลงมาจะเป็นทางรถไฟฟ้าครับ ส่วนเส้นแดงอีกฝั่งของลำธารเป็นเส้นทางเดินชมครับ แล้วจาก Luorong Pasture ก็จะเป็นทางเดินหรือนั่งม้าครับ

สรุปว่าผมไปไม่ทันครับ คิวผมจะเหลือม้าอยู่ 3-4 ตัว ซึ่งไม่พอกับพวกเรา 10 คน แถมเพิ่งมาเห็นว่าจำกัดน้ำหนักไม่เกิน 85kg ด้วย ซึ่งในกลุ่มมีอยู่ 2 คน จริงๆ ผมเพิ่งมาทราบตอนนั้นว่ามีชาวบ้านบางคนรับจ้างจองม้าครับ คือ เค้าก็เริ่มต้นไม่ต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไปนะครับ ไม่มีแซงคิว ไม่ลัดขั้นตอน เพียงแต่จังหวะที่เราต้องค่อยๆ เดิน เค้าวิ่งครับ  :blink: ใครมันจะไปวิ่งได้เหมือนเจ้าถิ่นได้ล่ะ :lol: พวกนี้จะเข้าไปซื้อตั๋วม้าแล้วก็รอนายจ้างมารับไปครับ ทีนี้ก็ได้เวลาเดินกันทุกคนละครับ ระยะทาง 5km ถึงจุดหมายครับ

อันนี้วัดชงกู่ยามเช้าครับ แสงอาทิตย์เพิ่งจะจับยอดเขา Xiannairi


Luorong Pasture ยามเช้าเช่นกัน




ยอดเขาหิมะตรงกลางรูปนี้ คือยอดเขาศักสิทธิ์องค์ที่ 3 ครับ Xianuo Duoji หรือ Chenadorje ในภาษาทิเบต บ้านเราเรียกว่า พระโพธิสัตว์วัชรปาณี ครับ
Art

sw

เห็นแล้วอยากไปนอนเล่นดูวิวซักเดือนนึง  :D

Art

Quote from: sw on 10  November  2015, 03:16:17 pm
เห็นแล้วอยากไปนอนเล่นดูวิวซักเดือนนึง  :D


คิดเหมือนกันเลยครับเฮียหวัง  :hb:
Art

Art

สภาพวุ่นวายหน้าคอกม้าช่วงเช้าครับ ที่เห็นนี่คือพวกแห้วทั้งนั้นครับ คนที่ได้ก็ไปต่อแถวขึ้นม้ากันไปหลายส่วนแล้ว




บ้าน 8 หลังนี้แต่เดิมเป็นที่พักนักท่องเที่ยวครับ ตอนหลังทางเขตฯ ไม่อนุญาตให้นอนแล้ว ก็เลยกลายมาเป็นที่พักของคนจูงม้าไป


ทางเดินช่วงแรกๆ เดินไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ ชมวิวไปตลอดทางครับ






แล้วก็เริ่มชันขึ้นเรื่อยๆ บางจุดต้องปีนครับ พวกนั่งม้าก็ต้องลงจากม้ามาปีนด้วยเหมือนกัน




ที่เห็นหลังเนินนั่นคือยอด Xiannairi ด้านหลังครับ เมื่อวานเราไปดูด้านหน้ากันมา พ้นเนินนี้ก็เป็นทะเลสาบ 5 สีครับ




อันนี้ถ่ายจากสันเนินด้านบนลงมาครับ
Art

trens

ดูรูปแล้วเริ่มหอบ + หายใจติดขัดนิดๆ 555
วิวสวยมากๆ ... คุณอาร์ตนั่งพักกี่ครั้งเนี่ย
เขาไม่มี...แต่ผมมี
ທ່ານບ່ມີ...ແຕ່ຂ້າພເຈ້າມີ

dht_tubes

แทบไม่ต้องไปเองแระ ดูรีวิวก็พอมั้งเนี่ย

ขอบคุณมากๆครับ ขยันมาก ข้าน้อยขอคารวะ
I love classical but I play rock'n roll

คำว่า รวย กับคำว่า จน มันคืออะไรกันแน่ เมืองไทย คนจนมีหนี้สินเยอะ เพราะยืมเงินไม่ได้ เค้าไม่ให้เพราะคิดว่าไม่มีปัญญาใช้คืน แต่... เมืองนอก คนรวยมีหนี้สินเยอะ เพราะเค้าให้ยืมเงิน เพราะคิดว่ามีปัญญาใช้คืน  งง..................

เพราะสังคมประเมินค่าคน ที่จนรวย คนจึงสร้างเปลือกสวยไว้สวมใส่ หากสังคมวัดค่าคนที่ภายใน คนจะสร้างจิตใจที่ใฝ่ดี............

vichien

โหยยยย อย่าให้ได้ไปมั่งก็แล้วไป อิจฉาหน่ะครับ รูปที่ถ่ายมา นี่มือโปรฯชัดๆ

Art

Quote from: dht_tubes on 10  November  2015, 08:37:39 pm
แทบไม่ต้องไปเองแระ ดูรีวิวก็พอมั้งเนี่ย


ถ้ามีโอกาสไปชมเองจะลืมรูปพวกนี้ไปเลยครับ ตั้งแต่เปิดสนามบินเมื่อปีก่อน ตอนนี้เริ่มมีคนไทยจัดทัวร์ไปลงบ้างแล้วครับ

Quote from: vichien on 11  November  2015, 12:21:52 am
โหยยยย อย่าให้ได้ไปมั่งก็แล้วไป อิจฉาหน่ะครับ รูปที่ถ่ายมา นี่มือโปรฯชัดๆ


เอ่อ  -_-  ที่เห็นนี่ฝีมือกล้องล้วนๆ เลยครับ :lol:
Art