• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
21 July 2019, 06:49:30 pm

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


DIY Non-Oversampling DAC ของคุณอาร์ต

Started by poj, 15 July 2002, 05:20:56 pm

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

poj

DIY Non-Oversampling DAC
งบประมาณในการสร้างประมาณ 6,000 บาท
สร้างและออกแบบ โดย คุณอาร์ต
ทดลองฟังโดย พจน์ อุดมลาภสกุล
15/7/45

รายละเอียดเกี่ยวกับ Non-Oversampling DAC (NOS DAC) หาอ่านได้ในกระทู้นี้นะครับ Why Non-Oversampling? ในรายงานผลการทดลองฟัง Non-Oversampling DAC  นั้น  ผมจะเขียนสรุปความเห็นของผม ต่อ NOS DAC ตัวนี้เลย  

ในการทดลองฟัง ผมเปิดเครื่องทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมงล่วงหน้า และได้ทดลองสลับปลั๊กไฟดู ซึ่งเท่าที่ฟังก็มีผลต่อเสียงอยู่บ้าง และเพื่อความเป็นธรรมในการทดลองฟัง ผมจึงเสียบสายไฟของ NOS DAC เข้ากับ Power wedge 216p ให้เหมือนกับตอนที่ผมใช้ Theta Chroma ใน system ของผม    Transport เป็น CEC TL5100  สาย Digital เป็นสาย illumination D60 ครับ

วิธีการใช้ก็ง่ายๆครับ ต่อสายไฟ  ต่อสายสัญญาน digital และต่อสาย audio out ไปเข้าปรีแอมป์   หลังจากนั้น ในทุกครั้งก่อนที่จะทดลองฟัง เราจะต้องใส่ถ่านไฟฉายให้เข้าที่ของมันก่อน (คุณอาร์ตบอกว่า เอาไว้ใช้จุดไส้หลอด)  เปิด switch ON  เท่านี้ มันก็พร้อมจะใช้งานได้แล้ว  หลังจากฟังเสร็จ ก็ปิด  switch power แล้วเอาถ่านไฟออก เท่านั้นเอง  ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากมากนัก

บุคลิกของ NOS DAC[/u]
NOS DAC ตัวนี้ tonal balance จะออกไปทางเย็นมากกว่าอุ่น  เนื้อเสียงไม่ถึงกับแห้ง แต่ก็พร่องใน body ของเสียง  เสียงของ NOS DAC จะไม่ค่อย  relax นัก บุคลิกเสียงจะไปในทางเสียงที่เรียกกันว่าสด  speed ของเสียงจะค่อนข้างเร็ว เสียงไม่ออกลักษณะที่เรียกว่าฉ่ำนัก  ลักษณะของเสียงกลางจะค่อนข้าง Forward ทีเดียว เมื่อคุณฟัง NOS DAC ตัวนี้กับเพลง Rock น่าจะเหมาะกว่าเพลง classic หรือ Jazz  มันไม่ควรนำไปใช้กับ system ที่เสียงออกไปในทางที่เย็น แห้ง หรีอ คมอยู่ก่อนแล้ว

จุดเด่นของ NOS DAC[/u]
เท่าที่ฟัง ผมคิดว่า จุดเด่นที่สุดของ NOS DAC คือ คุณภาพของเสียงเบสครับ เป็นเสียงเบสที่ลงลึกกว่า สะอาดกว่า และมีรายละเอียดมากกว่า Theta  Chroma ชัดเจน  เสียงเบสของ Theta Chroma จะทึบๆทึมๆ ตื้อๆกว่า NOS DAC ตัวนี้   อันนี้ฟังได้ชัดเจนจากแทร็คของ smell like teen spirit / Nirvana (MFL CD)  การแยกจากกันระหว่างเสียงของเบส กับ กลอง นั้น ทำได้ดีครับ

อีกจุดหนึ่งที่ NOS DAC ทำได้ดี คือ Low level detail ทำได้ดีกว่า Theta Chroma แต่มันก็แลกมาด้วยข้อเสียในด้านของเสียงที่เรียกว่า bright ของ NOS DAC ซึ่งเดี๋ยวจะไปพูดถึงในส่วนของข้อด้อย

Macro - Micro dynamic ดี  โดยเฉพาะ Micro Dynamic เรียกว่าดีกว่าระดับเฉลี่ยทั่วๆไป   Impact ก็ดีด้วย ดีกว่า Theta ชัดเจนเช่นกัน

จุดด้อยของ NOS DAC[/u]
จุดด้อยที่สุดของ NOS DAC ในความเห็นของผม เห็นจะต้องบอกว่า คือ คุณภาพของเสียงแหลมครับ  มันออกคม bright แล้วก็จัดกว่าที่มันควรจะเป็น และนั่นมันทำให้ผมเกิดอาการหูล้าได้เร็วขึ้น  โดยปกติผมจะฟังเพลงค่อนข้างดัง จึงทำให้อาการนี้เกิดขึ้นชัดเจนมากขึ้น หากว่าลดระดับเสียงลง อาการนี้ อาจจะเห็นน้อยลง  เสียงแหลมที่ว่า สังเกตุได้จาก เสียงของเปียโนเวลาที่ hit note สูงๆ  หรือเสียงฉาบที่ตีในแผ่น Arnold Overture ก็ได้ครับ จะแสดงอาการนี้ออกมาชัด

เนื้อเสียงกลางนั้น ยังสู้ Theta ไม่ได้ รวมถึงเสียงแหลมด้วยครับ  ลักษณะของ NOS DAC จะให้เสียงกลางที่ forward ชัดเจน  ทำให้ soundstage นั้น มีความตื้นมากกว่า Theta ชัดเจน  แต่ในด้านความกว้างของ Soundstage นั้น ใกล้เคียงกันโดย Theta ชนะอยู่นิดหน่อย  เนื้อเสียงกลางของ NOS DAC  ติดออกจะหยาบกว่า Theta  ซึ่ง grain เสียงของ Theta จะเนียนกว่า NOS DAC ค่อนข้างชัด

ที่แปลกคือ  ถึงเสียงจะ bright กว่า Theta  แต่ Focus นั้น  Theta กลับทำได้ดีกว่า NOS DAC ครับ  ทั้งๆที่เสียงจะผ่อนคลายกว่า NOS DAC ด้วยซ้ำ  อันที่จริง เครื่องที่ bright และคมกว่า น่าจะให้ focus ที่คมกว่านะครับ

และนั่นรวมถึงลักษณะที่เรียกว่า tansparency ด้วย  เสียงของ theta ให้เวทีเสียงที่โปร่งใส สะอาดกว่า NOS DAC เช่นกัน  
Layer ใน soundstage ของ NOS DAC ก็จะด้อยกว่า Theta เช่นกัน

ในด้านของบุคลิกนั้น เสียงของ NOS DAC จะบางกว่า Theta   ถึงจะไม่ถึงกับแห้งมากๆ แต่มันก็พร่องในเนื้อเสียง  body ของเสียง  อันนี้ฟังได้จากแทร็คหนึ่งของ Opus/Test CD เสียงเปียโน ที่อยู่ซ้ายสุดของเวทีเสียง ขาด body ของเสียงชัดเจน  หรือฟังจากแผ่นของ The Weavers/Reunion at carnegie hall เสียงกีตาร์ด้านซ้าย ก็มีอาการขาด body ของเสียงเช่นกัน

สรุป[/u]
หากว่า ให้ผมเลือกระหว่าง Theta Chrom 396 กับ DIY NOS DAC ตัวนี้  เห็นจะต้องบอกว่า ผมเลือก Theta Chroma ครับ  ถึงเสียงเบสของ Theta จะด้อยกว่า NOS DAC ชัดเจน  แต่เสียงแหลมที่คม จัด และติด bright นั้น ทำให้เสียงของมันไม่ relax ไม่ผ่อนคลาย ฟังแล้วจะเครียดกว่าฟัง Theta

แต่ในขณะเดียวกัน เราต้องไม่ลืมว่า Theta Chroma นั้น ราคาประมาณ $850-$900 ทีเดียว  ในขณะที่ราคาของ NOS DAC ตัวนี้ต้นทุนในการทำเพียง 6,000 บาทเท่านั้น

ทีนี้หากว่าเราคิดว่ามันเป็น DAC ที่ราคาต่ำกว่าหมื่นบาท  มันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดหรือไม่
อันนี้ผมตอบไม่ได้ เพราะผมไม่ได้ฟัง DAC ในระดับราคาดังกล่าวหรือ ต่ำกว่าสองหมื่นเลย  ผมไม่แน่ใจว่า หากเอามากัดกันจริงๆ  ผมจะคิดว่ายังไง  

แต่ผมคิดว่า หากคุณมี system ที่ออกไปในทางอุ่น เบสช้า อยู่แล้ว  และคุณมีงบจำกัด  การทำ NOS DAC ตัวนี้ขึ้นมาใช้ และนำไป matching กับ system เดิม  ก็อาจจะให้ผลที่น่าพอใจในระดับหนึ่งก็ได้

ผมคิดว่า จุดแรกที่ควรปรับปรุงของ NOS DAC คือ เสียงแหลม และเสียงกลาง ให้มีบุคลิกที่ relax มากขึ้น และ forward ให้น้อยลง  เพราะในด้านเสียงเบสของมันนนั้น เรียกว่าดีมากอยู่แล้วครับ  ในด้านเทคนิค ผมไม่มีความรู้เลย  แต่ผมคิดว่า NOS DAC ตัวนี้ น่าจะเป็นพื้นฐานที่ดีในการที่จะปรับปรุงมันในขั้นต่อไปครับ

เพิ่มเติม[/b]
ผมไม่แน่ใจว่าผลที่ได้นั้น เกี่ยวพันกับประเด็น Jitter ขนาดไหน  เพราะผมไม่มี jitter reduction อยู่เลย จึงไม่แน่ใจนักว่า หากว่าเป็น Transport ตัวอื่นจะให้ผลเช่นไรครับ                                                                                  



[!--EDIT|poj|Jul 15 2002, 18:18--]
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

Xex

:o ขอบคุณแทนๆชาว DIY มีมีนักวิจารณ์ แบบลึกๆหน่อย :D (ว่าไปนั่น)
เมื่อวานก็มี ลองฟังเครื่อง DAC กันครับ ประมาณ 4 ตัว หลายๆเวอร์ชั่น แต่เทคนิคเดียวกัน คือ None Oversampling ผมก็บ่นๆกับคุณอาร์ทว่า เอ เมื่อไร พี่พจน์จะวิจารณ์สักทีน๊า แสดงว่าเมื่อวานคำบ่นเป็นผลส่งไป จนพี่พจน์ลงมาวิจารณ์วันนี้ ผมเองนั้นอยากบอกเพื่อนๆในที่นี้ว่า เจ้า DAC ราคาไม่ถึงหมื่นตัวนี้ ราคาที่คุณพจน์บอกเป็นเพียงแค่ราคาต้นทุนจริงๆ เท่านั้น ไม่รวมอะไรเลย ไม่รวมค่าวิจัย ไม่รวมค่าซื้อหาของอะไรอีกต่างๆนา คุณอาร์ทเคยบอกว่า ถ้ามี สั่งให้ทำ ราคา ไม่ใช่ แบบนี้แน่นอน แต่แน่ๆ คือแกอาจจะไม่ทำนะครับ แต่ถ้าสนใจ และจะเรียนรู้ แกเต็มที่ครับ ราคาต้นทุน ไม่บวกค่าอะไรแน่ใจ (ผมใช้ ไอเดียแกบ่อย รอชั่วบินสูงกว่านี้หน่อยจะได้เป็นที่พึ่งพิงคนอื่นบ้าง)

นี่ถ้าคุณอาร์ท ลองกลับเอามา แก้ไข ปรับปรุง เล็กๆน้อย ผมว่าไม่ยากเท่าไรเลยครับ (แต่ยากมากสำหรับผม ฮา) ผมเองนั้นฟังไม่ค่อยออกว่าเป็นอย่างไร ได้แต่พื้นๆ เพียงได้แต่รู้ว่า ตัวเราเองนั้นชอบไม่ชอบอย่างไร และถ้าคุณอาร์ทนำมาจูนใหม่ ผมว่า ก็น่าจะกินกันได้ไม่ยาก ไม่ใช่ว่าจะเชียร์ DIY กันออกนอกหน้านะครับ แต่ คุณอาร์ท แกทำตามหูแกมากว่าผมว่า (ส่วนใหญ่ นัก DIY ก็งี้แหละครับ) นอกจากจะ เสียงลงเหวจริงๆค่อยว่ากัน

ไปละครับทำงานก่อน :musik004:                                                                                  



[!--EDIT|Xex|Jul 15 2002, 04:43--]

Art

เพิ่มข้อมูลทางเทคนิคให้ครับ

DAC ตัวนี้เป็น DAC Multi-bit ที่ความละเอียด 16 bit ไม่มีการ Oversampling และ Digital Filter ภาค Analog เป็นวงจรหลอด DC96 ให้ Output ต่ำกว่า CD ทั่วไปเล็กน้อย (น่าจะเกือบๆ 2V) ภาคจ่ายไฟสำหรับ Analog state เป็นหลอด EZ81 ครับ

ฮ่าๆ :D ผิดคาดแฮะ ตอนสร้างนั้นผมแทบจะไม่ได้จูนเสียงเบสเลยครับ ยังไงลำโพงผมก็ตอบสนองได้แค่ 60Hz ผมก็เลยไม่ค่อยได้สนใจมัน แต่กลับออกมาดี เท่าที่ผมสร้างมา อันนี้เป็นจุดเด่นของ Non-OS DAC เลยครับ เป็นทุกตัวเลย คือ Bass Defining จะดีมาก และ Dynamic ดี กลับกลายเป็นเสียงกลางที่ผมพยายามปั้นกลับออกมาไม่ดีเท่าไหร่ :frangend009: ถ้าตามบทวิจารณ์คุณพจน์ผมก็พอจะนึกออกว่าจะลองเปลี่ยนอะไรดูก่อน :supergrin: แต่ตอนนี้ของ่วนกับตัวใหม่ก่อนครับ ใกล้จะฟังได้แล้วครับ :musik004:                                                                                  
Art

poj

ผมคิดว่าถ้าเราจูนเสียงกลางและแหลมให้ผ่อนคลายมากขึ้น นุ่มขึ้น ทำให้มัน laid back อีกหน่อย  ผมคิดว่ามันจะน่ากลัวทีเดียวครับ  เพราะในส่วนอื่นๆก็ใกล้เคียงกับ DAC ราคาแพงของ Theta มากครับ                                                                                  
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

Art

บางที ชุดที่บ้านผมเป็นหลอดล้วน มันเลย Softening เรื่องความ Bright ลงมา ผมก็เลยจับความแตกต่างไม่ค่อยได้ครับ เรื่องความนุ่มกับเนื้อเสียงนี่ไม่ยากครับ แต่เรื่อง Laid back นี่ สงสัยต้องปรับ Power supply ใหม่ ขอบคุณนะครับสำหรับบทวิจารณ์  :daumenpos:

ตอนก่อนที่เพื่อนผมจะมายกไป ผมได้ C ของ Siemens มา และก็เลยลองเปลี่ยนลงไปแทน Vitamin Q ตอนแรกๆ ที่ฟังมันตื่นเต้นดีครับ เสียงมันคมขึ้น ห้วนขึ้นไปหน่อย แล้วก็ลืมเปลี่ยนกลับ ก็เลยเดาว่านี่อาจจะเป็นชิ้นส่วนแรกที่จะโดนเคียะออกครับ :lol: หรือไม่ก็ลงทุนกับ Jensen Copper foil in oil ซะเลย :P กระเป๋าเบาไปหลายวันแน่ :ph34r:                                                                                  



[!--EDIT|Art|Jul 16 2002, 11:14--]
Art