• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
14 October 2019, 03:16:31 pm

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


เม่าเอย... จะบอกให้....

Started by poj, 02 October 2019, 11:19:15 pm

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

poj

ไม่กี่วันก่อน  ผมอ่านเจอข้อความของ เม่าน้อยคนหนึ่ง ในห้อง Line เกี่ยวกับหุ้น (ผมเข้าไปอ่านผ่านๆ เพื่อจับอารมณ์ของเม่าทั่วๆไป) เม่าน้อยคนนี้ เพิ่งขาดทุนมาอย่างหนัก จากการไปเป็นเหยื่อของพวก "เชือดเม่า"  โดยที่เขาจะใบ้หุ้นว่า หุ้น(เน่า)ตัวนี้จะวิ่ง โดยก่อนหน้านี้ กลุ่มเชือด จะไปซื้อหุ้นเก็บไว้ล่วงหน้าแล้ว  พอมีเหยื่อหลงเชื่อ  กลุ่มเชือดก็จะขายหุ้นเน่าๆ ยัดใส่มือให้เหยื่อทันที เอากำไรเข้ากระเป๋าแล้วเผ่นทันที  ส่วนเหยื่อก็ติดหุ้นเน่าอยู่แบบนั้น จนขนาดบางที cut loss ก็ยังไม่ได้ เพราะมันเป็นหุ้นเน่าที่ขาดสภาพคล่อง

ด้วยความสงสาร..  ผมจึงพยายาม แนะนำแนวทางที่ถูกต้องในการลงทุนในตลาดหุ้น ให้เม่าคนนั้นอ่าน...
แต่... ผมคงเป็น ครูที่แย่มากๆ...   เพราะหลังจากนั้น  เม่าคนดังกล่าว...  ก็ทำทุกอย่างเหมือนเดิม ด้วยการถามคนในห้อง Line  ว่า...   ซื้อหุ้นตัวไหนดี ?    บอกหน่อย....
เฮ้อ.....

เนื้อหาด้านล่างนี้ คือ ข้อความที่ผม พยายามพิมพ์เพื่อแนะนำ เม่าคนดังกล่าว...  ไหนๆ พิมพ์แล้ว จึงอยากเอามาแชร์ให้อ่านกัน  เผื่อมันจะมีประโยชน์กับใครสักคน ที่คิดจะลงทุนในตลาดหุ้น  ผมก็จะดีใจครับ

-----

ผมขอแนะนำ  แนวทางหลักๆ ให้คุณไปศึกษา หาความรู้เพิ่มเติมเอาเองนะครับ   โดยเริ่มจาก สิ่งสำคัญที่สุด 3 สิ่งในการลงทุนคือ...
1. Money Mangement
2. จิตวิทยาการลงทุน
3. ขจัด และ จำกัด การขาดทุน (กฎข้อแรกของ Warren Buffet คือ อย่าขาดทุน  กฎข้อที่สองคือ กลับไปอ่านกฎข้อที่หนึ่ง)

โดยทั่วไป หลักสูตรสอนเล่นหุ้น จะไม่พูดถึง สามหัวข้อนี้เท่าไร  มักจะไปพูดเรื่อง การทำกำไรจากตลาดหุ้นกันเกือบทั้งหมด  และ สร้างความเพ้อฝันต่างๆนาๆ  แต่.. การทำกำไรจากตลาดหุ้นนั้น  ไม่มีประโยชน์อะไร หากคุณไม่ได้เรียนรู้ และ ไม่เข้าใจถึง สามหัวข้อหลัก ข้างบนนี้  



จะเห็นได้ว่า ทั้งสามหัวข้อ  เน้นประเด็นที่ว่า ทำอย่างไร จึงจะไม่ขาดทุน จนหมดตัวเพราะตลาดหุ้น  ทั้งสามหัวข้อข้างบน ไม่มีหัวข้อไหน พูดถึงเรื่อง วิธีทำกำไรจากตลาดหุ้น  แต่เป็น 3 หัวข้อหลักที่สำคัญมากๆ  และคุณจะต้องทำความเข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง และ ต้องเข้าใจเป็นสิ่งแรก ก่อนจะเริ่มลงทุน



และ ในบรรดา ทั้งสามหัวข้อนี้  ที่ยากที่สุดคือ  จิตวิทยาการลงทุน  เพราะเป็นเรื่องของการทำจิตใจให้นิ่ง  อย่ากลัว และ อย่าโลภ  ซึ่งมันพูดง่าย.. แต่ทำยากที่สุด  ทุกวันนี้ ตัวผมเอง ก็มีปัญหาที่เรื่อง จิตวิทยาการลงทุน นี่แหละ  ใจยังไม่นิ่งพอ  และ ผมก็ยังคงต้องหาทางแก้ไขตัวเองต่อไป   



ส่วน money management นั้น น่าจะง่ายที่สุด  เพราะมีหลักการที่ทำตามได้อยู่แล้ว ลอง google ดู  ฝรั่งจะมีสอนกันอยู่   ส่วนการขจัดการขาดทุน ก็คงเป็นเรื่องยาว ที่ต้องเรียนรู้ และ สร้างระบบ ให้เป็นของตัวเอง เพื่อที่ว่า  จะไม่ขาดทุน ไม่ติดดอย  ในตลาดหุ้น   ส่วนกำไรน่ะ ไม่ต่องห่วงหรอกครับ  ให้ห่วงเป็นสิ่งแรกว่า ทำอย่างไรจึงจะไม่ขาดทุนก่อน ดีกว่าครับ



เมื่อศึกษาทำความเข้าใจใน หัวข้อสามข้อ ข้างต้นได้อย่างเข้าใจถ่องแท้แล้ว
จึงค่อยศึกษาแนวทางการลงทุน หนึ่งในสองแบบนี้คือ

1. Vaulue Investor

2. Technical Analysis

(ผมจะไม่พูดถึงแนวทาง อื่นๆ ที่ผมเห็นว่า ไร้สาระ หรือ เป็นแนวทางที่ผิดๆนะครับ เช่น เล่นหุ้นแบบอาศัยโหราศาสตร์ ดูดวงดาว เป็นต้น)



การลงทุนทั้งสองแบบนี้ มีข้อดี ข้อเสีย จุดอ่อน และ จุดแข็ง   ให้ศึกษาทั้งสองแนวทาง ทำความเข้าใจ  แล้วจึงดูว่า ตัวเองมีความถนัด และ ชอบ ในการลงทุนแบบใดมากกว่ากัน   แต่ไม่ว่า จะเลือกแนวทางใด ขอให้ลงทุนด้วยความเข้าใจ  และ  ทำการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง ก่อน สัก 1 ปี  แล้วจึงค่อยเทรดจริงครับ  โดยทั่วไป มือใหม่ จะสับสนมาก ระหว่างสองแนวทางนี้  เช่น ตอนซื้อ เป็นนักเก็งกำไรสาย technical แต่พอผิดพลาด ไม่มีวินัย ไม่ยอม cut  แปลงตัวเองกลายเป็น VI ไปซะงั้น   ดังนั้น จะไปทางไหน ขอให้ยึดมั่นในแนวทางให้มั่นคง  



ความยากของ VI คือ การวิเคราะห์ พื้นฐานได้อย่างถูกต้อง  หา margin of safety ที่เหมาะสม  หากวิเคราะห์พื้นฐานผิด  ความเสียหายจะสูง  VI จะไม่ซื้อขายบ่อยๆ  โดยเฉพาะหากตลาดมี PE สูงๆ  VI จะไม่ซื้อหุ้นเลย  ความรู้สาย VI มีคนคอยให้ความรู้ดีๆหลายๆท่าน  ให้ลองฟังจาก ดร.นิเวศน์ ครับ อย่างไรก็ตาม  หลักการของ VI นั้น พูดง่าย และไม่มีอะไรเป็นความลับ แต่ทำยากมากๆ  โดยเฉพาะการวิเคราะห์พื้นฐานหุ้นให้ถูกต้อง  ทำได้ยากมากๆ  ต้องทำการบ้านหนัก  อ่านข้อมูลอย่างหนัก  อย่างที่คุณ โจ ลูกอีสาน บอกว่า ให้พลิกหินทุกก้อน ขึ้นมาดูให้หมด  และ จะต้องมองทุกอย่างได้อย่างถูกต้องครับ 



ความยากของ Technical คือ การค้นหา ระบบในการเทรด ที่ถูกต้อง  ระบบต้อง clear cut ชัดเจน   จะต้องไม่เป็นการใช้จินตนาการ  พอจินตนาการผิด ก็จินตนาการใหม่   ไม่ใช่ลากเส้นผิด ขอลากเส้นใหม่   ไม่ใช่นับคลื่นผิด ขอนับคลื่นใหม่  ในสาย Technical จะไม่มีใครบอกใครว่า ระบบที่ work นั้น คือ อะไร  ระบบของสาย Technical นั้นเป็นความลับ  เพราะทุกคน ล้วนต้องการ เป็นส่วนน้อยของตลาด จึงจะเอาตัวรอด และทำกำไรได้  คุณจ่ายค่าคอร์สเท่าไร ก็ไม่มีใครยอมสอนคุณหรอกครับ  ดังนั้น ระบบที่ว่า คุณต้องเรียนรู้ ค้นคว้า และทำการ back test ด้วยตัวเอง  จนกว่า จะพบระบบที่ถูกต้อง



ทั้งหมดที่กล่าวถึง เป็น หัวข้อหลักๆ  แนวทางหลักๆ  ที่คุณจะต้องนำไป ศึกษาค้นคว้า รายละเอียดด้วยตัวเอง  ผมจะไม่อธิบายอะไรไปมากกว่านี้  ดังนั้นอย่าถาม  ผมจะไม่ตอบ   หากคุณอยากจะประสบความสำเร็จ  คุณก็ต้องทำงานอย่างหนัก   อย่าอาศัยจมูกคนอื่นหายใจ   อย่าถามคนอื่นว่า จะซื้ออะไร เมื่อไร อย่างไร  คุณต้องตัดสินใจเองได้ และ รู้ก่อนที่คนอื่นจะรู้  คุณไม่จำเป็นจะต้องไปจ่ายค่าเรียนแพงๆ  ทุกๆอย่าง มีอยู่ใน internet   อ่าน ศึกษา ค้นคว้า ทดลอง ทดสอบ  หากล้มเหลว ทำซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ จนกว่า คุณจะพบแนวทางของคุณเอง



เล่นหุ้น ให้ชนะก่อน  อย่าไปยุ่งกับอย่างอื่น  เช่น อย่าไปยุ่งกับ Tfex ,  DW,  Block trade , ทองคำ , น้ำมัน..  อย่าไปยุ่ง คุณจะหมดตัวได้ง่ายๆ

และที่ยากที่สุดคือ Forex  หากไม่แน่จริง อย่าไปยุ่งกับ Forex เด็ดขาด



อย่าเพิ่งเทรด หรือ ทำอะไรเพิ่มเติม ทั้งสิ้น  ศึกษา ค้นคว้า และ อ่าน อย่างเดียวอย่างน้อย 1 ปี ขึ้นไป และหากยังไม่พบแนวทางที่ถูกต้อง ก็ให้กลับไป อ่านเพิ่มเติม ทดลอง ทดสอบ bakc test เพิ่มเติม  อย่าคิดว่า จะมีทางลัดครับ  มันไม่มีทางลัด และ ไม่มีทางที่ง่ายๆ  มันจะยาก หนัก และ โหดร้าย ครับ  ขอให้โชคดีครับ



And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง