• Welcome to Thai Audio/Video Club. Please or
 
18 August 2019, 10:58:04 pm

News:

การลงทะเบียน ผู้สมัครต้องส่งบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนครับ (กำกับด้วยว่า ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดเท่านั้น  ปิดเลขบัตร ปิด barcode ปิด วันเกิด ปิดที่อยู่  เปิดแค่ชื่อ นามสกุล กับรูปภาพ ก็พอครับ) http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=2816.0


บทความจาก Night Owl

Started by Night Owl, 09 February 2003, 12:55:37 am

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

niko

อ่านบทความนี้บนเครื่องบิน ช่วงกรุงเทพไปญี่ปุ่น นึกแล้วว่าต้องเป็นคุณNightOwl
เพราะจำสำนวนได้ เขียนสำนวนได้ดี กินใจเช่นเคยค่ะ :aktion033:

เรื่องหอศิลป์เป็นความผิดหวังอันยิ่งใหญ่ของดิฉันทีเดียว เพราะดิฉันหวังไว้มากว่า จะได้เดินจากบ้านไปชมงานศิลปะดีๆให้ชุ่มฉ่ำใจ อีกอย่างที่อยากได้ก็คือห้องสมุดดีๆ ใกล้ๆบ้าน จะขอมากไปไหมน้า

จริงๆแล้ว จัดทัวร์แบบนั้นน่าจะดี ต่างคนต่างเที่ยวไปตามอัธยาศัย แล้วนัดมาเจอกันเป็นครั้งคราว สนุกกว่าทัวร์ต้อนเป็ดเยอะเลย ดิฉันไม่ชอบเที่ยวกับทัวร์ เพราะมักจะเสียเวลาช๊อปปิ้งเยอะ ทำให้ไม่ค่อยเห็นอะไร จริงๆแล้ว เที่ยวเอง อ่านไป เที่ยวไป ได้สัมผัสลึกซึ้ง และสนุกกว่านะคะ

อย่างไรก็ตาม ทริปนครวัดของดิฉันคงต้องแขวนขึ้นหิ้งไว้ก่อน ดูข่าวที่เกิดขึ้นแล้ว ชักแหยง :wacko:  

poj

ฮ่าๆ... :lol:
นี่โชคดีนะ ไม่ได้ไปนครวัดเอาตอนนั้นพอดี  ไม่งั้นละก็  คงเหมือนได้เล่นหนัง ตื่นเต้น ลุ้นระทึก  ด้วยตนเองเลยแหละ
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

supada

จริงด้วยๆ กำลังอยากจะไปนครวัดเหมือนกัน เลยต้องพับโครงการไว้ก่อน  :(  
"The more mediocre your music is, the more accessible it is to a larger number of people in the United States." ~ Frank Zappa ~

niko

ไม่ไหว ไม่ชอบเล่นหนังแอ๊คชั่น ไม่อยากเป็นนางเอกในเรื่องสี่ปีในนรกเขมร ภาคสอง แถมอาจจะต้องตามด้วย หนีแดนนรก ภาคสองอีกต่างหาก ยังไง รัฐบาลญี่ปุ่นคงไม่คิดตามหาตัวเจ๊แน่ๆ รัฐบาลไทยไม่ต้องพูดถึง ไม่มีงบแน่นอน

ตอนนี้ ยังสงสัยอยู่ว่า จะต้องเป็นตัวประกอบในเรื่อง The sum of all fear หรือเปล่า รัฐบาลอเมริกันยิ่งประกาศเหยงๆให้ซื้อของเตรียมตัวรับสถานการณ์อยู่

เฮ้อ ตอนนี้ อยากเล่นหนังรัก โรแมนติค มากกว่า ฮิๆ :wub:  

Night Owl

คุณ Niko หายไปนานเลยนะคะ :D
ไม่ชอบทัวร์เหมือนกันคะ  ไม่ได้แอ้มเงินดิฉันแน่
ชอบแบบลุยเองนะคะ นครวัดดิฉันก็ยังไม่ได้ไปเหมือนกันคะ  
แต่ตั้งใจเต็มที่ว่าต้องไปแน่นอน  ช่วงนี้คงไม่เหมาะ แน่:(
ไม่อยากไปอยู่เป็นเพื่อนนางอัปสรทั้งหลายนะคะ :P  

niko

มัวแต่เดินทาง เล่นกับหลาน และรับใช้นายพจน์ค่ะ เลยไม่ได้เข้ามาเยี่ยมเยียนซะนาน

ตอนนี้กลับมาบ้านแล้ว เลยมีเวลาเข้ามาคุยค่ะ -_-  

Night Owl

03 January 2004, 08:27:47 am #26 Last Edit: 03 January 2004, 08:35:09 am by Night Owl
บทความชิ้นที่สองของปี :P ( เพราะเขียนปลายปีที่แล้ว )
ก็เขียนตามสภาพความพร้อมของเวลาและอารมณ์ของผู้เขียนเช่นเคย :P
พบกันอีกทีปีหน้านะคะ.........  ฮ่าๆๆๆ :lol:





Thailand International Jazz Festival  II
ยกระดับได้แค่หูเท่านั้น  




ปีนี้เรียกว่าเป็นอีกปีที่คนไทยเรามีโอกาสได้ชมการแสดงดนตรีจากศิลปินต่างประเทศในระดับที่เรียกว่าไม่แห้งแล้งจนเกินไปนัก  หลายๆงานอยู่ในขั้นชวนจดจำและกล่าวขานกันชนิดมิรู้ลืม  แต่หลายๆงานก็ชวนสาบส่งให้ลงหลุมไปมิใช่น้อย   แน่นอนว่าเทศกาลดนตรี Thailand International Jazz Festival II ที่พึ่งผ่านพ้นไปสดๆร้อนๆนั้น  ย่อมถือเป็นไฮไลท์ส่งท้ายของความเคลื่อนไหวของแวดวงดนตรีในบ้านเรา   ที่มีแง่มุมให้ชวนพูดคุยกันไปอีกนานแสนนาน



เมื่อแรกที่ได้ยินข่าวการจัดงานและเห็นรายชื่อของบรรดาศิลปินที่จะมาเล่นงานนี้แล้ว  ยังคิดในใจเลยว่างานนี้ถ้าเอามาได้หมดตามที่ว่าไว้  รับรองระเบิดแน่  แม้ว่าชื่อชั้นและบารมีของหลายๆคนจะโรยราไปตามยุคสมัยแล้วก็ตาม  แถมบางวงนั้นต้องบอกได้ว่าเอาท์ไปแล้วสำหรับการนำมาขึ้นเวทีในระดับแจ๊ส เฟสติวัล  แต่เมื่อมองในแง่การตอบโจทย์ทางด้านการตลาดแล้ว  ก็นับว่าสนองรสนิยมของคนฟังแจ๊สกลุ่มใหญ่ในเมืองไทยที่ยังคงเป็นกลุ่มแจ๊สร่วมสมัยอยู่วันยังค่ำ  และครั้งนี้ยังครอบคลุมกลุ่มคนฟังหลายรุ่นวัยของบ้านเรา  ไม่ว่าจะเป็นพวกรุ่นใหญ่อดีตยับปี้ในยุค 80's และ 90's ที่ล้วนแต่มีเส้นทางการเริ่มต้นฟังแจ๊สไปพร้อมๆกับการก้าวล่วงสู่ยุคฟิวชั่นอย่างเต็มรูปแบบ รวมทั้งเป็นยุคเริ่มต้นการบูมของแผ่นซีดีนำเข้าในเมืองไทยด้วย  ฉะนั้นตั้งแต่นักฟังระดับฮาร์ดคอร์ไปจนถึงบรรดาอาเสี่ยเริ่มเล่นไฮเอนที่เดินกันให้ว่อนห้างโซโก้ที่เฟื่องสุดๆในยุคนั้น   ใครที่ไม่มีแผ่นแจ๊สของสังกัด GRP ,Warner Bros. Jazz  ที่ผงาดเป็นหัวหอกของแวดวงฟิวชั่นไว้เป็นยาสามัญประจำบ้านและรถแล้วละก็  ถือเป็นความอับอายในยุคนั้นทีเดียว  อย่าได้ริเชิญใครไปบ้านหรือขึ้นรถเชียวละ  เหมือนกับยุคนี้ที่ถ้าไม่ฟัง Diana Krall และ Norah Jones  นี่เอ๊าท์สุดๆ  และสำหรับกลุ่มคนฟังรุ่นใหม่  นอกจากศิลปินรุ่นเก่าที่แทบทั้งหมดเคยมาเปิดการแสดงเมืองไทยแล้ว (ยกเว้น Joe Sample และ Tuck & Patti )  ที่พวกเขาไม่เคยได้ชมกันมาก่อนแล้ว   ก็ยังมีวงอย่าง T-Square  ที่เป็นที่ชื่นชอบของรุ่นใหม่และฮือฮากันมากที่มาเล่นครั้งนี้  เหมือนที่ยุคสมัยหนึ่งที่รุ่นใหญ่เคยชื่นชมกับ Casiopea และ Naoya Matsuoka นั่นเอง  



แจ๊สเฟสติวัลครั้งนี้เลยมีเสียงโอดครวญผสมยี้จากบรรดานักฟังแจ๊สระดับฮาร์ดคอร์กันพอสมควรว่าไม่มีความหลากหลายพอ  ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ  แต่โดยภาพรวมที่ออกมาแล้วหากมองกันอย่างให้เป็นธรรมจริงๆแล้ว   นับว่าบรรดาชื่อชั้นศิลปินที่คัดสรรมาครั้งนี้อยู่ในระดับที่สอบผ่าน  ด้วยว่ามีตัวแม่เหล็กในระดับที่ดึงดูดคนฟังได้โขอยู่   ไม่ใช่เอาวงกเฬวรากที่ไหนมาย้อมแมวขายทั้งท.ท.ท และคนดู   แม้ว่าคุณภาพของการแสดงในครั้งนี้ที่เราได้เห็นกันจะมีตั้งแต่ชวนตรึงให้หยุดนิ่งอย่าง Joe Sample Trio ที่ระดับฝีมือนั้นลายครามสมกาลเวลา ความมหัศจรรย์ของเสียงมนุษย์และจิตวิญญาณของการเป็นนักร้องที่เนื้อแท้หาได้ต้องการการปรุงแต่งใดๆของ  Patti  และไม่น้อยที่ชวนให้ลุกไปหาเบียร์ดื่มอย่าง T-Square , Spyro Gyra และ Shakatak   แต่โดยภาพรวมทั้งหมดที่ออกมาไม่นับว่าเสียหาย   และถือว่าอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยดี   แทบทุกศิลปินเล่นกันอย่างเต็มที่แบบไม่มีกั๊ก  แต่โดยแนวทางการแสดงนั้นก็เป็นเรื่องของรสนิยมและภูมิหลังส่วนบุคคลของคนดูที่อาจจะประเมินคุณค่าต่างกันไป   อีกสิ่งหนึ่งที่ขอแสดงความชื่นชมมา ณ.ที่นี้ คือ  ความทุ่มเทและตั้งใจทำงานของศิลปินไทยในครั้งนี้( หมายเหตุผู้เขียน : ขอกล่าวถึงแค่วงที่เล่นที่กรุงเทพเท่านั้น ) งานนี้ทำให้เราสัมผัสกันได้ว่า " ของแท้ " นั้นมันควรจะเป็นอย่างที่เห็นโดยไม่จำเป็นต้องแอบอ้างใดๆ  เพราะคนดูจะเป็นผู้ตัดสินเองในที่สุด



สิ่งที่อยากจะเห็นพัฒนาการในการจัดงานครั้งต่อไปก็คือ ความหลากหลายในการคัดสรรศิลปินที่มาเล่น  และถ้าเป็นไปได้อยากให้มองกันไปถึงแนวเวิร์ลมิวสิคเลยด้วยซ้ำ  ซึ่งในโลกดนตรียุคปัจจุบันแล้วดูเหมือนแนวดนตรีทั้งสองแนวแทบจะเชื่อมร้อยเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว  และปฎิเสธไม่ได้ว่าการแสดงแนวนี้ช่างเหมาะเจาะกับการแสดงแบบเฟสติวัลมากด้วยสีสันและพลังทางดนตรีในตัวมันเอง   ซึ่งในยุคที่เม็ดเงินจากสินค้าสปอนเซอร์ทั้งหลายสะพัดกันขนาดนี้แล้ว  ไม่มีวงไหนที่เกินเอื้อมคว้ากันอีกแล้ว ขอเพียงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นเปิดกว้างทางดนตรี   วิ่งตามกระแสวัฒนธรรมโลกให้เท่าทัน  และมีความจริงใจ  ตั้งใจที่จะพัฒนากลุ่มคนฟังดนตรีในไทยอย่างแท้จริง  มิใช่เเพียงแค่เป็นกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อสร้างภาพทางการตลาดของสินค้าผู้ให้การสนับสนุนเท่านั้น  ซึ่งรวมไปถึงการให้โอกาสแก่ศิลปินไทยรุ่นใหม่ๆแต่ฝีมือหาได้ใหม่ตามโดยเฉพาะในระดับที่ยังเล่าเรียนกันอยู่ได้มีพื้นที่ในการแสดงออกด้วย    ซึ่งอาจจะจัดเป็นเวทีย่อยต่างหากไปเลยและมีเวลาการแสดงที่เสมือนการอุ่นเครื่องให้ผู้ชมที่สนใจได้ดูก่อนการแสดงของวงหลักบนเวทีใหญ่  เท่าที่เคยได้สัมผัสมามีเด็กรุ่นใหม่ในบ้านเราไม่น้อยเลยที่ฝีไม้ลายมือทางดนตรีนั้นน่าทึ่งมากๆและที่สำคัญยังมีความบ้าและพลังอันล้นเปี่ยมที่ไม่ได้ปลดปล่อยอย่างที่มันควรจะเป็น  แล้วทำไมเราถึงจะไม่ให้โอกาสและการสนับสนุนแก่พวกเขากันละ  เด็กๆพวกนี้ก็คือทายาททางดนตรีของวงการเพลงบ้านเราในวันข้างหน้านี่เองไม่ใช่เหรอ



เรื่องราคาบัตรงานนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ฮือฮากันมาก  ด้วยราคาที่ถูกอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับความคุ้มค่าที่จะได้ชมศิลปินระดับหัวหอกขนาดนี้  ในขณะที่โปรดักชั่นคอนเสิร์ทไทยเองบางงานยังดูกันราคานี้ไม่ได้เลย  ไม่ต้องพูดถึงราคาตั๋วคอนเสิร์ทนำเข้าที่หลังๆตั้งราคากันอย่างบ้าเลือดเกินเหตุทั้งๆที่มีรายได้อย่างเป็นล่ำเป็นสันจากสปอนเซอร์มาเฉลี่ยค่าใช้จ่ายแล้วก็ตาม   การตั้งราคาแบบไม่มักมากแบบนี้ถือเป็นสิ่งที่น่าประทับใจมากในยุคสมัยแห่งการกอบโกยเข้าตัวเอง  แต่ครั้งหน้าคงไม่ต้องตั้งราคา " เอื้ออาทร " กันขนาดนี้ก็ได้  ขอแค่เอาวงชั้นดีจริงๆมาเล่นเถอะ  แพงกว่านี้ก็เชื่อว่าคนดูพร้อมจะสนับสนุนอยู่แล้ว แต่อย่าลืมมีบัตรสำหรับนักเรียนก็แล้วกัน

 

งานนี้ต้องขอชมเชยท.ท.ท และ ไฮเนเก้น ที่เริ่มเห็น " ทางสว่าง " และ " มีสติ " ในการบริหารบทบาทและหน้าที่ของผู้ให้การสนับสนุนหลักที่ " ดี " ต่อการจัดงานครั้งนี้   ใครก็ตามที่ได้เห็นระบบการจัดการของงานครั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่า   นี่คือการจัดงานที่เรียกได้ว่ามืออาชีพ   แม้จะไม่สมบรูณ์แบบไปเสียทุกอย่าง  แต่ก็ถือว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับงานเทศกาลดนตรีแจ๊สที่หัวหินที่คอดนตรีล้วนให้คำนิยามงานนั้นว่า " ความไร้รสนิยมทางวัฒนธรรม "    ภาพของลานเบียร์สั่วๆที่มีแต่พวกขี้เมาเสียงดัง   หรือพวกเด็กเสิร์ฟที่จ้องแต่จะขายของโดยไม่ดูกาละเทศะชนิดยังไม่ทันจะหาที่นั่งได้  ก็ชิงถามเสียแล้วว่าจะดื่มอะไร    จึงไม่ปรากฎให้เห็นในหน้าเวทีการแสดงครั้งนี้ ให้ขุ่นมัวอารมณ์อีกต่อไป หากแต่ถูกจัดแยกออกไปอย่างมีสัดส่วนในบริเวณที่ไม่สามารถมาทำความรบกวนให้ผู้ชมอื่นๆได้   มีการแจกสูจิบัตรการแสดงที่เนื้อหาจัดเตรียมมาอย่างดีและเป็นการให้ความรู้เบื้องต้นแก่ผู้ชมชนิดไม่มั่วและเขียนโดยผู้รู้จริง ( ยกเว้นการตรวจปรู๊ฟชื่อศิลปินที่พลาดอย่างไม่ควรจะพลาด)   ที่แม้จะมาถึงเมื่องานเริ่มแล้วก็ตาม   แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีและแจกกันอย่างถ้วนหน้ามิใช่หายากสุดลำเค็ญราวกับลายแทงขุมทรัพย์เช่นที่งานหัวหินที่พัดไฮเนเก้นนั้นแทบจะถูกประเคนให้แต่กว่าจะได้สูจิบัตรสักแผ่นนั้นเลือดตาแทบกระเด็น   การวางโปรแกรมการแสดงที่แต่ละคืนมีวงไฮไลท์และเวลาไม่ซ้อนกันชนิดที่ผู้ชมไม่ต้องมานั่งเวียนหัวกับการบริหารแผนการดูล่วงหน้าราวกับต้องวางแผนอะไรสักอย่างในชีวิตทั้งๆที่มาพักผ่อนกันแท้ๆให้ตายเถอะ   ระบบเสียงที่เรียกว่าอยู่ในเกณฑ์ดีและสอบผ่านแล้วสำหรับงานกลางแจ้งแบบนี้ ที่แม้แต่คอนเสิร์ทอินดอร์หลายๆงานก็ยังไม่ได้เสียงขนาดนี้เลยก็ว่าได้  แม้ว่าจะต้องหงุดหงิดกับเสียงคลื่นแทรกที่เป็นเหตุสุดวิสัยก็ตาม



จริงๆจะว่าไปงานนี้แทบจะไม่มีที่ติเลยก็ว่าได้ในด้านการจัดการ   หากไฮเนเก้นจะไม่มาพลาดในสิ่งที่ไม่ควรพลาดในจุดเล็กๆหากแต่บั่นทอนความรู้สึกของกลุ่มคนดูที่มีสำนึกและได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า    จากสิ่งที่เกิดมาจากการจัดการของไฮเนเก้นเอง   นั่นคือ  " เก้าอี้ไฮเนเก้น "   ซึ่งขอเรียกว่าเป็นเก้าอี้มหัศจรรย์โดยแท้  ที่แม้มันจะมีราคาค่างวดเพียงแค่ 500 บาทเท่านั้นแต่คุณสมบัตินั้นล้นพ้นเกินราคาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ  ด้วยสามารถจำแนกพฤติกรรมคนนั่งได้โดยฉับพลันว่าเนื้อแท้นั้นมีสันดานเช่นไร  เห็นแก่ส่วนรวมหรือเห็นแก่ตัว   โลกนี้ไม่ได้มีแต่ " น้ำเปลี่ยนนิสัย " เท่านั้นแต่  " เก้าอี้ส่อสันดาน "  ก็มีให้ประจักษ์แก่ตากันแล้วในงานนี้  คาดว่าไฮเนเก้นคงจะประเมินพฤติกรรมกลุ่มลูกค้าตัวเองสูงไปสักหน่อย   เพราะคงอนุมาณตามสูตรสำเร็จเอาเองว่าเมื่อดื่มไฮเนเก้น และเสพแจ๊สแล้ว  ถือได้ว่าเป็นผู้มีรสนิยม  ดูเป็นผู้ดี้ ผู้ดีในระดับหนึ่งอยู่แล้ว  น่าจะมีสามัญสำนึกและมรรยาทในการใช้ที่สาธารณะร่วมกันเป็นอย่างดี   งานนี้จึงไม่น่ามีปัญหา   แต่การณ์กลับหาไม่  เพราะกลุ่มคนพวกนี้กลับคิดเองไม่เป็น   วันแรกผ่านไปแม้ปริมาณเก้าอี้จะยังไม่หนาตานัก  แต่ใครก็ตามที่ยังพอมีสติก็น่าจะรู้ว่ามันเป็นตัวปัญหาแล้ว  แต่แทนที่ไฮเนเก้นเองจะหาวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น  กลับปล่อยวางหนำซ้ำยังสนับสนุนให้ปัญหาทวีขึ้นด้วยการเพิ่มปริมาณเก้าอี้ในวันต่อๆมาอีกด้วยจนกลายเป็นกำแพงนรกที่ก่อความเดือดร้อนให้กับผู้ที่นั่งพื้นอย่างแท้จริง  ประเด็นอยู่ที่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่สามารถจัดการแก้ไขได้อย่างง่ายดายมากแต่ไฮเนเก้นกลับเพิกเฉยเสียอย่างไม่น่าให้อภัย    



เมื่อมองภาพรวมทั้งหมดของงาน  ถ้าหากจะวัดผลงานโดยการให้เกรดแล้วละก็   ครั้งนี้คงไม่ลังเลที่จะให้ B+ ไปเลย  เพราะทุกอย่างดูเหมือนจะลงตัวไปหมด  ศิลปิน  สถานที่  การจัดการ บรรยากาศ  ทุกอย่างมีพัฒนาการที่ดีขึ้นหมด   แต่สิ่งเดียวที่ดูเหมือนไม่เคยพัฒนาเลย  ก็คือ คนดูที่ไร้สำนึก  ไร้มรรยาท และเห็นแก่ตัว  ที่ไม่ว่าดนตรีสวรรค์อะไรก็ตาม    เห็นทีจะยกระดับจิตใจคนพวกนี้ได้ยาก  หากในการจัดครั้งหน้านี้ไฮเนเก้นยังคิดจะมีเก้าอี้ส่อสันดานนี้ไว้บริการกลุ่มลูกค้าอันทรงเกียรติอีกละก็และไม่คิดที่จะใช้สมองจัดการปัญหาใดๆอยู่เช่นเดิม   ก็น่าจะจัดพิมพ์คู่มือ " สมบัติผู้ดี " ไว้แจกควบคู่เวลาขายเก้าอี้ไปด้วยเสียเลย   จะให้ดีก็ควรพ่วงถุงขยะให้ด้วย   เพราะหลังจากเลิกงานแล้วคนที่มางานจะได้ไม่หลงคิดว่านี่มางานคอนเสิร์ทแจ๊สหรืองานวัดที่กลางทุ่งอะไรสักอย่างกันแน่

poj

And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

nattapong

ผมมีบริษัทผลิตผลิดภัณฑ์เครื่องนอนยางพารา กระทู้ใดที่เกี่ยวกับเครื่องนอน ท่านผู้อ่านควรใช้วิจารณญานในการอ่านนะครับ

อาจารย์ฮกหลง

เก้าอี้ไฮเนเก้นผมก็เป็นคนนึงที่ใช้ครับ ต้องยอมรับว่ามีคุณภาพพอสมควร ที่ชอบก็คือ (สำหรับคนที่ใช้เก้าอี้นี้ด้วยกัน)แทบจะไม่บังกันเลย แต่ผมก็ลำบากใจหาที่นั่งเช่นกัน กลัวบังคนข้างหลังที่นั่งพื้นอย่างที่พี่ Night Owl ว่า

ขอบ่นเรื่องดนตรีที่บางแสนครับ(อีกรอบ) ไอ้ New Orlean Jazz Band นี่มันอารายกันว้า ตอนแรกนึกว่าจะได้ฟังวงNew Orlean ในไสตล์New Orlean จริง ๆ และผมฟันธงได้เลยว่าวง New Orlean ถ้ามาได้จริง ๆ รับรองคนดูตรึม!!!!

supada

"The more mediocre your music is, the more accessible it is to a larger number of people in the United States." ~ Frank Zappa ~

lapath

For HK Art Festival, they could afford to do it due to their economy.  They could afford to sponsor such activities and advertising with no problem.  

On top of that, HK people are more exposed to western culture which, IMHO, have high regard of culture/art.  

Remember that HK was a British colony before.  Even these days, the legacy stays, ie some of the big wine seller will get almost anything from UK, even California wine???, making it twice the retail US price???  
Yeah we knew we had to leave this town
But we never knew when and we never knew how

udomdog

บทความชิ้นล่าสุดจากพี่ Night Owl ขอรับ

http://www.bangkokbiznews.com/2004/06/04/j...n_13065767.html

:)  
อัพเดทข่าวภาพยนตร์จากทั่วโลกได้ที่นี่จ้า \\^o^// PopcornMag.Com
Udomdog's Blog ขอเกาะกระแสกับเขาหน่อยน่ะ >_<

poj

เห็นด้วยครับ :nod:
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

Night Owl

23 June 2005, 02:56:00 am #34 Last Edit: 29 September 2008, 10:54:10 pm by Night Owl
บทความรายปี 2004   :P
จริงๆชิ้นนี้เขียนเสร็จตั้งแต่เดือนพ.ย ปีที่แล้ว
แต่ดิฉันก็รอให้น.ส.พที่เขาขอให้เขียน   ลงเสียก่อนตามมรรยาท
แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นลงซะทีชนิดปาเข้าไปเกินครึ่งปีแล้ว
จนตัวเองเริ่มหมดความอดทนและถามบ.ก ไปเป็นครั้งสุดท้าย
ว่าถ้าไม่งั้นดิฉันจะเอาลงในเว๊ปบอร์ดแล้วนะ
เพราะยิ่งนานแล้วมันจะยิ่งเอ๊าท์
ภายหลังเลยทราบว่าเกิดข้อผิดพลาดของคนในกองบ.ก
เพราะแต่เดิมที่มันจะต้องอยู่หน้าหนึ่งของเซ็คชั่นเพราะเป็นเรื่องขนาดยาวมาก
กลายเป็นไปลงในหน้าในแล้วก็ถูกหั่นเสียยับเยินจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม
ถ้าเป็นช่วงแรกๆดิฉันคงอารมณ์เสียไม่น้อย
เพราะเวลาเขียนอะไรทีก็เต็มที่ทุกครั้ง
โดยเฉพาะเรื่องข้อมูลอ้างอิงที่ต้องไม่หลุด
แม้นว่าจะเขียนเพื่อความเพลิดเพลินส่วนตัวก็ตาม
แต่ตอนนี้เผอิญเวลามันผ่านไปพอสมควรแล้ว
ก็ช่างมันแล้วกัน
อย่างน้อยฉบับสมบรูณ์มันก็ยังคงอยู่ที่นี่
และมีคนได้อ่านอยู่ดีแม้จะวงแคบไปหน่อยก็ตาม
แต่ถ้าใครจะช่วยนำไปเผยแพร่ต่อที่ไหน
ดิฉันก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งนะคะ
และขออภัยบรรดา reference ทั้งหลายด้วยที่อุตส่าหไปสอบถามความคิดเห็นเสริมในฐานะผู้ที่ได้ไปลงสนามจริงมา
แล้วข้อเขียนต้องมีอันเป็นไปเช่นนี้



ความที่เขียนมันในช่วงที่รัฐบาลกำลังจัดงาน “เหลียวหลัง-แลหน้า  จากรากหญ้าสู่รากแก้ว “ พอดี
ก็เลยหยิบชื่องานมาล้อซะเลย
เพราะคิดอยู่เป็นนานอยู่เหมือนกันว่าจะตั้งชื่อเรื่องว่าอะไรดี
ทั้งชื่อเรื่องและเนื้อหาบางส่วนที่อ่านตอนนี้มันอาจจะหลุดๆยุคไปแล้ว
แต่ก็ให้ถือเป็นบทบันทึกแล้วกันนะคะ
เช่นเดียวกับข้อมูลอ้างอิงจาก Esplanade Annual Report ด้วย
ซึ่งในช่วงนั้นยังเป็นของปีงบประมาณ 03/04 อยู่เลย
ความตั้งใจเดิมนั้นน.ส.พเขาอยากให้เขียนในเชิงรายงาน
แต่บอกตรงๆว่าไม่ถนัดเอาเสียเลย
เขียนยังไงมันก็ดูเป็นบทความอยู่ดี
เพราะเป็นคนชอบใส่ความเห็นของตัวเองลงไปด้วย
พูดง่ายๆก็คือชอบด่าเขานั่นแหละ


แล้วไงจะพยายามเขียนมาให้อ่านกันอีกนะคะถ้าเวลาอำนวย
มีอีกเรื่องที่อยากเขียนมากๆ
ก็คือเรื่องการทำประชาพิจารณ์ของรัฐบาลฮ่องกงสำหรับการสร้าง Cultural Districtแห่งใหม่ที่บริเวณ West Kowloon
โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เลือกแบบที่ถูกใจที่สุด
เผอิญมีโอกาสได้ไปดูนิทรรศการมาแล้วประทับใจมาก  
พร้อมๆกับหดหู่ประเทศตัวเองไปในตัว
เห็นแล้วอลังการงานสร้างมากๆ
ที่สำคัญแม้กระทั่งเรื่องแค่นี้เขาก็ยังให้ความสำคัญและให้เกียรติพลเมืองในการตัดสินใจเลือกให้ชีวิตตัวเองเลย
ส่วนไอ้บ้านเราแม้กระทั่งเรื่องคอขาดบาดตายระดับเอาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติไปขึ้นเขียงอย่างกรณี FTA หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ
มันยังทำราวกับว่าบ้านนี้เมืองนี้นี่เป็นของพวกมันคนเดียวอย่างนั้นแหละ
ให้ตายเถอะ...ประเทศนี้ !!!!!!!


lapath

I couldn't agree more with the attempt of Singapore to try to turn the country around from the clean and wholesome city to something that is closer to a livable city.

From the cultural point of view, I think we are definitely behind Singapore.  I think we should try to "imitate" good things Singapore did as, actually, Singapore 'copied' lots of things from Hong Kong, including these cultural things too.

Most Thai go to Hong Kong for shopping and forget that the Hong Kong Cultural Center is also close to Nathan Rd., the famous shopping area for most Thai.  It has been there for so long, I think more than 20 years, before Singapore finally can proclaim a catch-up with that duo durian structure.

If things proceed at its normal pace, it's difficult for Singapore to catch up with Hong Kong.  It was a bless for Singapore as HK transferred to China, making things that was supposed to take place run as if it is walking on glue or stop running.

I hope we could find time to catch up with Singapore.  If we are going at the same rate as now, we are probably talking more about trying to be like Malaysia, or ever the dread word, Vietnam sooner than we expect.  Vietnamese that migrates out of the countries is likely to come back when the situation settles.  They will bring with them the knowledge that they learn in the western world and the discipline that was absorbed in them and their offsprings back to the country.  Though corruption will still rampant there, I don't think it will take long for a turnaround of everything.  As for Malaysia, let me remind you that they are much better off economic wise and is in a much better position than us to start this thing in a fast and furious speed.

I kinda paint a gloomy picture on Thailand a lot and I sincerely hope I'm wrong.
Yeah we knew we had to leave this town
But we never knew when and we never knew how

nattapong

รอมานานจริง ๆ เลยลืมไปแล้วด้วยเนี่ย  couldn't agree more และก็คิดว่าคงไม่อยากจะหวังครับ โดยเฉพาะวัฒนธรรมฉาบฉวยที่สรรสร้างกันอยู่นี้คงไม่ทำให้อนาคตสดใสไปได้สักเท่าไร

สงสารคนที่ไม่มีโอกาสได้รู้ได้สัมผัส  
ผมมีบริษัทผลิตผลิดภัณฑ์เครื่องนอนยางพารา กระทู้ใดที่เกี่ยวกับเครื่องนอน ท่านผู้อ่านควรใช้วิจารณญานในการอ่านนะครับ

meng

เห็นด้วยครับที่รัฐบาลห่วงแต่เรื่องของตัวเลขและเม็ดเงินมากกว่าจะคำนึงถึงทางด้านจิตใจและผลกระทบต่อสังคมในระยะยาว

:(  

poj

จุ๊ ๆ .....
เบาๆหน่อย  
มี  web โดนปิดไป 2 web แล้ว  :P
And in the end, The love you take is equal to the love you make.

พจน์  อุดมลาภสกุล
ผมมีร้านค้าขายอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นของตนเอง ความเห็นของผมอาจไม่เป็นกลาง กรุณาพิจารณาด้วยความระมัดระวัง