• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
14 April 2021, 02:56:16 am

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


Roger Waters / The Wall

Started by poj, 19 November 2015, 09:44:59 pm

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

poj

Pink Floyd / The Wall

คือ concept album ที่ถือว่า เป็นงานที่ดีที่สุดชิ้นหนึ่งของ Pink Floyd  เป็นเรื่องราวของ Rock Star ที่มีชื่อว่า Pink  ซึ่งมีความแปลกแยกออกจากสิ่งรอบตัว  ด้วยปมต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต  พ่อที่จากไปด้วยสงคราม  แม่ที่ปกป้องลูกเกินเหตุ  คนรักที่เหินห่างกันเพราะชีวิตการออกตระเวณแสดง  ฯลฯ

หลังจากออกอัลบั้ม The Wall  มันเป็นอัลบั้มที่ขายดีเป็นอย่างมาก  แต่..  การแสดงสดของอัลบั้มนี้  กลับมีการเล่นเพียง 14 ครั้ง ทั่วโลก   14 ครั้งสุดท้ายที่ได้เห็น Pink Floyd เต็มวง เล่นแผ่น The Wall ตั้งแต่ต้นจนจบ

ด้วย Production ที่ถือว่า  ใหญ่มากๆในสมัยนั้น  เวทีที่กว้างเต็ม  ซ้ายสุด ขวาสุด ของ Arena   กำแพงที่จะค่อยๆก่อขึ้นเรื่อยๆระหว่างการแสงดนตรี จนเสร็จสมบูรณ์เมื่อจบครึ่งแรก   ส่วนครี่งหลัง  นักดนตรีจะไปเล่นหลังกำแพง  ในขณะที่หน้ากำแพงจะมีการฉายสไลด์ หนัง  หุ่นชัก   ไปจนสุดท้ายคือ การถล่มกำแพงทั้งหมดลงมาในเพลงสุดท้าย  The Trial

ผลของมัน ?    คือ การทัวร์ที่  Pink Floyd ไม่ได้เงินกลับมาเลย เพราะละลายเงินไปในต้นทุน Production ของทัวร์นี้ทั้งหมด   คนๆเดียวที่ได้เงินคือ Richard Wrigt มือคีย์บอร์ด  ที่ถูก Roger Waters มือเบส ไล่ออกจากวง   Ricard จึงเล่นในทัวร์นี้ ในฐานะมือปืนรับจ้าง  ไม่ใช่ในฐานะสมาชิกของ Pink Floyd

หลังจากทัวร์ The Wall จบลง   มีการสร้าง The Wall เป็นหนัง โดยผู้กำกับ Alan Parker  มีการแต่งเพลงเพิ่มเข้าไปคือเพลง when the tiger broke free   มันเป็นหนังที่ใช้ทั้งคนแสดง และ การวาด animation ผสมกันไป  (หนังดีครับ  หากใครไม่เคยดู  ขอแนะนำให้ดู)

Pink Floyd มาแตกวงกันหลังอัลบั้ม Final cut  เพราะ Ego ของ Roger Waters ขยายตัวใหญ่โตจนคับวง และ เกิดการทะเลาะเบาแว้งกัน จนทำงานด้วยกันต่อไปอีกไม่ได้  สถานะของ Pink Floyd หลังจากนั้นคือ วงแตก  (จนกระทั่ง David มาฟอร์มวงใหม่ เรียก Richard Wright กลับเข้าวง  ตามมาด้วยการฟ้องร้องของ Roger ว่า  สามคนนี้  ไม่มีสิทธิ์ใช้ชื่อ Pink Floyd หากิน)

จนเมื่อ  กำแพง Berlin ถูกทำลาย  Roger Waters ได้จัด concert การกุศล  The Wall Live in Berlin  ซึ่งเป็นการรวมดาว  นักร้องดังๆ  วงดังๆ  ดาราดังๆ  เข้ามาแสดงสด แผ่น The Wall ตั้งแต่ต้นจบจบ  นั่นเป็นครั้งที่สอง ที่มีการเล่น The Wall ตั้งแต่เพลงแรก ยันเพลงสุดท้าย 

และเมื่อไม่กี่ปีก่อน  Roger Waters ก็ทำทัวร์ The Wall อีกครั้ง  นี่คือ ครั้งที่สาม ที่มีการแสดงสด The Wall แบบ Full Album  (และน่าจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว)    จึงเป็นที่มาของ  Roger Waters / The Wall  ที่ผมเพิ่งได้ดูเมื่อคืนนี้ครับ

การตระเวณแสดงครั้งนี้  นับว่ามี production ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ผมเคยเห็น  เวทีขยายตัวใหญ่มากขึ้น  ยาวมากขึ้น  มีนักดนตรี  ทีมงานมากขึ้น   เทคโนโลยี่ของหุ่นชัก   Animation  การฉายหนัง ฉายไสลด์  ทำได้ดีขึ้น ยิ่งใหญ่ขึ้น  สวยงามมากขึ้น   นับว่า น่าตื่นตา ตื่นใจมากครับ   เฉพาะพลุจำนวนมากที่จุดตอนจบเพลงแรก  หากเป็นวงอื่น  เขาจะเก็บไว้จุดตอนจบการแสดง  แต่ Roger จุดพลุที่ว่า ตอนเปิดการแสดงเลยทีเดียว

แต่... ถึงแม้ Production จะยิ่งใหญ่มาก....  แต่...  ดนตรีครับ
มีการเรียบเรียบดนตรีใหม่  เพิ่มเติม ตัดออก เปลี่ยนแปลง ไปค่อนข้างมาก   (ผมฟัง The Wall ชนิดจำทุกเม็ด  ดังนั้น ผมจะจำได้ว่า มันเรียบเรียงไว้อย่างไร)   นั่นคงเป็นความตั้งใจของ Roger ที่ต้องการให้มีความสดใหม่เข้ามา  แต่ โดยส่วนตัว  ผมติดกับ The Wall ฉบับดั้งเดิม ครับ   ผมติด sound ใน แผ่น The Wall ที่ผมฟังจนนับรอบไม่ได้   ผมไม่รู้ว่า คนอื่นจะเป็นอย่างไร  แต่ผมผิดหวังนิดๆ  หรือ อาจจะเป็นเพราะผมไม่ชิน  หรือ ผมติดยึดเกินไป  ผมยังไม่รู้  บางทีผมอาจจะต้องดูมันซ้ำ  เผื่อความรู้สึกจะเปลี่ยน

และ.. นักดนตรี  เก่งนะครับ  ไม่ใช่ไม่เก่ง 
แต่มันไม่มี David Gilmour

ผมรู้ว่า มือกีตาร์ พยายามจะเล่นให้เหมือน  และบางเพลงก็ใกล้เคียงทีเดียว แต่..  ยังไงก็ไม่เหมือน David เล่น   สำเนียงไม่ใช่  tone เสียงของกีตาร์ ไม่ใช่   David ยังเล่นกีตาร์ได้ชนิดที่  มีแต่เขาคนเดียวที่เล่นกีตาร์ให้มี sound มีสำเนียงแบบนั้นได้  สิ่งนี้ ฟังเปรียบเทียบกันได้ทุกๆเพลงทีเดียว 

โดยเฉพาะในเพลง Comfortably Numb  เมือขาดเสียงกีตาร์ กรีดวิญญานของ David Gilmour แล้ว  เพลงนี้ เล่นยังไง ก็ไม่สมบูรณ์   ผมอยากให้ฟังเพลง Comfortably Numb ในแผ่น P.U.L.S.E ของ Pink Floyd  ฟังเสียง solo guitar แล้ว... ใจจะขาดให้ได้..  เล่นแบบว่า  โคตรดีเลย  ไม่รุ้เล่นได้ไง ?

อีกสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ   ในการแสดงครั้งนี้  Roger เน้น Theme ไปที่การต่อต้านสงคราม  ดังนั้น  มันจะตัดสลับระหว่างการแสดงสด กับ หนังที่สอดแทรกเรื่องราวของ Roger ที่กลับไปหา ปม เรื่องพ่อของเขา ที่เสียชีวิตในสงคราม  และ พูดถึงผลกระทบต่างๆจากสงคราม กับชีวิตของคนอื่นๆด้วย

และนั่น..  จะทำให้  ในระหว่างการแสดงดนตรี   หนังประกอบ หรือ สไลด์ประกอบ การแสดง มีความแตกต่างไปจากที่เคยเห็นในหนังเรื่อง The Wall โดย Alan Parker  ซึ่งในหนังนั้น จะเน้นปมต่างๆ ให้มีความเท่าๆกัน  อย่างเช่น ในเพลง Young Lust  ที่ว่าด้วยชีวิต Sex , Drug  Rock 'n' Roll and  groupie   หรือ  ช่วงคลุ้มคลั่งในเพลง One of my turns 

พอปมพวกนี้  ขาดการให้น้ำหนัก   แฟนเพลงรุ่นใหม่ๆ  อาจจะดูแล้วไม่เข้าใจว่า เกิดอะไรขึ้นในระหว่างเพลงเหล่านั้น  นั่นจึงจะทำให้การปิดครึ่งแรกด้วยเพลง Goodbye Cruel World  ขาดความต่อเนื่อง และ ไม่เข้าใจ ถึงการ ปิดกั้น และ แปลกแยก ของ Pink  เมื่อ อิฐก้อนสุดท้าย ถูกปิดเข้าไปในกำแพง

ครึ่งหลัง...  เป็นช่วงที่ Roger แสดงเน้นไปที่ปม การต่อต้านสงครามอย่างชัดเจน  และ เพลงต่างๆก็เอื้อให้กับสิ่งเหล่านี้   จนกระทั่งไปจบลงด้วยการทลายกำแพงลงมาในที่สุด

การสอดแทรก เรื่องราวเข้าไประหว่างเพลงนั้น  ผมคิดว่า  มันทำให้ขาดความต่อเนื่องของอารมณ์ในการฟังเพลงครับ  เหมือนฟังเพลงแบบ  ฟังๆ หยุดๆ  แล้วก็ต้องไปนั่งดู Roger พูดอะไรที่มันเกี่ยวกับกาาต่อต้านสงครามที่เขาพยายามจะเน้น

หากใครไม่ชอบ  การดู concert แบบมีการคั่นจังหวะ ด้วยเรื่องราวที่สอดแทรกมาเป็นระยะๆ   อาจจะไม่ชอบเอาเลยก็ได้   แต่ผมก็ดูไปได้เรื่อยๆนะ    แต่ถ้าหากเลือกได้  ผมอยากดูการแสดงสด อย่างต่อเนื่องไปทุกๆเพลง  โดยไม่มีการสอดแทรกมากกว่าครับ

Concert Film เรื่องนี้ จบลงที่  รูปของผู้เสียชีวิต จากสงครามในครั้งต่างๆ  ที่เอามาให้ดูในไตเติ้ลตอนจบว่า สงครามสสร้างความสูญเสียให้กับมนุษยชาติไปเช่นไรบ้าง  ต่อทุกเชื้อชาติ  ศาสนา ที่มี.....

มาว่า กันทางด้านคุณภาพของภาพและเสียง
ต้องบอกก่อนว่า ผม load bit มาดูครับ  ไม่ได้ดูจากแผ่นแท้  แต่มันเป็น ไฟล์ Hi-Def ขนาด มากกว่า 40 Gb  ดังนั้น มันจึงเป็นไฟล์ขนาดเดียวกับแผ่นแท้นั่นแหละครับ

อย่างไรก็ตาม  ผมไม่แน่ใจว่า คน Rip  ทำมาไม่ดี  หรือ ต้นฉบับมันไม่ดีกันแน่  ตรงนี้ ผมยังไม่แน่ใจ จนกว่าจะได้ดูแผ่นแท้กับตาตัวเองอีกครั้ง

คุณภาพของภาพ  แค่ดี  แต่ไม่ได้ดีที่สุด  ให้  4/5

คุณภาพเสียง อันนี้ ผิดหวังมาก  เพราะจริงๆแล้ว เสียงในอัลบั้ม The Wall นั้นดีมาก  เรียกว่า เอามาทดสอบระบบเสียงของชุดได้เลย  แต่กับการแสดงชุดนี้  ผมพบว่า ไม่ค่อยดี  โดยเฉพาะเบส  ไม่ดีครับ  ไม่รู้ว่า เกิดอะไรขึ้น  ต้องลองฟังจากแผ่นแท้อีกที

การ mix เสียงก็ฟังดูแปลกๆ  มันดู..  ไม่ต่อเนื่อง ไม่กลมกลืน  เสียงมันโดดๆกันออกมา เหมือนกำลังฟัง multi channel music อยู่  ซึ่งผมไม่ชอบเลย   ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่า  เกิดจากคน Rip หรือไม่

โดยสรุป
แฟนเพลงของ Pink Floyd  อันนี้เป็นไฟท์ บังคับ  คุณเก็บกันมาขนาดนี้แล้ว  จะเว้นแผ่นนี้กันได้อย่างไร  ยังไงก็ต้องซื้อ

แฟนเพลงทั่วไป.. ถ้าอยากดู Production ใหญ่ๆที่มันตื่นตา ตื่นใจ  ผมว่ามันก็น่าดูครับ 
แต่หากอยากจะสัมผัส กับ concept album ที่ดีที่สุด จากวง Progressive Rock ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกวงหนึ่ง  ผมแนะนำ...  ไปหา แผ่น The Wall ดั้งเดิม มาฟัง  หลังจากนั้น  ไปหาหนัง  Pink Floyd / The Wall ที่กำกับโดย Alan Parker มาดู   ผมคิดว่า สองสิ่งนี้ ทำมาได้สมบูรณ์ และ สื่อความหมาย  สื่ออารมณ์ของความเป็น The Wall ได้ดีกว่า

และสุดท้าย..  ถึง Pink Floyd   
ผมรู้  พวกคุณมี หนังที่บันทึกการแสดงทัวร์ The Wall ของ Pink Floyd  ในปี 1980  อยู่ในกรุ
เมื่อไร พวกคุณจะทำออกมาขายสักทีวะ (ครับ)

All in all it's just another brick in The Wall !

And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

vichien

ขอบคุณมากครับ กับประวัติความเป็นมาที่เขียนให้ได้รับรู้ครับ

ผมก็ไม่ค่อยชอบแผ่น concert ที่ตัดสลับกับบทสัมภาษณ์ มักจะกรอ หรือเน็ตไปแทบทุกครั้ง แต่นี่เค้าออกมาเป็ร bd ก็น่าจะลงทุนออกสักหน่อย
ทำเป็น feature ที่เล่นอย่างเดียว กับ เล่นพร้อมบทสัมภาษณ์ แต่ก็ได้แค่หวัง แต่ก็คงจะซื้อมาดูแน่ครับ  :D