• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
17 June 2019, 05:22:43 pm

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


Dolby Atmos เป็น Object base และ ไม่ได้เป็น Native Channel Base

Started by poj, 30 March 2019, 03:09:21 pm

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

poj

ข้อความต่อไปนี้  เป็นข้อความที่เขียนไว้โดยคุณ  Wichai Pawitwatana ซึ่งผมคิดว่า เป็นประโยชน์อย่างมาก ในการหยุดความสับสน ในการพยายามใช้คำว่า Native  มาสร้างความสับสนให้กับระบบเสียง Dolby Atmos ครับ

-----
ทางผู้ผลิตเซอร์ราวด์โปรเซสเซอร์ใช้คำว่า native ตามด้วยจำนวนแชนแนลในระบบ Atmos เพื่อบอกว่าเครื่องของเค้าประมวลผลหรือ render ต้นฉบับ Atmos ออกมาได้สูงสุดกี่แชนแนล เครื่องที่ใช้ chip (เกือบทุกยี่ห้อยกเว้น Trinnov) มักจะถอดได้ 12 แชนแนล (7.1.4)ในอดีตและเพิ่มจำนวนเป็น 16 แชนแนล (9.1.6) ในปัจจุบัน ส่วน Trinnov ที่ใช้ CPU สามารถถอดได้ 35 แชนแนล (24.1.10) ตั้งแต่ต้น โดยจะใช้คำว่า discrete แทน native เพื่อสื่อว่า 35 แชนแนลนี้มีเสียงแยกกันเป็นอิสระ ไม่ได้เกิดจากการก็อปเสียงจากแชนแนลนึงไปอีกแชนแนลนึงหรือเป็นแชนแนลที่มาจากการทำ bi-amp หรือ tri-amp ครับ

เสียงในระบบ Atmos ที่อัดมาอย่างถูกต้องเป็นแบบ object base ไม่สามารถระบุจำนวนแชนแนลได้ครับ เซอร์ราวนด์โปรเซสเซอร์ที่มีความสามารถมากกว่าจะ render เสียงออกมาเป็นแชนแนลได้มากกว่าเท่านั้นเอง

ส่วนการที่เราเล่นหนังที่อัดมาในระบบ DTS-HD MA แล้ว Upmix ออกไปเป็น Dolby Surround นั้น ต้องไม่ลืมว่าหนังที่อัดมาด้วยระบบอะไร ยังไงก็ต้องถอดรหัสด้วยระบบนั้นก่อนเป็น native แล้วค่อยไป Upmix ต่อด้วยระบบอื่นอีกทีนึงครับ

คนที่ติดลำโพงมากกว่า 7.1.4 แชนแนลคงจะรู้ดีว่าระบบ DTS-X นั้น แม้จะเป็น object base เหมือนกัน แต่ในปัจจุบันออกสเปคมาให้ render เสียงได้สูงสุดแค่ 7.1.4 แชนแนลเท่านั้น ลำโพงที่ติดตั้งไว้เกินกว่านั้นจะไม่สามารถใช้งานอะไรได้เลยแม้กระทั่งจะ Upmix ก็ยังทำไม่ได้* อย่างไรก็ตามในปีนี้คาดว่าเราจะได้เห็นระบบ DTS-X Pro ซึ่งจะทำจำนวนแชนแนลได้มากกว่านั้นครับ

*ในปัจจุบันยังไม่มีเซอร์ราวดน์ตัวไหน Upmix ระบบเสียง Immersive sound ข้ามกันได้ครับ เช่น หนังที่อัดมาในระบบ Auro3D 13.1 จะเอาไปให้ Dolby Upmix ต่อเป็น 24.1.10 นั้นทำไม่ได้ครับ แต่อนาคตนั้นไม่แน่

----

ในมุมมองของคนขาย Trinnov นะครับ เซอร์ราวด์โปรเซสเซอร์บางตัวมี output ถึง 20 หรือ 32 ช่อง แต่สามารถถอดรหัสเสียง Doby Atmos ได้เพียง 16 ช่อง เลยต้องมีคำว่า Native 9.1.6 Dolby Atmos มากำกับ เพื่อบอกว่า ถ้าถอดรหัสเสียง Dolby Atmos แล้วจะได้เสียงที่แต่ละแชนแนลแยกเป็นอิสระจากกันหรือ discrete ได้เพียง 15.1 ช่อง ช่องที่มีเกินมาจะเอามาใช้เป็น subs หรือ array หรือ Bi-amp/Tri-amp ก็สุดแล้วแต่ ซึ่งผมมองว่ามันเป็นข้อจำกัดของเซอร์ราวด์ตัวนั้นๆครับ เพราะของ Trinnov เองไม่ว่าจะเป็น AL16 (output 16 ช่อง) หรือ AL32 (output 32 ช่อง) ก็สามารถถอดรหัสเสียง Dolby Atmos ได้สูงสุด 24.1.10 ตามสเปคสูงสุดของ Dolby Atmos for Home ได้แล้วครับ

ที่น่าเป็นห่วงคือในเมืองไทยมีคนเจาะจงสร้างกระแสให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า native คือของแท้และ discrete คือของปลอม ทั้งๆที่มันก็มีความหมายอย่างเดียวกันเลยในแง่ที่อธิบายมานี้!

ผมขอถือโอกาสอธิบายเรื่อง Dolby Atmos อย่างง่ายๆด้วยแล้วกันครับ แต่เดิมเราจะคุ้นเคยกับระบบเสียงที่อัดมาเป็น channel based เช่น Dolby Digital 5.1 หรือ DTS-HD MA 7.1 ซึ่งในข้อมูลต้นฉบับจะมีจำนวนแชนแนลเสียงที่อัดมาจำกัดตามที่ระบุไว้เท่านั้น ในโรงหนังที่เราเห็นลำโพงด้านข้างเรียงกันหลายๆตัว แท้ที่จริงแล้วก็เป็นแชนแนลเดียวกัน เพียงแค่ก็อปปี้เสียงกันมาเฉยๆ สำหรับในบ้านก็อาจมีให้เห็นบ้างที่ใช้ลำโพงคู่ข้างต่อขนานกัน 2 คู่บ้าง 3 คู่บ้างเพื่อให้ครอบคลุมจำนวนแถวที่นั่งได้ 2-3 แถว แต่ส่วนใหญ่แล้วเราเห็นการติดลำโพงเป็น 5.1 หรือ 7.1 ตรงๆเลยซะมากกว่า

ระบบ Dolby Atmos เป็นระบบใหม่ที่เรียกว่า object based เปิดโอกาสให้ในการบันทึกเสียงสามารถ "กำหนดตำแหน่งของแหล่งกำเนิดเสียง(object)ให้เคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งในเนื้อที่ 3 มิติได้" โดยมีการเสริมลำโพงด้านบนเข้ามาช่วย สำหรับในโรงหนัง ลำโพงแต่ละตัวทั้งด้านข้างและด้านบนจะสามารถปล่อยเสียงที่เป็นอิสระจากกันตามทิศทางการเคลื่อนที่ของ object นั่นเอง ในบ้านก็เช่นเดียวกันครับ แต่ถูกจำกัดจำนวน object และจำนวนลำโพงสูงสุดที่ใช้ได้ไว้ต่ำกว่าในโรง

ถึงแม้ว่าจะอัดมาเป็น object based แต่เวลาติดตั้งลำโพง มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถามว่าติดกี่แชนแนล วิธีการเรียกจำนวนแชนแนลที่ใช้ในระบบ Atmos ก็คือเอาจำนวนแชนแนลที่ใช้ด้านบนไว้ต่อท้ายครับ เช่นระบบ 7.1.4 ก็หมายถึงระบบ 7.1 เดิมแต่เพิ่มแชนแนลด้านบนอีก 4 ช่อง หรือ 11.1.8 ก็หมายถึงว่ามีแชนแนลในแนวราบ 11 ช่องและด้านบนอีก 8 ช่องครับ ย้ำอีกครั้งว่าอย่าไปสับสนว่ามันคือจำนวนแชนแนลที่อัดมานะครับ 11.1.8 เป็นเพียงตัวเลขที่บอกว่าในการติดตั้งระบบ Dolby Atmos ครั้งนี้ เราได้ถอดรหัสเสียงออกมาเป็น 11.1.8 แชนแนลเท่านั้นเอง

สรุปคือถ้าอัดเสียงมาในระบบ 5.1 channel based ไม่ว่าติดลำโพงเกิน 5.1 ไปกี่ตัว ยังไงเราก็ได้เสียงแค่ 5.1 แชนแนล แต่ถ้าเป็นระบบ object based เราจะได้แชนแนลเสียงตามจำนวนลำโพงที่ติดเลยครับ



And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง