• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
23 July 2019, 10:34:32 am

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


รำคาญ facebook

Started by pee, 29 May 2016, 04:59:40 am

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

pee

ถ้าคำพูดคุณเป็นความหวังดี คำตอบของผม น่าจะหวังดีมากยิ่งกว่าครับ

กลับไปอ่านคำอธิบายเรื่องมารยาทในการเป็นอาคันตุกะที่ผมโพสต์ไว้ข้างบนซัก 10 เที่ยว หรือมากกว่า
ถ้ายังไม่เก๊ท ก็เอาไปถามคนที่อาวุโสกว่า มีความยับยั้งชั่งใจกว่า และมีการอบรมมากกว่า
อาจจะได้คำตอบที่เป็นประโยชน์

โดยเฉพาะประโยคนี้ ถามคนอื่นด้วยว่า อ่านแล้วเห็นถึงความหวังดีอยู่ในนั้นหรือไม่  :rof:
ถ้าจะให้ดี  Log out จากทุกที่ไปเลย ก็มีความสุขดีนะ

phokha

เด็กๆ ใจไม่ดีนะครับพี่ ดูกันอยู่เงียบๆ
พี่ๆ เคลียร์กันเถอะครับ

แฮ่ๆๆๆ
I dont like pop music.

jon che

02 June 2016, 03:02:57 am #42 Last Edit: 02 June 2016, 03:07:38 am by jon che
ตอนนี้ผม log in เข้า FB ไปตามดูคนนี้คนเดียวครับ
th-th.facebook.com/people/Wongpech-soundclass-Soundclass-Raiking-Nakonpratom :D
อ้อ... ตกเป็นตัวประกันเหมือนกันครับ ไม่ log in ไปแอบดูเฉยๆ ไม่ได้
แต่น่าจะเป็นจากเจ้าของ account มั้ยครับ ที่เลือกให้เราต้อง log in ก่อน
บาง account ก็ดูได้เลย (อย่างน้าเบื๊อฅ ก็มัดมือชกเหมือนกัน :lol:)

pee

Quote from: jon che on 02  June  2016, 03:02:57 amน่าจะเป็นจากเจ้าของ account มั้ยครับ ที่เลือกให้เราต้อง log in ก่อน


fb ริมคลองก็โดนบังคับล๊อกอิน ซึ่งคงไม่ใช่นโยบายของเสี่ยป๊อก
เพราะแกเลิกสนใจเฟสนี้ นานเลี้ยว.... :clown:

โชคดีที่เนื้อหาดีๆ ทางประวัติศาสตร์และศิลปะ รวมทั้งเพลงคลาสสิค มีแต่ในเว็บ ในบล๊อคและเวิร์ดเพลส ฯลฯ ไม่งั้นผมคงลงแดงแสนสาหัส อย่างเว็บนี้ ไม่ยักเห็นโลโกของชักโครกเบิร์กแฮะ

http://www.classicalarchives.com/

ก็เป็นการแบ่งแยกชนชั้นทางสติปัญญาในอีกวิธีการนึงเหมือนกัน

sw



เว็บสติปัญญาสูงหลายๆแห่งก็ยังใช้ fb ประชาสัมพันธ์เว็บตัวเองนะครับ
ถึงจะไม่ประชาสัมพันธ์เว็บตัวเองทาง fb ก็จะมีเพื่อนแนะนำให้เรารู้อยู่ดี
เท่าที่ผมรู้จักเว็บดีๆหลายๆแห่ง ผมก็รู้จักผ่านทาง fb เพราะเพื่อนแนะนำครับ

fb ไม่ใช่เว็บประเภทเนื้อหา มันกึ่งๆเป็นเว็บท่ามากกว่า คือแนะนำเบื้องต้นให้รู้ว่าใครทำอะไรที่ไหน
ส่วนเนื้อหาคืออะไร ก็กดตามไปดูที่เว็บนั้นๆ

ถ้าจะใส่เนื้อหาเยอะขนาดเป็นเว็บไซต์ เข้าไปใน fb มันก็ไม่เหมาะ
เพราะหน้าตาหรืออินเตอร์เฟสมันเป็นสำเร็จรูป ไม่ได้ออกแบบมาให้เหมาะที่จะใส่เนื้อหาทุกประเภทได้
แต่ fb มีจุดขายอยู่ที่สามารถดึงกลุ่มเป้าหมายเข้ามาเห็นได้ ไม่ใช่ทำเว็บซะเกือบตาย คนไม่เห็น

blackmore

Quote from: pee on 02  June  2016, 09:06:04 am
Quote from: jon che on 02  June  2016, 03:02:57 amน่าจะเป็นจากเจ้าของ account มั้ยครับ ที่เลือกให้เราต้อง log in ก่อน


fb ริมคลองก็โดนบังคับล๊อกอิน ซึ่งคงไม่ใช่นโยบายของเสี่ยป๊อก
เพราะแกเลิกสนใจเฟสนี้ นานเลี้ยว.... :clown:

โชคดีที่เนื้อหาดีๆ ทางประวัติศาสตร์และศิลปะ รวมทั้งเพลงคลาสสิค มีแต่ในเว็บ ในบล๊อคและเวิร์ดเพลส ฯลฯ ไม่งั้นผมคงลงแดงแสนสาหัส อย่างเว็บนี้ ไม่ยักเห็นโลโกของชักโครกเบิร์กแฮะ

http://www.classicalarchives.com/

ก็เป็นการแบ่งแยกชนชั้นทางสติปัญญาในอีกวิธีการนึงเหมือนกัน


ผมจำพาสเวิดไม่ได้ครับ  5555   พาสเวิดอีเมลตอนสมัครก็จำไม่ได้



FB นี่ผมว่ามีดีเยอะกว่าโทษ   มีสาระไหมอันนี้แล้วแต่เจ้าของ   ผมเห็นว่าสมควร log in ถูกแล้วครับ  คือว่ามันไม่ใช้เว็บเพจ มันเป็นหน้าของเจ้าของ จะเข้ามาดูก็ต้องให้เจ้าของเห็นหน้าด้วย    คนที่โพสขายของคงเห็นว่ามันง่าย เข้าเป้า  ตั้งกลุ่ม ยอมรับ ที่สำคัญไม่เสียงตัง

ส่วน FBของผมนี่ไร้สาระ  ไว้โม้อย่างเดียว
ฝรั่งไม่ได้ฉลาด....ไปกว่าคนไทย   you know!!!

"There is no expedient to which a man will not resort to avoid the real labor of thinking."  Sir Joshua Reynolds

pee

Quote from: blackmore on 02  June  2016, 03:57:52 pm
ผมเห็นว่าสมควร log in ถูกแล้วครับ  คือว่ามันไม่ใช้เว็บเพจ มันเป็นหน้าของเจ้าของ จะเข้ามาดูก็ต้องให้เจ้าของเห็นหน้าด้วย


ทุกอย่างในเน็ตที่ไม่ใช่ของเรา "มันเป็นหน้าของเจ้าของ" ทั้งนั้น แม้แต่ที่นี่
ส่วนนโยบายขอดูหน้าคนนี่ ผมว่ามันเป็นสิทธิของเจ้าของนะ ไม่ใช่ของ fb
ผมก็เลยรำคาญที่ fb เสี้ยนอยากได้สมาชิกจนต้องทำอะไรน่ารำคาญออกมา

ไม่ใช่เฉพาะ fb หรอก ทุกที่ที่ใช้นโยบายแบบเดียวกัน ผมคงขอบาย
เปรียบไปมันเหมือนสถานที่นึง บอกว่า เป็นพื้นที่สาธารณะ แต่พอจะเข้าไปก็ขอตรวจบัตร ขอให้ลงทะเบียน จะทำอย่างนั้น ก็เปลี่ยนป้ายเป็น "พื้นที่ส่วนตัว ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต" ผมก็จะรับสภาพแต่โดยดี

เคย log in แล้ว หลังจากนั้นมันก็ส่งสแปมเข้ามา จนต้องปิดถาวร
น่ารำคาญเหมือนพวกขายประกันเลย

Hexaphonic

เสรีภาพกำลังหายไปแล้วจริงๆ
(อาจรวมถึงการใช้ Facebook และ Social Networkอื่นๆ)

" ไม่มีชัยชนะใดๆ ได้มาด้วยการร้องขอ..."
: มิตรสหายท่านหนึ่ง



จริงหรอครับ?
ผมว่ามันน่าจะจริงนะ เพราะอะไร?
ก็เพราะเฮียจารย์ตั้งกระทู้นี้ไงครับ! อิๆ

จากการสังเกตมานานหลายปี
ผมว่าเฮียจารย์นี่ไม่ธรรมดานะครับ กับหลายๆกระทู้
ราวกับมีตาทิพย์เห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า
ซึ่งมันก็เปนอย่างที่เฮียจารย์โพสต์จริงๆ

ข้าน้อยขอคาล่ะวะ :bowdown:
"คุณหลอกดาว" :sad2:

pee

หางงอก

สันดานนักขาย MLM

กระแสข่าวลือชี้ว่า แม้เฟซบุ๊กจะไม่ได้ดักฟังโทรศัพท์ตลอดเวลา แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้เมื่อมองว่า มีผู้หนึ่งผู้ใดสามารถมีช่องทางดักฟังการสนทนาอย่างชัดเจน แถมยังเป็นช่องทางที่อาจทำให้ผู้นั้นทราบว่า ควรแสดงโฆษณาประเภทไหน รวมถึงเนื้อหาใดที่เกี่ยวข้องกับบทสนทนานั้น
       
       แน่นอนว่า หากกรณีนี้เกิดขึ้นจริง เฟซบุ๊กจะไม่สามารถมีที่ยืนในตลาดได้ นี่จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เฟซบุ๊กตัดสินใจออกแถลงการณ์ปฏิเสธข่าวลือทั้งหมด เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจก่อนที่จะสูญเสียความนิยมไปมากกว่านี้
       
       เบื้องต้น มีคำแนะนำให้ผู้ที่ยังกังวลคลางแคลงใจในเฟซบุ๊ก สามารถปิดช่องทางไม่ให้เฟซบุ๊กสามารถฟังสิ่งที่พูดไม่ว่าเวลาใดก็ตาม ด้วยการปิดคำอนุญาตไม่ให้เฟซบุ๊กเข้าถึงไมโครโฟนเครื่อง จุดนี้ ผู้ใช้ iOS สามารถเลือกที่เมนูตั้งค่า หรือ Settings แล้วค้นหาชื่อบริการ Facebook ก่อนจะเลื่อนปิดที่ตัวเลือก "microphone"
       
       สำหรับผู้ใช้ Android สามารถเลือกที่ "Privacy and Safety" ในเมนู Settings จากนั้นหาตัวเลือก microphone เพื่อปิดการอนุญาตไม่ให้ Facebook เข้าถึงได้
       
       โดยก่อนหน้านี้ ก็ได้เคยเกิดประเด็นอ่อนไหวขึ้นเช่นกัน เมื่อตำรวจเบลเยียมได้ออกโรงเตือนผู้ใช้เฟซบุ๊กว่า ควรหลีกเลี่ยงการใช้ปุ่ม Reaction ทั้ง 6 แบบของเฟซบุ๊ก โดยอ้างว่า เฟซบุ๊กมีการเก็บสถิติ และตรวจสอบสภาพอารมณ์ของผู้ใช้ผ่านฟีเจอร์ดังกล่าวไปด้วยในตัว และหากพบว่า มีการแสดงอารมณ์ด้วยภาพในเชิงบวก ก็อาจเป็นไปได้ว่า นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการนำเสนอโฆษณาต่อผู้ใช้งานนั่นเอง
       
       ส่วนการคลิกภาพ Reaction ที่มีใบหน้าโกรธก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์ เพราะระบบจะนำเสนอข้อมูลที่มีความใกล้เคียงกับโพสต์ดังกล่าวให้ผู้ใช้รายนั้นๆ ได้เห็นเพิ่มเติมเช่นกัน ซึ่งนั่นหมายความว่า สามารถขายโฆษณาได้ไม่ต่างจากการคลิกภาพใบหน้าดีใจแต่อย่างใด

sw

สิ่งควรระวังอย่างที่สุด เมื่อใช้เฟสบุ๊คคือ ต้องรู้ทันเฟสบุ๊ค เราต้องใช้เฟสบุ๊คเป็นเครื่องมือ อย่าให้มันใช้เราเป็นเครื่องมือ