• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
15 July 2020, 01:02:28 am

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


Pre amp vs Power amp

Started by NET, 20 November 2001, 07:33:17 pm

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

SPmk

Crystal Clearเลยครับ คุณArt ในส่วนของST-Glass เป็นสายใยแก้วนำแสง อาจแตกต่างจากToslink ที่ลักษณะของวัสดุที่นำมาใช้ทำสาย เคยอ่านพบจากเอกสารของMonster ว่าToslink จะเป็นเนื้อสายพลาสติกชนิดหนึ่ง ส่วนหัวST และSC เป็นหัวในระบบการเชื่อมต่อLan-Wan ของระบบใยแก้วนำแสง คู่มือของWadia และMark Levinson มักจะแนะนำให้ต่อแบบST-Glass แต่มันไม่เป็นที่นิยมเลย

SPmk

ความคิดคุณArt นี่สุดยอดเลยครับ การเช่นone box ไม่ว่าจะเป็นแอมป์ หรือ เครื่องเล่นCD น่าจะเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับระดับMid-Hi และระดับนี้ผมก็คิดว่าน่าลงทุนมากที่สุด แต่สำหรับระดับHiendหรือพวกที่ไม่เคยพอ power ampนั้นต้องการกระแสสูงๆ และร้อนมาก จึงไม่เหมาะสำหรับการออกแบบในกล่องเดียว

Art

S/P DIF ย่อจาก Sony / Philips Digital Interface Format ครับ ซึ่ง 2 ค่ายพันธมิตรผู้ร่วมคิดค้น CD เป็นผู้บัญญัติไว้ตั้งแต่ต้น ว่าใช้สำหรับการ Transfer สัญญาณ Digital Audio ครับ
ตอนแรกสุด ออกแบบบนพื้นฐานของ RCA + 75ohm cable ครับ เพราะเน้นให้ราคาถูก ในตลาด Consumer Electronics Product ครับ
ต่อมา AES - Audio Engineering Society และ EBU - Europian Broadcasting Union ก็นำ S/P DIF มาดัดแปลงเพื่อใช้ในงาน Professional เช่นงาน Studio, กระจายเสียง เป็นต้น โดยใช้ Format สัญญาณเหมือนเดิม แต่ต่างกันที่ให้ใช้ XLR (Balance Plug) เป็นระบบส่งสัญญาณ หรือที่เราเรียก AES/EBU ในวงการน่ะครับ ข้อดีของมันคือความเสถียรในสายส่งจะสูงกว่า RCA รวมทั้งระบบ Matching ในงาน Professional ช่วยให้ใช้สายส่งยาวๆ ได้โดยที่ Loss อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ (100 ft ขึ้นไป)
Toslink (หรือเรียกว่า Optical) ก็เปรียบได้กับสายส่งเท่านั้นครับ จากส่งไฟฟ้าเป็นส่งแสงแทน :) สัญญาณยังเป็น S/P DIF เหมือนเดิมครับ นักฟังส่วนใหญ่จะระบุว่า Toslink ให้คุณภาพเสียงแย่กว่า RCA หรือ Coaxial ซึ่งสาเหตุอาจจะเป็นเพราะระบบ Toslink จะต้อง Convert ไฟฟ้า เป็น แสง แล้วก็ Convert แสง กลับเป็นไฟฟ้า อีกรอบ ซึ่งทำให้สัญญาณผิดเพี้ยนทางเวลาหรือ Jitter นั่นเอง แบบ RCA จึงดูเหมือนจาก Simple แถมยัง Best อีกต่างหาก แต่ใช่ว่า Toslink จะไม่ดี (หรือดีไม่ได้) นะครับ Toslink จะมีประโยชน์มากในกรณีสายส่งยาวๆ (ข้ามทวีป) ซึ่งคุ้มกับการลงทุนทำ Data recovery ที่ตัวรับ แต่กรณีของงาน Audio ผมเรียกว่า \"ขี่ช้างจับมดตะนอยครับ\" เพราะบางครั้งช้างเหยียบมดตายครับ :D
ส่วน Coaxial เป็นชนิดของสายครับ จะเรียกว่า \"สาย Shield ที่มีการควบคุมค่า Impedance\" จะเหมาะกว่า ส่วนพวก Shield ทั่วๆ ไปจะไม่มีการควบคุมในเรื่องนี้มากนักครับ (interconnect ทั่วๆ ไป) ข้อดีของ Coaxial ก็คือ มันมี Impedance คงที่ในทุกๆ ย่านความถี่ (ที่ถูกกำหนดตอนออกแบบ) Loss ที่เกิดจะเท่ากันครับทำให้ลักษณะรูปคลื่นที่ส่งไม่เสียรูปร่างไป และเมื่อทำงานร่วมกับ Matching devices ก็จะสามารถส่งสัญญาณระยะยาวๆ ได้เหมือน XLR ครับ หรือถ้ามองในแง่ Hardware ก็เหมือนกับเปลี่ยน Jack / สาย จาก RCA (ในวงการเรียก S/P DIF) มาเป็นแบบ Coaxial นั่นเอง
ส่วน ST type นั้นผมไม่รู้จักครับ (ต้องไปเรียนเพิ่มอีกแล้ว???) แต่เข้าใจว่าเป็น Toslink นั่นเองครับ เพราะเห็นคุณพจน์ระบุว่าเป็น Optical

สรุปว่า Format ของสัญญาณมีรูปแบบเดียวครับคือ S/P DIF แต่ในวงการจะเรียกให้ต่างกันตามอุปกรณ์ของการส่งสัญญาณ (ซึ่งอาจจะเป็นที่นิตยสารบ้านเรา เป็นคน \"มั่ว\" ในศัพท์ต่างๆ เหล่านี้ จนเกิดความเข้าใจผิดในวงการครับ)

ส่วนที่คุณพจน์กล่าวถึง AES/EBU นั้น ส่วนตัวผมเห็นด้วยครับ :) แต่ให้รวม Coaxial เข้าไปด้วยครับ เนื่องจากอยู่บนพื้นฐานเดียวกันคือ Impedance matching ต่างกันที่ส่งแบบ Differential และ Single wire เท่านั้นเอง

ผมได้ทดลองระหว่าง RCA jack + สายแพงๆ เทียบกับ BNC + Coaxial 75 ohm แล้ว ได้ผลว่า BNC + Coaxial ได้ผลดีกว่าครับ ซึ่งน่าจะเป็นเพราะ Impedance matching ระหว่างตัวส่งและตัวรับ ในขณะที่ RCA มักจะไม่มีการคำนึงถึงในเรื่องนี้ สำหรับกรณีของ Digital signal แล้ว Matching หมายถึง Jitter ที่เพิ่มขึ้นด้วย (ที่ผมกล่าวไปแล้วว่า Impedance ของสายและ Matching devices มีส่วนทำให้รูปคลื่นเพี้ยนไปจากต้นฉบับ แต่ผมไม่ได้หมายความว่ามี Jitter แล้วเสียงจะแย่ลงนะครับ Jitter มีหลายประเภทและหลายสาเหตุการเกิด ถ้าไม่ยึดว่าต้นฉบับคือ 100% บางครั้ง Jitter ก็ทำให้เสียงดีขึ้นได้ครับ) ตอนนี้กำลังจะลอง AES/EBU อยู่ครับ ไว้จะกลับมา Post ผมทดลองต่อจากตรงนี้นะครับ (คงอีกพักใหญ่ครับ :))

ขอบคุณคุณ SPmk สำหรับคำอธิบายเรื่อง Control center ครับ
Art

SPmk

แนวความคิดคุณArt น่าจะคล้ายของMeridian ซึ่ง เขาให้Transport ส่งDigital out ไปที่ Control Center และจากControl Center ส่งDigital out ไปที่ลำโพง ซึ่งมีDac และ Power Ampในตัว ในขณะที่ ของคุณArt จะรวมTransport และ Control Centerในตัวเดียวกันซึ่งลดขั้นตอนตัวแปรลงไป 1 ตัว แต่การยืดยุ่นในการใช้งานน้อยกว่า ไม่ทราบว่าความเข้าใจของผมถูกต้องหรือไม่

NET

I agree with both of you krub,
1) If we change a power amp, we can see a difference easily. However, it depends on the system we're using
2) K. Art, good idea kub, but a good tube integrated is more expensive than either a power amp or pre amp alone a kub.
Few days ago, I tried Evo 200.2  and I found that its high frequency is a little bit dry (don't know how to use this word :p )......because no tube gear in the system. If the system uses tube pre, it might be better. I'll try with it later.
I'm a good boy

NET

If you have a budget for your new equipment. Which one will you upgrade first, pre amp or power amp? Which one do think it will obviously improve your system's performance?
I'm a good boy

poj

พูดถึง เรื่องรวม-เรื่องแยกแล้ว ผมรู้สึกมันเป็นวัฎจักรหมุนเวียนยังไงไม่รู้ เหมือนขากางเกงที่บาน แล้วก็บาน ถึงที่สุดก็หดแคบ จนแคบชนิดสอดเท้าเข้าไปได้ยังไงก็ไม่รู้ หรือเหมือนกระโปรงผู้หญิง ที่ไม่สั้นก็ยาว ไม่แคบก็บานกว้างกรุยกราย  วนไปวนมาอยู่นั่นแล้ว

เครื่องเสียงเหมือนกัน อย่าง CD เริ่มมาจาก one box ก่อน สักพักก็บอกว่าของดีจริงมันต้องแยก ถึงจะเรียกว่าเซียน  สักพักเอาอีกแล้ว กลับมารวมกันใหม่ บอกว่าไม่มีปัญหา jitter ตอนนี้มาเริ่มกันใหม่ที่ SACD และ DVD-a  ก็เริ่มจาก one box ก่อน  อีกสักพัก ผมว่าพี่แกต้องทำแยกชิ้นมาขายแหงๆ

ไม่เป็นไร แน่จริงก็ทำมาขายเด่ะ จะซื้อให้ดู ฮ่าๆ...   :)
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

poj

ตามความเข้าใจของผม S/PDIF นั้นเป็นการส่งถ่ายสัญญาน digital จากเครื่องหนึ่งไปสู่อีกเครื่องหนึ่งน่ะครับ  ซึ่งจะมีวิธีการเชื่อมต่อแบบ S/PDIF แบ่งออกเป็น
- AES/EBU (balance)
- Coaxial
- Toslink
-ST Type optical (ST glass)
ทั้งหมดส่งผ่านสัญญาน S/PDIF แต่อาจจะมีวิธีต่างกันบ้าง ดังนั้น เราจึงเปรียบเทียบ S/PDIF กับอันอื่นไม่ได้ครับ ต้องเปรียบเทียบแค่  AES/EBU กับ ST glass ครับ

เท่าที่ผมอ่านเจอ เขาแนะนำว่าแบบ AES/EBU ดีที่สุดครับ
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

NET

However, I'm not loving Evo 200.2 yet, Movie & Music Lover's hospitality is a kind of excellent....thump up krub.
I could listen to all kinds of music (CDs) in a listening room alone with no one else....just me!!!! I just have been there at the first time. I've spent around 1 hr at M & M's store and left. The owner is good for me. Just let everyone knows.
PS. The listening room's environment looks like a living room with audio gear. It looks difference from others.
I'm a good boy

Art

เมื่อก่อนผมก็พยายามเล่นแยกชิ้นตาม Concept จากนิตยสารทั่วๆ ไปนะครับ ตอนหลังผมเริ่มขี้เกียจทำแท่นเครื่องหลายๆ ตัว และรำคาญกับสาย Interconnect ที่ระโยงระยางไปหมด ก็เลยยุบเหลือ Integrated ไป และพบว่าผมได้ตัดปัญหาเรื่อง Matching ระหว่าง 2 เครื่องออกไปด้วย และไม่ต้องสิ้นเปลืองอัตราขยายโดยไม่จำเป็น
ตอนหลังพอทำ DAC ได้ ก็เลยคิดจะ Combine เป็นชิ้นเดียวเหมือนกันครับ คือเอา Digital มาเข้าสายเดียว แล้วออกลำโพงไปเลย ลด interconnect ไปอีก 2 เส้น (ประหยัดและตัดตัวแปร) แต่ยังไม่ได้เริ่มเลยครับ แค่คิดเท่านั้นครับ
ถ้าทำเสร็จเมื่อไหร่จะเอารูปมา post ให้ดูเล่นกันครับ Digital circuit อยู่รวมกับหลอดและหม้อแปลง OPT ลูกโตๆ คงแปลกตาดี 555
Art

Art

Combine ปรีกับแอมป์เป็น integrated amp ตัวเดียวครับ (แน่นอน หลอด ครับ) เอาสายสัญญาณขายทอดตลาดไป ตัวแปรใน system ก็ลดลงไป 1 จุดและเอาไปเพิ่มงบได้ด้วย
ถือว่าเป็นอีก idea นึงละกันครับ
Art

Art

เอ ผมไม่รู้จักเครื่องของ meridian เหมือนกันครับ Control center นี่ใช้ทำอะไรหรือครับ แต่คิดว่าคุณเข้าใจถูกต้องแล้วครับ
Art

poj

เป็นคำถามที่ตอบยากมากครับ
นี่สมมติว่า ชื่อ ชั้น ของ pre และ power เดิม มันพอๆกันด้วยใช่ไหมครับ
มันก็ต้องดูอุปกรณ์อื่นใน system ด้วย
แต่ถ้าให้ตัดสินใจโดยมีข้อมูลแค่นี้ ผมคงเลือกเปลี่ยน power amp ครับ

อย่างเช่น ผมอาจจะมี solid state power amp อยู่แล้ว ผมก็ซื้อ power amp หลอด มาอีกสักเครื่อง เอาไว้ฟังสลับกันระหว่าง solid state กับ tube น่ะครับ

และบุคลิกของ power amp น่าจะแสดงออกมาชัดกว่า pre amp ด้วยครับ

หรือในกรณีที่ power amp เดิม กำลังสำรองไม่มาก การหาแอมป์ใหญ่ๆมาใช้ น่าจะทำให้เสียงดีขึ้น นิ่งขึ้นครับ
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

Art

ไม่บ้ายอครับแต่บ้ายุ ใครมี Project อะไรเจ๋งๆ แบบ Idea สุดบรรเจิดนี่ เอามายุได้ครับ :) (\"แก้ว\" คุณพจน์นี่สงสัยจะขนาดเดียวกับแท๊งค์นะครับ)

จากข้อมูลของคุณ SPmk ผมพอจะเข้าใจแล้วครับ (เดา)
สายส่งแบบ Optical แบ่งได้ 2 ประเภทคร่าวๆ คือไส้ในเป็น plastic และเป็น fiber-glass ครับ ไส้ในทั้ง 2 ประเภทมีหน้าที่นำแสงจากปลายหนึ่งไปอีกปลายหนึ่งเหมือนกัน แต่มีความต่างในความเหมือนครับ

fiber-glass มีความต้านทานแสง (ความใส), ความเป็นเนี้อเดียวกัน (Homogenous) มากกว่า plastic และคงทนต่อสิ่งแวดล้อมดีกว่า Plastic (อุณหภูมิเปลี่ยน แต่ขนาดไปเปลี่ยน) ซึ่งเป็นข้อดีในการส่งสัญญาณทั้งสิ้น ส่วนข้อเสียคือบิดงอไม่ได้มากและต้นทุนสูงครับ
การส่งข้อมูลแบบ Optical ถูกออกแบบบนพื้นฐานของ fiber-glass ครับ ส่วน plastic เป็นวัสดุที่นำมาทดแทน fiber-glass ในงานนี้ด้วยเหตุผลด้านราคาครับ แต่ถ้าในวงการเครื่องเสียงอาจจะเป็นเหตุผลเรื่องการบิดงอกระมังครับ เพราะราคาทั้ง 2 ไม่ได้ต่างกันมากนักเป็นหลายๆ เท่าตัว
ผมจึงเห็นว่า fiber-glass นั้น น่าจะทำงานได้ดีกว่า plastic ครับ ไม่แน่ใจว่า ST-glass จะหมายถึงอันนี้รึเปล่านะครับ

มีอีกประเด็นหนึ่งที่ plastic ด้อยกว่า fiber-glass ครับคือการเชื่อมต่อกับตัวส่ง-ตัวรับครับ ความด้อยกว่าที่ว่าคือเรื่องหน้าตัดของสายครับ plastic นั้นมีเนื้อที่หยาบและโมเลกุลขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้นหน้าสาย (หน้าตัดวงกลมของสาย) จะขรุขระ ในขณะที่ fiber-glass จะเรียบมัน ซึ่งเจ้ารอยขรุที่ว่านี้ทำให้เกิดความผิดพลาดในการส่งข้อมูลด้วยครับ เป็นผลมาจากการหักเหแสงที่รอยขระเหล่านี้ ยังจำ Prism ได้ไม๊ครับ เวลาที่ยิงแสงเข้าไปมันจะแยกออกมาเป็น 7 สี (ไม่ใช่ช่อง 7 น๊า :)) ซึ่งก็จะเกิดกับ plastic เหมือนกัน ผลก็คือตัวรับก็จะตีความผิด แทนที่จะเข้าใจว่ามืสัญญาณเดียว มันก็จะ detect หลายครั้ง และเกิด Time-error หรือที่เราเรียก Jitter นั่นเองครับ นี่เป็นอีกการเกิด Jitter อีกสาเหตุหนึ่งในสายส่ง Optical ครับ

เริ่มด้วย pre+power ตอนนี้ไหลมาถึง digital ต่อไป ไหลไปใหนต่อดีครับ :D
Art

poj

งั้นจะยุไปเรื่อยๆ ฮ่าๆ... :)
(แก้วผมยังเป็นแก้วครับ พวกที่มีเป็นถังกับแทงค์บางส่วน เขาก็ไม่ได้มายุ่งกับพวกเรานักหนา ผมคิดว่าเขาคงเก็บตัวเล่นไปเงียบๆเป็นส่วนใหญ่)

ใช่ครับ ST-glass ใช้ fiber glass ไม่ได้ใช้ plastic เหมือน Toslink ครับ

เริ่มที่ปรี-เพาเวอร์มาลงที่ digital  จะไหลต่อไปไหนต่อก็ได้ครับ free form ครับ อยู่ที่ว่าจะมีใครมาชวนคุยเรื่องอะไรกันต่อ
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

SPmk

Control Center ทำหน้าที่เหมือนPre_DSPครับ จะแปลงสัญญาณA2D หรือD2D output เป็นDigital อย่างเดียว เป็นMulti-Channel โดยมันสามารถDecode ได้หลายอย่าง เช่นPCM ,DD,DTS และอื่นๆ(ข้อดีของมันน่าจะอยู่ที่ความสะดวกในการupgrade ) ผมจำไม่ได้ว่าoutput interface ของมันใช้สายแลนหรือไม่(RJ45) ไม่ทราบว่าคุณArt คิดว่า interfaceไหนเที่ยงตรงที่สุด ระหว่าง SP/DIF AT&T-STglass หรือ บาลานซ์

poj

เรารู้สึกเหมือนกันครับกับ EVO ผมก็ว่าเสียงมันแห้ง และมีปัญหาที่เสียงกลางเป็นหลักเลย ในขณะที่เบสดี  ทาง music lover แจ้งว่า เป็นเพราะปัญหา mismatch ซึ่งผมก็รับฟังไว้

ผมคิดว่า แฟนหลอดทุกคน หากมีโอกาสฟัง EVO แล้ว ก็คงไม่ชอบนะครับ เพราะเสียงมันนี่ไปคนละทางกับเครื่องหลอดเลย คิดว่างั้น
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

pan

ดูเหมือนจะมีสองแนวทางนะครับ

พวกรวมก็พยายามรวมไปหมด ( ไม่ค่อยมีที่จะวางเครื่อง ล่าสุดก็เห็นมีดีวีดีอินทีเกรทกับรีซีฟเวอร์ เป็น ดีวีดีรีซีฟเวอร์ออกมาแล้ว)

พวกแยกก็พยายามแยก (ที่วางเยอะ ไม่อยากเห็นที่ว่างบนชั้น) ขนาดแยกจนหมด นึกอะไรไม่ออก เพาว์เวอร์ซัพพลลายยังแยกเลยครับ

ของคนอื่นอาจจะเล่นแยกชิ้น แต่ของคุณอาร์ต ไม่แน่ใจว่าเล่นแยกเป็นชิ้น ๆ (ชิ้นส่วน) หรือเปล่านะครับ ( :D ฮา )

poj

เยี่ยมครับ เยี่ยม ได้ความรู้เพิ่มเติมครับ
ชูหัวแม่โป้งให้ :thumbs-up:
ขอบคุณมากครับ

คุณ Art บ้ายอไหม
หากว่าบ้ายอ เดี๋ยวผมจะยออีกเยอะๆ จะได้อ่านเรื่องดีๆจากคุณ Art อีก ฮ่าๆ...
มีอะไรแจ๋วๆ เขียนมาอีกนะครับ น้ำในแก้วผมยังพร่องอีกมาก รินเติมมาได้ตลอดเวลา :)
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

SPmk

ขอบคุณครับคุณพจน์ ที่ให้ความชัดเจนมากขึ้น