• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
09 December 2019, 06:04:20 am

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


เม่าน้อย.... รำพึง

Started by poj, 11 November 2019, 02:08:37 pm

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

poj

11 November 2019, 02:08:37 pm Last Edit: 12 November 2019, 02:29:35 am by poj
https://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=1&t=62744&fbclid=IwAR2zLgtz1znDYR0719BS51VJ_tfe3iRpRgqeFtm4XQMAzi_ds9ddaE-tACA

การมีกลุ่มหรือก๊วนนักลงทุน จำเป็นสำหรับการลงทุนมั้ยครับ?

ไม่จำเป็นเลยครับ    ไม่ต้องอะไร  ผมอ่านที่เขาคุยกันในกลุ่ม line หุ้น  เกือบทั้งหมด  คุยกันแบบ  ไม่รู้เหนือ รู้ใต้ อะไรเลย  แทบจะไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ใดๆให้อ่านเลย  เล่นคนเดียว คิดเองเงียบๆนี่ละครับ ดีที่สุด
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

poj

AWC  ไหล....    รูด.....   หลุด 6 บาท
อวสานหุ้น PE สองร้อยกว่าๆ... 
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

poj

12 November 2019, 06:31:43 pm #2 Last Edit: 12 November 2019, 06:52:12 pm by poj
SHR หุ้น IPO เข้ามาปุ๊ป ก็ไหลรูด ไม่ให้ตั้งตัวกันเลย
ตลาดก็ไม่ได้ลง  บวกด้วยซ้ำ 
ใคร ทำ อันเดอร์ไร้ท์ เนี่ย...   ถือว่า ไม่ดูแล หุ้นตัวเองเลยนะครับ  แย่....

Quoteนอกจากนี้ SRH ยังได้ลงนามแต่งตั้งผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย โดยมี บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ เครดิตสวิส ประเทศไทย จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย และผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย อีก 4 แห่ง ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โดยมีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนจำหน่ายหุ้น โดย SHR เตรียมพร้อมเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในกลางเดือนพฤศจิกายน 2562
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

poj



ใครทำ อันเดอร์ไร้ท์   จดชื่อ เอาไว้ให้หมดเลยนะครับ
และ หุ้นของ ภิรมย์ภักดี ก็อย่าไปซื้อมันครับ 
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

poj

กรณี ของ AWC ถือว่าต่างกัน  เพราะ ถึงแม้ PE จะสูงเหมือนๆกัน  แต่ คนที่ทำ อันเดอร์ไร้ท์  มีความรับผิดชอบ ที่จะดูแล  ไม่ให้ต่ำกว่าราคาจอง มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง  หากอยากปล่อย ก็ปล่อยได้ ในราคาที่ไม่ขาดทุน  ซึ่งถือว่า บัวหลวง ทำมาได้ดีเสมอ คือ ถึงไม่กำไร  แต่ จะไม่ขาดทุน เพราะเขาดูแลหุ้นได้ดี (หากขายไปในขณะที่ยังขายได้ในราคาไม่ต่ำกว่าทุน  ส่วนหากใครไม่ขายเอง อันนี้ถือว่า ต้องรับผิดชอบตัวเอง)

แต่..  SHR  ไม่ได้เปิดโอกาสให้ขายในราคาทุนเลย  เปิดตลาดมา ก็ไหลรูด ขาดทุนอย่างรวดเร็ว และ รุนแรง
ก็คงต้องถามละครับว่า ว่า จะยังไปยุ่งกับคนที่ทำ อันเดอร์ไร้ท์  แบบนี้อีกหรือครับ ?

หากผมเป็นลูกค้าของ Broker เหล่านี้ สิ่งแรกที่ผมจะทำคือ ไปปิดบัญชี และ เลิกเทรด เลิกยุ่ง กับ broker เหล่านี้ทันทีครีับ
เพราะผมถือว่า ในเมื่อพวกคุณ ไม่ดูแล รายย่อย  แล้ว ปล่อยให้รายย่อย ขาดทุนรุนแรงขนาดนี้  ในขณะที่เจ้าของหุ้น รวยเละ รวมทั้งคนที่ทำอันเดอร์ไร้ท์  และ ทุกๆคน รวมทั้ง เซียนที่เขียนเชียร์  แต่ละคน รวยกันเละ

มีแต่ เม่า ที่เจ๊ง ?
แบบนี้ ต้องเลิก คบ กันครับ
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

poj

บทความนี้ เขียนได้ถูกใจผมมากครับ

บทความจาก Wattana Stock Page
https://www.facebook.com/wattana.stock.page/posts/1168035353391245?__tn__=K-R

IPO - ความผิดอยู่ที่ใคร แต่ที่แน่ๆ ต้องไม่ใช่ลูกค้า
14 พฤศจิกายน 2562 / 13.35 น.
หุ้น IPO ปัจจุบันนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนเสียแล้ว ยุคที่ลูกค้าต้องเที่ยวควานหาหุ้น IPO เพราะไม่ว่าจะเป็นบริษัทอะไร เข้ามาก็ได้กำไรกันเป็นกอบเป็นกำ
นอกจากนั้น ภาวะตลาดที่เปลี่ยนไปมาก คือมีการเปลี่ยนมาเล่นหุ้นขนาดใหญ่ที่พอจะมีพื้นฐานรองรับกันมากขึ้น อีกทั้งภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้กระแสของหุ้น IPO นั้น ไม่เหมือนแต่ก่อน

เดี๋ยวนี้แม้จะเป็นลูกค้ารายย่อย ก็ต้องรู้จักวิเคราะห์ พิจารณาให้รอบคอบว่าควรจะจองหรือไม่จองหุ้น IPO
เรื่องมันเกิดเป็นประเด็นขึ้นมา เพราะช่วงนี้ มีหุ้น IPO เรียงหน้าเข้าซื้อขายติดๆกันหลายตัว ตัวที่มีกำไรก็ไม่ใช่จะกำไรมาก แต่พวกที่ขาดทุนนี่มันไม่ใช่นิดๆหน่อยๆ เพราะมากกว่า 10% กันทั้งนั้น

ในช่วงระหว่างที่จอง IPO ที่ขายไม่ออก ก็ถูกส่งลงมาให้บรรดานักลงทุนแมงเม่าทั้งหลาย ชนิดที่ว่าแทบไม่เคยได้รับ IPO มาก่อน แต่ก็กลับมาได้ ทั้งๆที่จำนวนหุ้นที่จัดสรรก็ไม่ได้มากมายนัก

หลังจากถามไถ่ดูว่าเป็นบริษ่ัทอะไร ธุรกิจอะไร สรุปว่า ลูกค้าปฏิเสธที่จะจองกันเยอะ ทำให้ของเหลือบาน ขายกันไม่ออก
เรื่องราวจึงร้อนไปถึงฝ่ายวาณิชธนกิจ ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการเงิน และผู้จัดจำหน่าย เพราะส่วนใหญ่การขายหุ้น IPO นั้นเป็นแบบประกันการขาย นั่นคือ ถ้าขายไม่หมด พอร์ตบริษัทต้องรับเข้าไปเอง

อยู่ๆจึงมีการเรียกประชุมมาร์เก็ตติ้งกันยกใหญ่ พร้อมกับคำสั่งจากเบื้องบนลงมาว่า "ต้องขายให้หมด" พร้อมกับคำกระแนะกระแหนที่ว่า
"ทีตอนไม่มีจะให้ล่ะอยากได้กันจัง แต่พอมีให้กลับไม่เอา"
แถมยังมีการขู่มาร์เก็ตติ้งด้วยว่า "ถ้าลูกค้าคนไหนไม่จองหุ้น (ที่ขายไม่หมด) ตัวนี้ ต่อไปอย่าหวังว่าจะได้หุ้น IPO"

เวรกรรมจึงตกลงมาถึงบรรดามาร์เก็ตติ้งโดยเฉพาะโบรกที่เป็นแกนหลัก เพราะอยู่ในภาวะที่เรียกว่า กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
รู้ทั้งรู้ว่าหุ้นไม่ดี มันแพง แต่ข้างบนก็บีบมาให้ขายให้ได้ ครั้นจะเอาไปให้ลูกค้าก็กลัวลูกค้าขาดทุน และอาจทำให้เสียลูกค้าไปเลยก็เป็นได้
ทำได้ดีที่สุดก็คือ พูดกลางๆ ไม่เชียร์ เกิดลูกค้าจองไปแล้วขาดทุนจะได้ด่ามาร์เก็ตติ้งไม่ได้

แต่ที่เลวร้ายก็คือ บางทีลูกค้าต้องยอมจองหุ้น IPO ที่คิดอยู่แล้วว่า "ไม่ดี" เพียงเพราะต้องการช่วยมาร์เก็ตติ้ง
คำถามจึงเกิดขึ้นว่า "ใครผิด" ในเรื่องราวทั้งหมดนี้

บริษัทในฐานะที่่เป็นที่ปรึกษาการเงินอ้างว่า ลูกค้าจะเลือกแต่ตัวที่ดีๆไม่ได้ ตัวไหนไม่ดี ก็ต้องมีปนกันไปบ้าง ถ้าจะจองต้องจองทั้งตัวที่ดี และตัวที่ไม่ดี
มีนักลงทุนรายใหญ่มากคนหนึ่ง เคยพูดว่า เวลามีหุ้น IPO ที่โบรกจัดสรรมาให้ ถึงรู้ว่ามันไม่ค่อยดี มีโอกาสที่จองแล้วจะขาดทุน ก็ต้องยอมจอง เพราะตัวที่ดีมันก็มี ก็ถือว่าช่วยๆกันไป กลบๆกันไป

แต่คำพูดแบบนี้ ใช้กับนักลงทุน "รายย่อย" ไม่ได้
เพราะนักลงทุนรายย่อย แทบไม่เคยมีโอกาสได้หุ้น IPO ที่มันดีๆเลย ทำนองที่ว่า หุ้นดีบริษัทก็เอาไปให้นักลงทุนพอร์ตโตๆ หรือพวกที่เปิด private fund กับบริษัท รายย่อยแทบไม่เคยได้

ที่เหลือลงมาให้รายย่อย ก็มีแต่ "IPO ขยะๆ" ที่แม้แต่ตัวบริษัทเองยังไม่อยากรับเข้าพอร์ตเลย
ดังนัน จะมาคิดทวงบุญคุณกันแบบนี้กับนักลงทุนรายย่อย มันไม่ "ทุเรศ" เกินไปหน่อยหรือ?
เพราะถ้าคุณให้ตัวที่กำไรมาบ้าง เราก็คงพอคิดจะช่วยเหลือกันได้ (ทั้งๆที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น)
แต่นี่ เราแทบไม่เคยได้เลยไง

คือในสายตาของฝ่ายวาณิชธนกิจของโบรกที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการเงิน คุณคิดว่า พอร์ตเล็กๆน้อยๆของนักลงทุนรายย่อยที่เป็นลูกค้าของคุณ เป็นเหมือน ถังขยะ ที่จะเอาของเหลือเดนจากที่ไหนมาปล่อยให้ก็ได้เช่นนั้นหรือ
นี่หรือ คือ ความคิดที่บริษัทมีต่อลูกค้าผู้ซึ่งอย่างน้อยก็สร้างรายได้ให้กับพวกเขา

งั้นผมขอย้อนถามกลับไปหน่อยว่า
1. ถ้ารู้ว่าบริษัทนี้มันไม่ดี คุณจะรับทำ IPO ตั้งแต่ต้นทำไม ไม่ใช่เพราะความหิวกระหายในค่าตอบแทนหรอกหรือ ที่ยอมให้คุณเอาของเน่ามาแต่งตัว ปัดฝุ่นให้มองไม่เห็นความเน่าเฟะข้างใน แล้วเอามาขายให้ลูกค้า
ถ้าความเลวร้ายมันเกิดเพราะตัวบริษัทในภายหลัง ก็อภัยกันได้ แต่หลายครั้งพวกคุณรู้อยู่แก่ใจ ว่าของมันไม่ดี แต่คุณก็ยังรับดีล

2. ราคาที่คุณตั้งแทบหาความสมเหตุสมผลไม่เจอ แต่คุณก็อ้างความสมเหตุสมผลจากสมมติฐานที่คุณวาดขึ้นมาเองอย่างสวยหรูเกินเหตุ เพื่อให้สามารถตั้งราคาสูงได้
ลูกค้าก็ไม่ได้โง่กันแล้ว ถ้าของมันแพง เขาก็ย่อมไม่อยากได้ พอบ่นว่าแพง ก็บอกว่ามันมี growth
อ้าว แต่ราคาที่ขาย มันก็รวมไอ้พวก growth ที่ว่าไปหมดแล้วตั้งแต่วันนี้ไม่ใช่หรือ
เท่ากับว่า เราต้องจ่ายเงินเท่านี้เพื่อซื้อหุ้นตั้งแต่วันนี้ เพื่อรอให้อีก 2 - 3 ปีข้างหน้า ถ้ามันเป็นไปอย่างที่คุณประเมินไว้ มันก็จะเป็นราคานี้แหล่ะ
ก็ไม่รู้คุณกับผมเรียนตำราเดียวกันมาหรือเปล่า เอาของในอนาคตมาขาย มันต้อง discount หรือให้ส่วนลดนี่นา แต่นี่ซื้อวันนี้กลับบวกเพิ่มเว้ยเฮ้ย

3. ลูกค้าของที่มีบัญชีหุ้น ก็ถือเป็นลูกค้าของบริษัทของคุณ แต่ทำไมฝ่ายวาณิชธนกิจถึงมองแต่ประโยชน์ที่ฝ่ายตนเองจะได้รับ คือพยายามตอบสนองความต้องการของบริษัทที่ต้องการ IPO แต่ฝ่ายเดียว
นั่นคงเป็นเพราะนั่นเป็นลูกค้าโดยตรงของคุณ รายได้เข้าฝ่ายของคุณ คุณจึงให้ความสำคัญแต่กับสิ่งที่จะสร้างรายได้ให้คุณ เพราะลูกค้าพอร์ตหุ้น ถ้าเทรด ถ้ารวยแล้วเทรดเยอะ ก็เป็นรายได้ฝ่ายอื่น ไม่ใช่ฝ่ายของคุณ

การมองแบบนี้ เป็นการมองแบบ "เห็นแก่ตัว" เพราะคุณมองแต่รายได้ของแผนก ไม่ได้มองบูรณาการเป็นองค์รวมถึงทั้งองค์กรว่า การที่คุณจะทำดีลดีลหนึ่ง คุณต้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง "ทั้งหมด" ได้ประโยชน์ร่วมกัน
ไม่ใช่ให้ฝ่ายหนึ่งมีความสุข บน "ความเจ็บปวด" ของอีกฝ่ายหนึ่ง

จำไว้นะครับว่า ลูกค้ารายย่อย ไม่ได้อยู่ในฐานะที่ต้องมาแชร์การขาดทุน ในเมื่อคุณแทบไม่เคยแชร์กำไรให้เขาเลย
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

poj

BC หุ้น IPO เข้ามาเทรดได้สองวัน
ราคาจอง 2.86
เปิดตลาด เริ่มจาก 2.50  แล้วไหลรูดลงไปเรื่อยๆ  จนต่ำสุดที่  1.80
จดชื่อ คนทำ underwrite นะครับ  เอเซียพลัส หรือ ASP ครับ
ผลงานในอดีตอีกตัวคือ เอา PACE เข้าตลาด


BC เป็นผลงานของบริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส จำกัด ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน นำเข้าจดทะเบียนในตลาด mai โดยนำหุ้นจำนวน 167 ล้านหุ้น เสนอขายนักลงทุนในราคา 2.86 บาท สูบเงินจากนักลงทุนไปทั้งสิ้น 477.62 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส จำกัด เคยเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ PACE ซึ่งเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ด้วยเกณฑ์มาร์เกตแคป หรือเกณฑ์มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเมื่อปี 2556
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

poj

17 November 2019, 02:08:51 pm #7 Last Edit: 17 November 2019, 02:10:36 pm by poj
ผมเพิ่ง ออกจากห้อง line หลายๆกลุ่ม
ตอนแรกที่เข้าไป ผมก็คิดเพียงว่า อยากจะอ่าน อารมณ์ของเม่า ทั่วๆไป
แต่... ยิ่งอ่าน ยิ่งอ่าน  ผมก็ยิ่งรู้สึก รำคาญ  และ รู้สึกว่า ผมกำลังอยู่ใน มลภาวะ  ที่ไม่เป็นผลดี อะไรต่อผมเลย
ถึงที่สุดแล้ว ผมก็ leave chat  ออกมาครับ  ไม่รู้จะอดทน อ่านไปทำไม

มีคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว อะไร  มั่วหลักการเละเทะ ไปหมด
ไม่รู้อะไร แต่เขียนเหมือน รู้มากที่สุด   เดี๋ยวก็อ้าง VI  เดี๋ยวก็อ้าง Technical เดี๋ยวก็เก็งกำไร  เดี๋ยวก็ถือยาวลงทุน
ไม่รู้ว่า พี่แก จะเป็นอะไรกันแน่ ?

แล้วก็เที่ยวไปสอนคนอื่นๆ ผิดๆถูกๆ ไปหมด  เขียนอะไร มั่วไปหมด
ผมไม่อยากนึกถึง ชะตากรรม ของเม่าทั้งหลายในห้อง line เหล่านี้จริงๆ  แต่ช่างมันเหอะ ไม่ใช่เรื่องของผม
leave chat ดีที่สุด
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง